I am Healthy รับจัดเบรก ราคาตามที่ท่านต้องการ ราคากันเอง ราคาเริ่มต้น 15 บาทต่อชุด
#กน่วยงานราชการ
#งานมงคล
#ในอำเภอเมืองสุรินทร์

ดูแลดวงตา ต้อเนื้อ ต้อลม ต้อกระจก วุ้นในตาเสื่อม ไม่ลอก ไม่ผ่า ฟื้นฟูด้วยสารสกัดจาธรรมชาติ 100% จัดส่งตรงจากบริษัททุกวัน โทร. 099-636-4297
ผลิตภัณฑ์ดีคอนแทค Dcontact
เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการของดวงตา ดังนั้น
-ท่านที่มีสภาพตาสั้นเทียม, สายตายาว, สายตาเอียง
-ผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์มาเป็นระยะเวลานาน, ตาแห้ง
-ท่านที่มีจอสายตาแปรปรวนสภาพการณ์ที่เกิดจากโรคเบาหวาน
-ผู้ที่ใช้ คอมพิวเตอร์ เป็นเวลานาน
-ผู้ที่ขับรถยนต์เหรือผู้ปฏิบัติงานผู้ที่ทำหน้าที่ผลัดกลางคืนเป็นระยะเวลานาน (อย่างเช่น คนขับ taxi, คนขับรถขนของ)
-ผู้สูงอายุที่มีสายตาฝ้าฟางที่มีความโอนเอียงที่น้ำนัยน์ตาจะไหลเมื่อเหลือบเห็นแสงจ้า
- วุ้นในตาเสื่อมซึ่งเป็นเหตุให้ความสามารถในการมองเห็นลดลง
-ผู้เป็นเยื่อบุดวงตาอักเสบ
-ผู้ที่เป็นต้อกระจก, ต้อหิน, ต้อเนื้อ, ต้อลม
-ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงมากๆ ท่านที่มีอุปสรรคจอประสาทตา

ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์บำรุงดวงตา “ดีคอนแทค”
สามารถป้องกันและแก้ปัญหาตามัว มองไม่ชัด
และต้อทุกประเภทของคุณได้อย่างชัดเจน เห็นผลเร็ว
รับประกันความพอใจ 100%
เลขทะเบียน อย. เลขที่ 24-1-20555-1-0060
ขนาดบรรจุ 1 กล่อง 30 แคปซูล

☎สนใจสั่งซื้อ/ปรึกษาปัญหาดวงตาฟรี
ติดต่อเพียง 2 ช่องทางดังนี้ค่ะ
1.โทรคุณเอ๋ 099-636-4297

2.สั่งทางไลน์ คลิ๊กลิงค์เพื่อแอดไลน์
Line ID:
Line ID: siri_ae
คลิ๊กลิงค์เพื่อแอดไลน์
http://line.me/ti/p/%40aedee

ผัก 5 ชนิด ที่คนป่วยหรือไม่ป่วย ไม่ควรทาน
02/08/2017

ผัก 5 ชนิด ที่คนป่วยหรือไม่ป่วย ไม่ควรทาน

วันนี้ทางทีมงานสยามเฮลส์ได้ติดตามข่าวและเรื่องราวต่างๆ เพื่อมาบอกต่อกับเพื่อนๆ จะเป็นอย่างไร มาดูกัน กินผักสิดี แต่ผักบางชนิดถ้ากินไม่ถูกที่ถูกเวลา ก็เสี่ยงมากนะคะที่จะทำให้คุณป่วยมากขึ้น เพราะฉะนั้นมาเรียนรู้กันดีกว่า ผักชนิดไหนบ้างที่คุณไม่ควรกินตอนป่วยเป็นอะไร เราจะได้ป้องกันได้ก่อนที่จะสายเกินไป...

 #คุณณภา ต้อลมอักเสบ ฟื้นฟูได้เพราะ "ดีคอนแทค" มีส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยบำรุงและฟื้นฟู วุ้นในลูกตา ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ...
28/06/2017

#คุณณภา ต้อลมอักเสบ ฟื้นฟูได้

เพราะ "ดีคอนแทค" มีส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยบำรุงและฟื้นฟู วุ้นในลูกตา ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดความดันในลูกตา ช่วยให้ดวงตากลับมาใช้งานได้เป็นปกติอีกครั้ง!!

สายด่วนสุขภาพดวงตา
099-636-4297 เอ๋คะ

11/06/2017
จริงหรือไม่ วิ่งแล้วข้อเข่าเสื่อม ?หลายคนอาจเคยได้ยินมาบ้างว่า “การวิ่งมากๆ จะทำให้ข้อเข่าเสื่อม” ทำให้ไม่กล้าเสี่ยงออกก...
17/05/2017

จริงหรือไม่ วิ่งแล้วข้อเข่าเสื่อม ?

หลายคนอาจเคยได้ยินมาบ้างว่า “การวิ่งมากๆ จะทำให้ข้อเข่าเสื่อม” ทำให้ไม่กล้าเสี่ยงออกกำลังกายด้วยการวิ่งอย่างเต็มที่เพราะกลัวมีปัญหาดังกล่าว แต่ความจริงแล้วรายงานจากวงการแพทย์หลายคนยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง
เพียงแต่อาการบาดเจ็บข้อเข่าที่พบกันบ่อยจากการซ้อมวิ่งโดยเฉพาะในกลุ่มนักวิ่งมือใหม่นั้นเป็นเรื่องปกติของอาการบาดเจ็บที่อาจจะเกิดขึ้นมากบ้างน้อยบ้าง จากการออกกำลังกายในช่วงแรกที่เริ่มฝึกใช้กล้ามเนื้อ ข้อต่อและเส้นเอ็น ในรูปแบบที่เราไม่คุ้นเคยมาก่อน
เห็นได้จากเมื่อเราเริ่มเล่นกีฬาอะไรก็ตาม มักจะมีอาการปวดเมื่อยในช่วงแรกเหมือนกัน แต่พอหยุดพักหรือออกกำลังกายต่อเนื่องจนกล้ามเนื้อเริ่มคุ้นเคย ร่างกายก็จะซ่อมแซมและเสริมสร้างความแข็งแกร่งมากขึ้น ทำให้สามารถออกกำลังกายในระดับที่สูงขึ้น ก็จะไม่ค่อยบาดเจ็บอีก
การฝึกวิ่งใหม่ๆ ก็เช่นกัน หลายคนจะมีอาการบาดเจ็บแถวรอบๆ เข่า เท้า และข้อเท้ากันอยู่เสมอ แต่เมื่อได้พักและปล่อยให้ร่างกายได้ซ่อมแซม ส่วนใหญ่ก็จะหายเอง
แต่ที่มีปัญหาอาจจะเป็นเพราะการวิ่งโดยไม่วอร์มร่างกายมากเพียงพอ หรือการวิ่งผิดท่า รวมไปถึงการออกกำลังกายอย่างหักโหมมากเกินไป เพราะหลายคนไม่ได้ออกกำลังกายมาอย่างต่อเนื่อง แต่อาจมาเริ่มออกกำลังกายตอนอายุมาก หรือเมื่อมีอาการเจ็บป่วย หรืออาจหันมาวิ่งตามกระแส โดยไม่ได้ตรวจสอบความพร้อมของตัวเอง

ทั้งนี้ ผลจากคณะนักวิจัยจากประเทศเนเธอร์แลนด์และอังกฤษ พบว่า การออกกำลังจากน้อยไปหามาก หรือจากเบาไปหาหนัก และค่อยๆ เพิ่มระดับนั้น สามารถช่วยรักษาข้อสะโพก ข้อเข่าอักเสบ ข้อเสื่อม รวมถึงการเสริมสร้างสุขภาพไปในตัวด้วย
ขณะที่การศึกษาเร็วๆ นี้ พบว่า การออกกำลังโดยเฉพาะการวิ่งปลอดภัยสำหรับคนทั่วไป และยังช่วยป้องกันข้อเสื่อมด้วย และพบว่าการวิ่งและออกกำลังไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้ข้อเสื่อม
ตรงกันข้ามนักวิ่งที่ฝึกวิ่งมานานๆ มีประสบการณ์มากมาย ข้อเข่าและข้อเท้ามักจะแข็งแรงกว่าคนในช่วงอายุเดียวกัน ดังจะเห็นได้จากคนอายุเกิน 70 ที่ยังวิ่งได้อยู่ไม่น้อย ขณะที่คนที่ไม่ได้เล่นกีฬาก็เป็นข้อเสื่อมกันก็มาก

สายตาดี ด้วยดีคอนแทคขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน ข้อมูล ข่าวสาร ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคนค่ะ
ค้นพบวิธีธรรมชาติ บำบัด ดูแล ที่ต้นเหตุปัญหาดวงตา พร่ามัว แสบตา น้ำตาไหล ตาไม่สู้แสง เคืองตา วุ้นในตาเสื่อม ปัญหาจากต้อเนื้อ ต้อลม ต้อกระจก เป็นต้น
บริการรับปรึกษาปัญหาดวงตาฟรี บริการดุจญาติมิตรและมีจรรยาบรรณ
ขอขอบคุณทุกท่านที่เลือก..............
สายตาดี ด้วยดีคอนแทค....ให้เป็นทางเลือก.....
ที่นี้เราใช้สารอาหารในการฟื้นฟูบำรุงดูแล
ไม่ต้องลอก ไม่ต้องผ่าตัดค่ะ..........
สนใจปรึกษา : 099 636 4297 (เอ๋ค่ะ)
ติดตามคลิ๊ก :https://line.me/R/ti/p/~aerinda11

สุดยอด!! ดีคอนแทคสูตรใหม่ เห็นผลไว ดีขึ้นรวดเร็วทันใจกว่าเดิม 👍👍👍       ↪วันที่ 8 พ.ค. พี่มานี อาชีพแม่ค้า อยู่อ.ละแม จ....
16/05/2017

สุดยอด!! ดีคอนแทคสูตรใหม่ เห็นผลไว ดีขึ้นรวดเร็วทันใจกว่าเดิม 👍👍👍
↪วันที่ 8 พ.ค. พี่มานี อาชีพแม่ค้า อยู่อ.ละแม จ.ชุมพร เป็นต้อเนื้อมาหลายปี สั่งทานดีคอนสูตรใหม่ 2 กล่อง ทานไปแค่ 3 วัน พี่โทรมาบอก ตาดีขึ้น มองเห็นชัด ไม่พร่ามัวเหมือนก่อน เวลามองกลางแจ้งตาก็สู้แสงมากกว่าเดิม วันนี้เพื่อนๆ เลยฝากสั่ง 6 กล่องให้ด้วยจ้า ขอให้แม่ค้าตาดีกันทั้งตลาดนะจ๊ะ🤗🤗🤗 😎😎 ส่งออเดอร์เช้านี้ดีคอนแทค 17 กล่องแล้วค่ะ....

คนป่วยต้องอ่าน!! แค่กินกล้วยในตอนเช้าช่วยให้ห่างไกล 8 โรคได้.1. โรคโลหิตจาง กล้วย เป็นผลไม้ที่มีธาตุเหล็กสูงมาก และธาตุเ...
10/05/2017

คนป่วยต้องอ่าน!! แค่กินกล้วยในตอนเช้าช่วยให้ห่างไกล 8 โรคได้.

1. โรคโลหิตจาง กล้วย เป็นผลไม้ที่มีธาตุเหล็กสูงมาก และธาตุเหล็กนี่แหล่ะที่จะไปกระตุ้นการผลิตฮีโมโกลบินในเม็ดเลือด ช่วยให้คนที่เป็นโรคโลหิตจางกลับมาแข็งแรงได้

2. โรคความดันโลหิตสูง กล้วยได้ขึ้นชื่อว่ามีโพแทสเซียมสูงที่สุดในบรรดาผลไม้ด้วยกัน สามารถช่วยลดความดันโลหิตได้ดีมาก ถึงขนาดที่องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ได้โฆษณาให้ประชาชนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงหันมากินกล้วยกันให้มากๆ

3. โรคท้องผูก ในเนื้อกล้วย มีใยอาหารสูง เป็นตัวช่วยในการขับถ่ายได้ดีขึ้น

4. โรคซึมเศร้า อาการของโรคซึมเศร้ามักเกิดจากสารเคมีในสมองไม่สมดุลกัน แต่จากการวิจัยพบว่ากล้วยมีโปรตีน ไทรโพโตแฟน ที่จะช่วยกระตุ้นให้สมองหลั่งฮอร์โมนเซโรโทนิน ที่ทำให้สมองรู้สึกผ่อนคลายออกมา จึงสามารถให้อารมณ์ดีขึ้น อาการซึมเศร้าก็ค่อยๆหายไป

5. อาการเมาค้าง การบรรเทาอาการเมาค้างที่ได้ผลที่สุดคือ กล้วยปั่น ผสมกับ นม และ น้ำผึ้ง เพราะคนเมาค้างกระเพาะจะปั่นป่วนกว่าปกติ กล้วยนี่แหล่ะ ที่จะทำให้กระเพาะเข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนน้ำตาลจากน้ำผึ่งจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ ส่วนนมก็ช่วยปรับระดับของเหลวในร่างกายให้สมดุล คนที่มีอาการเมาค้างจึงมีการดีขึ้นได้

6. โรคเสียดท้อง ในกล้วยมีสารลดกรดตามธรรมชาติอยู่แล้ว หากคนที่มีอาการเสียดท้องเพราะมีกรดเกินในกระเพาะอาหาร เพียงแค่กินกล้วยในตอนเช้าวันละผล จะรู้สึกได้เลยว่าท้องไส้จะสงบลง ไม่ร้องครวญคราง หายเป็นปลิดทิ้งไปเลย

7. โรคลำไส้เป็นแผล แม้แต่แพทย์ก็ยังแนะนำให้คนป่วยโรคลำไส้เป็นแผล หรือเป็นแผลในกระเพาะอาหาร เพราะเนื้อที่นุ่มนิ่มของกล้วย ไม่ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร และยังมีสรรพคุณช่วยเคลือบผนังลำไส้ ช่วยรักษาแผลให้หายเร็วขึ้นได้อีกด้วย

8. เส้นเลือดฝอยแตก การกินกล้วยเป็นประจำ (ในตอนเช้าดีที่สุด) จะช่วยลดอันตรายที่เกิดกับเส้นโลหิตแตกได้ถึง 40%

รู้แบบนี้แล้ว รีบหากล้วยมาทานกันเป็นประจำเลยนะจ๊ะ จะได้หลีกไกลจากโรคร้าย เพื่อชีวิตที่มีความสุขยิ่งขึ้นจ้าาา

กินให้ดี ไม่มีท้องผูก.....จริงอยู่ว่าท้องผูกไม่ถึงกับตาย แต่ทำให้รู้สึกไม่สุขสบายและส่งผลต่ออารมณ์และไลฟ์สไตล์ของชาวเราอ...
03/05/2017

กินให้ดี ไม่มีท้องผูก.....
จริงอยู่ว่าท้องผูกไม่ถึงกับตาย แต่ทำให้รู้สึกไม่สุขสบายและส่งผลต่ออารมณ์และไลฟ์สไตล์ของชาวเรา
อาการท้องผูก (Constipation) สามารถเกิดขึ้นได้กับเพศและทุกวัย ข้อมูลจาก กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า การเกิดท้องผูกในคนไทยพบได้ 3 - 20% และพบเพิ่มขึ้นเป็น 20 - 25% ในผู้สูงอายุ จริงอยู่ว่า ท้องผูกเป็นเพียงอาการไม่ใช่โรค และท้องผูกไม่ได้เป็นสาเหตุให้ถึงกับเสียชีวิตโดยตรง แต่อาการที่เหมือนจะเล็กน้อยนี้ก็ทำให้เรารู้สึกไม่สบายตัว ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต
ท้องผูกสามารถป้องกันและจัดการได้ หากเรารู้วิธีการดูแลสุขภาพ ก่อนอื่นต้องรู้สาเหตุของท้องผูกในผู้สูงอายุ ซึ่งปัจจัยข้อใหญ่ลำดับแรกคือการรับประทานอาหารที่มีใยอาหารน้อย และดื่มน้ำน้อยกว่าวันละ 1.5 ลิตร เพราะการที่ร่างกายได้รับน้ำน้อยทำให้อุจจาระแข็งและถ่ายลำบาก บวกกับนิสัยการชอบกลั้นอุจจาระหรือไม่ได้ถ่ายอุจจาระทุกวันโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังอาหารเช้า จึงมีการสะสมอุจจาระในลำไส้มากขึ้นและเกิดภาวะท้องผูกในที่สุด
แต่เมื่อเกิดภาวะท้องผูกแล้วก็ต้องดูแล ควรรับประทานอาหารที่มีใยอาหารสูง เช่น ประเภทผัก ผลไม้ พืชตระกูลถั่ว และธัญพืชต่างๆ เช่น ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ข้าวสาลี เพื่อกระตุ้นการขับถ่าย โดยเพิ่มเข้ามาในมื้อที่เคยรับประทานเป็นประจำ หรือรับประทานเป็นอาหารว่าง อย่างใดอย่างหนึ่งต่อ 1 มื้อ เช่น ส้มเขียวหวาน กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม มะม่วงสุก แอปเปิ้ล อย่างละ 1 ผล /มะละกอสุก 6 - 7 ชิ้น/ เงาะ มังคุด อย่างละ 3 - 5 ผล หรือชมพู่ 4 ชิ้น เป็นต้น
ทั้งนี้ การเลือกชนิดของผลไม้จะต้องพิจารณาแล้วว่าไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอื่นๆ เช่น ไม่มีปัญหาโรคไต ไม่มีโรคระบบทางเดินอาหารเดิม ดังนั้น ก่อนจะเพิ่มอาหารเสริมเหล่านี้ในผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อความเหมาะสม
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อท้องผูก คือ ขนมหวาน ขนมกรุบกรอบ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารรสจัด เผ็ดจัด เค็มจัด หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มประเภทชา กาแฟ สุรา หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และน้ำอัดลม เป็นต้น
ส่วนการดื่มน้ำเปล่า แนะนำให้ดื่มหลังตื่นนอนทันที หรือก่อนอาหารเช้าอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง จิบน้ำเป็นระยะหรือดื่มน้ำทันทีเมื่อรู้สึกกระหาย รวมทั้งดื่มน้ำ-เครื่องดื่มที่ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย เช่น น้ำมะขามเติมน้ำผึ้งแท้วันละ 1 - 2 แก้ว นมเปรี้ยว น้ำว่านหางจระเข้ เครื่องดื่มเหล่านี้ล้วนมีสรรพคุณในทางกระตุ้นการขับถ่ายอุจจาระได้คล่อง ช่วยแก้ไขปัญหาท้องผูกได้

ที่อยู่

Bangkok
กรุงเทพมหานคร10510

เบอร์โทรศัพท์

0996364297

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ I am Healthyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง I am Healthy:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram