Veterinary Aquatic Animal Research & Health Care Unit

Veterinary Aquatic Animal Research & Health Care Unit Consultant, Education, Diagnosis, and Treatment for Aquatic Animal by Aquatic Veterinarian

Stop Feedingอดอาหารน้องปลา หากเจ้าของติดภารกิจไม่อยู่บ้านหลายวัน เราอาจมีความเป็นห่วงน้องปลาที่เรารักว่าเขาจะมีความเป็นอ...
26/12/2024

Stop Feeding

อดอาหารน้องปลา หากเจ้าของติดภารกิจไม่อยู่บ้านหลายวัน เราอาจมีความเป็นห่วงน้องปลาที่เรารักว่าเขาจะมีความเป็นอยู่อย่างไร ปลาอดอาหารได้หรือไม่ เราจะเตรียมตัวอย่างไรดี มาเข้าเรื่องการอดอาหารของปลากันก่อน โดยปกติแล้วปลาจะมีช่วงที่อดอาหารตามธรรมชาติอยู่แล้ว เช่น ในช่วงการผสมพันธุ์ หรือ ช่วงอากาศเย็น ในปลาบางชนิดอาจมีการอดอาหารได้เป็นสัปดาห์ถึงเดือน เมื่อพ้นช่วงดังกล่าวไปปลาก็จะกลับมากินอาหารเหมือนเดิม แต่ๆๆๆ สิ่งที่เราควรระมัดระวังในช่วงอดอาหารคือการกระทบกระทั่งกันของปลาในฝูงหากมีการเลี้ยงรวมกันหลายขนาดหรือต่างสายพันธุ์กันในบ่อหรือตู้เดียวกัน เรื่องต่อมาเจ้าของควรตรวจสอบอุปกรณ์สำหรับการเลี้ยงให้พร้อม เช่น ระบบกรอง ระบบให้อากาศ ระบบควบคุมอุณหภูมิ หรืออุปกรณ์สำรองไฟ เป็นต้น และที่สำคัญไม่ควรลืมปิดฝาตู้หรือใช้ตาข่ายคลุมบ่อด้วย เพื่อป้องกันการกระโดด หรือหลุดจากตู้/บ่อ ในขณะที่เจ้าของไม่อยู่บ้าน เมื่อเราเตรียมพร้อมแล้วน้องปลาก็จะสามารอดอาหารได้อย่างปลอดภัย

เปลี่ยนน้ำ💧 เปลี่ยนตอนใหนดี น้ำขุ่น น้ำเปลี่ยนสี ค่าคุณภาพน้ำผิดปกติ เปลี่ยนตามรอบปกติ ไม่ได้เปลี่ยนมานานเลยอยากเปลี่ยน ...
25/04/2024

เปลี่ยนน้ำ💧
เปลี่ยนตอนใหนดี น้ำขุ่น น้ำเปลี่ยนสี ค่าคุณภาพน้ำผิดปกติ เปลี่ยนตามรอบปกติ ไม่ได้เปลี่ยนมานานเลยอยากเปลี่ยน เงื่อนไขในการเปลี่ยนนน้ำอาจแตกต่างกันไป แต่สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือค่าคุณภาพน้ำที่เหมาะสม ส่วนข้อควรระวังในการเปลี่ยนน้ำเช่น คลอรีนในน้ำใหม่ เชื้อโรคที่ปะปนมากับน้ำ อุณหภูมิหรือค่าความเป็นกรด-ด่าง ที่แตกต่างกันมาก หากปลาของเราปรับตัวไม่ทัน อาจทำให้ป่วยหรือเสียชีวิตได้
ดังนั้นสิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนการเปลี่ยนน้ำคือการตรวจค่าคุณภาพน้ำเบื้องต้น เช่น ไนไตรท์ < 0.5 mg/l, pH ควรอยู่ระหว่าง 6.5-8 ค่าออกซิเจนละลายน้ำ >3 mg/l เป็นต้น กรณีเจ้าของสัตว์เลี้ยงสงสัยเกียวกับค่าคุณภาพน้ำสามารถส่งตรวจได้ที่ห้องปฏิบัติการตรวจคุณภาพน้ำ

คลินิกสัตว์น้ำ โรงพยาบาลสัตว์ประศุอาทร

แผลปลา🐟  เดินไปดูปลาพบปลาเราเป็นแผล อย่าเพิ่งตกใจ บางครั้งปลาที่เราเลี้ยงไว้บางครั้งอาจพบบาดแผลได้ จากกการต่อสู้กัน เกิด...
22/02/2024

แผลปลา🐟
เดินไปดูปลาพบปลาเราเป็นแผล อย่าเพิ่งตกใจ บางครั้งปลาที่เราเลี้ยงไว้บางครั้งอาจพบบาดแผลได้ จากกการต่อสู้กัน เกิดอุบัติเหตุ โดนศัตรูทำร้าย โดยปกติแล้วหากแผลไม่ใหญ่มากสามารถหายเองได้ กระบวนการหายของแผลใช้ระยะเวลาตั้งแต่สัปดาห์จนถึงเป็นเดือนขึ้นกับความรุนแรงของแผล แต่ในบางครั้งอาจพบการติดเชื้อเรื้อรังทำให้แผลไม่หายและลุกลามจนเสียชีวิตได้
ส่วนการดูแลแผลนั้นจะมีปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้แผลหายได้เร็วขึ้น ประกอบด้วย ค่าคุณภาพน้ำที่ดี อุณภูมิที่เหมาะสม สถานที่เลี้ยงไม่หนาแน่นเกินไปเพื่อลดความเครียดของปลา อาหารเสริมวิตามินและแร่ธาตุ ในบางครั้งอาจมีการใช้ยาปฏิชีวนะในกรณีที่มีการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น Aeromonas spp. , Flavobacterium spp. เป็นต้น หากพบแผลที่ไม่สามารถหายเองได้ตามธรรมชาติ หรือมีการลุกลามเพิ่มขนาดใหญ่มากขึ้นควรรีบปรึกษาสัตวแพทย์ เพราะหากปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ จากบาดแผลเล็ก ๆ อาจนำไปสู่การสูญเสียได้
คลินิกสัตว์น้ำ โรงพยาบาลสัตว์ประศุอาทร

เห็บเกาะปลา Argulus (Fish Lice)เห็บปลาจัดอยู่ในกลุ่ม crustaceans (นึกถึงพวกสัตว์มีเปลือกพวกกุ้ง กั๊ง)นั้นสามารถพบได้กว่า...
17/06/2022

เห็บเกาะปลา Argulus (Fish Lice)

เห็บปลาจัดอยู่ในกลุ่ม crustaceans (นึกถึงพวกสัตว์มีเปลือกพวกกุ้ง กั๊ง)นั้นสามารถพบได้กว่า 100 ชนิด โดยมีการแพร่กระจายทั่วโลก ก่อความเสียหายในปลาที่ติดปริมาณมากอาจทำให้เสียชีวิตหรือเจริญเติบโตช้า
รูปร่างเห็บปลานั้นสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าทั้งในขณะที่เกาะอยู่บนตัวปลาหรือกำลังว่ายน้ำไปเกาะตัวปลา ลักษณะของเห็บปลาจะตัวแบนกลม ขนาดประมาณ 3-7 มิลลิเมตร เพศเมียมีขนาดใหญ่กว่าเพศผู้ และสามารถออกไข่ได้มากถึง 200 ฟองติดกับวัสดุหรือพืชน้ำในสถานที่เลี้ยง ใช้เวลาฟักไข่ 10-17 วันที่อุณหภูมิ 23-30C หลังจากฟักไข่ใช้เวลา 30-40 วันจึงโตเต็มวัย เห็บปลากินอาหารโดยการดูดสารคัดหลั่งจากตัวปลาซึ่งเป็นสาเหตุให้ปลาเกิดการระคายเคืองและติดเชื้อตามมา
เมื่อปลาโดนเห็บเกาะ เราจะพบว่าปลามีอาการคัน ว่ายแฉลบหรือบางตัวอาจนอนซึมก้นบ่อ นอกจากนี้ยังพบว่าเห็บปลาเป็นพาหะของโรคอื่นๆ เช่น Rhabdovirus caprio, larval nematodes Mexiconema cichlasomae
และ fungus Saprolegnia
การจัดการกับเห็บปลานั้นเจ้าของสามารถใช้น้ำเกลือเข้มข้นหยดบนตัวเห็บแล้วคีบออกมาได้ หรืออาจใช้สารเคมีกลุ่มยาฆ่าแมลงที่ใช้ในสัตว์น้ำเพื่อกำจัดเห็บปลาตามข้อบ่งใช้ของสารเคมีชนิดนั้นๆ

Reference
Lemnique N Wafer,* Jesse C Whitney, V Behrana Jensen. 2015. Fish Lice (Argulus japonicus) in Goldfish (Carassius auratus). Center for Laboratory Animal Medicine and Care, University of Texas Health Science Center at Houston.
Natalie Steckler, Roy P.E.Yanong. 2017. ARGULUS (FISH LOUSE) INFECTIONS IN FISH. UF/IFAS Extension Service, University of Florida.

หลังจากห่างหายกันไปนาน คลินิกสัตว์น้ำขอกลับมาแชร์เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยสำหรับการเลี้ยงปลากันอีกครั้งค่ะ โดยเนื่องจากสถานการณ...
01/06/2020

หลังจากห่างหายกันไปนาน คลินิกสัตว์น้ำขอกลับมาแชร์เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยสำหรับการเลี้ยงปลากันอีกครั้งค่ะ โดยเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทำให้เจ้าของหลายท่านมีโอกาสอยู่บ้านและมีเวลาในการสังเกตสุขภาพและพฤติกรรมของสัตว์น้ำของตนมากขึ้น จึงอาจพบอาการที่ต้องสงสัยว่ามีความผิดปกติของปลาและอาจจะเกิดคำถามได้ว่านี่เป็นอาการปกติหรือผิดปกติกันนะ? ในโพสนี้จึงอยากจะขอเล่าถึงวิธีการประเมิณสุขภาพของปลาในเบื้องต้นเพื่อให้ผู้เลี้ยงสามารถประเมินอาการของปลาได้ด้วยตนเองกันค่ะ ☺️

🐟 ก่อนอื่น ในการจะรู้ถึงอาการที่ผิดปกติ เราควรรู้พฤติกรรมที่ปกติของปลาสุขภาพดีกันก่อน ปลาที่สุขภาพดีควรมีลักษณะดังนี้
- กินอาหารได้ดี มีการเจริญเติบโตปกติ ไม่ผอม มีลักษณะตรงถามสายพันธุ์
- สีสันสดใส ไม่ซีด หรือมีสีดำเข้มขึ้น
- ลักษณะภายนอกของตัวปลา ลำตัวและหางไม่คดงอ ตัวค่อนข้างสมมาตร และต้องไม่มีบาดแผล เกล็ดควรเรียบเสมอกันทั้งตัว ไม่มีเกล็ดหลุดหรือเกล็ดพอง และไม่ควรมีจุดเลือดออกหรือจุดสีขาวนูนบนตัวปลา
- ลักษณะของครีบต่าง ๆ ควรมีลักษณะสมบูรณ์และกางออกเกือบตลอดเวลา ไม่หุบครีบหรือครีบลู่ติดตัว
- ว่ายน้ำได้ดี ทรงตัวในน้ำได้ปกติ ไม่เอียงหรือลอยไหลไปตามแรงของน้ำ ไม่ลอยตัวอยู่แต่ผิวน้ำหรือนอนจมอยู่ก้นตู้

🐟 ลักษณะอาการป่วยของปลาในระยะต้นที่สามารถพบได้ ได้แก่
- กินอาหารลดลงหรือไม่กินอาหารเลย
- มีการขับเมือกมาก
- ผอม โตช้า แคระแกรน
- ตัวมีสีซีดหรือดำเข้มขึ้นกว่าเดิม
- ครีบกร่อน เกล็ดหลุดล่อน หรือมีแผล
- ว่ายแฉลบหรือว่ายเอาตัวไปถูกับวัสดุในตู้
หากเจ้าของสังเกตพบอาการดังกล่าวข้างต้น และปลาไม่มีทีท่าว่าอาการจะดีขึ้น ควรพามาให้สัตวแพทย์ทำการตรวจเพื่อสาสาเหตุที่แท้จริงและให้คำแนะนำที่เหมาะสมต่อไป

🐟 ลักษณะอาการผิดปกติที่ควรพามาพบสัตวแพทย์เพื่อทำการรักษาทันที ได้แก่
💀 หายใจถี่ อยู่แต่บริเวณที่ให้อากาศ
💀 นอนจมก้นตู้ ไม่ค่อยว่ายน้ำ
💀 การลอยตัวผิดปกติ ไม่สามารถทรงตัวได้
💀 ลอยหงายท้อง ไม่สามารถจมตัวได้
💀 อ่อนแรง ไม่สามารถว่ายทวนแรงน้ำได้
💀 มีการตกเลือดที่ผิวหนังหรือครีบ
💀 ท้องบวม เกล็ดพอง ตาโปน (Dropsy)
หากเจ้าของสังเกตพบอาการดังกล่าวนี้ ถือเป็นอาการป่วยที่ค่อนข้างรุนแรงในปลา ควรรีบพามาพบสัตวแพทย์ในทันที ไม่ควรที่จะรอดูอาการเป็นระยะเวลานาน และไม่ควรทดลองรักษาด้วยยาหรือสารเคมีเองก่อน เนื่องจากเสี่ยงต่อการดื้อยา และอาจทำให้การวินิจฉัยคลาดเคลื่อนได้ ปลาป่วยควรได้รับการรักษาที่ถูกต้องอย่างเร็วที่สุด จึงจะประสบความสำเร็จในการรักษานะคะ :)

ในส่วนของคลินิกสัตว์น้ำ เราเปิดให้บริการวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 8.30 - 16.30 น. (ปิดรับบัตร เวลา 15.00 น.) สอบถามเพิ่ม...
29/05/2020

ในส่วนของคลินิกสัตว์น้ำ เราเปิดให้บริการวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 8.30 - 16.30 น. (ปิดรับบัตร เวลา 15.00 น.)

สอบถามเพิ่มเติม โทร 02-441-5245-6 หรือ 092-315-3445 🙂

โรงพยาบาลสัตว์ประศุอาทรและคลินิก ม.มหิดลคนรักสัตว์ มหาวิทยาลัยมหิดล
แจ้งปรับเปลี่ยนเวลาทำการชั่วคราว ในเดือนมิถุนายน 2563 เนื่องจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ดังนี้
• โรงพยาบาลสัตว์ประศุอาทร
เปิดบริการทุกวัน เวลา 8.30 - 16.30 น. (ปิดรับบัตร เวลา 15.00 น.)
โทร. 02-441-5245-6
• คลินิก ม.มหิดลคนรักสัตว์
ปิดทำการตลอดเดือนมิถุนายน 2563
ทั้งนี้ผู้รับบริการยังสามารถรับบริการวัคซีนได้ที่
“โรงพยาบาลสัตว์ประศุอาทร”
โดยนำสมุดฉีดวัคซีนประจำตัวสัตว์ยื่นติดต่อเจ้าหน้าที่เวชระเบียน
โทร. 02-441-5245-6
หากมีการเปลี่ยนแปลง ทางโรงพยาบาลสัตว์ฯ จะทำการแจ้งให้ทราบล่วงหน้าอีกครั้ง
โรงพยาบาลสัตว์ประศุอาทร ต้องขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้

ในส่วนของคลินิกสัตว์น้ำ เรายังเปิดรับรักษาสัตว์น้ำตามปกตินะคะ :)โดยให้บริการวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 8.30 - 15.30 น.(ปิ...
19/04/2020

ในส่วนของคลินิกสัตว์น้ำ เรายังเปิดรับรักษาสัตว์น้ำตามปกตินะคะ :)
โดยให้บริการวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 8.30 - 15.30 น.
(ปิดรับบัตร เวลา 15.00 น.)

สอบถามเพิ่มเติม โทร 02-441-5245-6 หรือ 092-315-3445

โรงพยาบาลสัตว์ประศุอาทรและคลินิก ม.มหิดลคนรักสัตว์ มหาวิทยาลัยมหิดล
แจ้งปรับเปลี่ยนเวลาทำการชั่วคราว ในเดือนเมษายน 2563 เนื่องจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ดังนี้

• โรงพยาบาลสัตว์ประศุอาทร
เปิดบริการทุกวัน เวลา 8.30 - 15.30 น. (ปิดรับบัตร เวลา 15.00 น.)
* เปลี่ยนแปลงเวลาปิดรับบัตร ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน เป็นต้นไป *
โทร. 02-441-5245-6
วันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563
เปิดให้บริการเวลา 8.30 - 11.30 น.
(ปิดรับบัตร เวลา 11.30 น.)
• ปิดทำการในวันที่ 11 - 12 เมษายน 2563 •
• คลินิก ม.มหิดลคนรักสัตว์
ปิดทำการตลอดเดือนเมษายน 2563
ทั้งนี้ผู้รับบริการยังสามารถรับบริการวัคซีนได้ที่
“โรงพยาบาลสัตว์ประศุอาทร”
โดยนำสมุดฉีดวัคซีนประจำตัวสัตว์ยื่นติดต่อเจ้าหน้าที่เวชระเบียน
โทร. 02-441-5242 ต่อ 2105 หรือ 2999
หากมีการเปลี่ยนแปลง ทางโรงพยาบาลสัตว์ฯ จะทำการแจ้งให้ทราบล่วงหน้าอีกครั้ง
โรงพยาบาลสัตว์ประศุอาทร ต้องขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้
แก้ไข ณ​ วันที่ 5 เมษายน 2563

29/05/2019

จากก่อนหน้าที่เคยได้กล่าวถึงโรคจุดขาวในปลาน้ำจืด หรือ อิ๊ค ในตอนนี้จะขอกล่าวถึงโรคจุดขาวในปลาทะเลกันบ้างค่ะ 😀

🐠 โรคจุดขาวในปลาทะเลหรือโรคอิ๊คทะเลมักเกิดจากเชื้อโปรโตซัวที่มีชื่อว่า Cryptocaryon irritans จะพบการเกิดโรคในช่วงที่อุณหภูมิน้ำสูง 20-30 องศาเซลเซียส และโปรโตซัวสามารถเพิ่มจำนวนได้ที่อุณหภูมิ 15-30 องศาเซลเซียส เป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว รูปร่างกลม มีขนสั้นๆ (cilia) ขึ้นรอบตัวเพื่อช่วยในการเคลื่อนที่คล้ายกับโปรโตซัวที่ก่อให้เกิดโรคจุดขาวในปลาน้ำจืด คือ Ichthyophthirius multifiliis วงจรชีวิตและการก่อโรคของอิ๊คน้ำเค็มนั้นก็คล้ายกับอิ๊คน้ำจืด คือปรสิตมาเกาะที่ผิวปลาหรือที่เหงือกเรียกว่าระยะปรสิต (Trophont) ทำให้เกิดรอยโรคเป็นจุดสีขาวเล็กๆ กระจายที่ผิวของปลาหรือถ้ามีการติดเชื้อในปริมาณมากอาจจะเป็นรอยโรคเป็นปื้นสีขาวที่ผิวปลาได้ หลังจากโปรโตซัวมาเกาะที่ตัวปลาและหากินจนถึงระยะตัวเต็มวัย ปรสิตจะว่ายออกมาอยู่ในน้ำเข้าสู่ระยะซิสต์ (Tomont) ที่ระยะนี้ภายในซิสต์จะเกิดการแบ่งตัวเพื่อเพิ่มจำนวนได้เป็นเซลล์ลูก (Tomite) ข้างใน พอแคปซูลของซิสต์แตกออกมาเป็นเซลล์ลูกที่สามารถเคลื่อนที่ได้จะถูกเรียกว่าตัวอ่อนระยะติดต่อ (Theront) ซึ่งเป็นระยะที่ว่ายน้ำกลับไปติดปลาอีกครั้ง วงจรชีวิตที่เกิดขึ้นใช้เวลาประมาณ 6 วัน ที่อุณหภูมิ 21-24 องศาเซลเซียส

🐠 การก่อโรคโปรโตซัวจะไปทำให้ผิวหนังและเหงือกของปลาถูกทำลายทำให้ง่ายต่อการติดเชื้อแทรกซ้อน และจากการที่ผิวของปลาถูกทำลายจะส่งผลให้ปลาไม่สามารถควบคุมสมดุลของน้ำและเข้มข้นอิเลคโตรไลต์ในเลือดได้ ตัวอ่อนระยะติดต่อหากไม่สามารถขึ้นเกาะตัวปลาได้จะมีชีวิตได้ประมาณ 24 ชั่วโมงหลังออกมาจากซิสต์ และระยะซิสต์หลังจากหลุดจากตัวปลาแล้วสามารถมีชีวิตอยู่และปล่อยตัวอ่อนระยะติดต่อได้ยาวนานถึง 72 วัน ทั้งนี้โปรโตซัวทุกระยะสามารถถูกกำจัดได้โดยการตากบ่อให้แห้งสนิท

🐠 การวินิจฉัยสามารถทำได้โดยการขูดตรวจ นำเมือกที่ตัวปลาบริเวณที่มีรอยโรคมาส่องดูใต้กล้องจุลทรรศน์ จะเห็นเป็นลักษณะสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวทรงกลมรีมีนิวเคลียส 4 พู มีขนล้อมรอบ ขนาดประมาณ 48-350 ไมครอน ซึ่งจะต่างกับอิ๊คน้ำจืดที่จะมีนิวเคลียสเป็นรูปเกือกม้า

🐠 การรักษาทำได้โดยการให้ฟอร์มาลินหรือจุนสี โดยหากพบว่าปลามีอาการป่วยและได้รับการวินิจฉัยแล้วว่าเป็นโรคจุดขาวควรทำการรักษาทันทีเนื่องจากโปรโตซัวสามารถเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็วและสามารถก่อโรคได้อย่างรุนแรง การรักษาเบื้องต้นที่เจ้าของสามารถทำได้ คือการลดความเค็มของน้ำลงให้เค็มน้อยกว่าปกติ (Hyposalinity หรือ Osmotic Shock Therapy) ซึ่งในการเลี้ยงปลาทะเลปกติแล้วความเค็มที่ใช้ในการเลี้ยงปลาจะอยู่ที่ 30-35 ppt (30-35 g/L) วิธีการรักษาทำได้ดังนี้
1. หากเป็นปลาทะเลกลุ่มที่สามารถปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงความเค็มได้ดี เช่น ปลาน้ำกร่อย การรักษาสามารถทำโดยการลดระดับความเค็มลงไปให้เหลือ 1/4 จากระดับความเค็มปกติที่ใช้เลี้ยงปลา แช่ปลาไว้นานอย่างน้อย 3 ชั่วโมง ขึ้นกับสภาพของปลา
2. ปลาทะเลกลุ่มที่ทนการเปลี่ยนแปลงความเค็มได้ช่วงแคบ การรักษาทำโดยการนำปลาไปจุ่มในน้ำที่ลดระดับความเค็มลงไปให้เหลือ 1/2 จากระดับความเค็มปกติที่ใช้เลี้ยงปลาโดยจุ่มขึ้นลงหลายๆครั้ง หรือแช่ปลาไว้เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ทั้งนี้ต้องสังเกตพฤติกรรม และอาการของปลาอย่างใกล้ชิด
🐠 การรักษาจะต้องทำต่อเนื่องกันอย่างน้อย 21-30 วัน และมีข้อควรระวังคือ ปลาอาจเกิดอาการช็อคจากการขาดสมดุลน้ำในร่างกาย (osmotic shock) เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงความเค็ม

🐠 ในปัจจุบันได้มีการคิดค้นวัคซีนสำหรับโรคอิ๊คทะเลเช่นกัน แต่ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาและยังไม่มีวางขาย ดังนั้นการป้องกันเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากมีการนำปลาใหม่เข้ามาเลี้ยงควรมีการกักแยกโรคทุกครั้ง อย่างน้อย 14-21 วัน เพื่อเป็นการป้องกันการติดโรค

02/05/2019

โรคตัวเปื่อย
เป็นโรคที่พบได้บ่อยในตระกูลปลาหางนกยูงและปลาสอด ซึ่งโรคนี้มีสาเหตุมาจากปรสิตชนิดที่เรียกว่าโปรโตซัว ที่มีชื่อว่า เตตราไฮมีนา (Tetrahymena spp.) หรือบางท่านอาจคุ้นชื่อว่าเป็นโรคตัวเปื่อยปลาหางนกยูง (Guppy disease) ที่ทำให้เกิดการตายอย่างมากในปลาหางนกยูง แต่ก็โรคนี้ก็ทำให้เกิดความเสียหายในปลาชนิดอื่นๆได้เช่นกัน พบว่าลักษณะของโปรโตซัวชนิดนี้จะสามารถอาศัยอยู่อย่างอิสระในแหล่งน้ำ โดยการเก็บกินสิ่งสกปรกในแหล่งน้ำรวมไปถึงเนื้อเยื่อของปลา โปรโตซัวชนิดนี้มีรูปร่างทรงรี มีขนซีเลียรอบตัว ขนาดลำตัวประมาณยาว 30-70 ไมโครเมตร กว้าง 20-45 ไมโครเมตร สามารถมองเห็นได้ภายใต้กล้องจุลทรรศน์
พบว่าโปรโตซัวชนิดนี้มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด ในที่นี้ขอยกตัวอย่างวงชีวิตของโปรโตซัวเตตราไฮมีนาชนิด Tetrahymena corlissi มี 3 รูปแบบคือ
1) รูปแบบที่มีอาหารสมบูรณ์ ซึ่งในขณะที่มีอาหารสมบูรณ์ โปรโตซัวจะอาศัยการแบ่งตัวเพิ่มจำนวน ได้ 2-4 ตัวเรียกว่าระยะติดโรค (active theronts) และเปลี่ยนแปลงไปจนถึงระยะตัวเต็มวัย ระยะตัวเบียน (trophont)
2) รูปแบบที่มีอาหารไม่สมบูรณ์ จะพบการแบ่งตัวของเซลล์ลูก (tomite) ภายในเกราะหุ้ม (cyst) และเมื่อได้รับอาหารสมบูรณ์จะเปลี่ยนแปลงไปจนถึงระยะตัวเบียน (trophont)
3) รูปแบบที่ขาดอาหาร โปรโตซัวจะเข้าสู่ระยะพักและสร้างเกราะหุ้ม (cyst) และเมื่อได้รับอาหารสมบูรณ์จะเปลี่ยนแปลงไปจนถึงระยะตัวเบียน (trophont)
อาการของปลาที่ติดเชื้อ มักพบอาการคัน ว่ายน้ำแฉลบ หรือบางครั้งอาจพบอาการซึม มีจุดเลือดออกตามตัว เกล็ดหลุด และเนื้อตายที่บริเวณผิวหนัง โดยลักษณะการก่อโรคของเชื้อโปรโตซัวนอกจากจะพบอาการที่ผิวหนังแล้ว เชื้อยังสามารถไชเข้าไปก่อให้เกิดความเสียหายกับอวัยวะภายในรวมถึงระบบประสาทของปลาด้วย นอกจากการก่อโรคจากโปรโตซัวแล้วปลาอาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนจากการติดชื้อโปรโตซัวได้
การวินิจฉัย สามารถทำได้โดยการขูดตรวจเมือกบริเวณผิวหนังของปลาที่สงสัย
การรักษา มีสารเคมีหลายชนิดที่สามารถใช้ในการกำจัดปรสิตชนิดนี้ได้ เช่น ฟอร์มาลิน ด่างทับทิม คอปเปอร์ซัลเฟต เป็นต้น โดยใช้การแช่เพื่อทำการรักษา ร่วมกับการกระตุ้นภูมิคุ้มกันและปรับปรุงสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม

18/03/2019

โรคจุดขาวหรือที่เรียกง่ายๆ ว่าโรคอิ๊ค(Ich) นั้นเป็นสิ่งที่นักเลี้ยงปลาสวยงามทั้งมือเก่าและมือใหม่ต่างต้องเคยประสบพบเจอกันมาก่อน โรคจุดขาวสามารถพบได้ทั้งปลาสวยงามน้ำจืดและน้ำเค็ม โดยโรคจุดขาวในปลาน้ำจืดเกิดมาจากการติดเชื้อโปรโตซัวที่เรียกว่า Ichthyophthirius multifiliis พบการเกิดโรคได้มากในช่วงที่อุณหภูมิต่ำ และช่วงปลายฝนต้นหนาว ส่วนในปลาน้ำเค็มจะเกิดจากการติดเชื้อโปรโตซัวที่เรียกว่า Cryptocaryon irritans ซึ่งเป็นโปรโตซัวอีกชนิดหนึ่ง ในครั้งนี้จะขอพูดเรื่องจุดขาวที่ในปลาน้ำจืดก่อนนะคะ :)
🐟 Ichthyophthirius multifiliis เป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว รูปร่างกลมหรือรีเล็กน้อย มีขนสั้นๆ (cilia) ขึ้นรอบตัวเพื่อช่วยในการเคลื่อนที่ วงจรชีวิตของอิ๊กเริ่มจากปรสิตว่ายมาเกาะที่ผิวปลาหรือที่เหงือกเรียกว่าระยะปรสิต (Trophont) เราจะเห็นเป็นก้อนสีขาวเล็กๆ เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.1-1 มิลลิเมตร เกาะกระจายทั่วตัวปลา หลังจากมาเกาะที่ตัวปลาและหากินจนถึงระยะตัวเต็มวัยแล้ว ปรสิตจะว่ายออกมาอยู่ในน้ำเข้าสู่ระยะซิสต์ (Tomont) ซึ่งเป็นระยะที่จะมีการสร้างแคปซูลมาหุ้มตัวไว้เพื่อยึดเกาะกับวัสดุที่อยู่ในตู้ เช่น วัสดุกรอง ไม้น้ำ หรือของประดับตู้ปลาอื่นๆ และสามารถกลับมาเกาะเป็นซิสต์ที่ตัวปลาได้เช่นกัน ในระยะนี้ภายใต้แคปซูลที่อิ๊กสร้างขึ้นมาหุ้มตัวเอง จะเกิดการแบ่งตัวเพื่อเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว 10-11 เท่า ได้เป็นเซลล์เล็กๆ ข้างในแคปซูลเรียกว่าเซลล์ลูก (Tomite) พอแคปซูลแตกออกมาเป็นลูกอิ๊กตัวน้อยๆ ที่สามารถเคลื่อนที่ได้จะถูกเรียกว่าตัวอ่อนระยะติดต่อ (Theront) ซึ่งระยะนี่จะเป็นระยะที่ว่ายน้ำกลับไปติดปลาอีกครั้ง ซึ่งวงจรชีวิตที่เกิดขึ้นทั้งกระบวนการนี้ใช้เวลาเพียง 3-6 วันเท่านั้นที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ที่น่าตกใจกว่าคือ 1 Trophont ที่แตกตัวออกไปสามารถจะเกิดเป็นตัวลูก Tomite ได้มากกว่า 1000 ตัว !!
🐟การก่อโรคของอิ๊คเกิดจากการที่ปรสิตเข้าไปเกาะและฝังตัวที่ผิวหนังและเหงือกของปลาเพื่อกินอาหารจากเซลล์ของปลาจนพัฒนาเป็นตัวเต็มวัยจะมีการแตกตัวออกมาจากตำแหน่งที่เกาะ ทำให้ผิวหนังและเหงือกของปลาถูกทำลายซึ่งส่งผลให้ปลาไม่สามารถควบคุมสมดุลของน้ำและเข้มข้นอิเลคโตรไลต์ในเลือดได้ นอกจากนั้นชั้นผิวหนังถูกทำลายลงจะทำให้ปลาขาดเกราะป้องกันชั้นแรกที่คอยป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้ง่ายต่อการติดเชื้อแทรกซ้อนมากขึ้น อาการที่พบเห็นได้โดยส่วนมากจะเห็นเป็นจุดสีขาวขนาดเล็ก ขนาดประมาณ 0.1-1 มิลลิเมตร อยู่บนผิวหนังของปลา หรือพบอาการปลาหอบ หายใจถี่ ปลามักจะตายอย่างรวดเร็วและตายเป็นจำนวนมาก อาการอื่นๆ ที่สามารถพบได้เช่น ว่ายแฉลบ ว่ายวน กินอาหารลดลง ซึม มีเมือกมาก เป็นต้น
🐟การวินิจฉัยสามารถทำได้โดยการขูดตรวจ นำเมือกที่ตัวปลาบริเวณที่มีรอยโรคมาส่องดูใต้กล้องจุลทรรศน์ จะเห็นเป็นลักษณะสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวทรงกลม มีขนล้อมรอบ ถ้าปรสิตเป็นตัวเต็มวัยแล้วจะเห็นเซลล์ที่มีนิวเคลียสเป็นรูปเกือกม้า
🐟การรักษาทำได้โดยการให้ฟอร์มาลิน จุนสี หรือเกลือ โดยระยะเวลาของการรักษาจะขึ้นกับอุณหภูมิของน้ำด้วยและสารเคมีที่ใช้จะสามารถจำจัดได้เพียงระยะว่ายน้ำของตัวปรสิตเท่านั้น (ระยะ Theront) ฉะนั้น สิ่งที่ง่ายกว่าการนำปลามารักษาเมื่อเกิดโรค คือการป้องกันและควบคุมก่อนเกิดการระบาดของโรค สามารถทำได้โดย กักโรคปลาและตรวจโรคก่อนนำปลาใหม่เข้ารวมฝูง โดยระยะเวลาการกักโรคอย่างน้อยสุดคือ 7 วัน ให้ดีที่สุดควรมากกว่า 14 วัน หากตรวจโรคและพบปรสิตระยะที่ยังไม่ติดต่อให้รีบแยกปลาตัวนั้นๆ ออกจากฝูงก่อน เมื่อรักษาจนหายดีแล้วจึงค่อยนำปลาปล่อยรวมตู้ได้

สวัสดีครับบบบ   วันนี้จะมาเล่าเรื่องอุบัติเหตุของปลาหมอสีกันหลายท่านคงเคยรู้จักหรือกำลังเลี้ยงปลาหมอสีคลอสบรีดไว้เป็นเพื...
20/02/2019

สวัสดีครับบบบ วันนี้จะมาเล่าเรื่องอุบัติเหตุของปลาหมอสีกัน
หลายท่านคงเคยรู้จักหรือกำลังเลี้ยงปลาหมอสีคลอสบรีดไว้เป็นเพื่อนเล่นคลายเหงา หรือเพื่อการประกวดแข่งขัน ซึ่งปลาหมอสีคลอสบรีดก็มีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไป เช่น ฟลาวเวอร์ฮอน กัมฟา เท็กซัสแดง เป็นต้น โดยปลาหมอสีเหล่านี้มักจะมีนิสัยว่ายน้ำตามผู้เลี้ยงหรือว่ายน้ำไล่ปลาอื่นในตู้เลี้ยง ที่เป็นเช่นนี้ส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมหวงถิ่นของปลาหมอสีนั่นเอง ซึ่งในบางตัวอาจว่ายน้ำพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วมาก จนเบรคไม่ทันทำให้เกิดอุบัติเหตุปลาชนตู้ขึ้นได้>>>จากการว่ายพุ่งชนที่รุนแรงนั้น นอกจากความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากการว่ายชนตู้แล้ว อาจจะเกิดความผิดปกติขึ้นที่ตัวกระดูกสันหลังได้ด้วยจากแรงกระแทก
“หมอแล้วเราจะรู้ได้อย่างไร”.....หลังจากปลาชนตู้อาจพบอาการปลาว่ายจมอยู่มุมตู้ หรืออาจจะว่ายขึ้นมาเฉพาะตอนให้อาหาร บางตัวอาจว่ายน้ำหัวทิ่ม หรือบางตัวอาจมีการว่ายตะแคง ไม่สามารถทรงตัวได้ เป็นต้น
“แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าปลาชนตู้จนเกิดความผิดปกติที่กระดูกสันหลัง”...วิธีการวินิจฉัยคือต้องทำการถ่ายภาพทางรังสีหรือ x-ray เพื่อดูความผิดปกติของกระดูกสันหลัง(มีภาพตัวอย่างให้ดูด้านล่าง) ภาพทางรังสีวิทยากระดูกสันหลังของปลาโดยปกติจะเห็นเป็นลักษณะคล้ายเครื่องหมายกากบาทเรียงกันเป็นเส้นเดียว หากมีความผิดปกติ เช่น การกดเบียดกัน หรือการเคลื่อนของกระดูกสันหลังที่เคลื่อนออกจากระนาบ โดยต้องดูถึงตำแหน่งที่มีความผิดปกติของกระดูกสันหลังด้วย ในส่วนของการรักษานั้นจะขึ้นกับความรุนแรงของความผิดปกติที่พบและการตอบสนองของปลาแต่ละตัวซึ่งจะพิจารณาเป็นรายตัวไป การมาพบสัตวแพทย์ที่รวดเร็วตั้งแต่พบแสดงอาการจะมีส่วนช่วยให้การรักษาให้ประสบความสำเร็จได้มากขึ้น หากทิ้งไว้นาน ๆ เปอร์เซ็นต์การรักษาให้หายก็จะลดลงตามระยะเวลาที่เกิดอาการ การป้องกันจะดีกว่าการรักษา คือลดปัจจัยที่ทำให้เกิดการกระแทกหรือกระทบกระเทือนที่รุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นกับกระดูกสันหลังได้

สวัสดีครับ มาต่อกันที่ปัจจัยทางเคมี (Chemical parameter)ปัจจัยทางเคมีเป็นปัจจัยที่มีความเกี่ยวเนื่องกับการเปลี่ยนแปลงของ...
16/11/2018

สวัสดีครับ มาต่อกันที่ปัจจัยทางเคมี (Chemical parameter)
ปัจจัยทางเคมีเป็นปัจจัยที่มีความเกี่ยวเนื่องกับการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยด้านอื่นๆ และส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องดังนี้
1. ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH)
ค่า pH ของน้ำโดยปกติควรอยู่ที่ 6.5-8.5 ในกรณีที่น้ำอยู่ในสภาวะเป็นกรดจะทำให้เกิดการระคายเคืองและทำลายเยื่อเมือกของปลา โดยเฉพาะที่เหงือกจะทำให้การแลกเปลี่ยนก๊าซลดลง นอกจากนี้เมือกยังเป็นภูมิคุ้มกันภายนอกที่สำคัญ ดังนั้นหากปลาอยู่ในสภาวะที่เป็นกรดจะทำให้ติดโรคได้ง่ายขึ้น ส่วนสภาวะเป็นเบสจะทำส่งผลให้แอมโมเนียที่อยู่ในน้ำเป็นพิษต่อสัตว์น้ำมากขึ้น ในการตรวจวัดค่า pH ของน้ำ เรานิยมใช้เครื่องมือที่เรียกว่า pH test kits

2. ปริมาณออกซิเจนละลายน้ำ (Dissolve oxygen)
ปริมาณออกซิเจนเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการดำรงชีวิตสัตว์น้ำ เป็นส่วนสำคัญในการหายใจและเมทาบอลิซึมของร่างกาย โดยค่าที่ได้ควรไม่น้อยกว่า 3 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งจะทำให้สัตว์น้ำสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ โดยเครื่องมือที่ใช้เรียกว่า DO meter

3. ความเป็นด่าง (Alkalinity)
หมายถึงความเข้มข้นของ คาร์บอเนต ไบคาร์บอเนตและไฮดรอกไซด์ ความเป็นด่างจะเป็นตัวควบคุมไม่ให้ pH ของน้ำในรอบวันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ค่าความเป็นด่างจะแหล่งให้คาร์บอนไดออกไซด์และแร่ธาตุอื่นๆ แก่พืชน้ำเพื่อใช้สังเคราะห์แสง ค่าความด่างจะกำหนดในรูปแคลเซียมคาร์บอเนตเป็นมิลลิกรัมต่อลิตร ค่าความเป็นด่างที่เหมาะสมในการเลี้ยงสัตว์ควรอยู่ที่ 80-120 มิลลิกรัมต่อลิตร ค่าความเป็นด่างในแหล่งน้ำธรรมชาติอยู่ระหว่าง 25-400 มิลลิกรัมต่อลิตรขึ้นอยู่กับประเภทของแหล่งน้ำ

4. ความกระด้างน้ำ (Hardness)
คือปริมาณไอออนของโลหะที่เป็นสองบวก โดยเฉพาะเกลือแคลเชียมและแมกนีเซียมที่ละลายอยู่ในน้ำ ซึ่งปกติจะมีความสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกันกับค่าความเป็นด่าง (Alkalinity) จึงมีผลต่อการควบคุม pH ของน้ำและแร่ธาตุในน้ำ

5. สารประกอบไนโตรเจนละลายน้ำ (Nitrogenous compound)
สารประกอบไนโตรเจนมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของปลา ซึ่งมีสารประกอบได้แก่ แอมโมเนีย (NH3) ไนไตรท์(NO2-) และ ไนเตรท(NO3-) เป็นต้น ซึ่งสารประกอบไนโตรเจนจะเปลี่ยนรูปแบบไปมาได้จากการะบวนการต่างๆในวงจรไนโตรเจน(nitrogen cycle) โดยปกติแล้วแอมโมเนีย 80-90% จะถูกขับออกทางเหงือกส่วนไนไตรท์และไนเตรทนั้นเกิดจากขบวนการย่อยสลายแอมโมเนียของแบคทีเรีย สภาวะปกติจะทำให้เกิดกระบวนการเปลี่ยนแปลงจนได้ไนตรัสออกไซด์หรือไนโตรเจน แต่หากในน้ำมีปริมาณของเสียจากสารประกอบไนโตรเจนสูงจะทำให้สัตว์น้ำอ่อนแอ ติดโรคได้ง่าย และตายในเวลาต่อมา

โปรดติดตามตอนต่อไปคราวหน้านะครับ

ที่อยู่

Bangkok
73170

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Veterinary Aquatic Animal Research & Health Care Unitผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Veterinary Aquatic Animal Research & Health Care Unit:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram