Health Tech Startup Thailand

Health Tech Startup Thailand สมาคมการค้าเฮลท์เทคไทย

📣 สภาดิจิทัลฯ (DCT) ร่วมกับพันธมิตรชั้นนำ ขอเชิญร่วมงานที่รวมนวัตกรรม MedTech  เพื่อเปลี่ยนนวัตกรรมจากห้องแล็บสู่มูลค่าเ...
13/02/2026

📣 สภาดิจิทัลฯ (DCT) ร่วมกับพันธมิตรชั้นนำ ขอเชิญร่วมงานที่รวมนวัตกรรม MedTech เพื่อเปลี่ยนนวัตกรรมจากห้องแล็บสู่มูลค่าเชิงพาณิชย์ที่จับต้องได้ 🔬💼
พบกับ Highlights สำคัญภายในงาน
1️⃣ ฟังความต้องการจริงจากภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างนวัตกรรมให้ตรงจุด
2️⃣ Success Case: ถอดบทเรียนความสำเร็จ เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนานวัตกรรม
3️⃣ Pitching & Networking: การนำเสนอโครงการที่น่าสนใจ พร้อมโอกาสจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching)
พร้อมทั้ง
✅ กลไกการสนับสนุนทุนจาก NIA
✅ ให้คำปรึกษาเรื่องการจับคู่กับมหาวิทยาลัยและทรัพย์สินทางปัญญา
📅 วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 🕣 08.30 – 12.30 น. 📍 Grand Hall 1-3, True Digital Park (West)
✨ เข้าร่วมฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย ลงทะเบียนด่วน
👉 สแกน QR Code ในภาพ หรือคลิก https://forms.gle/m6tTqowCtshCzK3Y7

🩺✨ 14 นวัตกรรมการแพทย์และสุขภาพไทย บุกตลาดโลกในงาน WHX Dubai 2026สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA และภาค...
12/02/2026

🩺✨ 14 นวัตกรรมการแพทย์และสุขภาพไทย บุกตลาดโลกในงาน WHX Dubai 2026
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA และภาคีเครือข่ายร่วมผลักดัน 14 ผู้ประกอบการนวัตกรรมไทยด้านการแพทย์และสุขภาพ ผ่านการเข้าร่วมจัดแสดงผลงานในงาน WHX Dubai 2026 ณ นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ระหว่างวันที่ 9 – 12 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจและเชื่อมต่อเครือข่ายระดับนานาชาติในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ (MENA)
ทั้ง 14 ผลิตภัณฑ์ ครอบคลุมเทคโนโลยีสำคัญในอุตสาหกรรมการแพทย์ ได้แก่ Medical Devices, Digital Health, AI in Healthcare, Biotechnology, Telemedicine และโซลูชันด้านการดูแลสุขภาพครบวงจร โดยมุ่งตอบโจทย์ความท้าทายของระบบสาธารณสุขยุคใหม่ ทั้งด้านความแม่นยำในการวินิจฉัย การเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา การดูแลผู้ป่วยทางไกล การลดต้นทุน และการเข้าถึงบริการทางการแพทย์อย่างเท่าเทียม ประกอบด้วย
1. บริษัท บางกอก โบทานิกา จำกัด
ผู้นำด้านโซลูชันการดูแลบาดแผลขั้นสูง พัฒนานวัตกรรมที่ช่วยเร่งการสมานแผลตามธรรมชาติ ลดความเจ็บปวด และลดความเสี่ยงการติดเชื้อ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ไม่ยึดติดแผล ใช้งานสะดวก และคำนึงถึงความสบายของผู้ป่วยเป็นสำคัญ
2. บริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด
ผู้ให้บริการผลิตโปรตีนรีคอมบิแนนท์จากพืชแบบครบวงจร (End-to-End CDMO) ผ่านแพลตฟอร์ม Baiyapharming™ รองรับการพัฒนาและผลิตชีวเภสัชภัณฑ์ตั้งแต่ระดับยีนจนถึงการทำให้บริสุทธิ์ เพื่อการวิจัยและการแพทย์ขั้นสูง
3. บริษัท เค.ไบโอ ไซเอ็นซ์ จำกัด
ผู้ผลิตชุดตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ในประเทศไทย พร้อมหน่วยวิจัยและพัฒนาและสายการผลิตที่ได้มาตรฐาน ISO 13485 รองรับการขยายกำลังการผลิตและการส่งออกในระดับสากล
4. บริษัท นำวิวัฒน์ เมดิคอล คอร์ปอเรชั่น จำกัด
ผู้พัฒนา AirSON TOP นวัตกรรมระบบกำจัดการปนเปื้อนด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์แบบละอองแห้ง สำหรับโรงพยาบาลและหน่วยงานจ่ายกลาง ให้ประสิทธิภาพสูง ปลอดภัยต่ออุปกรณ์ และไม่ทิ้งสารตกค้าง
5. บริษัท โนวาเมดิค จำกัด
ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลแผลและไหมเย็บแผลมาตรฐานสากล อาทิ Circumfix®, Blu® และ Connek® ครอบคลุมการรักษาแผลเฉพาะทาง แผลเรื้อรัง และอุปกรณ์ผ่าตัดที่ใช้งานในโรงพยาบาลกว่า 600 แห่ง
6. บริษัท โปโปโล่ จำกัด
ผู้พัฒนาอุปกรณ์รัดหลอดเลือดขอดในหลอดอาหารด้วยวิธีส่องกล้องแบบ 6 แบนด์ พร้อมเทคโนโลยีจดสิทธิบัตร ได้รับการขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทยและรางวัลคุณภาพจาก อย.
7. บริษัท เพอเซ็ปทรา จำกัด
ผู้พัฒนา Inspectra AI Suite แพลตฟอร์ม AI ด้านเวชศาสตร์ภาพ วิเคราะห์ภาพทางการแพทย์มากกว่า 3 ล้านภาพ รองรับการตรวจคัดกรองโรคสำคัญ และเชื่อมต่อระบบโรงพยาบาลได้อย่างไร้รอยต่อ
8. บริษัท โพสเฮลท์แคร์ จำกัด
ผู้ผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์ POSE Lubricating Gel เจลทางการแพทย์ครบวงจร ครอบคลุมการหล่อลื่น อัลตราซาวด์ ต้านจุลชีพ และต้านไวรัส ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและการควบคุมการติดเชื้อในหัตถการ
9. บริษัท เฟมเม เวิร์ค จำกัด
ผู้พัฒนา NPI แผ่นรองที่นอนอัจฉริยะขับเคลื่อนด้วย AI ป้องกันแผลกดทับแบบเรียลไทม์ ลดภาระบุคลากรทางการแพทย์กว่า 50% พร้อมมาตรฐานรับรองระดับสากล
10. บริษัท เมดิทอป จำกัด
ผู้พัฒนาโซลูชันด้านการควบคุมการติดเชื้อ ระบบดิจิทัลโรงพยาบาล และระบบผลิตน้ำบริสุทธิ์ RO-DI ครอบคลุมทั้งน้ำยาฆ่าเชื้อ ระบบ OPD อัจฉริยะ และระบบน้ำสำหรับห้องปฏิบัติการและสถานพยาบาล
11. บริษัท อควาเทรค โซลูชั่น จำกัด
ผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ไฮโดรเธอราพี พัฒนาระบบลู่วิ่งใต้น้ำอัตโนมัติสำหรับการฟื้นฟูและเวชศาสตร์การกีฬา เพิ่มความปลอดภัย ลดแรงกระแทก และยกระดับศักยภาพศูนย์สุขภาพ
12. บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เฮลธ์แคร์ โปรดักส์ จำกัด
ผู้นำเสนอ ONCE™ กระบอกและเข็มฉีดยาคุณภาพระดับสากล พร้อมเทคโนโลยี Smart Spur LDS ลดของเสียชีวภาพ และเข็มนิรภัยเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากเข็มตำ
13. บริษัท เอ็มที อินโนเทร็กซ์ จำกัด
ผู้พัฒนาชุดตรวจ LEP-M Plus สำหรับวินิจฉัยโรคเลปโตสไปโรซิสแบบรวดเร็ว และ MT PRO CHECK ชุดทดสอบตรวจการปนเปื้อนบนอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อเสริมความปลอดภัยด้านการควบคุมคุณภาพ
14. บริษัท ออโธพีเซีย จำกัด
ผู้พัฒนาระบบยึดตรึงกระดูกสันหลัง Orthopeasia Spinal Fixation Systems ครอบคลุมหัตถการหลากหลาย พร้อมอุปกรณ์ฝังในและเครื่องมือผ่าตัดมาตรฐานสากล เน้นความแม่นยำและความเชื่อถือได้ทางคลินิก
ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดได้รับการพัฒนาโดยผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพ พร้อมต่อยอดสู่ความร่วมมือเชิงพาณิชย์ การลงทุน การทดสอบทางคลินิก และการขยายตลาดในระดับสากล หลายผลิตภัณฑ์มีมาตรฐานรับรองในระดับสากล และมีประสบการณ์ใช้งานจริงในสถานพยาบาลทั้งในและต่างประเทศ
การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของนวัตกรรมไทยในการแสดงศักยภาพสู่เวทีโลก สร้างโอกาสเชื่อมต่อกับโรงพยาบาล นักลงทุน ผู้จัดจำหน่าย และพันธมิตรด้านเทคโนโลยีสุขภาพจากทั่วโลก พร้อมเปิดประตูสู่ตลาด MENA ซึ่งเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีการเติบโตของเทคโนโลยีการแพทย์สูงที่สุดในปัจจุบัน
📘 ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดทั้ง 14 บริษัท และข้อมูลผลิตภัณฑ์ฉบับเต็มได้ที่: https://online.anyflip.com/rtkdw/pxdr/mobile/index.html
🇹🇭Thailand Innovation พร้อม Scale Up สู่ Global Market และสร้างความเชื่อมั่นให้นวัตกรรมไทยในอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพระดับนานาชาติ

อัปสกิลดิจิทัลฟรี! กับโครงการ AIS Academy X BOI STEM++โอกาสยกระดับ “ทักษะแห่งอนาคต” เพื่อก้าวสู่สายงานดิจิทัล และพัฒนาเป...
12/02/2026

อัปสกิลดิจิทัลฟรี! กับโครงการ AIS Academy X BOI STEM++
โอกาสยกระดับ “ทักษะแห่งอนาคต” เพื่อก้าวสู่สายงานดิจิทัล และพัฒนาเป็น High Skill Workforce ที่ตลาดแรงงานต้องการ วันนี้เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว!
AIS Academy ผนึกกำลังกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เดินหน้าโครงการ AIS Academy X BOI STEM++ มอบโอกาสให้คนไทยเรียนรู้ทักษะดิจิทัลผ่านรูปแบบออนไลน์ (E‑Learning) ที่เรียนได้ทุกที่ทั่วประเทศ สะดวก ยืดหยุ่น และรองรับทุกไลฟ์สไตล์การพัฒนาอาชีพ
✨ ทุกหลักสูตรได้รับการรับรองโดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
📘 เรียนฟรี 9 หลักสูตรทักษะดิจิทัลมาแรง ครอบคลุม 3 สายหลัก
AI & Automation | Cloud | Cybersecurity
ตัวอย่างหลักสูตรยอดนิยม ได้แก่
• Cloud Business Professional
• Cybersecurity for General Professional by Huawei & AIS Academy
• Build Intelligent Workflow with Power Automate & AI Builder
• Prompt Engineering & Agentic AI by AIS Academy
🎓 สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับ
✔️ จบแล้วรับทันที Digital Badge เพื่อยืนยันทักษะอย่างเป็นทางการ
เงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการ
✔️ บุคคลทั่วไป / พนักงานองค์กร
✔️ มีวุฒิการศึกษา ปวส. ขึ้นไป
✨ มาร่วมยกระดับ Skill แห่งอนาคตไปด้วยกัน เรียนฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดโครงการ เปิดรับลงทะเบียนตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2569
👉 ลงทะเบียนเลย: https://m.ais.co.th/9WHxxWqcG
สำหรับ "ลูกค้าองค์กร" ที่สนใจเข้าร่วมทั้งองค์กรสามารถแสดงความสนใจได้ที่ได้ที่ https://forms.office.com/pages/responsepage.aspx?id=ZPY9g8hh8Eq8zrnu1fEOWtI86hZ5OoJBtaqzRHAQWSJUMEdMWDlRT0oxMjE4VVk2SkpXMzJFSkZRVy4u&route=shorturl
หรือติดต่อเราทางอีเมล aisacademy@ais.co.th
#ภารกิจคิดเผื่อเพื่อคนไทย อัปสกิลดิจิทัลฟรี! กับโครงการ AIS Academy X BOI STEM++
โอกาสยกระดับ “ทักษะแห่งอนาคต” เพื่อก้าวสู่สายงานดิจิทัล และพัฒนาเป็น High Skill Workforce ที่ตลาดแรงงานต้องการ วันนี้เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว!
AIS Academy ผนึกกำลังกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เดินหน้าโครงการ AIS Academy X BOI STEM++ มอบโอกาสให้คนไทยเรียนรู้ทักษะดิจิทัลผ่านรูปแบบออนไลน์ (E‑Learning) ที่เรียนได้ทุกที่ทั่วประเทศ สะดวก ยืดหยุ่น และรองรับทุกไลฟ์สไตล์การพัฒนาอาชีพ
✨ ทุกหลักสูตรได้รับการรับรองโดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
📘 เรียนฟรี 9 หลักสูตรทักษะดิจิทัลมาแรง ครอบคลุม 3 สายหลัก
AI & Automation | Cloud | Cybersecurity
ตัวอย่างหลักสูตรยอดนิยม ได้แก่
• Cloud Business Professional
• Cybersecurity for General Professional by Huawei & AIS Academy
• Build Intelligent Workflow with Power Automate & AI Builder
• Prompt Engineering & Agentic AI by AIS Academy
🎓 สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับ
✔️ จบแล้วรับทันที Digital Badge เพื่อยืนยันทักษะอย่างเป็นทางการ
เงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการ
✔️ บุคคลทั่วไป / พนักงานองค์กร
✔️ มีวุฒิการศึกษา ปวส. ขึ้นไป
✨ มาร่วมยกระดับ Skill แห่งอนาคตไปด้วยกัน เรียนฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดโครงการ เปิดรับลงทะเบียนตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2569
👉 ลงทะเบียนเลย: https://m.ais.co.th/9WHxxWqcG
สำหรับ "ลูกค้าองค์กร" ที่สนใจเข้าร่วมทั้งองค์กรสามารถแสดงความสนใจได้ที่ได้ที่ https://forms.office.com/pages/responsepage.aspx?id=ZPY9g8hh8Eq8zrnu1fEOWtI86hZ5OoJBtaqzRHAQWSJUMEdMWDlRT0oxMjE4VVk2SkpXMzJFSkZRVy4u&route=shorturl
หรือติดต่อเราทางอีเมล aisacademy@ais.co.th
#ภารกิจคิดเผื่อเพื่อคนไทย

🚨 Registration is LIVE for GITEX AI ASIA 2026  becomes ground zero for the world’s fastest-moving AI, tech and startup m...
04/02/2026

🚨 Registration is LIVE for GITEX AI ASIA 2026
becomes ground zero for the world’s fastest-moving AI, tech and startup minds.

🎟️ CONFERENCE PASS – 👇 BUY NOW AT 50% OFF
Upgrade now. Insights from 200+ experts of AI, quantum, cyber, data and more…

🆓 Get your 𝗙𝗿𝗲𝗲 𝗩𝗶𝘀𝗶𝘁𝗼𝗿 𝗣𝗮𝘀𝘀: Running out fast
Your Visitor pass gets you inside:
⚡ 2 full days access of Asia’s biggest AI & tech exhibition with 750+ Enterprises & Startups
⚡ 16+ hours of Tech Talks & Elevate Stage insights
⚡ Front-row access to the Supernova Pitch Finals

Get in before it sells out. 👉 https://shorturl.at/gI1Q0

📍 9–10 April 2026 | Marina Bay Sands, Singapore
More info: gitexasia.com
https://www.facebook.com/gitexasia/

GITEX Digi Health & Biotech

04/02/2026

Techsauce ผู้นำด้านการขับเคลื่อนระบบนิเวศเทคโนโลยีและนวัตกรรม ประกาศจัดงานใหญ่รับเทรนด์โลก “Techsauce Healthspan Festival 2026” มหกรรมสร้างอนาคตสุขภาพดี เวทีนวัตกรรมเพื่อสุขภาพครบวงจร ครั้งแรกที่รวมทุกภาคส่วนใน “ระบบนิเวศสุขภาพ” (Health Ecosystem) มาไว้ในที่เดียว เพื่อสร้างความร่วมมือและขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพและเวลเนสชั้นนำ เตรียมพบกับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกและการรวมตัวของบุคลากรทางการแพทย์ ภาคธุรกิจ และนวัตกร ระหว่างวันที่ 27-28 มีนาคม 2569 ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน
คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในการจัดงานครั้งนี้ว่า “ในยุคปัจจุบัน ‘ความมั่งคั่ง’ ที่แท้จริงคือ ‘สุขภาพ’ เราเห็นเทรนด์โลกเปลี่ยนผ่านจาก Healthcare แบบดั้งเดิม สู่ยุคของ ‘Healthspan’ ซึ่งไม่ใช่แค่การทำอย่างไรให้อายุยืนยาว (Lifespan) แต่โจทย์สำคัญคือทำอย่างไรให้เรามีช่วงเวลาที่แข็งแรง ไม่เจ็บป่วย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ยาวนานที่สุด Techsauce Healthspan Festival 2026 เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะเร่งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น Health & Wellness Hub ที่แข็งแกร่ง เราไม่ได้จัดงานนี้เพียงเพื่อโชว์นวัตกรรม แต่เราต้องการสร้างแพลตฟอร์มกลางที่เชื่อมโยงแพทย์ นักวิจัย ภาคธุรกิจ นักลงทุน และประชาชนเข้าด้วยกัน เพื่อลดช่องว่างและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจสุขภาพ (Health Economy) ใหม่ๆ พร้อมทั้งยกระดับ Health Literacy ให้คนไทยเข้าถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยีระดับ World-class เพื่อเตรียมพร้อมสู่สังคมอายุยืนอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน”
เจาะลึก 6 แกนหลัก เปลี่ยนอนาคตสุขภาพ งาน Techsauce Healthspan Festival 2026 ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้เข้าร่วมงานทั้ง 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ ภาคธุรกิจการแพทย์, บุคลากรทางการแพทย์, นวัตกร (Startups), ผู้บริโภคยุคใหม่ (Proactive Consumer) และ ผู้วางนโยบาย ผ่าน 6 ธีมเนื้อหาที่ครอบคลุมที่สุด ได้แก่:
THE SCIENCE & MEDICINE OF LONGEVITY: เจาะลึกวิทยาศาสตร์ชะลอวัยและการแพทย์ล้ำสมัยที่อยู่เบื้องหลังการมีอายุยืนยาวอย่างแข็งแรง

THE FUTURE OF HEALTHTECH: นวัตกรรม AI, Wearable Devices และ Digital Therapeutics ที่จะยกระดับการดูแลสุขภาพยุคใหม่

THE NCDs CHALLENGE: Prevention & Treatment: รับมือความท้าทายของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งเป็นความท้าทายหลักของระบบสาธารณสุขในปัจจุบัน ทั้งการป้องกันและรักษา

HUMAN OPTIMIZATION (Body & Mind): การอัปเกรดประสิทธิภาพร่างกายและสมอง ทั้งการกิน การนอน และการออกกำลังกาย

THE HEALTHSPAN ECONOMY: โอกาสการลงทุนในธุรกิจสุขภาพ และ Wellness พร้อมทั้งการสร้างสุขภาวะที่ดีในองค์กร

HOLISTIC WELL-BEING & LIFESTYLE: ศิลปะการใช้ชีวิต สร้างสมดุลชีวิตในทุกมิติ ทั้งจิตใจไลฟ์สไตล์ และการก้าวสู่วัยสูงอายุอย่างมีความสุข

สมาคมเฮลท์เทคไทยชู “3 ข้อเสนอ (1) ปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (Medical AI) (2) การรักษาด้วยดิจิทัล (Digital Therapeutics: D...
01/02/2026

สมาคมเฮลท์เทคไทยชู “3 ข้อเสนอ (1) ปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (Medical AI) (2) การรักษาด้วยดิจิทัล (Digital Therapeutics: DTx) และ (3) คู่แฝดดิจิทัลของลิงทดลอง (Primates Digital Twin)” เพื่อพลิกโฉมเศรษฐกิจและสุขภาวะของประเทศ โดยมุ่งสร้างเครื่องยนต์รายได้ใหม่จากอุตสาหกรรมดิจิทัลสุขภาพ ลดต้นทุนรวมของระบบ และยกระดับความสามารถแข่งขันของไทยในห่วงโซ่มูลค่าโลก

1) Medical AI: จากซอฟต์แวร์เครื่องมือแพทย์ สู่แกนหลักของเศรษฐกิจสุขภาพดิจิทัล

Medical AI จัดอยู่ในกลุ่มซอฟต์แวร์เครื่องมือแพทย์ (Software as a Medical Device: SaMD) ที่กำลังกลายเป็น “แกนหลัก” ของระบบสุขภาพดิจิทัลระดับโลก ตั้งแต่การคัดกรองโรค การวินิจฉัยแม่นยำสูง การอ่านภาพทางการแพทย์ การวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพขนาดใหญ่ ไปจนถึงการดูแลเชิงรุกและการแพทย์เฉพาะบุคคล ในมิติเศรษฐกิจ รายงานคาดการณ์ว่าตลาด AI ในเฮลท์แคร์ทั่วโลกอาจเติบโตไปถึงราว USD 613.81 พันล้านในปี 2034 พร้อมอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ระดับสูงราว 36.83% ประเทศไทยจึงมี “โอกาสเชิงยุทธศาสตร์” ในการยกระดับอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์และดิจิทัลเฮลท์ให้เป็นคลื่นการเติบโตใหม่ ผ่าน 3 กลไก: (1) ส่งเสริมการพัฒนา Medical AI ไทยจากต้นน้ำสู่ตลาดโลก (2) ขยายตลาดด้วยแนวคิด “Thai AI inside” และมาตรการ offset/pull policy ภาครัฐ-เอกชน (3) ผลักดัน “ASEAN AI FDA Portal” เพื่อเร่งการเข้าถึงตลาดภูมิภาค ลดเวลา/ต้นทุนการขึ้นทะเบียนและการยอมรับร่วมกัน

2) การรักษาด้วยดิจิทัล (Digital Therapeutics: DTx) เมื่อหมอจ่ายแอปแทนจ่ายยา

DTx คือการยกระดับซอฟต์แวร์ไปสู่การรักษาโาคที่มีหลักฐานเชิงคลินิกรองรับ โดยมุ่งแก้ปัญหาผู้ป่วยจำนวนมากไม่สามารถทำตามแผนการรักษาด้วยยาได้ต่อเนื่อง เช่น ในเยอรมนี มีโมเดล DiGA (apps on prescription) ที่เปิดให้แพทย์สั่งจ่ายและเข้าสู่การชดเชยภายใต้ประกันสุขภาพภาคบังคับ เมื่อผ่านเกณฑ์และอยู่ในบัญชีรายการของหน่วยงานกำกับ (กระบวนการ fast-track ของ BfArM) ข้อเสนอของไทยคือจัดทำกรอบขึ้นทะเบียนและประเมินผลลัพธ์ และบรรจุ DTx เป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักบัตรทอง/ประกันสังคม/ข้าราชการ และเปิดให้ประกันสุขภาพเอกชนร่วมจ่าย เพื่อลดการกลับมารักษาซ้ำ ลดภาวะแทรกซ้อน และลดต้นทุนรวมของระบบสุขภาพในระยะยาว

3) คู่แฝดดิจิทัลของลิงทดลอง Primates Digital Twin เสริมอุตสาหกรรมส่งออกลิงทดลองร่วมกับส่งออกข้อมูลและแบบจำลอง

คู่แฝดดิจิทัลของลิงทดลอง (Primates Digital Twin) คือการสร้างแบบจำลองคอมพิวเตอร์ที่เลียนแบบอวัยวะ สรีรวิทยา และระบบประสาทของลิงอย่างละเอียด เพื่อใช้ในงานวิจัยและการทดสอบความปลอดภัยของยา โดยมีเป้าหมายระยะยาวเพื่อลดการพึ่งพาการทดลองในสัตว์จริงและยกระดับคุณภาพการพยากรณ์ผลต่อมนุษย์
การทำการทดลองด้วยลิงนั้นเกิดปัญหาจากจีนมี ข้อจำกัดและระงับการส่งออกลิงทดลองช่วงปี 2020 ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนในตลาดโลกและราคาสูงขึ้น จนทำให้บริษัทข้ามชาติมาตั้งศูนย์เพาะเลี้ยงและส่งออกลิงที่กัมพูชา ซึ่งไทยจำเป็นต้องส่งเสริมอุตสาหกรรมนี้ไปพร้อมกับการพัฒนาคู่แฝดดิจิทัลของลิงทดลอง ผ่าน 3 กลไก คือ (1) ชูจุดเด่นฟาร์มหรือศูนย์เพาะพันธุ์ที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ มาตรฐานชีวอนามัย และข้อมูลพันธุกรรมและสรีรวิทยาคุณภาพสูง (2) โครงสร้างข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อกาฝึกและปรับแต่ง digital twin เช่น genomics, physiology, immunology, neurodata และ (3) โมเดลธุรกิจใหม่ ไปสู่การขาย บริการข้อมูล โมเดลปัญญาประดิษฐ์ และ validation service

🏆 WIPO Global Awards 2026 เปิดรับสมัครผู้ประกอบการ Startup และ SMEs ไทยที่ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญ...
30/01/2026

🏆 WIPO Global Awards 2026 เปิดรับสมัครผู้ประกอบการ Startup และ SMEs ไทยที่ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมส่งผลงานเข้าประกวด
🌏 องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (World Intellectual Property Organization: WIPO) หน่วยงานด้านนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ภายใต้ UN เปิดรับสมัคร WIPO Global Awards 2026 เพื่อยกย่องผู้ประกอบการจากทั่วโลกที่นำ ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ไม่ว่าจะเป็นเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ หรือสิทธิบัตรมาใช้สร้างการเติบโตทางธุรกิจควบคู่กับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสังคม
📅 เปิดรับสมัคร: ระหว่างวันที่ 15 มกราคม – 31 มีนาคม 2569
📌 สมัครได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ประเภทรางวัล
🏆 11 รางวัลสำหรับ Startup และ SMEs ใน 6 อุตสาหกรรม อาทิ สุขภาพ สิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ อาหารและเกษตรกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และสาขาการกีฬา *ยกเว้นสาขากีฬามีเฉพาะรางวัลสำหรับ SMEs เท่านั้น
🏆2 รางวัลพิเศษสำหรับผู้ประกอบการที่โดดเด่นซึ่งคัดเลือกจากผู้ที่ได้รับรางวัลหลักทั้ง 11 ราย ได้แก่ 1. รางวัลผู้ประกอบการสตรีดีเด่น (Best Woman Entrepreneur) และ 2. รางวัลผู้ประกอบการเยาวชนดีเด่น (Best Youth Entrepreneur)
✨สิทธิประโยชน์สำหรับผู้ได้รับรางวัล
• การยอมรับในระดับนานาชาติผ่านเครือข่ายของ WIPO และ UN กว่า 194 ประเทศทั่วโลก
• สิทธิ์เข้าร่วมโปรแกรม Mentorship แบบตัวต่อตัว ระยะเวลา 6 เดือน
• โอกาสเชื่อมต่อกับนักลงทุน ภาคธุรกิจ และเครือข่ายนวัตกรรมระดับโลก
• เข้าร่วมพิธีมอบรางวัลอย่างเป็นทางการ ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
คุณสมบัติของผู้สมัคร
🧑‍💻SMEs
• นิติบุคคลที่มีพนักงานไม่เกิน 300 คน และรายได้ต่อปีไม่เกิน 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
• มีสินค้าหรือให้บริการนวัตกรรมเกี่ยวกับ IP
• จดทะเบียน IP อย่างน้อย 1 รายการและมีการดำเนินธุรกิจในประเทศหรือต่างประเทศ
🧑‍💻Startup
• นิติบุคคลที่มีพนักงานไม่เกิน 300 คน และรายได้ต่อปีไม่เกิน 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
• มีสินค้าหรือให้บริการนวัตกรรมเกี่ยวกับ IP
• ยื่นคำขอ IP อย่างน้อย 1 รายการ และอยู่ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจหรือเพิ่งเข้าสู่ตลาด
🔗 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครได้ที่: https://www.wipo.int/web/awards/global หรือสแกน QR code

30/01/2026
NIA และ สมาคมเฮลท์เทค เปิดผลสำเร็จ โครงการ “Thailand Innovation Hub กลุ่มการแพทย์และสุขภาพ” ผลักดันผู้ประกอบการสายสุขภาพ...
29/01/2026

NIA และ สมาคมเฮลท์เทค เปิดผลสำเร็จ โครงการ “Thailand Innovation Hub กลุ่มการแพทย์และสุขภาพ” ผลักดันผู้ประกอบการสายสุขภาพ 26 ราย ดันเศรษฐกิจหมุนเวียน 5 หมื่นล้าน มีผู้ใช้งานกว่า 4 ล้านคน สร้างรายได้ในโครงการ 21 ล้านบาท และมีเป้ายอดขายรวม 1,200 ล้านบาทใน 3 ปี
------------------------------
นายพงษ์ชัย เพชรสังหาร นายกสมาคมการค้าเฮลท์เทคไทย กล่าวว่า สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ได้ร่วมกับ สมาคมเฮลท์เทคไทย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และภาคีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมขับเคลื่อนโครงการ “พัฒนาศูนย์กลางนวัตกรรมประเทศไทย (Thailand Innovation Hub) – กลุ่มการแพทย์และสุขภาพ” ดันเป้ายอดขาย ที่เกิดจากโครงการกว่า 1,200 ล้านบาท มีผู้ใช้งานกว่า 4 ล้านคน เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านแพลทฟอร์ม 50,000 ล้านบาทต่อปีใน 5 ปี ผ่านการผลักดันผู้ประกอบการสายสุขภาพ 26 ราย ผ่านทั้งแพลทฟอร์มสุขภาพ ปัญญาประดิษฐ์การแพทย์ การแพทย์แม่นยำ เครื่องมือแพทย์เชิงลึกและเครื่องสำอางฝีมือคนไทย เข้าสู่ตลาดโลก
นายพงษ์ชัย กล่าวว่า ประเทศไทยเผชิญกับปัญหากับดักรายได้ปานกลาง สังคมสูงอายุ เด็กเกิดน้อย ขาดแคลนแรงงานทักษะสูง อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจต่ำ การนำนวัตกรรมมาช่วยแก้ปัญหาต่างๆจึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน ประเทศไทยจึงต้องก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) โดยมีอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพเป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายสำคัญของประเทศ ที่มุ่งเน้นการยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

NIA และ สมาคมเฮลท์เทค เปิดผลสำเร็จ โครงการ “Thailand Innovation Hub กลุ่มการแพทย์และสุขภาพ” ผลักดันผู้ประกอบการสายสุขภาพ 26 ราย ดันเศรษฐกิจหมุนเวียน 5 หมื่นล้าน มีผู้ใช้งานกว่า 4 ล้านคน สร้างรายได้ในโครงการ 21 ล้านบาท และมีเป้ายอดขายรวม 1,200 ล้านบาทใน 3 ปี
------------------------------
นายพงษ์ชัย เพชรสังหาร นายกสมาคมการค้าเฮลท์เทคไทย กล่าวว่า สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ได้ร่วมกับ สมาคมเฮลท์เทคไทย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และภาคีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมขับเคลื่อนโครงการ “พัฒนาศูนย์กลางนวัตกรรมประเทศไทย (Thailand Innovation Hub) – กลุ่มการแพทย์และสุขภาพ” ดันเป้ายอดขาย ที่เกิดจากโครงการกว่า 1,200 ล้านบาท มีผู้ใช้งานกว่า 4 ล้านคน เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านแพลทฟอร์ม 50,000 ล้านบาทต่อปีใน 5 ปี ผ่านการผลักดันผู้ประกอบการสายสุขภาพ 26 ราย ผ่านทั้งแพลทฟอร์มสุขภาพ ปัญญาประดิษฐ์การแพทย์ การแพทย์แม่นยำ เครื่องมือแพทย์เชิงลึกและเครื่องสำอางฝีมือคนไทย เข้าสู่ตลาดโลก

นายพงษ์ชัย กล่าวว่า ประเทศไทยเผชิญกับปัญหากับดักรายได้ปานกลาง สังคมสูงอายุ เด็กเกิดน้อย ขาดแคลนแรงงานทักษะสูง อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจต่ำ การนำนวัตกรรมมาช่วยแก้ปัญหาต่างๆจึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน ประเทศไทยจึงต้องก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) โดยมีอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพเป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายสำคัญของประเทศ ที่มุ่งเน้นการยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
------------------------------
อ่านเพิ่มเติมได้ที่คอมเมนต์
------------------------------
#ข่าวสุขภาพ #ข่าวสาธารณสุข

NIA และ สมาคมเฮลท์เทค เปิดผลสำเร็จ Thailand Innovation Hub กลุ่มการแพทย์และสุขภาพ ดันเศรษฐกิจหมุนเวียน 50,000 ล้าน ผู้ใช...
29/01/2026

NIA และ สมาคมเฮลท์เทค เปิดผลสำเร็จ Thailand Innovation Hub กลุ่มการแพทย์และสุขภาพ ดันเศรษฐกิจหมุนเวียน 50,000 ล้าน ผู้ใช้งานกว่า 4 ล้านคน สร้างรายได้ในโครงการ 21 ล้านบาท และเป้ายอดขายรวม 1,200 ล้านบาทใน 3 ปี

ดร. กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA กล่าวว่า Thailand Innovation Hub ถูกออกแบบให้เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงระบบนิเวศนวัตกรรมทั่วประเทศ ผ่านแนวคิด Groom – Grant – Growth – Global เพื่อเร่งการเติบโตของผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมไทย และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างเป็นระบบ ซึ่งงานในวันนี้สะท้อนผลลัพธ์ของการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่าง NIA และ 3 เครือข่ายพันธมิตรหลักในพื้นที่ ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ ได้สนับสนุนผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมการแพทย์และสุขภาพจำนวน 26 ราย

โดยมีผลการตัดสิน The Best Performance จากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กลุ่มการแพทย์และสุขภาพ จากกิจกรรม Incubation ได้แก่ บริษัท วิสยีน (ไทยแลนด์) จำกัด – ชุดตรวจไข้เลือดออกด้วยตนเอง พร้อมระบบบันทึกผลแบบเรียลไทม์ และจากกิจกรรม Sandbox ได้แก่ บริษัท เฟมเม เวิร์ค จำกัด – NPI ที่นอนอัตโนมัติป้องกันแผลกดทับ

นายพงษ์ชัย เพชรสังหาร นายกสมาคมการค้าเฮลท์เทคไทย กล่าวว่า "สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ได้ร่วมกับ สมาคมเฮลท์เทคไทย กระทรวงสาธารณสุข ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี ย่านนวัตกรรมการแพทย์สวนดอก ย่านนวัตกรรมการแพทย์กังสดาล ย่านนวัตกรรมการแพทย์ศิริราช โรงพยาบาลกรุงเทพ โรงพยาบาลพญาไท-เปาโล โรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลพระรามเก้า สภาวิชาชีพ สมาคม เครือข่ายนักลงทุน
ร่วมโครงการ “พัฒนาศูนย์กลางนวัตกรรมประเทศไทย (Thailand Innovation Hub) – กลุ่มการแพทย์และสุขภาพ” ดันเป้ายอดขาย ที่เกิดจากโครงการกว่า 1,200 ล้านบาท ผู้ใช้งานกว่า 4 ล้านคน เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านแพลทฟอร์ม 50,000 ล้านบาทต่อปีใน 5 ปี ผลักดันผู้ประกอบการ 26 รายทั้งแพลทฟอร์มสุขภาพ ปัญญาประดิษฐ์การแพทย์ การแพทย์แม่นยำ เครื่องมือแพทย์เชิงลึกและเครื่องสำอางฝีมือคนไทย เข้าสู่ตลาดโลก ประเทศไทยเผชิญกับปัญหากับดักรายได้ปานกลาง สังคมสูงอายุ เด็กเกิดน้อย ขาดแคลนแรงงานทักษะสูง อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจต่ำ การนำนวัตกรรมมาช่วยแก้ปัญหาต่างๆจึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน ประเทศไทยจึงต้องก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) โดยมี “อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ” เป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายสำคัญของประเทศ ที่มุ่งเน้นการยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ระบบนิเวศด้านการแพทย์ของไทยได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในมิติของโรงพยาบาล มหาวิทยาลัย หน่วยงานวิจัย และผู้ประกอบการเทคโนโลยีการแพทย์และสุขภาพ หรือ เฮลท์เทค อย่างไรก็ตาม ยังมีช่องว่างระหว่าง “องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ” กับ “การต่อยอดเชิงพาณิชย์” ที่จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาอย่างมีระบบ เพื่อให้แนวคิดเชิงนวัตกรรมสามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ บริการ หรือเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการจริงของตลาด"

โครงการ “พัฒนาศูนย์กลางนวัตกรรมประเทศไทย (Thailand Innovation Hub) – กลุ่มการแพทย์และสุขภาพ” จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อเป็นกลไกสำคัญในการบ่มเพาะผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมด้านสุขภาพของประเทศ ทั้งในรูปแบบ Sandbox และ Incubation โดยมุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการและนักวิจัยที่มีศักยภาพสามารถพัฒนาเทคโนโลยีต้นแบบ (Prototype) ทดสอบการใช้งานจริง และเตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ในระดับประเทศและระดับสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการนี้ยังเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อสร้าง “ระบบนิเวศนวัตกรรมสุขภาพ” ที่เข้มแข็งและยั่งยืน ต่อยอดสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนไทย และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ ประกอบด้วยการพัฒนาศักยภาพของผู้เข้าร่วม การสร้างรายได้หรือการได้รับการลงทุน ตลอดจนการเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จของโครงการในการขับเคลื่อนนวัตกรรมสุขภาพสู่การสร้างมูลค่าอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีรายละเอียดดังกล่าวตามรายงานการทดสอบการใช้งานในตลาดเป้าหมายของบริษัทที่มีการทดสอบการใช้งานสำเร็จเรียบร้อย

โดยโครงการประกอบด้วยการจัดกิจกรรมการสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการ การฝึกอบรมความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ 6 หลักสูตร การให้คำแนะนำรายบริษัท (invubation one on one mentor) รวม 100 ชั่วโมง กิจกรรม VIP Business Matching กิจกรรม Healthtech Buddy และกิจกรรม Onsite Business Matching ที่รพ.พญาไท-เปาโล รพ.กรุงเทพ รพ.สมิติเวชศรีราชาและชลบุรี ศูนย์การแพทย์ชั้นเลิศ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เยี่ยมชม ศูนย์เซลบำบัด ศูนย์ฟีโนมนานาชาติ เป็นต้น
โครงการมีผู้ประกอบการเข้าร่วม 26 ราย และจัดส่งรายงานผลการดำเนินงานรวมทั้งสิ้นครบทุกราย

ภายหลังจากการทดสอบการใช้งานระบโซลูชัน พบว่าสามารถสร้างยอดขายรวมได้เป็นมูลค่า 21,099,900 บาท ในด้านการขยายฐานผู้ใช้งาน พบว่าจำนวนผู้ใช้งานหรือกลุ่มลูกค้าที่เพิ่มขึ้นหลังการทดสอบการใช้งานมีจำนวน 16,301 ราย จาก 10 แห่ง คาดว่าโครงการจะสามารถสร้างรายได้รวมภายในระยะเวลา 3 ปี เป็นมูลค่า 1,229,185,600 บาท โดยคำนวณจากรายได้เฉลี่ยต่อปีของผู้เข้าร่วมโครงการและนำมาประมาณการตลอดช่วงระยะเวลา 3 ปี
ขณะเดียวกัน คาดว่าจำนวนผู้ใช้งานหรือกลุ่มลูกค้าที่จะเพิ่มขึ้นภายในระยะเวลา 3 ปี จะอยู่ที่ 4,023,918 ราย จาก 23 แห่ง ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการขยายผลการใช้งานอย่างต่อเนื่อง และการนำโครงการไปปรับใช้ในวงกว้างทั้งในระดับองค์กรและระดับพื้นที่

นอกจากนี้ แพลทฟอร์มการแพทย์และสุขภาพ ประมาณการก่อให้เกิดมูลค่าหมุนเวียนมากกว่า 50,000 ล้านบาทต่อปีภายใน 5 ปี เช่น แพลทฟอร์มคลินิกและกายภาพบำบัด มียอดหมุนเวียนปัจจุบันปีละ 3,000 ล้านบาทจากประมาณ 200 คลินิก จะขยายเป็น 15,000 ล้านบาท จาก 1,000 คลินิก แพลทฟอร์มยาและเวชภัณฑ์ จะขยายเป็น 15,000 ล้านบาท และ แพลทฟอร์มฟิตเนสมียอดหมุนเวียนปัจจุบันปีละ 300 ล้านบาทจากฟิตเนสประมาณ 20 แห่ง จะขยายเป็น 20,000 ล้านบาท จากฟิตเนสประมาณ 1,000 แห่ง เป็นต้น

สรุปผลกระทบเชิงสังคม (Social Impact)
เพิ่มการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพให้ประชาชนสามารถดูแลตนเองได้มากขึ้น ทั้งด้านกล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหว สุขภาพช่องปาก และสุขภาพทั่วไป ส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Care) ลดการเกิดโรคเรื้อรัง ภาวะแทรกซ้อน และแผลกดทับในผู้สูงอายุ รองรับสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) และแนวคิดการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน (Home Ward) ช่วยให้ผู้สูงวัยและผู้ป่วยเรื้อรังมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์และกายภาพบำบัด โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลหรือขาดแคลนบุคลากร ลดภาระค่าใช้จ่าย เวลา และความเครียดของผู้ป่วย ครอบครัว และผู้ดูแล เพิ่มประสิทธิภาพระบบสาธารณสุข ลดเวลารอคอย เพิ่มคุณภาพบริการ และเพิ่มความโปร่งใสด้านการเงิน เสริมศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ด้วยเทคโนโลยีและ AI ทำให้มีเวลามุ่งเน้นการดูแลผู้ป่วยมากขึ้น เพิ่มความปลอดภัยของผู้ป่วย เช่น ลดความผิดพลาดในการจ่ายยา ลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อซ้ำ สนับสนุนงานด้านระบาดวิทยาและการควบคุมโรค เช่น ระบบบันทึกและรายงานข้อมูลไข้เลือดออกแบบ Real-time เพิ่มการตระหนักรู้ด้านสุขภาพส่วนบุคคล และการปรับการใช้งานให้เหมาะสมกับผู้สูงวัย เป็นต้น

สรุปผลกระทบเชิงสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact) ลดการเดินทางไปโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล ช่วยลดการใช้น้ำมันและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศลดการใช้กระดาษ หมึก และสารเคมี ด้วยระบบดิจิทัลและซอฟต์แวร์คลินิก ส่งเสริมแนวคิด Green Healthcare ลดปริมาณขยะทางการแพทย์และขยะติดเชื้อ จากการป้องกันโรคและภาวะแทรกซ้อนตั้งแต่ต้นทาง (เช่น แผลกดทับ) ลดขยะจากความผิดพลาดทางการแพทย์ เช่น การจ่ายยาผิด ลดการใช้ทรัพยากรจากกระบวนการดูแลรักษาแบบเดิมที่ซ้ำซ้อนหรือไม่จำเป็น ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม โครงการนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ของการจุดประกายเฮลท์เทค เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ เพื่อรับมือวิกฤติสังคมสูงอายุของไทย จำเป็นต้องพัฒนาและส่งเสริมส่วนที่ขาด เช่น กฎหมายและระเบียบ การส่งเสริมสตาร์ทอัพ เงินทุนในระยะเริ่มต้นและเติบโต นวัตกรรมเชิงลึก เพื่อให้ไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง สู่ประเทศที่พัฒนาแล้วได้ในอนาคต

รายชื่อธุรกิจที่ผ่านการคัดเลือก
🚀 กิจกรรมบ่มเพาะธุรกิจ (Incubation Program)
1. บริษัท เซียร่า ไบโอไซเอนซ์ จำกัด จำหน่าย ชุดตรวจโรคเมลิออยโดสิส แบบรวดเร็ว รู้ผลภายใน 10 นาที (MUTM Melioidosis Antibody Test)
กลุ่มลูกค้าที่ต้องการ:
สคร. / อบจ. / รพ.รัฐ / รพ.เอกชน

2. บริษัท ไอบอทน้อย จำกัด
ระบบ AI โต้ตอบด้วยเสียงผ่านโทรศัพท์ (AI Voicebot) เพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ อาทิ แจ้งเตือนนัดหมาย เลื่อนนัด ติดตามอาการคนไข้ ให้ข้อมูลสุขภาพ คัดกรองเบื้องต้น
กลุ่มลูกค้าที่ต้องการ:
บริษัทที่ทำระบบโรงพยาบาล / start up healthcare ที่ต้องการ AI เสริม / กระทรวงสาธารณสุข / สปสช. / รพ.รัฐ / รพ.เอกชน

3. ห้างหุ้นส่วนจำกัด อินเทลลิแฮนด์
เครื่องจ่ายยาอัตโนมัติแบบเม็ดเปลือย มีหัวจ่ายยาอิสระจำนวน 24 หน่วย เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลยาและระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (EMR) ของสถานพยาบาล ช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถสั่งจ่ายยาและตรวจสอบข้อมูลได้แบบเรียลไทม์
กลุ่มลูกค้าที่ต้องการ:
รพ.รัฐ / รพ.เอกชน

4. บริษัท วิสยีน (ไทยแลนด์) จำกัด
ชุดตรวจการติดเชื้อไวรัสไข้เลือดออกด้วยตนเอง VisCheck Dengue NS1 Serotyping Self-Test ชุดตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อไวรัสไข้เลือดออกด้วยตนเอง (Self-Test) และ Real time Application สำหรับข้อมูลการระบาดแต่ละสายพันธุ์ของไข้เลือดออก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังโรค (Surveillance) และการกำจัดพาหะนำโรค (Vector Control)
กลุ่มลูกค้าที่ต้องการ:
KOLs. (Key Opinion Leaders) / อาจารแพทย์(กุมารแพทย์, อายุรศาสตร์โรคติดเชื้อ) ตามคณะแพทย์ศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ / สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี / ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ / รพ.เอกชน / ผู้บริหารกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

5. บริษัท บางกอกโบทานิกา จำกัด
เทคโนโลยีแผ่นปิดแผล SI-HERB DRESSING แผ่นปิดแผลลิปิโดคอลลอยด์เคลือบสารสกัดจากสมุนไพรใบบัวบกและว่านหางจระเข้ ลดอาการเจ็บปวดที่เกิดขึ้นระหว่างการทำแผล
กลุ่มลูกค้าที่ต้องการ:
รพ. ต่าง ๆ / ภาครัฐ / มหาวิทยาลัย

6. บริษัท นอวิก จำกัด
Carepass เป็นแพลตฟอร์มนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาความล่าช้า ความซับซ้อน และความไม่โปร่งใสของระบบการเคลมประกันสุขภาพ โดยใช้เทคโนโลยี Verifiable Credentials (VCs) ตามมาตรฐาน W3C ทำให้ผู้เอาประกันสามารถยืนยันตัวตนและส่งข้อมูลการเคลมได้อย่างรวดเร็วและตรวจสอบย้อนกลับได้
กลุ่มลูกค้าที่ต้องการ:
รพ.รัฐ / รพ.เอกชน / HIS Provider

7. บริษัท ดับเบิลยูเอ็มดี จำกัด
Wellness Watch + Digital Wellness Cloud Platform ผสานระหว่าง Hardware + Software + Healthcare โดย Wellness Watch เป็นอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ (Wearable) ที่ใช้ตรวจวัดสัญญาณชีพและพฤติกรรมสุขภาพ เช่น อัตราการเต้นหัวใจ ความดันโลหิต ระดับออกซิเจนในเลือด การนอน และการเคลื่อนไหว ข้อมูลที่ตรวจวัดจะถูกส่งขึ้น Digital Wellness Cloud Platform ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อเก็บ วิเคราะห์ และเชื่อมโยงกับระบบสุขภาพ ผู้ใช้งานดูแลสุขภาพได้ด้วยตนเอง มีการเชื่อมต่อกับระบบ Telemedicine รองรับ Admin/Healthcare Portal สำหรับหน่วยงานสาธารณสุข โรงพยาบาล หรือองค์กร ขยายผลสู่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Healthcare) เปลี่ยนการดูแลสุขภาพจาก “การรักษา” → “การป้องกัน” เชื่อมโยง บุคคล → แพทย์ → หน่วยงาน เข้าด้วยกันผ่านระบบดิจิทัลครบวงจร
กลุ่มลูกค้าที่ต้องการ:
หน่วยงาน อปท. / สสจ. / รพ.รัฐ / รพ.เอกชน / รพสต. / โรงงาน / บริษัทตัวแทนจำหน่วยเครื่องมือแพทย์ / กลุ่มอสังหา บ้านจัดสรร

8. บริษัท โปรเดนท์ อินเตอร์ เด็นทัล แลป จำกัด
Ai Monitoring in Teledentistry
หมอจัดฟัน / เจ้าของคลินิกทำฟันขนาดใหญ่

9. บริษัท เดอะ คีพเปอร์ จำกัด
AIThalassemia คือแพลตฟอร์ม AI สำหรับคัดกรองความเสี่ยงธาลัสซีเมียจากผล CBC มาตรฐาน โดยไม่ต้องซื้อเครื่องมือใหม่ ระบบดึงข้อมูลจาก LIS/HIS ผ่าน API วิเคราะห์รูปแบบดัชนีเม็ดเลือด (เช่น MCV, MCH, RDW ฯลฯ) ร่วมกับปัจจัยทางคลินิก เพื่อคำนวณความเสี่ยงแบบ explainable พร้อมเหตุผลประกอบ และแนะนำ “เส้นทางยืนยันผลที่คุ้มค่า” (เช่น HPLC/CE, DCIP, PCR/NGS) ให้เหมาะกับเวิร์กโฟลว์ของแต่ละโรงพยาบาล
กลุ่มลูกค้าที่ต้องการ:
รพ.รัฐ / รัฐบาล / สปสช.

10. บริษัท สตัดดี้ ดีไซน์ จำกัด
ภาวะปัสสาวะบ่อยกลางคืน (Nocturia) ไม่เพียงแต่ทำให้การนอนหลับถูกรบกวน แต่ยังเชื่อมโยงกับความเสี่ยงเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย งานวิจัยล่าสุดพบว่าผู้ที่มี Nocturia มีความเสี่ยงเสียชีวิตเพิ่มขึ้นประมาณ 1.3 เท่า ในทางคลินิก เรามักใช้ “บันทึกปริมาณและความถี่ในการปัสสาวะ (Frequency Volume Chart - FVC)” เพื่อประเมินภาวะนี้ แต่การบันทึกและคำนวณค่าด้วยมือในชั้นคลินิก ยังเป็นเรื่องที่ใช้เวลามากและมีโอกาสผิดพลาดสูง โดยเฉพาะเมื่อมีการบันทึกข้อมูลหลายครั้งต่อวันหรือห่างกันเกิน 6 ชั่วโมง รวมทั้งยังใช้เวลาในการแปลผลนาน ทำให้การ วินิจฉัย ติดตามอาการ ทำได้ยาก ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจการรักษาและการดูแลผู้ป่วย และส่งผลในการให้บริการในแผนกผู้ป่วยนอก ใช้เวลาการดูแลต่อเคสนานมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยคิวถัดไปรอนาน ส่งผลถึงความพึงพอใจในการให้บริการ รวมทั้ง ปัจจุบัน ศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะ ยังขาดแคลน โดยเฉพาะ โรงพยาบาล ต่างจังหวัด ทำให้ การ ดูแลผู้ป่วยที่มี ปัญหา ทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง ไม่เพียงพอ ทำให้ผู้ที่มีปัญหา ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะตอนกลางคืน ไม่ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง
กลุ่มลูกค้าที่ต้องการ:
รพ.รัฐ / รพ.เอกชน / คลินิก / Telehealth platform / สปสช. / กรุงเทพฯ

//////////////////////////////////////////////

🚀 กิจกรรมจับคู่ธุรกิจและทดสอบการใช้งาน (Sandbox Program)
1. บริษัท เฟมเม เวิร์ค จำกัด
Never Pressure Injury (NPI) System เป็นนวัตกรรมด้านการดูแลผู้ป่วยที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันการเกิดแผลกดทับโดยตรง ระบบนี้สามารถตรวจจับแรงกดบนร่างกายผู้ป่วยแบบเรียลไทม์ และชดเชยแรงกดในตำแหน่งเสี่ยงโดยอัตโนมัติ ทำให้การดูแลผู้ป่วยเปลี่ยนจากการพึ่งพาการพลิกตัวทุก 2 ชั่วโมง ไปสู่การดูแลที่ต่อเนื่องและเฉพาะบุคคล ส่งผลให้ลดการเกิดแผลกดทับได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย และสนับสนุนการพัฒนามาตรฐานการรักษาในโรงพยาบาล
กลุ่มลูกค้าที่ต้องการ:
รพ.รัฐ / รพ.รัฐในภูมิภาค / รพ.เฉพาะทาง / รพ.เอกชน

2. ห้างหุ้นส่วนจำกัด เจ.พี.เฮลทีแคร์
ซาวีว่าสเปรย์เติมน้ำลายสำหรับผู้สูงอายุ สูตรอ่อนโยน ปราศจากแอลกอฮอล์ พาราเบน และสารระคายเคือง ใช้สารสกัดธรรมชาติจาก น้ำมันหอมระเหยส้มซ่า (Citrus aurantium) ที่มีคุณสมบัติกระตุ้นการหลั่งน้ำลายตามธรรมชาติ พร้อมให้ความรู้สึกสดชื่นทันทีหลังใช้ กลิ่นและรสชาติอ่อนโยน ไม่แสบ ไม่ขม เหมาะกับการใช้ต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน
SAVIVA ไม่ได้เพียงแก้ปัญหาปากแห้ง แต่คืนความสุขในการพูด การกิน และการเข้าสังคมให้ผู้สูงอายุ พร้อมช่วยลดภาระของผู้ดูแลและระบบสาธารณสุขในระยะยาว
กลุ่มลูกค้าที่ต้องการ:
รพ.รัฐ / รพ.เอกชน / คลินิกเฉพาะทาง / ร้านขายยา / สถานดูแลผู้สูงอายุ / องค์กรภาครัฐ / มูลนิธิ / บริษัทเอกชน / ช่องทางวิชาการ

3. บริษัท บลูโอ๊ค จำกัด
นวัตกรรม Blue Oak ไฟส่องสว่างกลางคืนอัจฉริยะที่ตรวจจับการล้มจากแรงสั่นสะเทือน (fall-detection smart nightlight) ที่มีความแม่นยำสูงถึง 95% ซึ่งทดสอบแล้วใน 21 ท่าการล้ม ด้วย AI ที่ถูกสอนโดยข้อมูลจริง (real-world data sets) มากกว่า 90,000 ชุด ซึ่งใช้เทคโนโลยีชั้นสูง (deep tech) ที่วิจัยและพัฒนาโดยบริษัทในการทำให้สัญญาณที่เครื่องได้รับมีความคมชัดสูง ส่งผลให้ AI มีความแม่นยำ เพื่อ ลดความเสี่ยงการล้ม จากไฟส่องสว่าง และป้องกันการช่วยเหลือล่าช้า เพื่อลดค่ารักษา ภาวะแทรกซ้อน โอกาสติดเตียง และอัตราเสียชีวิต
กลุ่มลูกค้าที่ต้องการ:
แพทยสภา / สภากายภาพบำบัด / สภาการพยาบาล / ผู้บริหารโรงพยาบาลกรุงเทพ / ผู้บริหารโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ / สื่อมวลชน

4. บริษัท ฟิกซ์เอไอ จำกัด
AI Hip Fracture Detection เราพัฒนา Software-as-a-Medical-Device (SaMD) ที่ใช้เทคโนโลยี Deep Learning โดยเฉพาะโมเดล Computer Vision ที่ถูกฝึกฝน (Train) ด้วยชุดข้อมูลภาพเอกซเรย์กระดูกสะโพกจำนวนมหาศาลจากโรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และโรงพยาบาลเครือข่าย นำเข้าข้อมูลโดยแพทย์อัปโหลดไฟล์ภาพเอกซเรย์ (รูปแบบ JPEG/PNG) ของผู้ป่วยที่สงสัยว่ามีภาวะกระดูกสะโพกหักเข้าสู่ระบบผ่าน Web-based Platform หรือเชื่อมต่อโดยตรงกับระบบ PACS (Picture Archiving and Communication System) ของโรงพยาบาล และประมวลผลด้วย AI (AI Processing) AI จะวิเคราะห์ภาพและตรวจจับว่ามีรอยหักของกระดูกสะโพกหรือไม่ (Fracture / No Fracture) หากพบรอยหัก AI จะสร้างกรอบสี่เหลี่ยม (Bounding Box) เพื่อชี้ตำแหน่งที่น่าสงสัยบนภาพเอกซเรย์ ช่วยให้แพทย์โฟกัสได้ตรงจุด ในเวอร์ชันขั้นสูง AI สามารถช่วยจำแนกประเภทรอยหักได้เบื้องต้น เช่น Femoral Neck, Intertrochanteric ซึ่งสำคัญต่อการวางแผนการผ่าตัด ระบบจะแสดงผลการวิเคราะห์ภายในไม่กี่วินาที พร้อมระดับความเชื่อมั่น (Confidence Score) มีการแจ้งเตือน (Alert System) ไปยังแพทย์ที่รับผิดชอบเคส เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบและยืนยันผลโดยเร็วที่สุด
กลุ่มลูกค้าที่ต้องการ:
รพ.รัฐ / รพ.เอกชน / สปสช. / กระทรวงสาธารณสุข

5. บริษัท โมเดิร์นพลาส คอร์ปอเรชั่น จำกัด
PlasOne – Cold Plasma Hair Care Device
แนวคิดหลัก, อุปกรณ์นวัตกรรมใช้เทคโนโลยีพลาสมาเย็นเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและฟื้นฟูรากผม แก้ปัญหาผมร่วงและเสริมสุขภาพหนังศีรษะ ไม่ต้องใช้สารเคมีหรือการผ่าตัด ใช้เทคโนโลยีพลาสมาที่ปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน
กลุ่มลูกค้าที่ต้องการ:
คลินิกความงาม / Hair Clinic / มหาวิทยาลัย คณะแพทยศาสตร์ / รพ.รัฐ (ด้านการวิจัย)

6. บริษัท แอ็กนอสเฮลท์ จำกัด
Agnos Smart Healthcare Platform ประกอบด้วย
AI Screening เป็นเครื่องมือสำหรับการตรวจโรคเบื้องต้นด้วยตนเอง โดยการวิเคราะห์จากอาการเจ็บป่วย ใช้งานผ่านการตอบคำถาม Agnos AI พัฒนาโดยทีมแพทย์และวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ ถูกใช้งานโดยผู้ใช้มากกว่า 200,000 คน และในขณะนี้ได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลกว่า 20 แห่ง นอกจากนั้นยังช่วยแนะนำร้านยาใกล้บ้าน และมีบริการทำนัดหมายแพทย์เฉพาะทางต่อได้ทันที , AI ตรวจคัดกรองของเราได้ขยายไปสู่โรคเฉพาะทางอื่นๆ เช่น การตรวจคัดกรองภาวะซึมเศร้า AI และการตรวจคัดกรองภาวะสมองเสื่อม AI
กลุ่มลูกค้าที่ต้องการ:
รพ.รัฐ / รพ.เอกชน

7. บริษัท แคลแคล จำกัด
FitUP เป็นแพลตฟอร์ม SaaS (Software as a Service) ที่ช่วยให้เจ้าของฟิตเนสอิสระสามารถบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมตั้งแต่ การจัดการสมาชิก ระบบจองคลาส การชำระเงิน ระบบ Access Control และ AI วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า โดยเน้นช่วยลดภาระงาน ลดต้นทุนแรงงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ
กลุ่มลูกค้าที่ต้องการ:
Fitness and Wellness รัฐและเอกชน / Fitness and Wellness ในรพ.ที่มีบริการ

8. บริษัท มียามียา จำกัด
MEYA หรือ มียา.com คือแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าระหว่างร้านขายยาที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ปัญหาการจัดซื้อและกระจายสินค้าที่ร้านขายยาขนาดเล็กในประเทศไทยเผชิญมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนการสั่งซื้อที่สูง การเสียเวลาในการเปรียบเทียบราคาหลายชั่วโมงต่อวัน และข้อจำกัดของการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่สำคัญต่อธุรกิจสุขภาพ
แนวคิดหลักของ MEYA คือการสร้างระบบ Mesh Distribution ที่ร้านขายยาสามารถเป็นได้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายในชุมชนออนไลน์เดียวกัน โดยแพลตฟอร์มทำหน้าที่เป็นตัวกลางกลาง ตั้งแต่การจัดการข้อมูลสินค้า การสั่งซื้อและชำระเงิน ไปจนถึงการประสานงานด้านขนส่งรับส่งสินค้าถึงหน้าร้าน สิ่งนี้ช่วยลดภาระการทำงาน เพิ่มโอกาสการแข่งขันของร้านขายยา และเป็นกลไลหนึ่งในที่สุดนำไปสู่การชลอการขึ้นราคายาและเวชภัณฑ์ให้กับประชาชน
กลุ่มลูกค้าที่ต้องการ:
รพ.เอกชน / ผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้านวัตกรรมด้านสุขภาพ

9. บริษัท วีลาล่า จำกัด
Founded in 2016, Welala began as a DNA sequencing provider for research. Our continuous expansion into longevity products and diagnostic offerings reveals a commitment to advancing healthcare.
With global expansion and new products on the horizon, we are poised for further positive impacts in Thailand’s healthcare industry.
กลุ่มลูกค้าที่ต้องการ:
N health, BDMS, chivasom

10. บริษัท บี คิวบ์ โซลูชั่น จำกัด
OLDK เป็นแพลตฟอร์มจองนัดทำกายภาพที่บ้าน
ช่วยให้คนไข้ได้พบนักกายภาพที่มีใบประกอบวิชาชีพได้ง่าย เหมือนการใช้ Grab food จองนักกายภาพที่พร้อมให้บริการในพื้นที่ที่ต้องการได้ทันที
เราได้ให้บริการกับคนไข้ที่อยู่พื้นที่ธุรกันดาร ประสบอุบัติเหตุ หลังผ่าตัด ออกไปทำกายภาพที่โรงพยาบาลไม่ได้ จึงค้นหาข้อมูลและมาใช้บริการของ OLDK ทำกายภาพหลังผ่าตัดทันในช่วง golden period จึงทำให้คนไข้ฟื้นตัวและกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
การบันทึกการรักษาและขั้นตอนการให้บริการเป็นไปตาม Standard Medical Guideline ของโรงพยาบาลในไทยและต่างประเทศ แยกบันทึกตามกลุ่มอาการ ทำให้การบริการจากนักกายภาพในระบบของเราเป็นมาตรฐานเดียวกัน แพทย์ หรือ นักกายภาพท่านอื่นๆ มาดูผลการบันทึก ก็เข้าใจตรงกัน ลูกหลานสามารถเรียกดูประวัติการรักษาที่ผ่านมาได้อย่างเป็นระบบได้บนมือถือ และสามารถเชื่อมต่อส่งข้อมูลการักษาที่บ้านไปยังแพทย์ของโรงพยาบาลพันมิตรได้
นอกจากบริการกายภาพแล้ว เรากำลังรวบรวมผู้ให้บริการอื่นๆ เช่น นักกิจกรรมบำบัด นักดนตรีบำบัด บริการเจาะตรวจเลือด การพาผู้สูงอายุไปหาหมอ เพื่อเป็น High Touch Care delivery platform
กลุ่มลูกค้าที่ต้องการ:
รพ.รัฐ / รพ.เอกชน / หน่วยงานด้านสุขภาพอื่น ๆ ทุกกลุ่ม

11. บริษัท เอพีเอส ทีเอช จำกัด
โปรแกรม คลินิก APSX Platform ช่วยบริหารงานระบบคลินิก On Cloud สามารถบริหารงานในสถานพยาบาล คลินิก WELLNESS และศูนย์ดูแลผู้สูงอายุได้ทุกประเภท และยังสามารถเชื่อมต่อAPI เข้ากับ Platform ออนไลน์อื่นๆ ได้อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น ระบบTelemedicine ระบบดึงผล Lab/X-Ray ระบบชำระเงินออนไลน์ ระบบบัญชี เป็นต้น
กลุ่มลูกค้าที่ต้องการ:
รพ.เอกชน / รพ.รัฐ / คลินิก

12. บริษัท เบดเดอลี่ จำกัด
ระบบ Community vital sign patient โดยมีเซ็นเซอร์ที่ตรวจวัดสัญญาณชีพ หลังจากตรวจวัดข้อมูลจะถูกส่งเข้าไปยังชุด Gateway controller และ Mobile application ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษ คือตรวจวัดและบันทึกผลได้พร้อมกันในขั้นตอนเดียว และส่งข้อมูลไปที่ศูนย์แพทย์ของชุมชน (Primary care unit) ได้ทั้งแบบ Realtime และตามเวลาที่กำหนด (Cloud platform) โดยที่ศูนย์ฯ จะมีเจ้าหน้าที่ประจำการเพื่อติดตาม จัดเก็บ สืบค้น เฝ้าระวังและติดตามการรักษาผู้ป่วยผ่านระบบบริหารข้อมูลส่วนกลาง ทำให้บุคลากรทางการแพทย์มีข้อมูลสัญญาณชีพของคนในชุมชนทั้งก่อนป่วย ระหว่างป่วยและหลังป่วย เปรียบเสมือนเวชทะเบียนด้านสุขภาพของผู้ป่วยหรือคนในชุมชนในรูปแบบดิจิทัล (Personal healthcare record)
กลุ่มลูกค้าที่ต้องการ:
เขตสุขภาพที่ 9 รพ.มหาราชนครราชสีมา ฝ่ายเวชศาสตร์สังคม / เขตสุขภาพที่ 11 จังหวัดชุมพร / รพ.มหาราชโคราช / รพ.ชัยภูมิ / รพ.มหาสารคาม / รพ.กาฬสินธุ์ / รพ.ปากช่องนานา / รพ.ชลบุรี

13. บริษัท บีนิว เทค จำกัด
1. ERTIGO Platform
ERTIGO คือแพลตฟอร์ม Lifestyle Therapy & Digital Health ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาสุขภาพจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยเฉพาะอาการปวดกล้ามเนื้อและข้อ (Musculoskeletal Disorders – MSDs)
แนวคิดนวัตกรรม:
-AI Postural Risk Assessment
วิเคราะห์ท่าทางร่างกาย (Posture) ความยืดหยุ่น (Mobility) และพฤติกรรมการใช้ชีวิต
-Personalized Self-Therapy
เช่น การยืดเหยียด (Stretching), การหายใจ (Breathing), Office Yoga, Micro-break Exercise
ทำให้ผู้ใช้สามารถ ดูแลตัวเองได้ (Self-Care)
-ออกแบบให้ เปลี่ยนพฤติกรรม (Behavior Change) ผ่านการแจ้งเตือน, การติดตามผล, และการสร้าง Challenge เช่น “21-day Touch Your Toe”
2. ERGO HIPPO Dashboard
ERGO HIPPO เป็น แพลตฟอร์มสำหรับ HR และองค์กร ที่ต่อยอดจากข้อมูลและกิจกรรมใน ERTIGO รวมถึงการวิเคราะห์ผลจากผลตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อลดค่าใช้จ่ายสุขภาพ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างวัฒนธรรมองค์กรสุขภาพดี
แนวคิดนวัตกรรม:
-Dashboard ทำหน้าที่ เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพของพนักงานสู่การตัดสินใจขององค์กร
-เปลี่ยน Annual Health Check (ตรวจสุขภาพประจำปี) ให้เป็น Actionable Insights ที่นำไปปฏิบัติได้
-องค์กรสามารถสร้าง Wellness Program / Challenge ให้พนักงานเข้าร่วม เช่น Stretching Challenge, Breathing Break, Team Competition
-ใช้ Evidence-based KPI เพื่อติดตามผล เช่น Productivity Gain, Sick Day Reduction, Medical Claim Saving
-Dashboard สามารถสร้างความได้เปรียบในการทำ Bidding การตรวจสุขภาพประจำปีได้
3. Wellspheres Apps: App Subscription มากกว่า 10 แอปพลิเคชัน ทั้งบน Play Store และ App Store ที่ทำการตลาดในตลาด US และประเทศที่มี Subscription Users จำนวนมากอยู่ทั่วโลก
กลุ่มลูกค้าที่ต้องการ:
รพ.รัฐ / รพ.เอกชน ที่เป็นหน่วยตรวจสุขภาพประจำปี ให้กับองค์กรต่าง ๆ

14. บริษัท สไปก์ อาร์ชิเทคโทนิคส์ จำกัด
เทคโนโลยี MicroSpike™ เป็นแพลตฟอร์มการส่งผ่านสาร (delivery platform) ผ่านผิวหนัง (transdermal delivery) ที่ใช้ไมโครนีดเดิล (microneedle) บนแผ่นวัสดุแบบ flexible เพื่อช่วยส่งผ่านสารสำคัญเข้าสู่ผิวหนังได้อย่างลึก แม่นยำ และไม่เจ็บ จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้คือ: ปราศจากความเจ็บ ไม่ทำให้เกิดรอยเข็มหรือรอยฟกช้ำ แม่นยำเรื่องปริมาณยา จ่ายสารได้อย่างสม่ำเสมอและควบคุมได้ ใช้ได้กับสารหลายชนิด ไม่ต้องปรับสูตรหรือทำแผ่นพิเศษ ปรับความลึกและเวลาปล่อยสารได้ เหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย ลดผลข้างเคียง จึงปริมาณสารที่เข้าสู่กระแสเลือดต่ำ ผลิตได้ในระดับอุตสาหกรรม ผ่านมาตรฐาน ISO 13485 พร้อมแผ่นขนาด A4 รุ่นแรกของโลก
จุดประสงค์คือเพื่อตอบสนองความต้องการตลาดแพตช์ไมโครนีดเดิลที่ประเทศไทยเคยนำเข้าหมด เป็นการส่งเสริมให้เกิดการผลิตในประเทศ
15. บริษัท อาดาวาส เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด
cloud HIS server with AI big data analytic
กลุ่มลูกค้าที่ต้องการ:
รพ.รัฐ, คลินิกเอกชน, Health Wellness

16. บริษัท อินดิสทิงท์ จำกัด
ระบบยืนยันตัวตนแบบครบวงจร เพื่อลดขั้นตอนและอำนวยความสะดวก เพิ่มความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลการรักษาและข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะการขอประวัติและข้อมูลการรักษา เพื่อนำไปใช้ในการยืนยันข้อมูล ในการรักษาโรงพยาบาลอื่น หรือ ยื่นประกัน เป็นต้น ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ โดยจำกัดสิทธิได้ย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการนำไปใช้ในการอ้างอิงแบบน่าเชื่อถือได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใกล้เคียงกับกลุ่มสินเชื่อ ที่บริษัทให้สินเชื่อ สามารถให้บริการข้ามหน่วยงานได้อย่างมีสิทธิภาพและปลอดภัยขั้นสูงสุด
กลุ่มลูกค้าที่ต้องการ:
เน้นที่รพ.รัฐ / รพ.เอกชน

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Health Tech Startup Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Health Tech Startup Thailand:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram

ประเภท