ถั่งเช่าตรีผลา 10 เท่า l Cordy Triphala 10X

ถั่งเช่าตรีผลา 10 เท่า l Cordy Triphala 10X ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ถั่งเช่าตรีผลา 10 เท่า l Cordy Triphala 10X, การแพทย์และสุขภาพ, Bangkok.

วิธีปฏิบัติตัวสำหรับคนที่มีความเสี่ยง แล้วต้องกักตัว 14 วันที่บ้าน  ที่จะช่วยให้ครอบครัวปลอดภัยปลอดเชื้อ #คนไทยรับผิดชอบ...
12/01/2021

วิธีปฏิบัติตัวสำหรับคนที่มีความเสี่ยง แล้วต้องกักตัว 14 วันที่บ้าน ที่จะช่วยให้ครอบครัวปลอดภัยปลอดเชื้อ

#คนไทยรับผิดชอบส่วนตัวเพื่อส่วนรวม
#ช่วยกันยกระดับป้องกันโควิด19 #สสส

ตลาดไปได้ ! แต่ไปให้ปลอดภัย ต้องมีสติในการดูแลป้องกันตนเอง ระมัดระวังอยู่เสมอเมื่อต้องสัมผัสกับจุดเสี่ยงเหล่านี้..ที่สำค...
29/12/2020

ตลาดไปได้ ! แต่ไปให้ปลอดภัย ต้องมีสติในการดูแลป้องกันตนเอง ระมัดระวังอยู่เสมอเมื่อต้องสัมผัสกับจุดเสี่ยงเหล่านี้..
ที่สำคัญต้องอย่าลืม ! เช็คขอมูลข่าวสารอยู่เสมอ เพื่อให้รู้ว่าตรงไหนเป็นจุดเสี่ยงที่ควรหลีกเลี่ยงบ้าง
ปลอดภัยไม่พลาด : สวมหน้ากาก – ล้างมือ – เว้นระยะห่าง
#คนไทยรับผิดชอบส่วนตัวเพื่อส่วนรวม
#ช่วยกันยกระดับป้องกันโควิด19 #สสส

เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ หากถูกแสงแดดเป็นเวลานาน ความเข้มข้นจะลดลงจนไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ รวมทั้งไม่ควรวางเจลแอลกอฮอล์ใกล้แ...
19/12/2020

เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ หากถูกแสงแดดเป็นเวลานาน ความเข้มข้นจะลดลงจนไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ รวมทั้งไม่ควรวางเจลแอลกอฮอล์ใกล้แหล่งความร้อน เพราะเจลแอลกอฮอล์อาจติดไฟเป็นอันตรายได้
#คนไทยรับผิดชอบส่วนตัวเพื่อส่วนรวม
#ช่วยกันยกระดับป้องกันโควิด19 #สสส

เพื่อนๆ เคยสงสัยไหมครับว่าเสียงที่เราได้ยินในชีวิตประจำวันนั้น มีเสียงอะไรบ้างที่เป็นอันตรายกับหู?ปกติแล้ว หูของเราจะสาม...
06/11/2020

เพื่อนๆ เคยสงสัยไหมครับว่า
เสียงที่เราได้ยินในชีวิตประจำวันนั้น
มีเสียงอะไรบ้างที่เป็นอันตรายกับหู?

ปกติแล้ว หูของเราจะสามารถรับเสียงทีมีความดังได้ตั้งแต่ 0-120 เดซิเบล แต่ระดับเสียงที่ปลอดภัยจะอยู่ที่ประมาณ 75-85 เดซิเบลเท่านั้น แต่รู้ไหมครับว่า การใส่หูฟังฟังเพลงในระดับเสียงที่มากกว่า 60% ของเสียงดังสูงสุดก็ทำร้ายหูของเราได้แล้ว

อย่างที่เพื่อนๆ เห็นว่าเสียงในชีวิตประจำวันของเรานั้นมันไม่เท่ากัน เดินไปในบางที่อาจเงียบสงบมาก แต่พอเดินมาอีกที่กับอึกทึกครึกโครมเล่นเอาตกใจก็มี หรือแม้แต่คนที่ต้องทำงานอยู่ท่ามกลางเสียงดังๆ ตลอดก็มีความเสี่ยงที่หูจะพังเหมือนกัน

โดยอันตรายที่จะเกิดขึ้นเพื่อนๆ เป็นลำดับแรกๆ ก็คืออาการปวดหู แต่ถ้ายังได้ยินเสียงดังๆ อย่างต่อเนื่องเป็นประจำ จะทำให้อวัยวะรับเสียง โดยเฉพาะเซลล์ขนและประสาทรับเสียงเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ทำให้หูตึงหรือการได้ยินแย่ลง ถ้าหากยังละเลยก็อาจทำให้ "หูหนวก" เลยก็ได้ครับ

ซึ่งเสียงดังที่ใกล้ตัวคนในยุคนี้มากที่สุด ก็คือเสียงเพลงจากหูฟังนั่นเอง เพื่อนๆ จึงควรฟังเพลงให้ต่ำกว่า 60% ของเสียงดังสูงสุด และไม่ควรฟังเกิน 1 ชั่วโมงครึ่งนะครับ หากใส่หูฟังเปิดเพลงแล้วไม่ได้ยินเสียงรอบข้างเลย นั่นแสดงว่าเพื่อนๆ กำลังฟังเสียงดังมากเกินไปแล้ว

ส่วนใครที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังตลอดเวลา เช่น อยู่ในย่านโรงงานอุตสาหกรรมหรือจำเป็นต้องใช้เครื่องจักรบ่อยๆ ผมก็ขอแนะนำให้ใช้ที่อุดหูเพื่อลดระดับเสียงลง แต่ไม่แนะนำให้ใส่ตลอดวันนะครับ เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงของการติดเชื้อในหูได้ ให้แบ่งใส่เป็นช่วงๆ ช่วงละ 1-4 ชั่วโมง ก็จะช่วยลดอันตรายที่เกิดจากเสียงได้ครับ

หากคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์
ก็อย่าลืมกดไลก์และกดแชร์
ส่งต่อให้คนที่เพื่อนๆ ห่วงใย
ได้อ่านด้วยนะครับ
แล้วเราจะสุขภาพดีไปด้วยกัน
#ลืมป่วย

#หู #หูตึง #หูหนวก #หูฟัง

อ้างอิง:
1. https://bit.ly/3jJFwsc
2. https://bit.ly/35WqxpV
3. https://bit.ly/3egPnEK

อาหาร 5 อย่างช่วยทำความสะอาดไต“ไต” อวัยวะรูปถั่วนี้มีหน้าที่สำคัญคือการขับกรองของเสียที่เกิดจากการเผาผลาญสารอาหารที่เราร...
04/11/2020

อาหาร 5 อย่างช่วยทำความสะอาดไต

“ไต” อวัยวะรูปถั่วนี้มีหน้าที่สำคัญคือการขับกรองของเสียที่เกิดจากการเผาผลาญสารอาหารที่เรารับประทานเข้าไป นอกจากนั้นยังมีหน้าที่รักษาสมดุลน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย ทั้งช่วยควบคุมความดันโลหิตและการสร้างเม็ดเลือดแดง จึงไม่แปลกที่ไตจะมีอาการเสื่อมสภาพได้ง่าย เพราะมันต้องคอย “กรอง” ของเสียออกนอกร่างกายจนทำให้มันสกปรก สุขภาพแย่ลงจนเกิดเป็นโรคต่างๆ เช่น ไตวาย ติดเชื้อในทางเดินปัสสะวะ ไตอักเสบ นิ่วในไต เป็นต้นค่ะ

หน้าที่ของเจ้าของอย่างเราคือต้องคอยทำความสะอาดมันบ้าง นอกจากพฤติกรรมที่เหมาะสม เช่นการหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารสำเร็จรูป ดื่มน้ำให้เพียงพอและออกกำลังกาย นี่คืออาหารธรรมชาติ 5 อย่างที่สามารถช่วยทำความสะอาดไตคุณได้ค่ะ

1. ขมิ้นชัน
ขมิ้นชันช่วยลดการอักเสบในร่างกาย การอักเสบก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ไตเสื่อมสภาพลง อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงไตเรื้อรังได้ด้วย

2. กระเทียมสด
กระเทียมอุดมด้วยสารต้านอนมูลอิสระที่ชื่อว่าอัลลิซิน (Allicin) ที่ช่วยทำลายแบคทีเรีย ลดปริมาณไขมันและความข้นของเลือด ต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบ

3.แอปเปิ้ล
แอปเปิ้ลอุดมไปด้วยใยอาหาร และใยอาหารก็ช่วยลดสารพิษตกค้างในร่างกาย แอปเปิ้ลจึงช่วยให้ไตที่มีหน้าที่กำจัดสารพิษทำงานได้ง่ายขึ้น

4. น้ำมะนาว
ในน้ำมะนาวมีกรดซิตริคที่ช่วยลดระดับแคลเซียมในปัสสาวะ สาเหตุสำคัญของการเกิดนิ่ว ช่วยป้องกันการสะสมของนิ่วในไต วิธีดื่ม ให้บีบมะนาวลงในน้ำเปล่าที่อุณหภูมิปกติแล้วจิบ

5. ขิง
ขิงมีคุณสมบัติช่วยกำจัดอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยลดการอักเสบภายในและเป็นยาขับปัสสาวะอ่อนๆ ซึ่งจะช่วยขับปัสสะวะตกค้างออกไป ให้นำขิงอ่อนหรือแก่ตามแต่ชอบใส่ลงในน้ำร้อนจัดทิ้งไว้ 5-10 นาทีแล้วดื่มได้เลยค่ะ
-------------------------------
ติดตามความรู้เรื่องสุขภาพ และวิธีการดูแลสุขภาพได้ที่
📌 เพจ : อย่าฝากชีวิตไว้กับหมอ
📌 Youtube : https://youtube.com/c/อย่าฝากชีวิตไว้กับหมอ
📌 IG : dr.cant.help

กรมการแพทย์แนะผู้สูงอายุดูแลสุขภาพช่วงฤดูหนาว เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปี อากาศก็จะเริ่มเย็นลงซึ่งอาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพผู้สูง...
02/11/2020

กรมการแพทย์แนะผู้สูงอายุดูแลสุขภาพช่วงฤดูหนาว

เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปี อากาศก็จะเริ่มเย็นลงซึ่งอาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ขอแนะนำวิธีดูแลสุขภาพผู้สูงอายุช่วงฤดูหนาว ด้วยการสวมใส่เสื้อผ้าหนาๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารร้อน ดื่มน้ำอุ่น และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวอุณหภูมิก็จะลดลงผู้สูงอายุควรดูแลสุขภาพของตนเองเป็นพิเศษ เพื่อรักษาอุณหภูมิของร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ โดยการสวมใส่เสื้อผ้าที่มีความหนาเพียงพอ ห่มผ้าให้ร่างกายอบอุ่น หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีอากาศเย็น เคลื่อนไหวร่างกายบ่อยๆ รับประทานอาหารร้อนๆ และหลากหลายให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำอุ่นวันละ 6 - 8 แก้ว และนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ

นายแพทย์สกานต์ บุนนาค ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ
กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว ได้แก่ โรคระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ควรงดสูบบุหรี่และงดดื่มสุรา ปัญหาเกี่ยวกับผิวหนัง เช่น ผิวแห้ง ผิวหนังอักเสบและคัน เนื่องจากผู้สูงอายุมีไขมันใต้ผิวหนังน้อยและต่อมไขมันทำงานลดลง ทำให้ผิวหนังสูญเสียความชุ่มชื้นได้ วิธีป้องกันคือไม่ควรอาบน้ำบ่อยและอุ่นจัดเกินไป ทาโลชั่นหรือน้ำมันทาผิวหลังอาบน้ำ ระวังโรคระบบไหลเวียนโลหิตหรือโรคประจำตัวกำเริบ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น วิธีป้องกันคือดูแลร่างกายให้อบอุ่น ไม่รับประทานอาหารที่มีรสจัด ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานยาโรคประจำตัวให้ครบตามแพทย์สั่ง สำหรับผู้ที่มีปัญหาปวดข้อเรื้อรังอุณหภูมิที่ลดลงอาจจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ เช่น โรคเก๊าต์ ควรทำให้ร่างกายมีความอบอุ่นอยู่เสมอ
ถ้าหากผู้สูงอายุมีอาการไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ควรสวมใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค หมั่นล้างมือบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงสถานที่ชุมชนแออัด

**********************************
#กรมการแพทย์ #สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ #ผู้สูงอายุ #หน้าหนาว
-ขอขอบคุณ-
2 พฤศจิกายน 2563

29 ตุลาคม 2563 วันโรคหลอดเลือดสมองโลก (Stroke) “ถึงแม้ในตอนนั้นจะอายุเข้า 70 แล้ว แต่แม่ยังดูเก๋ ด้วยความที่เป็นดีเจมาก่...
29/10/2020

29 ตุลาคม 2563 วันโรคหลอดเลือดสมองโลก (Stroke)
“ถึงแม้ในตอนนั้นจะอายุเข้า 70 แล้ว แต่แม่ยังดูเก๋ ด้วยความที่เป็นดีเจมาก่อน ทำให้เขาเป็นคนค่อนข้างทันสมัย และดูเป็นคนคล่องแคล่วว่องไวอยู่ตลอดเวลา แม่ดูไม่แก่แล้วก็ดูแข็งแรง เป็นคนที่ยังดูสนุกกับชีวิต ที่สำคัญเขาเป็นคนพักผ่อนเพียงพอ อาหารที่เขาทานก็ดี ไม่หวาน มัน เค็ม และถึงแม้เขาจะไม่ออกกำลังกายแต่เขาก็ตื่นตัวไม่อยู่นิ่ง คือดูแล้วไม่มีปัจจัยเสี่ยงที่จะเป็นโรคร้ายอะไรแบบเฉียบพลัน”
มนุษย์ต่างวัยชวนคุยกับใบเตย - รพิดา อัชชะกิจ หญิงสาว ที่ต้องดูแลแม่วัย 74 ปี ซึ่งล้มป่วยเฉียบพลันด้วยโรคหลอดเลือดสมองหรือ ‘สโตรก’ ชีวิตของเธอและแม่ต้องเปลี่ยนไปภายในชั่วข้ามคืน
“ความเปลี่ยนแปลงในชีวิตมันเกิดขึ้นเร็วมาก จนเราไม่มีเวลาแม้แต่จะร้องไห้ ตอนนั้นเมื่อรู้ว่ายังไงก็เลี่ยงไม่ได้แม่ต้องเป็นสโตรก ต้องพิการแน่ ๆ แล้ว เราบอกกับตัวเองเลยว่าเป็นก็เป็นวะ แต่จะทำยังไงให้ทุกอย่างมันดีที่สุดหลังจากวันนี้ จากนั้นเราก็มานั่งคิดว่าเราต้องเตรียมอะไรบ้าง
“หมอบอกว่าตำแหน่งที่แม่เป็นค่อนข้างละเอียดอ่อน ไม่สามารถทำการผ่าตัดได้ ทำได้แค่ให้ยาสลายลิ่มเลือด แล้วหมอก็ตอบไม่ได้ว่าสุดท้ายแม่จะกลับมาได้แค่ไหน แต่ที่แน่ ๆ เลยต่อจากนี้ไปแม่จะต้องมีคนดูแลอย่างใกล้ชิด
“เมื่อก่อนเราทำงานประจำเป็นเซลล์ขายรถ แล้วก็จ้างพี่เลี้ยงมาดูแม่ แต่พอทำงานไปเรารู้สึกไม่ดีเลย มันเครียดมากเพราะเรารู้สึกว่า เราต้องพยายามดันยอดขายรถให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะให้ได้เงินเยอะ ๆ มารักษาดูแลแม่ ขณะที่ตอนทำงานอยู่ เราก็เป็นห่วงแม่ตลอดเวลา แม่เขาจะมีความสุขไหมที่คนดูแลเขาเป็นใครก็ไม่รู้ แล้วพี่เลี้ยงเขาเอาอะไรให้แม่กิน เขาทำอะไรกับแม่บ้าง สุดท้ายกลายเป็นว่ามันไม่ดีสักทาง งานเราก็ทำได้ไม่ดี ขณะที่แม่ก็ไม่ได้รับการดูแลที่ดีที่สุด จริงอยู่ที่เงินก็จำเป็น แต่ถ้ามีเยอะมากแล้วทั้งชีวิตกับแม่ชีวิตเราไม่ได้รับสิ่งที่ดีจริง ๆ มันจะกลายเป็นว่าเราทำหน้าที่เป็นเครื่องจักรในการหาเงินมากกว่าที่จะทำหน้าที่ดูแลแม่ สุดท้ายเราก็เลยลาออกแล้วเลือกที่จะทำงานอิสระที่สามารถดูแลแม่ไปด้วยพร้อมกันได้ รายได้อาจจะลดลงบ้าง แต่ทั้งแม่และเราต่างก็มีความสุขมากขึ้น
“เราก็แค่จัดการการใช้จ่ายเงินใหม่ อะไรที่สิ้นเปลืองอย่างเช่นเมื่อก่อนเคยซื้อของ หรือดื่มกาแฟแพง ๆ แก้วละเป็นร้อย วันละ 2-3 แก้ว เราก็เลิกหมดทุกอย่าง คอนโดฯที่ผ่อนอยู่เราก็ตัดสินใจขาย แล้วก็มาอยู่กับแม่ หรืออย่างถ้าเราอยากพาแม่ไปดูหนัง หรืออยากพาแม่ไปเที่ยวต่างประเทศเพื่อให้เขารู้สึกมีความสุข เราก็จะเข้าไปชิงโชคลุ้นตั๋วรางวัล ถ้าไม่ได้ก็ไม่ซีเรียส ไม่เป็นไร เราก็ใช้ชีวิตดูแลเขา แล้วก็มีความสุขตามอัตภาพของเราสองคน
“เราไม่ใช่แค่ดูแล แต่ต้องพยายามทำให้แม่แข็งแรงขึ้นด้วย จริงอยู่ว่าอาจกลับมาเป็นปกติไม่ได้ แต่เราจะทำอย่างไรให้ในท่ามกลางความไม่สมบูรณ์นี้ เขามีความสุขและมีคุณภาพให้มากที่สุด เราฝึกแม่ใหม่หมดเหมือนกับเขาเป็นเด็กอีกครั้ง ซื้อโต๊ะแบบเรียน ก ไก่ ข ไข่มาเลย เพื่อให้หัดอ่านออกเสียง ขณะเดียวกันก็ทำกายภาพบำบัดอยู่ตลอด ฝึกให้เขาลองสัมผัส ลองเคลื่อนไหว แล้วก็พูดคุยกับเขาบ่อย ๆ
“โดยส่วนตัว เราเองมีความเชื่อว่ามนุษย์คือสัตว์สังคม เราเชื่อว่าเขาจะเรียนรู้จากการออกไปพบเจอผู้คน ทุกครั้งที่เราไปวิ่ง หากดูแล้วมีงานไหนที่บรรยากาศดี ๆ เหมาะกับแม่ เราก็จะพาแม่ไปวิ่งด้วยกัน เราเข็นไป แม่ก็ชมวิวข้างทางไป ระหว่างทางก็จะคอยมีคนส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจตลอดทาง ซึ่งเขาก็รับรู้ได้และรู้สึกมีความสุขกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“ทุกวันนี้แม่สามารถนั่งเองได้ ใช้มือซ้ายหยิบจับของเอง เตะขาซ้ายได้เอง แต่อาจจะยังพูดสื่อสารเป็นประโยคยาว ๆ ไม่ได้ ได้แต่เป็นคำ ๆ ที่แม่มีพัฒนาการที่ดีขึ้น ไม่ใช่ว่าเราฝึกและดูแลเขาหรอก แต่เป็นเพราะตัวแม่เองไม่ยอมแพ้ด้วย เขาฝึกฝน พยายามที่จะเป็นคนที่แข็งแรงขึ้นอยู่ทุก ๆ วัน
“ตั้งแต่วันที่ล้มป่วยไม่มีวันไหนเลยที่แม่จะอยู่เฉย ๆ ไม่ยอมพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น การต่อสู้กับตัวเองของแม่ทำให้ลูกอย่างเรา อยากที่จะอยู่ข้าง ๆ เขา แล้วร่วมต่อสู้เผชิญหน้ากับปัญหาไปด้วยกัน
“เรากับแม่สนิทกันมาก อาจเพราะเราเป็นลูกสาวคนเดียวแล้วก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน ทำให้มีความเข้าใจกันมาก แต่แม่จะเลี้ยงเราไม่เหมือนลูกผู้หญิง ไม่ประคบประหงมมาก เน้นให้เราดูแลตัวเองได้ แม่เคยบอกว่าถ้าเราโตแล้วไม่ต้องมาเลี้ยงเขาก็ได้ แค่อย่าสร้างภาระให้เขาก็พอ
“แม่ย้ำเสมอว่าเราสองคนจะไม่เป็นภาระซึ่งกันและกัน
“เรานึกไปถึงประโยคนี้ แล้วก็กุมมือแม่ขึ้นมาบอกกับเขาว่า แม่ไม่ได้เป็นภาระของหนูนะ ไม่ว่าใครจะคิดหรือมองว่ายังไง ขอให้รู้ไว้ว่าสิ่งที่แม่เป็นอยู่ แม่กำลังให้หนูได้มีโอกาสตอบแทนแม่ ให้หนูได้มีโอกาสเป็นลูกที่ดี และแม่กำลังให้หนูได้เป็นคนเต็มคนจริง ๆ"
อ่านเรื่องราวฉบับเต็มได้ที่ : https://www.manoottangwai.com/read/view/read-article-stroke/
รับชมคลิป : https://youtu.be/WSuEWMP2WWs
#มนุษย์ต่างวัย #โรคหลอดเลือดสมอง #สโตรก #วันโรคหลอดเลือดสมองโลก #ดูแลพ่อแม่ป่วย
ติดตาม ‘มนุษย์ต่างวัย’ ในช่องทางอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่
Website : www.manoottangwai.com
YouTube : www.youtube.com/c/มนุษย์ต่างวัย
LINE Official :
Instagram : www.instagram.com/manoottangwai_ig/
PodBean : https://manoottangwai.podbean.com/
Sportify : https://spoti.fi/2BmuWay

29 ตุลาคม 2563 วันโรคหลอดเลือดสมองโลก (Stroke)
“ถึงแม้ในตอนนั้นจะอายุเข้า 70 แล้ว แต่แม่ยังดูเก๋ ด้วยความที่เป็นดีเจมาก่อน ทำให้เขาเป็นคนค่อนข้างทันสมัย และดูเป็นคนคล่องแคล่วว่องไวอยู่ตลอดเวลา แม่ดูไม่แก่แล้วก็ดูแข็งแรง เป็นคนที่ยังดูสนุกกับชีวิต ที่สำคัญเขาเป็นคนพักผ่อนเพียงพอ อาหารที่เขาทานก็ดี ไม่หวาน มัน เค็ม และถึงแม้เขาจะไม่ออกกำลังกายแต่เขาก็ตื่นตัวไม่อยู่นิ่ง คือดูแล้วไม่มีปัจจัยเสี่ยงที่จะเป็นโรคร้ายอะไรแบบเฉียบพลัน”
มนุษย์ต่างวัยชวนคุยกับใบเตย - รพิดา อัชชะกิจ หญิงสาว ที่ต้องดูแลแม่วัย 74 ปี ซึ่งล้มป่วยเฉียบพลันด้วยโรคหลอดเลือดสมองหรือ ‘สโตรก’ ชีวิตของเธอและแม่ต้องเปลี่ยนไปภายในชั่วข้ามคืน
“ความเปลี่ยนแปลงในชีวิตมันเกิดขึ้นเร็วมาก จนเราไม่มีเวลาแม้แต่จะร้องไห้ ตอนนั้นเมื่อรู้ว่ายังไงก็เลี่ยงไม่ได้แม่ต้องเป็นสโตรก ต้องพิการแน่ ๆ แล้ว เราบอกกับตัวเองเลยว่าเป็นก็เป็นวะ แต่จะทำยังไงให้ทุกอย่างมันดีที่สุดหลังจากวันนี้ จากนั้นเราก็มานั่งคิดว่าเราต้องเตรียมอะไรบ้าง
“หมอบอกว่าตำแหน่งที่แม่เป็นค่อนข้างละเอียดอ่อน ไม่สามารถทำการผ่าตัดได้ ทำได้แค่ให้ยาสลายลิ่มเลือด แล้วหมอก็ตอบไม่ได้ว่าสุดท้ายแม่จะกลับมาได้แค่ไหน แต่ที่แน่ ๆ เลยต่อจากนี้ไปแม่จะต้องมีคนดูแลอย่างใกล้ชิด
“เมื่อก่อนเราทำงานประจำเป็นเซลล์ขายรถ แล้วก็จ้างพี่เลี้ยงมาดูแม่ แต่พอทำงานไปเรารู้สึกไม่ดีเลย มันเครียดมากเพราะเรารู้สึกว่า เราต้องพยายามดันยอดขายรถให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะให้ได้เงินเยอะ ๆ มารักษาดูแลแม่ ขณะที่ตอนทำงานอยู่ เราก็เป็นห่วงแม่ตลอดเวลา แม่เขาจะมีความสุขไหมที่คนดูแลเขาเป็นใครก็ไม่รู้ แล้วพี่เลี้ยงเขาเอาอะไรให้แม่กิน เขาทำอะไรกับแม่บ้าง สุดท้ายกลายเป็นว่ามันไม่ดีสักทาง งานเราก็ทำได้ไม่ดี ขณะที่แม่ก็ไม่ได้รับการดูแลที่ดีที่สุด จริงอยู่ที่เงินก็จำเป็น แต่ถ้ามีเยอะมากแล้วทั้งชีวิตกับแม่ชีวิตเราไม่ได้รับสิ่งที่ดีจริง ๆ มันจะกลายเป็นว่าเราทำหน้าที่เป็นเครื่องจักรในการหาเงินมากกว่าที่จะทำหน้าที่ดูแลแม่ สุดท้ายเราก็เลยลาออกแล้วเลือกที่จะทำงานอิสระที่สามารถดูแลแม่ไปด้วยพร้อมกันได้ รายได้อาจจะลดลงบ้าง แต่ทั้งแม่และเราต่างก็มีความสุขมากขึ้น
“เราก็แค่จัดการการใช้จ่ายเงินใหม่ อะไรที่สิ้นเปลืองอย่างเช่นเมื่อก่อนเคยซื้อของ หรือดื่มกาแฟแพง ๆ แก้วละเป็นร้อย วันละ 2-3 แก้ว เราก็เลิกหมดทุกอย่าง คอนโดฯที่ผ่อนอยู่เราก็ตัดสินใจขาย แล้วก็มาอยู่กับแม่ หรืออย่างถ้าเราอยากพาแม่ไปดูหนัง หรืออยากพาแม่ไปเที่ยวต่างประเทศเพื่อให้เขารู้สึกมีความสุข เราก็จะเข้าไปชิงโชคลุ้นตั๋วรางวัล ถ้าไม่ได้ก็ไม่ซีเรียส ไม่เป็นไร เราก็ใช้ชีวิตดูแลเขา แล้วก็มีความสุขตามอัตภาพของเราสองคน
“เราไม่ใช่แค่ดูแล แต่ต้องพยายามทำให้แม่แข็งแรงขึ้นด้วย จริงอยู่ว่าอาจกลับมาเป็นปกติไม่ได้ แต่เราจะทำอย่างไรให้ในท่ามกลางความไม่สมบูรณ์นี้ เขามีความสุขและมีคุณภาพให้มากที่สุด เราฝึกแม่ใหม่หมดเหมือนกับเขาเป็นเด็กอีกครั้ง ซื้อโต๊ะแบบเรียน ก ไก่ ข ไข่มาเลย เพื่อให้หัดอ่านออกเสียง ขณะเดียวกันก็ทำกายภาพบำบัดอยู่ตลอด ฝึกให้เขาลองสัมผัส ลองเคลื่อนไหว แล้วก็พูดคุยกับเขาบ่อย ๆ
“โดยส่วนตัว เราเองมีความเชื่อว่ามนุษย์คือสัตว์สังคม เราเชื่อว่าเขาจะเรียนรู้จากการออกไปพบเจอผู้คน ทุกครั้งที่เราไปวิ่ง หากดูแล้วมีงานไหนที่บรรยากาศดี ๆ เหมาะกับแม่ เราก็จะพาแม่ไปวิ่งด้วยกัน เราเข็นไป แม่ก็ชมวิวข้างทางไป ระหว่างทางก็จะคอยมีคนส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจตลอดทาง ซึ่งเขาก็รับรู้ได้และรู้สึกมีความสุขกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“ทุกวันนี้แม่สามารถนั่งเองได้ ใช้มือซ้ายหยิบจับของเอง เตะขาซ้ายได้เอง แต่อาจจะยังพูดสื่อสารเป็นประโยคยาว ๆ ไม่ได้ ได้แต่เป็นคำ ๆ ที่แม่มีพัฒนาการที่ดีขึ้น ไม่ใช่ว่าเราฝึกและดูแลเขาหรอก แต่เป็นเพราะตัวแม่เองไม่ยอมแพ้ด้วย เขาฝึกฝน พยายามที่จะเป็นคนที่แข็งแรงขึ้นอยู่ทุก ๆ วัน
“ตั้งแต่วันที่ล้มป่วยไม่มีวันไหนเลยที่แม่จะอยู่เฉย ๆ ไม่ยอมพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น การต่อสู้กับตัวเองของแม่ทำให้ลูกอย่างเรา อยากที่จะอยู่ข้าง ๆ เขา แล้วร่วมต่อสู้เผชิญหน้ากับปัญหาไปด้วยกัน
“เรากับแม่สนิทกันมาก อาจเพราะเราเป็นลูกสาวคนเดียวแล้วก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน ทำให้มีความเข้าใจกันมาก แต่แม่จะเลี้ยงเราไม่เหมือนลูกผู้หญิง ไม่ประคบประหงมมาก เน้นให้เราดูแลตัวเองได้ แม่เคยบอกว่าถ้าเราโตแล้วไม่ต้องมาเลี้ยงเขาก็ได้ แค่อย่าสร้างภาระให้เขาก็พอ
“แม่ย้ำเสมอว่าเราสองคนจะไม่เป็นภาระซึ่งกันและกัน
“เรานึกไปถึงประโยคนี้ แล้วก็กุมมือแม่ขึ้นมาบอกกับเขาว่า แม่ไม่ได้เป็นภาระของหนูนะ ไม่ว่าใครจะคิดหรือมองว่ายังไง ขอให้รู้ไว้ว่าสิ่งที่แม่เป็นอยู่ แม่กำลังให้หนูได้มีโอกาสตอบแทนแม่ ให้หนูได้มีโอกาสเป็นลูกที่ดี และแม่กำลังให้หนูได้เป็นคนเต็มคนจริง ๆ"
อ่านเรื่องราวฉบับเต็มได้ที่ : https://www.manoottangwai.com/read/view/read-article-stroke/
รับชมคลิป : https://youtu.be/WSuEWMP2WWs
#มนุษย์ต่างวัย #โรคหลอดเลือดสมอง #สโตรก #วันโรคหลอดเลือดสมองโลก #ดูแลพ่อแม่ป่วย
ติดตาม ‘มนุษย์ต่างวัย’ ในช่องทางอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่
Website : https://www.manoottangwai.com​
YouTube : https://www.youtube.com/c/Manoottangwai
LINE Official : https://lin.ee/siekPKY
Instagram : https://www.instagram.com/manoottangwai_ig/
PodBean : https://manoottangwai.podbean.com​
Spotify : https://spoti.fi/2BmuWay

แพทย์ผิวหนังเตือนยาคุมกำเนิดบดใส่แชมพูไม่สามารถช่วยรักษาโรคผมร่วง ผมบางได้ กรมการแพทย์  โดยสถาบันโรคผิวหนัง  เตือนไม่แนะ...
27/10/2020

แพทย์ผิวหนังเตือนยาคุมกำเนิดบดใส่แชมพูไม่สามารถช่วยรักษาโรคผมร่วง ผมบางได้

กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคผิวหนัง เตือนไม่แนะนำให้ใช้ยาคุมกำเนิดบดใส่แชมพูเอามาสระผม หรือทาหนังศีรษะเพื่อหวังผลในการรักษาโรคผมร่วง ผมบาง และหวังเร่งผมให้ยาวเร็วขึ้น เนื่องจากยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ว่าใช้ได้ผล สำหรับผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง แนะนำปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อได้รับการรักษา
ที่ถูกต้อง

นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์และโฆษกกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวเผยแพร่ใน Social ว่า ถ้าอยากเร่งให้ผมยาวหรือแก้ผมร่วง ให้เอายาคุมกำเนิดมาบดใส่แชมพูแล้วเอามาสระผมนั้น ขอเรียนว่า ยาคุมกำเนิดแบบเม็ดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ ชนิดฮอร์โมนรวม ซึ่งประกอบด้วยฮอร์โมน
2 ชนิดคือ เอสโตรเจน (estrogen) และโปรเจสติน (progestin) ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีคุณสมบัติยับยั้งการตกไข่ ยับยั้งการสร้างฮอร์โมนแอนโดรเจนและลดฮอร์โมนเพศชายที่ทำให้เกิดภาวะผมบางจากพันธุกรรม ส่วนฮอร์โมนโปรเจสตินมีคุณสมบัติยับยั้งฮอร์โมนแอนโดรเจนที่ทำให้เกิดภาวะผมบางจากพันธุกรรมเช่นกัน ปกติยาคุมกำเนิด จะดูดซึมทางระบบอาหาร ไม่มีรายงานทางการแพทย์ว่าดูดซึมทางหนังศีรษะ การนำยาคุมกำเนิดไปใช้ผิดวิธี จะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี

แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า โรคผมบางจากพันธุกรรมเกิดจากหลายปัจจัย ไม่ใช่จากปัจจัยฮอร์โมนแอนโดรเจนอย่างเดียว เช่น
ปัจจัยทางพันธุกรรมรวมถึงปัจจัยอื่นๆ ที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด ด้วยเหตุนี้ การรักษาด้วยการใช้ยาทาหรือยารับประทานที่ต้านฮอร์โมนแอนโดรเจนอาจจะไม่ได้ผลในผู้หญิง สำหรับผู้ชายไม่ควรใช้ยาคุมกำเนิดในการรักษาเพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น มีเต้านมขนาดใหญ่ขึ้น พบว่าจากหลักฐานการศึกษาทางการแพทย์ มีการใช้
ยาทาเอสโตรเจนในผู้ป่วยหญิงที่มีภาวะผมบางจากพันธุกรรม แต่ไม่ได้ทำให้ผมขึ้นมากขึ้น นอกจากนี้ การใช้ยาคุมกำเนิดบดผสมในแชมพูอาจมีการดูดซึมที่หนังศีรษะได้ไม่ดีเท่ากับการทายา แต่กลับจะทำให้ปริมาณ ยาคุมกำเนิดลดลงพร้อมกับแชมพูสัมผัสหนังศีรษะในระยะเวลาจำกัดก่อนที่จะถูกล้างออก ดังนั้นการดูดซึมจึงน้อยกว่าการทายาหรือการรับประทานยา ประสิทธิภาพในการต้านฮอร์โมนแอนโดรเจนลดลง
ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า การศึกษาทางการแพทย์ที่พบว่ายาต้านฮอร์โมนแอนโดรเจนชนิดอื่นนอกเหนือจากยาคุมกำเนิด อาจใช้ได้ผลในผู้ป่วยหญิงบางรายที่มีโรคผมบางทางพันธุกรรม ได้แก่ spironolactone, finasteride, dutasteride, flutamide แต่ยารับประทานเหล่านี้ยังไม่ได้รับการจัดให้
อยู่ในมาตรฐานการรักษาและห้ามใช้ในหญิงวัยเจริญพันธุ์ที่มีโอกาสจะตั้งครรภ์ เพราะจะเป็นอันตรายแก่ทารก
ในครรภ์ได้ จากหลักฐานการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างผู้ที่รับประทานยา spironolactone อย่างเดียวหรือรับประทานยา spironolactone ร่วมกับยาคุมกำเนิด ผลการศึกษาไม่พบว่าการรับประทานยาคุมกำเนิดช่วยให้ผมขึ้นมากขึ้น สำหรับผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง แนะนำปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อได้รับการรักษาที่ถูกต้อง จะดีกว่าการทำตามความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง
*****************************************
#กรมการแพทย์แพทย์ #สถาบันโรคผิวหนัง #แพทย์ผิวหนังเตือนยาคุมกำเนิดบดใส่แชมพูไม่สามารถช่วยรักษาโรคผมร่วง ผมบางได้
- ขอขอบคุณ -
27 ตุลาคม 2563

กรมการแพทย์ โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ  ยืนยันข่าวจริง “ตาเหลือง ตัวเหลือง อาจเป็นสัญญาณเตือนโรคมะเร็งตับ”ตามที่มีข่าวปรากฏ...
14/10/2020

กรมการแพทย์ โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ยืนยันข่าวจริง

“ตาเหลือง ตัวเหลือง อาจเป็นสัญญาณเตือนโรคมะเร็งตับ”
ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง “ตาเหลือง ตัวเหลือง อาจเป็นสัญญาณเตือนโรคมะเร็งตับ” กรมการแพทย์ โดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า ตาเหลือง ตัวเหลือง เป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนมะเร็งตับและท่อน้ำดี
นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า มะเร็งตับและท่อน้ำดีเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในคนไทย แต่ละปีมีผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 20,000 คน มะเร็งตับที่พบมากในประเทศไทยมี 2 ชนิด คือ มะเร็งของเซลล์ตับ และมะเร็งท่อน้ำดีตับ สาเหตุของมะเร็งเซลล์ตับ หลายคนอาจทราบแต่เพียงว่าเกิดจากการดื่มเหล้า แต่ในความเป็นจริงยังมีสาเหตุอื่น ๆ ซึ่งที่พบบ่อยในบ้านเราคือการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเรื้อรังชนิดบีและซี เป็นผลทำให้เซลล์ตับถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง มีไขมันสะสมในตับมากขึ้นและเกิดผังผืดขึ้นแทนที่เซลล์ตับปกติ ส่วนมะเร็งท่อน้ำดีตับพบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น การติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับจากการกินปลาน้ำจืดดิบ การรับประทานอาหารที่มีดินประสิว และไนไตรท์ เช่น ปลาร้า ปลาจ่อม ปลาส้ม แหนมไส้กรอกเป็นประจำ รวมถึงการมีภาวะท่อน้ำดีอักเสบเรื้อรัง
นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวเสริมว่า ผู้ป่วยแต่ละรายอาจอาจมีอาการแสดงของโรคแตกต่างกันและมักไม่มีอาการในระยะแรก โดยอาการส่วนใหญ่ที่พบ คือ แน่นท้อง ท้องอืดท้องเฟ้อเป็นประจำ อ่อนเพลีย น้ำหนักลด ปวดหรือเสียดชายโครงขวา อาจคลำพบก้อนในช่องท้อง ตัวเหลือง ตาเหลือง ท้องโต และมีอาการบวมบริเวณขาทั้ง 2 ข้าง หากมีอาการเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย ส่วนการป้องกันโรคทำได้โดยการให้วัคซีนไวรัสตับอักเสบชนิดบีในเด็กแรกเกิด ไม่รับประทานปลาน้ำจืดดิบ ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินชีวิตและพฤติกรรมสุขภาพ รับประทานอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีสารก่อมะเร็ง เช่น อาหารที่อาจปนเปื้อนสารอะฟลาทอกซิน อาหารที่มีดินประสิว และอาหารหมักดอง เป็นต้น

ขอขอบคุณ
14 ตุลาคม 2563

กรมการแพทย์ โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ยืนยันข่าวจริง

“ตาเหลือง ตัวเหลือง อาจเป็นสัญญาณเตือนโรคมะเร็งตับ”
ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง “ตาเหลือง ตัวเหลือง อาจเป็นสัญญาณเตือนโรคมะเร็งตับ” กรมการแพทย์ โดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า ตาเหลือง ตัวเหลือง เป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนมะเร็งตับและท่อน้ำดี

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า มะเร็งตับและท่อน้ำดีเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในคนไทย แต่ละปีมีผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 20,000 คน มะเร็งตับที่พบมากในประเทศไทยมี 2 ชนิด คือ มะเร็งของเซลล์ตับ และมะเร็งท่อน้ำดีตับ สาเหตุของมะเร็งเซลล์ตับ หลายคนอาจทราบแต่เพียงว่าเกิดจากการดื่มเหล้า แต่ในความเป็นจริงยังมีสาเหตุอื่น ๆ ซึ่งที่พบบ่อยในบ้านเราคือการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเรื้อรังชนิดบีและซี เป็นผลทำให้เซลล์ตับถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง มีไขมันสะสมในตับมากขึ้นและเกิดผังผืดขึ้นแทนที่เซลล์ตับปกติ ส่วนมะเร็งท่อน้ำดีตับพบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น การติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับจากการกินปลาน้ำจืดดิบ การรับประทานอาหารที่มีดินประสิว และไนไตรท์ เช่น ปลาร้า ปลาจ่อม ปลาส้ม แหนมไส้กรอกเป็นประจำ รวมถึงการมีภาวะท่อน้ำดีอักเสบเรื้อรัง
นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวเสริมว่า ผู้ป่วยแต่ละรายอาจอาจมีอาการแสดงของโรคแตกต่างกันและมักไม่มีอาการในระยะแรก โดยอาการส่วนใหญ่ที่พบ คือ แน่นท้อง ท้องอืดท้องเฟ้อเป็นประจำ อ่อนเพลีย น้ำหนักลด ปวดหรือเสียดชายโครงขวา อาจคลำพบก้อนในช่องท้อง ตัวเหลือง ตาเหลือง ท้องโต และมีอาการบวมบริเวณขาทั้ง 2 ข้าง หากมีอาการเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย ส่วนการป้องกันโรคทำได้โดยการให้วัคซีนไวรัสตับอักเสบชนิดบีในเด็กแรกเกิด ไม่รับประทานปลาน้ำจืดดิบ ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินชีวิตและพฤติกรรมสุขภาพ รับประทานอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีสารก่อมะเร็ง เช่น อาหารที่อาจปนเปื้อนสารอะฟลาทอกซิน อาหารที่มีดินประสิว และอาหารหมักดอง เป็นต้น

ขอขอบคุณ
14 ตุลาคม 2563

ฟักทอง... จักษุโภชนา ชะลอดวงตาเสื่อมการเสื่อมของดวงตาไม่ได้เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุเท่านั้นหากแต่พบได้ทุกเพศทุกวัย เนื่องจา...
09/10/2020

ฟักทอง... จักษุโภชนา ชะลอดวงตาเสื่อม
การเสื่อมของดวงตาไม่ได้เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุเท่านั้นหากแต่พบได้ทุกเพศทุกวัย เนื่องจากการใช้ชีวิตอยู่ในโลกออนไลน์เป็นเวลานานๆ ของคนยุคนี้ อาหารที่ช่วยบำรุงสายตาได้เป็นอย่างดี อยู่ที่ไหน ไม่ว่าเมืองไทยหรือต่างประเทศก็หากินได้ง่ายราคาถูกก็คือ ฟักทอง

ผลฟักทองให้วิตามินเอสูงมาก ฟักทอง 100 กรัมจะให้วิตามินเอสูงถึง 7,384 ไอยู (International unit) วิตามินเอ นอกจากจะดีต่อผิวพรรณแล้ว ยังช่วยในการมองเห็น บำรุงสายตา ทำให้การมองเห็นในที่มืดดีขึ้น และป้องกันเยื่อบุตาแห้ง ผลฟักทองมีสารสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อดวงตา คือ สารลูทีน (lutein) และซีแซนทีน (zeaxanthin) ซึ่งเป็นสารที่อยู่ในกลุ่มแคโรทีนอยด์ (carotenoids)

สารลูทีนจะพบมากบริเวณจอรับภาพของจอประสาทตาและเรตินาหรือจอตา โดยจะทำหน้าที่กรองแสงที่เป็นอันตรายต่อดวงตา เช่น แสงแดด แสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ และสมาร์ตโฟนซึ่งมีผลทำให้จอประสาทตาเสื่อม

นอกจากนี้ ยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของดวงตา ป้องกันโรคที่เกิดจากโรคต้อกระจก โรคจอประสาทตาเสื่อม และทำให้การมองเห็นดีขึ้น การกินฟักทองเป็นประจำจึงเป็นการบำรุงรักษาสายตาอย่างดียิ่ง

เซลล์เสื่อม! ได้อย่างไร?ริ้วรอย ผิวเหี่ยวย่น หย่อนคล้อย ผมหงอก อ่อนเพลียง่าย และมีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ เป็นสัญญาณพื้นฐาน...
09/10/2020

เซลล์เสื่อม! ได้อย่างไร?
ริ้วรอย ผิวเหี่ยวย่น หย่อนคล้อย ผมหงอก อ่อนเพลียง่าย และมีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ เป็นสัญญาณพื้นฐานที่บ่งบอกให้รู้ว่าเซลล์ในร่างกายและประสิทธิภาพการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ของคุณเสื่อม
เซลล์ คือหน่วยพื้นฐานที่มีขนาดเล็กที่สุดของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย ภายในเซลล์จะมีโครโมโซมหรือหน่วยพันธุกรรม ทำหน้าที่กำหนดลักษณะและควบคุมการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งตรงส่วนปลายของโครโมโซมจะมีปลอกหุ้มทรงยาวที่เรียกว่า "เทโลเมียร์" ทำหน้าที่ปกป้องโครโมโซมในเซลล์ไม่ให้ถูกทำลายจากการแบ่งเซลล์ และยังเป็นกุญแจสำคัญในการบอกอายุของเซลล์โดยวัดจากความสั้นหรือยาวของเทโลเมียร์
ทุกครั้งที่ร่างกายมีการแบ่งเซลล์ ไม่ว่าจะเป็นการเจริญเติบโตของร่างกายหรือทดแทนเซลล์ที่ตายไปจากปัจจัยต่าง ๆ เช่นการมีอนุมูลอิสระในร่างกายมากเกินไป ความเครียด การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกหลักโภชนาการ เทโลเมียร์ก็จะหดสั้นลง นั่นหมายถึงโครโมโซมจะถูกทำลาย ส่งผลให้อายุของเซลล์สั้นและเสื่อมสภาพลง ซึ่งเป็นต้นเหตุให้เกิดการเจ็บป่วยด้วยโรคต่าง ๆ ขึ้นได้
อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยที่ทำให้เซลล์เสื่อมตามเวลา แต่การได้รับอนุมูลอิสระเข้าสู่ร่างกายมากเกินไปจากการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกหลักโภชนการและพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงเป็นตัวเร่งให้เกิดภาวะเซลล์เสื่อมได้ง่ายขึ้น ดังนั้นจึงควรเปลี่ยนแปลง lifestyle หรือการใช้ชีวิตให้เหมาะสม เพื่อป้องกันการหดสั้นของเทโลเมียร์ที่เป็นต้นเหตุทำให้เซลล์เสื่อมซึ่งสัมพันธ์กับการเกิดโรคเสื่อมของร่างกาย ที่คนในปัจจุบันเป็นโรคนี้และเสียชีวิตจำนวนมาก
การป้องกันโรคดีกว่าการรักษาโรค
#ป้องกันดีกว่ารักษา #บันทึกหมอสั่ง #เซลล์เสื่อม #เทโลเมียร์ #โครโมโซม #อนุมูลอิสระ
พี่หมอขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ

เพราะการกินเค็มไม่ใช่สาเหตุเดียวของโรคไตยอดผู้ป่วยโรคไตในไทยจึงพุ่งสูงถึง 8 ล้านคน!!ปกติแล้วไตของเราจะขับของเสียออกมาในร...
05/10/2020

เพราะการกินเค็มไม่ใช่สาเหตุเดียวของโรคไต
ยอดผู้ป่วยโรคไตในไทยจึงพุ่งสูงถึง 8 ล้านคน!!

ปกติแล้วไตของเราจะขับของเสียออกมาในรูปแบบของฉี่ รวมทั้งรักษาระดับเกลือแร่ในร่างกายและช่วยสร้างฮอร์โมนอีกด้วย แต่เมื่อไตไม่สามารถทำหน้าที่เหล่านี้ต่อไปได้ ของเสียก็จะคั่งค้างและรบบต่างๆ ในร่างกายก็ทำงานได้แย่ลง ส่งผลให้สุขภาพทรุดโทรมนั่นเองครับ

โดยในไทยนั้นมีผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังกว่า 8 ล้านคน และโรคไตระยะสุดท้ายอีกนับแสนคน หลายๆ คนอาจคิดว่าการกินเค็มทำให้เป็นโรคไต นั่นก็เป็นความคิดที่ถูกครับ แต่ไม่ทั้งหมด เพราะโรคไตมีสาเหตุหลักๆ มากมาย ซึ่งก็คือ

- โรคความดันโลหิตสูง
- โรคเบาหวาน
- ยาบางชนิด เช่น ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยาสมุนไพรที่ไม่ได้มาตรฐาน
- การอักเสบจากการติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะ
- นิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ
- โรคเก๊าต์

สรุปง่ายๆ ก็คือ แม้ไม่กินเค็ม แต่ถ้าไม่ดูแลสุขภาพและปล่อยตัวให้เกิดโรค โรคแรกที่เพื่อนๆ เป็นนั้นก็อาจจะทำให้โรคไตตามมาด้วยก็ได้ครับ

ซึ่งนายแพทย์กำธร ลีลามะลิ หัวหน้าศูนย์ไตเทียม โรงพยาบาลราชวิถี ก็ได้แนะนำว่าวิธีที่จะป้องกันโรคไตได้ก็คือการเลี่ยงกินเค็ม ควบคุมโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงให้ดี เพราะโรคเบาหวานทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงจนไตต้องทำงานหนักตลอดเวลา กระทั่งไตเสื่อมสภาพไปในที่สุดและยังทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงตามมาอีกด้วย

แต่ถ้าเพื่อนๆ เป็นโรคไตแล้วก็อย่าเพิ่งกังวลไปครับ เพราะโรตไตสามารถรักษาได้ถ้ารู้ตัวตั้งแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะไตวายเฉียบพลัน ที่จะเกิดขึ้นแค่ชั่วเวลาหนึ่ง ถ้ารู้สาเหตุและรักษาก็จะกลับมาเป็นปกติ แต่ถ้าเพื่อนๆ ไม่ดูแลตัวเองจนเกิดโรคเบาหวานหรือโรคต่างๆ ตามที่ผมได้พูดไปแล้ว เพื่อนๆ ก็อาจจะเป็นไตวายเรื้อรังซึ่งจะมีความอันตรายมากกว่าและรักษาให้หายขาดยากมากครับ

ดังนั้น การดูแลตัวเองจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก หากไม่อยากทรมานเพราะโรคไต เพื่อนๆ ก็ควรเลือกกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายเป็นประจำ และพักผ่อนให้เพียงพอ แม้จะดูเป็นคำแนะนำง่ายๆ แต่ก็เพราะเรื่องง่ายๆ แบบนี้นี่แหละครับ ที่ช่วยให้สุขภาพของเพื่อนๆ แข็งแรงได้ ถ้าอยากสุขภาพดีก็ต้องเริ่มต้นที่ตัวเรานะครับ

แล้วอย่าลืมกดไลก์และกดแชร์
เพื่อแบ่งปันสาระนี้
ให้คนที่เพื่อนๆ รักได้อ่านด้วยนะครับ
แล้วเราจะสุขภาพดีไปด้วยกัน
#ลืมป่วย

#โรคไต #ไต #ไตเสื่อม #โซเดียม #เบาหวาน
#ความดัน #ความดันสูง #ความดันโลหิต

อ้างอิง:
1. https://mayocl.in/2GjEbL4
2. https://bit.ly/3l6EBD7

ที่อยู่

Bangkok
10160

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 22:00
อังคาร 08:00 - 22:00
พุธ 08:00 - 22:00
พฤหัสบดี 08:00 - 22:00
ศุกร์ 08:00 - 22:00
เสาร์ 08:00 - 22:00
อาทิตย์ 08:00 - 22:00

เบอร์โทรศัพท์

+66802109177

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ถั่งเช่าตรีผลา 10 เท่า l Cordy Triphala 10Xผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง ถั่งเช่าตรีผลา 10 เท่า l Cordy Triphala 10X:

แชร์