18/10/2021
สมองดี หรือ ไม่ดี ดูตรงไหน ???
สมองได้รับการสร้างขึ้นและพัฒนาด้วยปัจจัยใหญ่ๆ 3 อย่างคือ พันธุกรรม อาหารโภชนาการ และสิ่งแวดล้อม ทั้งสามอย่างจะร่วมกันสร้างสมอง ตั้งแต่รูปร่างโครงสร้างของสมอง ทำให้สมองทำงานได้ ทำให้สมองมีการพัฒนาสารเคมีต่างๆ ที่มีส่วนทำให้สมองสั่งการทำงานต่างๆ ได้ จนมีการแสดงออกมาเป็นพฤติกรรม ซึ่งแต่ละส่วนก็มีความสัมพันธ์กัน หากทุกส่วนทำงานได้ราบรื่นดีก็จะบอกได้ว่า สมองดี มีคุณภาพ
มาดูกันว่าแต่ละปัจจัยเราจะทำอะไรกันได้บ้าง และทำได้มากน้อยแค่ไหน
ดูที่ “พันธุกรรม” ปัจจัยตั้งต้น มาอย่างไร ได้อย่างนั้น
สมองจะเจริญเติบโตได้ต้องอาศัยข้อมูลทางพันธุกรรมที่อยู่ในดีเอ็นเอเป็นตัวกำหนดองค์ประกอบต่างๆ ของอวัยวะในร่างกายว่าจะมีลักษณะอย่างไร และมีคุณภาพอย่างไร ซึ่งก็รวมถึงสมองด้วย
ถ้าองค์ประกอบต่างๆ ในดีเอ็นเอปกติ สมองก็ปกติ แต่ถ้าองค์ประกอบในดีเอ็นเอผิดแผกไป เช่น เป็นโรคทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับสมอง เช่น โรคสมองพิการ โรคไขสันหลังพิการ ดาวนส์ซินโดรม แม้แต่ออทิสติกทุกวันนี้ก็พบว่า เป็นโรคทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับสมอง สมองก็จะผิดปกติไปด้วย
พันธุกรรมจึงเป็นปัจจัยสร้างสมองที่เราเปลี่ยนแปลงแก้ไขไม่ได้ แต่ที่ทำได้คือ เลือกคู่ครองที่ปกติ หรือป้องกันได้ด้วยการตรวจสุขภาพกันก่อน
อย่างไรก็ดี ยังมีปัจจัยอีก 2 อย่าง ได้แก่ อาหารโภชนาการ และสิ่งแวดล้อม ที่เป็นปัจจัยสำคัญ และพ่อแม่สามารถดูแลให้ลูกได้หากต้องการพัฒนาสมองลูกให้เรียนรู้ได้เต็มศักยภาพ
ดูที่ “อาหาร” ปัจจัยสำคัญ พ่อแม่กำหนดได้
• อาหารสมองดีเริ่มตั้งแต่แม่ท้อง ตลอด 9 เดือน แม่ตั้งครรภ์จำเป็นต้องได้อาหารที่ดี โดยเฉพาะช่วงอายุครรภ์ 4 – 5 เดือนถึงตอนคลอดเป็นช่วงที่สำคัญที่สุด แม่จะต้องมีโภชนาการดี จากครั้งที่แล้วคุณพ่อคุณแม่ได้เห็นแล้วว่า สมองลูกเริ่มพัฒนาและเติบโตตั้งแต่ 25 วันหลังจากปฏิสนธิเป็นต้นมา ดังนั้นช่วงที่ลูกอยู่ในท้องแม่ตลอด 9 เดือน แม่ต้องกินอาหารดี ย่อยดี ได้สารอาหารครบทั้งโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน และเกลือแร่ ผ่านจากเลือดแม่ไปรก แล้วส่งไปยังสายสะดือถึงตัวลูก ถ้าแม่ได้กินอาหารดีลูกก็มีสมองที่เติบโตมาดี มีคุณภาพดี
คนจีนตั้งแต่โบราณว่าไว้ “ถ้าจะให้ลูกเกิดมาดี แม่ต้องตั้งครรภ์ช่วงใกล้ตรุษจีน แม่กินอาหารดี ลูกเกิดมาฉลาด สมองดี ถ้าตั้งครรภ์ช่วงขาดแคลนอาหาร กินแต่ข้าวต้มกับไช้เท้าก็ไม่ดี”
การที่สมองเติบโตมาดีหมายความว่า “สมองมีศักยภาพ” คือมีความพร้อมที่จะทำงาน เหมือนกับสร้างรถสักคัน จะให้ได้รถคุณภาพดีต้องมีโครงสร้าง เครื่องยนต์และองค์ประกอบดี
• คลอดแล้วอาหารสมองต้องต่อเนื่อง เมื่อลูกคลอดออกมาแล้ว อาหารสำคัญคือ การกินนมแม่ ในนมแม่มีสารกระตุ้นสมองมากมาย และจัดเป็นอาหารที่พอเหมาะพอดีกับลูก ไม่มากไปไม่น้อยไป
• กินอะไรดี หลังจากนมแม่แล้ว สมองจะเติบโตและพัฒนาได้ต้องอาศัยสารอาหารและสารเคมีในอาหารที่สำคัญเป็นหลักได้แก่ โปรตีน และน้ำมันปลา หรือกรดไขมันที่รู้จักในดีในชื่อ โอเมก้า – 3 และโอเมก้า – 6 สารเหล่านี้ชื่อทางโภชนาการเรียกว่า “แอลซี พูฟา” (LC PUFA) มาจากคำว่า Long Chain Polyunsaturated Fatty Acids กรดไขมันอิ่มตัวเส้นเดียวที่เป็นกรดสายยาว
ในการสร้างเซลล์สมองและเยื่อหุ้มเซลล์ต้องใช้โปรตีนเยอะมาก ส่วนเซลล์ประสาทจะทำงานส่งสัญญาณได้ จะต้องมีโปรตีนกับกรดไขมันไม่อิ่มตัว มีงานวิจัยพบว่าถ้าเด็กแรกเกิดขาดโปรตีนกับ “แอลซี พูฟา” สมองจะไม่เจริญเติบโต มีโอกาสสมองพิการได้
*แหล่งอาหารโปรตีน ได้แก่ เนื้อสัตว์ต่างๆ ไข่ นม ถั่วเมล็ดแห้ง ส่วนน้ำมันปลาหรือโอเมก้า – 3 และโอเมก้า – 6 ซึ่งเป็นกรดไขมันที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ จึงจำเป็นต้องกินจากอาหาร กรดไขมันเหล่านี้มีในพืช เช่น น้ำมันจากถั่ว น้ำมันจากข้าวโพด ฯลฯ สังเกตง่ายๆ น้ำมันที่เอาไปแช่ตู้เย็นแล้วไม่แข็งเป็นก้อน
รองลงมาได้แก่ คาร์โบไฮเดรต วิตามินและเกลือแร่ เซลล์ประสาทและเยื่อหุ้มประสาทจะทำงานได้ก็ต้องการคาร์โบไฮเดรตเพื่อเป็นพลังงาน และต้องการวิตามินและแร่ธาตุให้ระบบสมองทำงานได้
เช่น ธาตุเหล็ก เป็นองค์ประกอบของสารที่เก็บความจำและกระตุ้นความสนใจ หรือ โฟเลท (Folic Acid) สำคัญมาก สารอาหารสำคัญที่ทำให้เซลล์ประสาทแบ่งตัวได้ ถ้าขาดโฟเลท เซลล์ประสาทไม่สามารถแบ่งตัวได้ จะพิการออกทางร่างกายที่เรียกว่า “หลอดประสาทพิการ” ไม่มีทางรักษา แต่ป้องกันได้โดยแม่ตั้งครรภ์กินผักใบเขียวหรือเสริมกรดโฟลิกให้เพียงพอ
ดูที่ “สิ่งแวดล้อม” ปัจจัยสำคัญพ่อแม่จัดหาได้
หากสมองที่สร้างมาเป็นรถมีคุณภาพดี มีโครงสร้าง เครื่องยนต์ และองค์ประกอบดี แต่จะทำงานได้ดีคือจะฉลาดหรือไม่ ก็ต้องดูอีกว่าใครจะเป็นคนขับรถคันนี้ และรถนี้เติมน้ำมันอะไร เรากำลังพูดถึงสิ่งแวดล้อมที่จะพัฒนาสมอง
• สิ่งแวดล้อมส่งผลถึงสมองลูกตั้งแต่ในท้องแม่ มีงานวิจัยยืนยันว่า แม่ที่เครียดระหว่างตั้งครรภ์จะส่งผลถึงสมองลูกโดยตรง
งานวิจัยซึ่งได้รับรางวัลของนายแพทย์เดวิด เจมส์ ปาร์คเกอร์ คุณหมอพบว่า แม่ที่เครียดระหว่างตั้งครรภ์ส่งผลให้น้ำตาลในเลือดสูง เมื่อเครียดจะมีฮอร์โมนชื่อ “คอร์ติซอล” ที่หลั่งออกมาจากสมอง ทำให้ร่างกายปล่อยแป้งจากตับออกมาเป็นน้ำตาล ทำให้น้ำตาลในเลือดจะสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลถึงลูกในท้อง เช่น ลูกเกิดมาเป็นเบาหวาน โรคภูมิคุ้มกัน โรคหัวใจ โรคความดัน-โลหิตสูง แม้แต่มะเร็งก็เป็นได้
ปัจจุบันมีงานศึกษาพบว่า เด็กที่เกิดใหม่จากแม่ที่เครียดระหว่างตั้งครรภ์ โดยเฉพาะ 6 – 9 เดือนก่อนคลอด มีโอกาสเสี่ยงสูงมากที่จะเป็นโรคสมาธิสั้น ออทิสติก
อเลอไทด์ฟื้นฟูสมองความจำ เสริมสร้างพัฒนาการ
1กล่อง 1,765 บาท มี 30💊
สอบถามราคาโปรโมชั่นเหมาะสำหรับอาการ
ส่งในประเทศและต่างประเทศ
มีแบบโอนเงิน และ มีบริการเก็บเงินปลายทาง
👇🏻ปรึกษา/สอบถาม/สั่งซื้อ 👇🏻ราคาโปรโมชั่น
☎ 095 356 1692 คุณเอ๋ (กุลทรัพย์)
https://web.facebook.com/ALERTIDE.BY.aey/inbox
🙏🏻ส่งสติ๊กเกอร์หรือข้อความทักทายเรามาได้เลยค่ะ