CANNHEALTH CANNABIS for HEALTHY LIFE
กัญชาเพิ่อการแพทย์และสุข?

🥳Time to celebrate!Wishing you a very Merry Christmas🎄And a wonderful New Year🎁CANNHEALTH #สายพันธุ์กัญชา     *****na  *...
24/12/2022

🥳Time to celebrate!
Wishing you a very Merry Christmas🎄
And a wonderful New Year🎁
CANNHEALTH
#สายพันธุ์กัญชา *****na *****na #กัญชา #กัญชาทางการแพทย์ #แคนน์เฮลท์

CANNHEALTH REPOST : กัญชาเกรดการแพทย์ พืชเศรษฐกิจแห่งอนาคต ปัจจุบัน ความตื่นตัวเรื่อง ‘กัญชา’ ได้รับความสนใจมากขึ้น หลัง...
05/11/2021

CANNHEALTH REPOST : กัญชาเกรดการแพทย์ พืชเศรษฐกิจแห่งอนาคต
ปัจจุบัน ความตื่นตัวเรื่อง ‘กัญชา’ ได้รับความสนใจมากขึ้น หลังประเทศไทยอนุญาตให้ใช้กัญชาอย่างถูกกฎหมายเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ มาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2562
ผ่านไปเกือบปี กระทรวงสาธารณสุขก็ประกาศปลดล็อกกฎหมายอีกก้าวในเดือนธันวาคมปี 2563 ด้วยการอนุญาตให้ประชาชนทั่วไปสามารถนำราก กิ่ง ก้าน ลำต้น ใบของกัญชา มาเป็นวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารและเครื่องดื่มได้ ยกเว้นช่อดอกและเมล็ดที่ยังคงสงวนไว้ใช้เฉพาะในทางการแพทย์และการวิจัยเท่านั้น กัญชากับสารพัดเมนูจึงถูกรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อเป็นจุดขายอย่างหนึ่ง
ทั้งยังมีการปลดล็อกกัญชงที่เปิดให้ทุกภาคส่วนสามารถปลูกและขออนุญาตนำกัญชงไปใช้ได้ทุกวัตถุประสงค์ แต่มีข้อแม้ว่าต้องได้มาจากสถานที่ปลูกในประเทศที่ได้รับอนุญาตแล้วเท่านั้น (ความแตกต่างของกัญชงและกัญชาวัดจากระดับของสารที่ทำให้เกิดความมึนเมา หรือ THC กัญชงจะมีสาร THC ในใบและช่อดอกไม่เกิน 1% แต่ถ้าสาร THC เกิน 1% จะถือว่าเป็นกัญชา)
#สายพันธุ์กัญชา #กัญชาชน *****na *****na #กัญชา #กัญชาทางการแพทย์ #แคนน์เฮลท์ #สกัดน้ำมันกัญชา

CANNHEALTH EXCLUSIVE : การศึกษา พบว่า 40 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยปวดเรื้อรังแทนที่โอปิออยด์ด้วยกัญชาการสำรวจเมื่อเร็วๆนี้กั...
21/07/2021

CANNHEALTH EXCLUSIVE : การศึกษา พบว่า 40 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยปวดเรื้อรังแทนที่โอปิออยด์ด้วยกัญชา
การสำรวจเมื่อเร็วๆนี้กับผู้ป่วยปวดเรื้อรังจำนวน 525 คน พบว่า 40.4 เปอร์เซ็นต์แทนที่โอปิออยด์ทางการแพทย์ด้วยกัญชาทางการแพทย์ ผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าวนี้ใช้ใบสั่งยาโอปิออยด์ทางการแพทย์มาแล้วอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยเป็นระยะเวลาสามเดือน นอกจากนั้นพบว่าผู้ป่วยกว่า 40.4 เปอร์เซ็นต์ได้ใช้กัญชาทางการแพทย์โดยเปลี่ยนยาที่ใช้โอปิออยด์เป็นกัญชาแทน
และอีก 45.2 เปอร์เซ็นต์ มีรายงานการลดลงของการพึ่งยาโอปิออยด์ อีก 13.3 เปอร์เซ็นต์รายงานว่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงด้านการใช้ยา และ 1.1 เปอร์เซ็นต์รายงานว่ามีการใช้โอปิออยด์เพิ่มมากขึ้น
เกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม (48.2 เปอร์เซ็นต์) ชี้ให้เห็นว่า 40 – 100 เปอร์เซ็นต์ อาการปวดลดลงในขณะที่ใช้งานทั้งกัญชาและโอปิออยด์ทางการแพทย์ ขณะที่ 8.6 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง และ 2.6 เปอร์เซ็นต์แจ้งว่าอาการปวดของพวกเขาแย่ลง โดย 80 เปอร์เซ็นต์ของรายงานการสำรวจเหล่านั้นรายงานถึงการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเมื่อใช้กัญชาทางการแพทย์
เกือบ 63 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่าพวกเขาไม่ได้มีความต้องการที่จะใช้โอปอออยด์ทางการแพทย์ต่อไปแล้ว
“ ผู้ป่วยในการศึกษานี้รายงานว่ากัญชาเป็นส่วนเสริมที่มีประโยชน์และทดแทนโอปิออยด์ตามใบสั่งแพทย์ในการรักษาอาการปวดเรื้อรังและมีประโยชน์เพิ่มเติมในการเพิ่มศักยภาพในการทำงานและคุณภาพชีวิต “ – อ้างอิงจากการสำรวจผลกระทบที่กัญชาทางการแพทย์มีต่อการใช้ยาโอปิออยด์ตามใบสั่งแพทย์เพื่อการรักษาอาการปวดเรื้อรังในสถานที่ปฏิบัติงานด้านกัญชาทางการแพทย์สามแห่ง, Cureus, Dec. 2, 2020
การศึกษาใช้ข้อมูลจากการสำรวจที่ดำเนินงานผ่านคลินิก Integr8 Health ซึ่งมีแนวทางปฏิบัติทางการแพทย์กัญชาในเครือ 3 แห่งในรัฐเมนและแมสซาชูเซตส์ ผู้ป่วยทั้งหมด 1181 คนได้ตอบแบบสอบถาม แต่มี 656 คนที่ไม่ได้รวมอยู่ในกลุ่มผู้ที่ใช้ยากัญชาทางการแพทย์ที่ใช้ร่วมกับโอปิออยด์หรือไม่ได้เป็นผู้ที่อยู่ในขั้นผู้ป่วยเรื้อรัง
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.cannhealth.org/content/8517/cannhealth
#สายพันธุ์กัญชา #กัญชาชน *****na *****na #กัญชา #กัญชาทางการแพทย์ #แคนน์เฮลท์ #สกัดน้ำมันกัญชา

CANNHEALTH NEWS : การบริโภคกัญชาช่วยให้คุณลดหรือเพิ่มน้ำหนัก?การศึกษาในปี 2015 พบว่าหนูที่มีลักษณะอวบท้วมมักมีน้ำหนักลดล...
12/07/2021

CANNHEALTH NEWS : การบริโภคกัญชาช่วยให้คุณลดหรือเพิ่มน้ำหนัก?
การศึกษาในปี 2015 พบว่าหนูที่มีลักษณะอวบท้วมมักมีน้ำหนักลดลงจากการบริโภคกัญชา เนื่องจากผลของ THC ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของไมโครไบโอมในลำไส้ซึ่งเป็นตัวควบคุมการลดน้ำหนักและการย่อยอาหาร
ผู้บริโภคกัญชาทราบกันดีอยู่แล้วถึงผลของกัญชาต่อความอยากอาหาร

ในความเป็นจริง หนึ่งในการเหมารวมด้านผลข้างเคียงของการใช้กัญชาคือการที่ผู้บริโภคที่มีการ "ขบเคี้ยว" หลังการบริโภค ซึ่งมักเป็นลักษณะเด่นของละครตลกตามรายการทางโทรทัศน์สมัยใหม่ของสหรัฐฯ เช่น anepisode ของ "The Big Bang Theory" และคนอื่น ๆ
แต่มีอีกด้านที่ร้ายแรงกว่าสำหรับความคลั่งไคล้ในการขบเคี้ยว ผลข้างเคียงของการบริโภคกัญชานี้เป็นจุดสนใจของการศึกษาโดยนักวิจัยในการทดลองทางคลินิก โดยใช้กัญชาในผู้ป่วยมะเร็งที่มักจะมีอาการไม่อยากอาหารซึ่งเป็นผลทำให้น้ำหนักลดลง
การศึกษาดังกล่าวซึ่งตีพิมพ์ในวารสารอายุรศาสตร์พบว่า ผู้ป่วยมีความอยากอาหารมากขึ้นเมื่อใช้กัญชาชนิดเม็ด สเปรย์ฉีดปากหรือไอระเหย (โดยทั่วไปการสูบบุหรี่ไม่ถือว่าเป็นวิธีการที่ถูกต้องทางการแพทย์สำหรับผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ)
การศึกษาในปี 2014 ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Nature Neuroscience แสดงให้เห็นว่าเมื่อมีการบริโภคกัญชา CB1 (cannabinoid receptor signaling smell) ช่วยเพิ่มการตรวจจับกลิ่นและส่งเสริมความอยากบริโภคอาหารเชื่อมโยงความหิวเข้ากับความสามารถในการดมกลิ่นที่เพิ่มขึ้นและทำให้รับประทานอาหารได้มากขึ้น
THC แสดงให้เห็นว่าเป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพสำหรับอาการเบื่ออาหารในการศึกษาในสัตว์ เช่นเดียวกันกับการทดลองในการลดน้ำหนักในมนุษย์ที่เป็นโรคเอดส์ แต่ยังคงต้องมีการศึกษาที่มากขึ้น ตัวอย่างเช่น การศึกษาในปี 2011 ที่ตีพิมพ์ใน Biological Psychiatry แสดงให้เห็นว่าผู้ที่มีอาการเบื่ออาหารและบูลิเมียมีระบบแคนนาบินอยด์ในสมองที่ผิดปกติ ตามรายงานของบรรณาธิการของวารสารโดย Dr.John Krystal กล่าวว่า “ บทบาทของเอนโดรแคนนาบินอยด์ในการควบคุมความอยากอาหารมีความสำคัญอย่างชัดเจน ข้อมูลใหม่เหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงที่สำคัญระหว่างระบบนี้และความผิดปกติของการกิน ”
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.cannhealth.org/content/8591/cannhealth
#สายพันธุ์กัญชา #กัญชาชน *****na *****na #กัญชา #กัญชาทางการแพทย์ #แคนน์เฮลท์ #สกัดน้ำมันกัญชา

CANNHEALTH REPOST : เมื่อ ‘สายเขียว’ ไม่เขียวอย่างที่คิดเพราะกัญชาผิดกฎหมายกำลังทำให้โลกร้อนมากขึ้นการปลูกต้นไม้สามารถเป...
23/06/2021

CANNHEALTH REPOST : เมื่อ ‘สายเขียว’ ไม่เขียวอย่างที่คิด
เพราะกัญชาผิดกฎหมายกำลังทำให้โลกร้อนมากขึ้น
การปลูกต้นไม้สามารถเป็นตัวช่วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้ดีขึ้นได้ แต่ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป เพราะการปลูกกัญชาอย่างผิดกฎหมาย ดันทำให้ภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศย่ำแย่ลงไปอีก
เรื่องเกิดขึ้นเมื่อชาวเมือง Doncaster ในตอนใต้ของเขต Yorkshire สหราชอาณาจักร เกิดความสงสัยว่าทำไมในเมืองถึงประสบปัญหาไฟฟ้าดับอย่างไม่มีเหตุผลอยู่บ่อยๆ เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบดูถึงสาเหตุที่ไฟดับ กลับพบว่าในเมืองมีฟาร์มกัญชาผิดกฎหมายขนาดยักษ์ซ่อนอยู่ในอาคารที่ถูกทิ้งร้าง
การปลูกกัญชาอย่างหลบๆ ซ่อนๆ ใช้พลังงานสูงจนน่าตกใจ โดยเฉพาะฟาร์มขนาดใหญ่อย่างที่นี่ซึ่งใช้อุปกรณ์ไฮเทค โคมไฟกว่า 1,000 ดวง เพื่อเลี้ยงดูต้นกัญชากว่า 2,000 ต้นให้เติบโตงอกงาม โดยอุปกรณ์เหล่านี้มีมูลค่ากว่า 2 ล้านปอนด์ (ราว 88 ล้านบาท) และมีค่าติดตั้งราว 5 หมื่นปอนด์ (ราว 2.1 ล้านบาท)
ไร่กัญชานี้เป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมกัญชาผิดกฎหมายที่เบ่งบานในสหราชอาณาจักรซึ่งถูกประเมินว่ามีมูลค่ากว่า 2.5 พันล้านปอนด์ (ราว 109 ล้านบาท) และส่วนมากจะปลูกในอาคารภายใต้หลอดไฟกำลังสูง ตั้งอยู่ในโกดังหรือบ้านร้างที่ดัดแปลงมาเพื่อเป็นฟาร์มกัญชาโดยเฉพาะเพื่อไม่ให้ตำรวจหาเจอ
แต่การปลูกอย่างหลบๆ ซ่อนๆ นี้เองที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาลและไม่มีใครคาดคิด เพราะมันต้องใช้พลังงานสูงมาก ต้นกัญชาที่ปลูกในอาคารต้องการเงื่อนไขต่างๆ เพื่อให้เติบโตจนเก็บเกี่ยวไปใช้ได้ สิ่งที่สำคัญมากๆ คือไฟที่ให้ความสว่างและพลังงานที่เปิด 12-24 ชั่วโมงต่อวันในการทดแทนแสงอาทิตย์ แต่นอกจากนี้ยังต้องมีเทคโนโลยีที่คอยควบคุมอุณหภูมิและความชื้นเพื่อให้มันเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงพัดลมระบายอากาศขนาดใหญ่ทำให้อากาศหมุนเวียนและตัวดูดคาร์บอนไดออกไซด์ที่ช่วยในการเจริญเติบโต
ดังนั้นธุรกิจกัญชาผิดกฎหมายห่างไกลกับการปลูกต้นไม้เพื่อช่วยโลกโดยสิ้นเชิง มันใช้พลังงานอย่างหนักถึง 50 เท่าต่อตารางเมตร เมื่อเทียบกับพลังงานที่ใช้ในบ้านทั่วๆ ไป ในปี 2012 มีรายงานว่าผู้ปลูกกัญชาทำการ ‘ขโมย’ ไฟฟ้าใช้ในมูลค่ากว่า 200 ล้านปอนด์ (8.8 พันล้านบาท)
เมื่อเปรียบเทียบเป็นราคาอาจจะยังไม่เห็นภาพมากนักว่ามันใช้พลังงานเยอะขนาดไหน เอาเป็นว่าจากการศึกษาในปี 2011 ที่สหรัฐอเมริกา พบว่ากัญชาที่ปลูกในร่ม 1 กิโลกรัม ใช้ไฟไปทั้งสิ้น 6,074 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง และในแง่การปล่อยคาร์บอนออกสู่ชั้นบรรยากาศพบว่ากัญชาทุกๆ 1 กิโลกรัมที่ปลูกในร่ม ปล่อยคาร์บอนมากกว่า 1 ตัน ซึ่งเทียบเท่ากับเที่ยวบินไฟลต์ลอนดอน-นิวยอร์กที่ห่างไปเกือบครึ่งโลกเลยทีเดียว
ถ้าหากเทียบขนาดจากฟาร์มกัญชาใน Doncaster ที่กล่าวถึงในตอนแรก ฟาร์มนี้จะปล่อยคาร์บอนถึง 5,000 ตันต่อปี
อุตสาหกรรมกัญชาผิดกฎหมายแหล่งใหญ่ในทวีปยุโรปไม่ได้อยู่ที่อังกฤษ ในพื้นที่อื่นๆ อย่าง สเปน เนเธอแลนด์ อัลเบเนีย และอิตาลีมีธุรกิจกัญชาใต้ดินขนาดใหญ่กว่าที่อังกฤษมาก ซึ่งธุรกิจกัญชาเถื่อนที่กระจายทั่วยุโรปมีผลผลิตมากกว่า 2,500 ตันต่อปี และใช้พลังงานในการปลูกมากเทียบเท่ากับพลังงานที่เมืองขนาดกลางในอังกฤษทั้งเมือง
การเติบโตของธุรกิจกัญชาผิดกฎหมายส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะพวกมันใช้พลังงานสูงมากในการเติบโตในอาคารเพื่อเลี่ยงสายตาของเจ้าหน้าที่ ในขณะที่การปลูกอย่างถูกกฎหมายแม้ว่าบางที่จะมีการปลูกในอาคารเช่นเดียวกัน แต่การใช้ไฟฟ้าสามารถถูกข้อกำหนดควบคุมได้ว่าสามารถปลูกในอาคารได้ปริมาณเท่าไร และต้องปลูกภายนอกอาคารเท่าไร
ดังนั้นกัญชาที่เราชอบเรียกกันว่า ‘เขียว’ อาจไม่ได้ช่วยสร้างสีเขียวให้กับโลกมากเท่าไร เพราะพลังงานที่มันใช้ในการเติบโตอาจส่งผลกระทบต่อโลกในทางลบมากยิ่งกว่าที่เราคิด
#สายพันธุ์กัญชา #กัญชาชน *****na *****na #กัญชา #กัญชาทางการแพทย์ #แคนน์เฮลท์ #สกัดน้ำมันกัญชา

ENVIRONMENT: เมื่อ ‘สายเขียว’ ไม่เขียวอย่างที่คิด
เพราะกัญชาผิดกฎหมายกำลังทำให้โลกร้อนมากขึ้น
การปลูกต้นไม้สามารถเป็นตัวช่วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้ดีขึ้นได้ แต่ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป เพราะการปลูกกัญชาอย่างผิดกฎหมาย ดันทำให้ภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศย่ำแย่ลงไปอีก
เรื่องเกิดขึ้นเมื่อชาวเมือง Doncaster ในตอนใต้ของเขต Yorkshire สหราชอาณาจักร เกิดความสงสัยว่าทำไมในเมืองถึงประสบปัญหาไฟฟ้าดับอย่างไม่มีเหตุผลอยู่บ่อยๆ เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบดูถึงสาเหตุที่ไฟดับ กลับพบว่าในเมืองมีฟาร์มกัญชาผิดกฎหมายขนาดยักษ์ซ่อนอยู่ในอาคารที่ถูกทิ้งร้าง
การปลูกกัญชาอย่างหลบๆ ซ่อนๆ ใช้พลังงานสูงจนน่าตกใจ โดยเฉพาะฟาร์มขนาดใหญ่อย่างที่นี่ซึ่งใช้อุปกรณ์ไฮเทค โคมไฟกว่า 1,000 ดวง เพื่อเลี้ยงดูต้นกัญชากว่า 2,000 ต้นให้เติบโตงอกงาม โดยอุปกรณ์เหล่านี้มีมูลค่ากว่า 2 ล้านปอนด์ (ราว 88 ล้านบาท) และมีค่าติดตั้งราว 5 หมื่นปอนด์ (ราว 2.1 ล้านบาท)
ไร่กัญชานี้เป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมกัญชาผิดกฎหมายที่เบ่งบานในสหราชอาณาจักรซึ่งถูกประเมินว่ามีมูลค่ากว่า 2.5 พันล้านปอนด์ (ราว 109 ล้านบาท) และส่วนมากจะปลูกในอาคารภายใต้หลอดไฟกำลังสูง ตั้งอยู่ในโกดังหรือบ้านร้างที่ดัดแปลงมาเพื่อเป็นฟาร์มกัญชาโดยเฉพาะเพื่อไม่ให้ตำรวจหาเจอ
แต่การปลูกอย่างหลบๆ ซ่อนๆ นี้เองที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาลและไม่มีใครคาดคิด เพราะมันต้องใช้พลังงานสูงมาก ต้นกัญชาที่ปลูกในอาคารต้องการเงื่อนไขต่างๆ เพื่อให้เติบโตจนเก็บเกี่ยวไปใช้ได้ สิ่งที่สำคัญมากๆ คือไฟที่ให้ความสว่างและพลังงานที่เปิด 12-24 ชั่วโมงต่อวันในการทดแทนแสงอาทิตย์ แต่นอกจากนี้ยังต้องมีเทคโนโลยีที่คอยควบคุมอุณหภูมิและความชื้นเพื่อให้มันเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงพัดลมระบายอากาศขนาดใหญ่ทำให้อากาศหมุนเวียนและตัวดูดคาร์บอนไดออกไซด์ที่ช่วยในการเจริญเติบโต
ดังนั้นธุรกิจกัญชาผิดกฎหมายห่างไกลกับการปลูกต้นไม้เพื่อช่วยโลกโดยสิ้นเชิง มันใช้พลังงานอย่างหนักถึง 50 เท่าต่อตารางเมตร เมื่อเทียบกับพลังงานที่ใช้ในบ้านทั่วๆ ไป ในปี 2012 มีรายงานว่าผู้ปลูกกัญชาทำการ ‘ขโมย’ ไฟฟ้าใช้ในมูลค่ากว่า 200 ล้านปอนด์ (8.8 พันล้านบาท)
เมื่อเปรียบเทียบเป็นราคาอาจจะยังไม่เห็นภาพมากนักว่ามันใช้พลังงานเยอะขนาดไหน เอาเป็นว่าจากการศึกษาในปี 2011 ที่สหรัฐอเมริกา พบว่ากัญชาที่ปลูกในร่ม 1 กิโลกรัม ใช้ไฟไปทั้งสิ้น 6,074 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง และในแง่การปล่อยคาร์บอนออกสู่ชั้นบรรยากาศพบว่ากัญชาทุกๆ 1 กิโลกรัมที่ปลูกในร่ม ปล่อยคาร์บอนมากกว่า 1 ตัน ซึ่งเทียบเท่ากับเที่ยวบินไฟลต์ลอนดอน-นิวยอร์กที่ห่างไปเกือบครึ่งโลกเลยทีเดียว
ถ้าหากเทียบขนาดจากฟาร์มกัญชาใน Doncaster ที่กล่าวถึงในตอนแรก ฟาร์มนี้จะปล่อยคาร์บอนถึง 5,000 ตันต่อปี
อุตสาหกรรมกัญชาผิดกฎหมายแหล่งใหญ่ในทวีปยุโรปไม่ได้อยู่ที่อังกฤษ ในพื้นที่อื่นๆ อย่าง สเปน เนเธอแลนด์ อัลเบเนีย และอิตาลีมีธุรกิจกัญชาใต้ดินขนาดใหญ่กว่าที่อังกฤษมาก ซึ่งธุรกิจกัญชาเถื่อนที่กระจายทั่วยุโรปมีผลผลิตมากกว่า 2,500 ตันต่อปี และใช้พลังงานในการปลูกมากเทียบเท่ากับพลังงานที่เมืองขนาดกลางในอังกฤษทั้งเมือง
การเติบโตของธุรกิจกัญชาผิดกฎหมายส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะพวกมันใช้พลังงานสูงมากในการเติบโตในอาคารเพื่อเลี่ยงสายตาของเจ้าหน้าที่ ในขณะที่การปลูกอย่างถูกกฎหมายแม้ว่าบางที่จะมีการปลูกในอาคารเช่นเดียวกัน แต่การใช้ไฟฟ้าสามารถถูกข้อกำหนดควบคุมได้ว่าสามารถปลูกในอาคารได้ปริมาณเท่าไร และต้องปลูกภายนอกอาคารเท่าไร
ดังนั้นกัญชาที่เราชอบเรียกกันว่า ‘เขียว’ อาจไม่ได้ช่วยสร้างสีเขียวให้กับโลกมากเท่าไร เพราะพลังงานที่มันใช้ในการเติบโตอาจส่งผลกระทบต่อโลกในทางลบมากยิ่งกว่าที่เราคิด

อ้างอิง: VICE. Illegal Cannabis Farms Are Making the Climate Crisis Worse. https://bit.ly/3zxaCwo



#พื้นที่สร้างสรรค์เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า

CANNHEALTH REPOST : สถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เตรียมศึกษาวิจัย 'รากกัญชา' อาจช่วยรักษาเนื้อเยื่อปอด จากโ...
22/06/2021

CANNHEALTH REPOST : สถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เตรียมศึกษาวิจัย 'รากกัญชา' อาจช่วยรักษาเนื้อเยื่อปอด จากโควิด-19 ได้
วันที่ 21 มิ.ย. 2564 ที่อาคารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีตัดช่อดอกกัญชาพันธุ์ไทย 4 พันธุ์ พร้อมเปิดเผยถึงความคืบหน้าในการพัฒนาสายพันธุ์กัญชาไทยว่า
ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอหนังสือรับรองพันธุ์พืชกับกรมวิชาการเกษตร เพื่อขึ้นทะเบียนของกัญชาพันธุ์ไทย 4 พันธุ์ คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือน ส.ค. นี้ เพื่อให้เกิดเป็นมรดกของชาติและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ สร้างประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์
สถาบันวิจัยสมุนไพรกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ขออนุญาตการปลูกกัญชาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเป็นกัญชาพันธุ์ไทย 4 พันธุ์ ได้แก่
1. พันธุ์หางกระรอกภูพานเอสที 1
2. พันธุ์หางเสือสกลนครทีที 1
3. พันธุ์ตะนาวศรีก้านขาวดับเบิลยูเอ 1
4. พันธุ์ตะนาวศรีก้านแดงอาร์ดี 1
เพื่อศึกษาวิจัยและใช้เป็นต้นแบบ โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะนำพันธุ์ที่ได้ไปขยายให้กับเครือข่ายที่ทำการวิจัยร่วมกัน ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จ.สกลนคร เพื่อเป็นแหล่งเมล็ดพันธุ์ให้กับเกษตรกร ทำให้สามารถเลือกพันธุ์ที่จะนำไปใช้ต่อยอดทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ สามารถพัฒนาส่งเสริมให้เกษตรกร ผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพในการพัฒนากัญชาพันธุ์ไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลก ลดการขาดดุลการค้ากับต่างประเทศได้
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ทางกรมวิทย์ฯ ได้มีการสกัดส่วนรากกัญชานำไปศึกษา พบว่าอาจมีผลในการช่วยรักษาเนื้อเยื่อของปอด ซึ่งตรงกับสถานการณ์ในช่วงนี้ คือ ผู้ที่ป่วยโควิด-19 แม้จะหายแล้วแต่เนื้อเยื่อปอดก็ถูกทำลายไป ดังนั้นหากกรมวิทย์ฯ สามารถพัฒนาวิจัยศึกษาได้สำเร็จ ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลในวงการแพทย์ ซึ่งพร้อมสนับสนุนการศึกษาวิจัยรากกัญชานี้ให้เกิดขึ้นอย่างจริงจังและรวดเร็ว เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากกัญชาทางการแพทย์อย่างสูงที่สุด และมอบหมายให้เกิดการทำงานร่วมกันกับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เพื่อสร้างความหวัง เกิดเป็นทางเลือกใหม่ของประชาชนในเศรษฐกิจที่เกิดผลกระทบจากโควิด-19
ด้าน นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กัญชาไทยแต่ละพันธุ์มีลักษณะของ ต้น ใบ ช่อดอกและกลิ่น แตกต่างกัน นอกจากนี้จากการถอดรหัสพันธุกรรมเพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของพันธุ์กัญชาแต่ละพันธุ์ พบว่า กัญชาไทยทั้ง 4 พันธุ์ เป็นพันธุ์ที่พบได้เฉพาะถิ่นเท่านั้นไม่ได้พบได้ทั่วไป เป็นพันธุ์ที่หายาก ซึ่งกัญชาแต่ละพันธุ์ของไทยมีสารสำคัญในสัดส่วนที่ต่างกัน จึงมีประโยชน์ต่อการบ่งใช้ในการรักษาโรคที่ต่างกัน รวมถึงการได้สารสำคัญคงที่ในการปลูก ทำให้ง่ายต่อการนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ต่อไป
#สายพันธุ์กัญชา #กัญชาชน *****na *****na #กัญชา #กัญชาทางการแพทย์ #แคนน์เฮลท์ #สกัดน้ำมันกัญชา

สถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เตรียมศึกษาวิจัย 'รากกัญชา' อาจช่วยรักษาเนื้อเยื่อปอด จากโควิด-19 ได้

วันที่ 21 มิ.ย. 2564 ที่อาคารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีตัดช่อดอกกัญชาพันธุ์ไทย 4 พันธุ์ พร้อมเปิดเผยถึงความคืบหน้าในการพัฒนาสายพันธุ์กัญชาไทยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอหนังสือรับรองพันธุ์พืชกับกรมวิชาการเกษตร เพื่อขึ้นทะเบียนของกัญชาพันธุ์ไทย 4 พันธุ์ คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือน ส.ค. นี้ เพื่อให้เกิดเป็นมรดกของชาติและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ สร้างประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์

สถาบันวิจัยสมุนไพรกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ขออนุญาตการปลูกกัญชาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเป็นกัญชาพันธุ์ไทย 4 พันธุ์ ได้แก่
1. พันธุ์หางกระรอกภูพานเอสที 1
2. พันธุ์หางเสือสกลนครทีที 1
3. พันธุ์ตะนาวศรีก้านขาวดับเบิลยูเอ 1
4. พันธุ์ตะนาวศรีก้านแดงอาร์ดี 1

เพื่อศึกษาวิจัยและใช้เป็นต้นแบบ โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะนำพันธุ์ที่ได้ไปขยายให้กับเครือข่ายที่ทำการวิจัยร่วมกัน ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จ.สกลนคร เพื่อเป็นแหล่งเมล็ดพันธุ์ให้กับเกษตรกร ทำให้สามารถเลือกพันธุ์ที่จะนำไปใช้ต่อยอดทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ สามารถพัฒนาส่งเสริมให้เกษตรกร ผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพในการพัฒนากัญชาพันธุ์ไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลก ลดการขาดดุลการค้ากับต่างประเทศได้

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ทางกรมวิทย์ฯ ได้มีการสกัดส่วนรากกัญชานำไปศึกษา พบว่าอาจมีผลในการช่วยรักษาเนื้อเยื่อของปอด ซึ่งตรงกับสถานการณ์ในช่วงนี้ คือ ผู้ที่ป่วยโควิด-19 แม้จะหายแล้วแต่เนื้อเยื่อปอดก็ถูกทำลายไป ดังนั้นหากกรมวิทย์ฯ สามารถพัฒนาวิจัยศึกษาได้สำเร็จ ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลในวงการแพทย์ ซึ่งพร้อมสนับสนุนการศึกษาวิจัยรากกัญชานี้ให้เกิดขึ้นอย่างจริงจังและรวดเร็ว เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากกัญชาทางการแพทย์อย่างสูงที่สุด และมอบหมายให้เกิดการทำงานร่วมกันกับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เพื่อสร้างความหวัง เกิดเป็นทางเลือกใหม่ของประชาชนในเศรษฐกิจที่เกิดผลกระทบจากโควิด-19

ด้าน นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กัญชาไทยแต่ละพันธุ์มีลักษณะของ ต้น ใบ ช่อดอกและกลิ่น แตกต่างกัน นอกจากนี้จากการถอดรหัสพันธุกรรมเพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของพันธุ์กัญชาแต่ละพันธุ์ พบว่า กัญชาไทยทั้ง 4 พันธุ์ เป็นพันธุ์ที่พบได้เฉพาะถิ่นเท่านั้นไม่ได้พบได้ทั่วไป เป็นพันธุ์ที่หายาก ซึ่งกัญชาแต่ละพันธุ์ของไทยมีสารสำคัญในสัดส่วนที่ต่างกัน จึงมีประโยชน์ต่อการบ่งใช้ในการรักษาโรคที่ต่างกัน รวมถึงการได้สารสำคัญคงที่ในการปลูก ทำให้ง่ายต่อการนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ต่อไป


#สาระความรู้เพื่อวันนี้
ไม่พลาดข่าวธุรกิจ การตลาดที่สำคัญ ติดตาม TODAY Bizview https://bit.ly/3picIeS
ติดตามรายการของ workpointTODAY ทาง YouTube https://bit.ly/2YDfyiK
ติดต่อโฆษณา E-mail: advertorial@workpointnews.com

CANNHEALTH REPOST : ตัดช่อดอกกัญชาพันธุ์ไทย 4 พันธุ์ ⁣⁣.นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธาร...
21/06/2021

CANNHEALTH REPOST : ตัดช่อดอกกัญชาพันธุ์ไทย 4 พันธุ์ ⁣
⁣.
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมกันเป็นประธานในพิธีตัดช่อดอกกัญชาพันธุ์ไทย 4 พันธุ์ ที่บริเวณด้านหน้าห้องประชุม NIH กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ถ.ติวานนท์ จ.นนทบุรี⁣
⁣.
กัญชาพันธุ์ไทย ปลูกโดยสถาบันวิจัยสมุนไพร ได้ขออนุญาตปลูกจาก อย. เป็นกัญชาพันธุ์ไทย ประกอบด้วย หางกระรอกภูพานเอสที 1, หางเสือสกลนครทีที 1, ตะนาวศรีก้านขาวดับเบิลยูเอ 1 และตะนาวศรีก้านแดงอาร์ดี 1 เพื่อใช้วิจัยเป็นต้นแบบ ให้เกษตรกรเลือกพันธุ์นำไปต่อยอดทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้เกษตรกร ผู้ประกอบการไทย มีศักยภาพในการพัฒนากัญชาพันธุ์ไทย ให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ / 21 มิถุนายน 2564 ⁣
#สายพันธุ์กัญชา #กัญชาชน *****na *****na #กัญชา #กัญชาทางการแพทย์ #แคนน์เฮลท์ #สกัดน้ำมันกัญชา

CANNHEALTH EXCLUSIVE : แชมพูสกัด CBD ช่วยป้องกันผมร่วงและรักษาโรคสะเก็ดเงินได้ไหม?ด้วยแชมพูจาก CBD นั้น คุณจะได้ผลิตภัณฑ...
16/06/2021

CANNHEALTH EXCLUSIVE : แชมพูสกัด CBD ช่วยป้องกันผมร่วงและรักษาโรคสะเก็ดเงินได้ไหม?
ด้วยแชมพูจาก CBD นั้น คุณจะได้ผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนซึ่งช่วยซ่อมแซมเส้นผมและฟื้นฟูรูขุมขน มีหลายอย่างที่เราสามารถกล่าวถึงกัญชา; มันเป็นได้ตั้งแต่ตัวเลือกที่ดีที่ใช้สำหรับการรักษาอาการเจ็บปวดไปจนถึงคุณสมบัติที่ใช้เพื่อผ่อนคลายทางอารมณ์และอื่นๆอีกมากมาย กัญชาได้ถูกอธิบายว่าเป็น “ทองคำก้อนใหม่” ในด้านสุขภาพและความเป็นอยู่เนื่องจากศักยภาพที่ไม่มีขีดสุดของมัน และศักยภาพของมันในตอนนี้ได้ขยายไปสู่การป้องกันผมหลุดร่วงและช่วยรักษาโรคสะเก็ดเงินแล้ว
ทำไมคนเราจึงผมร่วง?

ก่อนที่จะกล่าวถึงแนวทางแก้ไข เราต้องพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาและพยายามทำความเข้าใจว่าเหตุใดมันจึงเกิดขึ้นกันก่อน สำหรับใครก็ตามที่จะชื่นชมคุณค่าของแชมพู CBD และผลิตภัณฑ์ CBD อื่นๆอย่างเต็มที่ คงจะเข้าใจปัญหากันดีใช่ไหม?
เมื่อคนเราอายุมากขึ้น พวกเขาจะพบการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของเส้นผมซึ่งนำไปสู่การหลุดร่วงของเส้นผม ในขณะที่บางคนผมร่วงช้าลง แต่บางคนก็ผมร่วงเร็วกว่ามาก (ซึ่งเกิดขึ้นจากสาเหตุที่แตกต่างกัน)
ผมร่วงสามารถมาจากกรรมพันธุ์ได้เช่นกัน หากสมาชิกในครอบครัวของคุณที่มีอายุมากขึ้นแล้วพบกับปัญหาผมร่วง ดังนั้นมันก็มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นกับคุณได้มากขึ้นเช่นกัน ความเครียดและฮอร์โมนยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผมร่วง หากคุณกำลังประสบปัญหาผมร่วงคุณคงจะยอมรับว่ามันเป็นประสบการณ์ที่น่ากังวลใจที่สุด แต่หากคุณไม่เคยมีอาการผมร่วง คุณก็ควรคิดอย่างจริงจังว่าจะป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.cannhealth.org/content/8572/cannhealth
#สายพันธุ์กัญชา #กัญชาชน *****na *****na #กัญชา #กัญชาทางการแพทย์ #แคนน์เฮลท์ #สกัดน้ำมันกัญชา

CANNHEALTH NEWS : ราชกิจจานุเบกษา ปลดล็อก พืชกระท่อม พ้นยาเสพติดให้โทษ มีผล 27 ส.ค. 64วันที่ 26 พ.ค.2564 เว็บไซต์ ราชกิจ...
28/05/2021

CANNHEALTH NEWS : ราชกิจจานุเบกษา ปลดล็อก พืชกระท่อม พ้นยาเสพติดให้โทษ มีผล 27 ส.ค. 64
วันที่ 26 พ.ค.2564 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 8 ) พ.ศ. 2564
ทั้งนี้ สาเหตุในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยที่ปัจจุบันพืชกระท่อมเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 แต่ในหลายประเทศมิได้กำหนดให้พืชกระท่อมเป็นยาเสพติดให้โทษ ประกอบกับอนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ.1961 และพิธีสารแก้ไขอนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ. 1972 มิได้กำหนดให้พืชกระท่อมเป็นยาเสพติดให้โทษ
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสากลและบริบทของสังคมไทยในบางพื้นที่ที่มีการบริโภคพืชกระท่อม ตามวิถีชาวบ้าน สมควรยกเลิกพืชกระท่อมจากการเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
อนึ่ง พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หรือมีผลตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.amarintv.com/news/detail/81717
#สายพันธุ์กัญชา #กัญชาชน *****na *****na #กัญชา #กัญชาทางการแพทย์ #แคนน์เฮลท์ #สกัดน้ำมันกัญชา

วานนี้ 26 พ.ค.2564 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 8 ) พ.ศ. 2564

CANNHEALTH NEWS : ความร้อนและความเมาของกัญชา โดย นพ.สมยศ กิตติมั่นคงติดตามข่าวสารอื่นๆได้ที่ : https://www.youtube.com/w...
24/05/2021

CANNHEALTH NEWS : ความร้อนและความเมาของกัญชา
โดย นพ.สมยศ กิตติมั่นคง
ติดตามข่าวสารอื่นๆได้ที่ : https://www.youtube.com/watch?v=T-3caZgXv7o
#สายพันธุ์กัญชา #กัญชาชน *****na *****na #กัญชา #กัญชาทางการแพทย์ #แคนน์เฮลท์ #สกัดน้ำมันกัญชา

หากกินกัญชาสดๆ คุณคิดว่าจะเมาไหม ? ความร้อนมีความสัมพันธ์อะไรกับสาร THC CBD CBG และสารอื่นๆบ้าง ?ความลับของการดึ.....

CANNHEALTH REPOST : DOD เผยได้รับคืนใบอนุญาตนำเข้าเมล็ดพันธุ์กัญชงจาก อย. เรียบร้อยแล้วสุวารินทร์ ก้อนทอง กรรมการ บมจ.ดี...
19/05/2021

CANNHEALTH REPOST : DOD เผยได้รับคืนใบอนุญาตนำเข้าเมล็ดพันธุ์กัญชงจาก อย. เรียบร้อยแล้ว
สุวารินทร์ ก้อนทอง กรรมการ บมจ.ดีโอดี ไบโอเทค (DOD) รายงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้เรียกคืนใบอนุญาตนำเข้าเมล็ดพันธุ์กัญชงโดยไม่แจ้งสาเหตุจาก บริษัท สยาม เฮอเบิล เทค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทนั้น ล่าสุดบริษัทได้รับคืนใบอนุญาตดังกล่าวจาก อย. แล้วเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2564 โดยมีเงื่อนไขเพิ่มเติมในใบอนุญาตดังนี้
“ในการนำเข้าแต่ละครั้งต้องได้รับใบอนุญาตนำเข้า ซึ่งกัญชงตามแบบ NAR.5 (HEMP)-1 ทุกครั้งที่นำเข้า ตามข้อ 19 ของกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชง (H**p) พ.ศ. 2563”
ใบอนุญาตฉบับนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 โดยเป็นการปรับปรุงแบบฟอร์มและข้อมูลในใบอนุญาต ชบ 1/2564 (น) ลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 ให้เป็นปัจจุบัน”
#สายพันธุ์กัญชา #กัญชาชน *****na *****na #กัญชา #กัญชาทางการแพทย์ #แคนน์เฮลท์ #สกัดน้ำมันกัญชา

UPDATE: DOD เผยได้รับคืนใบอนุญาตนำเข้าเมล็ดพันธุ์กัญชงจาก อย. เรียบร้อยแล้ว
สุวารินทร์ ก้อนทอง กรรมการ บมจ.ดีโอดี ไบโอเทค (DOD) รายงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้เรียกคืนใบอนุญาตนำเข้าเมล็ดพันธุ์กัญชงโดยไม่แจ้งสาเหตุจาก บริษัท สยาม เฮอเบิล เทค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทนั้น ล่าสุดบริษัทได้รับคืนใบอนุญาตดังกล่าวจาก อย. แล้วเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2564 โดยมีเงื่อนไขเพิ่มเติมในใบอนุญาตดังนี้
“ในการนำเข้าแต่ละครั้งต้องได้รับใบอนุญาตนำเข้า ซึ่งกัญชงตามแบบ NAR.5 (HEMP)-1 ทุกครั้งที่นำเข้า ตามข้อ 19 ของกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชง (H**p) พ.ศ. 2563”
ใบอนุญาตฉบับนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 โดยเป็นการปรับปรุงแบบฟอร์มและข้อมูลในใบอนุญาต ชบ 1/2564 (น) ลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 ให้เป็นปัจจุบัน”
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ https://thestandard.co/wealth/


—————————————————

ไม่พลาดข่าวไฮไลต์ประจำวัน มาเป็นเพื่อนกับ THE STANDARD WEALTH ในไลน์ คลิก https://lin.ee/xfPbXUP

ที่อยู่

168/74 ถ. นาคนิวาส แขวง/เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ
Bangkok
10230

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ CANNHEALTHผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง CANNHEALTH:

แชร์

CANNHEALTH

CANNHEALTH เป็นแหล่งเรียนรู้และศูนย์รวมองค์ความรู้ในทุกมิติของกัญชาทางการแพทย์ (Canabis Education)

วิสัยทัศน์ (Vision)

“เป็นผู้เชี่ยวชาญอันดับต้นของประเทศในการสื่อสารถึงข้อมูลและคุณประโยชน์ของกัญชาเพื่อใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์และเพื่อสุขภาพ”

พันธกิจ (Mission)