Run Along Now วิ่งตามโลก

Run Along Now วิ่งตามโลก ออกกำลัง-กิน-นอน-ไม่เครียด เพื่อชีวิตที่มีคุณภาพ Keep it simple

1195.+ นักเทนนิสมีอายุยืนกว่าคนที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวถึง 9.7 ปีไม่ใช่ 9.7 เดือน แต่คือ 9.7 ปี เกือบหนึ่งทศวรรษ!1+ งานวิจัย...
16/04/2026

1195.

+ นักเทนนิสมีอายุยืนกว่าคนที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวถึง 9.7 ปี
ไม่ใช่ 9.7 เดือน แต่คือ 9.7 ปี เกือบหนึ่งทศวรรษ!

1
+ งานวิจัย Copenhagen City Heart Study ติดตามคน 8,577 คน เป็นเวลา 25 ปี และจัดอันดับกีฬาทุกชนิดตาม “จำนวนปีชีวิตที่เพิ่มขึ้น”
• แบดมินตัน: + 6.2 ปี
• ฟุตบอล: + 4.7 ปี
• ปั่นจักรยาน: + 3.7 ปี
• ว่ายน้ำ: + 3.4 ปี
• จ๊อกกิ้ง: + 3.2 ปี
เทนนิสเพิ่มอายุได้เกือบ 3 เท่าของการจ๊อกกิ้ง

+ อีกงานวิจัยหนึ่งในผู้ใหญ่ 80,000 คน พบว่า “กีฬาประเภทแร็กเก็ต”
~ ลดการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุ (all-cause mortality) ได้ 47%
~ ลดการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ 56%
ในขณะที่
• ว่ายน้ำ: 41%
• แอโรบิก: 36%

2
+ คำถามคือ ทำไม “กีฬาแร็กเก็ต” ถึงเหนือกว่าทุกอย่าง?
คำตอบ คือ เทนนิส หรือกีฬาแร็กเก็ต มี 3 กลไกที่ทำงานซ้อนกัน
2.1. ภาระทางร่างกาย (Physical demands)
+ การตีโต้ rally ในเทนนิสต้องใช้
• การสปรินต์แบบระเบิด (explosive sprints)
• การเคลื่อนที่ด้านข้าง (lateral cuts)
• ความอึดแบบแอโรบิกต่อเนื่อง

คุณกำลังฝึกทั้ง
• กล้ามเนื้อระเบิดแรงเร็ว fast-twitch fibers
• กล้ามเนื้อทนทาน slow-twitch fibers
พร้อมกัน แต่คาร์ดิโอส่วนใหญ่ ฝึกแค่ระบบเดียว (กล้ามเนื้อทนทาน)
2.2. ภาระทางสมอง (Cognitive load)
+ คุณต้อง
• อ่านสปินของลูก
• คาดเดามุม
• ปรับตำแหน่ง
• สั่งการร่างกายแบบเรียลไทม์

+ สมองกำลังแก้ “โจทย์เชิงพื้นที่ spatial puzzles” ด้วยความเร็วมากกว่า 80 ไมล์ต่อ ชม. สิ่งนี้ช่วยสร้าง
• การประสานตา-มือ (hand-eye coordination)
• การประมวลผลเชิงกลยุทธ์ (strategic processing)
ซึ่งช่วยป้องกัน การเสื่อมของสมอง cognitive decline ในด้านการคิดและประมวลผล
2.3. ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม (Social interaction)
+ นี่คือปัจจัยที่นักวิจัยพูดถึงซ้ำมากที่สุด
คุณ ไม่สามารถเล่นเทนนิสคนเดียวได้

+ กีฬาแร็กเก็ตต้องมี “อีกคน” อยู่ฝั่งตรงข้ามเสมอ การมีปฏิสัมพันธ์แบบนี้กระตุ้น สารเคมีในสมอง neurochemicals (เช่น dopamine, oxytocin) ซึ่งการออกกำลังกายคนเดียวให้ไม่ได้

+ ความสัมพันธ์ทางสังคมที่แข็งแรงเพียงอย่างเดียว เพิ่มโอกาสอายุยืนได้ถึง 50%

3
+ การจ๊อกกิ้ง = คุณอยู่กับความคิดของตัวเอง
เทนนิส = ตัวคุณ + คู่แข่ง + ชุมชน

+ Daniel Amen พูดถูก ข้อมูลมันชัดมาก
ถ้าคุณต้องการกิจกรรมที่ “ผลตอบแทนต่อการลงทุน (ROI) สูงที่สุด” สำหรับการมีชีวิตที่ยืนยาว หยิบแร็กเก็ตขึ้นมา

Cr : https://x.com/aakashgupta/status/2044649799320998377?s=61

16/04/2026

-ลิ่มเลือด-
-หลอดเลือดตีบ-
เพราะนั่งนาน?
ตอนที่ 3/4

16/04/2026

ถ้าคุณแน่ อย่ายอมแพ้ยายวัย 90

1194.ปัญหาของการนั่งนาน ตอนที่ 3/4อ่านตอนที่ 1/4 จากโพสนี้ https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1576100621190366&...
15/04/2026

1194.

ปัญหาของการนั่งนาน ตอนที่ 3/4
อ่านตอนที่ 1/4 จากโพสนี้
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1576100621190366&id=100063713287130
อ่านตอนที่ 2/4 จากโพสนี้
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1576866561113772&id=100063713287130

บทที่ 5 : กลไกที่ 4 - ปั้มจากกล้ามเนื้อน่อง Calf Muscle Pump หัวใจดวงที่สอง
11/ สรุป 3 กลไกที่เป็นอิสระต่อกัน ถูกทำลายด้วย “พฤติกรรมเดียวกัน”

+ สามกลไก ที่พังจาก “การนั่งนาน” ทำให้เกิด 3 ผลลัพธ์:
~ กลไกที่ 1 - เยื่อบุหลอดเลือด Endothelium ลดการผลิต nitric oxide ลง จากแรงเสียดทานที่ลดลง => เป็นผลให้ หลอดเลือดหดตัว vascular constriction
~ กลไกที่ 2 - การทำงานของ เอนไซม์เคลียร์ไขมัน LPL หายไป จากการที่กล้ามเนื้อไม่เคลื่อนไหว => ทำให้ ไขมันสะสมในเลือด triglyceride accumulation
~ กลไกที่ 3 - ระดับกลูโคสในเลือดไม่ลดลง จาก GLUT4 ถูกรบกวนจากการขาดสัญญาณการหดตัวของกล้ามเนื้อ => ทำให้ การควบคุมน้ำตาลผิดปกติ glucose dysregulation
ทั้งสามกลไกนี้ มีส่วนจาก “การนั่งนาน” และทั้งหมดนี้สามารถย้อนกลับได้ด้วย “การลุกขึ้นยืน”

+ การที่ทุกอย่างมาบรรจบกันแบบนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันสะท้อนว่า ร่างกายถูกออกแบบมาเพื่อการเคลื่อนไหวระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง และมอง “การอยู่นิ่ง stillness” ว่าเป็นอินพุต input ที่ “ผิดปกติ”

+ ไทม์ไลน์ ทำให้การบรรจบกันนี้ มีความสำคัญทางคลินิก clinically significant
~ การทำงานของ เยื่อบุหลอดเลือด endothelial function เริ่มแย่ลงภายใน 30 นาที
~ การทำงานของ เอมไซม์ LPL ลดลงภายในไม่กี่ชั่วโมง
~ ความไวอินซูลิน insulin sensitivity ลดลงอย่างวัดได้ ภายใน “การนั่งเพียงครั้งเดียว”

+ ทั้ง 3 ระบบเริ่มล้มเหลว ภายใน “ชั่วโมงแรก” ของการนั่งนานอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เดือนแรก ไม่ใช่ปีแรก แต่คือ “ชั่วโมงแรก” และทั้ง 3 ระบบ ฟื้นตัวได้ ภายในไม่กี่นาที เมื่อคุณลุกขึ้นและเดิน

+ ความเร็วของทั้ง “ความเสียหาย” และ “การฟื้นตัว” บอกคุณได้ว่า ร่างกาย “คาดหวังอะไร” ระบบที่แย่ลงใน 45 นาที และฟื้นตัวได้ใน 5 นาที ไม่ได้ถูกออกแบบมา สำหรับการอยู่เนือยนิ่งเป็นเวลานาน prolonged stillness

+ แต่มันถูกออกแบบมาสำหรับ “การเคลื่อนไหวเป็นช่วงๆ intermittent movement“ สลับกับการพักสั้นๆ ซึ่งเป็นรูปแบบการใช้ชีวิตของสัตว์บกทุกชนิด ยกเว้นสัตว์ชนิดเดียว คือ “มนุษย์” ที่เป็นผู้ประดิษฐ์ ”เก้าอี้“

+ ทั้งหมดเกิดจาก “พฤติกรรมเดียว” => นั่ง
ทั้งหมดแก้ได้ด้วย “พฤติกรรมเดียว”=> ลุกขึ้นยืน

12/ กลไกที่ 4 - ปั้มจากกล้ามเนื้อน่อง Calf Muscle Pump หัวใจที่สอง

+ มี “กลไกที่สี่” ที่ไม่ใช่กลไกทางเมตาบอลิซึม metabolic แต่เป็น “กลไกเชิงกล mechanical“ และมันอธิบายว่า ทำไม “ขา” ถึงเป็นจุดที่ความเสียหายสะสมมาก

+ ปั๊มในกล้ามเนื้อน่องของคุณ ทำหน้าที่เหมือน “หัวใจดวงที่สอง” การนั่งคือ ปิดสวิตช์ให้มัน “หยุดทำงาน”, ระบบหลอดเลือดดำในขา venous system มีหน้าที่ส่งเลือดกลับขึ้นสู่หัวใจ โดยต้อง “ต้านแรงโน้มถ่วง”

+ แรงส่งเลือดดำกลับสู่หัวใจ ไม่ใช่มาจากหัวใจ เพราะแรงดันจากหลอดเลือดแดง arterial pressure ถูกใช้ไปจนหมดแล้ว เมื่อเลือดมาถึงฝั่งหลอดเลือดดำ venous

+ แรงขับเคลื่อนจริงๆ คือ ปั๊มในกล้ามเนื้อน่อง calf muscle pump, กล้ามเนื้อน่องสองส่วน
• กล้ามเนื้อน่องชั้นนอก gastrocnemius
• กล้ามเนื้อน่องชั้นลึก soleus
จะบีบอัด ”หลอดเลือดดำลึกในขา deep leg veins“ ทุกครั้งที่หดตัว

+ ปั๊มจากน่องนี้สร้างแรงดันที่จำเป็นสำหรับการส่งเลือดดำประมาณ 70% ของปริมาณเลือดทั้งหมดในร่างกายจากส่วนที่อยู่ “ต่ำกว่าหัวใจ” กลับขึ้นสู่หัวใจ เลือดดำจะถูกดันขึ้นด้านบนผ่าน ลิ้นหลอดเลือดดำแบบทางเดียว one-way venous valves

+ ระหว่างการนั่ง ปั๊มในกล้ามเนื้อน่อง calf muscle pump จะหยุดทำงาน เลือดจะ “คั่ง pooling“ อยู่ในหลอดเลือดดำของขาส่วนล่าง
→ ทำให้ความดันในหลอดเลือดดำ Venous pressure ที่ข้อเท้า จะเพิ่มขึ้นจากประมาณ 25 mmHg (ตอนเดิน) เป็นประมาณ 90 mmHg (ตอนนั่ง)
→ ความดันที่เพิ่มขึ้น จะดันของเหลวออกจากเส้นเลือดฝอย capillaries เข้าสู่เนื้อเยื่อ tissue ขาของคุณจะบวม
→ เซลล์เยื่อบุหลอดเลือด endothelial cells ในหลอดเลือดดำที่ถูกขยาย distended veins จะถูกแรงยืดที่ “ผิดปกติ” ซึ่งไปกระตุ้น สัญญาณการอักเสบ inflammatory signaling

+ เลือดที่คั่ง pooled blood เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดลิ่มเลือด clot formation

บทที่ 6 : ต้นเหตุของโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดที่แท้จริง? ลิ่มเลือด หรือ การอักเสบของหลอดเลือด
13/ 3 ปัจจัยที่ทำให้เกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือด

+ หลัก 3 ปัจจัย Virchow’s triad ที่ทำให้เกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือด thrombosis ประกอบด้วย:

1 ~ การไหลของเลือดช้าหรือหยุดนิ่ง Stasis => เกิดจาก calf pump ไม่ทำงาน
→ เลือดคั่งใน หลอดเลือดดำลึก deep veins ของขา โดยไม่มีแรงดันให้ไหลขึ้น

2 ~ ความเสียหายของเยื่อบุหลอดเลือด Endothelial injury => เกิดจากแรงยืดผิดปกติของหลอดเลือดดำ
→ ผนังหลอดเลือดถูกขยาย จากน้ำหนักของเลือดที่คั่ง
→ เซลล์ถูกยืดเกินขอบเขตที่ออกแบบไว้

3 ~ ภาวะเลือดแข็งตัวง่ายผิดปกติ Hypercoagulability => เกิดจากสัญญาณการอักเสบ
→ เยื่อบุหลอดเลือด endothelium ที่ถูกยืด ปล่อยสารที่ช่วยการแข็งตัวของเลือด clotting factors และสารก่อการอักเสบ inflammatory mediators
→ ทำให้เลือดแข็งตัวง่ายขึ้น
*การนั่งเป็นเวลานาน prolonged sitting ทำให้เกิดทั้ง 3 อย่างนี้ “พร้อมกัน”

+ ลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำลึกของขา Deep Vein Thrombosis DVT มีความสัมพันธ์ทางระบาดวิทยา (epidemiologically linked) กับ การนั่งนานอย่างต่อเนื่อง เช่น
~ นั่งนานบนเครื่องบิน,
~ นั่งนานที่โต๊ะทำงาน,
~ นั่งนานในรถยนต์,

+ ฟิสิกส์ของเรื่องนี้ คือ วิชาพลศาสตร์ของไหล fluid dynamics (การไหลของของเหลว) ในระบบที่ขึ้นกับแรงโน้มถ่วง gravity-dependent system และมี “ปั๊ม” ที่ทำงานเฉพาะตอนที่กล้ามเนื้อหดตัว

+ กล้ามเนื้อน่องของคุณ คือ “ปั๊ม” นั้น การนั่งทำให้ปั๊มหยุดทำงาน, ของเหลวคั่ง ความเสี่ยงลิ่มเลือดเพิ่มขึ้น

+ ถ้าคุณเคยเดินทางด้วยรถนานๆ แล้วพอถึงปลายทางพร้อมกับอาการ ข้อเท้าบวม, ขาหนัก, น่องตึง คุณได้ “สัมผัส” การหยุดทำงานของปั้มที่น่อง calf pump นี้โดยตรง

~ อาการบวม เกิดจาก ของเหลวในช่องว่างระหว่างเซลล์ interstitial fluid ที่ระบบหลอดเลือดดำ venous system ไม่สามารถดึงกลับได้ เพราะปั๊มหยุดทำงานหลายชั่วโมง
~ ความรู้สึกขาหนัก คือ ขาของคุณต้องแบกรับ “เลือดที่คั่ง” ที่ปกติควรจะไหลกลับเข้าสู่ระบบไหลเวียน
~ ความรู้สึกน่องตึง คือ การคั่งของเลือดในหลอดเลือดดำ venous congestion ที่ไปกดทับเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ

+ เมื่อคุณลงจากที่นั่งในรถ และเดิน 5 นาที;
→ ความโล่งที่คุณรู้สึก ความเบาที่กลับมา อาการบวมที่ลดลง
→ เลือดที่คั่งถูกดันขึ้นผ่าน ลิ้นหลอดเลือดดำ venous valves กลับสู่หัวใจ
→ ความดันในหลอดเลือดดำ ลดลงจาก ~90 กลับไปแถว ~25 mmHg
→ นั่นคือ ปั้มที่น่อง calf pump กลับมาทำงานอีกครั้ง หลังจากหยุดไปหลายชั่วโมง แรงดันกลับสู่ปกติ ของเหลวไหลกลับไปยังตำแหน่งที่ระบบไหลเวียนถูกออกแบบไว้ให้เป็น

14/ อะไรสะสมอยู่ในผนังหลอดเลือดแดง เมื่อเลือดหยุดไหลอย่างเหมาะสม?

+ กระบวนการอักเสบแบบลูกโซ่ inflammatory cascade ที่การนั่งนานกระตุ้นขึ้น คือ “ขั้นตอนแรก” ของกระบวนการก่อโรคที่คร่าชีวิตมนุษย์มากที่สุด

+ เซลล์เยื่อบุหลอดเลือด endothelial cells เมื่อถูกแรงเฉือนต่ำ (low shear stress = แรงเสียดทานของเลือดที่ลดลง) ซึ่งเป็นสภาวะของการนั่งนาน จะเกิด “การเปลี่ยนแปลง shift“

+ มันจะเพิ่มการทำงานของ โมเลกุลยึดเกาะ adhesion molecules บนผิวเซลล์ เช่น
• VCAM-1 (vascular cell adhesion molecule-1)
• ICAM-1 (intercellular adhesion molecule-1)
โมเลกุลเหล่านี้จะดึงดูด เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่ง monocytes ที่ไหลเวียนอยู่ในเลือดให้มาเกาะที่ผนังหลอดเลือด

+ เซลล์เหล่านี้ยังเพิ่มการผลิต อนุมูลอิสระที่มีปฏิกิริยาสูง reactive oxygen species ROS, ROS จะไป “ออกซิไดซ์ oxidize“ กับไขมันที่ไม่ดี LDL cholesterol ในบริเวณใต้เยื่อบุหลอดเลือด subendothelial space

+ มันยังไปลดการผลิต nitric oxide NO (โดยปกติ nitric oxide จะช่วยกดทั้ง การอักเสบ และ ลดการจับตัวของเกล็ดเลือด platelet aggregation)

+ ผนังหลอดเลือด เมื่อขาดแรงเฉือนที่ช่วยปกป้องจากการไหลของเลือด จะเปลี่ยนไปสู่สภาวะ “ก่อนการอักเสบอย่างชัดเจน actively pro-inflammatory“

+ คราบไขมัน fatty plaques ก่อตัวในผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแคบลง หรือแตก rupture และก่อให้เกิดหัวใจวาย heart attack และ โรคหลอดเลือดสมอง stroke

=> ทั้งหมดนี้ คือ “ขั้นตอนเริ่มต้น” ของภาวะหลอดเลือดแข็ง/ตีบ atherosclerosis จากคราบไขมัน

15/ ภาวะหลอดเลือดแข็ง-ตีบ atherosclerosis จากคราบไขมัน

+ ภาวะหลอดเลือดแข็ง-ตีบ atherosclerosis จากคราบไขมันนี้ ไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วย คอเลสตอรอล cholesterol เพียงอย่างเดียว
→ แต่มันถูกขับเคลื่อนโดย “สภาวะการอักเสบของเยื่อบุหลอดเลือด endothelium”
→ ซึ่งถูกขับเคลื่อนโดย “แรงเฉือนของเลือด shear stress ที่ลดลง”
→ ซึ่งถูกขับเคลื่อนอีกทีโดย “ความเร็วของการไหลของเลือด blood flow velocity” ที่ถูกกำหนดด้วยอริยาบถของคุณว่า “นั่ง” หรือ “ยืน”
คอเลสตอรอล คือ “วัตถุดิบ material“, การอักเสบ คือ “กระบวนการ process”

+ จริงอยู่ว่า การนั่ง เป็นหนึ่งในหลาย “ตัวกระตุ้น trigger“ (เช่น ความดันโลหิตสูง, เบาหวาน, การสูบบุหรี่, ความผิดปกติของไขมันทางพันธุกรรม genetic lipid disorders) ทั้งหมดนี้ สามารถทำให้เกิดการอักเสบของ เยื่อบุหลอดเลือด endothelium ได้อย่างเป็นอิสระ

+ แต่ การนั่ง เป็นตัวกระตุ้นที่ “ทำงานทุกครั้ง” เมื่อการไหลของเลือดลดต่ำกว่าระดับ shear stress ที่จำเป็น และมันเกิดขึ้นในทุกหลอดเลือดของทุกคน ที่นั่งนานเกิน 45 นาที

+ โรคหัวใจและหลอดเลือดที่คร่าชีวิตมนุษย์มากที่สุด มี “องค์ประกอบเชิงกล mechanical component” และ อินพุตเชิงกล นั้นคือ เลือดของคุณไหลเร็วพอหรือไม่ ที่จะทำให้ endothelium อยู่ในสภาวะ “ปกป้อง protective state“

+ ความเชื่อมโยงนี้ แสดงว่า โรคหลอดเลือดไม่ได้เริ่มจาก คอเลสตอรอล
→ แต่เริ่มจาก “การสูญเสีย shear stress” ที่เกิดจากการไม่ขยับตัวเคลื่อนไหว immobility
→ ทำให้ เยื่อบุหลอดเลือด endothelium เปลี่ยนจากสภาวะ “ปกป้อง” ไปเป็น “ก่อการอักเสบ” เพราะเลือดไหลไม่เร็วพอ
→ มุมมองนี้ เปลี่ยนกรอบความเข้าใจใหม่ว่า โรคหัวใจและหลอดเลือด cardiovascular disease คืออะไร
โรคนี้ไม่ได้เกี่ยวแค่กับ “สิ่งที่อยู่ในเลือด” แต่เกี่ยวกับว่า “เลือดกำลังเคลื่อนที่อยู่หรือไม่”

+ เยื่อบุหลอดเลือด endothelium ไม่ได้สนใจระดับคอเลสตอรอลของคุณ ถ้าแรงเฉือนของเลือด shear stress เพียงพอ มันจะ
• สร้าง nitric oxide NO
• กดการสร้าง โมเลกุลยึดเกาะ adhesion molecules
• ป้องกันไม่ให้ เม็ดเลือดขาว monocytes เข้าไปในผนังหลอดเลือด

+ แต่เมื่อ แรงเฉือดของเลือด shear stress ลดลง มันจะ “อ่อนไหว” ต่อคอเลสตอรอล
→ เมื่อ nitric oxide หายไป โมเลกุลยึดเกาะ adhesion molecules จะปรากฏ
→ เม็ดเลือดขาว monocytes จะเข้ามา การออกซิไดซ์ของ LDL (LDL oxidation) จะเริ่มขึ้น

+ หลอดเลือดของคุณ ไม่ใช่ท่อน้ำที่อยู่เฉยๆ passive pipes แล้วสะสมการอุดตันเหมือนท่อประปา แต่มันคือ “อวัยวะที่มีชีวิต active organs“ ที่ดูแลตัวเอง ผ่านระบบสัญญาณ signaling cascade ที่ขึ้นกับ แรงเฉือนของเลือด shear stress

+ ทุกๆ ชั่วโมง ที่คุณนั่งโดยไม่ลุกขึ้น ระบบการดูแลตัวเองนี้จะ “ปิดตัวลง”, คอเลสตอรอลในเลือดของคุณมีอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าคุณจะนั่งหรือยืน แต่ “การปกป้องของ เยื่อบุหลอดเลือด endothelium” ที่ป้องกันไม่ให้คอเลสตอรอลเข้าไปในผนังหลอดเลือด จะมีอยู่ ก็ต่อเมื่อเลือดไหลเร็วพอที่จะรักษา เเรงเฉือน shear stress

+ การนั่งสร้าง “ช่องโหว่“ ทำให้คอเลสตอรอลเข้ามาใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นั้น การลุกขึ้นทุก 45 นาที จะ “ฟื้นฟู” การปกป้องนั้นกลับมา

+ ข้อมูลการเสียชีวิต mortality data ยืนยันสิ่งที่งานวิจัยในห้องทดลอง bench science คาดการณ์ไว้
~ งานวิจัยที่ติดตามชาวแคนาดามากกว่า 17,000 คน เป็นเวลา 12 ปี พบว่า หลังจากปรับปัจจัย เรื่อง การออกกำลังกาย, การสูบบุหรี่, การดื่มแอลกอฮอล์ แล้ว
~ ”ระยะเวลาการนั่ง” ยังคงมีความสัมพันธ์กับการเสียชีวิต ทั้ง ทุกสาเหตุ all-cause mortality และ การเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด cardiovascular mortality อย่างเป็นอิสระต่อกัน

+ คนที่อยู่ในกลุ่มที่ “นั่งมากที่สุด” (คิดจาก คนที่นั่งมากที่สุด 25% แรก highest quartile of daily sitting time) มีความเสี่ยงการเสียชีวิตสูงกว่า กลุ่มที่นั่งน้อยที่สุด ประมาณ 50% โดย “ไม่ขึ้นกับว่า คุณออกกำลังกายหรือไม่”
** ผลลัพธ์นี้ควรย้ำอีกครั้งว่า “ไม่ขึ้นกับว่า คุณออกกำลังกายหรือไม่”**

(ยังมีต่อ)
Cr : https://x.com/metabolicuncle/status/2042724203359600871?s=61
ยังไม่จบนะ เนื้อหายาวมาก รออ่านตอนต่อไปครับ:
+ การออกกำลัง vs การนั่ง Exercise vs Sitting (คนละระบบ)
+ ทำไมคนไม่รู้สึกว่า “การนั่งนาน” มันอันตราย
+ ทางออกออกของ ”การนั่งนาน“ - ไม่ต้องเลิกนั่ง แต่ต้อง “ตัดช่วง”
+ หลักการสำคัญที่สุด อย่านั่งนานเกิน 45 นาที
Cr photo : Scoolam Foundation

15/04/2026

3 กลไกที่พังจาก
“การนั่งนาน
เกิน 45 นาที”
ตอนที่ 2/4

1193.ปัญหาของการนั่งนาน The Sitting Problem ตอนที่ 2/4อ่านตอนที่ 1/4 จากโพสนี้ https://m.facebook.com/story.php?story_fb...
14/04/2026

1193.

ปัญหาของการนั่งนาน The Sitting Problem ตอนที่ 2/4

อ่านตอนที่ 1/4 จากโพสนี้

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1576100621190366&id=100063713287130

บทที่ 3 : เอนไซม์สลายไขมันในเลือด ชื่อว่า lipoprotein lipase (LPL)
7/ กลไกที่ 2 - เอนไซม์สลายไขมันในเลือด ชื่อว่า lipoprotein lipase (LPL)
+ มีเอนไซม์ตัวหนึ่ง ชื่อว่า Lipoprotein lipase (LPL) อยู่ในผนังเส้นเลือดฝอยของกล้ามเนื้อ muscle capillaries หน้าที่ของมันคือ เคลียร์ไขมันไตรกลีเซอไรด์ triglycerides ออกจากเลือด ให้กลายเป็น กรดไขมัน fatty acids ที่กล้ามเนื้อสามารถใช้เป็นพลังงานได้

+ ในปี 2003 งานวิจัยจาก Pennington Biomedical บันทึกไว้ว่า การนั่งเป็นเวลานาน prolonged sitting ลดการทำงานของเอนไซม์ LPL ได้มากถึง 90% ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง = การนั่ง “ปิดสวิตช์” การทำงานของเอนไซม์นี้ ผ่านกลไกที่ “ไม่เกี่ยวอะไรเลย” กับแคลอรี่

+ เมื่อการทำงานของเอนไซม์ LPL ลดลง ไตรกลีเซอไรด์จะสะสมอยู่ในเลือดในระดับเดียวกันที่แพทย์ใช้ในการ “ทำนายความเสี่ยงโรคหัวใจ”

+ กลไกนี้ไม่ใช่เรื่องของแคลอรี่ มันไม่ได้ขึ้นกับว่าคุณกินอะไร แต่มันขึ้นกับว่า “กล้ามเนื้อกำลังหดตัวอยู่หรือไม่”

+ เอนไซม์ LPL ต้องการการหดตัวของกล้ามเนื้อ muscular contraction เพื่อคงการทำงานไว้ การนั่งทำให้กล้ามเนื้ออยู่นิ่ง ไม่มีการหดตัว, เมื่อการหดตัวหยุด → LPL ลดลง →ไตรกลีเซอไรด์ ไขมันในเลือดเพิ่มขึ้น

+ เส้นทางของกลไกนี้ เป็น “เชิงกล” (mechanical = เกี่ยวกับแรง/การเคลื่อนไหวของร่างกาย) สภาวะการหดตัวของกล้ามเนื้อ muscle’s contractile state ควบคุมเอนไซม์ LPL ที่ผนังเส้นเลือดฝอย capillary wall โดยตรง

8/ แค่ลุกขึ้นยืน ก็ช่วยให้เอนไซม์ LPL เคลียร์ไขมันออกจากเลือดได้แล้ว
+ ข้อค้นพบสำคัญ: แค่ “ยืนเฉยๆ” ไม่ถึงกับต้องไปออกกำลังกาย แค่ยืนก็สามารถรักษาการทำงานของเอนไซม์ LPL ได้ แต่การนั่งทำให้มันหายไป

+ ความแตกต่างระหว่าง การ “ยืนเฉยๆ” กับ “นั่งเฉยๆ” ซึ่งต่างกันทางเมตาบอลิซึม เพียงแค่ 10–20 แคลอรี่ต่อชั่วโมง กลับสร้างความแตกต่างถึง 90% ในเอนไซม์ LPL ที่ทำหน้าที่เคลียร์ไขมันออกจากเลือด

+ ขอบเขต threshold ไม่ใช่เรื่อง สมดุลพลังงาน แต่คือ “สภาวะเชิงกลของกล้ามเนื้อ”
~ มีน้ำหนักกด loaded หรือไม่
~ มีการหดตัวของกล้ามเนื้อ contracting ไหม
ร่างกายของคุณไม่ได้ “นับแคลอรี่” สำหรับระบบนี้ แต่มันตรวจว่า “กล้ามเนื้อกำลังรับน้ำหนักอยู่หรือไม่”

+ ลองนึกถึงคนที่อายุเกิน 40 ปี ที่ตรวจเจอว่า มีไขมันในเลือดไตรกลีเซอไรด์เพิ่มสูง แพทย์มักให้คำแนะนำ เน้นปรับแก้ที่ “สิ่งที่กินเข้าไป” และให้ออกกำลังกายเพิ่ม
• กินไขมันให้น้อยลง
• ลดอาหารแปรรูป processed foods
• กินเส้นใยอาหารเพิ่ม fiber
แต่ไม่มีคำแนะนำเรื่อง “การไม่นั่งนาน” ที่ช่วยเรื่อง ‘การกำจัด clearance’ เคลียร์ไขมันออกจากเลือด

+ ไตรกลีเซอไรด์ ในเลือดของคุณไม่ได้ขึ้นอยู่แค่กับสิ่งที่คุณกิน แต่มันขึ้นอยู่กับว่า เอนไซม์ LPL (ที่ทำหน้าที่เคลียร์มันออกจากเลือด) กำลังทำงานอยู่หรือไม่

+ เอนไซม์ตัวนั้นถูกควบคุมโดยเงื่อนไขที่ว่า “กล้ามเนื้อของคุณหดตัวหรือไม่” ไม่ใช่เพราะว่าอาหารของคุณคลีนแค่ไหน
~ คนหนึ่งกินอาหารดีมาก แต่ “นั่งนาน” 8 ชั่วโมง → เอนไซม์ LPL ถูกกดไม่ให้ทำงาน 8 ชั่วโมง
~ อีกคนหนึ่งกินอาหารเหมือนกัน แต่ “ลุกขึ้นยืนทุก 30 นาที” → สามารถรักษาเอนไซม์ LPL ให้ทำงานเคลียร์ไขมันในเลือดได้ตลอดทั้งวัน
~ โปรไฟล์ค่าไตรกลีเซอไรด์ของสองคนนี้จะแตกต่างกัน ไม่ใช่เพราะอาหาร แต่เพราะ “เฟอร์นิเจอร์” (การนั่ง)

+ อาหารมีความสำคัญ แต่ “กลไกการเคลียร์ออก” (clearance mechanism - ระบบเคลียร์ไขมันออกจากเลือด) กลับถูกมองข้าม

+ คนสองคนที่ ~ กินอาหารเหมือนกัน, ~ มีพันธุกรรม genetics เหมือนกัน, ~ มีองค์ประกอบร่างกาย body composition เหมือนกัน สามารถมีระดับไตรกลีเซอไรด์ ต่างกันได้ เพียงแค่เพราะ “รูปแบบการนั่ง” ต่างกัน

+ คนที่นั่งนานต่อเนื่องเป็นช่วงยาวเกิน 45 นาที จะมีไตรกลีเซอไรด์สูงกว่า คนที่ลุกขึ้นยืนขยับทุก 30 นาที เพราะเอนไซม์ที่เคลียร์ไตรกลีเซอไรด์ ต้องอาศัย “การหดตัวของกล้ามเนื้อ” เพื่อคงการทำงานไว้ เอนไซม์นี้ถูกกดไว้เกือบตลอดเวลาจากการนั่งยาว

บทที่ 4 : กลไกที่ 3 - น้ำตาลในเลือด และตัวขนส่งกลูโคสออกจากเลือด
9/ ระดับน้ำตาลในเลือด ถูกเคลียร์ออกด้วย GLUT4 และอินซูลิน
+ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับน้ำตาลในเลือด เมื่อกล้ามเนื้อหยุดหดตัว? ความไวอินซูลิน insulin sensitivity มี “เส้นทางที่เกี่ยวกับการนั่ง” ของมันเอง กลไกต่างออกไป แต่ความเปราะบางเหมือนกัน

+ กล้ามเนื้อโครงร่าง skeletal muscle จัดการนำกลูโคสเข้าเซลล์ที่ถูกควบคุมโดยอินซูลิน insulin-mediated glucose uptake ประมาณ 80%

+ ตัวขนส่งกลูโคส ชื่อ GLUT4 (glucose transporter type 4 = โปรตีนที่พากลูโคสเข้าเซลล์กล้ามเนื้อ) ทำหน้าที่ย้ายกลูโคสจากเลือด → เข้าไปในเซลล์กล้ามเนื้อ มันตอบสนองต่อ “2 สัญญาณที่เป็นอิสระต่อกัน”
~ สัญญาณแรก อินซูลินจับกับตัวรับ insulin receptor
~ สัญญาณที่สอง การหดตัวของกล้ามเนื้อ muscle contraction

+ ในระหว่างการนั่ง สัญญาณ “การหดตัวของกล้ามเนื้อ” จะหายไป การเคลื่อนย้ายกลูโคสของ GLUT4 (GLUT4 translocation = การที่ตัวพากลูโคสเคลื่อนขึ้นสู่ผิวเซลล์เพื่อรับน้ำตาล) จึงต้องพึ่งพาอินซูลินเพียงอย่างเดียว กล้ามเนื้อตอบสนองต่อระดับอินซูลินที่เท่าเดิมได้น้อยลง ความไวอินซูลิน insulin sensitivity ลดลง

+ งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Diabetes Care พบว่า การแทรกแซง “การนั่ง” ด้วยการลุกขึ้นเดิน 2 นาที ทุกๆ 20 นาที สามารถลด
~ ระดับน้ำตาลหลังอาหาร post-meal glucose
~ ระดับอินซูลินที่ใช้จัดการน้ำตาลในเลือด
ได้ถึง 24–30% เมื่อเทียบกับ การนั่งนานต่อเนื่อง

+ อาหารมื้อเดียวกัน การผลิตอินซูลินเท่าเดิม แต่การเคลียร์กลูโคสออกต่างกัน ทั้งหมดนี้อธิบายได้จาก “การหดตัวของกล้ามเนื้อเป็นช่วงๆ” ที่ช่วยรักษา GLUT4 translocation

10/ เหตุผลที่การขยับตัวเคลื่อนไหว ช่วยเคลียร์น้ำตาลในเลือดเข้าเซลล์
+ ถ้าแพทย์ของคุณเคยบอกว่า
• น้ำตาลตอนงดอาหาร fasting glucose เริ่มสูงขึ้น
• HbA1c (ตัวชี้วัดน้ำตาลสะสมระยะยาว) อยู่ในระดับปริ่มๆ เกือบเกิน หรือ
• เริ่มมีภาวะดื้ออินซูลิน insulin resistance
บทสนทนาที่มักจะพูดถึง คือ ปรับอาหาร, กินยา, ออกกำลังกายเพิ่ม แต่ “เรื่องการนั่ง” แทบไม่เคยถูกนำมาคุยกันเลย

+ แต่ระบบที่จัดการน้ำตาลในเลือดของคุณ ทำงาน “แตกต่างกัน อย่างวัดได้” ขึ้นอยู่กับว่า คุณลุกขึ้นทุก 30 นาที หรือ นั่งยาวอย่างต่อเนื่อง,
~ ปัญหาน้ำตาลในเลือดของคุณ บางส่วนอาจเป็น “ปัญหาจากการนั่ง”
~ ไม่ใช่อาหาร ไม่ใช่พันธุกรรม แต่เป็น “ตำแหน่งร่างกาย”

+ กล้ามเนื้อที่ควรจะทำงานเคลียร์กลูโคสไม่ได้หดตัว ตัวขนส่งที่ควรพากลูโคสเข้าเซลล์ไม่ได้รับ “สัญญาณการหดตัว” ที่มันถูกออกแบบมาให้รับควบคู่กับอินซูลิน

+ ร่างกายของคุณถูกสร้างมาให้จัดการกลูโคส ด้วย
~ “2 สัญญาณที่ทำงานพร้อมกัน“ => อินซูลิน กับ การหดตัวของกล้ามเนื้อ
~ การนั่ง ตัดหนึ่งสัญญาณออกไป จริงอยู่ว่าระบบยังทำงานได้ด้วยอินซูลินเพียงอย่างเดียว แต่มันทำงานได้ “แย่ลง”

+ อินซูลิน ต้องทำหน้าที่แทน “สองสัญญาณ” ด้วยตัวมันเอง ตับอ่อน pancreas ต้องทำงานหนักชดเชย โดยผลิตอินซูลินมากขึ้น กล้ามเนื้อค่อยๆ ตอบสนองต่ออินซูลินแต่ละหน่วยได้น้อยลงเรื่อยๆ
=> นี่คือ คำจำกัดความทางคลินิกของ ”ภาวะดื้ออินซูลิน insulin resistance“

+ ภาวะดื้ออินซูลิน insulin resistance ไม่ใช่ “โรคที่จู่ๆ เกิดขึ้น” แต่มันคือ “ผลลัพธ์เชิงกล mechanical consequence จากการที่คุณเอา หนึ่งในสอง “อินพุต” ที่ระบบถูกออกแบบมาออกไป

~ คนที่นั่ง 3 ชั่วโมงหลังอาหารกลางวัน จะประมวลผลอาหารมื้อนั้นด้วย “สัญญาณเดียว” คือ อินซูลิน อย่างเดียว

~ คนที่ลุกยืนและเดินสั้นๆ ทุกๆ 30 นาที จะประมวลผลอาหารมื้อนั้น ด้วย “สองสัญญาณ” คือ อินซูลิน และ การหดตัวของกล้ามเนื้อ

+ การดีขึ้นถึง 24–30% ของการเคลียร์กลูโคส glucose clearance คือ ความแตกต่างระหว่าง “หนึ่งสัญญาณ” กับ “สองสัญญาณ”, อาหารมื้อเดียวกัน ตับอ่อนเหมือนกัน แต่จำนวน “สัญญาณ” ที่ไปถึงตัวขนส่ง GLUT4 ต่างกัน

(ยังมีต่อ)
Cr : https://x.com/metabolicuncle/status/2042724203359600871?s=61
รออ่านตอนต่อไป

+ 3 ปัจจัยที่ทำให้เกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือด
+ มุมมองใหม่ของโรคหัวใจ ; การอักเสบ และจุดเริ่มต้นโรคหัวใจ
+ การออกกำลัง vs การนั่ง Exercise vs Sitting (คนละระบบ)
+ ทำไมคนไม่รู้สึกว่า “การนั่งนาน” มันอันตราย
+ ทางออกออกของ ”การนั่งนาน“ - ไม่ต้องเลิกนั่ง แต่ต้อง “ตัดช่วง”
+ หลักการสำคัญที่สุด อย่านั่งนานเกิน 45 นาที
Cr photo : Scoolam Foundation

14/04/2026

ปัญหาของ
การนั่งนาน
prolonged sitting
ตอนที่ 1/4

1192.ปัญหาของการนั่งนาน The Sitting Problem ตอนที่ 1/4บทที่ 1 : สิ่งที่เกิดขึ้นทันทีเมื่อคุณ “นั่ง” และ เยื่อบุหลอดเลือด...
13/04/2026

1192.

ปัญหาของการนั่งนาน The Sitting Problem ตอนที่ 1/4

บทที่ 1 : สิ่งที่เกิดขึ้นทันทีเมื่อคุณ “นั่ง” และ เยื่อบุหลอดเลือด Endothelium อวัยวะที่คุณไม่เคยรู้จักมาก่อน
1/ สิ่งที่เกิดขึ้นทันทีเมื่อคุณ “นั่ง”

+ หลอดเลือดแดงต้นขาของคุณ (femoral artery = หลอดเลือดแดงหลักที่ไปเลี้ยงขา) กำลังตีบแคบลงอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่เพราะหัวใจคุณหยุดทำงาน แต่เพราะคุณ “นั่ง”

+ ตัวหลอดเลือดเองเปลี่ยนไป เซลล์ที่บุผนังหลอดเลือด (endothelial cells = เซลล์เยื่อบุหลอดเลือด) หยุดสร้างโมเลกุลที่ทำให้หลอดเลือดขยายตัว

+ เลือดไหลช้าลง ผ่านท่อที่เล็กลง สิ่งนี้เกิดขึ้นภายในไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง คุณไม่สามารถรู้สึกถึงมันได้

+ คุณลุกขึ้นยืน 5 นาที คุณกลับมาเหมือนเดิม พอนั่งลงอีกมันก็ตีบแคบอีก ทุกวัน ทุกครั้งที่คุณนั่ง ตลอดชีวิตของคุณ

2/ เยื่อบุหลอดเลือด endothelium

+ ระบบที่ทำงานทั้งหมดนี้ คือ “อวัยวะ” ที่คุณไม่เคยรู้ว่ามีอยู่ มันเรียกว่า เยื่อบุหลอดเลือด (endothelium เอนโดทีเลียม) เป็นชั้นเซลล์บางๆ เพียงชั้นเดียว ที่เคลือบอยู่ในหลอดเลือดทุกเส้นในร่างกาย

+ ถ้าคุณเอามันไปคลี่ออก มันจะมีพื้นที่เท่ากับสนามฟุตบอล ใหญ่กว่าผิวหนังของคุณมันคือ อวัยวะที่ใหญ่ที่สุดที่คุณมี

+ ไม่มีหมอคนไหนเคยชี้ให้คุณเห็นว่า อวัยวะนี้อยู่ตรงไหน มันไม่มีรูปร่าง มันคือ “พื้นผิว” ที่กระจายอยู่ทั่วระบบหลอดเลือด มองไม่เห็นและบางเกินกว่าจะจับต้อง และ

+ มันคือ อวัยวะที่ ‘ตัดสิน’ ว่า หลอดเลือดของคุณจะเปิดกว้าง หรือ จะปิดแคบและอักเสบ
~ หัวใจวาย heart attack ทุกครั้ง เริ่มที่นี่ (เยื่อบุหลอดเลือด)
~ โรคหลอดเลือดสมอง/ สโตรค Stroke ทุกครั้ง ก็เริ่มที่นี่
~ การอุดตันของหลอดเลือด arterial blockage ทุกชนิด เริ่มที่นี่
=> เยื่อบุหลอดเลือด endothelium ล้มเหลวก่อนเสมอ อวัยวะที่คุณมองไม่เห็นคือ สิ่งที่ยืนอยู่ระหว่างคุณ กับสิ่งที่ฆ่าคนมากที่สุดในโลก

บทที่ 2 : สามกลไกที่พังพร้อมกัน จาก “การนั่งนาน“
3/ กลไกที่ 1 - กลไกการสร้างไนตริกออกไซด์ nitric oxide ของเยื่อบุหลอดเลือด endothelium

+ เยื่อบุหลอดเลือด endothelium เป็นตัวสร้างไนตริกออกไซด์ nitric oxide (NO = ก๊าซที่ช่วยขยายหลอดเลือด) ซึ่งเป็นโมเลกุลเดียวที่ทำหน้าที่ 2 อย่าง
• ทำให้หลอดเลือด “เปิดขยายตัว”
• ทำให้หลอดเลือด “สุขภาพดี”

+ nitric oxide NO ถูกสร้างโดย เอนไซม์ในหลอดเลือด ที่มีชื่อว่า eNOS (endothelial nitric oxide synthase = เอนไซม์สร้าง NO ในหลอดเลือด)

+ เอนไซม์นี้จะทำงาน เมื่อเลือดไหลเร็วพอที่จะสร้าง “แรงเสียดทาน” (shear stress = แรงเฉือนของเลือดกับผนังหลอดเลือด) บนผิวของผนังหลอดเลือด

+ แรงเสียดทานนี้ ทำให้เซลล์เปลี่ยนรูปร่าง เพื่อ:
→ กระตุ้นเอนไซม์
→ เอนไซม์สร้าง NO nitric oxide
→ หลอดเลือดขยายตัว + ป้องกันการอักเสบ

4/ เลือดที่ไหลได้ดี จะสร้าง “แรงเสียดทาน shear stress“

+ ทุกก้าวที่คุณเดิน กล้ามเนื้อน่อง calf muscles หดตัว:
→ เลือดไหล → แรงเสียดทานเพิ่ม → เอนไซม์ทำงาน → หลอดเลือดได้รับการปกป้อง

+ แต่เมื่อคุณนั่งลง: เลือดไหลลดลง → แรงเสียดทานหายไป → เอนไซม์หยุดทำงาน → การสร้าง nitric oxide ลดลง นั่นเท่ากับ หลอดเลือดหดตัว การปกป้องหายไป

+ “สัญญาณ” ที่ทำให้หลอดเลือดสุขภาพดี คือ “เลือดที่ไหลเร็วพอจะสร้างแรงเสียดทาน” การนั่ง เท่ากับทำให้สัญญาณนี้หายไป

5/ หลอดเลือดเสียหาย เมื่อนั่งนานเกิน 45 นาที

+ นักวิจัยจาก Indiana University วัดเรื่องนี้แบบตรงๆ โดยใช้ อัลตราซาวด์ ultrasound ดูความสามารถของหลอดเลือดต้นขาในการขยายตัว

+ หลังจากนั่ง 1 ชั่วโมง ความสามารถในการขยายตัวของหลอดเลือด “หายไปครึ่งหนึ่ง” *ย้ำอีกครั้งหนึ่ง หายไปครึ่งหนึ่ง ภายใน 60 นาทีแรก*

+ ความเสียหายเริ่มที่ 30 นาที และถึงจุดสูงสุด plateau ที่ 3 ชั่วโมง ความเสียหายนี้มันเกิดเร็ว และคงอยู่จนกว่าคุณจะขยับตัว

+ วิธีแก้ที่หยุดมันได้ ‘ทั้งหมด’ คือ ลุกขึ้นยืน แล้วเดินนาน 5 นาที ทุกๆ 30 นาทีที่นั่ง, แค่ 5 นาทีนั้น คือ ทั้งหมดที่ต้องทำเพื่อรักษาแรงเสียดทานให้เอนไซม์ทํางาน

+ การนั่งเพียง 1 ชั่วโมง ทำให้หลอดเลือดที่ขาของคุณ เกิดความเสียหายที่ “วัดได้จริง” ไม่ใช่แค่ในเชิงทฤษฎี แต่วัดได้จริง ยืนยันด้วยอัลตราซาวด์

6/ การเดิน 5 นาที ทุกๆ ครึ่งชั่วโมง สามารถป้องกันมันได้ “ทั้งหมด”

+ ถ้าคุณนั่งดูทีวี 2 ชั่วโมงโดยไม่ลุกขึ้นเลย หลอดเลือดต้นขาของคุณจะใช้เวลา 90 นาที กดการสร้างไนตริกออกไซด์ nitric oxide (NO = โมเลกุลที่ช่วยขยายหลอดเลือด) หลอดเลือดถูกปิดแคบบางส่วน เท่ากับการป้องกันการอักเสบหายไป

+ จากนั้นคุณลุกขึ้นมาชงชา แล้วกลับไปนั่งต่ออีก 2 ชั่วโมง วงจรทั้งหมดเริ่มใหม่-นับใหม่จากศูนย์

+ การนั่งแต่ละครั้งที่นานเกิน 45 นาที จะกดการทำงานของเยื่อบุหลอดเลือด endothelial suppression และทุกครั้งที่คุณลุกขึ้น มันจะ “ย้อนกลับ reversible“ และเริ่มนับหนึ่งใหม่เมื่อคุณกลับไปนั่ง
~ คำถามไม่ใช่ว่า เมื่อวานคุณได้ออกกำลังกายหรือไม่
~ แต่ควรถามว่า คุณ “นั่งนานต่อเนื่องเกิน 45 นาที โดยไม่ลุก” กี่ครั้ง

+ เพราะการนั่งนานแต่ละครั้ง มันสร้างความเสียหายต่อหลอดเลือด ที่ ’วัดได้จริง‘ และการออกกำลังกายในเวลาอื่นไม่สามารถแก้ไขสิ่งนั้นได้

+ ความเสียหายของเยื่อบุหลอดเลือด (endothelial damage = ความผิดปกติของผนังหลอดเลือด) เป็นเพียง “ระบบแรก” ที่การนั่งทำความเสียหายให้มัน

(ยังมีต่อ)
Cr : https://x.com/metabolicuncle/status/2042724203359600871?s=61
ยังไม่จบนะ เนื้อหายาวมาก รออ่านตอนต่อไปครับ:

อ่านตอนที่ 2/4 จากโพสนี้
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1576866561113772&id=100063713287130

+ กลไกที่ 2 - เอนไซม์สลายไขมันในเลือด LPL lipoprotein lipase
+ กลไกที่ 3 - น้ำตาลในเลือด และตัวขนส่งกลูโคสออกจากเลือด GLUT4 และอินซูลิน
+ 3 ปัจจัยที่ทำให้เกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือด
+ มุมมองใหม่ของโรคหัวใจ ; การอักเสบ และจุดเริ่มต้นโรคหัวใจ
+ การออกกำลัง vs การนั่ง Exercise vs Sitting (คนละระบบ)
+ ทำไมคนไม่รู้สึกว่า “การนั่งนาน” มันอันตราย
+ ทางออกออกของ ”การนั่งนาน“ - ไม่ต้องเลิกนั่ง แต่ต้อง “ตัดช่วง”
+ หลักการสำคัญที่สุด อย่านั่งนานเกิน 45 นาที

สวัสดีวันปีใหม่ไทย 2569+ ลุงขออวยพรให้เพื่อนๆ ทุกท่าน มีความสุข สุขภาพแข็งแรง ตลอดปี 2569 และตลอดไป ขอให้ปลอดภัยจากฝุ่น ...
13/04/2026

สวัสดีวันปีใหม่ไทย 2569

+ ลุงขออวยพรให้เพื่อนๆ ทุกท่าน มีความสุข สุขภาพแข็งแรง ตลอดปี 2569 และตลอดไป ขอให้ปลอดภัยจากฝุ่น pm 2.5 ด้วยนะครับ

+ 13 เมษายน เป็นวันสงกรานต์ปีใหม่ไทย และเป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติด้วย และวันนี้ก็เป็นวันครบรอบ 7 ปี ของเพจ ‘วิ่งตามโลก Run Along Now’ ด้วย

+ เจ็ดปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว (แทบไม่น่าเชื่อว่า มีถึง 1190 โพสแล้ว) มีเรื่องราวโพสเก่าๆ ที่มีน่าสนใจสะสมไว้ประมาณนึง เลยมาแนะนำวิธีค้นหาโพสเก่า

1/ วิธีค้นหาเรื่องที่เราสนใจ ;

Step 1. ให้กดตรง “สามจุด” ที่อยู่ข้างขวาของ ‘แถบ liked’ (รูปที่ 1 คลิก สามจุด ตรงที่วงสีแดง)

Step 2. เจอหน้าที่สอง
=> ให้พิมพ์ keyword เรื่องที่เราอยากรู้ ตย. เช่น “การนอนหลับ”, “ VO2max” ลงในช่องแว่นขยาย
=> โพสเก่าที่เกี่ยวกับเรื่องนั้น ก็จะแสดงขึ้นมาให้เราเห็น และเลือกอ่านได้ตามใจชอบ

2/ ไหนๆ มาถึงหน้านี้แล้ว ลุงขอรบกวนประมาณนี้

+ ถ้าพอมีเวลา ช่วยคลิกต่อที่ ;
=> invite friend ชวนญาติมิตรคนรอบตัว ที่สนใจสุขภาพให้มาติดตามอ่านเพจ หรือ
=> following เพื่อนคนใดที่ยังไม่ได้กดติดตามเพจ ก็ฝากช่วยกดฟอลโล่ด้วย จะได้ไม่พลาดเรื่องน่าสนใจ หรือ
=> share profile หรือจะแชร์โปรไฟล์ของเพจไปยัง platform ของโซเชียลมีเดียอื่น เช่นในกลุ่มไลน์ของเพื่อนๆ
=> like ถ้าชอบฝากกดไลค์ ถ้าใช่ฝากกดแชร์ด้วยครับ

3/
+ และเช่นเดิม ลุงถือโอกาสครบรอบ 7 ปี ช่วยรีวิวเพจ/ หรือให้ดาว ตรง function รีวิวของ FB คลิกที่เครื่องหมายรูปดาว “Ratings” ใต้ช่อง Detail

+ รีวิวได้ตามความรู้สึก และความเป็นจริงได้เลยครับ จุดประสงค์หลักๆ ก็เพื่อเพิ่มการมองเห็น เพราะ

~ เพจ “Run Along Now วิ่งตามโลก” นี้ ไม่ได้ทำอะไรในเชิงพาณิชย์, ไม่ได้ยิง ads โฆษณา, ไม่ได้ขายของใดๆ ทั้งสิ้น

~ ซึ่งทำให้อัลกอริทึมของ FB ลดลำดับการมองเห็นไปต่อท้ายเพจอื่นที่ทำการค้าลงโฆษณากับ FB ทำให้ผู้ที่อยากติดตามเพจนี้ มีโอกาสพลาดโพสต่างๆ

~ มีคนบอกว่า ถ้ามีรีวิวมากถึงระดับหนึ่ง ก็จะช่วยเพิ่มการมองเห็นได้ครับ จะได้เป็นประโยชน์ในวงกว้างขึ้น

~ อีกทางก็จะได้เป็นกำลังใจ และเป็น feedback ที่ดีสำหรับลุง ในการหาหัวข้อที่น่าสนใจเกี่ยวกับสุขภาพมาแปลให้อ่านกันต่อไป จะได้มีชีวิตอย่างมีคุณภาพกันไปด้วยกันยาวๆ ครับ

4/
+ อีกช่องทางหนึ่ง ก็คือ การเข้าร่วมกลุ่ม Group ชื่อ “Run Along Now วิ่งตามโลก” ชื่อเดียวกันกับเพจนี้นี่แหละ ในกลุ่มก็สามารถเข้ามาคุยหรือแชร์เรื่องราวของเพื่อนสมาชิกได้ทุกเรื่องเลย (รูปที่ 3)

5/
+ สุดท้าย ขอบพระคุณมิตรรักแฟนเพจทุกคนนะครับ ที่ติดตามอ่านและคอมเม้นท์กันมาตลอด

+ ขอให้เพื่อนนักวิ่งมีพละกำลัง มีพลังชีวิตในทุกเช้าที่ตื่นมา แข็งแรงๆ กันเน้อ

สุขสันต์วันสงกรานต์ครับ
ลุงปุ่น

13/04/2026

7 การทดสอบสมรรถภาพ สําหรับผู้ชายอายุมากกว่า 40 ปี

1191.7 การทดสอบสมรรถภาพทางกายสําหรับผู้ชายอายุมากกว่า 40 ปี:- โหนบาร์ bar hang เป็นเวลา 1 นาที- ทำท่า plank เป็นเวลา 2 น...
12/04/2026

1191.

7 การทดสอบสมรรถภาพทางกายสําหรับผู้ชายอายุมากกว่า 40 ปี:

- โหนบาร์ bar hang เป็นเวลา 1 นาที

- ทำท่า plank เป็นเวลา 2 นาที

- ดึงข้อ pull-ups 5 ครั้ง อย่างต่อเนื่อง

- วิดพื้น push-ups อย่างต่อเนื่อง 25 ครั้ง

- วิ่ง 1 ไมล์ (1.6 กม.) ภายในเวลา 10 นาที

- เดินถือของหนัก Farmer carry (เท่ากับน้ําหนักตัว) เป็นเวลา 1 นาที

- ลุกขึ้นยืน (จากท่านั่งไขว่ขาบนพื้นเป็นท่ายืน) โดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์หรือคนอื่น

มีอะไรที่คุณอยากจะเพิ่มไหม

- เตะปิ๊ปดังไปสามซอย อย่างน้อย 8 ครั้งต่อเดือน

12/04/2026

แสงแดดรักษาในเวลากลางวัน ความมืดรักษาในเวลากลางคืน
Sunlight Heals by Day, Darkness Heals by Night

ที่อยู่

M. BannRomMai, Soi WatYaiRom Rama2-33 Road Thakham Bangkhuntien
Bangkok
10150

เบอร์โทรศัพท์

+66818295551

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Run Along Now วิ่งตามโลกผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Run Along Now วิ่งตามโลก:

แชร์