04/01/2026
ปกติแล้วคนที่เดินมาในห้องนี้ มักมาด้วยสีหน้าอมทุกข์ และการเริ่มต้นการสนทนามักเป็นประโยคทักทายว่า “เป็นอย่างไรบ้างคะ”
แต่วันนี้ คุณลุงอายุ 70 ปี กลับทำให้นักจิตวิทยาทักถามด้วยคำว่า “มีเรื่องอะไรดีๆ เกิดขึ้นที่อยากเล่าให้ฟังไหมคะ”
คุณลุงที่อมทุกข์มาทั้งชีวิต ยังเงียบ แต่มองตานักจิตวิทยาด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณมากนะครับ ขอบคุณที่ได้เจอกัน ได้คุยกัน ผมกลับไปคิดได้แล้วว่าความทุกข์ทุกอย่าง มันคือตัวผมทั้งนั้น”
คุณลุงค่อยๆ นั่งเอนตัวพิงเก้าอี้ ถอนหายใจ
แต่การถอนหายใจในวันนี้ มันช่างต่างจากการถอนหายใจในครั้งก่อน
การคุยกันครั้งก่อนหน้านี้ คุณลุงมักจะถอนหายใจด้วยความอึดอัดที่อะไรๆ ไม่เป็นไปดังใจ ลูก ภรรยา สิ่งแวดล้อมในบ้าน สิ่งแวดล้อมรอบตัว หรือแม้แต่ตัวเอง มันไม่เป็นไปดังที่ใจอยากให้เป็น
“ผมรู้แล้วครับ ว่าตัวผมนี่แหละ ที่ต้องอย่างนู้น ต้องอย่างนี้ คนนู้นต้องเป็นอย่างงั้น ต้องทำอย่างนี้ ผมนี่นะ เรียนธรรมะมาหลายปี ไม่เคยเอามาใช้กับตัวเองเลย”
“ที่ผ่านมา มันไม่ใช่แค่ผมที่ทุกข์ใจ เพราะความ “ต้อง” ของผมนี่แหละ ที่ทำให้ครอบครัวเป็นไฟ ลูกเมียไม่มีความสุขไปด้วย”
..นักจิตวิทยาอมยิ้มที่มุมปาก เปิดโอกาสให้คุณลุงได้ทบทวนความคิด ทบทวนเรื่องราว และอยู่กับความรู้สึกตัวเอง
“ดูเหมือนกับคุณลุงจะได้ทำความรู้จักกับ ตัว “ต้อง” ที่อยู่ด้วยกันมานานนะคะ”
ต่างคนต่างเงียบ ทั้งคุณลุง ทั้งนักจิตวิทยา แต่เป็นการเงียบที่อิ่มเอม และปีติ
“ครับ พอผมเห็น ผมรู้จักมันแล้ว ผมก็คอยมอง คอยวางมันลง มันคงจะยังอยู่กับผมนี่แหละ ตราบใดที่ยังมีลมหายใจอยู่ แต่พอผมเปิดใจไปรู้จักมันแล้ว ผมเปลี่ยนตัวเอง รอบตัวก็เย็นลงไปด้วย”
“กว่าจะมารู้จักตัว “ต้อง” นี้ ก็ผ่านมาตั้ง 70 ปีแล้วนะครับ”
การสนทนาดำเนินไปเรื่อยๆ เป็นหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว และมีคุณค่าทางใจเหลือเกิน
มีคุณค่าต่อทั้งตัวคุณลุง ต่อนักจิตวิทยา และเชื่อว่ามีคุณค่าต่อผู้คนในชีวิตของคุณลุงด้วย
“ขอบคุณมากนะครับ ที่พูดให้ได้คิด ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไปเลย ถึงแม้จะมาเปลี่ยนตอนอายูปูนนี้แล้วก็ตาม”
“นักจิตวิทยาไม่ได้พูดให้ได้คิดเลยค่ะ เพียงแค่ชวนให้คุณลุงได้สะท้อนเรื่องราวและสำรวจตัวเองเท่านั้น คนที่คิดและลงมือทำเพื่อการเปลี่ยนแปลง คือตัวคุณลุงเองนะคะ”
“แต่ถ้าไม่มีโอกาสได้พูด ได้เล่าให้ใครฟังแบบที่ได้คุยกัน ผมก็คงคิดไม่ได้”
นี่สินะ ความหมายของพื้นที่ปลอดภัย การรับฟังแบบไม่ตัดสินที่ทำให้มีโอกาสได้สำรวจตัวเอง และทำความรู้จักตนเองอย่างแท้จริง
🌿
ตัว “ต้อง” ความคาดหวังของตัวเรา ที่มีต่อทั้งตัวเอง ต่อผู้อื่น และต่อความเป็นไปรอบตัว
ตัว “ต้อง” คือการยึด การถือ ซึ่งถึงแม้จะเป็นของคู่กับชีวิตมนุษย์ แต่ถ้าไม่เท่าทันมันแล้ว มันก็อาจจะกลายเป็นหนามทิ่มแทงใจตัวเองและคนรอบข้าง
หากลองถามใจตัวเองดูสักนิด เพราะอะไร สิ่งต่างๆ ถึง “ต้อง” เป็นไปดังใจเรา
และมันจำเป็น “ต้อง” เป็นไปดังที่เราอยากให้เป็นหรือไม่
เรา ต้องดี ต้องได้ ต้องเป็น ต้องทำได้แบบที่อยาก
คนอื่น ต้องเป็นแบบนั้น แบบนี้ ดังที่ใจเราคาด
เรื่องราวรอบตัว ต้องหมุนไปในทางที่เราอยากให้เป็นเช่นนั้นหรือ
มายด์บลูมอยากให้ทุกคนได้ลองเข้าไปสำรวจ ตัว “ต้อง” ในใจ เข้าไปทำความรู้จัก และค่อยๆ เรียนรู้ที่จะผ่อนคลายมันลง
ให้ ตัว “ต้อง” มีพื้นที่ที่พอดีในใจ และอยู่ด้วยกันอย่างเป็นมิตรนะคะ
🌿
เรื่องราวนี้ได้รับการอนุญาตจากคุณลุงเจ้าของเรื่องให้เผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นแล้ว ขอให้ผลของธรรมะจัดสรรนี้ ช่วยให้ดอกไม้ผลิบานในใจของคุณลุง คนรอบตัวคุณลุง และทุกท่านที่ได้ผ่านมาอ่านโพสต์นี้ค่ะ ❤️🌿