ดีบูน ดูแลฟื้นฟูกระดูกและข้อเข่า by dang

ดีบูน ดูแลฟื้นฟูกระดูกและข้อเข่า by dang ดีบูนบำรุง กระดูก ปวดหลัง ปวดเข่า ปวดข้อ นิ้วล็อค หมอนรองกระดูกทับเส้นปประถูก

ดีบูน ช่วยเสริมมวบกระดูก คอลลาเจนบริเวณข้อต่อ ช่วยเสริมสร้างเซล์กระดูกอ่อนและสารหล่อลื่นไขข้อช่วยคงสภาพน้ำในข้อกระดูก ช่วยอาการปวดของข้อเข่า

ท่องเที่ยวญี่ปุ่นเสื้อกันหนาวก็สำคัญ แต่สำคัญยิ่งกว่าคือสุขภาพและรองเท้า
07/03/2018

ท่องเที่ยวญี่ปุ่นเสื้อกันหนาวก็สำคัญ แต่สำคัญยิ่งกว่าคือสุขภาพและรองเท้า

สุขภาพเท้าดีๆไปกับรองเท้าคู่นี้ไปไหนไปกัน
24/02/2018

สุขภาพเท้าดีๆไปกับรองเท้าคู่นี้ไปไหนไปกัน

มะเขือปลูกไว้ข้างรั้ว2ต้นเก็บกินได้ทุกวัน มีความสุขกับการกินผักปลอดสารพิษ
21/02/2018

มะเขือปลูกไว้ข้างรั้ว2ต้นเก็บกินได้ทุกวัน มีความสุขกับการกินผักปลอดสารพิษ

มุมเล็กๆ สำหรับคนที่เรารัก
02/02/2018

มุมเล็กๆ สำหรับคนที่เรารัก

ยาหลายๆชนิดส่งผลทำให้กระดูกพรุน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
26/01/2018

ยาหลายๆชนิดส่งผลทำให้กระดูกพรุน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

ช่วงนี้ส้มราคาถูก อร่อยมีประโยชน์อย่าลืมทานส้มกันนะคะ
21/01/2018

ช่วงนี้ส้มราคาถูก อร่อยมีประโยชน์อย่าลืมทานส้มกันนะคะ

การหกล้มในผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุยิ่งมีอายุมากย่อมมีโอกาสหกล้มได้มากขึ้น เนื่องจากมีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่เสื่อมถอยตามอา...
06/01/2018

การหกล้มในผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายุยิ่งมีอายุมากย่อมมีโอกาสหกล้มได้มากขึ้น เนื่องจากมีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่เสื่อมถอยตามอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้ไม่สามารถทรงตัวอยู่ได้เมื่อเผชิญกับอุบัติเหตุหรือเมื่อเกิดการเจ็บป่วยแม้เพียงเล็กน้อย แม้ว่าส่วนใหญ่จะมีการบาดเจ็บเล็กน้อยหลังหกล้ม แต่มีผลเสียร้ายแรงที่เกี่ยวข้องได้แก่ เป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งถึงสาเหตุการเจ็บป่วยที่ซ่อนเร้นอยู่ และอาจเกิดการบาดเจ็บที่รุนแรงได้ เช่นกระดูกหัก ภาวะเลือดคั่งในสมอง สุดท้ายเป็นภาระต่อญาติผู้ดูแลและสังคม ทำให้สูญเสียทั้งด้านการเงิน สุขภาพ และเวลาทั้งของผู้สูงอายุเองและญาติที่ต้องมาดูแลด้วย

ผู้สูงอายุที่หกล้มเองโดยไม่มีเหตุอันควร เช่น หกล้มขณะเดินปกติภายในบ้าน มักต้องมีโรคร้ายแรงที่อาจซ่อนเร้นอยู่ ได้แก่ ภาวะความดันโลหิตต่ำจากการเปลี่ยนอิริยาบถจากนั่งหรือนอนมาเป็นยืน ทำให้เลือดไม่สามารถถูกสูบฉีดไปเลี้ยงสมองได้ทันเวลาและเพียงพอ อาจมีอาการหน้ามืดวิงเวียนศีรษะขณะนั้นร่วมด้วย

กลุ่มโรคในระบบไหลเวียนเลือดเช่น อาการหมดสติไปชั่วครู่ขณะกำลังเบ่งอุจจาระหรือปัสสาวะ หรือการไอที่รุนแรง โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายฉับพลัน โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ภาวะหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะสม่ำเสมอ เป็นต้น กลุ่มโรคระบบประสาท เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคพาร์กินสัน โรคสมองเสื่อม โรคปลายประสาทเสื่อม โรคลมชัก โรคต่างๆ ที่ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ อวัยวะการทรงตัวที่อยู่ติดกับหูชั้นในทำงานผิดปกติ ที่บางคนเรียก “น้ำในหูไม่เท่ากัน”

สาเหตุอื่นๆ ได้แก่ โรคข้อเสื่อม ภาวะซึมเศร้า สายตาผิดปกติจากโรคทางตาเช่น ต้อกระจก ผลข้างเคียงจากยาโดยเฉพาะยาที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ยารักษาโรคความดันโลหิตสูง และความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นเฉียบพลัน เช่นโรคติดเชื้อต่างๆ

3 มาตรการหลักในการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ
การเพิ่มความตระหนักถึงภยันตรายที่เกิดจากการหกล้มให้กับผู้สูงอายุทุกคน การประเมินสุขภาพผู้สูงอายุเป็นระยะสม่ำเสมอ เช่น การตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อคัดกรองสาเหตุต่างๆ ที่อาจนำไปสู่การหกล้ม ดังได้กล่าวแล้วข้างต้น แล้วให้การแก้ไขทันที การมีมาตรการป้องกันการหกล้มที่มีประสิทธิผล ได้แก่ การส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ การได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ การออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การออกกำลังกายเพื่อส่งเสริมการทรงตัว เช่น การรำไม้พลอง การรำมวยจีน การรำท่ามโนราห์ การฝึกโยคะ

พักผ่อนย่อนใจในป่า
03/01/2018

พักผ่อนย่อนใจในป่า

ปีไหนๆตะวันก็คงขึ้นเหมือนเดิม
31/12/2017

ปีไหนๆตะวันก็คงขึ้นเหมือนเดิม

โรคภูมิแพ้แบ่งได้ 4 ประเภท และการรักษาเมื่อรู้ตัวว่าเป็นภูมิแพ้โรคภูมิแพ้ เกิดจากภูมิคุ้มกันของร่างกาย ไวต่อโปรตีน หรือส...
18/12/2017

โรคภูมิแพ้แบ่งได้ 4 ประเภท และการรักษาเมื่อรู้ตัวว่าเป็นภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้ เกิดจากภูมิคุ้มกันของร่างกาย ไวต่อโปรตีน หรือสารก่อภูมิแพ้จากสิ่งแวดล้อม ซึ่งปกติแล้ว สารเหล่านี้จะไม่มีผลอันตราย ต่อผู้ที่มีภูมิคุ้มกันปกติ ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้จะไวต่อ ฝุ่น, เชื้อราในอากาศ, ขนสัตว์, เกสรดอกไม้ หรือแม้แต่อาหารที่ทานเป็นประจำ โรคภูมิแพ้จัดอยู่ในโรคที่พบบ่อยมากที่สุด ในประเทศไทย เรียกได้ว่าประชากรเกือบครึ่งหนึ่ง ของประเทศจะมีปัญหาโรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้มีสาเหตุมาจากอะไร
1. กรรมพันธุ์ ถ้าในครอบครัว มีคนเป็นภูมิแพ้ 2 ใน 4 คนนั่นหมายถึงว่า อัตราเสี่ยงของรุ่นต่อไปก็จะมีเพิ่มขึ้น ยิ่งถ้าพ่อ หรือแม่เป็น ก็จะยิ่งมีความเสี่ยงสูงขึ้นไปด้วย ในเด็กผู้ชายจะเป็นมากกว่าเด็กผู้หญิง

2. สิ่งแวดล้อม สารก่อภูมิแพ้ มักจะเกิดจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราเป็นส่วนใหญ่ ทำให้คนมักจะเป็นภูมิแพ้จากสิ่งแวดล้อมมากกว่า ไม่ว่าจะที่เข้าโดยการหายใจ หรือจากการรับประทาน หรือจากการสัมผัส สารก่อภูมิแพ้บางอย่างสังเกตได้ง่าย เช่น อาหาร โดยเฉพาะอาหารทะเลเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่มีคนแพ้มากที่สุด คนที่แพ้อาจมีผื่นลมพิษทันที ภายในครึ่งชั่วโมงเท่านั้น หรือการทำงานบ้าน ที่ต้องเจอกับฝุ่น การออกไปนอกนอกบ้านที่ต้องเจอกับควัน และมลพิษ การแฟ้ขนของแมว หรือสุนัข ล้วนแต่เป็นสาเหตุของการเกิดภูมิแพ้ได้ทั้งสิ้น

นอกจากนี้อาจจะมีปัจจัยอื่นร่วม ที่ทำให้อาการกำเริบ หรือเป็นรุนแรงขึ้น เช่น อากาศที่หนาวเย็นจนเกินไป หรืออากาศเปลี่ยนกระทันหัน
โรคภูมิแพ้ สามารถแบ่งได้ตามอวัยวะ 4 โรค
ได้แก่การเกิดภูมิแพ้ทางเดินหายใจ ภูมิแพ้ทางผิวหนัง ภูมิแพ้ประเภทแพ้อาหาร รวมไปถึงการเกิดอาการผสมกันในหลายระบบของร่างกาย ที่ส่งอันตรายต่อชีวิต

1. ภูมิแพ้ในระบบทางเดินหายใจ หรือโรคแพ้อากาศ
ภูมิแพ้ชนิดนี้ จะเกี่ยวข้องกับจมูก เพราะจมูก เป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของ ระบบทางเดินหายใจ เพื่อใช้กรองฝุ่น หรือสิ่งแปลกปลอม และใช้ปรับอุณหภูมิของร่างกาย ก่อนที่จะผ่านลงไปสู่หลอดลม ซึ่งภายในจมูกจะมีโพรงจมูก และเมื่อเยื่อบุโพรงจมูกสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ เป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ก็จะเกิดการอักเสบ ผู้เป็นโรคภูมิแพ้ชนิดนี้ จะมีการตอบสนองทางกลิ่น หรืออากาศที่หายใจเข้าไปค่อนข้างสูง และไวกว่าคนปรกติ โดยเฉพาะกับ เกสรดอกไม้ ฝุ่น ไรฝุ่น ควันต่าง ๆ และขนสัตว์

อาการของโรค

จะมีอาการคักจมูก น้ำมูกไหล ( น้ำมูกสีใส ) จามบ่อย คันในจมูก และมีเสมหะไหลลงคอ โดยไม่มีอาการไข้ร่วมด้วย บางครั้งอาจมีอาการคันตา และมักจะมีอาการเรื้อรัง เป็น ๆ หาย ๆ อาการของโรคจะเป็นหนัก และบ่อยขึ้นเมื่อเข้าสู่ ฤดูหนาว ช่วงเวลาที่มักจะทำให้เกิดโรคได้ง่ายคือ ช่วงเช้าและกลางคืน จะเป็นอยู่ประมาณ 2 - 3 ชม. แล้วอาการก็จะดีขึ้น ให้ระวังโรคแทรกซ้อน คือ โรคไซนัส และนอนกรน
2. ภูมิแพ้ในระบบผิวหนัง ลมพิษ ผิวหนังอักเสบ
เป็นโรคที่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด จะมีแนวโน้มทางพันธุกรรมมากที่สุด ผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีผิวหนังที่ไวต่อสภาพแวดล้อมรอบตัว ทั้งสภาพอากาศร้อน เย็น แห้ง ชื้น เชื้อโรคและสารเคมีที่ระคายผิวหนัง ผื่นผิวหนังอักเสบ มักมีอาการมากขึ้น ในช่วงฤดูหนาว เพราะความชื้นในอากาศต่ำ หรือแม้แต่ความเครียด วิตกกังวลมากเกินไป ก็สามารถไปกระตุ้นโรคใ ห้กำเริบได้ ผู้ที่ครอบครัวไม่เคยมีประวัติ การเป็นภูมิแพ้ ก็สามารถเป็นได้เช่นกัน เพราะความผิดปกติซ่อนเร้น อยู่ในยีน ของครอบครัวผู้ที่เป็น

อาการของโรค

จะมีอาการคัน เกิดตุ่มนูน หรือผื่นแดง ถ้าผื่นนี้เป็นมานาน จนเข้าสู่ระยะเรื้อรัง จะพบเป็นแผ่นหนาแข็ง มีขุย ทำให้ผิวเป็นรอยแผลเป็น มักจะเป็นในบริเวณ หน้า คอ ข้อพับ ข้อศอก มือ และเท้า พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ หรือในบางราย ตุ่มหรือผื่นอาจมีหนองร่วมด้วย เพราะเกิดการติดเชื้อ
3. ภูมิแพ้ที่เกิดขึ้นในระบบทางเดินอาหาร
เกิดจากปฏิกิริยาที่ไวต่ออาหาร ทำให้ระบบภูมิคุ้มกัน ของร่างกาย ทำงานผิดปกติ เมื่อรับอาหารบางชนิดที่แพ้เข้าไป ปฏิกิริยาการแพ้อาหารที่พบได้บ่อย จะเป็นปฏิกิริยาการแพ้ ชนิดที่เกิดขึ้นโดยเฉียบพลัน และยังมีปฏิกิริยาของภูมิแพ้ อีกประเภทหนึ่ง คือปฏิกิริยาของการแพ้ ชนิดแฝง ในปฏิกิริยาภูมิแพ้แบบนี้ มักจะไม่เกิดอาการแพ้ แต่ปัญหาจะเกิด เมื่อต้องทานอาหารที่มีโปรตีนชนิดนั้น อยู่เรื่อยๆ เช่น อาหารกลุ่มนม ไข่ ถั่ว จนเกินขีดที่ภูมิคุ้มกันจะรับไหว ก็จะเกิดอาการขึ้นมาทันที แบบไม่ทั้นตั้งตัว และอาจจะรุนแรงกว่า ภูมิแพ้ชนิดแฝงนี้ ยังเป็นสาเหตุของโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น หวัดเรื้อรัง หูน้ำหนวกเรื้อรัง ไซนัสอักเสบเรื้อรัง ข้ออักเสบ กล้ามเนื้ออักเสบ หรือบางกรณีพบร่วมกับความผิดปกติ ทางอารมณ์ เช่น ภาวะซึมเศร้าเรื้อรัง ภาวะสมาธิสั้น ซึ่งโดยรวมแล้วเกิดจาก ภาวะความไม่สมดุล ที่มีอยู่ในร่างกายนั่นเอง

อาการของโรค

อาการของผู้ที่แพ้ อาจจะเกิดขึ้นทันที หรืออาจจะนาน 2 ชม. หลังจากรับประทานอาหาร แม้ว่าจะรับอาหารที่แพ้ ในปริมาณเพียงเล็กน้อยอาการที่พบได้ คือ มีผิวหนังอักเสบ หรือเป็นลมพิษแบบเฉียบพลัน บวมบริเวณริมฝีปาก หน้า ลิ้น คอ และส่วนอื่นของร่างกาย คัดจมูก หายใจหอบ เจ็บหน้าอก ปวดท้อง ท้องร่วง คลื่นไส้ อาเจียน ถ้าอาการทรุดหนัก ก็อาจจะช็อกหมดสติ หรือถึงขั้นเสียชีวิตได้
4. ภูมิแพ้ที่เกิดจากหลายระบบร่วมกัน
เกิดในคนที่เป็นโรคภูมิแพ้หลายระบบ หรือหลายชนิด ( ตั้งแต่ 2 ระบบขึ้นไป ) ในคนคนเดียว บางคนอาจเป็นโรคภูมิแพ้อากาศ คัดจมูก จามบ่อย มีน้ำมูก ( ระบบทางเดินหายใจ ) แต่ก็มีอาการ ปวดท้อง ท้องเสีย อาเจียน ซึ่งเป็นอาการของภูมิแพ้อาหารร่วมด้วย ( ระบบทางเดินอาหาร ) ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ ทั้งจากกรรมพันธุ์ และสิ่งแวดล้อม ในปัจจุบันมีแนวโน้มของผู้ที่ภูมิแพ้ ในหลายระบบ เพิ่มมากขึ้น เพราะสภาพแวดล้อม และการใช้ชีวิตของคนเมือง ที่แย่ลงเรื่อย ๆ ทำให้ตอนนี้คนหนึ่งคน สามารถเป็นภูมิแพ้ ได้แทบจะทุกระบบแล้ว

อาการของโรค

เป็นที่ตา: เรียกว่า เยื่อบุตาอักเสบ จะมีอาการเคืองตา แสบตา หรือคันที่หัวตา น้ำตาไหล และหนังตาบม
เป็นที่จมูก: เรียกว่า เยื่อบุโพรงจมูกอักเสบ หรือโรคภูมิแพ้อากาศ จะมีอาการ คัดจมูก น้ำมูกไหล ( น้ำมูกมีสีใส ) จามบ่อย คันจมูก มีเสมหะไหลลงคอ และคันเพดานปากหรือคอ
เป็นที่ผิวหนัง: เรียกว่า โรคผิวหนังอักเสบ จะมีอาการคัน มีผดผื่นขึ้นตามตัว ผื่นมักแห้ง แดง มีสะเก็ดบาง ๆ ในเด็กเล็ก มักเป็นที่แก้ม, ก้น, หัวเข่า และข้อศอก ในผู้ใหญ่มักเป็นที่ข้อพับของแขน และขา นอกจากนั้นผิวหนัง อาจเกิดการอักเสบ จากการสัมผัสกับสารบางชนิดที่แพ้ได้ เช่น ผงซักฟอก เครื่องสำอางค์ จะเป็นตุ่มนูนคัน หรือใหญ่เป็นปื้นนูนแดง และคันมากที่เรียกว่า "ลมพิษ" ซึ่งมักจะเกิดจากการแพ้อาหาร โดยเฉพาะอาหารทะเล แพ้แมลงกัดต่อย และการแพ้ยา
เป็นที่ระบบทางเดินอาหาร: เรียกว่า โรคแพ้อาหาร จะมีอาการ คลื่นไส้ อาเจียน ปากบวม ปวดท้อง ท้องอืด ท้อเสีย ถ่ายเหลวเป็นน้ำ อาหารที่พบว่าเป็นสาเหตุให้เกิดอาการ ได้แก่ นมวัว ไข่ ถั่ว อาหารทะเล ผักและผลไม้บางชนิด ผงชูรส สารกันบูด สารแต่งกลิ่นและสี

ขอบคุณข้อมูลจากFooter logo

นอนไม่หลับ....ใครหลายๆ คนอาจเป็นอยู่ รู้มั้ยว่าผลเสียจากการนอนไม่กลับนั้นส่งผลต่อร่างกายเรามากแค่ไหน???อาการนอนไม่หลับ” ...
16/12/2017

นอนไม่หลับ....ใครหลายๆ คนอาจเป็นอยู่ รู้มั้ยว่าผลเสียจากการนอนไม่กลับนั้นส่งผลต่อร่างกายเรามากแค่ไหน???

อาการนอนไม่หลับ” ซึ่งพบถึง 1/3 ของประชากรที่มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนไม่หลับพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 2 ต่อ 1 และพบบ่อยขึ้นตามอายุ ท่านที่เคยนอนไม่หลับ คงทราบถึงความทุกข์ทรมานของภาวะดังกล่าวเป็นอย่างดี ถ้านานๆเป็นครั้งก็ไม่เป็นเรื่องสำคัญๆแต่ถ้าเป็นบ่อยๆ ก็ควรจะต้องแก้ไข
ผลเสียของการนอนไม่หลับ
คนที่นอนไม่หลับเกิดความเจ็บป่วยไม่สบายทางร่างกายมากกว่าปกติโดยเฉพาะโรคต่อไปนี้ เช่น โรคภูมิแพ้ หอบหืด ความดันโลหิตสูง ต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อยกว่าปกติมีปัญหาทางด้านอารมณ์และจิตใจ ตึงเครียด กังวล อารมณ์เศร้าและเปล่าเปลียวใจ มีแนวคิดที่จะฆ่าตัวตายสูง นอกจากนี้แล้วการนอนไม่หลับยังส่งผลต่อการงาน ความสามารถทั่วไป ขาดงานบ่อยๆและประสิทธิภาพในการทำงานลดลงหันเข้าสุรา ยาเสพติด
ชนิดของการนอนไม่หลับ
พวกหลับยาก : พวกนี้จะหลับได้ อาจใช้เวลาเป็นชั่วโมง
พวกหลับไม่ทน : พวกนี้หัวค่ำอาจพอหลับได้แต่ไม่นานก็จะตื่นบางคนอาจไม่หลับอีกตลอดคืน
พวกหลับๆตื่นๆ : พวกนี้อาจจะมีความรู้สึกคล้ายไม่ได้หลับเลยทั้งคืน เพียงแต่เคลิ้ม ๆ ไปเป็นพัก ๆ

สาเหตุที่พบบ่อย มักจะเนื่องจาก
1.ความวิตกกังวล ในเรื่องต่างๆอาการเจ็บปวด หรือไม่สบายกายจากโรคที่เป็น
2.มีสิ่งรบกวนจากสภาพแวดล้อม เช่น แสงสว่าง เสียงดัง กลิ่นเหม็น เป็นต้น
3.ความไม่คุ้นเคยในสถานที่
4.อาชีพที่ทำให้เกิดนิสัยการนอนไม่แน่นอน เช่น อาชีพ พยาบาล ตำรวจ ยาม ซึ่งต้องสลับเวรไปมา
5.สาเหตุจากความแปรปรวนของจิตใจ ที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
6.จากการติดยา หรือสิ่งเสพติดบางประเภท เช่น สุรา ยาม้า
7.จากยาแก้โรคบางอย่างที่ผู้นั้นต้องกินอยู่ประจำ เช่น ยาแก้ปวดบางประเภท ยาลดความดันโลหิต เป็นต้น
8.จากการถูกฝึกเรื่องการนอนอย่างไม่เหมาะสม
การรักษาโดยไม่ต้องใช้ยา
มีวิธีการหลายอย่างที่อาจช่วยให้ผู้ป่วยหลับได้ดีโดยไม่ต้องใช้ยานอนหลับการส่งเสริมสุขภาพของการนอนอาจทำได้หลายวิธี ดังนี้
1.จัดเวลานอนให้สม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการนอนกลางวัน
2.ควรเลิกสูบบุหรี่ และเลิกการดื่มเหล้าจัด
3.บางรายการเปลี่ยนฟูกเป็นสิ่งจำเป็น จากอย่างแข็งเป็นอย่างอ่อน หรือสลับกัน ควรเอาใจใส่ ผ้าคลุมเตียง ไม่ให้ร้อน หรือเย็นมากเกินไป รวมทั้งเสื้อผ้าที่ใส่นอน ควรนุ่ม สบาย อุณหภูมิห้องควรอยู่ในระดับพอดี แต่บางคนต้องการเพียงแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
4.การเปลี่ยนท่านอนอาจจำเป็นโดยเฉพาะ ถ้าเคยนอนในท่าที่ไม่สบาย บางคนเชื่อว่าไม่ควรนอนตะแคงซ้ายเพราะจะเป็นอันตรายต่อหัวใจ ควรจะแก้ความเข้าใจผิดเพราะบางคนชอบนอนตะแคงซ้าย พวกปฏิบัติธรรม นิยมนอนตะแคงขวา (สีห-ไสยาสน์) ผู้ป่วยโรคหอบหืดหรือหายใจลำบาก ควรนอนในลักษณะนั่งมากกว่านอนราบ คือยกศีรษะและลำตัวท่อนบนให้สูง
5.อาหารว่างที่ไม่หนักเกินไป อาจช่วยในการนอนหลับ เช่น น้ำส้ม นมอุ่น น้ำผลไม้อื่นๆ มื้อเย็นควรงดน้ำชา กาแฟ รวมทั้งก่อนนอน
6การอ่านหนังสือในเตียงนอนอาจเบนความสนใจจากความวิตกกังวล
7.ควรเลือกรายการโทรทัศน์ที่ไม่ตื่นเต้นมากเกินไป
8.อย่างไรก็ตามห้องนอนและเตียงไม่ควรใช้สำหรับเป็นที่รับประทานอาหารหรือของว่าง ดูโทรทัศน์ หรือทำธุรกิจต่างๆ
9.ไม่ควรให้มีเสียงหรือแสงรบกวนจนเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าการนอนหลับเป็นแบบตื่นตัวมากเกินไป อาจต้องนอนแยกกับคนที่นอนกรนเสียงดัง
10.การออกกำลังสม่ำเสมอทุกวันช่วยให้หลับดีขึ้น บางคนแนะนำให้เดินเร็วตอนเย็น และหลังจากนั้นให้อาบน้ำอุ่น
11.การผ่อนคลายความตึงเครียดทางเพศอาจช่วยได้
12.พยายามนอนให้มากตามที่ร่างกายต้องการจะได้รู้สึกสดชื่น
13.หลีกเลี่ยง “ความพยายามอย่างจริงจังที่จะทำให้หลับ” ควรมุ่งความสนใจไปที่กิจกรรมอื่นๆ เช่น ทำงานที่น่าเบื่อ ดูรายการโฆษณาสินค้าทางโทรทัศน์ เป็นต้น
14 .อีกประการหนึ่งการกลัวนอนไม่หลับยิ่งทำให้ไม่หลับมากขึ้น ยิ่งกลัวยิ่งไม่หลับกลายเป็นวงจรติดต่อกันไป อาจสร้างภาระเงื่อนไข โดยสร้างความเกี่ยวโยงระหว่างการรับประทานยา กับกิจกรรมที่ทำเป็นนิสัย เมื่อการวางเงื่อนไขดังกล่าวเกิดขึ้น
15. กิจกรรมที่ทำเพียงอย่างเดียว อาจมีผลทดแทนยาได้ และทำให้การนอนหลับดีขึ้น
16.บางรายอาจต้องการเปลี่ยนแปลงเวลาในการนอนผู้ป่วยที่ตื่นเช้าเกินไป หลังจากหลับไปแล้ว 6 ชั่วโมง หรือมากกว่า ควรยืดเวลาให้ช้ากว่าเดิม
17.การฝึกกรรมฐาน (สมาธิ) เช่นการกำหนดลมหายใจเข้าออก การสะกดจิตตนเอง การฝึกใช้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย อาจทำให้การนอนหลับดีขึ้น
ถ้าปฏิบัติตามวิธีการต่างๆ แล้วยังไม่หลับก็สมควรปรึกษาแพทย์หรือจิตแพทย์เพื่อแก้ไขต่อไป

ข้อควรระวังเมื่อใช้ยานอนหลับ
1.ยามีผลข้างเคียงที่อาจพบได้ดังนี้
2.มีอาการง่วงซึม จึงไม่ควรจะขับขี่รถยนต์ทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร
3.มีอาการลืมเหตุการณ์หลังจากใช้ยาในระยะเวลาสั้นๆช่วงหนึ่ง เช่น หลังทานยานอนหลับแล้วตื่นขึ้นมาจำไม่ได้ว่าหลังกินยาแล้วมีพฤติกรรมอย่างไร
4.มีอาการดื้อยาคือต้องใช้ ขนาดเพิ่มขึ้นจึงจะนอนหลับได้
5.หากใช้ยาขนาดสูงและเป็นเวลานานๆ อาจมีการติดยาได้จึงควรหยุดยาเมื่อเริ่มรู้สึกว่าต้องการยาเพิ่มขึ้นจึงจะหลับ
6.สตรีมีครรภ์ในระยะ 3 เดือนแรกไม่ควรกินยานอนหลับเพราะจะมีผลต่อทารกในครรภ์ได้
7.สตรีที่ให้นมบุตรควรงดการให้นมบุตรในช่วงที่กินยานอนหลับ
8.ควรงดการดื่มสุรา ไม่ว่าจะเป็นช่วงยาวหรือเป็นพักๆ

ถั่งเช่า!! สุดยอดสมุนไพรจีน ฤดูหนาวเป็นหนอน ฤดูร้อนเป็นหญ้า
12/12/2017

ถั่งเช่า!! สุดยอดสมุนไพรจีน
ฤดูหนาวเป็นหนอน ฤดูร้อนเป็นหญ้า

ที่อยู่

Bangkok
10510

เบอร์โทรศัพท์

0649494919

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ดีบูน ดูแลฟื้นฟูกระดูกและข้อเข่า by dangผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง ดีบูน ดูแลฟื้นฟูกระดูกและข้อเข่า by dang:

แชร์

ประเภท