ในยุคปัจจุบันกับการดูแลเรื่องการรับประทาน อาจเป็นเรื่องที่ต้องควบคุมทั้งเวลา สถานที่ ค่าใช้จ่าย ฯ ซึ่งอาหารเสริมเริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้คนมากกว่า 25 กว่าปี แต่อาหารเสริมก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันในหมู่ของคนที่ชอบรับประทาน กับ คนที่ไม่ชอบรับประทาน อาจจะด้วยแนวคิดที่รับรู้มาจากอดีต หรืออาจเป็นเพราะข้อมูลในปัจจุบันที่มีมากมายหลากหลาย หรืออาจเพราะผลลัพธ์ที่ได้รู้ได้เห็นกันมาในทางลบมากกว่าด้านดี เป็นต้น เหล่านี้อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้การรับประทานอาหารเสริมในหลายๆคน มีความกังวลในใจลึกๆ ว่า เราต้องกินอาหารเสริมไปทำไป กินไปเพื่ออะไร กินแล้วรักษาโรคที่เป็นอยู่ได้จริงหรือ ถ้ากินแล้วรักษาได้หมอก็ไม่ต้องทำงาน ยาที่ขายก็ไม่ต้องกินก็ได้นี่ เป็นต้น
คำว่า อาหารเสริม คือ สารอาหารที่ร่างกายจำเป็นและต้องการได้รับ แต่ด้วยมุมมองที่อาจดูเป็นความขัดแย้งกันระหว่างคนรุ่นเก่า กับ คนรุ่นใหม่ ในเรื่องที่ว่า การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ก็น่าจะเพียงพอกับร่างกายของเราแล้ว แต่หลายคนลืมไปหรือไม่ว่า จริงๆ แล้ว การรับประทานอาหารเสริมมีจุดประสงค์หลักเพื่อเติมเติมสารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ ที่ร่างกายไม่สามารถรับได้จากอาหารที่เรากินในมื้อหลักๆ นั้นเป็นเพราะ ความซับซ้อนในร่างกายมนุษย์มีความกลไกพิเศษมากกมาย ที่ทำหน้าที่ดูดซึมสารอาหาร ย่อยอาหาร เลือกนำสารอาหารที่เป็นประโยชน์มาใช้เป็นพลังงาน และร่างกายของคนเราก็ยังรู้อีกด้วยว่าอะไรมีประโยชน์ อะไรไม่มีประโยชน์ เพราะเมื่อมีประโยชน์ต่อร่างกาย เราก็จะมีสุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย แต่หากรับสิ่งไม่มีประโยชน์ร่างกายของเราก็จะแสดงออกมาในรูปแบบอาการเจ็บป่วย เป็นต้น
เมื่อลองพิจารณาย้อนกลับไปเป็นรุ่นๆ (GENERATION) ปัจจัยการสูญเสียชีวิตมีวิวัฒนาการเป็นลำดับแต่ละรุ่น ดังนี้
SILENT GENERATION กลุ่มที่เริ่มจะค่อยสูญหายไป คือ LOST GENERATION (รุ่น สูญเสียจากสงคราม) ในสมัยก่อนการสูญเสียส่วนใหญ่มาจากภัยสงครามการรบ และที่ดินอุดมสมบูรณ์ ไม่มีการใช้เคมี ความเจริญด้านวิทยาศาสตร์อาหารยังไม่มี นิยมให้ความสำคัญกับวิทยาศาสตร์ด้านการรบ ประชากรส่วนใหญ่เสียชีวิตจากสงคราม
BABY BOOMERS GENERATION : Gen B (รุ่น สิ้นสุดหลังสงครามโลกครั้งที่ 2) หมายถึง คนรุ่นที่เกิดในช่วงประมาณปี ค.ศ. 1944 – 1962 (พ.ศ. 2487 – 2505) ที่เป็นยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งในปัจจุบัน Baby Boomer ก็คือ ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่กำลังเข้าสู่วัยชรา หรือเรียกได้ว่าเป็นรุ่นคุณพ่อคุณแม่ คุณตาคุณยาย ของพวกเรานั้นเอง ในรุ่นนี้เริ่มมีวิวัฒนาการด้านการเพิ่มมูลค่าที่ดินทำกิน
- โรงงาน โรงพยาบาล การค้ากับต่างชาติ
- ความเจริญด้านวิทยาศาสตร์ยาเริ่มต้นขึ้น
- นิยมให้ความสำคัญกับวิทยาศาสตร์การแพทย์โดยเฉพาะโรคติดเชื้อ
- ประชากรส่วนใหญ่เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อ
- เริ่มมีอุตสาหกรรมต่างๆ ได้แก่
อุตสาหกรรมการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป
อุตสาหกรรมยืดอายุอาหาร ที่ล้วนแต่ทำให้สารอาหารลดลงไปเรื่อยๆ หรือที่เรียกว่า “วัตถุที่คล้ายอาหาร”
* Pasteurization (พาสเจอร์ไรซ์)
* Sterilization (การฆ่าเชื้อโรค)
* Fermentation (การหมัก)
* Preservation (การเก็บรักษาโดยการดอง)
* Dehydration (การขจัดน้ำออกจากอาหารโดยทำให้แห้ง)
GENERATION X : Gen X (เกิดปี พ.ศ. 2506–2520) เป็นกลุ่มคนที่เกิดในช่วงต่อจากประชากรกลุ่ม Baby boomer (Gen B) ประชากรที่เกิดในรุ่นนี้แต่ละปีมีจำนวนมากกว่าหนึ่งล้านคน บางการศึกษาจึงเรียกคนที่เกิดในรุ่นนี้ว่า “ประชากรรุ่นเกิดล้าน” และในรุ่นประชากรในยุคกำลังพัฒนา หรือ กลุ่ม Generation Y: Gen Y (เกิดปี พ.ศ. 2521–2538) คนกลุ่มนี้เกิดมาในช่วงที่ประเทศกำลังพัฒนาและเข้าสู่ความเป็นเมืองสูงขึ้น เป็นช่วงที่มีวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีต่างๆ ชัดเจน ซึ่งในกลุ่มคนรุ่นนี้ในเรื่องอาหารเริ่มมีอาหารกลุ่ม จั๊งค์ฟู้ด (Junk Food) ที่เป็นวัฒนาธรรมการรับประทานอาหารทางฝั่งตะวันตก เช่น แฮมเบอร์เกอร์ มันฝรั่งทอด (French fries) ที่ส่วนใหญ่จะเน้นหนักไปด้วย แป้ง ไขมัน น้ำตาล เกลือ ไม่ค่อยมีวิตามิน และใยอาหาร และส่วนใหญ่ในส่วนประกอบในอาหาร Junk food นี่แหละที่ส่งผลกับร่างกายเรา สำหรับกลุ่มอาหารฟาสต์ฟู้ด (Fast food) หรือหมายถึง อาหารจานด่วน ที่หาง่าย รวดเร็ว สั่งแล้วรอเดี๋ยวเดียวได้กินแล้วเพราะเป็นอาหารที่ทำง่าย อาจจะมีประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการครบ หรือไม่ครบบ้างแตกต่างกันไปตามแต่ละชนิด เช่น ไส้กรอก ไก่ทอด หมูทอด
ดังนั้นเมื่อวิวัฒนาการสูญเสียชีวิตมีความแตกต่างกัน การรับประทานอาหารแต่ละรุ่นก็แตกต่างกัน เพราะเห็นได้ว่ารุ่นสงครามการเสียชีวิตมาจากการสู้รบมิใช่มาจากอาหาร ต่อมาในรุ่นGen B การสูญเสียชีวิตส่วนใหญ่มาจากโรคติดเชื้อ ต่อมาในรุ่น Gen X และ Gen Y การสูญเสียชีวิตส่วนใหญ่มาจากการรับประทานอาหารที่มีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงปรับเปลี่ยนแปรรูปให้อาหารคงความสดใหม่เสมอพร้อมรับประทาน จึงเป็นสาเหตุลำดับต้นๆ ที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย ลดทอนการยืดอายุ เจ็บป่วยง่ายหรือก่อให้เกิดเป็นโรคต่างๆ ที่ต้องใช้เงินรักษามหาศาล
อาหารเสริมหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจึงเริ่มมีบทบาทเข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาทางร่างกาย ซึ่ง “เสริม” ก็บอกแล้วว่าเสริมเข้ามาเพื่อทดแทนสิ่งที่ขาดไป ด้วยการโภชนาการยุคสมัยมีการเปลี่ยนแปลง บวกกับพฤติกรรมการบริโภคอาหารของคนเราเริ่มเข้าสู่ภาวะเร่งรีบ ตึงเครียด การปรุงอาหารทานเองเป็นส่วนน้อย ต้องพึงพาอาหารจานด่วนเป็นหลัก
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Dietary Supplements) จึงนับได้ว่าเป็นอาหารทางเลือกที่ถูกจัดให้เป็นอาหารชนิดหนึ่งตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 เพราะฉะนั้นการบริโภคอาหารเสริม ก็บริโภคได้ในลักษณะที่เป็นอาหารชนิดหนึ่งที่เสริมเพื่อทดแทนสารอาหารที่ร่างกายไม่สามารถรับได้ สร้างเองได้ นั้นจึงเป็นคำตอบที่ว่า ทำไมต้องทานอาหารเสริม..
เครื่องหมายแสดงมาตรฐานรับรองด้านอาหารที่ปลอดภัย และคุณเจี๊ยบ เน้นการนำอาหารเสริมเพื่อสุขภาพเข้ามาแนะนำแบบปลอดภัยต่อสุขภาพของทุกคนแน่นอนค่ะ
การเลือกรับประทานอาหารเสริม ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีความปลอดภัยสูง โดยดูจากผู้ผลิต เจ้าของแบรด์ เครื่องหมายรับรองความปลอดภัยที่ต้องเป็นเครื่องหมายมากกว่า อย. และจริงดังว่า สุขภาพดีเริ่มต้นที่ตัวเรา แต่ร่างกายของเราก็ต้องได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนด้วยเช่นกัน แล้ววันนี้คุณคิดว่า ร่างกายแข็งแรงดีอยู่หรือไม่.
ความแตกต่างระหว่างอาหารหลัก กับ อาหารเสริม
อาหารหลัก คือ อาหารที่รับประทานเข้าไปแล้ว ร่างกายต้องย่อยด้วย Enzyme ให้ได้คุณภาพเล็กลงแล้วจึงดูดซึมเอาไปใช้
อาหารเสริม คือ กลุ่มอาหารประจำถิ่นของอวัยวะนั้น ผ่านนวัตกรรมคงคุณค่าสารอาหารนั้นๆ เมื่อรับประทานแล้ว ร่างกายนำสารอาหารนั้นไปใช้ได้ทันที
6 เหตุผล “ทำไม” คุณต้อง “ทาน” อาหารเสริม
1) เมื่อร่างกายเกิดการสูญเสียพลังงานและสารอาหารบางชนิด >>> สารอาหารบางชนิด ร่างกายสามารถผลิตได้เอง บางชนิดต้องทานอาหารเสริมเข้าไปเพิ่ม แต่เมื่อเราอายุมากขึ้นอัตราการผลิตลดน้อยลง แต่ร่างกายยังต้องใช้พลังงานทุกๆวัน หากขาดสารอาหารชนิดหนึ่งชนิดใดไปก็ย่อมส่งผลกระทบกับร่างกายได้ อย่างเช่น ในกรณีที่ร่างกายไม่สามารถรับอาหารได้ ในหญิงตั้งครรภ์หรือในกลุ่มผู้สูงอายุ เป็นต้น
2) พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เสี่ยงต่อการเสียสุขภาพ >>> ใครที่มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่บั่นทอนสุขภาพให้แย่ลง ไม่ว่าจะเป็นการหักโหมเรื่องงาน เที่ยวกลางคืนจนดึกดื่น ทำให้นอนไม่พอ ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ทานอาหารอย่างเร่งรีบและไม่เป็นเวลา เป็นต้น ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ทำให้เสียสุขภาพทั้งสิ้น ซึ่งอาจยังไม่รู้สึกในตอนนี้แต่เชื่อได้เลยว่าจะเกิดผลกระทบต่อร่างกายแน่นอน
3) จากกระบวนการผลิตอาหารที่ไม่มีคุณภาพ >>> ในยุคปัจจุบันจะมั่นใจได้อย่างไรว่าสิ่งที่ทานเข้าไปจะได้รับสารอาหารตามหลักโภชนาการที่ครบถ้วน โดยไม่ต้องพึ่งอาหารเสริม เพราะในพืช ผัก ผลไม้และเนื้อสัตว์ มีการดัดแปลงทางพันธุกรรม กระบวนการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจมีสิ่งแปลกปลอมเจือปน ทำให้สูญเสียคุณค่าทางอาหาร มีสารพิษตกค้าง นั่นคือ สาเหตุที่ส่งผลเสียให้กับร่างกายโดยไม่รู้ตัว
4) ต้องเจอสภาวะสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษ >>> จากการใช้ชีวิตประจำวันมีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาด้านสุขภาพอย่างเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหามลพิษจากท้องถนน ขยะเน่าเสีย สารพิษจากโรงงาน สารพิษที่เกิดจากการทำงาน เป็นต้น เมื่อร่างกายสะสมพิษนานๆ ทำให้ร่างกายเกิดภาวะอ่อนแอ ภูมิต้านทานลดลง สิ่งเหล่านี้ย่อมเป็นสาเหตุของการเกิดโรคภัยไข้เจ็บขึ้นมาได้
5) เกิดจากความผิดปกติภายในร่างกายของตัวเราเอง >>> อาจเกิดจากพันธุกรรมหรือเกิดขึ้นเองธรรมชาติในร่างกาย โดยไม่อาจปฏิเสธและไม่อาจรู้ล่วงหน้ามาก่อน เพราะเมื่อระบบภายในร่างกายเกิดการแปรปรวนหรือเป็นภาวะที่ร่างกายเกิดความผิดปกติโดยไม่รู้สาเหตุ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ แต่เมื่อเราได้ทราบว่าการที่ได้เพิ่มสารอาหารบางชนิดเข้าไปจะสามารถแก้ปัญหานั้นได้ จึงมีเหตุผลที่เราควรต้องทานอาหารเสริม
6) เมื่อต้องการซื้อสุขภาพที่ดี >>> อาหารเสริม ที่ดีนั้นจะต้องประกอบด้วยสารอาหารที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับร่างกายนอกเหนือจากอาหารหลัก ซึ่งจะต้องช่วยป้องกันหรือลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคภัยไข้เจ็บ แล้วเมื่อไรที่รู้สึกว่าร่างกายควรแก่การดูแล หรือกลัวโรคภัยไข้เจ็บถามหา อยากป้องกันไว้ก่อนด้วยการเพิ่มสารอาหารที่จำเป็นให้กับร่างกาย อาหารเสริมจึงเป็นทางเลือกที่ดีทีเดียว