Heal By Nature ข้อมูลความรู้การดูแลสุขภาพและสินค้าจากธรรมชาติ

 #น้ำปรุง   #เครื่องหอมไทย   #หอมธรรมชาติ  💐น้ำปรุงจากน้ำสกัดกุหลาบมอญ กระดังงา สายหยุด และ มะลิ นำมาปรุงกลิ่นอีกครั้งด้...
09/12/2025

#น้ำปรุง #เครื่องหอมไทย #หอมธรรมชาติ
💐น้ำปรุงจากน้ำสกัดกุหลาบมอญ กระดังงา สายหยุด และ มะลิ นำมาปรุงกลิ่นอีกครั้งด้วยน้ำมันหอมระเหยกุหลาบ มะลิ ซ่อนกลิ่น สายน้ำผึ้ง และมะกรูด
💚เป็นน้ำปรุง ที่หอมระรื่นจากดอกไม้ ใช้ฉีดเพียงเล็กน้อย ให้ตัวมีกลิ่นหอมจางๆ ตามธรรมชาติ
🌸ดอกไม้ไทยส่วนใหญ่มีกลิ่นหอม และแต่ละชนิดต่างมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว
แตกต่างกันออกไป บ้างส่งกลิ่นเฉพาะเวลา ในช่วงสั้นๆ
สายหยุดหอมไกลในตอนเช้า ส่วนราตรีหอมกลางคืน ดอกแก้วหอมทั้งวัน
น่าเสียดายก็คือดอกไม้ไทยส่วนใหญ่ ขนาดเล็กกลีบบอบบาง ไม่ว่าจะเป็นดอกแก้ว ดอกโมก ดอกชมนาด ลัดดาวัลย์ ฯลฯ จึงไม่คุ้มค่าที่จะนำไปสกัดน้ำมันหอม
🩷คนไทยโบราณจึงเก็บกลิ่นดอกไม้ด้วยวิธีการลอยน้ำ และสกัดด้วยแอลกอฮอล์ จากนั้นนำไปใช้ในรูปแบบต่างๆ อาทิ ทำน้ำอบ น้ำปรุง สำหรับประพรมร่างกาย ช่วยคลายร้อน และใช้ประจำทำให้ีกลิ่นหอมติดตัว เป็นที่มาของของสำนวนที่ว่า “นั่งที่ไหนก็หอมติดกระดาน”
💙น้ำปรุง Mood Indigo ใช้วิธีสกัดกลิ่นกุหลาบ กระดังงา และสายหยุด (จากในสวนของเราเอง ไร้สารเคมี) ด้วยแอลกอฮอล์ (เกรดผลิตยาและเครื่องสำอางและเป็นแอลกอฮอล์ที่ผลิตจากมันสำปะหลัง) ตามกรรมวิธีดั้งเดิม แล้วนำมาปรุง กับน้ำมันหอมระเหยเพื่อให้ได้กลิ่นติดทนขึ้น
💛บรรจุขวดเสปรย์ ขนาด 10 มล. 250 บาท ฟรีค่าส่ง
#ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ #น้ำหอม #น้ำหอมไทย

 #น้ำมันหอมระเหย  mood indigo  ใช้สูดดมระหว่างวัน หรือหยดบนหมอนช่วยให้รู้สึกโล่ง สดชื่น และผ่อนคลาย ตามคุณสมบัติของน้ำมั...
08/12/2025

#น้ำมันหอมระเหย mood indigo ใช้สูดดมระหว่างวัน หรือหยดบนหมอนช่วยให้รู้สึกโล่ง สดชื่น และผ่อนคลาย ตามคุณสมบัติของน้ำมันหอมแต่ละกลิ่น
🍊น้ำมันหอมระเหยส้ม ได้ชื่อว่าเป็นน้ำมันแห่งความสุข ใช้สูดดระหว่างวันให้ความสดชื่น มีพลัง ใช้หยดบนหมอน ให้กลิ่นหอมหวานช่วยคลายความเหนื่อยล้าก่อนนอน
🪻น้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ เป็นน้ำมันหอมที่มีคุณสมบัติโดดเด่นด้านผ่อนคลายความเครียด ช่วยอาการปวดหัว ใช้หยดบนหมอนช่วยให้หลับง่ายขึ้น
🍋‍🟩น้ำมันหอมระเหยมะกรูด เป็นน้ำมันหอมระเหยสกัดจากผิวมะกรูด หอมสดชื่น ช่วยให้รู้สึกกระปรี่กระเปร่า หยดบนหมอนช่วยลดกลิ่นอับจากความชื้น
🌿น้ำมันหอมระเหยมินท์ สกัดจากใบมินท์ ช่วยให้รู้สึกสดชื่น กระปรี่กระเปร่า มีพลัง ลดอาการวิงเวียน
🍋🪻น้ำมันหอมระเหยมะนาวลาเวนเดอร์ เป็นการผสมผสานระหว่างความสดชื่นของะนาวและกลิ่นหอหวานผ่อนคลายจากลาเวนเดอร์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความผ่อนคลายแต่อยากได้กลิ่นที่ไม่หวานเกินไป
น้ำมันหอมทุกกลิ่นจะมีส่วนผสมของ เมนทอล การบูร เกรดผลิตภัณฑ์ยา และน้ำมันหอมระเหยสกัดจากใบยูคาลิปตัส ซึ่งทั้งหมดนี้มีส่วนช่วยให้รู้สึกสดชื่น หายใจโล่ง บรรเทาอาการวิงเวียน
นอกจากนี้ 🍂น้ำมันยูคาลิปตัสยังมีคุณสมบัติช่วยฆ่าเชื้อทางเดินหายใจอีกด้วย
ราคาขวดละ 75 บาท
ช่วงแนะนำสินค้า 3 ขวด 200 บาท
5 ขวด 325 บาท
สนใจสั่งซื้อได้ทาง Inbox
หรือสั่งผ่านไลน์และ Shoppee ตามลิงค์ในคอเม้นต์ค่ะ
#ยาดม #ลาเวนเดอร์ #คลายเครียด #ออฟฟิตซินโดรม

 #ความสุขปีใหม่    🍊ส้ม : น้ำมันหอมแห่งความสุข น้ำมันหอมส้ม มีกลิ่นหอมหวานที่ชวนให้นึกถึงแสงแดดและสายลมสดชื่น มีคุณสมบัต...
07/12/2025

#ความสุขปีใหม่ 🍊ส้ม : น้ำมันหอมแห่งความสุข
น้ำมันหอมส้ม มีกลิ่นหอมหวานที่ชวนให้นึกถึงแสงแดดและสายลมสดชื่น มีคุณสมบัติช่วยให้อารมณ์ผ่องใสและฟื้นฟูจิตใจให้มีพลัง ช่วยผ่อนคลายความเครียด
🍊ยาดมน้ำมันหอมระเหยส้ม จาก Mood Indigo ตั้งใจคัดเลือกน้ำมันหอมจากบริษัทชั้นนำ ที่เชื่อถือได้ว่าเป็นน้ำมันหอมสกัดจากธรรมชาติ 100 % ไม่มีกลิ่นสังเคราะห์เจือปน เพื่อให้ได้สัมผัสความสุขที่ได้จากลิ่นส้มในธรรมชาติเท่านั้น

🍊มารู้จักน้ำมันส้มเพิ่มอีกนิด
ส้มถือกำเนิดขึ้นในประเทศจีน จากการผสมระหว่างส้มโอและส้มแมนดาริน ชาวจีนถือเป็นสัญลักษณ์ของโชคดี
นานหลายพันปี ที่แพทย์จีนใช้ส้มในการช่วยรักษาโรคทางเดินหายใจ จำพวกหวัดและไอ
🍊ส้มกระจายมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย
🍊ในศตวรรษที่ 15 ชาวโปรตุเกสที่ครองโลกทางทะเลในเวลานั้น นำส้มจากตะวันออกไกลไปให้ชาวยุโรปได้รู้จัก ต่อมามีการขยายพันธุ์ส้มไปยังทวีปแอฟริกาและอเมริกา
🍊ในศตวรรษที่ 17 มีบันทึกว่าชาวอังกฤษใช้ส้มในการฟื้นความสดชื่นให้กับหัวใจ
🍊ปัจจุบันน้ำมันหอมส้มใช้แพร่หลายในหลากหลายรูปแบบ รวมทั้งด้านสุคนธบำบัด หรือการใช้กลิ่นในการช่วยฟื้นฟูอาการต่างๆ ทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งต้องใช้น้ำมันหอมส้มสกัดจากน้ำมันผิวส้มด้วยวิธีการสกัดเย็นเพื่อรักษาคุณภาพด้านกลิ่นบำบัดไว้

🌱Mood Indigo ยาดมน้ำมันหอมระเหยส้ม ปรุงขึ้นจากคุณสมบัติของ 🍊น้ำมันส้มช่วยให้กระปรี่กระเปร่าและช่วยสร้างความสงบของจิตใจ บรรเทาอาหารวิงเวียน
🌿น้ำมันยูคาลิปตัส และเมนทอล ช่วยให้สดชื่น หายใจโล่ง บรรเทาอาการคัดจมูก
❤️ที่สำคัญ แตกต่างจากยาดมโดยทั่วไป คือ การลดปริมาณการบูรลงให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อใช้คุณสมบัติที่ดีของการบูร ในปริมาณที่ไม่ระคายเคืองต่อเยื่อบุอ่อนในทางเดินหายใจ

🏠สั่งซื้อได้ใน Inbox หรือ ทาง line QR code ในคอมเม้นต์ด้านล่างค่ะ
💓โปรโมชั่นพิเศษ ช่วงแนะนำ 5 ขวด 5 กลิ่น 300 บาท
ราคาขวดละ 75 บาท 3 ขวด 200 บาท

#ยาดม #น้ำมันหอมระเหย #ของขวัญปีใหม่

03/09/2025

[ ] ในวันที่ฟ้ายังใส ให้เตรียมร่มไว้เผื่อวันฝนตก : 5 คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินที่ควรทำก่อนเกิดวิกฤตในโลกที่เศรษฐกิจแสนเปราะบาง
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราอยู่ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจที่รุนแรง
ลากมาตั้งแต่โควิด-19 วิกฤตพลังงาน สงครามการค้า ไปจนถึงอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งไม่หยุด หลายคนอาจเริ่มถามตัวเองว่า “เราควรทำยังไง ถ้าเกิดวิกฤตเศรษฐกิจขึ้นอีกครั้ง?”
คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญคือ — อย่ารอให้เกิดวิกฤตแล้วค่อยขยับ แต่จงวางแผนล่วงหน้า
เศรษฐกิจในระบบทุนนิยมมีวงจรขึ้นลงเป็นเรื่องปกติ เว็บไซต์ CNET รายงานว่านับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง ประเทศสหรัฐฯ มีภาวะเศรษฐกิจถดถอยทุกๆ 5-7 ปี โดยเฉลี่ยใช้เวลาฟื้นตัวประมาณ 11 เดือน
เพราะฉะนั้นหมายความว่า วิกฤตครั้งต่อไป... ไม่ใช่คำถามว่า “จะเกิดหรือไม่” แต่คือ “เมื่อไหร่จะเกิด” ต่างหาก
ดังนั้น การวางแผนทางการเงินในวันที่ฟ้าใส คือการเตรียมร่มไว้ก่อนฝนตก และนี่คือ 5 คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน ที่คุณควรเริ่มทำทันที ไม่ว่าจะยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยก็ตาม
🌤️ [ 1. วางแผนก่อนเกิดพายุ: อย่ารอให้ “เศรษฐกิจแย่แล้วค่อยคิด” ]
หลายคนมักรอจนมีประกาศว่า “ตอนนี้เรากำลังเข้าสู่ภาวะถดถอยแล้ว” จึงเริ่มปรับตัว ซึ่งพอถึงตรงนั้นบางทีก็สายเกินไปแล้ว
มอร์แกน เฮาเซิล (Morgan Housel) ผู้เขียนหนังสือ ‘The Psychology of Money’ อันโด่งดังเคยพูดไว้ในรายการ ‘Diary of a CEO’ ว่า
“ถ้าคุณกังวลว่าจะถูกปลดออกจากงาน หรือเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กที่กลัวจะเจ๊ง ความจำเป็นของการป้องกันความเสี่ยง ส่วนเผื่อความปลอดภัย เงินเก็บ หรือแผนสำรองต่างๆ เมื่อเดือนที่แล้วเรื่องพวกนี้ก็สำคัญเช่นกัน เพียงแต่คุณมาเห็นความสำคัญของมันตอนนี้ และผมอยากท้าทายให้คุณจำเรื่องนี้ไว้ เมื่อทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตาม”
เฮาเซิลบอกว่าตัวเขาเองเก็บ ‘เงินสด’ ไว้เป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างสูงสำหรับสินทรัพย์ที่ถืออยู่ นักวางแผนการเงินเวลาคุยกับเขาก็จะถามว่าทำไมถึงทำแบบนั้น? เพราะหลายคนเชื่อว่ามันคือการเสียโอกาสในการลงทุน เงินแค่อยู่ในบัญชีเฉยๆ
“ผมไม่รู้เหมือนกัน ผมแค่ออมเงินไว้สำหรับโลกที่ผมรู้ว่ามันเปราะบางแค่ไหน และผมก็รู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองหรือเศรษฐกิจบ้าง แต่ถ้าคุณเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ คุณจะเห็นเสมอว่าอะไรก็ตามในโลกนี้มีโอกาสที่จะพังเสมอ คำแนะนำของผมคือถ้าคุณเพิ่งตระหนักถึงความจริงเรื่องนี้ว่าโลกมันเปราะบางแค่ไหน หรือความปลอดภัยในหน้าที่การงานอาจจะไม่ได้แข็งแรงอย่างที่คุณคิด ให้จำไว้เสมอว่าส่วนเผื่อความผิดพลาดและแผนสำรองสำคัญมากขนาดไหน”
เพราะฉะนั้น เราควรเปลี่ยนจาก mindset แบบ “แตกตื่น” ไปสู่ mindset แบบ “เตรียมพร้อม”
ลองถามตัวเองว่า…
* ถ้าพรุ่งนี้ตกงาน คุณจะอยู่ได้อีกกี่เดือน?
* ถ้าเงินเดือนลด 20% คุณจะรับมือยังไง?
คำถามแบบนี้ช่วยให้คุณวางแผนล่วงหน้า เช่น
* ตั้งเป้าเพิ่มเงินกองทุนฉุกเฉิน
* ลดภาระหนี้
* ปรับพฤติกรรมการใช้จ่ายให้ยืดหยุ่นมากขึ้น
เมื่อกลัว เรามักตัดสินใจผิด เพราะความกลัวบีบให้เรามองแค่ระยะสั้น ดังนั้นการเตรียมตัวไว้ล่วงหน้า คือการปกป้องตัวเองจากความกลัวในอนาคตได้ดีที่สุด
💰 [ 2. เงินฉุกเฉินต้องพร้อม — และต้อง “หยิบใช้ได้ทันที” ]
คุณไม่ควรต้องกดบัตรเครดิต หรือถอนเงินเกษียณออกมาใช้ เมื่อตกงานกะทันหัน
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้มีเงินสำรองที่ใช้จ่ายได้อย่างน้อย 3-6 เดือน (หรือถ้าให้ชัวร์หน่อยก็ 6-12 เดือนไปเลย)
วิธีเริ่มต้น:
* คำนวณค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อเดือน (ค่าที่พัก, อาหาร, ค่ายา, ค่าไฟ ฯลฯ)
* หักรายจ่ายฟุ่มเฟือย เช่น การท่องเที่ยวหรือซื้อของใหญ่
* โอนเงินเหล่านี้เข้าบัญชีแยก เช่น **บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง (High-Yield Savings Account)** หรือบัญชีตลาดเงิน
Shang Saavedra ผู้ก่อตั้ง Save My Cents แนะนำว่า “เงินฉุกเฉินควรอยู่ในที่ที่เข้าถึงง่าย และไม่เสี่ยงสูญเสีย” — ไม่ใช่ไปลงทุนในหุ้นหรือคริปโต
💼 [ 3. วางแผน “ถ้าไม่มีงาน” ตอนที่ “ยังมีงาน” ]
ข้อมูลล่าสุดในอเมริกาพบว่า การหางานใหม่หลังถูกเลย์ออฟ อาจใช้เวลานานถึง 8 เดือน และต้องสมัครเฉลี่ยถึง 294 ตำแหน่งกว่าจะได้งาน (ซึ่งของไทยอาจจะต่างออกไป แต่ความเลวร้ายคงไม่ต่างกันมากในตลาดแบบนี้)
ถ้าตอนนี้ยังมีงานทำอยู่ — ถือเป็นโอกาสทอง
* อัปเดตเรซูเม่เอาไว้
* ขยายเครือข่ายคนรู้จัก (ไม่ว่าจะ Facebook, LinkedIn ฯลฯ)
* ใช้เวลา 30 นาทีต่อสัปดาห์เรียนรู้ทักษะใหม่ เช่น การใช้ AI, การวิเคราะห์ข้อมูล, การสื่อสารเชิงกลยุทธ์
ต่อให้คุณยังไม่ตกงาน การสร้างทักษะใหม่ทุกเดือนคือการเตรียมทางออกไว้ก่อนจะต้องใช้จริง ลองดูว่างานใหม่ๆ ที่เปิดรับสมัครต้องใช้ทักษะอะไรบ้าง ถ้ายังไม่มีให้เรียนรู้ ศึกษา และทดลอง
หากงานที่ทำอยู่เริ่มมีความเสี่ยง (หรือเรามองว่าอาจจะไม่มีโอกาสโตได้แล้ว) การสมัครงานเพื่อหาโอกาสใหม่ๆ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
📊 [ 4. กระจายความเสี่ยงในการลงทุน — อย่าตื่นตกใจจนขายทุกอย่าง ]
เวลาหุ้นตกหนัก คนจำนวนมากตัดสินใจ “ขายหนีตาย” ซึ่งมักทำให้พลาดโอกาสสำคัญ — เพราะตลาดหุ้นมักฟื้นกลับมาได้เสมอ
Saavedra แนะนำว่า หากคุณยังไม่เกษียณใน 5 ปีนี้ **“อย่าเพิ่งเปลี่ยนพอร์ตอย่างสุดโต่ง”** ให้คงการลงทุนแบบถัวเฉลี่ย (DCA - Dollar-Cost Averaging) และเน้นกระจายความเสี่ยง เช่น หุ้น, กองทุนรวม, ตราสารหนี้, ทองคำ (แต่อย่าลืมหาความรู้ก่อนด้วยนะครับ)
แต่ถ้าใกล้เกษียณ ควรพิจารณาสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำลง เช่น
* กองทุนตลาดเงิน
* พันธบัตรรัฐบาล
* เงินฝากประจำดอกเบี้ยสูงหรือตราสารหนี้ระยะสั้น
การรักษาวินัยในการลงทุน คือหนึ่งในสิ่งที่แยกนักลงทุนที่อยู่รอดจากนักลงทุนที่ตื่นกลัว
💳 [ 5. ลดหนี้ที่ดอกเบี้ยสูง — ก่อนที่ดอกเบี้ยจะ “กัดกิน” รายได้ของคุณ ]
หากคุณมีหนี้บัตรเครดิตหรือหนี้ที่คิดดอกเบี้ยสูงเกิน 10% ต่อปี — นั่นคือภาระที่หนักขึ้นมากในช่วงเศรษฐกิจไม่แน่นอน
สิ่งที่ควรทำทันที:
* มีเงินฉุกเฉินขั้นต่ำ 1 เดือน
* จากนั้นเริ่ม “ล้มโดมิโน” โดยจ่ายหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน
* พิจารณาการรีไฟแนนซ์
* รวมหนี้เป็นก้อนเดียว
* เจรจาหนี้กับเจ้าหนี้
เป้าหมายคือ “ลดจุดอ่อน” ทางการเงิน ไม่ใช่ต้องปลดหนี้ให้หมด 100% ถ้าคุณสามารถลดดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายได้ ก็เหมือนเพิ่มรายได้ในอีกทางหนึ่ง
🧠 สุดท้ายอย่าลืมวางแผนด้าน “อารมณ์” ด้วย ไม่ใช่แค่เงิน
เศรษฐกิจที่เปราะบางไม่ได้กระทบแค่เงินในบัญชี — แต่มันยังส่งผลต่อสุขภาพจิตของเราด้วย
Berna Anat แนะนำว่า คุณควรมี “ระบบสนับสนุนทางอารมณ์” ไม่ต่างจากเงินฉุกเฉิน
หาจังหวะคุยกับครอบครัวเรื่องสิ่งที่เกิดขึ้นและแผนการรับมือ คุยกับเพื่อนบ้านหรือคนสนิทเวลาเผชิญปัญหาเพื่อร่วมกันหาทางออก และอย่าลืมสำรวจแหล่งความช่วยเหลือในชุมชนหรือจากภาคส่วนอื่นๆ อยู่เสมอ
การมี “คน” ที่ไว้ใจได้เมื่อวิกฤตมา คือทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงที่สุดในยามยากลำบาก
อย่าลืมว่าเรือในทะเลสงบก็ยังต้องมีเสื้อชูชีพ
ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ก็เหมือนคลื่นลูกใหญ่ในทะเล — เราอาจไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไหร่ แต่สิ่งที่ทำได้คือเตรียมเรือให้พร้อมรับมือเสมอ
ไม่ว่าคุณจะเป็นพนักงานบริษัท เจ้าของกิจการ หรือฟรีแลนซ์
คำถามไม่ใช่ว่า “เราจะรอดไหม?”
แต่คือ “เราจะเตรียมพร้อมแค่ไหนก่อนที่มันจะเกิดขึ้น?”
เพราะโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน คือโลกที่ควรใช้ “สติ” มากกว่า “ลอยตามน้ำไปเรื่อยๆ”
#เตรียมตัวเผื่อวิกฤต #การเงินส่วนบุคคล

📕 กรมทรัพยากรธรณี ขอแนะนำสมุดแผนที่รอยเลื่อนมีพลังในประเทศไทย ฉบับล่าสุด พ.ศ. 2566 นำเสนอข้อมูลพื้นที่เสี่ยงภัยที่อาจจะไ...
03/04/2025

📕 กรมทรัพยากรธรณี ขอแนะนำสมุดแผนที่รอยเลื่อนมีพลังในประเทศไทย ฉบับล่าสุด พ.ศ. 2566 นำเสนอข้อมูลพื้นที่เสี่ยงภัยที่อาจจะได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในอนาคต รอยเลื่อนมีพลังในประเทศไทย เน้นภาพแผนที่เป็นหลัก เพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถตรวจสอบหมู่บ้านตนเองได้ว่ามีแนวรอยเลื่อนมีพลังพาดผ่านหรือไม่ 🏘 พร้อมภาพประกอบข้อมูล ในรูปแบบ Infographic ที่อธิบายระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหว ตามมาตราเมอร์คัลลี่ด้วย ⚡️⚡️

📘 📙 คลิกลิงก์อ่าน e-book 👉🏻 https://anyflip.com/kera/wglh/

#ธรณีพิบัติภัย #แผ่นดินไหว #รอยเลื่อนมีพลัง #กรมทรัพยากรธรณี

ใจ ใจ ใจดี ใจถึง พึ่งได้…เมื่อแผ่นดินไหว ⛑..มันน่ากลัวดีครับ ใจสั่นไปหมดเลย ตึกหยุดสั่นแล้ว มือกับใจยังสั่นอยู่เลย เพราะ...
29/03/2025

ใจ ใจ
ใจดี ใจถึง พึ่งได้


เมื่อแผ่นดินไหว ⛑
..มันน่ากลัวดีครับ ใจสั่นไปหมดเลย ตึกหยุดสั่นแล้ว มือกับใจยังสั่นอยู่เลย เพราะไม่เคยเจอมาก่อน เลยอยากจะขอเล่าผ่านตัวอักษรครับ

☀️ประมาณบ่ายโมง ผมกำลังอยู่ในห้องประชุม ขณะที่แพทย์ประจำบ้าน ผู้ซึ่งผมเป็นที่ปรึกษา เธอกำลังนำเสนอ ผลงานโครงร่างวิจัยอย่างเข้มข้นอยู่นั้น ก็มีเสียง “ปั้ง ปั้ง ปั้ง” 💥สักสามถึงสี่ครั้ง ออกจากเพดานห้องประชุม ทันใดนั้น ผมก็รู้สึกเวียนศีรษะ มีความรู้สึกโครงเครง จึงลุกขึ้นยืน พบว่ายืนแล้วเซเล็กน้อย

❤️พร้อมกันนั้น มีรุ่นพี่รีบเดินออกมาจากห้องด้านในถัดไปอีกห้องหนึ่ง พร้อมตะโกนว่า... “แผ่นดินไหว รีบออกจากตึก”... ขณะนั้น ผมและทุกคนในห้องประชุมพยายามรีบเอาตัวออกจากตึกให้เร็วที่สุด โดยรีบเดินไปที่บันไดหนีไฟ ที่เราเดินกันอยู่ทุกวี่วัน แต่วันนี้นั้น มันไม่เหมือนเดิม ผู้คนพยายามวิ่งบ้าง เดินเร็วบ้าง เกาะราวบันไดบ้าง บ้างก็ช่วยกันพยุงลงจากบันได กันอย่างเร็วที่สุดเท่าที่ตัวเองจะขยับตัวไหว 🏃🏻‍♂️

🏨ผมลงมาถึงชั้นล่างสุด และออกจากตึกมาได้ อาจารย์รุ่นพี่ท่านหนึ่ง ดึงแขนผมและพูดว่า “ออกไปให้ห่างจากตัวตึกนะเต้” ผมจึงรีบเดินไปให้อยู่ในที่โล่งที่สุดและไกลจากตึกที่สุด
..เดินไปเกือบๆจะถึงทางเลี้ยวออกหน้าโรงพยาบาล ก็มีโทรศัพท์เข้ามา ปลายสายเป็นอาจารย์วิสัญญีที่เคารพรักขึ้นมาบนหน้าจอมือถือ ว่ามีสายเรียกเข้า

ผมรับสาย เสียงปลายสายนั้น เป็นเสียงชายหนุ่มทุ้มๆ ซึ่งผมเพิ่งจะพูดคุยด้วย หลังจากผ่าตัดเสร็จไปในช่วงเช้า

👨🏻‍⚕️เสียงในสายพูดว่า “อาจารย์เต้ ออกไปจากโรงพยาบาลแล้วหรือยังครับ รบกวนขึ้นมาช่วยผ่าตัดคลอดที่ชั้น 5 ได้ไหมครับ จะได้เสร็จไว เพราะตอนนี้ แพทย์ประจำบ้านกำลังผ่าตัดอยู่”
ในใจก็คิดว่าเอาไงดี ภาพในหัวที่ปรากฎขึ้นคือ ภาพในข่าว ที่คนติดอยู่ภายใต้ซากตึกที่ถล่มลงมา แต่ก็คิดต่อไปอีกว่า “เอาวะ เป็นไงเป็นกัน”

🏃🏻‍♂️🏃🏻ผมจึงหยุดเดินและวิ่งสวนทางกลับ วิ่งไปคิดว่าเร็วกว่าตอนลงมาเสียอีก วิ่งกลับเข้าตึก ชั้น 1 เริ่มไม่มีคนแล้ว พอไปถึงบันไดหนีไฟ ผู้คน เจ้าหน้าที่และผู้ป่วย ก็กำลังทะยอยออกมาจากตึก มีเสียงพูดจากผู้คนที่ผมวิ่งสวนทางไปว่า “อาจารย์เต้ไปไหน” “อาจารย์เต้ไปทางนี้” “ลงครับ ออกด้านนี้”

🆗พอผมขึ้นไปถึงชั้น 5 ตอนนั้น ด้านนอกห้องผ่าตัดไม่มีคนแล้ว ผมวิ่งเข้าไปในห้องเปลี่ยนชุด หยิบเสื้อคลุม และเดินเข้าไปยังห้องผ่าตัดห้องที่ 4 พบว่าแพทย์ประจำบ้านกำลังผ่าตัดเพื่อทำคลอดทารกอยู่ คุณพยาบาลที่รักท่านหนึ่ง เดินมาแล้วพูดว่า “เข้าเคสเลยนะคะ” ผมพยักหน้า แล้วเข้าเคสไปช่วยผ่าตัด ขณะผ่าตัดนั้น ก็ยังมีความโครงเครง และตึกยังโยกอยู่บ้างเบาๆ

🔪การผ่าตัดราบรื่นดี มารดาและทารกปลอดภัย หลังจากผ่าตัดเสร็จในไม่นาน เราก็วิ่งอีกรอบเพื่อลงจากตึก

🙂เมื่อวิ่งแบบช้าๆลงมาตรงบันไดหนีไฟทางเดิม พบว่า มีผู้ป่วยที่ผมเพิ่งผ่าตัดมดลูกให้กับเธอไปเมื่อเช้า นั่งอยู่ตรงทางเชื่อมชั้น 4 เพราะญาติๆของเธอได้พยายามอุ้มเธอลงมาแต่ เพราะหลายชั้น จึงหยุดพัก

💪🏻ผมผู้ซึ่ง adrenaline หลั่งพุ่งพล่านมาก จึงขออาสาแบกเธอขึ้นหลัง และพาเธอลงมาได้อย่างปลอดภัย แล้วเราก็มาดูแลกันต่อด้านนอก โชคดีว่า after shock ไม่รุนแรง และความร่วมมือร่วมใจของคนในโรงพยาบาล มีให้กันอย่างมากมาย เราจึงผ่านเหตุการณ์อันน่าตื่นตระหนก ที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นในเมืองไทยครั้งนี้มาได้

❤️
จอบอ
#พบหมอเต้

ปล ขออนุญาตนำภาพของแพทย์ประจำบ้านท่านหนึ่งที่โพสในไอจีมาประกอบครับ 🙂

เมื่อแผ่นดินไหว ⛑
..มันน่ากลัวดีครับ ใจสั่นไปหมดเลย ตึกหยุดสั่นแล้ว มือกับใจยังสั่นอยู่เลย เพราะไม่เคยเจอมาก่อน เลยอยากจะขอเล่าผ่านตัวอักษรครับ

☀️ประมาณบ่ายโมง ผมกำลังอยู่ในห้องประชุม ขณะที่แพทย์ประจำบ้าน ผู้ซึ่งผมเป็นที่ปรึกษา เธอกำลังนำเสนอ ผลงานโครงร่างวิจัยอย่างเข้มข้นอยู่นั้น ก็มีเสียง “ปั้ง ปั้ง ปั้ง” 💥สักสามถึงสี่ครั้ง ออกจากเพดานห้องประชุม ทันใดนั้น ผมก็รู้สึกเวียนศีรษะ มีความรู้สึกโครงเครง จึงลุกขึ้นยืน พบว่ายืนแล้วเซเล็กน้อย

❤️พร้อมกันนั้น มีรุ่นพี่รีบเดินออกมาจากห้องด้านในถัดไปอีกห้องหนึ่ง พร้อมตะโกนว่า... “แผ่นดินไหว รีบออกจากตึก”... ขณะนั้น ผมและทุกคนในห้องประชุมพยายามรีบเอาตัวออกจากตึกให้เร็วที่สุด โดยรีบเดินไปที่บันไดหนีไฟ ที่เราเดินกันอยู่ทุกวี่วัน แต่วันนี้นั้น มันไม่เหมือนเดิม ผู้คนพยายามวิ่งบ้าง เดินเร็วบ้าง เกาะราวบันไดบ้าง บ้างก็ช่วยกันพยุงลงจากบันได กันอย่างเร็วที่สุดเท่าที่ตัวเองจะขยับตัวไหว 🏃🏻‍♂️

🏨ผมลงมาถึงชั้นล่างสุด และออกจากตึกมาได้ อาจารย์รุ่นพี่ท่านหนึ่ง ดึงแขนผมและพูดว่า “ออกไปให้ห่างจากตัวตึกนะเต้” ผมจึงรีบเดินไปให้อยู่ในที่โล่งที่สุดและไกลจากตึกที่สุด
..เดินไปเกือบๆจะถึงทางเลี้ยวออกหน้าโรงพยาบาล ก็มีโทรศัพท์เข้ามา ปลายสายเป็นอาจารย์วิสัญญีที่เคารพรักขึ้นมาบนหน้าจอมือถือ ว่ามีสายเรียกเข้า

ผมรับสาย เสียงปลายสายนั้น เป็นเสียงชายหนุ่มทุ้มๆ ซึ่งผมเพิ่งจะพูดคุยด้วย หลังจากผ่าตัดเสร็จไปในช่วงเช้า

👨🏻‍⚕️เสียงในสายพูดว่า “อาจารย์เต้ ออกไปจากโรงพยาบาลแล้วหรือยังครับ รบกวนขึ้นมาช่วยผ่าตัดคลอดที่ชั้น 5 ได้ไหมครับ จะได้เสร็จไว เพราะตอนนี้ แพทย์ประจำบ้านกำลังผ่าตัดอยู่”
ในใจก็คิดว่าเอาไงดี ภาพในหัวที่ปรากฎขึ้นคือ ภาพในข่าว ที่คนติดอยู่ภายใต้ซากตึกที่ถล่มลงมา แต่ก็คิดต่อไปอีกว่า “เอาวะ เป็นไงเป็นกัน”

🏃🏻‍♂️🏃🏻ผมจึงหยุดเดินและวิ่งสวนทางกลับ วิ่งไปคิดว่าเร็วกว่าตอนลงมาเสียอีก วิ่งกลับเข้าตึก ชั้น 1 เริ่มไม่มีคนแล้ว พอไปถึงบันไดหนีไฟ ผู้คน เจ้าหน้าที่และผู้ป่วย ก็กำลังทะยอยออกมาจากตึก มีเสียงพูดจากผู้คนที่ผมวิ่งสวนทางไปว่า “อาจารย์เต้ไปไหน” “อาจารย์เต้ไปทางนี้” “ลงครับ ออกด้านนี้”

🆗พอผมขึ้นไปถึงชั้น 5 ตอนนั้น ด้านนอกห้องผ่าตัดไม่มีคนแล้ว ผมวิ่งเข้าไปในห้องเปลี่ยนชุด หยิบเสื้อคลุม และเดินเข้าไปยังห้องผ่าตัดห้องที่ 4 พบว่าแพทย์ประจำบ้านกำลังผ่าตัดเพื่อทำคลอดทารกอยู่ คุณพยาบาลที่รักท่านหนึ่ง เดินมาแล้วพูดว่า “เข้าเคสเลยนะคะ” ผมพยักหน้า แล้วเข้าเคสไปช่วยผ่าตัด ขณะผ่าตัดนั้น ก็ยังมีความโครงเครง และตึกยังโยกอยู่บ้างเบาๆ

🔪การผ่าตัดราบรื่นดี มารดาและทารกปลอดภัย หลังจากผ่าตัดเสร็จในไม่นาน เราก็วิ่งอีกรอบเพื่อลงจากตึก

🙂เมื่อวิ่งแบบช้าๆลงมาตรงบันไดหนีไฟทางเดิม พบว่า มีผู้ป่วยที่ผมเพิ่งผ่าตัดมดลูกให้กับเธอไปเมื่อเช้า นั่งอยู่ตรงทางเชื่อมชั้น 4 เพราะญาติๆของเธอได้พยายามอุ้มเธอลงมาแต่ เพราะหลายชั้น จึงหยุดพัก

💪🏻ผมผู้ซึ่ง adrenaline หลั่งพุ่งพล่านมาก จึงขออาสาแบกเธอขึ้นหลัง และพาเธอลงมาได้อย่างปลอดภัย แล้วเราก็มาดูแลกันต่อด้านนอก โชคดีว่า after shock ไม่รุนแรง และความร่วมมือร่วมใจของคนในโรงพยาบาล มีให้กันอย่างมากมาย เราจึงผ่านเหตุการณ์อันน่าตื่นตระหนก ที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นในเมืองไทยครั้งนี้มาได้

❤️
จอบอ
#พบหมอเต้

ปล ขออนุญาตนำภาพของแพทย์ประจำบ้านท่านหนึ่งที่โพสในไอจีมาประกอบครับ 🙂

🚮| เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะสร้างขยะพลาสติก 15.4 ล้านตันในปี 2024 โดยคิดเป็น 7% ของยอดรวมทั่วโลก (220 ล้านตัน) ชาวสิงคโปร...
28/03/2025

🚮| เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะสร้างขยะพลาสติก 15.4 ล้านตันในปี 2024 โดยคิดเป็น 7% ของยอดรวมทั่วโลก (220 ล้านตัน) ชาวสิงคโปร์เป็นผู้ผลิตขยะสูงสุดต่อหัว

======____=====____=====___======

เครดิต: ASEAN community
ที่มา: goodstatsid

🚮| Southeast Asia will generate 15.4 million tonnes of plastic waste in 2024, accounting for 7% of the global total (220 million tonnes). Singaporeans are the highest waste producers per capita.

======____=====____=====___======

Credit:ASEAN community
Source: goodstatsid

ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมงาน "รู้ทันภัยเงียบ มะเร็งลำไส้" CRC AWARENESS ในวันที่ 21 มีนาคม 2568 เวล...
21/02/2025

ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมงาน "รู้ทันภัยเงียบ มะเร็งลำไส้" CRC AWARENESS ในวันที่ 21 มีนาคม 2568 เวลา 08.30-12.00 น. ณ ลานพระบิดาชั้น 1 ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก

ร่วมฟังการเสวนา ในหัวข้อ
- รู้ทันมะเร็งลำไส้ใหญ่
- การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้
- ส่องกล้องสบายใจ
- มะเร็งลำไส้ใหญ่ไม่ใช่จุดจบ
- เสียงจากประสบการณ์

กิจกรรมภายในงาน
- ให้ความรู้และปรึกษา เรื่อง การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่
- การส่องกล้องและการเตรียมตัวก่อนส่องกล้องลำไส้ใหญ่
- อาหารป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่
- ตอบคำถามชิงรางวัลพร้อมรับของที่ระลึก

เปิดลงทะเบียน เพื่อคัดกรองมะเร็งลำไส้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (100 ท่าน)​ วันที่ 15 ม.ค. - 7 มี.ค 2568 ได้ที่
https://qrco.de/bffm3D
(กรณีลงทะเบียนผ่าน จะมีเจ้าหน้าที่ โทรแจ้งและนัดหมายอีกครั้งค่ะ)​

สอบถามเพิ่มเติม หน่วยอายุรกรรม 1 โทร 02-8496600 ต่อ 2611-2612

ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
ตั้งอยู่ ถนนบรมราชชนนี ตำบลศาลายา
อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม

#ศิริราชกาญจนา
#ได้โอกาสให้โอกาส
#มะเร็งลำไส้

ทำไมวัยเด็กจึงสำคัญและผูใหญ่ควรปกป้องเด็กจากการถูกกระทำรุนแรงทั้งกายและจิตใจ …🧠🥲 เครียดรุนแรงตั้งแต่วัยเด็ก (Early life ...
15/02/2025

ทำไมวัยเด็กจึงสำคัญ
และผูใหญ่ควรปกป้องเด็กจากการถูกกระทำรุนแรงทั้งกายและจิตใจ


🧠🥲 เครียดรุนแรงตั้งแต่วัยเด็ก (Early life stres) เปลี่ยนแปลงการใช้ DNA (Epigenetics) เสี่ยงโรคซึมเศร้า ตอนวัยรุ่นขึ้นไป

เราเคยเขียนไปในบทความอื่นแล้วว่า ความเครียดเรื้อรัง (Chronic stress) สามารถพัฒนาไปสู่โรคซึมเศร้าได้ คำถามคือ ทำไมทุกคนที่เครียดเรื้อรังถึงไม่เป็น

คำตอบคือ แต่ละคนเสี่ยงไม่เหมือนกัน
ปัจจัยเสี่ยงหนึ่งที่ส่งผลมากคือ
ความเครียดรุนแรงในวัยเด็ก (Early life stress)

นั่นเพราะในช่วงอายุน้อยกว่า 15 สมองยังมีคงมีความพัฒนาการต่อเนื่อง ทั้งการแตกแขนงของเซลล์ประสาท (neuroplasticity), การลดการแตกแขนงที่ไม่จำเป็น (neuronal pruning)

ซึ่งสมองส่วนที่มีการพัฒนามากๆ คือ Prefrontal cortex (การคิด/การยับยั้งชั่งใจ), Hippocampus (จดจำ/เรียนรู้), Amygdala (การตอบสนองเชิงอารมณ์) ซึ่งทั้ง 3 จุด มักเป็นจุดหลักๆ ในโรคซึมเศร้าที่เปลี่ยนแปลง

ซึ่งช่วงที่เสี่ยงที่สุดจะเป็นช่วง 0-7 ปีแรก และนี่จึงเป็นที่มาว่าทำไมปัจจัยทางครอบครัวถึงสำคัญมากๆค่ะ

ตัวอย่างความเครียดรุนแรงที่พบเป็นเหตุได้บ่อย
▪️ การเจ็บป่วยเรื้อรัง จะเป็นแนวๆ เด็กต้องนอน รพ. บ่อยๆ รุนแรงบ่อยๆ
▪️ การทำร้ายร่างกายเด็ก (Child abuse)
▪️ การทำร้ายเชิงอารมณ์รุนแรง เช่น การตะคอกรุนแรงเป็นประจำ โดยเฉพาะไปในทางข่มขู่ถึงที่รุนแรง, การทำให้อับอายรุนแรง
▪️ การถูกทอดทิ้ง มักพบในครอบครัวที่มีการหย่าร้างและให้การดูแลบุตรหลังจากนั้นไม่ดี
▪️ การถูกบูลลี่ที่โรงเรียนในระดับรุนแรงและต่อเนื่อง
▪️ ผ่านชีวิตช่วงสงครามและความอดอยาก

เมื่อสมองถูกใช้งานหนักตั้งแต่เด็ก มีการเปิดใช้งาน stress response ตลอดเวลา ซ้ำไปซ้ำมา จะทำให้บรรดาเซลล์ประสาทเกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับ DNA ด้วย 2 กลไกที่สำคัญ

🧬 DNA methylation: ยีนบางยีนจะถูกสารเล็กๆ ชื่อ Methyl มาแปะไว้ แล้วโดนปิดผนึกการทำงาน, บางยีนมีสารนี้แปะน้อยลง ทำให้ทำงานมากขึ้น

🧬 microRNA: มีการสร้างสาร microRNA มากขึ้น ซึ่งสารนี้จะเล็งทำลาย mRNA ที่กำลังจะไปสร้างโปรตีน ทำให้ถูกสกัดดาวรุ่ง โปรตีนนั้นไม่ถูกสร้าง

จะเห็นว่าสองกลไกนี้ ไม่ได้ไปเปลี่ยนแปลงรหัสบนสาย DNA (คือไม่ใช่ mutation) แต่เป็นการปิดผนึกแทน เรียกกลไกแบบนี้ว่า Epigenetics

เหล่ายีนที่โดนผลกระทบนี้ คือยีนที่สร้างโปรตีน…

1️⃣ ตัวรับการตอบสนองฮอร์โมน cortisol (NR3C1/GR) ที่สมองส่วน hypothalamus มีจำนวนลดลง:

ทำให้กลไกการ cortisol ไม่ามารถย้อนกลับมายับยั้งระบบที่ควบคุมตัวเองได้ (HPA-axis) ผลคือ ทำให้เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นแล้วมีความเครียดเรื้อรัง จะทำให้ระดับ cortisol สูงและนานกว่าคนทั่วไป

2️⃣ สัญญาณที่ควบคุมการทำงานของตัวรับ cortisol (FKBP5) ที่สมองส่วน hypothalamus มีจำนวนลดลง:

ผลจะเหมือนกับข้อ 1 เลยค่ะ คือเครียดเรื้อรังแล้ว cortisol จะสูงและนานกว่าคนปกติ

3️⃣ สารเร่งการแตกแขนงของเซลล์ประสาท BDNF มีจำนวนลดลง:

ผลคือทำให้การแตกแขนงและการพัฒนาของเซลล์ประสาทในช่วงพัฒนาการช้าลง ถ้าโดนจุดที่เกี่ยวกับอารมณ์ ก็จะเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้าในอนาคต

4️⃣ โปรตีนเคลียร์สาร serotonin (SLC6A4/SERT) มีจำนวนลดลง:

ผลคือสารสื่อประสาท serotonin ถูกเคลียร์ช้าลง กระตุ้นเซล์ประสาทมากเกินไป จนทำให้เซลล์ประสาทปลายทางลดการตอบสนองต่อ serotonin ดังนั้นหากในอนาคตมี serotonin ต่ำลง ก็จะซึมเศร้ารุนแรง

5️⃣ ตัวรับสัญญาณจาก serotonin (5-HT1RA) มีจำนวนลดลง:

ผลจะคล้ายข้อ 4 คือ serotonin จะกระตุ้นได้เบาลง

จะเห็นว่าผลลัพธ์มันจะทำให้ การพัฒนาสมองนำไปสู่ สมองที่ไวควบคุมระดับ cortisol ไม่ดี, มีสารกระตุ้น BDNF น้อย, มีแนวโน้ม serotonin ลดลง

ทำให้เมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ แล้วเจอความเครียดเรื้อรังมา trigger แล้วมีโอกาสสูงมากที่จะพัฒนาไปเป็นโรคซึมเศร้า

จริงๆ ไม่ใช่แค่ซึมเศร้า แต่เพิ่มความเสี่ยงหลายโรคเลย เช่น โรควิตกกังวล, โรคจิตเภท แต่กลไกจะแตกต่างกันไป

ที่น่าสนใจคือมีความแตกต่างระหว่างเพศด้วยค่ะ

▪️ ในผู้หญิงมันจะเหนี่ยวนำไปในทางสมองไวต่อการรับรู้อารมณ์เชิงลบ คือมาแนวๆ เซนซิทิฟ ไวต่อสารเชิงลบมาก เกิดอารมณ์เศร้าง่ายมาก

▪️ ส่วนผู้ชายจะเหนี่ยวไปในทางการตอบสนองต่ออารมณ์เชิง(Externalization behavior) คือจะมาแนวๆ แก้ไขปัญหา stress ด้วยวิธีอันตราย เช่น ใช้ความรุนแรง

🔮 สรุป: การได้รับ stress ในวัยเด็กรุนแรง เช่น ทำร้ายร่างกาย/ใช้ความรุนแรง/ถูกทอดทิ้ง จะปิดผนึก/เปิดผนึกยีนหลายจุด นำไปสู่การพัฒนาของสมองที่เสียระบบควบคุมฮอร์โมนเครียด/การสร้างสารกระตุ้นBDNF/วงจร serotonin ทำให้เข้าสู่วัยผู้ใหญ่แล้ว ปะทะความเครียดเรื้อรัง มีโอกาสสูงที่จะพัฒนาเป็นโรคซึมเศร้าค่ะ

“ชีวิตในช่วงวัยเด็ก เป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากๆ ค่ะ”

🧠🥲 เครียดรุนแรงตั้งแต่วัยเด็ก (Early life stres) เปลี่ยนแปลงการใช้ DNA (Epigenetics) เสี่ยงโรคซึมเศร้า ตอนวัยรุ่นขึ้นไป

เราเคยเขียนไปในบทความอื่นแล้วว่า ความเครียดเรื้อรัง (Chronic stress) สามารถพัฒนาไปสู่โรคซึมเศร้าได้ คำถามคือ ทำไมทุกคนที่เครียดเรื้อรังถึงไม่เป็น

คำตอบคือ แต่ละคนเสี่ยงไม่เหมือนกัน
ปัจจัยเสี่ยงหนึ่งที่ส่งผลมากคือ
ความเครียดรุนแรงในวัยเด็ก (Early life stress)

นั่นเพราะในช่วงอายุน้อยกว่า 15 สมองยังมีคงมีความพัฒนาการต่อเนื่อง ทั้งการแตกแขนงของเซลล์ประสาท (neuroplasticity), การลดการแตกแขนงที่ไม่จำเป็น (neuronal pruning)

ซึ่งสมองส่วนที่มีการพัฒนามากๆ คือ Prefrontal cortex (การคิด/การยับยั้งชั่งใจ), Hippocampus (จดจำ/เรียนรู้), Amygdala (การตอบสนองเชิงอารมณ์) ซึ่งทั้ง 3 จุด มักเป็นจุดหลักๆ ในโรคซึมเศร้าที่เปลี่ยนแปลง

ซึ่งช่วงที่เสี่ยงที่สุดจะเป็นช่วง 0-7 ปีแรก และนี่จึงเป็นที่มาว่าทำไมปัจจัยทางครอบครัวถึงสำคัญมากๆค่ะ

ตัวอย่างความเครียดรุนแรงที่พบเป็นเหตุได้บ่อย
▪️ การเจ็บป่วยเรื้อรัง จะเป็นแนวๆ เด็กต้องนอน รพ. บ่อยๆ รุนแรงบ่อยๆ
▪️ การทำร้ายร่างกายเด็ก (Child abuse)
▪️ การทำร้ายเชิงอารมณ์รุนแรง เช่น การตะคอกรุนแรงเป็นประจำ โดยเฉพาะไปในทางข่มขู่ถึงที่รุนแรง, การทำให้อับอายรุนแรง
▪️ การถูกทอดทิ้ง มักพบในครอบครัวที่มีการหย่าร้างและให้การดูแลบุตรหลังจากนั้นไม่ดี
▪️ การถูกบูลลี่ที่โรงเรียนในระดับรุนแรงและต่อเนื่อง
▪️ ผ่านชีวิตช่วงสงครามและความอดอยาก

เมื่อสมองถูกใช้งานหนักตั้งแต่เด็ก มีการเปิดใช้งาน stress response ตลอดเวลา ซ้ำไปซ้ำมา จะทำให้บรรดาเซลล์ประสาทเกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับ DNA ด้วย 2 กลไกที่สำคัญ

🧬 DNA methylation: ยีนบางยีนจะถูกสารเล็กๆ ชื่อ Methyl มาแปะไว้ แล้วโดนปิดผนึกการทำงาน, บางยีนมีสารนี้แปะน้อยลง ทำให้ทำงานมากขึ้น

🧬 microRNA: มีการสร้างสาร microRNA มากขึ้น ซึ่งสารนี้จะเล็งทำลาย mRNA ที่กำลังจะไปสร้างโปรตีน ทำให้ถูกสกัดดาวรุ่ง โปรตีนนั้นไม่ถูกสร้าง

จะเห็นว่าสองกลไกนี้ ไม่ได้ไปเปลี่ยนแปลงรหัสบนสาย DNA (คือไม่ใช่ mutation) แต่เป็นการปิดผนึกแทน เรียกกลไกแบบนี้ว่า Epigenetics

เหล่ายีนที่โดนผลกระทบนี้ คือยีนที่สร้างโปรตีน…

1️⃣ ตัวรับการตอบสนองฮอร์โมน cortisol (NR3C1/GR) ที่สมองส่วน hypothalamus มีจำนวนลดลง:

ทำให้กลไกการ cortisol ไม่ามารถย้อนกลับมายับยั้งระบบที่ควบคุมตัวเองได้ (HPA-axis) ผลคือ ทำให้เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นแล้วมีความเครียดเรื้อรัง จะทำให้ระดับ cortisol สูงและนานกว่าคนทั่วไป

2️⃣ สัญญาณที่ควบคุมการทำงานของตัวรับ cortisol (FKBP5) ที่สมองส่วน hypothalamus มีจำนวนลดลง:

ผลจะเหมือนกับข้อ 1 เลยค่ะ คือเครียดเรื้อรังแล้ว cortisol จะสูงและนานกว่าคนปกติ

3️⃣ สารเร่งการแตกแขนงของเซลล์ประสาท BDNF มีจำนวนลดลง:

ผลคือทำให้การแตกแขนงและการพัฒนาของเซลล์ประสาทในช่วงพัฒนาการช้าลง ถ้าโดนจุดที่เกี่ยวกับอารมณ์ ก็จะเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้าในอนาคต

4️⃣ โปรตีนเคลียร์สาร serotonin (SLC6A4/SERT) มีจำนวนลดลง:

ผลคือสารสื่อประสาท serotonin ถูกเคลียร์ช้าลง กระตุ้นเซล์ประสาทมากเกินไป จนทำให้เซลล์ประสาทปลายทางลดการตอบสนองต่อ serotonin ดังนั้นหากในอนาคตมี serotonin ต่ำลง ก็จะซึมเศร้ารุนแรง

5️⃣ ตัวรับสัญญาณจาก serotonin (5-HT1RA) มีจำนวนลดลง:

ผลจะคล้ายข้อ 4 คือ serotonin จะกระตุ้นได้เบาลง

จะเห็นว่าผลลัพธ์มันจะทำให้ การพัฒนาสมองนำไปสู่ สมองที่ไวควบคุมระดับ cortisol ไม่ดี, มีสารกระตุ้น BDNF น้อย, มีแนวโน้ม serotonin ลดลง

ทำให้เมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ แล้วเจอความเครียดเรื้อรังมา trigger แล้วมีโอกาสสูงมากที่จะพัฒนาไปเป็นโรคซึมเศร้า

จริงๆ ไม่ใช่แค่ซึมเศร้า แต่เพิ่มความเสี่ยงหลายโรคเลย เช่น โรควิตกกังวล, โรคจิตเภท แต่กลไกจะแตกต่างกันไป

ที่น่าสนใจคือมีความแตกต่างระหว่างเพศด้วยค่ะ

▪️ ในผู้หญิงมันจะเหนี่ยวนำไปในทางสมองไวต่อการรับรู้อารมณ์เชิงลบ คือมาแนวๆ เซนซิทิฟ ไวต่อสารเชิงลบมาก เกิดอารมณ์เศร้าง่ายมาก

▪️ ส่วนผู้ชายจะเหนี่ยวไปในทางการตอบสนองต่ออารมณ์เชิง(Externalization behavior) คือจะมาแนวๆ แก้ไขปัญหา stress ด้วยวิธีอันตราย เช่น ใช้ความรุนแรง

🔮 สรุป: การได้รับ stress ในวัยเด็กรุนแรง เช่น ทำร้ายร่างกาย/ใช้ความรุนแรง/ถูกทอดทิ้ง จะปิดผนึก/เปิดผนึกยีนหลายจุด นำไปสู่การพัฒนาของสมองที่เสียระบบควบคุมฮอร์โมนเครียด/การสร้างสารกระตุ้นBDNF/วงจร serotonin ทำให้เข้าสู่วัยผู้ใหญ่แล้ว ปะทะความเครียดเรื้อรัง มีโอกาสสูงที่จะพัฒนาเป็นโรคซึมเศร้าค่ะ

“ชีวิตในช่วงวัยเด็ก เป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากๆ ค่ะ”

ข้อมูลวิเคราะห์สถานการณ์สุขภาพและการเผาที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 เปิดให้ดาวน์โหลดฟรี ! 📒ปี 2567 พื้นที่ไหนในประเทศไทยที...
14/02/2025

ข้อมูลวิเคราะห์สถานการณ์สุขภาพและการเผาที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 เปิดให้ดาวน์โหลดฟรี ! 📒

ปี 2567 พื้นที่ไหนในประเทศไทยที่เผชิญปัญหาฝุ่น PM2.5 บ้าง สาเหตุและปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดหมอกควันพิษปกคลุมชีวิตคนไทยคืออะไร มาหาคำตอบที่เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา ทวงคืนอากาศบริสุทธิ์ได้ใน "ข้อมูลวิเคราะห์สถานการณ์สุขภาพและการเผาที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5” ดาวน์โหลดรายงานได้ที่ https://tinyurl.com/52a76k7b

แล้วพบกันตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. งาน "PM2.5 Talk Forum รู้ลึกก่อนใคร… สถานการณ์ฝุ่นปี 2567 เพื่อเฝ้าระวังอนาคต” อย่าลืมตั้งเตือนไว้ แล้วมาพบกัน !

อย่าลืมกด ‘Like / Follow’ ไว้ติดตามข้อมูล ข่าวสารและกิจกรรมดี ๆ อีกมากมายที่
เว็บไซต์ : Resourcecenter.thaihealth.or.th/
YouTube : ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ
Email : Thaihealthcenter@thaihealth.or.th

#สสส #ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ #สานพลัง #สร้างนวัตกรรม #สื่อสารสุข #ฝุ่นPM25 #ฝุ่น #เทรนด์สุขภาพ2025

28/01/2025

"มองออกไปข้างนอกเห็นหมดว่าฝุ่นยังไง พี่เห็นหมด ฝุ่นเข้ามาวันก่อน เกาะถ้วยชาม ขวด กะละมัง พี่เห็นหมด ก็ต้องเช็ด ต้องล้างใหม่ พี่ก็เลยบอก[สามี]ว่ามีแผ่นป้ายโฆษณาไหม เอามาติดหน่อย" ลัดดาเล่าถึงความพยายามจะทำให้ห้องเช่าของเธอปลอดฝุ่น อ่านเรื่องราวความเป็นอยู่ของเด็กในชุมชนแออัด ในระหว่างกรุงเทพฯ จมฝุ่น PM2.5 ได้ที่:https://bbc.in/4jCbRBh

ที่อยู่

Taweewattana
Bangkok
10170

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Heal By Natureผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram

HEaL

HEaL Application ช่วยดูแลสุขภาพรายบุคคล ตามแนวทางดุลยภาพบำบัด เพื่อสุขภาพที่ดี และชีวิตที่ยืนยาว