A 24-Hour Tale Lifestyle, Photos, Yoga Newbie, Healthy Living and everything about me

เวลาเราสอนภาษาอังกฤษเราจะเน้น phonetics กับการออกเสียงมากๆๆๆๆๆๆ ซึ่ง นร ส่วนใหญ่ หรือ คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า ถ้าแม่น phonet...
05/11/2023

เวลาเราสอนภาษาอังกฤษเราจะเน้น phonetics กับการออกเสียงมากๆๆๆๆๆๆ ซึ่ง นร ส่วนใหญ่ หรือ คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า ถ้าแม่น phonetics เราจะอ่าน และ พูดออกเสียงได้แบบเจ้าของภาษาเลย

ตอนสมัยเรียนนี่ ผมก็คิดว่าตัวเองเก่งภาษาอังกฤษประมาณนึงเลยนะ เพราะสอบทีไรก็ได้คะแนนดีตลอด แถมเพื่อนก็ชอบอวยอีกว่าเราเก่ง

แต่พอโตขึ้นมาถึงได้รู้ว่า ที่เราคิดว่าเก่ง คือมันเก่งเฉพาะในตำรานี่หว่า อย่างพวกการทำข้อสอบ การจำศัพท์ หรือจะเป็นแกรมมาร์นี่คือพูดได้ว่าจัดจ้านในย่านบางปะกง

แต่ลึกๆ ก็รู้ตัวดีว่า เราไม่สามารถสื่อสารได้เลย ฟังฝรั่งพูดไม่ค่อยออก ส่วนเวลาพูดก็คืออึกๆ อักๆ เลิ่กลั่กแล้วหนึ่ง

ยิ่งเรื่องสำเนียงการพูดนี่ก็คือ Thai Accent แบบเป็นมาตรฐานเลย

แอม ฟาย แต๊งกิ้ว แอนด์ ยู้

แต่นั่นก็เป็นเรื่องธรรมดาอ่ะนะ เพราะผมเองไม่เคยต้องใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารทำงานอะไร ไม่เคยเรียนอินเตอร์ ไม่เคยไปเรียนต่างประเทศ ได้ประมาณนี้ก็คือพอใช้เอาตัวรอดได้ละ

ผมเพิ่งมารื้อฟื้นทักษะภาษาอังกฤษใหม่ตอนได้มีโอกาสมาสอนพิเศษนักเรียน ม.ปลาย แต่ก็นั่นแหละ มันก็เก่งขึ้นแต่เรื่องในตำรา ส่วนเรื่องการพูดและสำเนียงยังไทยจ๋าเหมือนเดิม

แต่ทุกอย่างมันต้องมีจุดเปลี่ยน ไม่งั้นชีวิตมันคงไม่ก้าวไปไหน

ตอนปี 59 ผมมีโอกาสไปที่นิวยอร์ก จะว่าไปเที่ยวก็ไม่เชิง เพราะคือไปอยู่ตั้ง 2 เดือน แต่ส่วนใหญ่ก็คือเที่ยว กับถ่ายรูปนั่นแหละ

ตอนนั้นไปอยู่บ้านเช่าจาก Air BNB ไปเจอเพื่อนร่วมแชร์ห้องซึ่งเป็นวัยรุ่นอเมริกันชื่อ Weston

Weston อายุแค่ 18 ปี เพิ่งจบม.ปลายมาจากรัฐยูทาห์ แล้วขอพ่อแม่มาลองใช้ชีวิตที่นิวยอร์กดู สมกับเป็นสถานที่สำหรับล่าฝันของอเมริกันชนจริงๆ

ซึ่งตอนนั้น ไอ้เราก็มั่นใจว่าเราพูดภาษาอังกฤษได้โอเคละนะ (แค่เวลาพูดยังติดสำเนียงไทย แต่ก็ปกติเหมือนคนทั่วไปป่ะวะ)

แต่ก็ยอมรับสารภาพว่ามันมีปัญหาที่หลายครั้งพอเราพูดแล้วคนอเมริกันฟังไม่เข้าใจ เขาต้องถามซ้ำว่าเราพูดว่าอะไร ซึ่งเราก็คิดในใจว่าจะให้ทำไงได้

ก็สำเนียงมันเป็นแบบนี้นี่หว่า สำเนียงส่อภาษาอ่ะ รู้จักป่ะ

และจุดเปลี่ยนของเรื่องนี้ มันเริ่มต้นจากคำว่า caricature

ที่จริงคำนี้ผมน่ะรู้ความหมายมานานแล้ว อ่านเจอมาจากในหนังสือ แต่ด้วยความที่มันไม่ใช่คำที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน

และเอาจริงๆ นะ ผมเองก็ไม่คิดว่าผมจะมีโอกาสพูดคำนี้ในชีวิตจริงด้วยซ้ำ

จึงไม่เคยใส่ใจว่า คำนี้มันต้องออกเสียงว่ายังไง แค่เรารู้ว่ามันแปลว่า “ภาพการ์ตูนล้อเลียน” นี่ก็คือเก๋แล้วป่ะ

เหตุการณ์วันนั้นคือ ผมไปเที่ยวถ่ายรูปที่สะพานบรูคลิน พอกลับมาบ้านก็เล่าให้ Weston ฟังว่า เออ บนสะพานบูคลินมันมีคนมาขายภาพวาดการ์ตูนล้อเลียนด้วยนะ ผมก็ออกเสียง caricature ไปเต็มที่ว่า

คา-ริ-แคช-เชอร์

ก็เพราะมันเขียนแบบนั้นนี่นา

ปรากฎว่าเพื่อนวัย 18 แม่งทำหน้างงว่าผมพูดอะไร เค้าขายอะไรนะ ซึ่งไอ้ผมก็คิดว่าเค้าอาจจะฟังเราไม่ทัน ก็เลยพูดย้ำอีกทีว่า

ก็คาริแคชแชอร์ ไง งงไรเพื่อน

แต่มันก็ยังไม่เข้าใจอีก

ตอนนั้นผมยังแอบคิดในใจว่า อ๋อรึว่า Weston มันไม่รู้จักคำนี้วะ มันอาจจะยังเด็กก็ได้ เลยไม่รู้จัก คำมันยากนี่นา 55

ตอนนั้นจึงต้องแก้สถานการณ์ฉุกเฉิน ด้วยการอธิบายไปว่า ไอ้แคริแคชเชอร์เนี่ย มันคือ

A drawing picture that exaggerates a person in a humorous or sarcastic way.

ประมาณนี้ไง เอ็งเข้าใจบ่ ไอ้หนู

พอสิ้นเสียงปุ๊บ เพื่อนมันร้องเลยว่า

Oh, it’s a แค้-ริ-เคอะ-เช่อะร

โอเค…รู้เรื่อง กูนี่แหละออกเสียงผิดเอง “คา-ริ-แคช-เชอร์” ของกูเนี่ยแม่งไม่ได้ใกล้เคียงความถูกต้องเลยไง

และในคืนนั้นเลย ผมถึงมานั่งสงสัยว่า ทำยังไงเราถึงจะออกเสียงภาษาอังกฤษได้ชัดกว่านี้

แล้วที่สงสัยก็คือ อย่างคำนี้มันเขียนว่า caricature แท้ๆ แล้วไอ้ตรง cature มันไปอ่านว่า เคอะ-เช่อะร ยังไง กฏข้อไหนบอกให้ออกเสียงแบบนี้วะ แล้วใครจะไปตรัสรู้

คืนนั้น พอค้นไปค้นมาถึงได้รู้จักคำว่า schwa sound ครั้งแรกในชีวิต!

เท่านั้นแหละ เหมือนเปิดโลก เหมือนบรรลุโสดาบันทางภาษาอังกฤษ นี่แปลว่าที่ผ่านมา การที่เราพูดอังกฤษไม่ได้ พูดแล้วฝรั่งฟังไม่เข้าใจ พูดออกเสียงผิด พูดสำเนียงไม่ดี หรือพูดไม่เหมือนเค้าซักที เพราะแม่งไม่รู้จักหลักการออกเสียง schwa หรอกเหรอเนี่ย

แล้วทำไมเรื่องใหญ่ขนาดนี้แม่งไม่เคยมีใครบอกเลยวะ ทั้งที่เรื่องนี้มันควรจะเป็นเรื่องแรกๆ ที่ควรจะสอนมาตั้งแต่ประถม หรือมัธยมต้นแท้ๆ

นี่แหละ ผมจะอธิบายให้ทุกคนที่อยากพูดภาษาอังกฤษชัดขึ้นฟังเอง

โดยหลักแล้ว การที่เราเห็นรูปสระ a e i o u y ที่เขียนอยู่ในคำภาษาอังกฤษนั้น ส่วนใหญ่มันมักไม่ได้ออกเสียงตามรูปสระที่เห็น

a ไม่ได้อออกเสียง สระอะ สระอา หรือสระแอ เสมอไป
e ไม่ได้ออกเสียงสระ อี เหรอสระ เอ
i ไม่ได้ออกเสียง สระ ไอ หรือสระอิทั้งหมด
o ไม่ได้ออกเสียง สระโอ หรือสระออ
และ u ก็ไม่ได้ออกเสียงสระอู หรือเป็นไม้หันอากาศอย่างที่เรามักเข้าใจกัน

แต่สระพวกนี้ในแทบทุกคำมันคือเสียง schwa (เขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ตัว e กลับหัว /ə/ แบบในรูปประกอบนั่นแหละ)

โดยไม่แคร์เลยว่ามันจะสะกดด้วย a e i o หรือ u

ซึ่งเสียง schwa นี้มันคือเสียงสระ เออะ

แล้วแม่งเป็นสระเออะแบบเบาๆ ด้วย สระเออะเหมือนคนสะเออะเวลาสะอึก

อย่างเช่น คำว่า salad แม่งไม่ได้ออกเสียงว่า ซา-หลัด อย่างที่ควรจะเป็น แต่มันต้องออกเสียงว่า ซ้า-เหลิด

โดยตัว a ที่สะกดในพยางค์หลังมันคือเสียง schwa ว่ะ

หรือคำว่า item แม่งไม่ได้ออกเสียงว่า ไอ-เท็ม แต่ตัว e ในพยางค์หลังนี่ก็เสียง schwa

มันต้องออกเสียงว่า ไอ๊-เทิ่ม

คำว่า pencil แม่งไม่ได้ออกเสียงว่า เพน-ซิล แบบที่เราเข้าใจมาทั้งชีวิต และแน่นอน ตัว i ในพยางค์หลังมันก็คือเสียง schwa

มันจึงต้องออกเสียงว่า เพ้น-เซิล หาได้เป็นเสียงสระอิอย่างที่คิดไม่

หรือคำว่า carrot แม่งก็ไม่ได้ออกเสียงว่า แคร์-รอต อย่างในเพลงที่ร้องว่า โอ๊ะเอาแคร์รอตมาฝาก แต่มันต้องออกเสียงว่า แค้-เหริต

และคำว่า circus แม่งไม่ได้ออกเสียงว่า เซอร์-คัส แต่ตัว u นี่ก็เสียง schwa อีกเหมือนกัน และมันต้องออกเสียงว่า เซ้อร์-เคิส

ทุกตัวคือเสียงสระเออะ It’s amazing (ที่ต้องออกเสียงว่า “อิตส เออะ-เมซ-ซิ่ง” เพราะตัว a นี่ก็ schwa)

เท่านั้นแหละ พอดวงตาเริ่มเห็นธรรม ผมก็ลองฝึกออกเสียงคำต่างๆ ด้วยเสียง schwa แบบถูกต้อง

โคตรมหัศจรรย์ ผมกลายเป็นคนพูดภาษาอังกฤษชัดเป๊ะแบบเจ้าของภาษาเฉยเลย! ตัวเองพูดเองยังอึ้ง

อะไรของมันวะ นี่แค่เรารู้เรื่องนี้ จากที่อึกๆ อักๆ มา 30 กว่าปีคือกลายเป็นคนพูดภาษาอังกฤษชัดในวันเดียวซะงั้น

ดังนั้นในเบื้องต้นจึงขอสรุปว่า ไม่ว่าในแต่ละคำมันจะสะกดด้วย a e i o หรือ u ก็ช่างแม่งมัน แต่เวลาพูด เราต้องออกเสียงเดียวกันหมดเลย นั่นคือเสียง schwa เสียงสระเออะแบบเบาๆ แบบไม่เต็มเสียง เป็นเสียงสระเออะแบบไม่ตั้งใจ

แต่เดียวก่อน แล้วเราจะแยกแยะได้ไงว่าพยางค์ไหนถึงควรออกเสียง schwa อย่างเช่นคำว่า salad มันมี a ตั้ง 2 ตัว แล้วทำไมมันถึงออกเสียง schwa แค่พยางค์หลังพยางค์เดียววะ

หรืออย่าง คำว่า pencil ทำไมพยางค์แรกเสียง e มันก็อ่านว่า เพน ปกติ แต่ตัว i ในพยางค์ที่สองมันต้องออกเสียง schwa -เซิ่ล ด้วยอ่ะ

ผมจึงเริ่มอยากรู้ต่อว่า มันมีกฏบัญญัติไว้ไหม ว่าพยางค์ไหนต้องใช้เสียง schwa หรือจะให้เราต้องมาคอยท่องจำทุกคำหรือเดาเอาเอง แบบนี้ก็ไม่ไหวนะ

ผมจึงพยายามค้นหามันเข้าไปอีก ถึงได้ความรู้เพิ่มมาอีกว่า

ในแต่ละคำ เราจำเป็นต้องรู้ก่อนว่าพยางค์ไหนที่ stressed (พยางค์ที่เน้นโดยใช้เสียงหนักและสูง)

ซึ่งในพยางค์ที่ stressed นั้น เราจะออกเสียงสระตามปกติ แต่พยางค์ที่ไม่เน้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักจะเป็นพยางค์ที่วางอยู่ข้างหน้า หรือพยางค์ที่วางอยู่ข้างหลังของพยางค์ที่ stressed

ไม่ว่ามันจะสะกดด้วยอะไร มันก็มักจะต้องใช้เสียง schwa แทบทั้งสิ้น

โอเคกระจ่าง ถึงจะไม่ 100% แต่ก็คิดว่ารู้หลักการนี้ เราก็สามารถออกเสียงคำ 80-90% ให้ชัดเป๊ะเวอร์ได้

เพราะงั้นลองย้อนไปดูคำว่า caricature ที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ดู

เมื่อคำนี้ stressed ที่ Car- (พยางค์แรก) ดังนั้น พยางค์ถัดๆ ไป แม้มันจะเขียนว่า cature ก็ต้องอ่านว่า เคอะเช่อร์ ไม่ใช่ แคทเชอร์ ตามที่เห็น

แม่ง get ทันที

หลังจากนั้นผมก็พูดโดยใช่หลักการนี้มาตลอด ไม่เกินสัปดาห์ skill การพูดผมดีขึ้นหลายเท่าตัว ตอนนั้นแทบไม่มีคนรู้เลยว่าผมคือคนต่างชาติ

ทุกคนที่คุยกับผมฟันธงเลยว่า ดูจากสำเนียงและหน้าตาแล้วผมคือ American born Chinese แน่นอน

หลักการนี้แม้ว่ามันจะไม่ได้ตายตัว (แต่น่าจะราวๆ 80-90%) และต้องลองฝึกพูดไปเรื่อยๆ แต่มันก็ดีกว่าการที่เราแม่งออกเสียงไม่ถูกมาตลอดกว่า 20 ปี

ใครก็ได้ กรุณาเอาเรื่องนี้บัญญัติลงไปในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษที ถ้ามีครูสอนเราแบบนี้ตั้งแต่ชั้นประถม เราคงจะออกเสียงคำง่ายๆ ถูกต้องตั้งแต่แรกแล้ว

banana ต้องอ่านว่า เบอะ-‘แน้-เน่อะ

elephant ต้องอ่านว่า ‘เอ๊ล-เลอะ-เฟิ่น

animal ต้องอ่านว่า ‘แอ๊น-เหนอะ-เมิล

lion ต้องออ่านว่า ‘ไล๊-เอิ่น

octopus ต้องอ่านว่า ‘อ๊อค-เทอะ-เพิส

(ใครอ๊อกโทปุ๊สมาตลอดต้องหยุดก่อน)

เสียง schwa เต็มไปหมด

และนี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมพูดภาษาอังกฤษชัดพอสมควรทั้งที่ไม่เคยเรียนเอกภาษาอังกฤษหรือเรียนอินเตอร์หรือเรียนต่างประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเลยก็ตาม

วันนี้เราจะพอกันแค่นี้ก่อน แต่ยังหรอกครับ มันยังไม่หมด เพราะหลังจากนั้นไม่นาน ผมก็ค้นพบความลับที่สองของหลักการออกเสียง ที่ทำให้คราวนี้ผมออกเสียงภาษาอังกฤษชัดแบบดัดจริตจริงๆ

ชัดแบบนึกว่าเกิดแถวชิคาโก เติบโตแถวบอสตัน แล้วทำงานแถวสีลม

วันนี้เอาการออกเสียง schwa ไปฝึกกันก่อนแล้วกัน วันหน้ามาอ่านกันใหม่

ซี ยู เออะ เกน เน็กซ ทาย มฺ

กิจกรรมดี ๆ ฝึกภาษา ไม่ควรพลาดค่า
25/04/2023

กิจกรรมดี ๆ ฝึกภาษา ไม่ควรพลาดค่า

30/03/2023
วิธีเตรียมสอบโทอิคที่ดีที่สุดคือ…..‼️.ฝึกทำข้อสอบให้ได้มากที่สุด เน้นแกรมม่าอ่านไปเยอะ ๆ ค่ะ เพราะ ใน คหสต. นะ ข้อสอบโทอ...
24/03/2023

วิธีเตรียมสอบโทอิคที่ดีที่สุดคือ…..‼️.
ฝึกทำข้อสอบให้ได้มากที่สุด เน้นแกรมม่าอ่านไปเยอะ ๆ ค่ะ เพราะ ใน คหสต. นะ ข้อสอบโทอิคใช้ความชำนาญการค่ะ ไม่ได้ใช้ท่องจำหรือจะต้องไปวิเคราะห์เยอะเหมือน IELTS/TOEFL/ SAT ใครไม่เห็นภาพลองไปเปิดข้อสอบแค่พาร์ท reading ของแต่ละอันแล้วมาเทียบกับโทอิคดูค่ะ มันต่างกันมาก
น้อง ๆ ควรมีความชำนาญการในการที่จะรู้ว่าต้องหยิบแกรมม่าบทไหนมาใช้ แกรมม่าของข้อสอบโทอิคมีความตรงไปตรงมามาก ๆ ค่ะ มันไม่หลอกเราเยอะหรอก น้อง ๆ แค่ต้องรู้ว่าตรงไหนควรเลือกกริยาที่มี -ING ต่อท้าย ตรงไหนใช้ who/which/that ตรงไหนต้องเอา was + v.ing ตรงไหนต้องเลือกกริยาเติม -ed ตรงไหนใช้ passive voice นี่คืออธิบายแบบไม่ใส่ tense รู้สึกกดดันกันน้อยลงมั้ย??
เราอ่ะ เรียนอีกวิธีคือจะรู้ว่าประโยคนี้หรือบริบทนี้ ต้องใช้ กริยาช่องไหนรูปไหน ก่อนที่จะมาเก็ทว่า อ้อที่เราพูดเมื่อกี้เค้าเรียกว่า past perfect tense นะ เพราะฉะนั้นแน็ตไม่เคยต้องมานั่งจำโครงสร้างเท้นส์เลย เราแค่รู้ไว้ก็พอ
ลองเอาพ้อยท์ที่พูดถึง ไปถามตัวเองดูว่าเรารู้รึยังตรงไหนต้องใช้อะไร ตอบให้ได้หมด รับรองทำข้อสอบได้คะแนนดีขึ้นแน่นอน
อยากจะบอกว่านอนไปเยอะ ๆ ด้วยค่ะ 965 ที่เห็นคือหาวแล้วหาวอีก เสียดายมาก ง่วงจนเบลอไปหน่อย 😅
คอนเท้นต์อัพเดทที่ IG: flyingessentials

กว่าดอกไม้จะบาน (bloom) สุด ยังใช้เวลา แล้วจะบานให้สะพรั่งที่สุดก็ยังต้องอาศัยน้ำและแสงแดดที่เพียงพอ ในอุณหภูมิที่เหมาะส...
24/03/2023

กว่าดอกไม้จะบาน (bloom) สุด ยังใช้เวลา แล้วจะบานให้สะพรั่งที่สุดก็ยังต้องอาศัยน้ำและแสงแดดที่เพียงพอ ในอุณหภูมิที่เหมาะสม …. คนเราก็เหมือนกัน
การเรียนภาษาอังกฤษก็เช่นกัน การที่เราจะทำให้สกิลเราพัฒนาแบบดอกไม้บานสะพรั่งนั้นมันประกอบไปด้วยหลาย ๆ ปัจจัยค่ะ แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ พืชพันธุ์ของมันเอง หรือ ตัวเราเองนี่แหละ ว่าจะแข็งแรง thrive ไปได้แค่ไหน
เพราะฉะนั้นถ้าเราจะเอาแบบสูตรสำเร็จเรียนวันนี้ แล้วพรุ่งนี้หรือ ภายใน 3 เดือนจะพูดภาษาอังกฤษได้เลย ข้าพเจ้าเกรงว่าจะไม่มีในโลกน่ะเจ้าค่ะ ขนาดดอกไม้ในรูปยังใช้เวลา 3 วันเลยกว่าจะบานขนาดว่าเอากลับบ้านมาแช่น้ำทันที
ทุกอย่างต้องมีการบ่มเพาะ มีแนวทางการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการพัฒนาของเรา เราจะโทษครูว่าสอนไม่ดีอย่างเดียวก็ไม่ได้ โดยส่วนตัวเรามองว่าแพลนการสอนในระบบการศึกษามันถูกออกแบบเป็นแนว collective คือ สำหรับทุกคน ใช่ค่ะ มันคือแบบแผนเพื่อใช้กับเด็กเป็นล้าน ๆ คน จะให้เค้ามาออกแบบเพื่อเด็กแต่ละคนทุก ๆ คนคงเป็นไปไม่ได้ แต่ว่าสิ่งที่เราทำได้คือประยุกต์แนวทางจากแบบแผนมาให้เหมาะกับตัวเรา คุณครูก็ต้องปรับให้เข้ากับนักเรียน นักเรียนก็ต้องลองหาวิธีปรับให้เข้ากับตัวเอง ทุกวันนี้มีสื่อการเรียนรู้เยอะมาก ๆ เอาจริง ๆ แทบไม่ต้องเรียนพิเศษภาษาอังกฤษกันด้วยซ้ำ เพราะถ้าเรียนแล้วไม่ฝึกบอกเลยว่าอย่าเรียนค่ะ เปลืองเงินผู้ปกครองมาก ๆ เราเสียดายเงินแทนตัวน้อง ๆ และ ผปค. ถ้านร.ที่ไม่อ่านทบทวนก่อนมาเรียน เราก็ไม่อยากสอนนะ มันจะไปได้ช้ามาก ๆ เหมือนรอให้ครูป้อนอย่างเดียวมันไม่ได้ ถ้าน้อง ๆ อยากได้การศึกษาแบบฝรั่ง มันคือการที่น้อง ๆ หาข้อมูลเองเกิน 50% ค่ะ ที่นี่สอนให้คิดวิเคราะห์กันเป็นส่วนใหญ่ ไปหาข้อมูลแล้วมานั่งอภิปรายกัน ตอน ป.โทก็โดนถามเรียงตัว ไม่พูดไม่ได้คะแนนก็มี
น้อง ๆ ที่กำลังอยู่ในช่วงมัธยมก็อย่ารอให้สายเกิน เคยได้ยินเด็กๆ บอกว่า เด๋วหนูเข้ามหาลัยค่อยฝึกค่ะ ถ้าวิธีนั้นมันเวิร์ค เด็กไทยพูดภาษาอังกฤษได้คล่องเกินค่อนประเทศแล้วค่ะ มันไม่ทันค่ะ ไม่อยากให้มาโอดครวญทีหลัง น้อง ๆ จะเป็นยังไงก็ได้ เรียนแบบไหนก็ได้ แค่ห้ามขี้เกียจ พักได้ถ้าเหนื่อย แต่อย่าหยุด ไม่ใช่ว่าระบบมันแย่เราจึงต้องพยายามกันให้มากขึ้น มันไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ ใส่พานประเคนให้เราอยู่แล้ว ให้มองว่าเราก็ทำเพื่อตัวเอง เพื่อประโยชน์ในอนาคต ถ้าอยากย้ายประเทศก็ต้องขยันเรียนภาษาและไม่ขี้เกียจค่ะ

IG: https://instagram.com/flyingessentials?igshid=YmMyMTA2M2Y=

20/03/2023

การเข้าปรึกษาจิตแพทย์ ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ
อย่ารอจนเกิดปัญหา แล้วค่อยมาแก้...
ทรรศนะบูรพา : Meaning of Life เดินทางหาความหมายด้านในของชีวิต (2 ม.ค. 62)
📌 ชมย้อนหลัง http://program.thaipbs.or.th/EastView/episodes/57966
➡️ www.facebook.com/groups/EastViewThaiPBS #ช่องหมายเลข3 #วาระปฏิรูป2561

อย่าได้รอช้า 💜
16/03/2023

อย่าได้รอช้า 💜

 #สมัครแอร์วันก่อนมันมี Memories ในสตอรี่อินสตาแกรมโผล่ขึ้นมา มันย้อนไปในปี 2019 ช่วง Ask Me Anything ตอนนั้นยังบินอยู่เ...
05/03/2023

#สมัครแอร์
วันก่อนมันมี Memories ในสตอรี่อินสตาแกรมโผล่ขึ้นมา มันย้อนไปในปี 2019 ช่วง Ask Me Anything ตอนนั้นยังบินอยู่เลยค่ะ เป็นช่วง 4-5 เดือนก่อนลาออก อาจจะช่วยเป็นไกด์ไลน์ให้สำหรับคนที่กำลังจะสมัครแอร์น้า ❤️✈️

(ย้าย) มาอยู่อเมริกามาจะครบปีแล้วน้า 🇺🇸 #ย้ายประเทศฝากกดไลค์ + ฟอลโลว์เดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟังว่ามาอยู่นี่ได้ยังไงค้า 🫣📍💚
05/03/2023

(ย้าย) มาอยู่อเมริกามาจะครบปีแล้วน้า 🇺🇸
#ย้ายประเทศ

ฝากกดไลค์ + ฟอลโลว์
เดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟังว่ามาอยู่นี่ได้ยังไงค้า 🫣📍💚

 #คิดไปเรื่อย วันนี้ คือ เอาจริง ๆ จะว่าไปเราก็มานั่งคิดว่า เออครูสอนภาษาหลาย ๆ คนรวมถึงเรา ก็ต้องมาคอยแชร์นักเรียนว่าฝึ...
24/02/2023

#คิดไปเรื่อย วันนี้ คือ

เอาจริง ๆ จะว่าไปเราก็มานั่งคิดว่า เออครูสอนภาษาหลาย ๆ คนรวมถึงเรา ก็ต้องมาคอยแชร์นักเรียนว่าฝึกภาษาอังกฤษแบบไหนดี เด็กบางคนก็พยายามมาก ๆ เราชื่นชม ขวนขวาย ขยัน ซึ่ง นร. แน็ตหลาย ๆ คนก็ขยันมาก ๆ มีพัฒนาการดีมาก แต่ก็นั่นแหละ วันนี้มานั่งฉุกคิดได้ว่า “แล้วทำไม ศธ. เค้าไม่พัฒนาหลักสูตรการสอนภาษาอังกฤษให้มันดีกว่านี้ เค้าจะได้ไม่ต้องมาขวยขวายแทบเป็นแทบตาย เสียตังเพิ่มอีกตอนโต??”
ซึ่งเอาเข้าจริงถ้าเรามาดูสถิติของประเทศในแถบ Scandinavian ประชากรเค้าพูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2 / 86% ของประชากรในสวีเดน และ เดนมาร์ก สามารถสื่อสารอังกฤษได้ในระดับดี , 90% ของประชากรในนอร์เวย์สื่อสารอังกฤษในระกับที่คล่องมาก ๆ ประเทศเยอรมันอยู่ในอันดับ 10 ในด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษ ตอนที่บินไปประเทศแถบ ๆ นั้นก็ไม่เคยมีปัญหาไม่มีข้าวกิน หรือ พูดกับใครไม่ได้นะ คือคนเค้าพูดอังกฤษเบสิค ๆ ได้หมด
เท่าที่ลองหาอ่านดู หนึ่งเหตุผลที่ทำให้เค้าไปได้ไกลก็อาจจะเป็นเพราะเค้าเปิดรับและเปิดโอกาสให้เด็กได้ใช้ภาษาอังกฤษนอกห้องเรียน แต่การเรียนอังกฤษในทวีปเอเชียจะเน้นเป็น text-based หรือเน้นแกรมม่าเป๊ะปัง หรือ เขียน มากกว่าพูด จริง ๆ เขียนก็สำคัญค่ะ แต่มันควรจะเรียนพูดก่อนเรียนเขียน ควรจะเริ่มให้เด็กได้เริ่มลองพูดโดยที่ไม่ต้องสนใจแกรมม่าก่อน พอเริ่มคุ้นชินก็ค่อย ๆ เพิ่มแกรมม่าเข้าไป ทั้งหมดนี้มันอยู่ที่วัฒนธรรมในการใช้ชีวิต sociology มีส่วนเกี่ยวข้องมาก ๆ คหสต. นะคะ ซึ่งเราเลยมองว่าถ้าจะปฏิรูปการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ มันต้องมีนักวิชาการหลายด้านเข้ามาช่วย ๆ กัน ไม่ใช่แค่ครูที่จบ โท หรือ เอก ด้านการสอนภาษาอังกฤษ แต่พูดไม่เป็น การที่มีคุณวุฒิด้านการออกแบบการสอนถือเป็นเรื่องที่ดีมากค่ะ แต่ถ้าเราไม่แม่นในวิชาที่เราสอน มันก็จะกระไรอยู่ เคยได้ยินเหมือนกันว่า ครูบางท่านเลือกสอนภาษาอังกฤษเพราะมันแค่สอนตามหนังสือ เราฟังแล้วก็ … อืมกูว่าล่ะ ทำไมประเทศกูไม่พัฒนาซะที ลาก่อนค่ะคุณผู้ฟัง
เราถือว่าโชคดีที่ป๊าม๊าเล็งเห็นว่า ภาษาอังกฤษ สำคัญมาก ๆ เค้าถามเราว่าอยากเป็นหมอมั้ย? เราบอกเราเฉย ๆ นะ เค้าเลยบอกให้เราทิ้งวิทย์-คณิตไปเลย โตมาเลยตกฟิสิกส์แล้วก็ร้องไห้กับ statistics (สถิติ) อยู่นี่ไง 😂
โพสต์นี้พูดในฐานะ คนที่ประสบภัยการเรียนอังกฤษแบบไทยจนถึง ม.3 แล้วก็ได้ย้ายโรงเรียน และ เข้ามหาวิทยาลัยนานาชาติ ทำให้ภาษาอังกฤษ ไม่ใช่เรื่องยากลำบาก ถ้าวันนั้นป๊าไม่ได้จับย้ายโรงเรียน อย่าได้คิดว่าจะมาอยู่อเมริกาหรือเรียนอะไรใด ๆ มาไกลขนาดนี้ เราคงไม่ได้มีโอกาสเป็น ครู อาจารย์สอนภาษาอังกฤษหรอก
ที่มาข้อมูล: EF proficiency index 2018
สถานที่ในภาพ: Smith Rock State Park, Bend, Oregon

20/08/2022

ทำไมลูกเรือมักจะได้ priority ตอนต้องผ่าน security check ที่สนามบิน?

คำถามนี้หลายๆคนสงสัยค่ะ บางคนถึงขั้นเคือง ว่าเอ้ย ต่อคิวสแกนกระเป๋า กำลังจะเดินผ่านเครื่องตรวจจับวัตถุแปลกปลอม ที่มันชอบดังปี๊บๆๆ ทำไมอยู่ๆลูกเรือเดินมา เค้าถึงให้ลัดคิวไปก่อน

ต้องขอเล่าอย่างงี้ค่ะว่า เวลาการทำงานของลูกเรือจะถูกกำหนดมาค่อนข้างเป๊ะ โดยเฉพาะ outstation หรือว่าที่ๆไม่ใช่ base ของตัวเอง อย่างเช่น เราอยู่ดูไบ นี่คือ base อยากจะออกจากบ้านกี่โมง เชิญจ้า ตราบใดที่ไปทันเวลาที่เค้ากำหนด แต่เวลาไป outstation ทุกคนต้องนั่งรถคันเดียวกันมาที่สนามบิน เราต้องตรงเวลา ไม่งั้นรถบัสทั้งคันต้องรอเราคนเดียว และเราจะทำให้ตารางเวลาของทั้งทีมพังไปด้วย (ถ้าลูกเรือลงมาเลท เพอเซอร์ อาจจะเขียนรีพอร์ตได้นะคะ ว่ามาช้า นั่นนี่นู่น) เวลาการเดินทางจากโรงแรมไปสนามบิน ก็ถูกประมาณไว้แล้ว รวมไปถึง duty ต่างๆที่ต้องทำตอนก้าวเท้าขึ้นเครื่องบินด้วย เพราะฉะนั้น เมื่อไปถึงสนามบิน เค้าจึงอำนวยความสะดวก ให้ลูกเรือได้ไปก่อน เพราะยังมีหลายอย่างต้องทำมากๆค่ะก่อนผู้โดยสารขึ้นเครื่อง วันไหนรถไม่ติด สบายไปค่ะ อาจจะมีเวลาได้เดินเล่นที่ duty free ในสนามบินบ้าง แต่วันไหนรถติด วิ่งไปที่เครื่องหูลู่เลยจ้า

เมื่อถึงเครื่องแล้ว เก็บข้าวของเสร็จ ไม่ใช่ว่ารอผู้โดยสารขึ้นเครื่องได้เลยนะคะ เราต้องทำ safety and security check ก่อนค่ะ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีใครเอาสิ่งแปลกปลอมมาซุกซ่อนและเป็นอันตรายกับเราทุกคน (บางทีเจอของแปลกๆ ของเล่นเด็ก ถุง duty free ที่ผู้โดยสารลืมไว้ ก็หลอนอะไรกันไป ว่าเอ๊ะ นี่ลืมจริงๆ หรือวางระเบิดเครื่องบินกันแน่วะ จะจับก็กล้าๆกลัวๆ 555) รวมไปถึงเช็คอุปกรณ์ต่างๆ ถังดับเพลิง ถังอ็อกซิเจน ประตูทางออกฉุกเฉิน ว่าพร้อมใช้งานเมื่อจำเป็น คงไม่มีใครอยากจะไม่สบายบนเครื่อง แล้วแอร์เดินมาบอกว่า ขอโทษทีค่ะ อ็อกซิเจนไม่พอ ใช่มั๊ยคะ ห้องน้ำ ก็เช็คกันทุกซอกมุมเลยค่ะ เอาชัวร์ค่ะ ทุกคนต้องปลอดภัย

ยังค่ะ ยัง ยังไม่จบ ตอนเราบิน เราต้องเอาผ้าห่มวางบนทุกที่นั่งของเครื่องด้วยค่ะ พนักงานทำความสะอาด จะเปลี่ยนปลอกหมอน และวางหมอนไว้ให้ แต่ลูกเรือจะเป็นคนวางผ้าห่มและหูฟังค่ะ (แต่บาง station พนักงานทำความสะอาดจะวางผ้าห่มให้เลย โอ้โห ดีใจน้ำตาไหล) อาหารก็เป็นอีกเรื่องที่ลูกเรือต้องเช็คค่ะ ยิ่งมีอาหารพิเศษ เช่น อาหารคนเป็นเบาหวาน อาหารเด็ก อาหารมังสวิรัติ พวกนี้ต้องละเอียดหน่อยค่ะ เพราะเค้าสั่งเฉพาะเจาะจงมาเพราะปัญหาทางสุขภาพหรือความเชื่อต่างๆ ถ้าพลาดไปอาจจะซวยได้

นี่ล่ะค่ะก็คือ duty คร่าวๆที่ลูกเรือต้องทำก่อนผู้โดยสารขึ้นเครื่องค่ะ บางทีผู้โดยสารยังไม่มา ลูกเรือเหงื่อตกถึงเอวละจ้า เหนื่อยอยู่ๆ 555 ดังนั้น ใครเห็นลูกเรือได้ไปก่อน ได้ลัดคิว อย่าโกรธกันเลยน้า ไม่ได้จะใช้อภิสิทธิ์ใดๆเลย งานเก๊าเยอะจริงๆตัวเอง

Photo credit : https://knaviation.net/review-cathay-pacific-first-777-300er-bkk-hkg/

ที่อยู่

Phetkasem Road
Bangkok
10160

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ A 24-Hour Taleผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง A 24-Hour Tale:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram

เรื่องมีอยู่ว่า

ภท มีโอกาสได้ไปเที่ยวรอบโลกเพราะการเป็นแอร์ แต่การเป็นแอร์ เราก็จะอยู่ได้ไม่เกิน 24 ชม. มันก็เลยเป็นที่มาของคำว่า เรื่องเล่าของ 24 ชั่วโมง หรือ a 24-hour tale :)