Oh My Gut: ลำไส้แปรปรวน

Oh My Gut: ลำไส้แปรปรวน แอดทำเพจนี้เพื่อแชร์ประสบการณ์ตรงในการคุมอาหารและความรู้เกี่ยวกับอาการลำไส้แปรปรวน

This page was created to share our diet and knowledge about IBS.

30/12/2025

มีเคล็บลับสำหรับคนที่ท้องผูกบ่อยๆ จากลำไส้แปรปรวนมาบอก
รอเลยนะค้า

ทำไม IBS ถึงเกี่ยวข้องกับภาวะซึมเศร้า??? 1. แกนลำไส้–สมอง (Gut–Brain Axis)ลำไส้กับสมองสื่อสารกันตลอดเวลา ผ่านเส้นประสาท ...
13/12/2025

ทำไม IBS ถึงเกี่ยวข้องกับภาวะซึมเศร้า???

1. แกนลำไส้–สมอง (Gut–Brain Axis)
ลำไส้กับสมองสื่อสารกันตลอดเวลา ผ่านเส้นประสาท วิตามิน สารสื่อประสาท
• เซโรโทนินกว่า 90% ถูกสร้างที่ลำไส้
• เมื่อการทำงานของลำไส้ผิดปกติ อารมณ์ก็ได้รับผลตามไปด้วย
2. ความเครียดและอาการเรื้อรัง
อาการปวดท้อง ท้องเสีย/ท้องผูกเรื้อรัง
→ ทำให้กังวล ใช้ชีวิตยาก
→ เสี่ยงเกิด ซึมเศร้า วิตกกังวล เหนื่อยล้า หมดหวัง
3. จุลชีพในลำไส้ (Gut microbiome)
คนที่เป็น IBS มักมีสมดุลแบคทีเรียลำไส้ผิดปกติ
ซึ่งมีผลต่ออารมณ์ การนอน และความเครียด
4. ภาวะซึมเศร้าก็ทำให้อาการ IBS แย่ลงได้เช่นกัน
เป็นวงจรที่ส่งผลกันไปมา ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งล้วน ๆ

สัญญาณที่ควรระวัง!!!

หากคุณมี IBS ร่วมกับอาการเหล่านี้ ควรให้ความสำคัญมากขึ้นค่ะ
• เบื่อ ไม่อยากทำอะไร
• เหนื่อยง่าย นอนไม่หลับ หรือหลับมากเกิน
• รู้สึกผิด โทษตัวเอง
• รู้สึกชีวิตไม่มีคุณค่า
• อาการลำไส้แย่ลงเวลาเครียดหรือเศร้า

ดูแลอย่างไรให้ดีขึ้น???

ควรดูแลทั้ง “ลำไส้” และ “ใจ” ไปพร้อมกัน
• ปรับอาหาร (เช่น low FODMAP ตามคำแนะนำแพทย์)
• ดูแลการนอน ออกกำลังกายเบา ๆ
• เทคนิคผ่อนคลาย: หายใจลึก ๆ, mindfulness, โยคะ
• จิตบำบัด (เช่น CBT) → ช่วย IBS ได้จริง
• ยาบางชนิดช่วยทั้งอารมณ์และอาการลำไส้ (แพทย์จะเป็นผู้พิจารณา)

ความสำคัญของจุลินทรีย์ในลำไส้?จุลินทรีย์ชนิดดีในลำไส้ช่วยรักษาสมดุล ปกป้องร่างกายจากเชื้อโรค สนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน และ...
23/09/2025

ความสำคัญของจุลินทรีย์ในลำไส้?
จุลินทรีย์ชนิดดีในลำไส้ช่วยรักษาสมดุล ปกป้องร่างกายจากเชื้อโรค สนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน และลดการอักเสบ นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างวิตามินเคและกรดไขมันสายสั้นที่เสริมความแข็งแรงของผนังลำไส้และลดความเสี่ยงมะเร็งด้วย

โปรไบโอติกส์ช่วยบรรเทา IBS ได้อย่างไร?
โปรไบโอติกส์ คือ จุลินทรีย์ดีที่ช่วยปรับสมดุลในลำไส้ ลดการอักเสบ และเสริมระบบภูมิคุ้มกัน งานวิจัยชี้ว่าการรับประทานโปรไบโอติกส์ช่วยบรรเทาอาการลำไส้แปรปรวน (IBS) และลำไส้อักเสบ (IBD) รวมถึงป้องกันท้องเสียจากการใช้ยาปฏิชีวนะ

อาหารส่งผลต่อจุลินทรีย์ในลำไส้อย่างไร?
อาหารที่รับประทานมีผลมาก เช่น อาหารหวานและอาหารไขมันสูงทำให้จุลินทรีย์ชนิดไม่ดีเพิ่มขึ้น และอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ เช่น ภาวะดื้อต่ออินซูลิน การใช้ยาปฏิชีวนะก็ลดจุลินทรีย์ดีในลำไส้ได้

แหล่งอาหารโปรไบโอติกส์และพรีไบโอติกส์?
- โปรไบโอติกส์ พบในโยเกิร์ต กะหล่ำปลีดอง กิมจิ ชาหมักคอมบูชา คีเฟอร์
- พรีไบโอติกส์ พบในพืชตระกูลถั่ว ข้าวโอ๊ต กล้วย ผลเบอร์รี่ หน่อไม้ฝรั่ง หัวหอม

ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์โปรไบโอติกส์?
โดยทั่วไปปลอดภัยและเป็นธรรมชาติ แต่อาจมีอาการท้องเสีย ท้องอืดในช่วงแรก และควรระวังในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือป่วยหนัก ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ โปรไบโอติกส์มีหลายชนิดและแต่ละคนอาจเหมาะกับโปรไบโอติกส์ต่างชนิดกันค่ะ แนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางนะคะ

*ขอบคุณข้อมูลจาก BDMSWellness และแหล่งข้อมูลที่อ้างอิงด้วยค่ะ*

#พรีไบโอติกส์ #โปรไบโอติกส์ #ลำไส้แปรปรวน #ท้องอืด #รวมพลคนท้องอืด

ชาวลำไส้แปรปรวนยังบริโภคนมวัวได้นะคะ !!!นมปราศจากแลคโตสเป็นตัวเลือกเครื่องดื่มที่ดีสำหรับผู้ที่แพ้แลคโตสหรือมีปัญหาเกี่ย...
20/07/2025

ชาวลำไส้แปรปรวนยังบริโภคนมวัวได้นะคะ !!!

นมปราศจากแลคโตสเป็นตัวเลือกเครื่องดื่มที่ดีสำหรับผู้ที่แพ้แลคโตสหรือมีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้แปรปรวน (IBS) และต้องการรสชาติของอาหารที่มีส่วนผสมของนม
แลคโตสเป็นน้ำตาลที่พบในผลิตภัณฑ์นม ผู้ที่แพ้แลคโตส เป็นคนที่ขาดเอนไซม์แลคเทส ซึ่งช่วยย่อยสลายน้ำตาลแลคโตสในลำไส้ เมื่อแลคโตสที่ยังไม่ได้ย่อยลงไปในลำไส้ใหญ่ จะดึงน้ำเข้าสู่ลำไส้และสร้างแก๊ส ทำให้เกิดอาการไม่สบายท้อง
นมชนิดนี้เกิดจากการเติมเอนไซม์แลคเทสลงไป เพื่อช่วยย่อยสลายแลคโตสให้เรา และเนื่องจากแลคโตสถูกย่อยสลาย จึงทำให้นมปราศจากแลคโตสมีรสชาติหวานกว่านมปกติเล็กน้อย แต่ปริมาณสารอาหารอื่นๆ ในนมจะไม่เปลี่ยนแปลง คุณจึงยังได้รับประโยชน์ทางโภชนาการเหมือนกับนมปกติ นมวัวเป็นแหล่งโปรตีนและแคลเซียมที่ดี ซึ่งสำคัญต่อการบำรุงกระดูกและกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ยังมีวิตามินเอ บี ดี ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ซึ่งแต่ละชนิดมีบทบาทในการส่งเสริมสุขภาพโดยรวมของเราค่ะ

Lactose-free milk can be a great beverage option for those who are lactose intolerant or have IBS and are missing the taste of dairy foods.

Lactose is the sugar found in dairy products. For those who are lactose intolerant, they lack the enzyme, lactase, that helps break down this ‘dairy sugar’ in their gut. As the undigested lactose continues to sit in the intestinal tract and reaches the large intestine, it pulls water into the bowel and produces gas that could cause unpleasant gastrointestinal symptoms.

Lactose-free milk is made by adding lactase to the product during manufacturing, so it breaks down the lactose for you! As the lactose is broken down, lactose-free milk has a slightly sweeter taste than its lactose-containing counterpart. During this process, the amount of other nutrients found in milk is not altered, meaning that you can still get the same nutritional benefits from lactose-free milk as you would in regular milk. Dairy milk is a great source of protein and calcium, which are essential for supporting bone and muscle health. Other nutrients found in milk include vitamin A, Bs, D, phosphorus and potassium, which all play different roles in supporting our general wellbeing.

13/07/2025

อรุณสวัสดิ์ชาวลำไส้แปรปรวนค่า
แอดจะมาแชร์การจดบันทึกช่วงแรกของการดูแลอาการลำไส้แปรปรวนให้ดูเร็วๆนี้นะค้า
ขอไปทำการบ้านก่อน☺️

คุณหมออธิบายได้ดีเลยทีเดียว อยากให้ลองฟังกันดูนะคะ
11/07/2025

คุณหมออธิบายได้ดีเลยทีเดียว
อยากให้ลองฟังกันดูนะคะ

รายละเอียดของอาหาร FODMAP ที่ควรหลีกเลี่ยงในคนไข้ IBS สามารถไปดูรายละเอียดได้ตามนี้ครับhttps://www.ibsdiets.org/fodmap-diet/fodmap-food-list/สาม.....

เนื่องจากลำไส้มีตัวรับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปตามรอบเดือน ได้แก่ ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน งานวิจัยพบว่าผู้หญิงที่เ...
14/05/2025

เนื่องจากลำไส้มีตัวรับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปตามรอบเดือน ได้แก่ ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน งานวิจัยพบว่าผู้หญิงที่เป็น IBS จะมีลำไส้ที่ไวขึ้นในช่วงเวลาที่มีประจำเดือน ซึ่งเป็นช่วงที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนลดต่ำสุด ซึ่งมีผลต่อการบีบตัวของกล้ามเนื้อเรียบในลำไส้ ทำให้การเคลื่อนที่ของอาหารในระบบทางเดินอาหารเปลี่ยนแปลงไป และอาจทำให้เกิดอาการท้องเสีย ท้องผูก หรือปวดท้องมากขึ้นในช่วงประจำเดือน
ดังนั้น สาวๆที่เป็น IBS อาจมีอาการต่างๆแย่ลงในช่วงก่อนและระหว่างมีประจำเดือนได้นะคะ
คำแนะนำสำหรับหญิงที่มีโรคลำไส้แปรปรวน (IBS) และมีประจำเดือน ได้แก่
• ปรับพฤติกรรมการกินอาหาร เลือกรับประทานอาหารมื้อเล็กลงแต่บ่อยขึ้น หลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นอาการ เช่น อาหารแปรรูป คาเฟอีน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอาหารที่ย่อยยากหรือก่อแก๊ส เช่น ถั่ว ผลิตภัณฑ์จากข้าวสาลี
• รับประทานอาหารที่มีเส้นใยละลายน้ำสูง เช่น กล้วย แอปเปิ้ล แครอท และดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยเรื่องท้องผูก และหลีกเลี่ยงเส้นใยไม่ละลายน้ำในช่วงท้องเสีย
• ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น โยคะ เดิน วิ่ง หรือว่ายน้ำ เพื่อช่วยลดความเครียดและกระตุ้นระบบขับถ่าย
• ฝึกขับถ่ายเป็นเวลา ไม่อั้นถ่ายเมื่อรู้สึกปวด เพื่อป้องกันอาการท้องผูก
• จดบันทึกอาการเพื่อสังเกตและวางแผนจัดการอาการได้ดียิ่งขึ้น
หากอาการ IBS รุนแรงหรือส่งผลต่อชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม

ขอบคุณข้อมูลจาก และรพ.สมิติเวชค่ะ

สวัสดีค่า เนื่องจากหลังๆมานี้ แอดไม่ค่อยมีเวลา เพราะเป็นแม่บ้านเต็มตัว เลยจะขอมาให้ความรู้จากประสบการณ์และข้อมูลที่เจอไป...
02/05/2025

สวัสดีค่า เนื่องจากหลังๆมานี้ แอดไม่ค่อยมีเวลา เพราะเป็นแม่บ้านเต็มตัว เลยจะขอมาให้ความรู้จากประสบการณ์และข้อมูลที่เจอไปพลางก่อนนะคะ

จากโพสนี้นะคะ….

การวินิจฉัยโรคลำไส้แปรปรวน (IBS) ค่อนข้างท้าทายเพราะไม่มีการตรวจเฉพาะที่สามารถยืนยันโรคนี้ได้โดยตรง แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติอาการ ประวัติทางการแพทย์ และยาที่รับประทาน เพื่อประเมินและคัดกรองโรคอื่นที่อาจมีอาการคล้ายกันก่อน

แพทย์จะสังเกตอาการ "สัญญาณเตือน" ที่อาจบ่งชี้โรคอื่น เช่น
- น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
- ประวัติครอบครัวเป็นโรคลำไส้
- เริ่มมีอาการหลังอายุ 50 ปี
- มีเลือดออกทางทวารหนักหรือมีภาวะโลหิตจาง
- ท้องเสียเรื้อรังหรือถ่ายกลางคืน
- อาเจียนซ้ำ ๆ
- มีไข้
- อาการรุนแรงหรือแย่ลงเรื่อย ๆ

แพทย์จะต้องแยกโรคอื่นที่มีอาการคล้าย IBS เช่น โรคซีเลียก (Coeliac Disease), โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Inflammatory Bowel Disease), และโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis)

การตรวจที่มักพบในท้องตลาดแต่ไม่ได้ช่วยวินิจฉัย IBS จริง ๆ ได้แก่ การตรวจลมหายใจ, การตรวจภูมิแพ้อาหารชนิด IgG, และการตรวจเชื้อแบคทีเรียในอุจจาระ

หากไม่มีสัญญาณเตือนและโรคอื่น ๆ ถูกตัดออกแล้ว แพทย์จะวินิจฉัยว่าเป็น IBS โดยอิงตามกลุ่มอาการ เช่น ปวดท้องสัมพันธ์กับการขับถ่ายที่เปลี่ยนแปลงไป

ถ้าคุณมีอาการทางเดินอาหารหรืออาการที่กล่าวมา ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมค่ะ

พอดีมาเจอโพสนี้ ซึ่งเตือนให้ชาว IBS (ลำไส้แปรปรวน) ควรระมัดระวังในการบริโภค เพราะมีคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ถูกกับชาว IBS ค่ะ 1...
19/03/2025

พอดีมาเจอโพสนี้ ซึ่งเตือนให้ชาว IBS (ลำไส้แปรปรวน) ควรระมัดระวังในการบริโภค เพราะมีคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ถูกกับชาว IBS ค่ะ

1. กลุ่มโอลิโกส์ ได้แก่ กระเทียม(รวมถึงสิ่งที่สกัดออกมาจากกระเทียม) หอมใหญ่(รวมถึงสิ่งที่สกัดออกมาจากหอมใหญ่) ข้าวสาลี ข้าวไรย์ ข้าวบาร์เลย์ อินูลิน ชิคโครี(รวมถึงรากและสิ่งที่สกัดออกมา) ฟรุกแตน ฟรุกโกโอลิโกแซคคาไรด์

2. กลุ่มแลคโตส ได้แก่ นม นมผง เนื้อนม

3. กลุ่มโพลิออลส์ ได้แก่ ซอบิทอล แมนนิทอล ไซลิทอล มอลทิทอล ไอโซมอลต์ แลคทิทอล มักพบได้ในพวกหมากฝรั่ง ไอศครีม โยเกิร์ต เบเกอรี่ เป็นต้น

4. กลุ่มฟรุกโตส ได้แก่ น้ำผึ้ง น้ำเชื่อมข้าวโพด น้ำเชื่อมฟรุกโตส น้ำผลไม้ น้ำผลไม้เข้มข้น คริสตัลฟรุกโตส น้ำเชื่อมอากาเว่ น้ำตาลผลไม้ ผลไม้อบแห้ง

แต่ยังไม่หมดนะคะ แต่นี่คือตัวหลักๆที่ทำให้พวกเราชาว IBS มีอาการท้องอืดค่ะ นอกจากพวกขนม นม เนยแล้ว เหล่าผักและผลไม้หลายอย่างเลยที่เราไม่ควรกิน หรือกินในปริมาณน้อยๆ นะคะ

ใครกินอะไรแล้วท้องอืดบ้างคะ มาแชร์กันได้นะค้า 😊

FODMAPs (Fermentable Oligosaccharides, Disaccharides, Monosaccharides, and Polyols) คือ กลุ่มของคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยได้ยา...
21/02/2025

FODMAPs (Fermentable Oligosaccharides, Disaccharides, Monosaccharides, and Polyols) คือ กลุ่มของคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยได้ยากในลำไส้เล็ก ซึ่งประกอบด้วย:
• Oligosaccharides: เช่น ฟรุกแทนและกาแลคโต-โอลิโกแซ็กคาไรด์ พบในข้าวสาลี, หัวหอม, กระเทียม และพืชตระกูลถั่ว
• Disaccharides: เช่น แลคโตส ซึ่งพบในผลิตภัณฑ์นม เช่น นม, โยเกิร์ต และชีส
• Monosaccharides: เช่น ฟรุกโตส ซึ่งมีอยู่ในผลไม้บางชนิด เช่น แอปเปิ้ลและลูกแพร์ รวมถึงน้ำเชื่อมข้าวโพดฟรุกโตสสูง
• Polyols: น้ำตาลแอลกอฮอล์ เช่น ซอร์บิทอลและมานนิโทล มักพบในผลไม้บางชนิดและใช้เป็นสารให้ความหวานในผลิตภัณฑ์ปราศจากน้ำตาล
• Galacto-oligosaccharides (GOS): เป็นกลุ่มย่อยของโอลิโกแซ็กคาไรด์ที่พบในอาหารบางชนิด เช่น ถั่วเหลือง
• Fructo-oligosaccharides (FOS): อีกกลุ่มหนึ่งของโอลิโกแซ็กคาไรด์ที่พบในอาหารเช่น กระเทียมและหัวหอม

การบริโภคอาหารที่มี FODMAP สูงสามารถกระตุ้นอาการ IBS เนื่องจากเมื่อคาร์โบไฮเดรตเหล่านี้ไม่ถูกย่อยในลำไส้เล็ก จะถูกส่งไปยังลำไส้ใหญ่และเกิดการหมัก ส่งผลให้เกิดแก๊สและอาการท้องอืดค่ะ

ดังนั้น การรับประทานอาหารที่มี FODMAP ต่ำ (Low FODMAP Diet) เป็นวิธีการที่ช่วยลดอาการ IBS โดยการหลีกเลี่ยงอาหารที่มี FODMAP สูงเป็นระยะเวลา 2-6 สัปดาห์ เพื่อให้ระบบย่อยอาหารได้พักและบรรเทาอาการ หลังจากนั้นสามารถทดลองกลับไปทานอาหาร FODMAP สูงทีละกลุ่มเพื่อระบุว่าอาหารใดทำให้เกิดอาการบ้าง

การปรับเปลี่ยนนี้ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถจัดการกับอาการได้ดีขึ้น และกลับมาทานอาหารที่หลากหลายได้อีกครั้งเมื่อรู้ตัวว่าอาหารจานไหนที่กระตุ้นอาการค่ะ

ส่วนมื้อกลางวันนี่ แอดไปกินก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟมา หลังจากกินไป 15 นาที ก็ท้องอืดมากเลย สงสัยคงเป็นเพราะซอสเย็นตาโฟแน่ๆ 😅

มื้อเที่ยงของทุกคนเป็นยังไงกันบ้างคะ?

FODMAPs (Fermentable Oligosaccharides, Disaccharides, Monosaccharides, and Polyols) คือ กลุ่มของคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยได้ยา...
21/02/2025

FODMAPs (Fermentable Oligosaccharides, Disaccharides, Monosaccharides, and Polyols) คือ กลุ่มของคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยได้ยากในลำไส้เล็ก ซึ่งประกอบด้วย:
• Oligosaccharides: เช่น ฟรุกแทนและกาแลคโต-โอลิโกแซ็กคาไรด์ พบในข้าวสาลี, หัวหอม, กระเทียม และพืชตระกูลถั่ว
• Disaccharides: เช่น แลคโตส ซึ่งพบในผลิตภัณฑ์นม เช่น นม, โยเกิร์ต และชีส
• Monosaccharides: เช่น ฟรุกโตส ซึ่งมีอยู่ในผลไม้บางชนิด เช่น แอปเปิ้ลและลูกแพร์ รวมถึงน้ำเชื่อมข้าวโพดฟรุกโตสสูง
• Polyols: น้ำตาลแอลกอฮอล์ เช่น ซอร์บิทอลและมานนิโทล มักพบในผลไม้บางชนิดและใช้เป็นสารให้ความหวานในผลิตภัณฑ์ปราศจากน้ำตาล
• Galacto-oligosaccharides (GOS): เป็นกลุ่มย่อยของโอลิโกแซ็กคาไรด์ที่พบในอาหารบางชนิด เช่น ถั่วเหลือง
• Fructo-oligosaccharides (FOS): อีกกลุ่มหนึ่งของโอลิโกแซ็กคาไรด์ที่พบในอาหารเช่น กระเทียมและหัวหอม

การบริโภคอาหารที่มี FODMAP สูงสามารถกระตุ้นอาการ IBS เนื่องจากเมื่อคาร์โบไฮเดรตเหล่านี้ไม่ถูกย่อยในลำไส้เล็ก จะถูกส่งไปยังลำไส้ใหญ่และเกิดการหมัก ส่งผลให้เกิดแก๊สและอาการท้องอืดค่ะ

ดังนั้น การรับประทานอาหารที่มี FODMAP ต่ำ (Low FODMAP Diet) เป็นวิธีการที่ช่วยลดอาการ IBS โดยการหลีกเลี่ยงอาหารที่มี FODMAP สูงเป็นระยะเวลา 2-6 สัปดาห์ เพื่อให้ระบบย่อยอาหารได้พักและบรรเทาอาการ หลังจากนั้นสามารถทดลองกลับไปทานอาหาร FODMAP สูงทีละกลุ่มเพื่อระบุว่าอาหารใดทำให้เกิดอาการบ้าง

การปรับเปลี่ยนนี้ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถจัดการกับอาการได้ดีขึ้น และกลับมาทานอาหารที่หลากหลายได้อีกครั้งเมื่อรู้ตัวว่าอาหารจานไหนที่กระตุ้นอาการค่ะ

ส่วนมื้อกลางวันนี่ แอดไปกินก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟมา หลังจากกินไป 15 นาที ก็ท้องอืดมากเลย สงสัยคงเป็นเพราะซอสเย็นตาโฟแน่ๆ 😅

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Oh My Gut: ลำไส้แปรปรวนผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์