Hank Travel/work Visa Agency Ltd

Hank Travel/work Visa Agency Ltd ดีบูน Dboone ฟื้นฟูข้อเสื่อม ปวดข้อ ปวดเข่า ปวดหลัง ปวดสะโพก บำรุงกระดูก ไขข้อ ขาย ดีบูน-วิน ให้คำปรึกษา ดูแลสุขภาพ กระดูกและข้อต่อ

05/05/2022

💥💥💥💥💥💥💥💥💥💥💥💥💥
💫จดรับรองถูกต้อง 💫
🎯ดีบูน (แบบผง)เลขที่ อย. 10-1-15456-5-0002

♻ขนาดบรรจุ♻
ดีบูนผง 1 กล่อง มี 5 ซอง ราคา 1,085.-

ปรึกษา/สั่งซื้อ
โทรเลย
☎️ 083 790 5093 (วิน ดีบูน) ปรึกษาฟรี
☎️ 097 272 7107
หรือคลิ๊กเพิ่มเพื่อนได้เลยครับ !
https://lin.ee/cOgvMrr

โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis)คือโรคที่ความหนาแน่นและมวลของกระดูกลดน้อยลง กระดูกเสื่อม เปราะบางผิดรูปและแตกหักได้ง่าย บางร...
05/05/2022

โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis)
คือโรคที่ความหนาแน่นและมวลของกระดูกลดน้อยลง กระดูกเสื่อม เปราะบางผิดรูปและแตกหักได้ง่าย บางรายทำให้ส่วนสูงลดลงเพราะกระดูกผุกร่อน กระดูกจะไม่สามารถทำงานหรือเคลื่อนไหวได้ตามปกติ เช่น การทนรับน้ำหนัก แรงกระแทก หรือแรงกดได้น้อยลง เนื่องจากความเจ็บปวดจากรอยแตกร้าวภายใน ไปจนถึงการแตกหักของกระดูกส่วนสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลทำให้พิการได้ เช่น กระดูกสันหลัง ซึ่งเป็นศูนย์กลางเส้นประสาทที่ควบคุมการเคลื่อนไหวเสื่อม บาง แตกร้าว หรือหัก

อาการของโรคกระดูกพรุน

คนที่ป่วยเป็นโรคกระดูกพรุนมักจะทราบว่าตนป่วยเมื่อมีอาการแสดงไปแล้ว และยังมีอาการบ่งชี้อื่น ๆ ควรใส่ใจสังเกตอาการเพื่อให้สามารถรักษาได้ทันการณ์ ดังนี้

* กระดูกแตกหักได้ง่ายแม้ถูกกระแทกไม่รุนแรง
* ปวดหลังเรื้อรัง
* หลังงอความสูงลดลง

สาเหตุของโรคกระดูกพรุน

กระดูกจะมีเซลล์สร้างกระดูก (Osteoblast) ทำหน้าที่สร้างกระดูกขึ้นมาใหม่จากแคลเซียมและโปรตีน ตามกระบวนการการเจริญเติบโตของร่างกายและทดแทนกระดูกส่วนที่สึกหรอ และมีเซลล์สลายกระดูก (Osteoclast) ทำหน้าที่ย่อยสลายเนื้อกระดูกเก่า
โรคกระดูกพรุนเกิดจากการทำงานที่ไม่สมดุลกันของเซลล์กระดูก ทำให้มีการสลายกระดูกมากกว่าการสร้างกระดูก อาจเพราะมีปริมาณแคลเซียมในร่างกายไม่เพียงพอต่อกระบวนการสร้างกระดูก หรืออาจมีความผิดปกติของเซลล์กระดูก

* ในการทำงานของต่อมและอวัยวะต่าง ๆ - เช่น ต่อมไทรอยด์ ต่อมพาราไทรอยด์ ต่อมหมวกไตไตและตับทำงานผิดปกติโรคและ การเจ็บป่วย ผู้ป่วยที่มีภาวะกระดูกพรุนอาจเกิดจากการเจ็บป่วยด้วยโรคต่าง ๆ เช่น โรคที่เกี่ยวข้องกับตับ ไต กระเพาะ ลำไส้อักเสบ โรคทางเดินอาหาร กรดไหลย้อน โรคความผิดปกติทางการกิน โรคภูมิแพ้ตัวเอง โรคแพ้กลูเตน โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคมะเร็งเม็ดเลือด โรคมะเร็งกระดูก

* การบริโภค กินอาหารที่มีแคลเซียมไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในการสร้างกระดูกและการเจริญเติบโต กินอาหารที่ทำให้แคลเซียมเสียสมดุล อย่างอาหารจำพวกโปรตีนจากเนื้อสัตว์ซึ่งมีความเป็นกรดสูง น้ำอัดลม ชา กาแฟ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ติดต่อกันปริมาณมากเป็นเวลานาน

* การใช้ยา ผู้ที่ป่วยและต้องรักษาด้วยการใช้ยาบางชนิดติดต่อกันเป็นเวลานาน เช่น กลุ่มยาสเตียรอยด์ ก็มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุนเช่นกัน เพราะตัวยาบางชนิดจะออกฤทธิ์ไปรบกวนกระบวนการสร้างกระดูก เช่น ยาเพรดนิโซโลน (Prednisolone) มีฤทธิ์ต่อระบบภูมิคุ้มกัน ใช้รักษาอาการอักเสบและใช้รักษาร่วมในหลายโรค อย่างหอบหืดหรือลมพิษ

* การใช้ชีวิตประจำวัน การนั่งหรืออยู่ในอิริยาบถท่าใดท่าเดิมเป็นเวลานานหรือการทำงานที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายอย่างหักโหมล้วนส่งผลต่อสุขภาพกระดูกทั้งสิ้น ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ก่อความเสี่ยงให้เกิดโรคสูง

* อายุ ด้วยวัยที่เพิ่มมากขึ้น กระบวนการเจริญเติบโตของร่างกายจะเริ่มช้าลง กระบวนการทดแทนกระดูกส่วนที่สึกหรอก็จะเป็นไปได้ช้าหากร่างกายขาดแคลเซียมในปริมาณที่จำเป็นต่อการสร้างกระดูก ก็จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุน เมื่อแก่ตัวลง กระดูกก็จะบาง เปราะ แตกหักง่ายหากได้รับการกระเทือนแม้ไม่รุนแรงก็ตาม เช่น การล้ม การกระแทก

* ฮอร์โมน การลดระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ในเพศหญิง อย่างการเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กระดูกพรุนและเปราะบางลง ส่วนในเพศชายจะมีความเสี่ยงเกิดโรคกระดูกพรุนเมื่อมีการผลิตฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน (Testosterone) ลดน้อยลง

* กรรมพันธุ์ - ผู้ที่มีญาติใกล้ชิดทางสายเลือดที่มีประวัติป่วยเป็นโรคกระดูกพรุน ก็มีความเสี่ยงที่จะได้รับพันธุกรรมโรคดังกล่าวไปด้วย

* ความผิดปกติในการทำงานของต่อมและอวัยวะต่าง ๆ - เช่น ต่อมไทรอยด์ ต่อมพาราไทรอยด์ ต่อมหมวกไต ไตและตับทำงานผิดปกติ

* โรคและการเจ็บป่วย - ผู้ป่วยที่มีภาวะกระดูกพรุนอาจเกิดจากการเจ็บป่วยด้วยโรคต่าง ๆ เช่น โรคที่เกี่ยวข้องกับตับ ไต กระเพาะ ลำไส้อักเสบ โรคทางเดินอาหาร กรดไหลย้อน โรคความผิดปกติทางการกิน โรคภูมิแพ้ตัวเอง โรคแพ้กลูเตน โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคมะเร็งเม็ดเลือด โรคมะเร็งกระดูก

* การบริโภค - กินอาหารที่มีแคลเซียมไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในการสร้างกระดูกและการเจริญเติบโต กินอาหารที่ทำให้แคลเซียมเสียสมดุล อย่างอาหารจำพวกโปรตีนจากเนื้อสัตว์ซึ่งมีความเป็นกรดสูง น้ำอัดลม ชา กาแฟ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ติดต่อกันปริมาณมากเป็นเวลานาน

* การใช้ยา - ผู้ที่ป่วยและต้องรักษาด้วยการใช้ยาบางชนิดติดต่อกันเป็นเวลานาน เช่น กลุ่มยาสเตียรอยด์ ก็มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุนเช่นกัน เพราะตัวยาบางชนิดจะออกฤทธิ์ไปรบกวนกระบวนการสร้างกระดูก เช่น ยาเพรดนิโซโลน (Prednisolone) มีฤทธิ์ต่อระบบภูมิคุ้มกัน ใช้รักษาอาการอักเสบและใช้รักษาร่วมในหลายโรค อย่างหอบหืดหรือลมพิษ

* การใช้ชีวิตประจำวัน - การนั่งหรืออยู่ในอิริยาบถท่าใดท่าเดิมเป็นเวลานาน หรือการทำงานที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายอย่างหักโหมล้วนส่งผลต่อสุขภาพกระดูกทั้งสิ้น ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ก่อความเสี่ยงให้เกิดโรคสูง

💥 หากคุณ! กำลังมีปัญหา กระดูกพรุน ปวดเข่า ปวดข้อกระดูก ปวดหลังสะโพก ข้อเสื่อม

อย่ารอช้า ! โทรด่วน ‼️
083 790 5093

ป้องกันและแก้ไขปัญหาข้อและกระดูกเสื่อม โดยใช้สารสกัดธรรมชาติไม่มีสารเคมีตกค้าง
สนใจคลิก
https://lin.ee/cOgvMrr

โรคพังผืดใต้ผ่าเท้าอักเสบ โรครองช้ำเคยหรือไม่ที่มีอาการเจ็บที่ส้นเท้าจนลามไปทั่วฝ่าเท้า โดยเฉพาะจะมีอาการปวดมากที่สุดเมื...
23/04/2022

โรคพังผืดใต้ผ่าเท้าอักเสบ โรครองช้ำ

เคยหรือไม่ที่มีอาการเจ็บที่ส้นเท้าจนลามไปทั่วฝ่าเท้า โดยเฉพาะจะมีอาการปวดมากที่สุดเมื่อลุกเดินก้าวแรกหลังตื่นนอนหรือหลังจากนั่งพักเป็นเวลานาน หากเคย นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของ “โรคพังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ”


โรคพังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ หรือที่มักจะรู้จักกันในชื่อ
โรครองช้ำ เป็นโรคที่พบได้บ่อย โดยจะพบมากในผู้ป่วยอายุ 40 ปีขึ้นไป สาเหตุของโรคอาจเกิดได้จาก

• การรับน้ำหนักเป็นเวลานาน ทำให้เอ็นที่ฝ่าเท้ารับน้ำหนักมาก พบได้บ่อยในผู้ที่ต้องยืนเป็นเวลานานในระหว่างวัน เช่น ผู้ที่ต้องยืนตลอดกะการทำงานทั้ง 8 ชั่วโมงหรือนานกว่านั้น

• น้ำหนักตัวมาก น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นอาจก่อให้เกิดพังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบได้

• สวมใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสม เช่น รองเท้าที่ไม่มีพื้นบุรองส้นเท้า

• ลักษณะการทำกิจกรรมที่เปลี่ยนไปจากเดิม เช่น เพิ่มระยะทางการวิ่งออกกำลังกาย การเดิน/วิ่งบนพื้นผิวที่ต่างไปจากเดิมหรือบนพื้นผิวแข็ง (เช่น พื้นซีเมนต์หรือคอนกรีต)

• เอ็นร้อยหวายยึด ทำให้ส้นเท้าไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ

• โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์หรือข้อสันหลังอักเสบ อาจทำให้มีโอกาสเกิดการอักเสบที่เส้นเอ็นในจุดใดจุดหนึ่งที่เชื่อมต่อกับกระดูก ทำให้มีโอกาสที่จะเกิดพังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบได้

• ปัจจัยทางโครงสร้างร่างกาย เช่น เท้าแบนเกินไป อุ้งเท้าโก่งมากเกินไป หรือเส้นเอ็นยึดบริเวณน่องทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวข้อเท้าได้ตามปกติ

อาการหลักๆ ของโรคพังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ คือ อาการเจ็บที่ส้นเท้าและลามไปทั่วฝ่าเท้า ในบางครั้งอาจลามไปที่อุ้งเท้าด้วย ลักษณะของอาการเจ็บจะเป็นแบบปวดจี๊ดขึ้นมาและปวดแสบ โดยมากความเจ็บปวดจะค่อยๆ เกิดขึ้นทีละน้อย จนคิดว่าเดี๋ยวอาการปวดก็หายไป แต่ก็จะกลับมาปวดอีก อาการปวดจะรุนแรงที่สุดเมื่อเริ่มมีการลงน้ำหนักที่ส้นเท้าในก้าวแรก เช่น เมื่อลุกเดินก้าวแรกหลังตื่นนอน หรือหลังจากนั่งพักเป็นเวลานาน นอกจากนี้ อาจมีอาการปวดมากขึ้นได้ในช่วงระหว่างวันและ/หรือหลังจากที่เท้าต้องรับน้ำหนักเป็นเวลานาน เช่น ยืนหรือเดินเป็นเวลานาน และเมื่อมีการเคลื่อนไหวมากขึ้นก็จะยิ่งมีอาการปวดมากขึ้น

สำหรับการรักษาโรคพังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ ทำได้โดย

• รับประทานยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs)

• ใช้อุปกรณ์เกี่ยวกับกระดูก เช่น อุปกรณ์เสริมอุ้งเท้าด้านใน (arch support) และ/หรืออุปกรณ์รองรับส้นเท้า (heel cushion)

• ทำกายภาพบำบัด ได้แก่ การฝึกยืดเอ็นร้อยหวาย ซึ่งจากการศึกษาพบว่าเป็นวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพ

• ฉีดสเตียรอยด์ แต่เป็นวิธีที่ไม่นิยมนัก โดย 98% ของผู้ที่ได้รับการฉีดสเตียรอยด์จะรู้สึกดีขึ้น แต่ต้องใช้เวลานานถึง 18 เดือนจึงจะหายขาด และในบางครั้งโรคอาจเกิดขึ้นมาได้อีก

ทั้งนี้ การรักษาโรคนี้โดยส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด เพราะอาจทำให้เกิดความเสี่ยงและอาการแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อ การเจ็บปวดต่อเนื่อง การที่เส้นประสาทเล็กๆ บริเวณฝ่าเท้าได้รับการกระทบกระเทือน ซึ่งอาจทำให้เกิดความรู้สึกชาและเหมือนมีเข็มตำที่ส้นเท้า นอกจากนี้การผ่าตัดนำพังผืดออกอาจส่งผลให้ฝ่าเท้าแบนอีกด้วย

แม้จะดูเหมือนโรคนี้ไม่อันตรายร้ายแรง แต่ก็ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ทำการรักษา เพราะอาจส่งผลกระทบต่อการทำกิจวัตรประจำวันได้

💥 หากคุณ! กำลังมีปัญหา ปวดเข่า ปวดข้อกระดูก ปวดหลังสะโพก ข้อเสื่อม

อย่ารอช้า !

โทรด่วน ‼️
083 790 5093

20/04/2022

ยุติปัญหา หยุดปวด หยุดทรมาน สั่งเลย
#ปวดเข่า #ปวดสะโพก #กระดูกทับเส้น #ปวดข้อ #ดีบูนของแท้ #ราคาดีบูน #สรรพคุณดีบูน #กระดูกทับเส้น
D Boo ne
(ดีบูน หรือ ดีบูเน่ ) เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ช่วยเรื่อง ของกระดูกและข้อต่อต่างๆในร่างกาย มีส่วนผสมที่ลงตัวเพื่อการซ่อมแซมเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนรอบๆข้อต่อ เอ็นร้อยหวาย และเอ็นยึดข้อ จึงเป็นอาหารเสริมที่มียอดขายสูงสุดทั้งในยุโรปและอเมริกา ด้วยสารอาหารที่ครบถ้วนเสริมสร้าง ความแข็งแรงของกระดูกและข้อ
เหมาะสำหรับ
*ผู้ที่ปวดเข่า ปวดเอว ปวดหลัง
*ป้องกันการเกิดกระดูกพรุน
*โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
*นิ้วล็อค
*มีเสียงดังบริเวณข้อกระดูก เนื่องจากน้ำไขข้อลดลง
*รูมาตอยด์
*บรรเทาอาการปวดข้อ
*สตรี วัยหมดประจำเดือน ขาดแคลเซียม
*ผู้ที่มีปัญหาข้ออักเสบ กระดูกพรุน

#ปวดข้อ #ปวดเข่า #เจ็บขา #เท้าชา #ขาชา
สนใจโทร.เลย ผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษา
สายด่วน 083-790-5093
Line link คลิ๊ก : https://lin.ee/OQZU8GU
ราคา แบบผง 1,085 บาท
ราคาแบบแคปซูล 1,414 บาท

19/04/2022
05/01/2022

ปวดเข่าปวดข้ออย่ารอให้สาย ดีบูนช่วยได้จริง จากตัวแทนผู้มีความเชี่ยวชาญตัวจริงเสียงจริง

1.โรคปวดกล้ามเนื้อหลัง (Musculotendinous strain)โรคปวดกล้ามเนื้อหลังเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของอาการปวดหลัง พบได้ตั้...
09/07/2021

1.โรคปวดกล้ามเนื้อหลัง (Musculotendinous strain)

โรคปวดกล้ามเนื้อหลังเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของอาการปวดหลัง พบได้ตั้งแต่วัยหนุ่มสาว เป็นต้น เป็นภาวะที่ไม่มีอันตราย และมักจะหายได้เอง แต่อาจจะเป็นๆ หายๆ เรื้อรังได้ สาเหตุ : มักเกิดจากการทำงานก้มๆ เงยๆ ยกของหนักในท่าที่ไม่ถูกต้อง ใส่รองเท้าส้นสูงมากเกินไป หรือนอนที่นอนนุ่มเกินไป ทำให้เกิดแรงกดตรงกล้ามเนื้อสันหลังส่วนล่าง ซึ่งจะมีอาการเกร็งตัวทำให้เกิดอาการปวดหลังส่วนล่าง คนที่อ้วนหรือหญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ก็อาจจะมีอาการปวดหลังได้เช่นกัน อาการ : ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดตรงกลางหลังส่วนกลาง (ตรงบริเวณกระเบนเหน็บ) ซึ่งอาจจะเกิดฉับพลัน หรือค่อยเป็นทีละน้อย อาการปวดอาจจะเป็นอยู่ตลอดเวลา หรือปวดเฉพาะในท่าบางท่า การไอ จาม หรือบิดตัว เอียงตัวอาจทำให้รู้สึกปวดมากขึ้น โดยทั่วไปผู้ป่วยจะแข็งแรงดี และไม่มีอาการผิดปกติ

สิ่งตรวจพบ มักตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติ บางรายอาจพบอาการเกร็งของกล้ามเนื้อหลัง

การรักษา 1) ให้สังเกตว่ามีสาเหตุมาจากอะไร แล้วแก้ไขเสีย เช่น ปวดหลังตอนตื่นนอน ก็อาจเกิดจากที่นอนนุ่มไปหรือนอนเตียงสปริง ก็แก้ไขโดยการนอนบนที่นอนแข็งและเรียบแบน ถ้าปวดหลังตอนเย็นๆ ก็มักจะเกิดจากการนั่งตัวงอนานเกินไป หรือใส่รองเท้าส้นสูงเกินความจำเป็น ก็พยายามนั่งให้ถูกท่า หรือเปลี่ยนรองเท้าธรรมดาแทน ถ้าอ้วนไปก็พยายามลดน้ำหนัก

2) ถ้ามีอาการปวดมากให้นอนหงายบนพื้น หรือจะใช้ยาหม่องหรือน้ำมันระกำทานวด หรือใช้น้ำอุ่นจัดๆ ประคบก็ได้ ถ้าไม่หายก็ใช้ยาแก้ปวด เช่น แอสไพริน พาราเซตามอล ครั้งละ 1-2 เม็ด จะกินควบกับ ไดอะซีแพม ขนาด 2 มิลลิกรัมด้วยก็ได้ ถ้ายังไม่หาย อาจให้ยาคลายกล้ามเนื้อ เช่น เมโทคาร์บามอล คาร์โซมา ครั้งละ 1 เม็ด ซ้ำได้ ทุก 6-8 ชั่วโมง ผู้ป่วยควรนอนที่นอนแข็งๆ และหมั่นฝึกการบริหารใช้กล้ามเนื้อหลังแข็งแรง

3) ถ้าปวดเรื้อรัง หรือมีอาการปวดร้าวลงมาที่ขาหรือชาที่ขา หรือขาไม่มีแรง อาจเกิดจากสาเหตุอื่น ควรแนะนำให้ไปโรงพยาบาล หมออาจจะส่งตรวจเอกซเรย์ และ/หรือตรวจพิเศษอื่นๆ และให้การรักษาตามสาเหตุที่ตรวจพบ

ข้อแนะนำ อาการปวดหลังแบบนี้เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในหมู่ชาวไร่ชาวนา กรรมกรที่ทำงานหนัก และในหมู่คนที่ทำงานนั่งโต๊ะทำงาน ซึ่งมักจะเข้าใจผิดว่าเป็นอาการของโรคไต โรคกษัย และซื้อยาชุด ยาแก้กษัย หรือยาแก้โรคไตกินอย่างผิดๆ ซึ่งบางครั้งอาจทำให้เกิดโทษได้ ดังนั้นจึงควรแนะนำชาวบ้านให้เข้าใจถึงสาเหตุของอาการปวดหลัง และควรใช้ยาเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

โดยทั่วไปอาการปวดหลังเนื่องจากกล้ามเนื้อ มักจะปวดตรงกลางกลัง (บริเวณกระเบนเหน็บ) ส่วนโรคไตมักจะปวดที่สีข้าง (มักเป็นข้างเดียว) และอาจมีไข้หนาวสั่น หรือปัสสาวะขุ่นหรือแดงร่วมด้วย การป้องกัน : มาตรการที่สำคัญ เนื่องจากโรคนี้สามารถป้องกันได้โดยระวังรักษาอิริยาบถ (ท่านอน ท่านั่ง ท่ายืน หรือท่ายกของ) ให้ถูกต้องหมั่นออกกำลังกล้ามเนื้อหลังเป็นประจำ และนอนบนที่นอนแข็ง

2.โรครากประสาททถูกกด หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniated Intervertebral discs)

โรคนี้พบได้บ่อยๆ ในคนอายุ 16-60 ปี พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงประมาณ 2 เท่า มักพบในคนที่แบกของหนัก หรือได้รับบาดเจ็บที่บริเวณหลังหรือในคนสูงอายุที่มีหมอนรองกระดูกเสื่อม

สาเหตุ โรคนี้เกิดจากหมอนรองกระดูกหรือดิสก์ (disk) ซึ่งเป็นกระดูกอ่อนทับรากประสาท (nerve root) ที่ไปเลี้ยงแขนหรือขาทำให้มีอาการปวดเสียว และชาของแขน หรือขาส่วนนั้น ทั้งนี้อาจเนื่องจากได้รับบาดเจ็บหรือเกิดจากความเสื่อมตามอายุขัย

ส่วนมากมักเกิดตรงบริเวณตรงกระดูกหลัง ทำให้มีการกดทับรากประสาทไซอาติก (Sciatic) ที่ไปเลี้ยงขา เรียกว่า โรคไซอาติกา (Sciatica)

ส่วนน้อยอาจเกิดที่กระดูกคอ ทำให้การกดทับรากประสาทบริเวณคอ มีอาการปวดเสียวที่ขาที่แขน

อาการ ผู้ป่วยอาจมีอาการเกิดขึ้นฉับพลันทันที เช่น หลังจากได้รับบาดเจ็บหรือยกของหนัก หรือค่อยๆ เกิดขึ้นทีละน้อยก็ได้ ในรายที่มีการกดทับรากประสาทขา จะมีอาการปวดตรงกระเบนเหน็บซึ่งจะปวดร้าวลงมาที่สะโพกต้นขา น่องและปลายเท้า อาการปวดจะเป็นมากขึ้น ภายหลังจากการเดินมากๆ และอาการปวดมากเวลาก้ม นั่ง ไอ จาม หรือเบ่งถ่าย ในรายที่เป็นมากๆ เท้าจะไม่ค่อยมีแรงและชาอาจถ่ายปัสสาวะไม่ได้ หรือกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ มักพบเป็นข้างใดข้างหนึ่งเท่านั้น นอกจากในรายที่เป็นมาก อาจจะมีอาการปวดทั้งสองข้างจะมีอาการปวดบริเวณต้นคอ ปวดร้าวและชาลงมากที่ไหล่ แขน และปลายมือ มักมีอาการชาเวลาแหงนคอไปด้านหลัง หรือหันศีรษะไปข้างที่เป็น ถ้าเป็นมาก แขนและมืออาจมีอาการอ่อนแรง

ที่อยู่

Bangkok
10260

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Hank Travel/work Visa Agency Ltdผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram