เรื่อง เก๊าท์ ในวัยเก๋า

เรื่อง เก๊าท์ ในวัยเก๋า ให้ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพร ที่บำรุงรักษา โรคเก๊าท์

🍏🍏 สรรพคุณของโกจิเบอร์รี (เก๋ากี้) ประโยชน์ดูแลสุขภาพ1. ประโยชน์ของโกจิเบอร์รี (เก๋ากี้) มากสารอาหารสรรพคุณ อาทิ ประกอบด...
19/08/2019

🍏🍏 สรรพคุณของโกจิเบอร์รี (เก๋ากี้) ประโยชน์ดูแลสุขภาพ

1. ประโยชน์ของโกจิเบอร์รี (เก๋ากี้) มากสารอาหารสรรพคุณ อาทิ ประกอบด้วยกรดอะมิโน 19 ชนิด มีวิตามิน บี 1 บี 2 บี 6 มีวิตามินซีสูงกว่าส้ม 500 เท่า โดยเป็นพืชที่มีวิตามินซีสูงเป็นอันดับสอง รองจากคามูเบอร์รี่ มีวิตามินอี มีแร่ธาตุสำคัญที่ร่างกายต้องการ ได้แก่ เหล็ก สังกะสี ทองแดง แคลเซียม ซิลีเนียม ฟอสฟอรัส และเจอร์มาเนียม ฯลฯ😀😀

2. โกจิเบอร์รี (เก๋ากี้) มีสารโพลีแซคคาไรด์ 4 ชนิด คือ LBP-1, LBP-2, LBP-3, LBP-4 ที่ช่วยฟื้นฟูสภาพเซลล์ที่ถูกทำลายจากสารเคมีหรือรังสีให้กลับสู่ปกติได้เร็วขึ้น ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายอยู่ในภาวะสมดุล ช่วยปรับความ??ดันโลหิตให้เป็นปกติ ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดและอินซูลินอยู่ในภาวะสมดุล

3. โกจิเบอร์รี (เก๋ากี้) มีสารซิแซนทิน (Zeaxanthin) สูงถึง 162 มิลลิกรัม/100 กรัม ซึ่งถือว่าสูงกว่าสาหร่ายเกลียวทองถึง 5 เท่า จึงช่วยบำรุงสายตา และป้องกันแสงสีน้ำเงินที่ทำลายดวงตา ทำให้ผู้ที่มีอาการตาพร่ามัว เป็นต้อลม คืนสู่สภาพปกติ😊😊

4. โกจิเบอร์รี (เก๋ากี้) มีสารเจอร์มาเนียม (Germanium) ที่อยู่ในสภาพอินทรีย์ หรือออร์แกนิคที่ช่วยฆ่าเซลล์มะเร็งได้ นอกจากนี้โกจิเบอร์รี่ยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยซ่อมแซมเซลล์ที่เกิดการอักเสบ ปกป้องเซลล์จากความเสื่อม และป้องกันการเกิดเนื้องอกได้

5. โกจิเบอร์รี (เก๋ากี้) มีสารเบต้า-ไซโตสเตอรอล (Beta-sitosterol) ช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ ทั้งยังช่วยให้อสุจิแข็งแรง ลดอาการต่อมลูกหมากโต

6. โกจิเบอร์รี (เก๋ากี้) มีสารบีเทน (Betaine) เป็นสารประกอบที่ตับใช้ผลิตโคลีน ช่วยป้องกันโรคตับ กระตุ้นให้กล้ามเนื้อเจริญเติบโต

7. โกจิเบอร์รี (เก๋ากี้) มีสารไซเพอโรน (Cyperone) ทำให้หัวใจและความดันทำงานปกติ

8. โกจิเบอร์รี (เก๋ากี้) มีสารไฟซาลิน (Physalin) มีฤทธิ์ช่วยกำจัดโรคลิวคีเมีย (Leukemia)

9. โกจิเบอร์รี (เก๋ากี้) มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) สูง และมีประสิทธิภาพมากกว่าผักและผลไม้อื่นๆ ช่วยปกป้องและรักษาผิวจากรังสียูวีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

10. ประโยชน์ของโกจิเบอร์รี (เก๋ากี้) ช่วยลดน้ำหนักได้ เพราะโกจิเบอร์รีช่วยเปลี่ยนอาหารที่กินเข้าไปให้เป็นพลังงานแทนไขมัน

11. สรรพคุณของโกจิเบอร์รี (เก๋ากี้) นับเป็นซูเปอร์ฟู้ดชนิดหนึ่ง เพราะให้พลังงานกับร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม โกจิเบอร์รีมีรสหวานจากกลูโคส และมีไฟเบอร์สูง จึงช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ เราจึงไม่รู้สึกอยากกินจุบจิบ ส่วนไฟเบอร์ทำให้รู้สึกอิ่มได้นานขึ้น ลดความอยากอาหารที่จะกินในมื้อต่อไป🍓🍓🍈🍈

ผู้ป่วยโรคเก๊าท์จะมีอาการปวด บวมแดง ร้อนบริเวณข้ออย่างฉับพลันทันทีทันใด โดยมักเริ่มจากข้อบริเวณโคนนิ้วหัวแม่เท้า แต่ก็สา...
15/08/2019

ผู้ป่วยโรคเก๊าท์จะมีอาการปวด บวมแดง ร้อนบริเวณข้ออย่างฉับ
พลันทันทีทันใด โดยมักเริ่มจากข้อบริเวณโคนนิ้วหัวแม่เท้า แต่ก็
สามารถเกิดกับข้ออื่นๆ ได้ เช่น ข้อเท้า ข้อเข่า ข้อมือ ซึ่งจะเป็นๆ หายๆ
ในระยะแรก โรคเก๊าท์ที่ไม่ได้รับการรักษาหรือดูแลอย่างถูกต้อง
อาการอักเสบจะรุนแรงมากขึ้นทำให้ผู้ป่วยปวดถี่ขึ้นและนานขึ้นจน
อาจกลายเป็น ...

ปรึกษาเพิ่มเติมโทร.091-708-2170

แก้วมังกร🐻🐻ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในคนที่เป็นโรคเบาหวาน เพราะมีสารที่ชื่อว่า มิวซิเลจ (Mucilage) ซึ่งมีในเฉพาะในตระ...
15/08/2019

แก้วมังกร

🐻🐻ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในคนที่เป็นโรคเบาหวาน เพราะ
มีสารที่ชื่อว่า มิวซิเลจ (Mucilage) ซึ่งมีในเฉพาะในตระกูลกระบอง
เพชร ลักษณะคล้ายวุ้นเจลช่วยดูดซับน้ำในร่างกาย จึงช่วยควบคุม
ระดับกลูโคสในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานได้ดี🍏🍏

👦👩 ถ้าพูดถึงสมุนไพรช่วยกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศ นอกจากโสมเกาหลีแล้วยังมีกระชายดำหรืออาจเรียกว่า โสมไทยก็ได้ เพราะมีสรรพคุณค...
13/08/2019

👦👩 ถ้าพูดถึงสมุนไพรช่วยกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศ นอกจากโสมเกาหลีแล้วยังมีกระชายดำหรืออาจเรียกว่า โสมไทยก็ได้ เพราะมีสรรพคุณคล้ายคลึงกับโสมมาก แถมราคาก็ถูกกว่ามากด้วย แต่นอกจากสรรพคุณช่วยเรื่องสมรรถภาพทางเพศหรือช่วยเรื่องฮอร์โมนแล้ว กระชายดำยังช่วยรักษาโรคและมีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วยนะคะ เอาล่ะ… ตามมารู้จักกระชายดำให้มากขึ้นกันหน่อยดีกว่าจ้า😻😻

👀👀👦กระชายดำ กับสรรพคุณทางยา           เหง้า ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ขับลม แก้บิด แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ จุกเสียด ช่วยรักษาอ...
13/08/2019

👀👀👦กระชายดำ กับสรรพคุณทางยา
เหง้า ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ขับลม แก้บิด แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ จุกเสียด ช่วยรักษาอาการโรคกระเพาะจากการรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา และข้อมูลทางด้านวิทยาศาสตร์พบว่า กระชายมีฤทธิ์ต้านจุลชีพ ต้านการอักเสบเทียบได้กับยาหลายชนิด เช่น แอสไพริน อินโดเมธาซิน และเพรดนิซิโลน
กระชายดำ เป็นสมุนไพรไทยที่โดดเด่นเรื่องเพิ่มสมรรถภาพและมีสรรพคุณเพิ่มฮอร์โมนเพศ แต่ใครเลยจะรู้ว่าสรรพคุณของกระชายดำยังรักษาโรคต่าง ๆ อีกสารพัดด้วย🐶🐶

👉👉ถ้าพูดถึงสมุนไพรช่วยกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศ นอกจากโสมเกาหลีแล้วยังมีกระชายดำหรืออาจเรียกว่า โสมไทยก็ได้ เพราะมีสรรพคุณคล...
13/08/2019

👉👉ถ้าพูดถึงสมุนไพรช่วยกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศ นอกจากโสมเกาหลีแล้วยังมีกระชายดำหรืออาจเรียกว่า โสมไทยก็ได้ เพราะมีสรรพคุณคล้ายคลึงกับโสมมาก แถมราคาก็ถูกกว่ามากด้วย แต่นอกจากสรรพคุณช่วยเรื่องสมรรถภาพทางเพศหรือช่วยเรื่องฮอร์โมนแล้ว กระชายดำยังช่วยรักษาโรคและมีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วยนะคะ เอาล่ะ… ตามมารู้จักกระชายดำให้มากขึ้นกันหน่อยดีกว่าจ้า👍👍

😃😃 กระชายดำ อยู่ในวงศ์เดียวกับ ขิง เนื่องจากมีเหง้าคล้ายขิง มีชื่อที่คุ้นเคยว่า โสมไทย หรือโสมกระชายดำ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Kaempferia parviflora ชื่อภาษาอังกฤษเรียกว่า Black Ginger คนภาคเหนือเรียกว่า กะแอน ระแอน ว่านกั้นบัง ว่านกำบัง ว่านกำบังภัย ว่านจังงัง ว่านพญานกยูง ถ้าเป็นคนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น จังหวัดมหาสารคามเรียกว่า ขิงทราย

สูตรพอกผิวด้วยขมิ้น           ให้นำขมิ้นสดเล็กน้อยมาล้างน้ำให้สะอาดแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ นำไปปั่นรวมกับดินสอพอง 2-3 เม็...
12/08/2019

สูตรพอกผิวด้วยขมิ้น
ให้นำขมิ้นสดเล็กน้อยมาล้างน้ำให้สะอาดแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ นำไปปั่นรวมกับดินสอพอง 2-3 เม็ด ผสมกับน้ำมะนาว 1 ผล ปั่นจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำมาพอกหน้าที่ล้างสะอาดแล้ว ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทันที่ที่ใช้จะรู้สึกได้เลยว่า ใบหน้าเต่งตึงขึ้น และถ้าใครทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง รับรองว่า ผิวหน้าจะสดใส ดูดีขึ้นแน่นอน

เคยมีการศึกษาพบว่า หากรับประทานขมิ้นชันตามเวลาที่อวัยวะต่าง ๆ เปิดการทำงาน จะเกิดประสิทธิผลมากขึ้น เราก็เลยขอนำวิธีการรั...
12/08/2019

เคยมีการศึกษาพบว่า หากรับประทานขมิ้นชันตามเวลาที่อวัยวะต่าง ๆ เปิดการทำงาน จะเกิดประสิทธิผลมากขึ้น เราก็เลยขอนำวิธีการรับประทานขมิ้นชันให้ได้ผลดีมาฝากกัน โดยควรรับประทานขมิ้นชันตามเวลาต่อไปนี้
- เวลา 03.00-05.00 น. เป็นเวลาของปอด การรับประทานขมิ้นชันในช่วงเวลานี้จะช่วยบำรุงปอด ป้องกันการเป็นมะเร็งปอด ทำให้ปอดแข็งแรง และช่วยเรื่องภูมิแพ้ของจมูกที่หายใจไม่สะดวก และยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่ผิวหนัง
- เวลา 05.00-07.00 น. เป็นเวลาของลำไส้ใหญ่ จะช่วยแก้ปัญหาลำไส้ใหญ่ ซึ่งถ้าหากคุณเคยรับประทานยาถ่ายมาเป็นเวลานาน ให้รับประทานขมิ้นชันเวลานี้ เพราะขมิ้นชันจะฟื้นฟูปลายประสาทของลำไส้ใหญ่ แต่ต้องรับประทานเป็นประจำจึงจะทำให้ลำไส้ใหญ่บีบรัดตัวเพื่อช่วยให้ขับถ่ายได้เป็นปกติ
นอกจากนี้ขมิ้นชันยังช่วยแก้ปัญหาลำไส้ใหญ่กลืนลำไส้เล็ก และปัญหาลำไส้ใหญ่ขับถ่ายน้อยหรือมากจนเกินไปได้เช่นกัน แต่ถ้าหากลำไส้ใหญ่ไม่มีปัญหา ให้รับประทานขมิ้นชันพร้อมกับสูตรโยเกิร์ต นมสด น้ำผึ้ง มะนาวหรือน้ำอุ่นก็ได้ เพื่อช่วยล้างผนังลำไส้ที่มีหนวดเป็นขนเล็ก ๆ จำนวนกว่าล้านเส้น ซึ่งขมิ้นชันจะช่วยล้างบริเวณขนนี้ให้สะอาดโดยไม่ให้มีขยะตกค้างอยู่ที่ขน และเมื่อขนสะอาดจะทำให้ไม่เกิดแก๊สพิษที่ทำให้เกิดกลิ่นตัว ป้องกันการเกิดโรคริดสีดวงทวารและโรคมะเร็งลำไส้ได้เช่นกัน
- เวลา 07.00-09.00 น. เป็นเวลาของกระเพาะอาหาร จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องกระเพาะอาหารที่เกิดจากการรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา และยังลดอาการท้องอืด จุกแน่น ปวดเข่า ขาตึง ช่วยบำรุงสมองและป้องกันความจำเสื่อมได้

- เวลา 09.00-11.00 น. เป็น เวลาของม้าม ขมิ้นชันจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องน้ำเหลืองเสีย มีแผลที่ปาก อ้วนเกินไป และผอมเกินไปซึ่งเกี่ยวข้องกับม้าม นอกจากนี้ยังลดอาการของโรคเกาต์ ลดอาการเบาหวาน

- เวลา 11.00-13.00 น. เป็นเวลาของหัวใจ ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจ หากทานขมิ้นชันเวลานี้ จะช่วยบำรุงหัวใจให้แข็งแรง แต่ถ้าหากรับประทานขมิ้นชันเลยเวลา 11.00 น. ไปแล้ว ขมิ้นชันจะไปทำงานที่ตับแล้วตับจะส่งมาที่ปอด ปอดจะส่งไปยังผิวหนัง (แต่ส่วนมากมักไปไม่ถึงเพราะกินขมิ้นชันน้อยเกินไป อวัยวะส่วนอื่นจะดึงไปใช้งานก่อนเลยมาไม่ถึงผิวหนัง) จึงต้องลงขมิ้นชันทางผิวหนังช่วยอีกทางหนึ่ง
- เวลา 15.00-17.00 น. เป็นเวลาของกระเพาะปัสสาวะ ขมิ้นชันจะช่วยดูแลหูรูดกระเพาะปัสสาวะให้แข็งแรง แก้ปัญหาเรื่องตกขาวของสตรี และควรรับประทานน้ำกระชายเวลานี้ จะช่วยดูแลหูรูดกระเพาะปัสสาวะให้แข็งแรง ช่วงเวลานี้ควรทำให้เหงื่อออกจะดีมาก เพราะร่างกายต้องการขับสารพิษให้ได้มากที่สุดในเวลานี้

วิธีนำขมิ้นชันไปใช้รักษาโรค          - หากจะนำขมิ้นชันไปรับประทาน ให้ นำขมิ้นชันไปล้างน้ำให้สะอาด ไม่ต้องปอกเปลือกออก แล...
12/08/2019

วิธีนำขมิ้นชันไปใช้รักษาโรค
- หากจะนำขมิ้นชันไปรับประทาน ให้ นำขมิ้นชันไปล้างน้ำให้สะอาด ไม่ต้องปอกเปลือกออก แล้วหั่นเป็นแว่นชิ้นบาง ๆ นำไปตากแดดจัด ๆ 1-2 วัน แล้วนำมาบดให้ละเอียด ผสมกับน้ำผึ้ง ปั้นเป็นเม็ดเล็ก ๆ ขนาดประมาณปลายนิ้วก้อย นำมารับประทานครั้งละ 2-3 เม็ด วันละ 3-4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน จะช่วยแก้อาการดังกล่าวได้ แต่หากใครรับประทานแล้วท้องเสีย หรือมีอาการจุกเสียดแน่นท้องให้หยุดยาทันที
นอกจากนี้ ยังสามารถนำเหง้าแก่สด ยาวประมาณ 2 นิ้ว มาขูดเปลือกออก นำไปล้างน้ำให้สะอาด แล้วตำให้ละเอียด เติมน้ำ คั้นเอาแต่น้ำมารับประทาน ครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ วันละ 3-4 ครั้ง
สำหรับคนที่ซื้อขมิ้นชันแบบผงมารับประทานเอง ให้ใช้สูตรคือ ขมิ้นชันผง 1 ช้อนชา ผสมน้ำ 1 แก้ว (ไม่เต็ม) แล้วรับประทาน ขมิ้นชันที่ไหลผ่านอวัยวะภายในต่าง ๆ สามารถบำรุงอวัยวะส่วนนั้นได้ด้วย คือ ผ่านลำคอ จะช่วยขับไล่ไรฝุ่นที่ลำคอ, ผ่านปอดจะช่วยดูแลปอดให้หายใจได้ดีขึ้น, ผ่านม้ามจะช่วยลดไขมัน ไม่ให้น้ำเหลืองเสีย, ผ่านกระเพาะอาหารจะช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร, ผ่านลำไส้จะช่วยสมานแผลในลำไส้ และผ่านตับก็จะช่วยบำรุงตับ ล้างไขมันในตับ
- การใช้ขมิ้นชันเป็นยาทาภายนอก เพื่อรักษาอาการแพ้ แก้อักเสบ ผื่นแดง แมลงสัตว์กัดต่อย ให้นำเหง้าขมิ้นยาวประมาณ 2 นิ้ว มาฝนกับน้ำต้มสุก แล้วทาในบริเวณที่เป็น วันละ 3 ครั้ง หรือจะใช้ผงขมิ้นโรยทาบริเวณที่มีอาการผื่นคันจากแมลงสัตว์กัดต่อยก็ช่วยได้เช่นกัน

สรรพคุณทางยาของขมิ้นชัน          มาดูสรรพคุณทางยาของขมิ้นชันกัน ส่วนที่ใช้ก็คือ "เหง้า" ที่มีรสฝาดนั่นเอง โดยเหง้ามีฤทธิ...
11/08/2019

สรรพคุณทางยาของขมิ้นชัน
มาดูสรรพคุณทางยาของขมิ้นชันกัน ส่วนที่ใช้ก็คือ "เหง้า" ที่มีรสฝาดนั่นเอง โดยเหง้ามีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ลดการอักเสบ และมีฤทธิ์ในการขับน้ำดี ต้านอนุมูลอิสระป้องกันการเกิดมะเร็งในตับ ช่วยบำรุงตับ นอกจากนี้ ยังมีสารอาหารหลายชนิด ทั้งวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี และเกลือแร่ต่าง ๆ
ส่วนน้ำมันหอมระเหยในขมิ้นชัน ก็มีสรรพคุณบรรเทาอาการปวดท้อง ท้องอืด แน่นจุกเสียดได้ด้วย จึงนิยมนำขมิ้นมาใช้สมานแผลในกระเพาะอาหาร ทำความสะอาดลำไส้ รักษาโรคกระเพาะอาหาร
การศึกษาวิจัยเพิ่มเติมยังพบว่า ขมิ้นมีสรรพคุณบำรุงร่างกายอีกหลายอย่าง ทั้งช่วยรักษาระบบทางเดินหายใจที่ผิดปกติ หืด ไอ เวียนศีรษะ รักษาอาการปวดและอักเสบเนื่องจากไขข้ออักเสบ เพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ช่วยขับน้ำนมสตรีหลังคลอดบุตร

การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และสมรรถภาพตามวัย-------------------------------------------------------------อายุขัยของคนอาจแบ...
26/07/2019

การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และสมรรถภาพตามวัย
-------------------------------------------------------------
อายุขัยของคนอาจแบ่งได้เป็น 4 ระยะ คือ

ระยะที่ 1 วัยเด็กนาน 15 ปี (อายุแรกเกิด - 15 ปี)

ระยะที่ 2 (วัยเปลี่ยนอปลงเป็นผู้ใหญ่) นาน 10 ปี (อายุ 16 - 25 ปี)

ระยะที่ 3 (วัยผู้ใหญ่) นาน 35 ปี (อายุ 26 - 60 ปี)

ระยะที่ 4 (วัยชรา) นาน 10 ปี (อายุ 61 - 70 ปี)

ที่อยู่

Bangkok
10510

เบอร์โทรศัพท์

+66917082170

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เรื่อง เก๊าท์ ในวัยเก๋าผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง เรื่อง เก๊าท์ ในวัยเก๋า:

แชร์