สุขภาพดี มีไว้แบ่งปัน

สุขภาพดี มีไว้แบ่งปัน จำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดูแลสุขภาพ

แชร์เก็บไว้เลย 3สูตรน้ำขิง ทำกินง่ายประโยชน์มหาศาล ลดน้ำหนักแชร์เก็บไว้เลย 3 สูตรน้ำขิง ทำกินง่ายประโยชน์มหาศาล ลดน้ำหนั...
05/02/2018

แชร์เก็บไว้เลย 3สูตรน้ำขิง ทำกินง่ายประโยชน์มหาศาล ลดน้ำหนัก

แชร์เก็บไว้เลย 3 สูตรน้ำขิง ทำกินง่ายประโยชน์มหาศาล ลดน้ำหนัก แก้ปวดประจำเดือน แก้สิว ฝ้า กระ

น้ำขิงที่เรารู็จักกันดีนั้น รู้หรือไม่ว่าประโยชน์ของมัน มีมากขนาดไหน สามารถช่วยในการลดน้ำหนัก ลดการปวดประจำเดือน แก้สิวฝ้ากระ ได้อีกด้วย!!

ถ้าคุณกำลังคิดลดน้ำหนัก อยากให้ลองมองมาที่ “การดื่มน้ำขิง” กันดูสักหน่อย เพราะสมุนไพรตัวนี้มีประโยชน์มากจริงๆ ไม่เพียงแต่ช่วยลดน้ำหนักเท่านั้น แต่ยังช่วยบำรุงร่างกายได้อีกเพียบ ใครอยากหุ่นสวยสุขภาพดี มาเรียนรู้ประโยชน์ของน้ำของ พร้อมกับสูตรน้ำขิงอร่อยๆที่สามารถทำเองได้ที่บ้านกันเถอะค่ะ รับรองว่าได้ประโยชน์แน่นอน

ดื่มน้ำขิงช่วยลดน้ำหนักได้อย่างไร?

นักวิจัยชาวญี่ปุ่น L.K. Han ที่ได้ตีพิมพ์ประโยชน์ของสมุนไพรชนิดนี้ลงในวารสารวิชาการ Journal of the Pharmaceutical Society of Japan ในปี 2008 ไว้ว่า

“ขิงเป็นสมุนไพรที่มีส่วนช่วยเพิ่มอัตราการทำงานของระบบเผาผลาญ จึงทำให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญไขมันได้มากกว่าปกติ และมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักอย่างได้ผล”

นอกจากนี้ การดื่มน้ำขิงอุ่นๆ ยังเป็นผลดีต่อระบบขับถ่าย ช่วยลดอาการท้องผูก และลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล อันเป็นสาเหตุของความเครียดได้เป็นอย่างดี เพราะเวลาที่เราเครียดก็จะยิ่งทำให้มีแนวโน้มกินอาหารที่มีแคลอรีสูงหรือกินของหวานเพิ่มมากยิ่งขึ้น จนทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ ฉะนั้น น้ำ
ขิงจึงเหมาะสำหรับสาวๆ ที่ต้องการดื่มลดน้ำหนักด้วยตัวเองอย่างมากที่สุด

ประโยชน์ด้านอื่นๆของน้ำขิง

นอกจากน้ำขิงจะดื่มลดน้ำหนักได้แล้ว ขิงยังเปี่ยมไปด้วยสรรพคุณทางยาหลายประการ ได้แก่

1. ช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และช่วยขับลม

2. ช่วยให้คนท้องลดอาการแพ้ท้อง หรือช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังคลอดบุตร

3. ลดรอยสิวและฝ้ากระได้

4. แก้คลื่นไส้อาเจียน

5. ช่วยแก้ปวดประจำเดือน

6. ช่วยต่อต้านเชื้อโรค

เรียกได้ว่า น้ำขิงมีประโยชน์รอบด้านจริงๆ ดังนั้น มาลองดูสูตรน้ำขิงที่ทำเองกันง่ายๆที่บ้านดีกว่า จะได้รับประโยชน์ไปด้วยกันค่ะ

สูตรลดน้ำหนักด้วยน้ำขิง

ใครกำลังมองหาวิธีลดน้ำหนักด้วยตัวเองในแบบง่ายๆ แนะนำให้ลองทำน้ำขิงดื่มเพื่อเป็นสูตรลดน้ำหนักในแบบธรรมชาติกันดูดังนี้ค่ะ

สูตรที่ 1 สูตรน้ำขิงร้อนๆ ที่ได้จากขิงสด

ส่วนผสมที่ใช้ : ขิงสดบด 1 1/2 ช้อนชา + น้ำร้อน 1 แก้ว

วิธีทำ

1. ตักขิงสดที่บดแล้วใส่ลงไปในแก้วน้ำร้อนที่เตรียมไว้

2. คนให้ส่วนผสมเข้ากัน แล้วค่อยๆ จิบตามต้องการ

หมายเหตุ : สำหรับใครที่ต้องการจิบน้ำขิงแบบเข้มข้น สามารถเพิ่มปริมาณของขิงบดลงไปได้อีก

สูตรที่ 2 สูตรน้ำขิงผสมมะนาว (สูตรทานง่าย)

ส่วนผสมที่ใช้ : ขิงสดขนาด 1/2 นิ้ว + น้ำมะนาวหรือน้ำเลมอน + น้ำผึ้ง

วิธีทำ

1. เตรียมน้ำอุ่นใส่แก้วไว้ 1 ใบ

2. นำขิงมาแช่ลงในแก้วน้ำอุ่นประมาณ 3-5 นาที

3. เติมน้ำมะนาวลงไปเล็กน้อย หรือฝานมะนาวให้เป็นแผ่นบางๆ นำลงไปแช่ต่อในแก้วน้ำ

4. เติมน้ำผึ้งลงไปอีก 1/2 ช้อนชา เพื่อช่วยลดรสชาติเผ็ดร้อนจากขิง และยังช่วยให้ได้รสชาติที่หอมหวานกลมกล่อมยิ่งขึ้น

สูตรที่ 3 สูตรผสม (เก็บไว้ชงทานได้นาน)

ส่วนผสมที่ใช้ : ขิงแก่ + ข่าแก่ +ตะไคร้

วิธีทำ

1. ล้างให้สะอาด ปอกเปลือกขิงและข่าออก

2. หั่นสมุนไพรแต่ละชนิดออกเป็นชิ้นบางๆ นำเข้าเตาอบอบด้วยอุณภูมิประมาณ 40-60 องศาเซลเซียส นาน 3 ชั่วโมงหรือวางสมุนไพรบนถาดแสตนเลสจากนั้นยกไปตากแดด 2 วัน จนกว่าสมุนไพรจะแห้ง

3. นำตัวยาที่ได้มาเทใส่โหลแก้วเก็บไว้ให้ปลอดจากความชื้น

4. หากจะใช้ดื่มให้หยิบตัวยาประมาณ 1 หยิบมือใส่ลงในแก้ว เทนำร้อนลงไปเกือบเต็มแก้ว ปิดฝาทิ้งไว้ 15 นาที และดื่มในขณะที่ยังอุ่นๆ จะให้ผลที่ดีที่สุด

ภูมิปัญญาอย่างไทย แต่ช่วยให้สุขภาพและคุณภาพชีวิตของคุณดีขึ้นได้จริงๆ ใครกำลังป่วย ใครกำลังต้องการลดความอ้วน หรือใครที่ต้องการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงจากภายใน สามารถใช้ทั้งสามสูตรนี้ได้เลยตามใจชอบ รับรองว่าดีทั้งนั้น

แนวทางปฏิบัติ

#1แชร์=1ธรรมทาน แชร์เยอะๆ ได้บุญคะ

โปรดทราบ!

ถ้าชอบ ฝาก กดติดตามเพจ กันด้วยนะค่ะ

ถ้าข้อมูลนี่เป็นประโยชน์และสามารถช่วยใครได้อีกหลายๆ คน อย่าเก็บไว้อ่านคนเดียวละอย่าลืมส่งให้กับคุณที่คุณรักได้อ่านกันนะค่ะ

สูตรเด็ด ผักผลไม้ต้านมะเร็ง... อ้อ ..อย่าลืมล้างให้สะอาดก่อนนำไปปั่นนะคะ 😁😁😁
04/02/2018

สูตรเด็ด ผักผลไม้ต้านมะเร็ง... อ้อ ..อย่าลืมล้างให้สะอาดก่อนนำไปปั่นนะคะ 😁😁😁

“ยาอั้นอึ” หยุดอาการปวดไม่รู้เวลา ใช้ไม่ระวังอาจถึงชีวิต!สร้างความฮือฮาในโลกออนไลน์ จนมีการแชร์ต่อๆ กันอย่างรวดเร็ว โดยเ...
04/02/2018

“ยาอั้นอึ” หยุดอาการปวดไม่รู้เวลา ใช้ไม่ระวังอาจถึงชีวิต!

สร้างความฮือฮาในโลกออนไลน์ จนมีการแชร์ต่อๆ กันอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะผู้ที่ประสบปัญหาปวดอุจจาระไม่รู้จักเวล่ำเวลา กับโพสต์ของเจ้าของเฟซบุ๊ก Navarat Pradungson ที่เล่าถึงยาจากญี่ปุ่นที่เมื่อกินเข้าไปจะทำให้อาการปวดท้องอึหายไปในเวลาไม่ถึง 10 นาที แต่ขึ้นชื่อว่ายาย่อมต้องระวังในการใช้ค่ะ

ข้อมูลจาก นพ.ศุภวัฒน์ วราพรมงคลกุล อายุรแพทย์ทั่วไป ประจำโรงพยาบาลยันฮี ให้สัมภาษณ์กับอมรินทร์ ทีวี สรุปความได้ว่า

ยาหยุดถ่าย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดก็ตามจะมีสารสกัดชนิดหนึ่งออกฤทธิ์ยับยั้งการบีบตัวของลำไส้ คล้าย ๆ กับ ยา “อีโมเดียม หรือโลโมติล” ที่คุ้นเคยกันในบ้านเรา ทำให้ลำไส้หยุดชะงัก ไม่บีบตัว จึงชะลออาการปวดท้อง และการขับถ่ายออกไปได้ในระดับหนึ่ง

ยาตัวนี้จะไปหยุดการทำงานของลำไส้ทันที หากสิ่งที่ตกค้างอยู่ในร่างกายมีการติดเชื้อ จะทำให้เชื้อนั้นอยู่ในร่างกายนานขึ้น และอาจเกิดลำไส้อักเสบ ซึ่งหากอาการรุนแรงอาจทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดจนเกิดการเสียชีวิตได้ โดยปกติแล้ว ทางการแพทย์ไม่แนะนำให้ใช้ยาชนิดนี้ เพราะนอกจากจะออกฤทธิ์ต่อลำไส้แล้ว ยังส่งผลต่อระบบอื่น ๆ ของร่างกาย เช่น ม่านตา หรือจอประสาทตา

ด้าน นพ.พิชัย กิตติปัญญาวรคุณ แพทย์เฉพาะทางอายุกรรมทั่วไป โรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล สมุทรปราการ ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า

การอั้นอุจจาระชั่วคราวและไม่ได้ทำบ่อย มักไม่เกิดผลข้างเคียง แต่หากทำบ่อยๆ อาจทำให้เกิดปัญหาได้ เนื่องจารทกอุจจาระถ้าค้างไว้ในลำไส้นานๆ ร่างกายจะมีกลไกในการดูดน้ำ อุจจาระจะค่อยๆ แห้งและแข็งขึ้น เมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะมีอาการถ่ายออกยากและถ่ายลำบาก

ถ้าอั้นอุจจาระอยู่บ่อยๆ เรื่อยๆ ลำไส้ก็จะแข็งมากขึ้น เกิดปัญหากับระบบขับถ่ายได้ เช่น อุจจาระแข็งมาก เมื่อพยายามที่จะเบ่งออกมา ก็จะทำให้ก้อนอุจจาระที่มีความแข็งไปเสียดสีกับลำไส้ที่อยู่ช่วงปลายทวาร เกิดเป็นแผลตรงรูทวารได้ และอาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน จนเป็นหนองขึ้นมาและกลายเป็นฝีได้

ฉะนั้น หากไม่อย่างเสี่ยงต่อผลข้างเคียงของการใช้ยา เมื่อรู้สึกปวดอุจจาระ ไม่ควรอั้น ควรรีบไปเข้าห้องน้ำหรือฝึกการขับถ่ายให้เป็นเวลา หากเกรงว่าจะปวดอุจจาระในช่วงที่ต้องทำงานหรือว่ารถติด ก็อาจจะฝึกการถ่ายเช้า-เย็น ให้เป็นกิจจะลักษณะ เพื่อลดอาการไปอั้นอุจจาระในช่วงอื่นได้
มีปัญหาขับถ่าย ปรึกษาฟรี
โทร .063-432-3139 คุณนัท

👥หากคุณมีอาการ...👴👵👨👧🔢🔤🔣🔡😵คิดช้า 😵หลงๆ 😵ลืมๆ 😵ป้ำๆ 😵เป๋อๆ 😵สมองตื้อ มึนงง มาติดหลอดไฟให้สมองกัน 💡💡💡ด้วยอาหารสมอง🌀อเลอไทด...
01/02/2018

👥หากคุณมีอาการ...👴👵👨👧🔢🔤🔣🔡
😵คิดช้า 😵หลงๆ 😵ลืมๆ 😵ป้ำๆ 😵เป๋อๆ 😵สมองตื้อ มึนงง
มาติดหลอดไฟให้สมองกัน 💡💡💡
ด้วยอาหารสมอง🌀อเลอไทด์💦 ดูแลบำรุงสมองได้ง่ายๆ
เพื่อให้สมองกลับมาสดใสอีกครั้ง!!

"อเลอไทด์ ALERTIDE"
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุง สมองและระบบประสาท
🌻ดูแลสมอง...กับนวัตกรรมใหม่ที่ไม่เคยสัมผัส🌻
>>เหมาะสำหรับ
• ผู้ที่ต้องการบำรุงดูแลสมอง
• ผู้ที่มีอาการสมาธิสั้น จำยาก ลืมง่าย
• ผู้ที่อยู่ในวัยศึกษา เล่าเรียน ผลการเรียนไม่ดี
• วัยทำงานซึ่งใช้สมองเยอะ แก้ปัญหา สมองล้าบ่อย ๆ
• ผู้ที่วิตกกังวัล เครียด
• ผู้ป่วยความจำเสื่อม หรือเสื่อมจากอายุที่มากขึ้น
• ผู้ป่วย อัลไซเมอร์ สูญเสียความทรงจำ
• ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ สมองเบลอ ไม่ปลอดโปร่ง
**ทานได้ทุกเพศ ทุกวัย หญิงตั้งครรภ์ก็ทานได้**

🌿ส่วนประกอบสำคัญ🌿
1.Bacopa สารสกัดพืชพรมมิ
2.Soy Protein Isolate สารสกัดโปรตีนจากถั่วเหลือง
3.Choline Bitartrate โคลีน ไบทาร์เทรต
4.Fish Oil น้ำมันปลา
5.L-Tyrosine แอล-ไทโรซีน
6.L-Theanine แอล-ธีอะนีน
7.L-Cysteine แอล-ซีสเตอีน
8.Beta Glucan เบต้า-กลูแคน
9.Taurine ทอริน
10.วิตามิน บี1 บี6 บี12

💓💓💓สรรพคุณ💓💓💓
➡ช่วยฟื้นฟูความจำและบำรุงสมอง
➡ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
➡ช่วยขจัดสารพิษจากตับ
➡ต้านเซลล์มะเร็ง ลดความเสี่ยงของการเป็นโรค
➡ช่วยส่งเสริมการทำงานของต่อมหมวกไต ต่อมใต้สมอง
➡บำบัดรักษาการอักเสบของเส้นประสาทในสมอง
➡ช่วยบำรุงประสาทและสมองช่วย
➡เพิ่มความจำและความสามารถในการเรียนรู้
➡ช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
➡เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในเม็ดเลือดขาว
➡ช่วยกระตุ้นการหลั่งโกร๊ธฮอร์โมน
➡ช่วยแก้ไขอารมณ์ ซึมเศร้า
➡ช่วยฟื้นฟูความจำ
➡ช่วยป้องกันสมองและตับจากการถูกทำลายจากการดื่มแอลกอฮอล์ ยา และ การสูบบุหรี่
➡ช่วยผ่อนคลายความเครียด
➡ทำให้สมาธิดีขึ้น คิดอ่านได้ดีขึ้น
➡เพิ่มคุณภาพการหลับ ช่วยให้นอนหลับได้สนิทขึ้น
➡ช่วยป้องกัน มะเร็งต่างๆ ลดอาการภูมิแพ้และไข้หวัด
➡ช่วยให้มีสมาธิในการเรียน การทำงาน จดจ่อกับสิ่งนั้นๆได้นานยิ่งขึ้น
➡ช่วยเรื่องติดอ่าง
➡ช่วยเรื่องสมาธิสั้นในเด็ก

ใครมีปัญหาเกี่ยวกับสมองและความจำติดต่อได้เลยนะค่ะ
สินค้าพร้อมส่ง ของแท้
บ.จัดส่งเองถึงหน้าบ้านท่าน
☑เลขที่ อย. 10-1-06045-1-0040
☑รับรองฮาลาล
🎊สอบถาม, สั่งซื้อ, สนใจทักมาเลยจ๊ะ🎊

โทร. 063-432-3139 คุณนัท

 #จัดทุกวัน จะดีมากค่ะ 😁😁😁
01/02/2018

#จัดทุกวัน จะดีมากค่ะ 😁😁😁

โรคกรดไหลย้อนห้ามกินอะไร ไม่อยากลำบากกายต้องเลี่ยง !กรดไหลย้อน อาการที่ไม่มีใครอยากเจอ แต่ถ้าเป็นโรคกรดไหลย้อนแล้ว สิ่งท...
16/01/2018

โรคกรดไหลย้อนห้ามกินอะไร ไม่อยากลำบากกายต้องเลี่ยง !

กรดไหลย้อน อาการที่ไม่มีใครอยากเจอ แต่ถ้าเป็นโรคกรดไหลย้อนแล้ว สิ่งที่ทำได้ก็คือเลี่ยงอาหารที่คนเป็นกรดไหลย้อนห้ามรับประทาน เพื่อไม่ให้อาการหนักมากกว่าเดิม

อาการกรดไหลย้อนใครลองได้เป็นก็คงทรมานมาก เนื่องจากโรคกรดไหลย้อนเป็นภาวะที่น้ำย่อยจากกระเพาะอาหารไหลกลับขึ้นไปในหลอดอาหาร คนเป็นกรดไหลย้อนจึงมักจะมีอาการแสบร้อนบริเวณลิ้นปี่ขึ้นมาที่หน้าอกและคอ ซึ่งอาการโรคกรดไหลย้อนจะกำเริบมากขึ้นหลังจากที่กินอาหารมื้อหนัก ๆ หรือกินอาหารบางชนิดที่มีฤทธิ์กระตุ้นกรดให้หลั่งออกมามากขึ้น ซึ่งอาหารที่คนเป็นกรดไหลย้อนควรเลี่ยงเพื่อไม่ให้อาการกรดไหลย้อนกำเริบ ก็มีดังนี้ค่ะ

กรดไหลย้อน

อาหารที่คนเป็นกรดไหลย้อนควรเลี่ยง

1. อาหารไขมันสูง

ผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนควรงดอาหารไขมันสูง เช่น อาหารทอด ๆ อาหารมัน ช็อกโกแลต ฟาสต์ฟู้ด อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น กะทิ นม เนย ชีส ไอศกรีม หรือไขมันจากเนื้อสัตว์ เป็นต้น เนื่องจากไขมันจากอาหารเหล่านี้จะไปรวมกับกรดในกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดอาการจุก แน่น หรือร้อนที่กลางอกได้

2. อาหารที่มีแก๊สมาก

ทั้งน้ำอัดลม ชา กาแฟ โซดา เครื่องดื่มชูกำลัง อาหารที่มีรสเปรี้ยวจัด อาหารรสเผ็ดจัด ถั่ว เพราะเป็นอาหารที่กระตุ้นการสร้างน้ำย่อยมากขึ้น

3. น้ำส้มสายชู

น้ำส้มสายชูจัดเป็นเครื่องปรุงรสที่มีกรดมากเช่นกัน ดังนั้นผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนก็ไม่ควรเติมน้ำส้มสายชูลงในอาหาร เพราะจะเป็นการเพิ่มกรดในกระเพาะอาหารมากขึ้นไปอีก

4. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ว่าจะเป็นเบียร์ สุรา ไวน์ ค็อกเทล หรือเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ทุกชนิด คนเป็นกรดไหลย้อนควรเลี่ยงให้ไกลค่ะ เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เหล่านี้มีฤทธิ์กระตุ้นให้กล้ามเนื้อหูรูดของหลอดอาหารเปิดออก ทำให้กรดจากกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับไปที่หลอดอาหารได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

5. ผลไม้ที่มีกรดมาก

ผลไม้ที่คนเป็นกรดไหลย้อนห้ามกินหรือควรเลี่ยงไว้เป็นดีจะเป็นกลุ่มผลไม้ที่มีกรดมาก เช่น ส้ม องุ่น มะนาว เลมอน มะเขือเทศ สับปะรด หรือแม้กระทั่งน้ำผลไม้รสเปรี้ยวจัดและซอสมะเขือเทศก็ควรเลี่ยงด้วยเช่นกัน

กรดไหลย้อน

6. ผักที่มีกรดแก๊สมาก

เช่น หอมหัวใหญ่ดิบ กระเทียม พริก พริกไทย หอมแดง เปปเปอร์มินต์ หรือสะระแหน่ รวมทั้งผักดิบทุกชนิดก็ควรเลี่ยงนะคะ เพราะผักเหล่านี้จะไปเพิ่มกรดแก๊สในกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดอาการแสบร้อนกลางอก

7. อาหารหมักดอง

อาหารหมักดองอย่างปลาร้า หน่อไม้ดอง ผักกาดดอง ผลไม้ดอง ผลไม้แช่อิ่ม กิมจิ ซูชิบางชนิดที่มีผักดอง ก็มีส่วนเพิ่มแก๊สในกระเพาะอาหาร ก่อให้เกิดอาการจุดเสียดแน่นท้องได้

8. อาหารเสริมไขมันสูง

แม้แต่อาหารเสริมบางชนิดก็ควรเลี่ยงค่ะ โดยคนป็นกรดไหลย้อนจะไม่แนะนำให้กินน้ำมันตับปลา สารสกัดจากกระเทียม วิตามินอี หรือวิตามินซีก็เสี่ยงเพิ่มกรดในกระเพาะด้วย

9. หมากฝรั่ง

การเคี้ยวหมากฝรั่งจะเพิ่มการหลังน้ำลาย ทำให้เราต้องกลืนน้ำลายลงท้องมากขึ้น ซึ่งก็เท่ากับจะได้กลืนลมลงกระเพาะอาหารมากขึ้นด้วย ดังนั้นคนเป็นกรดไหลย้อนจึงไม่ควรเคี้ยวหมากฝรั่งบ่อย ๆ นะคะ แต่นาน ๆ ครั้งอาจจะพอไหว

อ๊ะ ๆ แต่เห็นอาหารที่คนป่วยกรดไหลย้อนไม่ควรกินมีอยู่เยอะขนาดนี้ เดี๋ยวคนเป็นกรดไหลย้อนจะเครียดซะเปล่า ๆ เอาเป็นว่ามาดูกันค่ะว่า คนเป็นโรคกรดไหลย้อนกินผลไม้อะไรได้ หรือควรกินอาหารอย่างไร

กรดไหลย้อน

เป็นกรดไหลย้อน ควรกินอะไรดี

1. อาหารไขมันต่ำ

อาหารไขมันต่ำก็อย่างเช่น เนื้อปลา ไก่ ไข่ขาว หรือพวกนมไขมันต่ำ หรือน้ำเต้าหู้ก็ดื่มได้

2. อาหารไฟเบอร์สูง

อาหารที่มีไฟเบอร์สูงจะย่อยง่าย อย่างธัญพืช ข้าวโอ๊ต โฮลวีท โฮลเกรน ผัก ผลไม้ เป็นต้น

3. ผลไม้สำหรับคนเป็นกรดไหลย้อน

คนเป็นกรดไหลย้อนไม่ควรกินผลไม้ที่มีกรดมาก แล้วเป็นกรดไหลย้อนจะกินผลไม้อะไรได้บ้าง ตอบได้ว่าผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนสามารถกินกล้วย แตงโม แคนตาลูป แอปเปิล พีช ลูกแพร์ อะโวคาโดหรือผลไม้รสหวานชนิดอื่น ๆ ได้ค่ะ

4. น้ำขิง

ขิงเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน สารมารถช่วยขับลม ช่วยย่อย กระตุ้นการทำงานของลำไส้ ช่วยลดอาการท้องอืดหรืออาการกรด-แก๊สในกระเพาะเกินได้

5. ไขมันดี

ร่างกายคนเราต้องการไขมันเป็นพลังงาน ดังนั้นคนเป็นโรคกรดไหลย้อนก็ไม่ควรงดไขมันด้วยเช่นกัน ทว่าไขมันที่คนเป็นกรดไหลย้อนกินได้ แนะนำเป็นไขมันชนิดดีจากอะโวคาโด แฟลกซ์ซีด น้ำมันมะกอก น้ำมันงา หรือน้ำมันดอกทานตะวัน เป็นต้น

- ไขมันดี ไขมันเลว อยากสุขภาพดีต้องรู้

นอกจากนี้คนเป็นโรคกรดไหลย้อนควรงดสูบบุหรี่ และพยายามกินมื้อเย็นแค่พออิ่ม หรือเปลี่ยนมื้อเย็นเป็นผัก-ผลไม้แทน ที่สำคัญก็ไม่ควรกินแล้วนอน หรือเอนกายลงพักผ่อนทันที แต่ควรกินอาหารก่อนเข้านอน 3 ชั่วโมง และควรนอนตะแคงซ้ายพร้อมกับหนุนหัวเตียงให้สูงอย่างน้อย 6 นิ้ว อีกอย่างก็ควรควบคุมน้ำหนักตัวให้ดี อย่าให้มีน้ำหนักเกิน เพราะคนอ้วนจะมีความดันในช่องท้องสูง เสี่ยงต่อโรคกรดไหลย้อนได้มาก

#1แชร์=1ธรรมทาน แชร์เยอะๆ ได้บุญคะ

โปรดทราบ!

ถ้าชอบ ฝาก กดติดตามเพจ กันด้วยนะค่ะ

ถ้าข้อมูลนี่เป็นประโยชน์และสามารถช่วยใครได้อีกหลายๆ คน อย่าเก็บไว้อ่านคนเดียวละอย่าลืมส่งให้กับคุณที่คุณรักได้อ่านกันนะค่ะ

กดแชร์หรือส่งต่อที่ คำว่า
แชร์ ข้างล่างได้เลยค่ะ

ตับ ตับ ตับ ตับ.....มาดูแลตับกับให้ดีนะคะ เพราะมีปัญหา ร่างกายส่วนอื่นๆเพราะเป็นตัวขับเคลื่อนของเสียให้ออกจากร่างกาย ขับ...
10/01/2018

ตับ ตับ ตับ ตับ.....มาดู
แลตับกับให้ดีนะคะ เพราะมีปัญหา ร่างกายส่วนอื่นๆ
เพราะเป็นตัวขับเคลื่อนของเสียให้ออกจากร่างกาย ขับสารพิษที่สะสมในเลือด หรือในอวัยวะส่วนต่างๆ ชึ่งเปรียบโรงงานใหญ่ที่คัดกรองขยะออกจากร่างกาย หากตับอ่อนแอหรือมีปัญหาขึ้นมานั่นหมายถึง โรคต่างๆที่จะเข้ามาหาเรา
ตับอักเสบ ตับแข็ง ไขมันพอกตับที่เป็นสาเหตุให้ระบบร่างกายแปรปวน ฉนั้นหันมาใส่ใจ ดูแล บำรุงตับ ก่อนสาย
สำหรับคนที่สุ่มเสี่ยง หรือดิ่มสุรา สูบบุหรี่ทำงานที่เกัฝี่ยวข้องกับสารเคมี หรืออาหารที่ทานอาจสารพิษปนเปื้อน
รักตับ ดีท็อก ตับให้สะแาดแข็งแรง ติดต่อสอบถาม
สั่งซื้อ สายด่วนโทร.063-432-3139

ตับ ตับ ตับ ตับ.....มาดูแลตับกับให้ดีนะคะ เพราะมีปัญหา ร่างกายส่วนอื่นๆเพราะเป็นตัวขับเคลื่อนของเสียให้ออกจากร่างกาย ขับ...
10/01/2018

ตับ ตับ ตับ ตับ.....มาดู
แลตับกับให้ดีนะคะ เพราะมีปัญหา ร่างกายส่วนอื่นๆ
เพราะเป็นตัวขับเคลื่อนของเสียให้ออกจากร่างกาย ขับสารพิษที่สะสมในเลือด หรือในอวัยวะส่วนต่างๆ ชึ่งเปรียบโรงงานใหญ่ที่คัดกรองขยะออกจากร่างกาย หากตับอ่อนแอหรือมีปัญหาขึ้นมานั่นหมายถึง โรคต่างๆที่จะเข้ามาหาเรา
ตับอักเสบ ตับแข็ง ไขมันพอกตับที่เป็นสาเหตุให้ระบบร่างกายแปรปวน ฉนั้นหันมาใส่ใจ ดูแล บำรุงตับ ก่อนสาย
สำหรับคนที่สุ่มเสี่ยง หรือดิ่มสุรา สูบบุหรี่ทำงานที่เกัฝี่ยวข้องกับสารเคมี หรืออาหารที่ทานอาจสารพิษปนเปื้อน
รักตับ ดีท็อก ตับให้สะแาดแข็งแรง ติดต่อสอบถาม
สั่งซื้อ สายด่วนโทร.063 432-3139

โรคตับ ภัยเงียบ! ที่คุกคามสุขภาพคุณ วันนี้ คุณได้สังเกตุตัวเองไหมว่า มีอาการอย่างไรบ้าง 👉อ้วนง่าย 👉ท้องอืดบ่อย 👉เหนื่อยง...
10/01/2018

โรคตับ ภัยเงียบ! ที่คุกคามสุขภาพคุณ วันนี้ คุณได้สังเกตุตัวเองไหมว่า มีอาการอย่างไรบ้าง
👉อ้วนง่าย
👉ท้องอืดบ่อย
👉เหนื่อยง่าย
👉 เบื่ออาหาร
👉อ่อนเพลีย
👉 จุกเสียด
👉แน่นชายโครง ตับเราต้องทำงานหนักมากแล้วค่ะ รักตับหันมาดูแล ฟื้นฟู ก่อนสาย
โทรสายด่วน 063-432-3139

 #รู้อาหารแลกเปลี่ยน  #ดีต่อใจ  #ได้สุขภาพดี #รู้หรือไม่?? ขนมปัง 1 แผ่น ให้พลังงานเท่ากับ ข้าวซ้อมมือ 1 ทัพพี และเส้นบะ...
08/01/2018

#รู้อาหารแลกเปลี่ยน #ดีต่อใจ #ได้สุขภาพดี
#รู้หรือไม่?? ขนมปัง 1 แผ่น ให้พลังงานเท่ากับ ข้าวซ้อมมือ 1 ทัพพี และเส้นบะหมี่ลวก ½ ถ้วยตวง ซึ่งทั้งหมดนี้ให้พลังงานที่ 80 แคลอรี่เท่ากัน แสดงให้เห็นว่า การเลือกกินอาหารแต่ละอย่างควรตระหนักถึงพลังงานที่ได้รับ แม้ว่าขนมปังเป็นของที่กินง่ายในมื้ออาหารเช้าก็จริง แต่พลังงานที่ร่างกายได้รับเข้าไป ก็เท่ากับข้าว 1 ทัพพีเลยทีเดียว

ในแง่มุมด้านโภชนาการ การเลือกกินอาหารนับเป็นสิ่งสำคัญ พอๆ กับการออกกำลังกาย เพื่อป้องกันการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่ประกอบด้วยโรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ โรคถุงลมโป่งพอง โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง และโรคอ้วนลงพุง ดังนั้น พลังงานของอาหารแต่ละอย่างที่เรากินเข้าไปนั้นจำเป็นที่จะต้องมีความรู้ เพื่อสร้างความตระหนักให้ตัวเราก่อนจะกินอาหารเหล่านั้นเข้าไป ปัจจุบันมีอาหารที่หน้าตาน่ากินมากมายทั้งของหวาน ของคาว ล่อตาล่อใจผู้บริโภคมาก ถ้าเรากินโดยขาดสติหรือขาดการไตร่ตรองแล้ว แน่นอนว่าพลังงานที่เข้าไปจะเป็นส่วนเกิน และนำมาสู่โรคอ้วนลงพุง โรคไขมันอุดตัน ฯลฯ

#กล่าวถึงเรื่องอาหารแลกเปลี่ยนว่า นักกำหนดอาหารได้ให้ความรู้ในการนับอาหารที่ละเอียดที่สุดในระดับที่เราทุกคนทำได้ โดยนับอาหารเป็น 1 ส่วน ในปริมาณพลังงานที่เท่ากัน โดยแบ่งแยกเป็น 6 หมวด ประกอบด้วย หมวดข้าว-แป้ง ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ นม และไขมัน อาหารแลกเปลี่ยนจะกำหนดพลังงานที่มาตรฐาน ว่าในหมวดหมู่อาหารเดียวกันนั้น ปริมาณที่ควรกินจะเป็นเท่าไหร่ถึงจะดีต่อสุขภาพ

 #คุณกำลังเสี่ยงที่จะเป็นโรคต่างๆ อยู่หรือไม่ โดยเฉพาะโรคที่เราคาดไม่ถึงอย่าง  #โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ  ข้อมูลจากหนัง...
08/01/2018

#คุณกำลังเสี่ยง
ที่จะเป็นโรคต่างๆ อยู่หรือไม่ โดยเฉพาะโรคที่เราคาดไม่ถึงอย่าง #โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ

ข้อมูลจากหนังสือ “กลุ่มโรค NCDs โรคที่คุณสร้างขึ้นเอง” โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) อธิบายว่า กลุ่มโรค NCDs นั้นเกิดจากการมีพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ได้แก่ การดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ทานอาหารที่มีรสชาติจัดจนเกินไป เช่น หวานจัด มันจัด หรือเค็มจัด รวมถึงการออกกำลังกายที่ไม่เพียงพอ ซึ่งอาการในกลุ่มโรค NCDs นี้ จะไม่ป่วยโดยทันที แต่จะค่อยๆ สะสมจนก่อเกิดโรคต่างๆ ในอนาคต ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคถุงลมโป่งพอง โรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ โรคอ้วนลงพุง และโรคความดันโลหิตสูง

แต่รู้หรือไม่ว่า ถ้าใส่ใจดูแลสุขภาพของตัวเองแล้ว ก็สามารถลดความเลี่ยงต่อการเกิดโรค NCDs ได้เช่นกัน

#กินอย่างไร เลี่ยง NCDs thaihealth

#ปัจจุบันพฤติกรรมเสี่ยงที่เห็นได้ชัด ที่เป็นปัจจัยนำไปสู่โรค NCDs คือ ‘การกินอาหาร’ โดยเฉพาะการกินอาหารไม่ครบ 5 หมู่ ดังนี้

1.กินแต่คาร์โบไฮเดรต เช่น การกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จะได้แต่แป้ง ทำให้ขาดสารอาหารประเภทวิตามิน โปรตีน และแร่ธาตุ นำพาไปสู่โรคอ้วนได้

กินอย่างไร เลี่ยง NCDs thaihealth2.กินแต่ข้าวขัดขาว ทำให้ได้รับไฟเบอร์ หรือ ใยอาหารน้อย ควรกินข้าวกล้อง หรือขนมปังโฮลวีทร่วมด้วย

3.กินเฉพาะเนื้อสัตว์ใหญ่ๆ เป็นประจำ เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อเป็ด เนื้อไก่ เพราะโปรตีนจากเนื้อสัตว์ถ้าใช้ไม่หมด ร่างกายจะแปรรูปเป็นไขมัน และเก็บสะสมไว้ในร่างกาย ส่งผลให้เป็นโรคอ้วนตามมา

4.การกินหวาน มัน เค็ม ซึ่งการกินหวาน หรือกินน้ำตาลในปริมาณมากเกิน ส่งผลทำให้เป็นโรคอ้วนได้ง่าย เพราะน้ำตาลถ้ากินเกินความต้องการของร่างกาย ก็จะกลายเป็นไขมันสะสมในร่างกายจนเกิดเป็นโรคอ้วน นอกจากนี้การกินอาหารมัน จะทำให้ไขมันไปสะสมในร่างกายนำไปสู่โรคอ้วนเช่นกัน สำหรับกินเค็มก็จะนำพาไปสู่ภาวะความดันโลหิตสูง และโรคไต

สิ่งเหล่านี้ คือ การกินอาหารที่เสี่ยงต่อการเป็นโรค NCDs ได้แนะนำอีกทางเลือกหนึ่งในการป้องกันการเกิดโรค NCDs คือกินผลไม้ที่หลากหลาย ในปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกาย โดยมีหลักการเลือกกิน ดังนี้

1.กินผลไม้ให้หลากหลาย ไม่ควรกินผลไม้ชนิดใดชนิดหนึ่งติดต่อกันหลายๆ วัน เช่น กินแต่กล้วยน้ำว้าทุกวัน ควรกินผลไม้ชนิดอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย เพระว่าผลไม้แต่ละชนิดที่มีสีแตกต่างกัน ต่างประเภทกันจะมีสารอาหาร และสารต่อต้านอนุมูลอิสระ หรือสารป้องกันมะเร็งที่แตกต่างกันไปด้วย หากเรากินผลไม้ที่หลากหลายแล้ว ก็จะทำให้ได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายที่หลากหลายด้วยเช่นกัน

2.กินผลไม้ให้เพียงพอ ในแต่ละวันควรกินผลไม้ให้ได้ 3 ส่วนต่อ 1 วัน เช่น ส้ม 1 ลูก กล้วย 1 ลูก เท่ากับ 1 ส่วน สับปะรด มะละกอ แตงโมง 6-7 ชิ้นพอดีคำ แต่ละชิ้นถือว่า 1 ส่วน วันหนึ่งต้องกินให้ได้ 3 ส่วน จึงจะได้ปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกาย

3.เน้นกินผลไม้ที่มีรสหวานน้อย หวานปานกลาง และกินผลไม้ที่หวานจัดแต่ในปริมาณที่พอดี เพราะน้ำตาลที่อยู่ในผลไม้สามารถเปลี่ยนเป็นไขมันได้เช่นกัน ถ้ากินในปริมาณที่ร่างกายนำไปใช้ไม่หมด

4.หากในระหว่างมื้ออาหารเกิดความหิว ควรกินผลไม้แทนการกินขนมหวาน เพราะเป็นกลุ่มอาหารที่ให้พลังงานต่ำ และช่วยให้รู้สึกอิ่มได้นาน

5.กินผลไม้ตามฤดูกาล เพราะราคาถูก คุณค่าทางโภชนาการมากกว่าผลไม้ที่ออกนอกฤดูกาล และปลอดภัยจากสารเคมี

ผลไม้ทุกชนิดต้านโรคได้หมด มีโภชนาการเหมือนกัน เพียงแต่จะมากหรือน้อยเท่านั้นเอง ผลไม้แต่ละชนิดแต่ละสี สารอาหารอาจไม่เหมือนกัน แต่ที่มีในผลไม้ทุกชนิด คือวิตามินซี และผลไม้ที่มีสีอาจจะมีเบต้าแคโรทีนเยอะกว่าผลไม้สีชนิดอื่นๆ

 #อาหารล้างพิษในร่างกาย❌อาการของผู้มีสารพิษในร่างกาย สารพิษตกค้างที่สะสมในร่างกาย หากขับมาไม่หมดจะเป็นบ่อเกิดของอาการเหล...
07/12/2017

#อาหารล้างพิษในร่างกาย

❌อาการของผู้มีสารพิษในร่างกาย
สารพิษตกค้างที่สะสมในร่างกาย หากขับมาไม่หมดจะเป็นบ่อเกิดของอาการเหล่านี้

➡️อาการปวดศีรษะบ่อย หงุดหงิด
➡️ปวดเมื่อยหลัง ไหล่ คอ
➡️มีแผลร้อนในในปากเป็นประจำ
➡️ดูดซึมสารอาหารจำพวกแป้งมาก และระบบเผาผลาญทำงานน้อย ทำให้ร่างกายอ้วน
➡️ขับถ่าย และละลายสารพิษไม่ออก จะเกิดสิวเสี้ยนบนใบหน้า และฝ้าดำบนใบหน้า
➡️อ่อนเพลีย ง่วงนอน สมาธิไม่ดี ความจำเสื่อม
➡️ประสาทตึงเครียด และร่างกายไม่แข็งแรง เพศสัมพันธ์เสื่อม
➡️หน้าตาหมองคล้ำ ไม่ขาวสดใส ผิวพรรณหยาบกร้าน
➡️ท้องผูกเรื้อรัง ถ่ายยาก ถ่ายไม่ออก
➡️เบื่ออาหาร ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอ และผายลมบ่อยๆ
➡️ปวดท้อง ท้องเสีย ถ่ายเหลวเป็นประจำ
➡️ปวดศีรษะ คลื่นเหียน อาเจียน เวียนศีรษะ และมีไข้ต่ำๆ ตลอดเวลา
➡️เหนื่อยง่าย ปากเหม็น ปากเปื่อย มีกลิ่นตัวแรง
➡️เป็นโรคผิวหนังเรื้อรัง มีผื่นคันขึ้นตามตัว เป็นแผล และเป็นฝีบ่อยๆ
➡️มีอาการหอบหืด ภูมิแพ้ เป็นลมพิษได้ง่าย
➡️ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดตามข้อและกระดูก ตลอดจนรูมาตอยด์
➡️โรคมะเร็งลำไส้ มะเร็งตับ ต่อมน้ำเหลือง
➡️ริดสีดวงทวารภายนอก หรือภายใน

หากมีปัญหาระบบขับถ่าย ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
โทร 063-432-3139

ที่อยู่

242 ถนนสุวินทวงส์ แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ
Bangkok
10510

เบอร์โทรศัพท์

064-989-5844

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สุขภาพดี มีไว้แบ่งปันผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท