D-Boon ดีบูน ฟื้นฟูกระดูก

D-Boon ดีบูน ฟื้นฟูกระดูก Shark Cartilage (กระดูกอ่อนปลาฉลาม) 100 มก. Pine Bark Extract Powder (สารสกัดจากเปลือกสน) 60 มก. Ascorbic Acid (แอสคอร์บิค เอซิด) 60 มก.

D-Boon (ดีบูน)
อาหารเสริมที่มียอดขายสูงสุดทั้งในยุโรปและอเมริกา ที่เสริมสร้างความแข็งแกร่งของกระดูกและข้อต่อด้วยส่วนผสมที่ลงตัวเพื่อการซ่อมแซมเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนรอบๆข้อต่อ เอ็นร้อยหวาย และเอ็นยึดข้อ
ส่วนประกอบที่สำคัญ
สารสกัดที่เป็นส่วนประกอบของดีบูน แคปซูล DBoon Capsule อาหารเสริมบำรุงกระดูกและข้อ
Active Ingredient ส่วนประกอบสำคัญ
Salmon Collagen Peptide (คอลลเจนจากปลาทะเล) 250 มก. Turmeric Extr

act Powder (สารสกัดจากขมิ้น) 30 มก. Vitamin D3 100 SD/S (วิตามิน ดี3) 2 มก. Inactive Ingredient
Maltodextrin (USP)
Capsule No. 096
– Gelatin 94.08 มก. (USP)
– Titanium Dioxide 1.92 มก. (USP)
สรรพคุณของสารสกัดที่เป็นส่วนประกอบของดีบูน แคปซูล DBoon Capsule อาหารเสริมบำรุงกระดูกและข้อ
Glucosamine HCL น้ำตาลอะมิโน
เป็นสารอาหารที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างเซลล์กระดูกอ่อน โดยเป็นสารตั้งต้นที่สร้างของเหลว เช่น น้ำไขข้อ ช่วยลดอาการข้อเสื่อม และลดการทุกข์ทรมานจากอาการปวดกระดูกได้อย่างชัดเจน
Condroitin
สารสกัดจากกระดูกอ่อนของครีบปลาฉลาม เสริมเยื่อเมือก ลดการเสียดสีของกระดูกบริเวณข้อ ช่วยในการคงสภาพของน้ำไขข้อกระดูก บรรเทาและฟื้นฟูอาการข้อเสื่อม
Hydrolized Fish Collagen
เป็นองค์ประกอบของโครงสร้างหลัก และสารเคลือบผิว กระดูกอ่อน กระดูกและอวัยวะต่างๆ ของร่างกายมนุษย์ ปริมาณของ Collagen ที่สะสมในเนื้อเยื่อ มักจะลดลงจากปัจจัยของอายุที่เพิ่มขึ้น และจากปัจจัยสิ่งแวดล้อม ดังนั้นในชีวิตประจำวันเราควรให้ความใส่ใจ และเติมสารอาหารในปริมาณพอเพียงต่อความต้องการของร่างกาย
Pine Bark Extract สารสกัดจากเปลือกสน
เป็นสารจำพวก MSM หรือสาร Methylsulfonymethane ที่เป็นแหล่งธรรมชาติของสารอาหารซัลเฟอร์ ที่สร้างความแข็งแรงให้กับไขข้อกระดูก เป็นองค์ประกอบของการสังเคราะห์สารคอลลาเจนภายในไขข้อ
Vitamin C วิตามินซี
วิตามินซี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และมีประโยชน์กับผิวหนัง คือวิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ละลายในน้ำได้ จะช่วยลดริ้วรอย ทำให้ผิวเต่งตึง และช่วยให้เซลล์ผิวหนังได้ปรับสภาพคอลลาเจนที่เป็นใยโปรตีนในหนังแท้ ทำให้ผิวดูสวยงาม
Vitamin D3 วิตามินดี
ป้องกันโรคกระดูกอ่อน ป้องกันโรคกระดูกพรุน กระดูกหัก กล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myopathy) การลื่นล้ม งานวิจัยพบว่าการกินวิตามินดี 3 วันละ 700 – 800 IU ควบคู่กับแคลเซียมเสริมวันละ 500 – 1,200 มก. สามารถช่วยลดความเสี่ยงของอาการกระดูกพรุน กระดูกหัก จากการลื่นล้มของผู้สูงอายุ อายุ 62-85 ปีได้
Turmeric ผงขมิ้น
ช่วยบรรเทาอาการปวดจากไขข้ออักเสบ มีฤทธิ์สามารถลดอาการอักเสบและช่วยยับยั้งการสร้างเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์สารที่ก่อให้เกิดการอักเสบได้
Pearl Calcium
แคลเซียมสกัดจากไข่มุก เสริมสร้างและเชื่อมต่อกระดูกอ่อนได้ดีมาก
Calcium Carbonate (แคลเซียม คาร์บอเนต)
ช่วยให้กล้ามเนื้อหดตัวได้เป็นปกติ ที่สำคัญคือกล้ามเนื้อหัวใจ ควรพยายามรับประทาน แคลเซียม ให้เพียงพอและต่อเนื่องทุกวัน ซึ่งจะทำให้ร่างกายไปสะสมแคลเซียม ที่กระดูก และทำให้กระดูกแข็งแรง หากเราได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ ก็จะทำให้กระดูกบางลง และทำให้กระดูกหักได้ง่าย ความสูงไม่เพิ่มขึ้น หรือเตี้ยกว่าที่ควรจะเป็น หรือรับประทานอาหารเสริมแคลเซียม ก็จะช่วยลดความเสี่ยงของการสูญเสียมวลกระดูก และการเกิดอาการกระดูกหักได้ อีกทั้งในรายที่มีปัญหาเกี่ยวกับอาการปวดหลัง ลองรับประทาน แคลเซียม ร่วมกับ แมกนีเซียม ซึ่งจะช่วยทำให้กระดูกแข็งแรงขึ้น และลดอาการดังกล่าวได้
เหมาะสำหรับ
~ โรคข้อเข่าเสื่อม
~ โรคกระดูกพรุน
~ โรคข้ออักเสบ,รูมาตอย,เก๊าท์
~ โรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน, กระดูกทับเส้นประสาท
~ นิ้วล็อค โรคฮิตของคนทำงาน
~ กลุ่มนักกีฬา
~ ผู้ที่ต้องการเพิ่มความสูง
~ ช่วยเรื่องความเสื่อมของอวัยวะต่างๆในร่างกาย
~ ผู้ที่ปวดเมื่อยตามกระดูก ข้อเข่า สันหลัง ไหล่บ่า คอ
~ วัยหมดประจำเดือน ขาดแคลเซียม
~ อาชีพที่ต้องยืนนาน
#ดีบูน #กระดูก #ไขข้อ #ข้อเข่าเสื่อม
#หมอนรองกระดูก #ปวดขา #ชาลงขา

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท มีอาการอย่างไร?เมื่อกระดูกสันหลังได้รับการกระแทกอย่างรุนแรง หรือหมอนรองกระดูกเริ่มเสื่อมสภาพ ...
11/11/2017

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท มีอาการอย่างไร?

เมื่อกระดูกสันหลังได้รับการกระแทกอย่างรุนแรง หรือหมอนรองกระดูกเริ่มเสื่อมสภาพ ของเหลวภายในหมอนรองกระดูกอาจไหลทะลักออกมา แล้วไปกดทับเส้นประสาทรอบๆ จนทำให้เกิดอาการผิดปกติขึ้นได้ สัญญาณของอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท คือ

- ปวดบริเวณเอว คอ อก หรือหลังช่วงล่าง ปวดจิ๊ดๆ เหมือนไฟฟ้าช็อต ปวดๆ หายๆ มากกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไป

- บางครั้งอาการปวดอาจร้าว หรือเจ็บแปลบไปถึงต้นขา น่อง หรือเท้าได้

- อาจมีอาการชาในบริเวณที่ปวด

- บริเวณเอว หลังช่วงหลัง หรือคอรู้สึกไร้เรี่ยวแรง ขยับลำบาก

- กล้ามเนื้อบริเวณคอ หลัง เอว อก ต้นขา น่องขา หรือหลังเท้าอ่อนแรง

- หากอาการรุนแรง อาจรู้สึกชาไปถึงรอบอวัยวะเพศ รอบก้น และการขับถ่าย หรือปัสสาวะลำบาก

อาการเหล่านี้ฟื้นฟูได้ด้วย (( ดีบูน ))
ปรึกษา 0870387715

การออกกำลังกายที่เหมาะกับผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม1. เดิน               การเดินเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายสุดแถมยังมีประโยชน...
11/11/2017

การออกกำลังกายที่เหมาะกับผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม

1. เดิน
การเดินเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายสุดแถมยังมีประโยชน์มากมายนับไม่ถ้วน ซึ่งจะช่วยทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น และช่วยลดอาการบาดเจ็บบริเวณข้อเข้า การเดินสามารถช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้ โดยมีการศึกษาพบว่า การเดินเพียงวันละ 30 นาที สามารถช่วยทำให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าอาการดีขึ้นได้ดีกว่าใช้ยาต้านภาวะซึมเศร้า ซึ่งสำหรับผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม ถ้าหากมีการเดินที่ผิดปกติลองใช้ไม้เท้าหรือไม้ค้ำยันช่วยได้ค่ะ

2. ว่ายน้ำ หรือออกกำลังกายในน้ำ
การว่ายน้ำและการออกกำลังกายในน้ำ เป็นการออกกำลังกายที่มั่นใจได้ว่าจะไม่ได้รับบาดเจ็บจากการออกกำลังกายค่ะ เพราะในการออกกำลังกายจะมีน้ำคอยพยุงน้ำหนักตัว และการเคลื่อนไหวในน้ำยังช่วยเพิ่มแรงต้านทานให้ร่างกาย ส่งผลดีต่อกล้ามเนื้อ และถ้าหากออกกำลังกายในน้ำอุ่นด้วยละก็ จะยิ่งทำให้อาการปวดข้อเข่า อาการอักเสบ และตึงซึ่งเป็นอาการของโรคข้อเข่าเสื่อมลดลงอีกด้วย คุณไม่จำเป็นต้องว่ายน้ำเก่ง แค่เพียงอยู่ตรงบริเวณตื้น ๆ ของสระว่ายน้ำแล้วเริ่มออกกำลังกาย แต่ก็ควรหลีกเลี่ยงท่าว่ายน้ำบางท่าอย่างเช่นท่ากบนะคะ เพราะอาจจะทำให้ข้อเข่าเกิดอาการปวดได้

3. วารีบำบัด
วารีบำบัดหรือการออกกำลังกายในสระที่ถูกสร้างมาเพื่อการบำบัดในน้ำโดยเฉพาะ จะช่วยบรรเทาอาการตึงบริเวณข้อเข่าได้ และยังส่งเสริมระบบไหลเวียนโลหิตให้ดีขึ้น เพราะน้ำภายในสระมีอุณหภูมิอยู่ที่ 34 องศาเซลเซียส นอกจากนี้ก็น้ำยังช่วยพยุงร่างกายของคุณ จึงได้รับแรงกระทบจากการออกกำลังกายน้อยมาก หรืออาจไม่มีเลย แต่การออกกำลังกายแบบวารีบำบัดส่วนใหญ่จะอยู่ในสระน้ำลึก อาจจะทำให้ผู้ป่วยลงไปในสระได้ยาก แต่ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ เพราะการออกกำลังกายชนิดนี้จะมีผู้ที่คอยควบคุมดูแลและช่วยเหลืออยู่ตลอด จึงทำให้มั่นใจได้เลยค่ะว่าจะไม่มีอาการบาดเจ็บใด ๆ อย่างแน่นอน

4. ปั่นจักรยาน
ผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด เพราะการออกกำลังกายที่น้อยลงจะทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่เต็มที่เหมือนกับตอนที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่จะออกกำลังกายแบบเดิมจะส่งผลเสียต่อข้อเข่า ดังนั้นการปั่นจักรยานจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมที่อยากออกกำลังกายให้เลือดสูบฉีดไหลเวียนดียิ่งขึ้น แถมการออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงของขาและลดอาการตึงของข้อเข่าในช่วงเช้าอีกด้วย

โดยการออกกำลังกายแบบนี้ควรใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 30 นาที และปั่นเพียงเบา ๆ ไม่หักโหม อานที่นั่งควรปรับให้อยู่ในระดับที่เข่างอเพียงเล็กน้อย และไม่ควรปรับแรงต้านให้มากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ข้อเข่าอักเสบได้ง่ายค่ะ

5. โยคะ
โยคะเป็นการผสมผสานระหว่างการเคลื่อนไหวของร่างกายกับการหายใจและการผ่อนคลาย แถมยังช่วยบรรเทาอาการของผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมอีกด้วย มีการศึกษาในปี 2011 พบว่าผู้ป่วยโรคข้อเข่าที่ฝึกโยคะเป็นประจำจะมีอาการปวดและบวมที่ลดลงได้ นอกจากนี้โยคะยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของร่างกายให้ผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม โดยเฉพาะในผู้สูงวัยอีกด้วยค่ะ

6. ไทเก็ก
ไทเก็กเป็นศิลปะการป้องกันตัวของจีนที่ผสมผสานกันระหว่างการเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ และอ่อนโยน โดยมุ่งเน้นทางด้านจิดใจ และช่วยปรับปรุงการทำงานของกล้ามเนื้อ โดยผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมสามารถออกกำลังกายด้วยวิธีนี้ได้ แถมยังดีต่อร่างกายอีกด้วย เพราะนอกจากกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ จะแข็งแรงแล้วยังช่วยบรรเทาความเจ็บปวดและความเครียด โดยมีการรายงานว่าผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมมีแนวโน้มว่าจะรู้สึกดีขึ้นเมื่อเล่นไทเก็กค่ะ

7. การยืดกล้ามเนื้อ
โรคข้อเข่าเสื่อมเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแอลง เนื่่องจากอาการเจ็บปวดทำให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง ซึ่งจะทำให้อาการยิ่งเลวร้ายลงไปด้วย การฝึกยืดกล้ามเนื้อจะช่วยทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้นมาพอที่จะช่วยรองรับข้อเข่า ทำให้อาการปวดลดลง ดังนั้นถ้าหากคุณต้องการออกกำลังกายด้วยการฝึกยืดกล้ามเนื้อก็ควรที่จะปรึกษาแพทย์ก่อนนะคะ เพื่อที่แพทย์จะได้เริ่มต้นดูแลควบคู่ไปกับการออกกำลังกายชนิดนี้ค่ะ

อาการสำคัญ1.อาการข้อเข่าฝืด ตึง โดยเฉพาะในช่วงตื่นนอน หรือพักการใช้งานขอข้อเข่านานๆ2.อาการปวดเข่า มีลักษณะปวดตื้อๆ ทั่วๆ...
11/11/2017

อาการสำคัญ
1.อาการข้อเข่าฝืด ตึง โดยเฉพาะในช่วงตื่นนอน หรือพักการใช้งานขอข้อเข่านานๆ
2.อาการปวดเข่า มีลักษณะปวดตื้อๆ ทั่วๆ ไปบริเวณข้อและมักปวดแบบเรื้อรัง อาการปวดจะมากขึ้นเมื่อมีการใช้งาน เช่น นั่งคุกเข่า นั่งยองๆ และจะทุเลาลงเมื่อพักการใช้งาน
3.มีเสียงในข้อเข่า เมื่อเวลาขยับเคลื่อนไหว ซึ่งเกิดจากการเสียดสีของผิวข้อที่ไม่เรียบขรุขระ ซึ่งเป็นผลของการมีเศษกระดูก และอาจเกิดจากการสึกหรอของกระดูกอ่อนในข้อที่พลิกไปมา
4.เวลาขึ้น-ลงบันได จะมีอาการเจ็บเสียวที่ข้อเข่า
5.การเปลี่ยนรูปร่างขอข้อเข่า ในรายที่เป็นมากจะมีการชำรุดของบริเวณเข่าด้านในมากกว่าด้านนอก จนทำให้กระดูกชิดชนกัน ร่วมกับกระดูกงอกที่เกิดขึ้น การเกิดกระดูกงอกที่เป็นมาก อาจจะคลำได้กดเจ็บ และก่อให้เกิดการโค้งงอขอข้อเข่า
มีวิธีการรักษาอย่างไร และสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่
ปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมอาการได้โดยจุดมุ่ง หมายในการรักษาคือ ช่วยบรรเทาอาการปวด ช่วยให้หน้าที่การใช้งานของข้อกลับคืนสู่ภาวะปกติหรือใกล้ เคียงปกติมากที่สุด และป้องกันหรือแก้ไขการผิดรูปของข้อ วิธีการรักษาจะแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละคน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ ความรุนแรงของโรค การใช้งานที่คาดหวังและความพร้อมของผู้ให้การรักษา

อาการเหล่านี้ฟื้นฟูได้ด้วยดีบูน

ปรึกษา 0870387715

ที่อยู่

Bangkok
10510

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ D-Boon ดีบูน ฟื้นฟูกระดูกผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์