Superkids Center เพจสุขภาพเด็กโดยกุมารแพทย์เฉพาะทาง เพจสุขภาพเด็ก โดยกุมารแพทย์เฉพาะทาง ศูนย์กุมารเวชกรรม Super Kids Center รพ. เวชธานี
โทร. 0-27340000 ต่อ 3310, 3312

👶🏻 การนอนคือ “อาหารของสมอง” โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่ในยุคที่มีหน้าจอ ความเครียดจากการเรียน ตารางก...
08/12/2025

👶🏻 การนอนคือ “อาหารของสมอง” โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่ในยุคที่มีหน้าจอ ความเครียดจากการเรียน ตารางกิจกรรมแน่น หรือพฤติกรรมเข้านอนผิดเวลา ทำให้เด็กจำนวนมาก “นอนดึก” และ “นอนไม่พอ” จนส่งผลกระทบต่อร่างกาย อารมณ์ และการเรียนรู้มากกว่าที่พ่อแม่หลายคนคาดคิด

🌙 เด็กนอนดึก นอนไม่พอ…ส่งผลมากกว่าที่คิด 😴

หลายครอบครัวอาจมองว่า “นอนดึกบ้างคงไม่เป็นไร” แต่สำหรับเด็กแล้ว การนอนไม่พอสะสม อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กระทบต่อพัฒนาการ อารมณ์ และสุขภาพระยะยาวแบบที่หลายคนไม่รู้ตัวเลย

🌟 ทำไมการนอนสำคัญที่สุดสำหรับเด็ก?

วัยเด็กคือช่วงที่ร่างกายและสมองเติบโตเร็วที่สุด ฮอร์โมนต่างๆ โดยเฉพาะ โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) จะหลั่งมากที่สุดช่วงหลับลึก ส่วนสมองก็ใช้เวลานอนในการจัดระเบียบความจำและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ
ดังนั้น…การที่เด็ก “นอนไม่พอ” ก็คือการถูกขัดขวางกระบวนการเติบโตสำคัญของร่างกายโดยตรง

🔍 เด็กนอนดึก นอนไม่พอ ส่งผลอะไรบ้าง?

1) 🧠 พัฒนาการสมองช้าลง
เด็กที่พักผ่อนไม่เพียงพอเสี่ยงต่อ
• สมาธิสั้นลง
• ความจำลดลง
• การควบคุมอารมณ์แย่ลง
• เรียนรู้ช้ากว่าเพื่อน

สมองของเด็กต้องการ “เวลานอนที่ต่อเนื่อง” เพื่อรีเซ็ตและซ่อมแซมตัวเอง ถ้าถูกขัดจังหวะบ่อย ส่งผลระยะยาวได้เลย


2) 😣 อารมณ์แปรปรวน งอแงง่าย
นอนไม่พอ = สมองส่วนควบคุมอารมณ์ทำงานได้แย่
เด็กจึงอาจ
• ขี้หงุดหงิดง่ายกว่าปกติ
• อารมณ์ขึ้นลงเร็ว
• ร้องไห้บ่อย
• ทะเลาะกับเพื่อนมากขึ้น

หลายครั้งที่ผู้ปกครองเข้าใจผิดว่า “ลูกดื้อ” ทั้งที่จริงๆ แค่ “นอนไม่พอ”


3) 🏃‍♂️ เสี่ยงภาวะน้ำหนักเกิน
เด็กนอนน้อยจะมีระดับฮอร์โมนหิว (Ghrelin) เพิ่มขึ้น ทำให้กินจุบจิบมากขึ้น ควบคู่กับสมองล้า เคลื่อนไหวน้อย
ผลลัพธ์คือ “อ้วนง่ายขึ้น”


4) 🛡️ ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
ร่างกายจะสร้างเซลล์ภูมิคุ้มกันส่วนใหญ่ตอนหลับลึก
เด็กที่นอนดึกจึง
• ติดเชื้อบ่อย
• หายป่วยช้ากว่าเด็กที่นอนเต็มอิ่ม
• เหนื่อยง่าย


5) 🪞 ฮอร์โมนการเจริญเติบโตหลั่งน้อยลง
เด็กที่นอนไม่พอเรื้อรังอาจพบว่า
• ส่วนสูงขึ้นช้ากว่าเกณฑ์
• ร่างกายฟื้นตัวช้า
• เจ็บป่วยง่าย

#โกรทฮอร์โมน หลั่งสูงสุดช่วง 4–6 ชั่วโมงแรกของการนอนหลับลึก หากนอนดึกเกินไป ร่างกายอาจพลาดช่วงเวลาสำคัญนี้ไปเลย


💤 เด็กควรนอนกี่ชั่วโมง?
• 1–3 ปี: 11–14 ชั่วโมง
• 4–6 ปี: 10–13 ชั่วโมง
• 7–12 ปี: 9–12 ชั่วโมง

หากลูกนอนน้อยกว่าเกณฑ์ติดต่อกันนานเกิน
2–3 สัปดาห์ ควรสังเกตอาการหรือปรึกษาแพทย์


🎯 สัญญาณว่า “ลูกนอนน้อย”
• ตื่นยาก ง่วงตอนกลางวัน
• อารมณ์ไม่นิ่ง
• สมาธิสั้นลง
• ผลการเรียนแย่ลง
• หิวตลอดเวลา
• งอแงโดยไม่ทราบสาเหตุ


💡 เคล็ดลับให้เด็กรู้จักเข้านอนเร็วขึ้น
• ตั้งเวลาเข้านอน–ตื่นเป็นประจำ
• ปิดหน้าจอทุกชนิดก่อนนอน 1 ชั่วโมง
• อ่านนิทานหรือทำกิจกรรมสงบๆ ก่อนนอน
• ปรับห้องให้มืด อุณหภูมิเย็นสบาย
• ทำให้การเข้านอนเป็นช่วงเวลาที่ผ่อนคลาย ไม่ใช่การบังคับ


😴 การนอนของเด็กไม่ใช่แค่ “พักผ่อน” แต่คือรากฐานของ สมอง พัฒนาการ อารมณ์ และสุขภาพทั้งชีวิต ยิ่งเด็กได้รับการนอนที่เพียงพอ และเข้านอนตรงเวลาเท่าไร ร่างกายก็ยิ่งได้เติบโตอย่างเต็มที่
บทความจากทีมกุมารแพทย์ โรงพยาบาลเวชธานี
ติดตามบทความและสาระดี ๆ เกี่ยวกับสุขภาพเด็ก
ได้ที่เพจ Superkids center

#โรงพยาบาลเวชธานี #กุมารแพทย์เฉพาะทาง17สาขา #ภูมิแพ้ในเด็ก #พัฒนาการเด็ก #ขับถ่ายเด็ก #โภชนาการเด็ก #หัวใจเด็ก #จิตแพทย์เด็ก #ผิวหนังเด็ก #เด็กติดเชื้อ #กระดูกเด็ก #ฟันเด็ก
-----------------------------------------------
ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ฉีดวัคซีน และรักษาโรคในเด็ก
ได้ที่ศูนย์สุขภาพเด็ก Superkids Center
โรงพยาบาลเวชธานี ลาดพร้าว 111
รายละเอียดติดต่อผ่านอินบอกซ์เพจ
📞 Vejthani Superkids Center: 02-7340000 ต่อ 3310,3312

พัฒนาการเด็กเล็กล่าช้า รู้ได้อย่างไร?การเฝ้าดู  #พัฒนาการของลูก เป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับพ่อแม่ เพราะพัฒนาการของเ...
08/12/2025

พัฒนาการเด็กเล็กล่าช้า รู้ได้อย่างไร?

การเฝ้าดู #พัฒนาการของลูก เป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับพ่อแม่ เพราะพัฒนาการของเด็กเล็กเป็นตัวสะท้อนสุขภาพ การเรียนรู้ และการเติบโตในอนาคต หากเรารู้เร็ว ก็ช่วยได้เร็ว เด็กมีโอกาสพัฒนาได้เต็มศักยภาพมากขึ้น

⭐ พัฒนาการเด็กมี 4 ด้านสำคัญ 👶🏻

พ่อแม่สามารถสังเกตได้ง่าย ๆ จาก 4 หมวดได้แก่
1. พัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมัดใหญ่
เช่น คอแข็ง นั่ง คลาน เดิน กระโดด
2. พัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมัดเล็กและการใช้มือ
เช่น หยิบของ เล่นบล็อก วาดเส้น
3. ภาษาและการสื่อสาร
เช่น ส่งเสียง พูดคำแรก ทำตามคำสั่งง่าย ๆ
4. สังคมและอารมณ์
เช่น เล่นกับคนอื่น ยิ้มตอบ สนใจคนรอบตัว

‼️ สัญญาณเตือนพัฒนาการล่าช้าในแต่ละช่วงวัย

👶 ช่วงอายุ 0–6 เดือน
• ไม่ยิ้ม ไม่สบตา
• ไม่สนใจเสียงเรียก
• คอยังไม่แข็งหลัง 4 เดือน
• จับของไม่ได้ แม้อายุ 5–6 เดือน

👧 ช่วงอายุ 6–12 เดือน
• ยังไม่พลิกตัวตอน 8 เดือน
• ไม่ส่งเสียงอ้อแอ้
• ไม่เอื้อมหยิบของ
• ไม่ยื่นแขนเวลาขออุ้ม

👦 ช่วงอายุ 1–2 ปี
• ไม่เดินตอน 18 เดือน
• ไม่พูดคำเดี่ยวตอน 15–18 เดือน
• ไม่เข้าใจคำสั่งง่าย ๆ
• ไม่สนใจคนรอบข้าง เล่นคนเดียวตลอด

👦🏻👧🏻 อายุ 2–3 ปี
• ยังพูดไม่ได้เป็นวลี
• ไม่เล่นสมมติ ไม่มองหน้าเวลาเรียก
• ยังจับดินสอไม่ได้
• อารมณ์แปรปรวนมาก ควบคุมยากผิดปกติ

⭐ ปัจจัยที่ทำให้พัฒนาการล่าช้า
• คลอดก่อนกำหนด
• น้ำหนักแรกเกิดน้อย
• โรคทางพันธุกรรม
• ได้รับการกระตุ้นพัฒนาการไม่เพียงพอ
• ใช้จอมากเกินไปก่อนอายุ 2 ปี
• ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน

✅ ถ้าสงสัยว่าลูกพัฒนาการล่าช้า ควรทำอย่างไร?
1. จดบันทึกอาการ / พฤติกรรมที่สังเกตได้
2. พาไปพบแพทย์เด็ก หรือคลินิกพัฒนาการเด็ก
3. รับการประเมินอย่างเป็นทางการ (DEVELOPMENTAL SCREENING)
4. เข้ารับการกระตุ้นพัฒนาการ (Early Intervention) ถ้าจำเป็น
5. ลดการใช้หน้าจอ และเพิ่มการเล่นที่มีปฏิสัมพันธ์จริง
6. สร้างกิจวัตรประจำวัน เช่น เล่น พูดคุย อ่านหนังสือ นอนเป็นเวลา

💡การรู้ทันพัฒนาการล่าช้าไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่เป็น “โอกาสทอง” ให้เด็กได้รับการช่วยเหลือเร็วที่สุด เด็กจำนวนมากที่ได้รับการกระตุ้นถูกวิธีตั้งแต่เนิ่น ๆ สามารถกลับมาพัฒนาทันเพื่อนและเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ
บทความจากทีมกุมารแพทย์ โรงพยาบาลเวชธานี
ติดตามบทความและสาระดี ๆ เกี่ยวกับสุขภาพเด็ก
ได้ที่เพจ Superkids center

#โรงพยาบาลเวชธานี #กุมารแพทย์เฉพาะทาง17สาขา #ภูมิแพ้ในเด็ก #พัฒนาการเด็ก #ขับถ่ายเด็ก #โภชนาการเด็ก #หัวใจเด็ก #จิตแพทย์เด็ก #ผิวหนังเด็ก #เด็กติดเชื้อ #กระดูกเด็ก #ฟันเด็ก
-----------------------------------------------
ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ฉีดวัคซีน และรักษาโรคในเด็ก
ได้ที่ศูนย์สุขภาพเด็ก Superkids Center
โรงพยาบาลเวชธานี ลาดพร้าว 111
รายละเอียดติดต่อผ่านอินบอกซ์เพจ
📞 Vejthani Superkids Center: 02-7340000 ต่อ 3310,3312

 #โซเชียลมีเดีย อาจทำลายความสามารถในการจดจ่อของเด็กงานวิจัยจากสถาบัน Karolinska (สวีเดน) และมหาวิทยาลัย Oregon Health & ...
08/12/2025

#โซเชียลมีเดีย อาจทำลายความสามารถในการจดจ่อของเด็ก

งานวิจัยจากสถาบัน Karolinska (สวีเดน) และมหาวิทยาลัย Oregon Health & Science (สหรัฐฯ) พบว่า การใช้โซเชียลมีเดียมากขึ้นอาจเชื่อมโยงกับอาการสมาธิสั้นและการขาดสมาธิในเด็ก โดยติดตามเด็กสหรัฐฯ กว่า 8,300 คน อายุ 10–14 ปี

❗️ สิ่งที่การศึกษาพบ
* เด็กใช้เวลาเฉลี่ย
• 2.3 ชม./วัน — ดูทีวี/วิดีโอ
• 1.4 ชม./วัน — บนโซเชียลมีเดีย
• 1.5 ชม./วัน — เล่นเกม

• ไม่พบ ความเชื่อมโยงระหว่างอาการสมาธิสั้นกับการเล่นเกมหรือดูวิดีโอ
• พบความสัมพันธ์เฉพาะกับการใช้โซเชียลมีเดีย ซึ่งเกี่ยวข้องกับอาการ “ไม่ตั้งใจ” ที่เพิ่มขึ้น เช่น ฟุ้งซ่านง่าย
……………..

‼️ ทำไมโซเชียลมีเดียจึงมีผล?

ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่าโซเชียลมีเดียสร้าง สิ่งรบกวนอย่างต่อเนื่อง เช่น การแจ้งเตือนและข้อความ ทำให้สมองถูกเบี่ยงเบนความสนใจตลอดเวลา และอาจกระทบความสามารถในการจดจ่อ

⚠️ ข้อค้นหาอื่น ๆ
• ความเชื่อมโยงไม่ถูกอธิบายด้วยปัจจัยฐานะครอบครัวหรือพันธุกรรม
• อาจเกี่ยวข้องกับการเพิ่มขึ้นของการวินิจฉัยโรคสมาธิสั้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
• เด็กในปัจจุบันเริ่มใช้โซเชียลมีเดียตั้งแต่อายุน้อยกว่า 13 ปี (ต่ำกว่าเกณฑ์ของแพลตฟอร์ม)

✅ คำแนะนำให้มี
• การตรวจสอบอายุที่เข้มงวดขึ้น
• แนวทางชัดเจนสำหรับบริษัทเทคในเรื่องการปกป้องเด็ก
• ผู้ปกครองใช้ข้อมูลนี้เพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับการใช้ดิจิทัลอย่างเหมาะสม
ขอบคุณข้อมูล : Theguardian.com

ติดตามบทความและสาระดี ๆ เกี่ยวกับสุขภาพเด็ก
ได้ที่เพจ Superkids center

#โรงพยาบาลเวชธานี #กุมารแพทย์เฉพาะทาง17สาขา #ภูมิแพ้ในเด็ก #พัฒนาการเด็ก #ขับถ่ายเด็ก #โภชนาการเด็ก #หัวใจเด็ก #จิตแพทย์เด็ก #ผิวหนังเด็ก #เด็กติดเชื้อ #กระดูกเด็ก #ฟันเด็ก
-----------------------------------------------
ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ฉีดวัคซีน และรักษาโรคในเด็ก
ได้ที่ศูนย์สุขภาพเด็ก Superkids Center
โรงพยาบาลเวชธานี ลาดพร้าว 111
รายละเอียดติดต่อผ่านอินบอกซ์เพจ
📞 Vejthani Superkids Center: 02-7340000 ต่อ 3310,3312

เมื่อ  #ฝุ่นเข้าตา เด็ก สิ่งสำคัญคือ ลดการระคายเคือง และ ป้องกันการติดเชื้อ ให้มากที่สุด วันนี้แอดมินมีวิธีดูแลเบื้องต้น...
08/12/2025

เมื่อ #ฝุ่นเข้าตา เด็ก สิ่งสำคัญคือ ลดการระคายเคือง และ ป้องกันการติดเชื้อ ให้มากที่สุด วันนี้แอดมินมีวิธีดูแลเบื้องต้นแบบง่าย ๆ มาฝากกันค่ะ 💛

🧼 วิธีดูแลเบื้องต้นเมื่อฝุ่นเข้าตาเด็ก

1) ล้างตาอย่างอ่อนโยน
• ใช้น้ำสะอาด หรือน้ำต้มสุกที่ปล่อยให้เย็น
• ให้เด็กหลับตาเบา ๆ แล้วค่อย ๆ รินน้ำผ่านหัวตาไปหางตา
• ใช้น้ำเกลือ (Normal saline) ล้างได้ จะช่วยลดการระคายเคืองที่สุด

2) ห้ามขยี้ตาเด็ดขาด
• การขยี้ตาอาจทำให้เกิดแผลถลอกที่กระจกตา
• หากเด็กยังเล็ก ให้จับมือเบา ๆ เพื่อไม่ให้ขยี้

3) ประคบเย็นเพื่อลดอาการแสบ
• ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเย็นวางเบา ๆ บนตา 5–10 นาที
• ช่วยลดการบวมและความระคายเคือง

4) สังเกตอาการหลังล้าง
• หากยัง แดง แสบ น้ำตาไหลมาก แต่เริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ ถือว่าเป็นอาการปกติ
• หลีกเลี่ยงลมแรงหรือฝุ่นเพิ่มในช่วง 1–2 ชั่วโมงแรก

🚨 ควรพาไปพบแพทย์เมื่อไหร่?
• เด็ก ปวดตามาก หรือบ่นเจ็บ
• มี ตาแดงมากผิดปกติ ไม่ทุเลาภายใน 2–3 ชั่วโมง
• มี ขี้ตาเป็นหนอง หรือเปลือกตาติด
• เด็กรู้สึกเหมือนมีอะไรค้างในตาตลอดเวลา (อาจมีเศษฝุ่นฝัง)
• เด็กแพ้ฝุ่นและเริ่ม ตาบวม/คันรุนแรง

💡 เคล็ดลับป้องกันในอนาคต
• ให้เด็กใส่ แว่นตากันฝุ่น เมื่อออกกลางแจ้ง
• หลีกเลี่ยงพื้นที่ฝุ่นเยอะ เช่น ถนนกำลังก่อสร้าง
• ใช้น้ำเกลือล้างตาอาทิตย์ละ 1–2 ครั้งในช่วงฝุ่นหนัก (ไม่จำเป็นต้องบ่อย)



บทความจากทีมกุมารแพทย์ โรงพยาบาลเวชธานี
ติดตามบทความและสาระดี ๆ เกี่ยวกับสุขภาพเด็ก
ได้ที่เพจ Superkids center

#โรงพยาบาลเวชธานี #กุมารแพทย์เฉพาะทาง17สาขา #ภูมิแพ้ในเด็ก #พัฒนาการเด็ก #ขับถ่ายเด็ก #โภชนาการเด็ก #หัวใจเด็ก #จิตแพทย์เด็ก #ผิวหนังเด็ก #เด็กติดเชื้อ #กระดูกเด็ก #ฟันเด็ก
-----------------------------------------------
ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ฉีดวัคซีน และรักษาโรคในเด็ก
ได้ที่ศูนย์สุขภาพเด็ก Superkids Center
โรงพยาบาลเวชธานี ลาดพร้าว 111
รายละเอียดติดต่อผ่านอินบอกซ์เพจ
📞 Vejthani Superkids Center: 02-7340000 ต่อ 3310,3312

🧳✨ เช็กลิสต์เตรียมของพาเด็กไปต่างประเทศ✅ 1.เอกสารสำคัญ • หนังสือเดินทางเด็ก • บัตรประชาชน/สูติบัตร (บางประเทศอาจใช้ตรวจ)...
08/12/2025

🧳✨ เช็กลิสต์เตรียมของพาเด็กไปต่างประเทศ

✅ 1.เอกสารสำคัญ

• หนังสือเดินทางเด็ก
• บัตรประชาชน/สูติบัตร (บางประเทศอาจใช้ตรวจ)
• วีซ่า (ถ้าต้องใช้)
• ประกันการเดินทาง
• เอกสารยินยอมเดินทางของผู้ปกครองอีกฝ่าย (ถ้าไม่ได้ไปครบทั้งสองคน)
• ใบจองโรงแรม/ตั๋วเครื่องบิน

🧥 2.เสื้อผ้า & อุปกรณ์สวมใส่

ตามอากาศของประเทศที่ไป
• เสื้อผ้าตามจำนวนวัน + เผื่อ 1–2 ชุด
• เสื้อกันหนาว/ฮีทเทค (ถ้าไปหนาว)
• ถุงมือ หมวกไหมพรม ผ้าพันคอ
• ชุดนอน
• ถุงเท้าเพิ่ม
• รองเท้าใส่สบาย
• ร่มพับ/เสื้อกันฝน

🎒 3.กระเป๋าลูก (ควรเตรียมแยก)
• ขวดน้ำส่วนตัว
• ขนมที่ทานได้ง่าย
• ตุ๊กตาตัวโปรด/ของเล่นเล็กๆ
• ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัวผืนเล็ก
• แผ่นความร้อน (Heat Pack) ช่วงหนาวมาก
• หูฟังเด็ก
• ผ้าเปียก / กระดาษทิชชู่

💊 4.ยาและของใช้สุขภาพ
• ยาลดไข้เด็ก
• ยาแก้แพ้
• ยาทาแก้ยุง/ผื่นคัน
• ยาท้องเสีย – เกลือแร่ ORS
• พลาสเตอร์ยา
• ปรอทวัดไข้
• เจลล้างมือ
• ครีมกันแดดเด็ก
• ลิปมัน/ครีมทาผิวเด็ก (สำคัญมากในประเทศหนาว)

🍼 5.ของใช้เฉพาะเด็กเล็ก (ถ้ามี)
• นมผง / ขวดนม
• ผ้าอ้อมสำเร็จรูป
• ผ้ารองเปลี่ยนผ้าอ้อม
• เป้อุ้มเด็ก / รถเข็น
• ช้อน–จานเด็ก
• อาหารเสริมสำเร็จรูป

🍽 6.เรื่องอาหาร
• ของกินง่ายๆ เช่น คุ้กกี้ ซีเรียล ขนมปังชิ้นเล็ก
• นม UHT
• ถุงซิปล็อก (ใส่ของกิน/เก็บเศษขยะเด็ก)

🧼 7.อุปกรณ์อาบน้ำ
• แปรงสีฟัน / ยาสีฟันเด็ก
• สบู่ / แชมพูเด็กแบบพกพา
• ผ้าเช็ดตัวเล็ก
• หวี

📱 8.อุปกรณ์ไอที
• โทรศัพท์ / iPad (ไว้ดูการ์ตูนบนเครื่อง)
• สายชาร์จ
• ปลั๊กแปลง (Adapter)
• พาวเวอร์แบงก์

🧾 9.ของจำเป็นอื่นๆ
• ถุงพลาสติกสำหรับของเปียก
• เชือกผ้า / คลิปหนีบ (ตากผ้าเล็กๆในที่พัก)
• ป้ายชื่อพร้อมเบอร์ติดต่อ ติดกระเป๋าหรือเสื้อเด็ก

บทความจากทีมกุมารแพทย์ โรงพยาบาลเวชธานี
ติดตามบทความและสาระดี ๆ เกี่ยวกับสุขภาพเด็ก
ได้ที่เพจ Superkids center

#โรงพยาบาลเวชธานี #กุมารแพทย์เฉพาะทาง17สาขา #ภูมิแพ้ในเด็ก #พัฒนาการเด็ก #ขับถ่ายเด็ก #โภชนาการเด็ก #หัวใจเด็ก #จิตแพทย์เด็ก #ผิวหนังเด็ก #เด็กติดเชื้อ #กระดูกเด็ก #ฟันเด็ก
-----------------------------------------------
ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ฉีดวัคซีน และรักษาโรคในเด็ก
ได้ที่ศูนย์สุขภาพเด็ก Superkids Center
โรงพยาบาลเวชธานี ลาดพร้าว 111
รายละเอียดติดต่อผ่านอินบอกซ์เพจ
📞 Vejthani Superkids Center: 02-7340000 ต่อ 3310,3312

ฝุ่น PM 2.5 เป็นฝุ่นขนาดเล็กมากจนเล็ดลอดเข้าปอดได้ง่าย เด็กถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่สุดเพราะระบบหายใจและภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไ...
08/12/2025

ฝุ่น PM 2.5 เป็นฝุ่นขนาดเล็กมากจนเล็ดลอดเข้าปอดได้ง่าย เด็กถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่สุดเพราะระบบหายใจและภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่

❗ อันตรายของ .5 ต่อเด็ก

1) ระบบทางเดินหายใจ
• ระคายเคืองจมูก คอ ไอ จาม น้ำมูกไหล
• หายใจมีเสียงหวีด (wheezing)
• กระตุ้นโรคหอบหืด ทำให้อาการกำเริบบ่อยขึ้น
• ความจุปอดพัฒนาช้าหรือผิดปกติ หากได้รับ PM 2.5 เป็นเวลานาน

2) ระบบภูมิคุ้มกัน
• เด็กติดเชื้อทางเดินหายใจง่ายขึ้น เช่น หวัด ไซนัสอักเสบ หลอดลมอักเสบ
• ฟื้นตัวจากโรคช้ากว่าเดิม

3) พัฒนาการของสมอง

มีงานวิจัยชี้ว่า PM 2.5 อาจเกี่ยวข้องกับ
• สมาธิสั้นมากขึ้น (Attention problems)
• ทักษะการเรียนรู้บางอย่างลดลง
• พฤติกรรมหงุดหงิดง่ายจากการอักเสบเรื้อรังภายในร่างกาย

4) ระบบหัวใจและหลอดเลือด

แม้เด็กจะพบไม่บ่อยเหมือนผู้ใหญ่ แต่ก็สามารถ
• ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น
• เพิ่มความเสี่ยงการอักเสบในร่างกาย

5) ภาวะแทรกซ้อนในเด็กเล็กและทารก
• หายใจลำบากง่าย
• นอนหลับไม่สนิท
• ต้องพ่นยาหรือพบแพทย์บ่อยขึ้น
• ในทารก อาจส่งผลต่อพัฒนาการในระยะยาวหากสัมผัสฝุ่นบ่อยๆ



✔ วิธีป้องกันเด็กจาก PM 2.5
• เช็กค่าฝุ่นก่อนออกจากบ้าน (ควรเลี่ยงเมื่อค่า AQI > 100)
• ให้เด็กสวมหน้ากากชนิด N95 ขนาดเด็ก
• ปิดประตู–หน้าต่าง และใช้เครื่องฟอกอากาศในห้อง
• ลดกิจกรรมกลางแจ้งวันที่ค่าฝุ่นสูง
• ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือในวันที่อากาศแย่
• ให้เด็กดื่มน้ำมากขึ้น เพื่อลดการระคายเคืองระบบหายใจ

บทความจากทีมกุมารแพทย์ โรงพยาบาลเวชธานี
ติดตามบทความและสาระดี ๆ เกี่ยวกับสุขภาพเด็ก
ได้ที่เพจ Superkids center

#โรงพยาบาลเวชธานี #กุมารแพทย์เฉพาะทาง17สาขา #ภูมิแพ้ในเด็ก #พัฒนาการเด็ก #ขับถ่ายเด็ก #โภชนาการเด็ก #หัวใจเด็ก #จิตแพทย์เด็ก #ผิวหนังเด็ก #เด็กติดเชื้อ #กระดูกเด็ก #ฟันเด็ก
-----------------------------------------------
ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ฉีดวัคซีน และรักษาโรคในเด็ก
ได้ที่ศูนย์สุขภาพเด็ก Superkids Center
โรงพยาบาลเวชธานี ลาดพร้าว 111
รายละเอียดติดต่อผ่านอินบอกซ์เพจ
📞 Vejthani Superkids Center: 02-7340000 ต่อ 3310,3312

3 อาการที่ควรระวังในการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ ‼️คุณพ่อคุณแม่ควรเฝ้าระวังอาการ หากลูกติดเชื้อไข้หวัดใหญ่นะคะ ✌🏻
08/12/2025

3 อาการที่ควรระวังในการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ ‼️
คุณพ่อคุณแม่ควรเฝ้าระวังอาการ หากลูกติดเชื้อไข้หวัดใหญ่นะคะ ✌🏻

🧠   ในเด็กคืออะไร?PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) คือภาวะที่เด็กยังคงมีความกลัว ความเครียด หรือภาพเหตุการณ์ซ้ำๆ หล...
05/12/2025

🧠 ในเด็กคืออะไร?

PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) คือภาวะที่เด็กยังคงมีความกลัว ความเครียด หรือภาพเหตุการณ์ซ้ำๆ หลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง เช่น
• อุบัติเหตุรุนแรง
• ภัยพิบัติ
• การสูญเสียคนใกล้ชิด
• เหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัว
• เห็นหรือได้รับการทำร้าย

❤️ พ่อแม่ช่วยลูกได้อย่างไร
• ให้ความรู้สึกปลอดภัย ใกล้ชิด และรับฟัง
• ไม่บังคับให้เล่าเหตุการณ์ หากไม่พร้อม
• คงกิจวัตรเดิมให้สม่ำเสมอ
• พาไปทำกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลาย เช่น วาดรูป เล่นกับเพื่อน
• เป็นกำลังใจ และสื่อสารด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

#โรงพยาบาลเวชธานี #กุมารแพทย์เฉพาะทาง17สาขา #ภูมิแพ้ในเด็ก #พัฒนาการเด็ก #ขับถ่ายเด็ก #โภชนาการเด็ก #หัวใจเด็ก #จิตแพทย์เด็ก #ผิวหนังเด็ก #เด็กติดเชื้อ #กระดูกเด็ก #ฟันเด็ก
-----------------------------------------------
ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ฉีดวัคซีน และรักษาโรคในเด็ก
ได้ที่ศูนย์สุขภาพเด็ก Superkids Center
โรงพยาบาลเวชธานี ลาดพร้าว 111
รายละเอียดติดต่อผ่านอินบอกซ์เพจ
📞 Vejthani Superkids Center: 02-7340000 ต่อ 3310,3312

อากาศหนาวมาเป็นช่วงๆ  ดูแลสุขภาพของเด็กๆให้แข็งแรงนะคะ แต่อากาศแบบนี้ ก็มีข้อควรระวังอยู่เหมือนกัน วันนี้แอดมิน มีคำแนะน...
05/12/2025

อากาศหนาวมาเป็นช่วงๆ ดูแลสุขภาพของเด็กๆให้แข็งแรงนะคะ แต่อากาศแบบนี้ ก็มีข้อควรระวังอยู่เหมือนกัน วันนี้แอดมิน มีคำแนะนำเบื้องต้นมาฝากคุณพ่อคุณแม่ค่ะ 😊❄️

🌬️ สิ่งที่ต้องระวังในช่วงอากาศหนาวสำหรับเด็กๆ

1) โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ
• ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ RSV ปอดบวม มักพบบ่อยในช่วงนี้
• เด็กเล็กจะติดเชื้อง่ายกว่า เพราะภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรง

แนะนำ: ล้างมือบ่อย ๆ เลี่ยงที่คนเยอะ ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ถ้ายังไม่ได้ฉีด

2) ผิวแห้ง แตก คัน
• อากาศเย็นทำให้ผิวเด็กสูญเสียความชุ่มชื้นเร็ว

แนะนำ: ใช้โลชั่นหลังอาบน้ำทันที อาบน้ำไม่ร้อนเกินไป

3) อุณหภูมิร่างกายลดลง / หนาวสั่นง่าย
• โดยเฉพาะเด็กทารก ร่างกายปรับอุณหภูมิได้ไม่ดี

แนะนำ: ใส่เสื้อผ้าแบบหลายชั้น (ชั้นใน–เสื้อแขนยาว–เสื้อคลุม) พกเสื้อกันลม

4) กลุ่มโรคภูมิแพ้กำเริบ
• อากาศเย็นและแห้งอาจทำให้ภูมิแพ้จมูก หอบ หรือผื่นกำเริบ

แนะนำ: รักษาความชื้นในห้องให้พอเหมาะ หลีกเลี่ยงฝุ่น ควัน

5) มือเท้าเย็นจัด / ชาปลายมือปลายเท้า
• เด็กบางคนมีการไหลเวียนเลือดไม่ดีเวลาหนาว

แนะนำ: ใส่ถุงมือ ถุงเท้า ห่มผ้าพออุ่น

6) ดื่มน้ำน้อย
• อากาศเย็นทำให้ไม่ค่อยหิวน้ำ แต่ร่างกายยังต้องการน้ำเท่าเดิม

แนะนำ: ให้จิบน้ำบ่อย ๆ แม้ไม่รู้สึกกระหาย

เพียงเท่านี้เด็กๆก็จะผ่านพ้นหน้าหนาวอย่างดี มีสุขภาพที่แข็งแรง พร้อมเรียนรู้ตลอดฤดูกาลได้ค่ะ 😁

บทความจากทีมกุมารแพทย์ โรงพยาบาลเวชธานี
ติดตามบทความและสาระดี ๆ เกี่ยวกับสุขภาพเด็ก
ได้ที่เพจ Superkids center

#โรงพยาบาลเวชธานี #กุมารแพทย์เฉพาะทาง17สาขา #ภูมิแพ้ในเด็ก #พัฒนาการเด็ก #ขับถ่ายเด็ก #โภชนาการเด็ก #หัวใจเด็ก #จิตแพทย์เด็ก #ผิวหนังเด็ก #เด็กติดเชื้อ #กระดูกเด็ก #ฟันเด็ก
-----------------------------------------------
ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ฉีดวัคซีน และรักษาโรคในเด็ก
ได้ที่ศูนย์สุขภาพเด็ก Superkids Center
โรงพยาบาลเวชธานี ลาดพร้าว 111
รายละเอียดติดต่อผ่านอินบอกซ์เพจ
📞 Vejthani Superkids Center: 02-7340000 ต่อ 3310,3312

🤓โรคซึมเศร้าในวัยเด็ก: ไม่ใช่แค่เรื่อง “งอแง”หลายคนคิดว่าเด็กไม่มีเรื่องให้เครียดหรือเป็นโรคซึมเศร้าได้ แต่ความจริงแล้ว ...
17/11/2025

🤓โรคซึมเศร้าในวัยเด็ก: ไม่ใช่แค่เรื่อง “งอแง”
หลายคนคิดว่าเด็กไม่มีเรื่องให้เครียดหรือเป็นโรคซึมเศร้าได้ แต่ความจริงแล้ว ภาวะนี้เกิดได้ตั้งแต่วัยอนุบาลถึงวัยรุ่น ข้อมูลจาก UNICEF พบว่าในประเทศไทย วัยรุ่นอายุ 10-19 ปี มีภาวะสุขภาพจิตไม่ปกติมากกว่า 1 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

「สาเหตุของโรคซึมเศร้าในเด็ก」

• พันธุกรรม: เด็กที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคซึมเศร้ามีความเสี่ยงสูงกว่า
• สารเคมีในสมอง: การหลั่งสารสื่อประสาทไม่สมดุลส่งผลต่ออารมณ์
• ประสบการณ์ในวัยเด็ก: การถูกทอดทิ้ง ทำร้าย การหย่าร้างของพ่อแม่ การสูญเสียคนรัก หรือปัญหาในโรงเรียน
• สภาพแวดล้อม: ปัญหาครอบครัว การถูกกลั่นแกล้ง ปัญหาการเรียน และการใช้โซเชียลมีเดียมากเกินไป
「สังเกตได้อย่างไรว่าลูกหลานกำลังเศร้า?」

• อารมณ์และพฤติกรรม: หงุดหงิดง่าย ก้าวร้าว ร้องไห้บ่อย แยกตัว ไม่สนใจกิจกรรมที่เคยชอบ ปวดหัว ปวดท้อง อาจมีความคิดอยากตาย
• การเรียน: ผลการเรียนตกต่ำ ขาดสมาธิ
• พฤติกรรมเสี่ยง: วัยรุ่นอาจใช้สารเสพติดเพื่อลดความทุกข์
• ความคิด: รู้สึกสิ้นหวัง ไร้ค่า ไม่มีใครรัก
「แนวทางการรักษาและการดูแล」

• จิตบำบัด: ทำความเข้าใจความคิดและพฤติกรรม เช่น การเล่นบำบัด ดนตรีบำบัด
• การใช้ยา: กรณีอาการปานกลางถึงรุนแรง แพทย์อาจใช้ยาควบคู่จิตบำบัด
• การมีส่วนร่วมของครอบครัว: พ่อแม่ต้องเข้าใจและให้ความร่วมมือ การดูแลสุขภาพใจของผู้ปกครองเองก็สำคัญ
ข้อความถึงทุกคน

อย่าลังเลที่จะขอคำปรึกษาจากจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น การรักษาอย่างถูกวิธีตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้เด็กเติบโตอย่างมีคุณภาพ ความเข้าใจของคุณสามารถเป็นแสงสว่างให้พวกเขาได้ 🧡



ขอบคุณข้อมูล : BMHH - Bangkok Mental Health Hospital

บทความจากทีมกุมารแพทย์ โรงพยาบาลเวชธานี
ติดตามบทความและสาระดี ๆ เกี่ยวกับสุขภาพเด็ก
ได้ที่เพจ Superkids center

#โรงพยาบาลเวชธานี #กุมารแพทย์เฉพาะทาง17สาขา #ภูมิแพ้ในเด็ก #พัฒนาการเด็ก #ขับถ่ายเด็ก #โภชนาการเด็ก #หัวใจเด็ก #จิตแพทย์เด็ก #ผิวหนังเด็ก #เด็กติดเชื้อ #กระดูกเด็ก #ฟันเด็ก
-----------------------------------------------
ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ฉีดวัคซีน และรักษาโรคในเด็ก
ได้ที่ศูนย์สุขภาพเด็ก Superkids Center
โรงพยาบาลเวชธานี ลาดพร้าว 111
รายละเอียดติดต่อผ่านอินบอกซ์เพจ
📞 Vejthani Superkids Center: 02-7340000 ต่อ 3310,3312

「 เพราะการเติบโตไม่ใช่เรื่องของความเร็ว 」 แต่คือ “การไม่หยุดพัฒนา”ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแค่ไหน — ถ้าเรายังเลือกเติบโตเราก็ยั...
17/11/2025

「 เพราะการเติบโตไม่ใช่เรื่องของความเร็ว 」

แต่คือ “การไม่หยุดพัฒนา”
ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแค่ไหน — ถ้าเรายังเลือกเติบโต
เราก็ยังเดินหน้าได้เสมอ

🌱 ปลดล็อกศักยภาพในตัวคุณ
ด้วยพลังของ《 Growth Mindset และ “Soft Skills 》

โลกทุกวันนี้หมุนเร็วกว่าเดิมมาก...
ความรู้เดิม ๆ หรือทักษะเทคนิคที่เคยพึ่งพาได้ อาจไม่พออีกต่อไป
สิ่งที่สำคัญกว่า “IQ” ในยุคนี้ คือ “Mindset” — กรอบความคิดที่ทำให้เราปรับตัวและเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

「 Growth Mindset คืออะไร? 」

คือแนวคิดที่เชื่อว่า “ความสามารถของเราพัฒนาได้เสมอ”
ไม่จำกัดอยู่แค่สิ่งที่เรามีแต่กำเนิด แต่เติบโตได้ด้วยความพยายามและการเรียนรู้

คนที่มี Growth Mindset จะ...
• มองความล้มเหลวเป็นบทเรียน
• เปิดรับความท้าทายใหม่ ๆ
• ให้คุณค่ากับความพยายามมากกว่าพรสวรรค์
• กล้ารับฟังคำวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์

ในยุคที่โลกเปลี่ยนเร็ว ทักษะนี้จะช่วยให้เราพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ
และลดความกลัวต่อความไม่แน่นอนได้อย่างมากค่ะ

「 Soft Skills: ทักษะที่ AI แทนไม่ได้ 」

แม้เทคโนโลยีจะล้ำแค่ไหน แต่ “ความเป็นมนุษย์” ยังคงสำคัญเสมอ

✨ EQ (ความฉลาดทางอารมณ์)
เข้าใจอารมณ์ของตัวเองและผู้อื่น
ช่วยให้เราสื่อสารดีขึ้น รับมือกับความเครียด และสร้างความสัมพันธ์ที่อบอุ่น

✨ Creativity (ความคิดสร้างสรรค์)
ไม่ใช่แค่ศิลปะ แต่คือ “การคิดต่าง”
มองปัญหาในมุมใหม่ และกล้าลองวิธีใหม่ ๆ เพื่อแก้ไขสิ่งเดิม

「 เพราะการเติบโตไม่ใช่เรื่องของความเร็ว 」

แต่คือ “การไม่หยุดพัฒนา”
ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแค่ไหน — ถ้าเรายังเลือกเติบโต
เราก็ยังเดินหน้าได้เสมอ 🌿


BMHH - Bangkok Mental Health Hospital
📞 สามารถนัดหมายล่วงหน้าได้ที่ 02-589-1889
📍Location : ติวานนท์ 39
Google Map : https://goo.gl/maps/w2JE95HTN23X2KJR8
🌐 Website : bangkokmentalhealthhospital.com

#จิตเวช #สุขภาพจิต #จิตแพทย์ #ซึมเศร้า

ต่อจากบทความที่แล้วเกี่ยวกับการไปท่องเที่ยวในต่างประเทศของเด็กๆ วันนี้แอดมินมีคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อ...
17/11/2025

ต่อจากบทความที่แล้วเกี่ยวกับการไปท่องเที่ยวในต่างประเทศของเด็กๆ วันนี้แอดมินมีคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมเมื่อพาเด็กๆไปเที่ยวต่างประเทศ แบบเข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริงให้กันค่ะ

1) เตรียมเอกสารให้ครบ
• หนังสือเดินทางเด็ก (ดูอายุคงเหลืออย่างน้อย 6 เดือน)
• วีซ่า (ถ้ามี)
• เอกสารยินยอมเดินทางจากผู้ปกครองฝ่ายที่ไม่ได้ไปด้วย (บางประเทศต้องใช้)
• ประกันการเดินทางแบบครอบคลุมเด็ก

2) สุขภาพต้องพร้อม
• ตรวจสุขภาพก่อนเดินทางถ้าเด็กยังเล็ก
• เตรียมยาเด็กพื้นฐาน เช่น ยาลดไข้ ยาแก้แพ้ ยาท้องเสีย น้ำเกลือแร่
• ระวังอาการ เจ็ตแล็ก เด็กอาจงอแงหรือเหนื่อยง่าย
• ถ้าไปประเทศอากาศหนาวมากต้องเตรียมเสื้อผ้าให้ครบชิ้น

3) ความปลอดภัยในพื้นที่
• เลือกที่พักที่ปลอดภัย ใกล้รถไฟหรือรถเมล์สะดวก
• ในที่คนเยอะให้จับมือเด็กตลอดเวลา
• เตรียมแท็กที่มีชื่อ–เบอร์ติดต่อใส่กระเป๋า/ติดที่เสื้อเด็ก
• สอนเด็กว่า “หลงแล้วต้องทำอย่างไร” เช่น ยืนอยู่ที่เดิม หาเจ้าหน้าที่

4) เรื่องอาหารและน้ำ
• เด็กบางคนท้องเสียง่าย ควรหลีกเลี่ยงอาหารแปลกเกินไปหรือดิบ
• เตรียมของกินง่ายๆติดตัว เช่น ซีเรียล คุ้กกี้ นม UHT
• พกขวดน้ำเด็กและน้ำสะอาดตลอดเวลา

5) อย่ากำหนดตารางแน่นเกินไป
• เด็กเหนื่อยง่าย ควรมีเวลาพักกลางวันหรือช่วงชาร์จพลัง
• สถานที่เที่ยวควรเลือกที่เหมาะกับวัย เช่น ไม่เดินไกลเกินไป

6) จัดการอารมณ์และความคาดหวัง
• บอกเด็กก่อนว่าทริปมีอะไรบ้าง ต้องเดินเยอะไหม ต้องรอคิวไหม
• เด็กเล็กอาจงอแงเป็นเรื่องปกติ ควรเผื่อเวลาและอารมณ์ผู้ปกครอง

7) เรื่องอากาศและสภาพแวดล้อม
• อากาศแห้งหนาว: ต้องเตรียมลิปมัน ครีมทาผิว ถุงมือ หมวกไหมพรม
• อากาศร้อนแดดแรง: ทาครีมกันแดดเด็ก ใส่หมวก แว่น วัดระดับความร้อน
• บางที่เดินทางด้วยรถไฟใต้ดินหรือคนพลุกพล่าน ควรระวังเรื่องการสูญหายของของใช้

😎 การขนของขึ้นเครื่อง
• ของเหลวต้องไม่เกินตามกฎสายการบิน
• รถเข็นเด็กบางรุ่นต้องโหลดใต้เครื่อง
ควรเช็กล่วงหน้า
• พกของเล่นชิ้นเล็ก หนังสือนิทาน หูฟังเด็กเพื่อไม่ให้เบื่อบนเครื่องค่ะ

บทความจากทีมกุมารแพทย์ โรงพยาบาลเวชธานี
ติดตามบทความและสาระดี ๆ เกี่ยวกับสุขภาพเด็ก
ได้ที่เพจ Superkids center

#โรงพยาบาลเวชธานี #กุมารแพทย์เฉพาะทาง17สาขา #ภูมิแพ้ในเด็ก #พัฒนาการเด็ก #ขับถ่ายเด็ก #โภชนาการเด็ก #หัวใจเด็ก #จิตแพทย์เด็ก #ผิวหนังเด็ก #เด็กติดเชื้อ #กระดูกเด็ก #ฟันเด็ก
-----------------------------------------------
ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ฉีดวัคซีน และรักษาโรคในเด็ก
ได้ที่ศูนย์สุขภาพเด็ก Superkids Center
โรงพยาบาลเวชธานี ลาดพร้าว 111
รายละเอียดติดต่อผ่านอินบอกซ์เพจ
📞 Vejthani Superkids Center: 02-7340000 ต่อ 3310,3312

ที่อยู่

Vejthani Hospital
Bangkok
10240

เบอร์โทรศัพท์

+6627340000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Superkids Centerผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram

ประเภท