Dcontact เพื่อซ่อมแชมเชลล์ดวงตา

Dcontact เพื่อซ่อมแชมเชลล์ดวงตา D Contact ผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูดูแลดวงตา เหมาะ?

D-Contact ผลิตภัณฑ์ดีคอนแทค

D-Contact (ดี คอนแทค) อาหารเสริมช่วยถนอมดวงตา, จอประสาทตาหลุดลอก, ต้อหิน, ต้อกระจก, และจุดรับภาพที่จอประสาทตามีอาการเสื่อมลง, สายตาพร่ามัว, สายตาสั้น, สายตายาว, สายตาเอียง, ตาบอดสี วิธีรับประทาน : รับประทานวันละ 2 ครั้งหลังอาหาร ครั้งละ 2 แคปซูล

เป็นการใช้สูตรทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดที่ได้รับการรับรอง
Omni – directional : ด้วยการนำเอาซานโทฟิวและไกลท๊อกซาทินมารวมกัน พร้อมส

ารอาหารอีกหลายชนิด สูตรนี้จะเป็นสารอาหารที่ช่วยเสริมกับสารอาหารตัวอื่น ๆ ปัจจุบันแคปซูล Ai – ming นี้เป็นทางเลือกที่ดีเยี่ยมให้กับดวงตาของคุณ

Phosphatidylserine คือสารประกอบประเภทไขมัน phospholipid ที่เป็นองค์ประกอบหลักของเยื่อหุ้มเซลล์สมอง สกัดจากเลซิติน (lecithin) ที่อุดมด้วยสาร phosphatidylserine มากกว่า 70% เป็นสารสื่อประสาทในเนื้อเยื่อเซลล์สมอง (ช่วยสื่อสารการทำงานระหว่างเซลล์สมอง) ช่วยบำรุงและเพิ่มความสามารถของสมองกลีบท้ายทอย (Occipital Lobe) ที่ใช้ควบคุมการมองเห็น

คุณสมบัติพิเศษ

►ผู้ที่มีอาการสายตาสั้นเทียม หรือระดับสายตาสั้นของพวกเขาลึก
►ผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์มาเป็นระยะเวลานาน
►ผู้ที่มีจอตาเปลี่ยนแปลงพยาธิสภาพที่เกิดจากโรคเบาหวาน
►พนักงานที่อยู่ประจำสำนักงาน ซึ่งมีการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน
►พนักงานผู้ที่ทำงานผลัดกลางคืนมาเป็นระยะเวลานาน
►ผู้ที่ขับรถเป็นระยะเวลานาน ๆ (เช่น คนขับแท็กซี่, ผู้โดยสาร และคนขับรถบรรทุก)
►ผู้สูงอายุที่มีสายตาฝ้าฟาง ที่มีแนวโน้มที่น้ำตาจะไหลเมื่อเห็นแสงจ้า,ผู้ที่สายตายาว, วุ้นในตาเสื่อม ซึ่งทำให้ความสามารถในการมองเห็นลดลง, เยื่อบุตาอักเสบ, ต้อกระจก, ต้อหิน, ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงมาก ๆ,ผู้ที่มีปัญหาจอประสาทตา/เลนส์ตามีการเปลี่ยนแปลง

ขจัดทุกปัญหาของดวงตาได้อย่างชัดเจน
สายด่วนโทร. 0614645596
"อย่าปล่อยให้ดวงตามืดมิด แล้วค่อยหาทางแก้ไข หลายท่านอาจมองข้ามกับอาการที่เป็นเพียงเล็กน้อย ..."
ปัญหาตามัว เห็นภาพพร่า ไม่แจ่ม มองไม่ชัด แก้ไขได้จริง เล่นคอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานาน ปวดเมื่อยล้าดวงตา เป็นต้อเนื้อ ต้อหิน ต้อลม ต้อกระจก วุ้นในตาเสื่อม เบาหวานขึ้นตา จอประสาทตาหลุดลอก

�หากลูกค้าพบปัญหา สับสนเรื่องของแท้ของปลอม
ไม่รู้จะซื้อดีคอนแทค Dcontact ที่ไหน ไม่รู้ว่าจะหาของแท้ได้ที่ไหน อ่านในเน็ตแล้วกลัวไปหมด สั่งจากร้านค้าบางร้านก็เจอของปลอมโดนสับขาหลอกกันเยอะแยะ

�คนที่เป็นโรคหัวใจ เบาหวาน ความดัน ไทรอยด์ ภูมิแพ้ สามารถทานได้ ไม่มีผลข้างเคียงใดๆทั้งสิ้น

�ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์บำรุงดวงตา “ดีคอนแทค”
สามารถป้องกันและแก้ปัญหาตามัว มองไม่ชัด
และต้อทุกประเภทของคุณได้อย่างชัดเจน เห็นผลเร็ว
รับประกันความพอใจ 100%

�เลขทะเบียน อย. เลขที่ 24-1-20555-1-0060
ได้รับมาตรฐาน GMP, HACCP, ฮาลาลรับรอง

�ขนาดบรรจุ 1 กล่อง 30 แคปซูล
สินค้าของแท้ 100% ล๊อตใหม่ที่สุดของบริษัทจ้า

�สนใจสอบถาม/ราคา/สั่งซื้อ ✔✔✔
� คุณภัทร 0614645596


�เลขทะเบียน อย.เลขที่ 24-1-20555-1-0060
� #�สารอาหารนำเข้าจากสวิตเซอร์แลนด์�

หมายเหตุ:ราคา,วิธีการทาน ขึ้นอยู่กับอาการลูกค้าของแต่ละท่านจ้า

โรคต้อหินที่เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์โรคต้อหินชนิดเรื้อรัง เกิดจากความไม่สมดุลระหว่างการใช้สายตา(Demand)และปริมาณเลือดแดง...
08/05/2017

โรคต้อหินที่เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์

โรคต้อหินชนิดเรื้อรัง เกิดจากความไม่สมดุลระหว่างการใช้สายตา(Demand)และปริมาณเลือดแดงที่เข้ามาเลี้ยงเซลล์ประสาทตาภายในลูกตา(Supply) เมื่อเซลล์ประสาทตาได้รับเลือดมาหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอจะค่อยๆ ทยอยเฉาตายลงไปเรื่อยๆ ความดันลูกตาที่สูงกว่าปกติ เป็นเพียงสาเหตุรองที่ต้านระบบไหลเวียนเลือด ทำให้ภาวะขาดเลือดดังกล่าวเลวลงไปอีก

ในอนาคตประเทศไทยจะมีผู้ป่วยโรคต้อหินเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจและสภาพเศรษฐกิจที่รัดตัว ผู้คนจะทำงานหนักมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้สายตา บวกกับความเจริญทางด้านไอที ทำให้มีการใช้คอมพิวเตอร์กันมากขึ้น และจะพบผู้ป่วยโรคต้อหินอายุน้อยลงเรื่อยๆ (จากการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน การเล่นเกมส์ และการใช้อินเตอร์เน็ต) และเป็นกลุ่มของโรคต้อหินที่ไม่จำเป็นต้องมีค่าความดันลูกตาสูง ทำให้วินิจฉัยได้ยาก เหมือนในประเทศญี่ปุ่น ที่ขณะนี้มีผู้ป่วยโรคต้อหินชนิดความดันลูกตาปกติมากที่สุดในโลก

อาการของโรคต้อหิน มีความสำคัญในการช่วยให้ผู้ป่วยรู้ตัวว่าเป็นต้อหิน และนำผู้ป่วยให้ไปพบจักษุแพทย์ ทำให้ได้รับการวินิจฉัยโรคได้เร็วขึ้น อาการของโรคต้อหิน มีอะไรบ้าง?

1. ตาพร่า ตามัว เห็นภาพเบลอซ้อน หรือตามืดบอดชั่วขณะหนึ่ง
2. เห็นจุดแสงดำขาวเต็มไปหมด หรือเห็นเป็นแสงระยิบระยับเมื่อมองไปกลางแดด
3. ปวดในเบ้าตาลึกๆและปวดศีรษะข้างเดียวคล้ายไมเกรน หรือปวดจี๊ดขึ้นสมอง
4. ตาจะพร่า เมื่อมองวัตถุบนพื้นที่มีแสงจัดหรือบนพื้นที่มันวาว
5. อ่านหนังสือไม่ทน ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือดูโทรทัศน์ ได้ไม่นาน
6. เห็นดวงไฟมีแสงเจิดจ้า เป็นรัศมีกระจาย เห็นเป็นฝ้าหมอกหรือวงสีรุ้ง รอบดวงไฟ
7. เห็นแสงวาบคล้ายฟ้าแลบ หรือเห็นลำแสงวิ่งผ่านตา หรือเห็นเป็นเส้นหยักๆที่หางตา
8. มีความลำบากในการสังเกตุพื้นต่างระดับเวลาก้าวเดิน หรือเวลาขึ้นลงบันได
9. เห็นสีจืดจางลงหรือผิดเพี้ยนไป เห็นตัวหนังสือเลือนรางหรือแตกพร่า
10. การมองในที่มืดแย่ลง เห็นหน้าคนไม่ชัด และไม่กล้าขับรถในเวลากลางคืน
11. เวลาขับรถลงอุโมงค์ลอดทางแยกหรือเดินเข้าที่ร่มในเวลาแดดจัด ตาจะมืดบอดชั่วขณะ
12. เวลามองผ่านกระจกหน้ารถในทิศทางย้อนแสงอาทิตย์ ตาจะพร่าและสู้แสงไม่ค่อยได้
13. เวลากลางคืนมักจะเดินชนข้าวของเป็นประจำ ชอบที่จะเปิดไฟทุกดวงเท่าที่มี
14. มองสิ่งที่เคลื่อนที่เร็วๆไม่ทัน ทำให้ไม่มั่นใจเวลาขับรถหรือเดินข้ามถนนคนเดียว
15. ตาสู้แสงไม่ได้ ต้องใส่แว่นดำเป็นประจำ
16. เห็นแสงมืดลงไปเรื่อยๆ หรือเห็นเป็นหมอกควันอยู่ทั่วๆไป
17. ลานสายตาแคบเข้ามาเรื่อยๆ จนระยะท้ายเหมือนมองผ่านท่อกลม

ตาพร่ามัว จอประสาทตาเสื่อมFebruary 6, 2016BY TOYตาพร่ามัว อาการผิดปกติที่ควรไปตรวจตาหลายๆ คนคงจะคิดว่าแม้ไม่มีดวงตา หรือ...
08/05/2017

ตาพร่ามัว จอประสาทตาเสื่อมFebruary 6, 2016
BY TOY
ตาพร่ามัว อาการผิดปกติที่ควรไปตรวจตา
หลายๆ คนคงจะคิดว่าแม้ไม่มีดวงตา หรือตาบอดก็ยังไม่ถึงแก่ชีวิต ทำให้การระวังรักษาดวงตากลายเป็นเรื่องรองจากการรักษาโรคทางกายอื่นๆ ความคิดเช่นนี้มีส่วนถูกต้องอยู่ก็จริง แต่ก็คงต้องยอมรับว่า การมีสายตาปกติตั้งแต่เกิดไปจนเสียชีวิต จะทำให้เราสามารถประกอบภารกิจต่างๆ ได้ดี มีคุณภาพชีวิต ได้เห็นโลกกว้าง และมีชีวิตอยู่อย่างเป็นสุข สามารถช่วยเหลือสังคม และไม่เป็นภาระของรัฐที่ต้องให้ความช่วยเหลือ ซึ่งหนึ่งในวิธีการดูแลดวงตาก็คือการไปตรวจตา โดยเฉพาะเมื่อเกิดอาการผิดปกติต่างๆ
อาการผิดปกติควรใส่ใจ
เพราะอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นเป็นการแสดงว่าเกิดพยาธิสภาพของอวัยวะนั้นๆ เป็นการเตือนให้เราไปรับการตรวจจากแพทย์ สำหรับอาการผิดปกติของดวงตาที่เราควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติก็ ได้แก่
1. ความผิดปกติของการมองเห็น ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายอย่าง เช่น ตาพร่ามัว
– ตามัวลง ไม่ว่าจะเป็นเพราะเคยมองเห็นได้ดีกว่านี้ หรือมองเห็นได้น้อยกว่าผู้อื่นในวัยเดียวกัน เช่น เด็กนักเรียนยืนอยู่หลังชั้น เพื่อนๆ เห็นตัวหนังสือบนกระดานดำ แต่เราไม่เห็น หรือเคยมองเห็นป้ายบอกทางในระยะนี้ แต่บัดนี้มองไม่ชัด เป็นต้น ซึ่งโดยทั่วไปต้องคอยทดลองตาทั้ง 2 ข้าง ด้วยการปิดตาเพื่อเทียบการมองเห็นจากตา 2 ข้าง เพราะมีอยู่บ่อยมากที่ผู้ป่วยไม่ทราบว่า มองเห็นข้างเดียวมานาน เพราะตาที่เป็นโรคมัวลงอย่างช้าๆ จนเจ้าตัวไม่ได้สังเกต
– เห็นภาพบิดเบี้ยว อาจจะเห็นเส้นตรงเป็นโค้งหรือหงิกๆ งอๆ มักเป็นตาเดียว ซึ่งอาจทดสอบด้วยตัวเองโดยเทียบกับตาข้างดี อาการอย่างนี้จะบ่งถึงว่ามีความผิดปกติของจอประสาทตาส่วนกลาง (macula)
– เห็นภาพขาดหายไป เช่น มองหน้าคนไม่เห็นลูกตา หรือมองภาพคล้ายๆ ใครเอาผ้าม่านมาปิดบางส่วน หรือเห็นภาพดำๆ ตรงกลาง อาการแบบนี้เป็นความผิดปกติของลานสายตา บางคนอาจมาด้วยลานสายตาซีกขวาไม่เห็น หรือมาด้วยอาการมักจะเดินชนวัตถุที่มาทางด้านขวา เป็นต้น ภาวะดังกล่าวอาจเกิดจากความผิดปกติของจอประสาทตา ประสาทตา ตลอดจนสมอง ตาพร่ามัว.

ตาพร่ามัว
ตาพร่ามัว – มองเห็นวัตถุข้างหน้าเป็น 2 อัน หรือหลายอัน เช่น คนสูงอายุเห็นดวงจันทร์สองดวง หรือหลายดวง อันเนื่องมาจากโรคต้อกระจก หรือผู้ป่วยมีเนื้องอกในโพรงจมูก เกิดอาการมึนงง เพราะเห็นคนเดียวข้างหน้าเป็น 2 คน จากกล้ามเนื้อตาผิดปกติ เป็นต้น
– เห็นจุดดำๆ หรือตัวแมลง หรือเป็นเส้นๆ ลอยไปมา แสดงถึงมีพยาธิสภาพของน้ำวุ้นตา ตลอดจนเห็นแสงคล้ายๆ แฟลชเป็นบางครั้ง บ่งถึงอาจมีความผิดปกติของจอประสาทตา ฯลฯ
2. ตาแดง เป็นอาการที่สำคัญอันหนึ่งอาจพบในโรคเยื่อบุตาอักเสบ ต้อลม ต้อเนื้อ ซึ่งไม่อันตราย รักษาได้ง่ายหรืออาจหายเองได้ ตลอดจนตาแดงจากโรคที่รุนแรง เช่น ต้อหินเฉียบพลัน ม่านตาอักเสบ การอักเสบภายในลูกตา ฯลฯ ซึ่งหากรักษาช้าหรือไม่รับการรักษา จะทำให้ตาบอดได้ ผู้มีอาการตาแดงจึงควรปรึกษาแพทย์
3 . ปวดตา เจ็บตา ร่วมกับมีหรือไม่มีขี้ตา บ่งถึงมีความผิดปกติภายในหรือรอบๆ บริเวณเบ้าตา
4. ปวดศีรษะบ่อยๆ ในบางรายอาจเป็นอาการแสดงของสายตาผิดปกติ หรือมีการอักเสบของเบ้าตา
ตลอดจนการใช้สายตาผิดๆ เช่น การใช้คอมพิวเตอร์วันละหลายๆ ชั่วโมง เป็นต้น
รูปลักษณ์ดวงตาผิดปกติต้องระวัง
นอกจากอาการผิดปกติแล้ว การที่ดวงตามีรูปลักษณ์ผิดปกติก็เป็นที่ต้องใส่ใจด้วย โดยเฉพาะอาการต่อไปนี้
» ตาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้ง 2 ข้าง โปนกว่าปกติ ซึ่งบ่งถึงว่าอาจมีโรคของต่อมไทรอยด์ หรือความ
ผิดปกติของเบ้าตา
» หนังตาข้างใดข้างหนึ่งหรือ 2 ข้างตกลงมาปิดตาดำมากกว่าปกติ เนื่องจากอาจมีความผิดปกติของกล้ามเนื้อยกหนังตาจากโรคทางสมอง เป็นต้น
» ตาเข อาจเป็นความผิดปกติที่ไม่รู้สาเหตุ หรือจากการมีสายตาผิดปกติ ซึ่งหากไม่รับการแก้ไขแต่เนิ่นๆ จะก่อให้เกิดภาวะตาขี้เกียจ (amblyopia) ได้ หรือบางรายตาเขอาจเกิดจากความผิดปกติของสมองด้วย
» คลำบริเวณเบ้าตาพบก้อนเนื้อผิดปกติ โดยอาจจะอยู่ที่เปลือกตาหรือเบ้าตา
» หนังตากระตุก จากการทำงานของกล้ามเนื้อและปลายประสาทที่มาเลี้ยงกล้ามเนื้อทำงานไม่สมดุล
หากมีอาการเหล่านี้ควรไปพบจักษุแพทย์เพื่อรับการตรวจตา
การเตรียมตัวเพื่อรับการตรวจตา
– ไม่ควรทาขอบตา ไม่ว่าจะเป็นมาสคารา อายแชโดว์ ตลอดจนเครื่องสำอางต่างๆ มากมายบริเวณตาใน ตาพร่ามัว
วันที่มาตรวจ
– นำยาที่ใช้อยู่มาด้วย เพราะผู้ป่วยบางรายมีการทดลองใช้ยาบางตัวมาก่อน แพทย์จะได้พิจารณาว่ายาที่มีอยู่สามารถใช้ต่อได้หรือไม่ เพราะยารักษาโรคบางตัวอาจเป็นต้นเหตุของโรคตาได้
– นำแว่นสายตาที่ใช้อยู่มาด้วย เพื่อให้แพทย์ตรวจเช็คว่า แว่นที่ใช้อยู่นั้นเหมาะกับสายตาเราหรือไม่
– ควรหยุดใช้คอนแทคเลนส์ 1-2 สัปดาห์ล่วงหน้า รวมถึงงดใส่คอนแทคเลนส์ในวันมาตรวจตาด้วย ทั้งนี้เพื่อให้การวัดสายตาหาค่าความผิดปกติครั้งใหม่ทำได้อย่างถูกต้อง เนื่องจากการถอดคอนแทคเลนส์ใหม่ๆ (หากมีการใช้คอนแทคเลนส์ทุกวัน) แล้วตรวจตาเลย จะได้ค่าสายตาที่ไม่ถูกต้อง เพราะตัวคอนแทคเลนส์อาจเปลี่ยนความโค้งของกระจกตาชั่วคราว ทำให้ค่าสายตาผิดพลาด
– แจ้งให้หมอทราบ ถึงประวัติแพ้ยา โรคทางกาย ยาที่รักษาโรคทางกาย ตลอดจนโรคตาที่รักษาอยู่ เช่น บางท่านอาจเป็นโรคต้อหิน แล้วใช้ยารักษาประจำอยู่
– ไม่ควรขับรถหรือต้องมีญาติมาเป็นเพื่อน หากมีโรคเกี่ยวกับน้ำวุ้นตา จอประสาทตา ประสาทตา แพทย์อาจจะต้องมีการหยอดยาขยายม่านตาเพื่อจะได้ตรวจดูอย่างละเอียดถึงอวัยวะ ดังกล่าว ซึ่งการหยอดยาขยายม่านตาจะทำให้ตาพร่ากลัวแสง มองใกล้ไม่ชัดเป็นระยะเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงหลังหยอด ดังนั้นผู้ป่วยจึงไม่ควรขับรถเอง แต่ควรหาคนมาขับรถแทนให้ ส่วนผู้สูงอายุอาจต้องมีญาติมาเป็นเพื่อน
การตรวจตาทั่วไป
– โดยทั่วไปจะเริ่มด้วยการวัดสายตาว่า มีการมองเห็นเป็นปกติหรือไม่ โดยการอ่านแผ่นอักษรที่ระยะ 6 เมตร
– ตรวจตาส่วนหน้า ตั้งแต่หนังตา เยื่อบุตา กระจกตาไปจนถึงแก้วตา ด้วยเครื่องตรวจที่เรียกว่า slit lamp ซึ่งสามารถขยายให้ใหญ่ตามต้องการ
– ตรวจตาส่วนหลัง ตั้งแต่น้ำวุ้นตา จอประสาทตา ขั้วประสาทตาด้วยเครื่องมือพิเศษที่เรียกว่า opthalmoscope ในบางรายอาจต้องหยอดยาขยายม่านตาช่วยเพื่อตรวจได้ละเอียดยิ่งขึ้น
– วัดความดันตา ซึ่งอาจวัดโดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า pnemotonometer ใช้ลมเป่าโดยไม่ต้องหยอดยาชา หรืออาจใช้เครื่องที่ติดมากับ slit lamp (ที่ตรวจในข้อ 2) ที่เรียกว่า applanation tonometer โดยทั่วไปการวัดความดันตาจะทำในผู้ป่วยอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือผู้ป่วยอายุน้อยกว่านี้ที่สงสัยว่าอาจมีความดันตาสูง
– ตรวจกล้ามเนื้อตา เนื่องจากอาจมีภาวะตาเขซ่อนเร้นที่ทำให้ปวดตาเวลาใช้สายตา หรือมีภาวะตาเขที่ชัดเจนอยู่
– ตรวจวัดสายตาด้วยเลนส์ชนิดต่างๆ หากมีสายตาที่ผิดปกติ (จากข้อ1) โดยตรวจไม่พบความผิดต่างๆ จากข้อ 2-4 คงต้องมีการตรวจวัดสายตาด้วยเลนส์ชนิดต่างๆ ได้แก่ ตรวจสายตาด้วยเลนส์เว้าในกรณีที่สายตาสั้น หรือตรวจด้วยเลนส์นูนถ้ามีสายตายาว และเลนส์ทรงกระบอกในผู้มีสายตาเอียง เพื่อแก้ไขความผิดปกติของสายตาได้อย่างถูกต้อง ตาพร่ามัว.

วุ้นตาเสื่อม หรือ น้ำวุ้นตาเสื่อม หรือ น้ำวุ้นตาตกตะกอน (Vitreous floater หรือ Eye floater หรือ Floater) คือ ภาวะที่เกิด...
08/05/2017

วุ้นตาเสื่อม หรือ น้ำวุ้นตาเสื่อม หรือ น้ำวุ้นตาตกตะกอน (Vitreous floater หรือ Eye floater หรือ Floater) คือ ภาวะที่เกิดมีตะกอน อาจเป็นจุดเล็กๆ เป็นเส้นๆ และ/หรือเป็นวงๆ ซึ่งเกิดขึ้นในน้ำวุ้นตา (vitreous humor หรือ Vitreous humour) ที่ตามปกติจะใสไม่มีตะกอน กล่าวคือ ในภาวะปกติ น้ำวุ้นตาเป็นน้ำใส ไม่มีสี หนืดๆ คล้ายไข่ขาว ปราศจากหลอดเลือด โดยอยู่ในช่องตาส่วนหลังสุด (Vitreous cavity) เป็นเนื้อที่ 2/3 ของปริมาตรของลูกตาโดยประ มาณ (ต่างจากน้ำวุ้นส่วนหน้าที่เรียกว่า สารน้ำในลูกตา หรือ Aqueous humour) ซึ่งจะใสไม่มีความหนืดและอยู่ที่ส่วนหน้าของลูกตาในช่องที่เรียกว่า Anterior และ Posterior chamber)
น้ำวุ้นตานี้มีส่วนประกอบเป็นน้ำถึง 99% ที่เหลืออีกเพียง 1% เป็นโปรตีน กรด Hyaluro nic สาร Collagen ตลอดจน สารเกลือแร่ (Electrolyte) ต่างๆ สารเหล่านี้อาจเรียงเป็นเส้นใยบางๆ อาจพบเซลล์ได้บ้างเล็กน้อย ซึ่งทำให้น้ำวุ้นตามีลักษณะหนืดๆ
หน้าที่ของน้ำวุ้นตา บ้างก็ว่าไม่มีหน้าที่อะไร ที่สำคัญเพียงแต่ตัวน้ำวุ้นจะแนบกับจอตา เป็นส่วนทำให้จอตาแนบติดอยู่กับที่ ไม่หลุดออกมา บ้างก็ว่าอาจมีส่วนในการเลี้ยงส่วนอื่นของดวงตาอยู่บ้าง
วุ้นตาเสื่อมมีอาการอย่างไร?
วุ้นตาเสื่อม
วุ้นตา/น้ำวุ้นตาที่เสื่อม/ตกตะกอน อาจเป็นอณูเล็กๆ เป็นจุดจุดเดียว หลายจุด เป็นเส้น เป็นวงๆ และ/หรือเป็นเส้นหงิกๆงอๆ อณูเหล่านี้ เมื่อต้องแสงจากข้างหน้าดวงตา จะเกิดเป็นเงาทอดไปยังจอตา หรืออณูเหล่านี้ก่อให้เกิดการหักเหของแสงที่ผ่านมาจากส่วนหน้าดวงตากระ จายไปตกที่จอตาส่วนต่างๆ เกิดการรับรู้ว่ามีจุดมืดเกิดขึ้น และเนื่องจากอณูเหล่านี้อยู่ในน้ำวุ้นซึ่งเป็นน้ำ จึงมีการเคลื่อนไหวตามการขยับของลูกตา จึงทำให้เจ้าตัวรับรู้ว่ามีอะไรลอยไปมา แต่หากอณูเหล่านี้หยุดนิ่งอยู่กับที่ เงาที่ทอดตกที่จอตา ก็จะอยู่กับที่ เจ้าตัวอาจไม่รู้สึกว่ามีอะไรลอยไปมา
รูปร่างและขนาด ตลอดจนจำนวนของอณู ทำให้เจ้าตัวแปลออกมาเป็นรูปร่างต่างๆ เช่น มีจุดลอยไปมา มีลักษณะเป็นลูกน้ำ เป็นแมลง หรือเป็นวงๆ ลอยอยู่ข้างหน้า บางครั้งอาจรู้สึกเหมือนมีแมลงบินอยู่ข้างหน้า อาจเห็น หรืออาจหายไป แต่จะเห็นชัดเมื่อมองผ่านพื้นเรียบ เช่น บนกระดาษสีขาว บนฝาผนัง ตลอดจนบนท้องฟ้าใส เป็นต้น
โดยทั่วไปการมองเห็นอะไรลอยไปมานี้ไม่ทำให้สายตามัวลง แต่อาจก่อให้เกิดความรำ คาญมากกว่า
วุ้นตาเสื่อมมีสาเหตุจากอะไร?
วุ้นตา/น้ำวุ้นตาเสื่อมมีสาเหตุจาก
น้ำวุ้นตาเสื่อมและหดตัว (Vitreous syneresis) แรกเกิดน้ำวุ้นจะหนืดจากการรวม ตัวของสาร Collagen ของ Protein และสารอื่นๆที่ไม่ใช่ส่วนที่เป็นน้ำ แต่เป็นส่วนเป็นเส้นใยบางๆ ซึ่งเมื่ออายุมากขึ้น ส่วนที่เป็นเส้นใยจะจับตัวกันหนาขึ้น ร่วมกับมีการหดตัวของน้ำวุ้นตาที่เหลือ จึงทำให้เส้นใยดังกล่าวมีขนาดใหญ่ และเห็นชัดขึ้น ลอยไปมา โดยพบมากในผู้สูงอายุ กล่าวกันว่า พบได้กว่า 50% ของคนอายุมากกว่า 70 ปี ของคนสายตาสั้นมากๆ และของผู้ที่เคยได้รับอุบัติเหตุทางดวงตา ซึ่งเส้นใยเหล่านี้ หากเกิดขึ้นและลอยอยู่บริเวณขอบๆของดวงตา เจ้าตัวจะไม่มีอาการ แต่หากเส้นใยเหล่านี้มาอยู่บริเวณตรงกลางดวงตา ที่แสงผ่านเข้าจอตา เจ้าตัวจึงจะเกิดอาการขึ้น
ในภาวะปกติ น้ำวุ้นตานาบอยู่กับจอตาอย่างหลวมๆ แต่ส่วนหลังสุดที่อยู่รอบๆจาน /ขั้วประสาทตา (Optic disc) จะนาบแน่นกว่าบริเวณอื่น เมื่อน้ำวุ้นเสื่อม จะมีบางส่วนกลายเป็นน้ำใสๆ ส่วนที่หนืดเป็นใยรวมตัวกัน ดึงน้ำวุ้นที่เกาะที่ขั้วประสาทตาหลุดออกมา แล้วน้ำวุ้นที่ใสเป็นน้ำจะเข้าไปแทนที่ ทำให้เกิดภาวะที่เรียกกันว่า PVD (Posterior vitreous detachment) ทำให้เจ้าตัวอาจเห็นเป็นวงลอยไปมาได้
ในการพัฒนาของการเกิดลูกตาคนเราตั้งแต่อยู่ในครรภ์นั้น ภายในน้ำวุ้นตามีหลอดเลือดที่เรียกว่า Hyaloid artery หลอดเลือดนี้ต้องหดหายไปก่อนเด็กคลอด แต่ในบางคน การหดหายของหลอดเลือดไม่สมบูรณ์ ทำให้เด็กที่เกิดมาอาจยังมีติ่งของหลอดเลือดนี้หลงเหลืออยู่ ซึ่งภายในหลอดเลือดมีเม็ดเลือดแดง จึงอาจหลุดออกมาในวุ้นตาได้
อาจมีสารเคมีบางตัวที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเส้นใย Synchysis scintillans ในน้ำวุ้น เกิดเป็นผลึกของแคลเซียม (Asteroid hyalosis) หรือของไขมันคอเลสเตอรอล/Cholesterol ลอยไปมาในน้ำวุ้นได้
มีรายงานว่าการใช้ยาบางตัวอาจก่อให้เกิดน้ำวุ้นตาเสื่อมตกตะกอนได้ เช่น Zovi rax (ยารักษาโรคเริม โรคงูสวัด และโรคอีสุกอีใส) อาจทำให้เกิดน้ำวุ้นตาเสื่อมตกตะกอนได้
ยังมีตะกอนที่เกิดจากสาเหตุต่างๆอีก แต่พบได้น้อยกว่า 5 ข้อแรก เช่น อาจมีเซลล์ต่างๆ ได้แก่ เม็ดเลือดแดงที่มาจากหลอดเลือดที่จอตาฉีกขาด หลอดเลือดที่ผิดปกติในผู้ป่วย เบาหวานขึ้นตา (Diabetic retinopathy) ในผู้ป่วยจอตาเสื่อม (Age related macular degeneration) ตลอดจนเม็ดเลือดขาวที่มาจากการอักเสบภายในดวงตาทั้งจากโรคม่านตาอัก เสบ การอักเสบภายในดวงตา (Endophthalmitis) การอักเสบจากอุบัติเหตุมีบาดแผลทำให้ดวงตาทะลุ นอกจากนี้อาจมีอณูสีเล็กๆ (Pigmented granule) ที่มาจากอณูสีในเนื้อเยื่อชั้นของจอตา หรือแม้แต่เซลล์มะเร็งที่หลุดมาจากมะเร็งตาในเด็ก/มะเร็งจอตา (Retinoblastoma) ฯลฯ
อนึ่ง ในบรรดาสาเหตุต่างๆที่ทำให้เกิดน้ำวุ้นเสื่อมตกตะกอนใน 5 ข้อแรก เป็นภาวะ/ประ เภทไม่อันตราย เรียกกันว่า Benign vitreous Floater เป็นสาเหตุส่วนใหญ่ ส่วนในข้อ 6 เรียก ว่า Pathologic vitreous floater หรือเป็นประเภทอันตรายต้องหาสาเหตุและต้องรักษาต้นเหตุ
เมื่อมีอาการของวุ้นตาเสื่อมควรทำอย่างไร?
เมื่อมีอาการของวุ้นตาเสื่อม ควรต้องรีบพบจักษุแพทย์ เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุ เพื่อการรัก ษาที่เหมาะสมเมื่อกรณีสาเหตุเกิดจากภาวะ/ประเภทอันตรายที่จำเป็นต้องได้รับการรักษา เช่น เบาหวานขึ้นตา หรือ จอตาฉีกขาด
ควรเตรียมตัวมารับการตรวจวุ้นตาเสื่อมอย่างไร?
ผู้ที่มาด้วยอาการของวุ้นตาเสื่อมจำเป็นต้องรับการตรวจน้ำวุ้นตาและจอตาอย่างละเอียด การตรวจเริ่มจากตรวจส่วนหน้าของลูกตาก่อน ตามด้วยการขยายม่านตาด้วยยาหยอดตาขยายม่านตา เพื่อที่จะได้ดูน้ำวุ้นตาและจอตาให้ได้ทุกมุม เพราะการมีน้ำวุ้นเสื่อมตกตะกอนอาจเกิดร่วมหรือเป็นเหตุให้เกิดจอตาฉีกขาดได้ โดยทั่วไปจักษุแพทย์จะต้องดูว่ามีการฉีกขาดของจอตาที่บริเวณใดหรือไม่ การมีน้ำวุ้นตาตกตะกอนอาจพบจอตาฉีกขาดได้ประมาณ 15% แต่หากน้ำวุ้นตาตกตะกอนร่วมกับมีเม็ดเลือดแดงในวุ้นตา มีโอกาสจะพบจอตาฉีกขาดได้ถึง 75% ซึ่งหากพบจอตาฉีกขาด จำเป็นต้องรับการรักษาด้วยแสงเลเซอร์เพื่อป้องกันการลอกของจอตา
อนึ่ง ผู้ที่มารับการตรวจ ซึ่งแพทย์ต้องตรวจโดยใช้ยาหยอดขยายม่านตา จะทำให้มีอา การตาพร่ามัว สู้แสงไม่ได้เป็นเวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมง จึงไม่ควรขับรถมาตรวจเอง และไม่ใช้สายตาในการมองใกล้ประมาณ 2-4 ชั่วโมง สำหรับผู้สูงอายุควรมีญาติมาเป็นเพื่อนด้วย
รักษาวุ้นตาเสื่อมอย่างไร?
แนวทางการรักษาวุ้นตาเสื่อมคือ
การเกิดน้ำวุ้นตาเสื่อมตกตะกอนที่ไม่อันตราย ซึ่งเป็นกรณีที่พบเป็นส่วนใหญ่ มัก จะก่อให้เกิดความรำคาญที่มีอะไรลอยมารบกวน แต่ไม่ทำให้สายตามัวลง นานเข้าอาจชินไปเอง หรือตะกอนหลบไปจากแนวสายตา อาการจะดีขึ้นเอง จึงไม่จำเป็นต้องรักษา
หากพบจอตาฉีกขาดร่วมด้วย ต้องรับการรักษาด้วยแสงเลเซอร์ หรือจี้เย็น (Cryo therapy) เป็นการปิดรูรั่วที่จอตาที่ขาด เพื่อไม่ให้น้ำวุ้นตาเซาะไปตามรูที่ขาด อันจะทำให้จอตาหลุดลอกออกมา ทำให้ตามัวและตาบอดได้
หากน้ำวุ้นตาตกตะกอนชนิดอันตรายในข้อ 6 ซึ่งพบเป็นส่วนน้อย ต้องรักษาตามสาเหตุ เช่น ถ้าเป็น เบาหวานขึ้นตา ควรรักษาโดยการคุมโรคเบาหวาน ร่วมกับการรักษาจอตาด้วยแสงเลเซอร์ ถ้าเป็นจากโรคจอตาเสื่อมที่เกิดจากหลอดเลือดเกิดใหม่ที่จอตา (Neovascu larization) ต้องขจัดหลอดเลือดที่ผิดปกติด้วยเลเซอร์หรือด้วยยา ถ้าเกิดจากเม็ดเลือดขาวจากการอักเสบภายในดวงตา ต้องให้ยาฆ่าเชื้อ/ยาปฏิชีวนะ หรือในบางราย อาจต้องลงเอยด้วยการทำผ่าตัดน้ำวุ้นตา (Vitrectomy)
ผู้มีวุ้นตาเสื่อมควรปฏิบัติอย่างไร?
ผู้มีวุ้นตาเสื่อมประเภทไม่เป็นอันตราย: ภาวะนี้เป็นภาวะที่ไม่จำเป็นต้องให้การรักษา แต่ควรสังเกตตัวเอง หากมีภาวะดังต่อไปนี้ ควรรีบพบจักษุแพทย์ เพราะมักเกิดจากสาเหตุที่ทำให้เกิดวุ้นตาเสื่อมประเภทอันตราย
จุดลอยดังกล่าวมีจุดใหม่ลอยมากขึ้น
มีแสงระยับคล้ายแสงแฟลซ (Flash)
สายตามัวลง
มีอาการคล้ายมีม่านบังดวงตาเป็นแถบๆ
ผู้มีวุ้นตาเสื่อมประเภทมีอันตราย: ควรปฏิบัติตามจักษุแพทย์ และพยาบาลจักษุแนะ นำอย่างเคร่งครัด รวมทั้งต้องดูแลรักษาควบคุมโรคที่เป็นสาเหตุให้ได้ เช่น โรคเบาหวาน เป็นต้น
ป้องกันวุ้นตาเสื่อมอย่างไร?
การป้องกันวุ้นตาเสื่อม คือ หากเกิดจากภาวะเสื่อมตามธรรมชาติแล้ว มักจะไม่มีวิธีป้อง กัน แต่หากเกิดจากที่ทราบสาเหตุดังกล่าวในหัวข้อสาเหตุและเป็นสาเหตุที่ป้องกันได้ ก็มีวิธีป้องกันตามแต่สาเหตุนั้นๆ เช่น การป้องกัน การดูแลรักษาควบคุม โรคเบาหวาน เป็นต้น
อย่างไรก็ตามการมีสุขภาพทั่วไปที่ดี อาจจะป้องกัน หรือชะลอการเสื่อมของวุ้นตาลงได้บ้าง
มีบางรายงานแนะนำใช้ยาประเภทบำรุงร่างกายเป็นวิตามิน/อาหารประเภทสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ (Antioxidant) แต่ยังไม่มีการพิสูจน์แน่ชัดว่าได้ผลจริง โดยทั่วไปการรับ ประทานอาหารครบทุกหมู่ (อาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ในปริมาณเหมาะสมที่ไม่ทำให้เกิดโรคอ้วนและน้ำหนักตัวเกิน) นำมาซึ่งร่างกายแข็งแรงน่าจะเพียงพอ
ไม่สูบบุหรี่ งด/เลิกบุหรี่เมื่อสูบอยู่
มีการออกกำลังกายที่พอดีกับสุขภาพสม่ำเสมอ
หลีกเลี่ยงอุบัติเหตุต่างๆที่จะส่งผลถึงดวงตา
หากมีโรคทางกายเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง ต้องควบคุมให้ดี

การดูแลรักษาดวงตา : วิธีการช่วยถนอมสายตา ดวงตาเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญมาก เพราะเป็นอวัยวะที่ช่วยในการมองเห็น การดูแลรักษ...
08/05/2017

การดูแลรักษาดวงตา : วิธีการช่วยถนอมสายตา


ดวงตาเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญมาก เพราะเป็นอวัยวะที่ช่วยในการมองเห็น การดูแลรักษาดวงตาให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอ จะช่วยทำให้มีการมองเห็นที่ชัดเจน และมีส่วนช่วยทำให้คุณภาพชีวิตของเราดีขึ้นได้ ดังนั้น จำเป็นเป็นอย่างยิ่งที่ดวงตาของเราควรได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง โดยมีวิธีการดูแลถนอมดวงตาง่ายๆ ดังนี้
เมื่อไหร่ก็ตามที่เรารู้สึกว่าตาแห้ง วิธีการแก้ไขคือให้กะพริบตาถี่ๆ เพราะอาการตาแห้งนั้นเกิดจากการกะพริบตาที่น้อยครั้งเกินไป จนความชื้นที่ไปหล่อเลี้ยงดวงตาไม่พอ จึงทำให้ดวงตาล้าขาดความชุ่มชื้น โดยเฉพาะเวลาที่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ หรือใช้สายตาเพ่งมากเกินไป บางครั้งจำนวนการกะพริบตาจะลดน้อยลงโดยที่เราไม่รู้ตัว พลอยทำให้กล้ามเนื้อตาล้า และเกิดอาการตาแห้งขาดความชุ่มชื้นขึ้นได้ วิธีการช่วยถนอมสายตา ลดอาการตาแห้งคือ ให้พยายามใช้กฎ 20-20-20 คือ ทุกๆ 20 นาที ให้มองไปไกลประมาณ20 ฟุต นานประมาณ 20 วินาที หรือใช้วิธีการหลับตาเพื่อพักสายตาประมาณ 20 วินาทีก็ได้เช่นกัน วิธีนี้เพื่อเป็นการพักสายตา และป้องกันสายตาล้า ปวดตา และช่วยถนอมสายตาของเราได้
เมื่อไหร่ก็ตามหากมีอาการตาล้า แสบตาหรือปวดตา อันเนื่องจากการใช้สายตาเป็นระยะเวลานาน ให้หาสำลีชุบน้ำมาวางขณะหลับตา จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและลดอาการเมื่อยล้าของสายตาได้ดี
ใส่ใจแสงสว่างภายในห้องทำงาน โดยปรับความสว่างให้เหมาะสม ไม่ควรทำงานในที่ๆ มีแสงจ้าหรือมืดเกินไป หากต้องทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ ควรอย่างยิ่งที่จำเป็นต้องปรับความสว่างของหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมด้วยเช่นกัน การจัดวางคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่มีความสำคัญ โดยทั้งนี้ควรจัดวางให้มีระยะห่างประมาณ 50-70 เซนติเมตร และปรับระดับจอภาพให้พอดี ไม่ควรให้อยู่สูงหรือต่ำจากระดับสายตามากเกินไป และหากต้องใช้สายตาสำหรับการอ่านหนังสือนานๆ ระยะที่เหมาะสมสำหรับการอ่านหนังสือคือไม่ควรใกล้เกินกว่า 40 ซม. จากสายตา
ควรพักสายตาบ่อยๆ ซึ่งหากเป็นไปได้ควรพักสายตาทุกๆ 1 ชั่วโมง โดยการมองออกไปด้านนอก หรือหลับตา ละสายตาจากสิ่งที่ทำสักพักหนึ่ง อย่างน้อย 20 วินาที
เมื่อต้องออกไปสัมผัสกับแสงแดดที่จ้าควรสวมแว่นกันแดดทุกครั้ง เพื่อป้องกันแสง UV อีกทั้งช่วยป้องกันการเกิดโรคตาต่างๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็น ต้อลม ต้อเนื้อ กระจกตาเป็นฝ้า ต้อกระจก จอประสาทตาเสื่อม แว่นกันแดดที่ดีนั้นควรกันแสง UV-A และ UV-B อย่างน้อย 99-100 เปอร์เซ็นต์ และกันแสงทั่วไปได้อย่างน้อย 75-90 เปอร์เซ็นต์
วิธีการต่อมาคือควรตรวจสุขภาพดวงตาเป็นประจำทุกๆ ปี โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ทั้งนี้เผื่อหากมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับดวงตาขึ้น จะได้รักษาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ
สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย เพราะนอกจากจะทำให้ผิวพรรณชุ่มชื้นแล้ว ยังช่วยให้ผิวรอบดวงตาดูสดใสอิ่มเอมเพิ่มขึ้นอีกด้วย
ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อดวงตาเพิ่มขึ้นในแต่ละวัน ผักผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อดวงตา เช่น ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ใบเขียว แครอท หรือผลบิลเบอร์รี่ เป็นต้น ผักผลไม้เหล่านี้จะมีส่วนช่วยลดอันตรายจากสารต้านอนุมูลอิสระในแสงแดด ที่มีส่วนในการทำลายจอประสาทตา อีกทั้งยังมีส่วนช่วยให้สายตาของเรานั้นสามารถทำงานในที่มืดได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยชิ้นสำคัญที่พบว่า การรับประทานอาหารที่มี Omega-3 สูง เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ก็จะสามารถช่วยบำรุงสายตาได้เช่นกัน
สุดท้ายพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการพักผ่อนนั้นเป็นการพักสายตาที่ดีที่สุด หากอดนอนเป็นระยะเวลานาน หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ จะทำให้ดวงตาดูหมองคล้ำ และควรหลีกเลี่ยงการนอนคว่ำหน้าเพราะจะทำให้เกิดริ้วรอยได้

07/05/2017
สนใจบอกได้ครับ
07/05/2017

สนใจบอกได้ครับ

06/05/2017
แจ้งข่าว!!สินค้า "ดีคอนเทค แบบเม็ด" >>สูตรเพิ่มพลัง ฟาร์อินฟาเรดฟาร์ อินฟราเรด คือคลื่นพลังงาน ระดับไมครอน ที่ไม่สามารถม...
05/05/2017

แจ้งข่าว!!
สินค้า "ดีคอนเทค แบบเม็ด"
>>สูตรเพิ่มพลัง ฟาร์อินฟาเรด
ฟาร์ อินฟราเรด คือคลื่นพลังงาน ระดับไมครอน ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
*ข้อดีของ ฟาร์ อินฟราเรด คือ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในร่างกาย เพิ่มระดับออกซิเจนในเลือด เพิ่มการดูดซึมและเหนี่ยวนำสารอาหารที่ดีเข้าสู่กระบวนการของร่างกาย มากถึง 70%
**ข้อดีของฟาร์ อินฟราเรดในอาหารเสิรม คือ นวัตกรรมนาโนไบโอเทค ช่วยในเรื่องการกักเก็บพลังงานจากน้ำสู่กระบวนการผลิตในแต่ละสารสกัดเพื่อเหนี่ยวนำพลังานนั้นเข้าสู่เซลล์ต่างๆในร่างกายเพื่อเร่งซ่อมแซมในแต่ละจุดของร่างกาย😀😀

เชิญกุลนิษฐ์ ศรีอินทร์งามเชิญNamfon Nanthi DaเชิญPariyapOrn Oloดูเพื่อนทั้งหมดการแพทย์และสุขภาพ ใน กรุงเทพมหานครเปิดตลอด...
05/05/2017

เชิญ
กุลนิษฐ์ ศรีอินทร์งาม

เชิญ
Namfon Nanthi Da

เชิญ
PariyapOrn Olo
ดูเพื่อนทั้งหมด
การแพทย์และสุขภาพ ใน กรุงเทพมหานคร
เปิดตลอดเวลา
เคล็ดลับสำหรับเพจดูทั้งหมด
iconForTip
เพิ่มบทบาทในเพจ
ให้บทบาทผู้ดูแลแก่บุคคลบนเพจนี้เพื่อที่คุณจะได้มีผู้ช่วยจัดการเพจ
iconForTip
นำผู้คนไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณ
เพิ่มที่อยู่เว็บไซต์ของคุณลงในเพจของคุณเพื่อช่วยให้ผู้คนค้นหาเพจพบ
iconForTip
รู้จักเพื่อนที่อาจจะชอบเพจของคุณบ้างไหม
เชิญเพื่อนมากดถูกใจ Dcontact เพื่อซ่อมแชมเชลล์ดวงตา และช่วยคุณเชื่อมต่อกับผู้คนจำนวนมากขึ้น
ดูเคล็ดลับสำหรับเพจทั้งหมด3

ถูกใจ 7 คน +3 คนสัปดาห์นี้
Fon Duangduean Chonsaisap และเพื่อนคนอื่นๆ อีก 3 คน

7 คนติดตามเพจนี้

ดูฟีดของเพจ
โพสต์จากเพจที่คุณได้กดถูกใจในฐานะเพจของคุณ

การเข้าถึงโพสต์ 8 ครั้งสัปดาห์นี้
ชุมชน
Icon of invite friends to like the lage
เชิญเพื่อนของคุณ ให้กดถูกใจเพจนี้
Highlights info row image
7 คน
Highlights info row image
7 คน
Highlights info row image
วิ่งแถวนั้น ตามเสียงหัวใจ อิคึ และคนอื่นๆ อีก 3 คนถูกใจหรือเคยไปยังสถานที่นี้

เกี่ยวกับดูทั้งหมด

Highlights info row image
538
กรุงเทพมหานคร 10230
Highlights info row image
094 443 7897
Highlights info row image
ส่งข้อความ
โปรโมทเว็บไซต์
เพิ่มเว็บไซต์
Highlights info row image
การแพทย์และสุขภาพ
Highlights info row image
ข้อมูลลิขสิทธิ์
Highlights info row image
เวลาทำการ:
เปิดตลอดเวลา
โพสต์จากผู้เข้าชม
เพิ่มโพสต์เป็นคนแรก
สร้างโพสต์
ภาษาไทย · English (US) · 日本語 · Español · Português (Brasil)
ความเป็นส่วนตัว · เงื่อนไข · ลงโฆษณา · ตัวเลือกโฆษณา · คุกกี้ ·
เพิ่มเติม
Facebook © 2017
Kitjaporn Konman
เริ่มการสนทนา
11 มกราคม 21:56

https://rtafrecruitment.job.thai.com/
rtafrecruitment.job.thai.com
rtafrecruitment.job.thai.com
อา. 23:17
จ. 18:40

17:58

แจ้งข่าวดี!!!
สินค้าใหม่ "ดีท็อกซ์ ดีโอโร่"
พิเศษ!! ชุดทดลอง 300บาท วันนี้ - 13 พ.ค 60***

วิธีรับประทาน
รับประทานวันละ 1 ซอง (18 กรัม) ฉีกซองเทผสมลงในน้ำธรรมดา 120-150 มล.ใช้ช้อนคนให้ละลาย

Product’s Benefit
- ทำความสะอาดลำไส้ และแบคทีเรียที่เป็นโทษต่อร่างกาย ลดการสะสมสารพิษ
- ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ปกติ แก้ปัญหาโรคท้องผูกและป้องกันมะเร็งลำไส้
- ช่วยทำให้ร่างกายสดชื่น ไม่อ่อนเพลีย และหลับง่าย
- ช่วยให้ระบบการดูดซึมสารอาหาร ระบบย่อยในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น 1-2 เท่าตัว
- ช่วยควบคุมอาหาร ทำให้อิ่มง่ายขึ้น และช่วยลดความอ้วนสำหรับคนที่ดีท็อกซ์
- ช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือด ช่วยลดคอลเลสเตอรอลน้ำตาลในเส้นเลือด
- ช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตทำงานดียิ่งขึ้น ทำให้ร่างกายกำจัดของเสียทำงานได้ดี เพิ่มภูมิคุ้มกัน


Active Ingredient

Psyllium husk powder
ไซเลียม ฮัสด์ มีผลในการช่วยลดน้ำหนัก สารไซเลี่ยมจะ ดูดซึมน้ำในระบบลำไส้ ส่วนของ ไฟเบอร์ จะเพิ่มปริมาณอยู่ในกระเพาะอาหารและทำความสะอาดลำไส้ ช่วยย่อยอาหาร ช่วยขับสารพิษในลำไส้ ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและน้ำตาลในเลือด

Chitosan
ไคโตซาน คือสารโพลีแซคคาไรด์ ( Polysaccharide ) ของไคติน ( Chitin ) คือ chitin ที่มาต่อกันหลายๆโมเลกุลจนเป็นไฟเบอร์ มีผลในการจับกับมัน ( Fats ) หรือไขมัน ( Lipids ) ในทางเดินอาหารได้เป็นอย่างดีทำให้ไขมันไม่ถูกดูดซึมเข้ากระแสเส้นเลือด จึงมีประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมระดับไขมันในเลือดและผู้ที่อยู่ในโปรแกรมควบคุมน้ำหนัก

Fructooligosaccharide-P Powder
หรือชื่อย่อคือ FOS เป็นชนิดน้ำตาลที่ได้รับการยอมรับจากหลายประเทศว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพ มีรายงานทางการแพทย์ และได้รับการยอมรับโดยองค์การอาหารและยาของญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป สรรพคุณช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ชนิดดี ช่วยลดอาการท้องผูก ลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันต้านทานเชื่อโรคในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งส่งผลดีต่อระบบทางเดินอาหารให้ดีขึ้น FOS ช่วยกระตุ้นการเจริญและการทำงานของบิฟิโดแบคทีเรีย (Bifidobacteria) และแลคโตบาซิลลิ (Lactobacilli) จึงถูกจัดเป็น พรีไบโอติก การเสริม FOS เพียงวันละ 1 กรัมสามารถเพิ่มปริมาณบิฟิโดแบคทีเรียได้ 6 – 7 เท่า

Garcinia extract powder
สารสกัดจากผลส้มแขก ซึ่งถือเป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่ไม่มีอันตรายใดๆ ต่อร่างกายนั้น จะให้ผลทั้งการลดการสะสมของไขมันใหม่ ที่เกิดจากการที่ร่างกายของเรามีสารอาหารนํ้าตาลกลูโคสมากเกินความต้องการ และยังส่งผลในการช่วยเร่งการสลายไขมันเก่าที่มีสะสมอยู่แล้ว โดยเฉพาะในคนอ้วนให้ออกไปจากร่างกายในรูปของพลังงาน
-ผลส้มแขกสรรพคุณช่วยลดความอยากอาหาร ความรู้สึกหิวอาหาร
-ช่วยเร่งระบบการเผาผลาญอาหาร
-ช่วยดักจับแป้งและไขมันจากอาหารที่รับประทานเข้าไป
-สารสกัดจากส้มแขกช่วยทำให้ลำไส้เกิดการเคลื่อนไหวตัวได้เร็วขึ้นและขับไขมันออกมา
-ส้มแขกลดน้ําหนัก เนื่องจากผลส้มแขกมีกรดมีกรดไฮดรอกซีซิตริก (HCA) มีสรรพคุณในการช่วยลดน้ำหนักและช่วยลดไขมันส่วนเกินของร่างกายได้
-มีคุณสมบัติช่วยสกัดกั้นการเปลี่ยนแปลงของคาร์โบไฮเดรต (อาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล) ไม่ให้เปลี่ยนเป็นไขมันสะสมตามร่างกายได้ แต่จะนำไปเป็นพลังงานให้ร่างกาย ทำให้ร่างกายไม่อ่อนเพลีย
-ส้มแขกลดความอ้วน ช่วยกระตุ้นให้มีการดึงเอาไขมันที่สะสมในร่างกายออกมาใช้เป็นพลังงาน ทำให้ไขมันที่สะสมตามส่วนต่าง ๆของร่างกายลดน้อยลง

Green tea extract power
สารสกัดจากชาเขียว มีสารแคทิชิน (Catechin) ซึ่งมีฤทธ์ต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ และเพิ่มสามารถในการจดจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง epigallocatechin-3-gallate (EGCG) ที่มีอยู่มากในตัวชา EGCG ซึ่งเป็นแคทิชิน ชนิดหนึ่งในชา มีฤทธิ์ในการลดความอ้วน ลดไตรกลีเซอไรด์ ลดคอเลสเตอรอล เพิ่มการใช้พลังงาน เพิ่มสันดาปไขมันในสัตว์ทดลอง ลดการดูดซึมไขมันในลำไส้ ลดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ไขมัน ลดการสะสมของไขมันหน้าท้อง

Blueberry juice powder
บลูเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ต่างๆโดยเฉพาะสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงประสิทธิภาพ ต้านการก่อเกิดโรคต่างๆ เช่น มะเร็งบางชนิด อัลไซเมอร์หรือความจำเสื่อม และช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย มีสรรพคุณในการบรรเทาอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบด้วย ช่วยในเรื่องของดวงตา และลดน้ำตาลในเลือด

Spinach powder
1.ผักโขมเป็นผักใบเขียวที่อุดมด้วยวิตามินเอ กรดโฟเลต แคโรทีน วิตามินซี โพแทสเซียม ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม แคลเซียม สังกะสี โปรตีน และไฟเบอร์
2.ผักใบเขียวอย่างผักโขมเปี่ยมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกัน โรคมะเร็งโดยเฉพาะมะเร็งเต้านมและมะเร็งปอด
3.ผักโขมช่วยขจัดสารพิษออกจากร่างกาย ช่วยชะลอความแก่ วิตามินเอช่วยบำรุงรักษาสายตาบำรุงกระดูกและฟันวิตามินซีช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันแก่ร่างกายให้ปลอดภัยจากโรค ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิว ผักโขมยงมีธาตุเหล็กสูงและช่วยบำรุงเลือดอีกด้วย

Apple juice powder
แอปเปิ้ลจัดเป็นผลไม้มหัศจรรย์ ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี กรดอะมิโน วิตามิน เกลือแร่ และเอ็นไซม์ธรรมชาติ อุดมไปด้วยไฟเบอร์ ทำให้อิ่มได้เร็วขึ้น ทานอาหารได้น้อยลงและอิ่มนานขึ้น ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด หิวบ่อยและไม่โหย ช่วยลดการท้องผูก ลดระดับคอเลสเตอรอล มีสารฟลาโวนอยด์ ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง สามารถป้องกันความเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

Raspberry juice powder
สารสกัดจากราสเบอร์รี่ ช่วยในการเผาผลาญไขมันได้ถึงภายในเซลล์ ทำให้ไขมันแตกตัวสลาย ลดการสะสมไขมันใหม่ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายควบคุมแป้งและน้ำตาล อีกทั้งยังช่วยต้านอนุมูลอิสระเพื่อช่วยชะลอความชรา ลดการสะสมของคอเลสเตอรอลในหลอดเลือด

Partially Hydrolyzed Guar Gum
คือ GUM ชนิดหนึ่งเป็น GALACTOMANNAN ที่ได้มาจากเมล็ดในพืชของ GUAR CYAMOPSIS TETRAGONOLOBA ซึ่งกระจายตัวได้ในน้ำเย็นเป็นสารละลายหนืด ซึ่งจะเกิดความหนืดเพิ่มขึ้นสามารถ ดูดน้ำได้รวดเร็ว และให้ความหนืดสูง ดูดซับน้ำ และของเหลวในกระเพาะทำให้ลดความหิวได้

ที่อยู่

Bangkok
10230

เบอร์โทรศัพท์

0944437897

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Dcontact เพื่อซ่อมแชมเชลล์ดวงตาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Dcontact เพื่อซ่อมแชมเชลล์ดวงตา:

แชร์

ประเภท