เวชศึกษาสมัยใหม่

เวชศึกษาสมัยใหม่ ช่องทางการติดต่อสำหรับคนไข้

อาการ "ปวดไหล่" ที่เกิดจากลม 3 กองที่ไม่เหมือนกัน แต่จุดที่เกิดอาการอยู่ใกล้ ๆ กัน - ควรต้องตรวจให้รู้ก่อน ว่าอาการของคน...
12/04/2026

อาการ "ปวดไหล่" ที่เกิดจากลม 3 กองที่ไม่เหมือนกัน แต่จุดที่เกิดอาการอยู่ใกล้ ๆ กัน - ควรต้องตรวจให้รู้ก่อน ว่าอาการของคนไข้ตรงหน้าเกิดจากลมกองไหน - เพราะอาการที่เกิดจากลมแต่ละกอง นวดรักษาไม่เหมือนกัน - และมีลม 1 กองที่ไม่ควรนวดเลย

บทความโดย พท.กมลลาสน์ ชีวสาธน์เวชกุล
(แพทย์แผนไทย พท.ว เวชกรรมไทย / พท.น นวดไทย)

แนะนำว่าอย่าดูเบากับอาการ "ปวดไหล่" อย่าคิดว่าเป็นอาการธรรมดาที่ไม่มีอะไร เพราะอาการ "ปวดไหล่" ไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้ออย่างเดียว ถ้าเผลอไปนวดกับอาการที่ม่สมควรนวดขึ้นมา อาจเกิดอาการที่ไม่พึงประสงค์กับคนไข้โดยไม่รู้ตัว

จริง ๆ แล้วอาการปวดไหล่เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่วันนี้จะเอาอาการปวดไหล่ ที่เกิดจาก 3 กองลมมาอธิบาย เพราะสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดไหล่ไม่เหมือนกันเลย ถึงแม้ลักษณะอาการที่เกิดขึ้นจะคล้าย ๆ กันก็ตาม

*** ลม 3 กองที่ทำให้เกิดอาการปวดไหล่ ที่ว่านั้นคือ

1) ลมปัตฆาตไหล่
2) ลมราชยักษ์
3) ลมชิวหาสดมภ์

*********************************

1) ลมปัตฆาตไหล่ บางคนอาจเรียกว่า "ลมปลายปัตฆาต" อาการนี้ถือเป็นอาการพื้นฐานที่แพทย์แผนไทย และหมอนวดทุกคนต้องเรียนการนวดมาอยู่แล้ว (ถ้าเรียนมาจริง ๆ) ไม่น่ามีปัญหาในการนวด ยกตัวอย่างลักษณะอาการที่อาจเจอได้กับคนไข้ เช่น

1) มีอาการตึงไหล่ด้านหน้า ตึงสะท้านลงแขน
2) เวลาใช้แขน จะรู้สึกเหมือนแขนไม่มีแรงเบา ๆ
3) รู้สึกเมื่อยแขน และไหล่ ง่ายกว่าปรกติ
4) เวลายกของที่มีน้ำหนัก จะตึงขึ้นบ่า
5) หรืออาจเกิดอาการแขนสั่นเวลาใช้กำลังแขน
6) และอาการอื่น ๆ อีกหลายแบบ

ยกตัวอย่าง กล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับอาการนี้ เช่น

1) Biceps Brachii Muscle
2) Coracobrachialis Muscle
3) Pectoralis Major Muscle
4) และอื่น ๆ อีกหลายมัด

*** อย่างที่บอกไปว่า อาการนี้ไม่น่ามีปัญหาในการนวด เพราะเป็นแค่อาการพื้นฐานเท่านั้นเอง แค่นวดผ่อนคลายครั้งหรือสองครั้งก็แทบจะไม่มีอาการเหลือแล้ว แต่ถ้านวดไปแล้ว 2-3 ครั้ง ยังไม่หาย นั้นหมายความว่านนั่นไม่ใช่ลมปลายปัตฆาตแล้ว

*** จริง ๆ อาการกลุ่มนี้ แค่ซักประวัติและตรวจร่างกายดู ก็รู้แล้วว่าตกลงใช่หรือไม่ใช่ ซึ่งแพทย์แผนไทยจะต้องปฏิบัติกับคนไข้ทุกคนก่อนลงมือนวดรักษาอยู่แล้ว

************************************

2) ลมราชยักษ์ จุดเกิดอาการของลมกองนี้อาจทับซ้อนกับ "ลมปลายปัตฆาตไหล่" เลยก็ได้ ถ้าไม่เช็คให้ดี ๆ ก่อนว่าเป็นปัตฆาตหรือราชยักษ์ ระวังจะเกิดอาการไหล่ตายและแขนอ่อนแรงหลังนวด ยกตัวอย่างลักษณะอาการที่อาจเจอกับคนไข้ เช่น

1) เวลายกแขนหรือใช้กำลังแขน จะเจ็บไหล่
2) ลักษณะอาการเจ็บ ไม่มีอาการปวดร้าวลงแขน
3) แต่จะมีอาการตึงขึ้นคอเกิดขึ้นมาแทน
4) คนไข้เป็นมาเกิน 15 วัน และอาการไม่เบาลงเลย
5) และอาการอื่น ๆ คล้าย ๆ กับลมปลายปัตฆาต

*** จริง ๆ อาการกลุ่มนี้ ตรวจร่างกายคนไข้ก็จะเห็นเลยว่า ใช่ลมราชยักษ์หรือเปล่า เพราะอาการชัดเจนในตัวมันอยู่แล้ว และข้อควรระวัง คือ

1) อาการกลุ่มนี้ เกิดได้หลายจุดบนไหล่
2) จุดที่เกิดอาการจะสัมพันธ์กับอาการทางกล้ามเนื้อ

*** อาการกลุ่มนี้ ถ้าเผลอนวดลงไปทั้ง ๆ ที่คนไข้ยังมี "ปิตตะ" อยู่ เตรียมใจได้เลยว่าอาจเกิดอาการไหล่ติดขึ้นได้ในอนาคต

*************************************

ในบรรดาลมทั้ง 3 กอง อาการปวดไหล่ที่น่ากลัวที่สุดคือ อาการปวดไหล่ที่เกิดจาก "ลมชิวหาสดมภ์" ถ้าไม่เช็คให้ดี ๆ แล้วเผลอนวดไป อาจเกิดอันตรายกับชีวิตคนไข้ได้ ยกตัวอย่างอาการบางส่วน เช่น

- อาการปวดไหล่ เกิดขึ้น 5-10 นาทีแล้วหายไป
- อาการปวดไหล่ ไม่สัมพันธ์กับการใช้แขนเลย

*** บริเวณในรูปที่วงเอาไว้ เป็นพื้นที่ผ่านของเส้นกาลทารี ซึ่งไม่ใช่ที่ที่ควรจะอยู่ของลมชิวหาสดมภ์ แปลว่าอาการลมชิวหาสดมภ์ที่เกิดขึ้นเป็นลมจร ที่สะท้อนมาจากเส้นประธานอื่น เพราะจะนั้นก่อนจะนวด ให้ระวัง

ข้อมูลที่เหลือ เดี๋ยวจะเอาไปอธิบายในห้อง พท. สาขานวดไทย ในช่วงเวลา Live สด ท่านใดติดงานตามชมย้อนหลังได้เลย

ท่านใดต้องการสมัครห้อง พท. ติดต่อทางไลน์ได้เลย Line ID : revthai

12/04/2026

เพจเราเปิดรับสมาชิกห้องพื้นฐานแพทย์แผนไทยและกายวิภาคศาสตร์ (ย้ำว่าพื้นฐานเท่านั้น) ในราคาสมาชิกที่ถูกที่สุดเท่าที่เคยเปิดมา เรียนทุกวันเสาร์ (ตลอดชีพ) ติดต่อไลน์ Line ID : revthai

จุดนวด "สัญญาณ 1-2 ศีรษะด้านหลัง" กับอาการ "มึนหัว ตาพร่า ปวดศีรษะร้าวลงบ่า บ้านหมุน" - ก่อนจะลงมือนวดหรือยืดเหยียดใด ๆ ...
12/04/2026

จุดนวด "สัญญาณ 1-2 ศีรษะด้านหลัง" กับอาการ "มึนหัว ตาพร่า ปวดศีรษะร้าวลงบ่า บ้านหมุน" - ก่อนจะลงมือนวดหรือยืดเหยียดใด ๆ ต้องตรวจวินิจฉัยอาการให้ละเอียดและต้องมั่นใจก่อนว่า - ต้นเหตุไม่ได้เกิดจากภาวะที่ห้ามนวดเด็ดขาด (เท่านั้น)

บทความโดย พท.กมลลาสน์ ชีวสาธน์เวชกุล
แพทย์แผนไทย พท.ว เวชกรรมไทย / พท.น นวดไทย

ขอบอกเลยว่า การเป็นหมอนวดทั่วไปนวดผ่อนคลาย ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะไม่ต้องตรวจคนไข้หรือบางคนอาจจะเรียกว่า "ลูกค้า" ก่อนนวด เพราะในหลักสูตรการเรียนการสอนในทุกระดับ ของกลุ่มวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับแพทย์แผนไทย มีรายละเอียดการเรียนการสอนเรื่อง "การซักประวัติและตรวจร่างกาย" เพื่อคัดกรองตามระดับของความรู้อยู่แล้ว

*** อาการ "มึนหัว ตาพร่า ปวดศีรษะร้าวลงบ่า บ้านหมุน" หลาย ๆ คนอาจมองว่าเป็นอาการที่เกิดจากกล้ามเนื้อเกร็งตึง นวดนิด ๆ หน่อย ๆ เดี๋ยวอาการก็ดีขึ้นแล้ว - ขอบอกเลยว่าให้ระวัง เพราะอาการแบบนี้ไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้ออย่างเดียว ถ้าไปเจออาการที่ไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้อขึ้นมา เรื่องใหญ่และอันตรายกับคนไข้แน่นอน

*****************************

อาการในกลุ่มนี้มีเส้นประธาน 10 เกี่ยวข้องอย่างน้อย 4 เส้น นั่นคือ เส้นอิทา ปิงคลา สหัสรังสีและทวารี และจากลักษณะอาการของโรค มีโรค "ลมประจำเส้น" เกี่ยวข้องอย่างน้อย 4 กองลม คือ

1) ลมปะกัง บน "เส้นอิทา"
2) ลมจันทะกลา บน "เส้นอิทา"
3) ลมจักขุนิวาต บน "เส้นสหัสรังสี"
4) ลมทิพจักขุ บน "เส้นทวารี"

ลักษณะอาการที่เกิดขึ้นใน 4 กองลม ที่จะแสดงให้เห็นที่จุดสัญญาณ 1-2 ศีรษะด้านหลัง จะคล้าย ๆ กัน นั่นคือ อาการ "มึนหัว ตาพร่า ปวดศีรษะร้าวลงบ่า บ้านหมุน" แต่ต้นเหตุที่ทำให้เกืดอาการไม่เหมือนกัน ส่วนของอาการที่พอจะนวดได้บ้างจะเป็นอาการที่อยู่ในระยะโรค "ชาติเอกโทษวาตะ" เท่านั้น ยกตัวอย่างลักษณะอาการบางส่วน เช่น

1) ปวดแบบตึงและล้า (Tightness & Fatigue Pain)
- รู้สึก ตึงหรือหนักๆ ที่ท้ายทอยและลำคอ
- อาจรู้สึกปวดร้าวไปยัง ศีรษะ ไหล่ หรือสะบัก

2) ศีรษะหนักและทรงตัวได้ไม่ดี
- รู้สึก เหมือนศีรษะหนักขึ้น หรือพยุงศีรษะได้ลำบาก
- อาจต้องใช้มือช่วยพยุงศีรษะเมื่อต้องก้ม เงย หรือหัน

******************************

อาการในกลุ่ม "ชาติเอกโทษวาตะ" ส่วนใหญ่จะเป็นอาการแสดงที่เกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อ ซึ่งกล้ามเนื้อที่อาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มอาการนี้มีหลัก ๆ อยู่ไม่กี่มัด ยกตัวอย่างกล้ามเนื้อเช่น

1) Sternocleidomastoid (SCM)
2)Trapezius
3) Splenius Capitis
และอื่น ๆ อีกบางมัด

อาการทางกล้ามเนื้อที่เกิดขึ้นกับอาการใน "ชาติเอกโทษ" ที่เกิดขึ้นสามารถนวดได้ และอาการจะดีขึ้นค่อนข้างชัดเจน แต่แพทย์แผนไทยและหมอนวดจะต้องตรวจดูว่าเป็น "ชาติเอกโทษวาตะ"​ จริง ๆ หรือเปล่า เพราะถ้าไม่ใช่ขอบอกเลยว่าเสี่ยงมาก

*** จุดที่แสดงอาการอาจอย่างที่บอกคือ สัญญาณ 1-2 ศีรษะด้านหลัง ก็จริงอยู่ แต่อาการ Refer Pain ไม่ต้องห่วงเลยไปไกลกว่านั้นแน่นอน ยกตัวอย่างลักษณะอาการที่อาจเกิดขึ้นร่วมกับอาการนี้ เช่น

- อาการ "ลมปลายปัตฆาตโค้งคอ"
- อาการ "ลมปะกังยังไม่ถึงขั้นสรรนิบาต"
- อาการ "ลมจันทะกลาและลมสุริยะกลา"
- อาการ "ลมขึ้นขบเบื้องสูง"

ถ้าอาการรูปแบบนี้ถ้าต้นเหตุของอาการเกิดกับ "ชาติเอกโทษ" จาก Dosha อื่น การนวดจะค่อนข้างอันตรายมาก ยกตัวอย่างเช่น

*******************************

อาการที่เกิดจาก "ชาติเอกโทษกผะ" ยกตัวอย่างลักษณะอาการ และพยาธิสภาพบางส่วน เช่น

1) ปวดศีรษะรุนแรง (Dural Headache / Thunderclap Headache) ที่เกิดขึ้นตรงจุดสัญญาณ 1-2 ศีรษะด้านหลัง

- อาการปวดจะ รุนแรง เฉียบพลัน และปวดลึกในสมอง
- มัก ไม่สัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของคอ

2) ปวดศีรษะท้ายทอย (Occipital Headache)

- ปวด ตุบๆ หรือปวดแปล๊บๆ ตามแนวของเส้นเลือดท้ายทอย
- ปวดมากขึ้นเมื่อ สัมผัสหรือกดที่หนังศีรษะ
- บางครั้งอาการคล้าย ไมเกรน โดยปวดข้างเดียว

อาการ "ชาติเอกโทษกผะ" เป็นอาการที่ไม่ควรนวดอย่างร้ายแรง เพราะอาจทำให้อาการของคนไข้ที่เป็นอยู่กลับรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม ในทุกอาการที่คนไข้เป็นอยู่

*** อาการในลักษณะนี้ควรต้องรักษาทางเวชกรรมไทยก่อนที่จะลงมือนวดในทุกกรณี ขึ้นอยู่กับว่า แพทย์แผนไทยท่านไหนจะมีความรู้มากพอที่จะวินิจฉัยพบอาการแบบนี้หรือเปล่า

*******************************

ข้อมูลที่เหลือเดี๋ยวจะเอาไปอธิบายในห้อง พท. ในช่วงเวลา Live สด ท่านใดติดงานตามชมย้อนหลังได้เลย เดี๋ยวจะทำเอกสารเอกใน Database ของห้อง พท. ด้วย

ท่านใดต้องการสมัครห้อง พท. ติดต่อทางไลน์ได้เลย Line ID : revthai

อาการ "ปวดไหล่เรื้อรังที่เป็นมานาน" 1-2 ปี ควรระวังเอาไว้ อย่านวดสุ่มสี่สุ่มห้าเด็ดขาด (เตือนแล้วนะ) - ถ้าเป็นอาการทางกล...
11/04/2026

อาการ "ปวดไหล่เรื้อรังที่เป็นมานาน" 1-2 ปี ควรระวังเอาไว้ อย่านวดสุ่มสี่สุ่มห้าเด็ดขาด (เตือนแล้วนะ) - ถ้าเป็นอาการทางกล้ามเนื้อ ส่วนใหญ่จะไม่เป็นนานถึงขนาดนั้น - ถ้ายังฟื้นนวดอยู่อีก ๆ ระวังจะเกิดอาการที่ไม่คาดคิดขึ้นมา และขอบอกเลยว่าถ้ามันเกิดขึ้น แก้อะไรไม่ได้แล้ว

บทความโดย พท.กมลลาสน์ ชีวสาธน์เวชกุล
แพทย์แผนไทย พท.ว เวชกรรมไทย / พท.น นวดไทย

ย้ำหลายครั้งแล้วว่า ก่อนที่จะทำการนวดใด ๆ ควรต้องตรวจวินิจฉัยอาการให้รู้โดยละเอียดก่อน ยิ่งเป็นมานานมากเท่าไหร่ยิ่งต้องใส่ใจมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะอาการ "ปวด" เพราะมันคืออาการแสดงความผิดปรกติของร่างกาย - ถ้าไม่ผิดปรกติมันก็จะไม่ปวด

*****************************

เวลาเจอใครก็ตามที่มีอาการปวดไหล่มา 1-2 ปี สิ่งที่คุณต้องคิดและวิเคราะห์ให้ได้ในฐานะที่คุณเป็นหมอ คือ เกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นบางในร่างกายของคนไข้ คุณต้องหลับตาและจินตนาการให้ออกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นให้ละเอียดก่อนที่จะวางแผนการรักษา

ยกตัวอย่าง บางสิ่งที่อาจเกิดขึ้น (แค่บางส่วน) เช่น

*** การเปลี่ยนแปลงของข้อต่อ (Joint & Cartilage)

1) Glenohumeral Osteoarthritis - กระดูกอ่อน (articular cartilage) สึก กระดูกใต้กระดูกอ่อนหนาตัว (subchondral sclerosis) / มี osteophyte รอบเบ้าไหล่หรือหัวกระดูกต้นแขน / ทำให้ไหล่ติด ขยับลำบากและปวดเรื้อรัง

2) Post-traumatic หรือ Post-inflammatory Arthritis - หากเคยบาดเจ็บหรืออักเสบมาก่อน → การเสื่อมของข้อเกิดเร็วกว่าปกติ

*** นี่เป็นแค่ตัวอย่างเบื้องต้นของพยิธิสภาพที่อาจเกิดขึ้น เพราะในความเป็นจริงมันมีเยอะกว่านี้ แต่นี่ยังไม่ใช่พยาธิสภาพที่น่ากลัวที่สุด เพราะพยาธิสภาพที่น่ากลัวที่สุด คือ

****************************

อาการปวดไหล่เรื้อรัง 1–2 ปี สามารถทำให้เส้นเอ็น (Tendon) ของกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่ โดยเฉพาะ Rotator cuff เปื่อยและฉีกขาดได้ โดยเป็นการเสื่อม (degeneration) มากกว่าการฉีกแบบเฉียบพลัน ซึ่งลักษณะอาการแสดงของภาวะนี้ คนไข้ที่เป็นจะรู้สึกแค่ปวด ๆ บริเวณไหล่ เหมือนปวดไหล่ทั่วไป คิดว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไรมาก

*** บางคนคิดไปเองว่า "นวดก็หาย" เลยไปนวด สุดท้ายไปตรวจที่โรงพยาบาล เจอว่า Tendon ขาดก็มี

1) อาการปวด (Pain)

ช่วงแรก (Tendinopathy / Partial tear)- ปวดตื้อ ๆ ลึกในข้อไหล่
ปวดมากขึ้นเวลา ยกแขนสูงกว่าไหล่ (overhead activity) หรือเอื้อมไปด้านหลัง - ปวดตอนกลางคืน โดยเฉพาะเวลา นอนตะแคงทับไหล่ข้างที่เป็น

เมื่อขาดมากขึ้น (Full-thickness tear) - ปวดลดลงบางราย (เพราะเส้นเอ็นขาดจนแรงดึงหายไป) - แต่ยังมี อาการอ่อนแรงและยกแขนไม่ขึ้น แทนที่อาการปวด

*****************************

คนที่กำลังมีอาการในลักษณะนี้บางคนกำลังมีภาวะ Tendon กำลังจะฉีกอยู่ แต่ไม่รู้ตัว คนไข้ไม่รู้ไม่ผิดครับ แต่แพทย์แผนไทยต้องตรวจอาการคนไข้ก่อน ถ้าไม่ตรวจแล้วคนไข้มีอาการ จะถือว่าเป็นความผิดปรกติของแพทย์แผนไทยโดยตรง

ท่านใดต้องการปรึกษาอาการกับแพทย์แผนไทย พท.ว เวชกรรมไทย / พท.ภ เภสัชกรรมไทย ปรึกษาและติดต่อเราได้ที่ ชีวสาธน์เวชคลินิกการแพทย์แผนไทย

โทร 091 - 705 - 6938 / Line ID :

อาการ "แพนิค" ไม่ได้เกิดจาก "กรดไหลย้อน" เพราะมันไม่มีทางเป็นไปได้ - กรดไหลย้อนต่างหากที่เกิดจาก "แพนิค" - หากต้องการรัก...
11/04/2026

อาการ "แพนิค" ไม่ได้เกิดจาก "กรดไหลย้อน" เพราะมันไม่มีทางเป็นไปได้ - กรดไหลย้อนต่างหากที่เกิดจาก "แพนิค" - หากต้องการรักษาให้เห็นผลชัดเจน ต้องเข้าใจรายละเอียดของโรคให้ตรงกับลักษณะความเป็นจริงของโรคนั้น ๆ ก่อน

บทความโดย พท.กมลลาสน์ ชีวสาธน์เวชกุล
แพทย์แผนไทย พท.ว เวชกรรมไทย / พท.ภ เภสัชกรรมไทย

ต้องยอมรับเลยว่า ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะ "แพนิค" ส่วนใหญ่ที่ลงอยู่บน Internet ส่วนใหญ่มักจะพ่วงมากับการขายอาหารเสริมของตนเองทั้งนั้น เพราะฉะนั้น ข้อมูลเกี่ยวกับ "แพนิค" ส่วนใหญ่ จะเอนเอียงไปในทางเสริมการขายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมของตนเอง ซึ่งคลาดเคลื่อนจากข้อมูลความเป็นจริงของโรคในทางการแพทย์

*** เพราะฉะนั้นแล้ว หากต้องการรักษาให้เห็นผล ต้องทำความเข้าใจกับภาวะโรคให้ตรงกับความเป็นจริงของโรคนั้น ๆ ก่อน แล้วค่อยมาพิจารณาการรักษาให้เหมาะสมกับอาการของตนเอง

*** ภาวะ "แพนิค" ที่เกิดขึ้นในแต่ละคน เกิดจากสาเหตุที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้น ลักษณะอาการที่เกิดขึ้นก็จะไม่เหมือนกันซะทีเดียว เพราะฉะนั้นการเลือกยาสมุนไพรตำรับรักษา จะไม่สามารถใช้ยาเหมือนกันได้ทุกคน

*******************************

อาการ Panic Disorder (โรคตื่นตระหนก) เป็นความผิดปกติหนึ่งในกลุ่มของโรควิตกกังวล (Anxiety Disorders) โดยมีลักษณะเด่นคือการเกิด "อาการตื่นตระหนก (Panic Attack)" อย่างเฉียบพลัน ซ้ำๆ โดยไม่มีสิ่งกระตุ้นชัดเจน และมักมาพร้อมกับความกลัวว่าจะเกิดอาการขึ้นอีก

*** ความผิดปรกติที่แสดงให้เห็นได้ชัดเจน คือ ความผิดปรกติในการทำงานของระบบประสาท ซึ่งจะส่งผลทำให้เกิดอาการอื่น ๆ ตามมาได้อีก ยกตัวอย่างเช่น

- ทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ นอนหลับไม่สนิท
- ทำให้เกิดอาการกรดไหลย้อน
- ทำให้เกิดอาการใจสั่น ควบคุมไม่ได้
- ทำให้เกิดอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอก
- ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ หรือปวดท้อง
- ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด หรือจะเป็นลม
- ทำให้เกิดอาการชา หรือเสียวซ่าตามตัว
- และอื่น ๆ อีกหลาย ๆ อาการ ไม่ได้มีแค่นี้

*** คนที่มีอาการ "แพนิค" ไม่จำเป็นต้องมีอาการทั้งหมดนี้ แต่ละคนลักษณะอาการไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับสาเหตุการกระตุ้นของแต่ละคน ซึ่งแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนไทยผู้รักษา จะต้องซักประวัติอาการโดยละเอียดก่อนเท่านั้น

*** ไม่สามารถฟังลักษณะอาการสั้น ๆ จากคนไข้ แล้วจ่ายยาได้

********************************

ในส่วนของอาการ "แพนิค" ที่หลาย ๆ คนเชื่อว่าเกิดจากกรดไหลย้อน ต้องขอบอกว่าเลยว่ามันเป็นแค่ความเชื่อ ที่ไม่ตรงกับลักษณะการดำเนินโรคทางการแพทย์เลย และสาเหตุส่วนใหญ่ที่ข้อมูลเป็นแบบนี้เพราะจะเชื่อมโยงในการขายผลิตภัณฑ์ของตนเองทั้งนั้น

*** ซึ่งจริง ๆ แล้วมันไม่ใช่แบบนั้น เพราะ "กรดไหลย้อน" เกิดจาก "แพนิค" เกิดขึ้นมาก่อนอยู่แล้ว ยกตัวอย่างพยาธิสภาพ บางส่วน เช่น

- ความวิตกกังวลหรือ Panic กระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติ ระบบ Sympathetic Nervous System ถูกกระตุ้น (ระบบสู้หรือหนี - "Fight or Flight") ทำให้เกิดอาการ: ใจสั่น หายใจเร็ว กล้ามเนื้อเกร็ง รวมถึงกล้ามเนื้อทางเดินอาหาร

- การเคลื่อนไหวของหลอดอาหารและกระเพาะ เคลื่อนไหวไม่ประสานกัน (dysmotility) → เกิดการคลื่นไส้ เรอ หรือแสบร้อนกลางอก

- เมื่อกรดไหลย้อนขึ้นมา → ทำให้ รู้สึกแสบร้อนกลางอก → ผู้ป่วย Panic Disorder มัก ตีความว่าอาจหัวใจวาย → Panic Attack เกิดซ้ำ Panic Attack ทำให้กรดไหลย้อนมากขึ้น → วงจรซ้ำต่อเนื่อง

*** ข้อมูลนี้ไม่ใช่ข้อมูลลอย ๆ ที่เขียนขึ้นมาเอง แต่มีงานวิจัยรองรับ และข้อมูลพื้นฐานทางการแพทย์ก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว

******************************

เพราะฉะนั้น ต้องซักประวัติลักษณะอาการเพื่อหาความเชื่อมโยงให้ละเอียดก่อน เพราะถึงแม้ว่า "กรดไหลย้อน" จะเกิดจาก "แพนิค" ได้ แต่ก็ไม่ใช่คนไข้ทุกคนที่เป็นกรดไหลย้อนจะเป็นแพนิคไปซะหมด

ท่านใดต้องการปรึกษาอาการกับแพทย์แผนไทย พท.ว เวชกรรไทย / พท.ภ เภสัชกรรมไทย ปรึกษาและติดต่อเราได้ที่ ชีวสาธน์เวชคลินิกการแพทย์แผนไทย

โทร 091 - 705 - 6938 / Line ID :

*** สำหรับคนไข้ใหม่ จะต้องซักประวัติเบื้องต้นและทำการนัดทางไลน์หรือทางโทรศัพท์ก่อนเท่านั้น งดรับคนไข้ Walk in ครับ - หาก...
11/04/2026

*** สำหรับคนไข้ใหม่ จะต้องซักประวัติเบื้องต้นและทำการนัดทางไลน์หรือทางโทรศัพท์ก่อนเท่านั้น งดรับคนไข้ Walk in ครับ - หากต้องการเดินทางมารับการรักษาที่คลินิกของเรา ต้องนัดทางไลน์ก่อนเท่านั้น ติดต่อได้ที่ Line ID :

นี่คือเหตุผลที่ว่า "ทำไมอาการปวดคอ" ถึงต้องตรวจก่อนว่าเกิดจากอะไร - ไม่ใช่ว่าทุกคนปวดคอแล้วเกิดจากกล้ามเนื้อเสมอไป - เตื...
11/04/2026

นี่คือเหตุผลที่ว่า "ทำไมอาการปวดคอ" ถึงต้องตรวจก่อนว่าเกิดจากอะไร - ไม่ใช่ว่าทุกคนปวดคอแล้วเกิดจากกล้ามเนื้อเสมอไป - เตือนแล้วนะ

บทความโดย พท.กมลลาสน์ ชีวสาธน์เวชกุล
แพทย์แผนไทย พท.ว เวชกรรมไทย / พท.ภ เภสัชกรรมไทย

ช่วงนี้มีแต่คนมาถามว่า ปวดคอนวดยังไงถึงหาย โดยที่บางคนยังไม่เคยได้รับการตรวจจากโรงพยาบาลด้วยซ้ำ และในส่วนของคนที่เคยได้รับการตรวจจากโรงพยาบาลแล้ว ก็ยังคงถามแบบนี้อยู่ว่า "นวดยังไงถึงจะหาย" - ขอบอกเลยว่าศาสตร์การนวดไม่ใช่ศาสตร์เทวดาที่จะนวดแล้วหายทุกเคส ควรต้องตรวจให้ละเอียดก่อนเพื่อดูว่า ต้นเหตุจริง ๆ มันเกิดจากอะไรแล้วค่อยเลือกหนทางรักษาที่เหมาะสม

*** ในส่วนของคนที่บอกว่า เคยตรวจกับโรงพยาบาลแล้ว เจอว่ามีความผิดปรกติของกระดูกสันหลังส่วนคอ ยิ่งควรต้องระวังเป็นพิเศษ

**********************************

อาการปวดที่บริเวณคอ ขอบอกเลยว่า ถ้าไม่ได้นอนคอตกหมอนมา หรือไม่ได้เกิดอุบัติเหตุกระทบกระแทกมา อาการปวดที่คอจะไม่ใช่อาการที่เกิดจากกล้ามเนื้อเลย ถึงแม้บางคนอาจบอกว่า นั่งหน้าคอมนาน ๆ ก็อาจทำให้กล้ามเนื้อคอตึงได้

*** แต่บอกเลยว่า นั่งหน้าคอมนาน ๆ วันละหลาย ๆ ชั่วโมงอย่างดีก็ทำให้กล้ามเนื้อแค่เกิดอาการตึงเท่านั้น ไม่ได้ทำให้ถึงขั้นปวดได้

หนึ่งในต้นเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดคอ เช่น Cervical Disc Herniation (C6-C7) ยกตัวอย่างลักษณะอาการปวด เช่น

- ปวดคอด้านหลัง ปวดลามลงมาที่ไหล่
- ปวดเหมือนโดนแทง ๆ จากคอร้าวลงแขน
- ปวดจากต้นคอลงไปถึงข้อศอก หรือเลยไปถึงหลังมือ
- ปวดข้างเดียว ชัดเจนมาก อีกข้างไม่เป็น

***********************************

นี่เป็นแค่อาการเบื้องต้นเท่านั้น เพราะถ้าเกิดจากความผิดปรกติของกระดูกสันหลังจริง ๆ จะมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วยอีกเยอะ ยกตัวอย่างเช่น

*** อาการชา อาการปวดร้าว และอื่น ๆ

*** ข้อมูลที่เหลือ เดี๋ยวจะเอาไปอธิบายในห้อง พท. ในช่วงเวลา Live สด ท่านใดติดงานตามชมย้อนหลังได้เลย เดี๋ยวจะทำเอกสารเอกใน Database ของห้อง พท. ด้วย

ท่านใดต้องการสมัครห้อง พท. ติดต่อทางไลน์ได้เลย Line ID : revthai

เรื่องของอาการ "ปวดหลัง" กับโรคทางการแพทย์แผนไทยที่เรียกว่า "ลำบองข้อไม้ไผ่" - ระวังให้ดี ๆ อาการปวดหลังไม่ได้เกิดจากกล้...
11/04/2026

เรื่องของอาการ "ปวดหลัง" กับโรคทางการแพทย์แผนไทยที่เรียกว่า "ลำบองข้อไม้ไผ่" - ระวังให้ดี ๆ อาการปวดหลังไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้ออย่างเดียว ต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าต้นเหตุของอาการคนไข้เกิดจากอะไร - ไม่ใช่ว่านวดไปหรือรักษาไปโดยไม่รู้ว่ากำลังเจอกับอะไร

บทความโดย พท.กมลลาสน์ ชีวสาธน์เวชกุล
แพทย์แผนไทย พท.ว เวชกรรมไทย / พท.ภ เภสัชกรรมไทย

หลาย ๆ คนเวลามีอาการปวดหลัง ทักมาถามแต่ว่า "นวดยังไง" - น้อยคนที่จะอยากรู้จริง ๆ ว่าต้นเหตุเกิดจากอะไร และควรจะทำยังไงกับต้นเหตุนั้น บางคนรู้ต้นเหตุแล้วแต่ไม่ยอมรับวิธีการรักษาของแพทย์เจ้าของเคสก็มี ยกตัวอย่างเช่น หมอบอกว่าควรต้องผ่า แต่คนไข้ไม่อยากผ่าเพราะกลัว

*** ก่อนจะเลือกหรือปฏิเสธแนวทางการรักษา ต้องรู้รายละเอียดของโรคให้ครบก่อน (ครบจริง ๆ เท่านั้น) ไม่ใช่ว่าไปฟังคนนั้นคนนี้ที่ไม่ใช่หมอบอกมา แล้วมาคิดไปเองว่าต้องทำยังไง

******************************

อาการ "ลำบองข้อไม้ไผ่" คือหนึ่งในอาการทางการแพทย์แผนไทย ที่ก่อให้เกิดอาการ "ปวดหลัง" ในทางวิทยาศาสตร์มันคือ ankylosing spondylitis (AS) ลักษณะ Symptom ที่น่าจะเจอกับคนไข้ เช่น

- ปวดหลังลึก ๆ แถวสะโพกหรือก้นกบ เป็นมานานแล้ว
- ไม่ใช่ปวดเฉียบพลัน
- ตอนเช้าตื่นมาจะขยับตัวลำบาก ตัวแข็ง ต้องใช้เวลาสักพักถึงจะดีขึ้น
- พอได้ขยับตัว เดิน หรือทำอะไรไปเรื่อย ๆ มันจะค่อย ๆ หายปวด
- แต่ถ้านั่งเฉย ๆ หรืออยู่นิ่ง ๆ นาน ๆ จะกลับมาปวดอีก
- กลางคืนบางคืนปวดจนต้องตื่น โดยเฉพาะช่วงใกล้เช้า

*** จริง ๆ อาการที่คนไข้จะเจอกับโรคนี้มีเยอะกว่านี้ ตัวแพทย์แผนไทยเจ้าของเคสคนไข้ต้องซักประวัติอาการให้ละเอียดก่อน และต้องทำความเข้าใจภาวะโรคนี้อย่างลึกซึ่งก่อน

*******************************

หากจะวินิจฉัยทาง "ตรีธาตุ" เดิมจริง ๆ ก็ต้องบอกว่า "เอกโทษ" แรกที่แสดงตัวคือ "วาตะ" ไม่ใช่ "ปิตตะ" - เราต้องอย่าลืมว่าคนโบราณไม่รู้ว่าอะไรคืออาการอักเสบ

*** และที่สำคัญ "อาการลำบองข้อไม่ไผ่" อาการแรกสุดที่แสดงออกมาให้เห็น ไม่ได้แสดงอาการอักเสบออกมาให้เห็นที่ผิว

คนไข้จะบอกว่าแค่ปวดหลัง เพราะฉะนั้น ไม่มีทางรู้ได้ว่าเป็น "ปิตตะ" ที่แสดงอยู่ภายใน การวินิจฉัยว่าเป็นต้นเหตุจาก "ปิตตะ" เป็นการวินิจฉัยจากต้นเหตุที่ตรวจโดยการแพทย์ยุคนี้ไม่ใช่ยุคก่อน

*** และขอบอกเลยว่าอาการในลักษณะนี้ นวดไม่ได้เด็ดขาด ถ้าเจออย่าหวังนวด โดยเฉพาะถ้าอาการอยู่ใน Phase ที่อักเสบอยู่

ข้อมูลที่เหลือ เดี๋ยวจะเอาไปอธิบายในห้อง พท. ในช่วงเวลา Live สด ท่านใดติดงานตามชมย้อนหลังได้เลย

ท่านใดต้องการสมัครห้อง พท. ติดต่อทางไลน์ได้เลย Line ID : revthai

อาการ "วิตกกังวลและนอนไม่หลับ" ที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงอายุ 40 - 45 ปี อาจไม่ได้เกิดจาก "แพนิค" หรือกลุ่มโรควิตกกังวลเสมอไป...
11/04/2026

อาการ "วิตกกังวลและนอนไม่หลับ" ที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงอายุ 40 - 45 ปี อาจไม่ได้เกิดจาก "แพนิค" หรือกลุ่มโรควิตกกังวลเสมอไป - เพราะฉะนั้น ถ้ากินยาคล้ายกังวลหรือยานอนหลับ โดยที่ไม่รู้ว่าอาการของตนเองเกิดจากอะไร ระวังกินยาไม่ตรงกับโรคนะครับ

บทความโดย พท. กมลลาสน์ ชีวสาธน์เวชกุล
(แพทย์แผนไทย พท.ว เวชกรรมไทย / พท.ภ เภสัชกรรมไทย)

หลายคน ซึ่งปัจจบุันอยู่ในช่วงอายุ 40 - 45 ปี เวลามีอาการ "วิตกกังวลหรือนอนไม่หลับ" หรือหลาย ๆ อาการในกลุ่มเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น

- มีอาการกังวลขึ้นมาเอง ควบคุมความกัววลไม่ได้
- มีอาการใจสั่น หรือเหงื่อออกปลายมือปลายเท้า บ่อย ๆ
- มีอาการนอนหลับไม่สนิท หลับแล้วตื่นขึ้นมากลางดึก
- บางทีก็มีอาการหงุดหงิด ควบคุมไม่ค่อยได้
- มีอาการกลืนลำบาก และกรดไหลย้อน
- และอื่น ๆ อีกหลายอาการ

*** คนที่มีอาการแบบนี้มักจะคิดว่าตัวเองกำลังเป็น "แพนิค" ซึ่งต้องขอบอกว่าไม่ใช่เสมอไป ไม่จำเป็นว่าคนที่มีอาการแบบนี้จะต้องเป็นแพนิค

***********************************

บอกก่อนว่า สาเหตุการเกิดโรคของคนไข้แต่ละคนไม่เหมือนกัน เวลาเจอคนไข้ที่มีอาการแบบนี้ อย่าเพิ่งรีบด่วนสรุปว่าเป็น "แพนิค" เด็ดขาด เพราะถ้าไม่ใช่ขึ้นมาจริง ๆ บอกเลยว่ามีโอกาสจ่ายยาสมุนไพรตำรับผิดโรคแน่นอน - และที่สำคัญอาการแบบนี้ก็ไม่ไช่แค่ "แพนิค" ที่ทำให้เกิดอาการแบบนี้ได้

*** แต่สำหรับสตรีในช่วงอายุ 40 - 45 ปี ขึ้นไป ต้นเหตุของอาการที่ควรคำนึงถึงมากที่สุดคือ กลุ่มอาการ "วัยทอง"

บางคนอาจจะเถียงว่า จะเป็นไปได้ยังไงที่จะเป็นวัยทอง เพราะประจำเดือนยังมาอยู่เลย - ใครที่กำลังคิดแบบนี้อยู่แนะนำให้ศึกษาข้อมูลใหม่ เพราะคุณกำลังพลาดโอกาสที่จะดูแลตนเองอย่างถูกต้อง ในช่วงเวลาที่เหมาะสม

*** เรื่องที่ควรต้องรู้คือ ก่อนที่จะเข้าสู่อาการ "วัยทอง" เต็มตัว ฮอร์โมนในร่างกายสตรีจะเริ่มลดปริมาณ หรือปริมาณในการสร้างเริ่มผิดปรกติแล้ว ในช่วงตั้งอายุประมาณ 40 ปี เป็นต้นไป

***********************************

ลักษณะอาการที่อาจเกิดขึ้น คือ อาการที่เขียนเอาไว้ข้างต้นแบบนั้นเลย ซึ่งหลาย ๆ คนเข้าใจว่าเป็นอาการ "แพนิค" เลยไปหาอาหารเสริมที่เกี่ยวข้องกับอาการ "แพนิค" หรือนอนไม่หลับมากิน แล้วก็ไม่ดีขึ้น

*** หนักกว่านั้นคือ บางคนไปหายานอนหลับกินเอง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าไปหามากไหน ทั้ง ๆ ที่ยานอนหลับบางชนิด หมอจะต้องเป็นคนจ่ายให้เท่านั้น แต่กินแล้วก็ไม่เห็นผลและอาจต้องเพิ่มเม็ดยาอยู่เรื่อย ๆ

เพราะฉะนั้น ก่อนจะเลือกกินยาสมุนไพร หรือแพทย์แผนไทยก่อนที่จะจ่ายยาสมุนไพรตำรับ เช็คคนไข้ของคุณให้ดี ๆ ก่อนว่าต้นเหตุเกิดจากอะไร เพราะเอาจริง ๆ อาการ "แพนิค" กับอาการที่เกิดจาก "วัยทอง" ก่อนประจำเดือนหมด มีข้อแตกต่างของอาการชัดเจนอยู่แล้ว

ท่านใดต้องการปรึกษาอาการกับแพทย์แผนไทย พท.ว เวชกรรมไทย / พท.ภ เภสัชกรรมไทย ติดต่อเราได้ที่ ชีวสาธน์เวชคลินิกการแพทย์แผนไทย

โทร 091 - 705 - 6938 / Line ID :

อาการปวดหัว มึนหัว นอนไม่หลับ ปวดบริเวณขมับ ท้ายทอย และมีอาการปวดร้าวลงคอ บ่า - อาการที่เรียกว่า "ลมปะกัง" วิทยาศาสตร์เร...
10/04/2026

อาการปวดหัว มึนหัว นอนไม่หลับ ปวดบริเวณขมับ ท้ายทอย และมีอาการปวดร้าวลงคอ บ่า - อาการที่เรียกว่า "ลมปะกัง" วิทยาศาสตร์เรียก "ไมเกรน" - อาการที่ควรกินยาตำรับสมุนไพรตำรับรักษาจากภายในก่อน - ใครที่ไปนวดแล้ว 2-3 ครั้งยังไม่ดีขึ้น ให้หยุดนวดก่อน

บทความโดย พท.กมลลาสน์ ชีวสาธน์เวชกุล
(แพทย์แผนไทย พท.ว เวชกรรมไทย / พท.ภ เภสัชกรรมไทย)

ยกตัวอย่างลักษณะอาการที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งคนที่มีอาการจะรับรู้อาการของตัวเองได้ เช่น

- ปวดหัวตามจุดต่าง ๆ ตามที่ลงไว้ที่รูปด้านล่าง
- ปวดตึงกระบอกตา บางครั้งแสบตา
- มีอาการปวดตึงร้าวลงมาที่คอ
- บางคนมีอาการนอนไม่หลับ
- ตื่นมาอีกวันจะเกิดอาการมึนหัว เหมือนคนเมาค้าง
- และอื่น ๆ

*** ลักษณะอาการปวด มักจะชอบเกิดขึ้นช่วงบ่าย ๆ หรือช่วงเย็น หรือช่วงที่มีอาการเครียดเยอะ ๆ

************************************

ทางการแพทย์แผนไทย อาการนี้มีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น ลมกัง / ลมปะกัง / สันนิบาตปะกัง / ลมเสียดกระบาล และอื่น ๆ แต่ทุกชื่อล้วนหมายถึงอาการเดียวกัน

*** จุดที่มักจะเกิดอาการปวดบ่อย ๆ กับคนที่มีอาการในกลุ่มนี้เช่น

- ปวดที่บริเวณขมับ กล้ามเนื้อ Temporalis ค่อนไปทางด้านหน้า
- ปวดตรงกล้ามเนื้อ Temporalis เหนือหู
- ปวดตรงที่บริเวณท้ายทอย ปวดเป็นจังหวะ

*** อาการปวดที่เกิดขึ้นแบบนี้ เกิดจากความผิดปรกติของตัวคุมธาตุลม "หทัยวาตะ" การรักษา "หทัยวาตะ" ต้องรักษาด้วยการกินยาตำรับสมุนไพร ซึ่งแพทย์แผนไทย จะต้องซักประวัติพูดคุยกับคนไข้ ก่อนจัดยา เพราะอาการของแต่ละคน เหมาะกับยาไม่เหมือนกัน

**************************************

อาการปวดตึงกล้ามเนื้อ คอ บ่า ไหล่ ที่เกิดขึ้นตามมาจากอาการข้างบน เป็นเพียงอาการปลายทางเท่านั้น การนวดคลายกล้ามเนื้อจะไม่ได้ผล ถ้าตัวต้นเหตุของอาการยังไม่ได้รับการรักษา

ท่านใดต้องการปรึกษาอาการกับแพทย์แผนไทย พท.ว เวชกรรมไทย / พท.ภ เภสัชกรรมไทย ปรึกษาและสั่งยาทางระบบออนไลน์ และ เทเลเมดิซีน ติดต่อเราได้ที่ ชีวสาธน์เวชคลินิกการแพทย์แผนไทย

โทร 091 - 705 - 6938 / Line ID :
(ส่วนงานเวชกรรมไทยออนไลน์ และติดตามอาการ)

อาการอันตราย "ไม่ควรนวดเด็ดขาด" ตอนที่ 2 - อาการ "Giant cell arteritis" อาการเส้นเลือดอักเสบที่ไม่เหมือนกับ "Vasculitis"...
10/04/2026

อาการอันตราย "ไม่ควรนวดเด็ดขาด" ตอนที่ 2 - อาการ "Giant cell arteritis" อาการเส้นเลือดอักเสบที่ไม่เหมือนกับ "Vasculitis" - แพทย์แผนไทยจำเป็นต้องรู้ "ไม่รู้ไม่ได้" เพราะลักษณะอาการบางอย่างไปทับซ้อนกับอาการ "ลมปะกัง" แต่บอกเลยถ้าเจอแบบนี้อย่าได้นวดเด็ดขาด

บทความโดย พท.กมลลาสน์ ชีวสาธน์เวชกุล
(แพทย์แผนไทย พท.ว เวชกรรมไทย / พท.ภ เภสัชกรรมไทย)

เรื่องนี้แพทย์แผนไทยหรือแม้กระทั่งหมอนวด 150 ชั่วโมง ไม่รู้ไม่ได้เลย เพราะอาการแสดงของ "Giant cell arteritis" บางส่วนทับซ้อนกับอาการของ "ลมปะกัง" ในทางการแพทย์แผนไทย - และขอบอกเลยว่า "Giant cell arteritis" เป็นอาการที่ไม่สมควรจะนวดอย่างแรง ถ้าเผลอนวดไปโดยที่ไม่รู้ รับรองได้เลยว่าคนไข้มีโอกาสบาดเจ็บเพิ่มขึ้นแน่นอน

*** อย่างที่เคยบอกไปว่า เราเป็นแพทย์แผนไทยก็ต้องรักษาตามวิธีการแพทย์แผนไทย ใช้ยาตำรับแพทย์แผนไทยหรือนวดรักษา แต่การที่เราเป็นแพทย์แผนไทยไม่ได้หมายความว่า "คุณห้ามเรียนรู้วิทยาศาสตร์" เราต้องรู้วิทยาศาสตร์ให้ละเอียดและมากพอที่จะวินิจฉัยคัดกรองไคนไข้ให้ได้ เพื่อดูว่าเราสามารถรักษาได้หรือไม่ "เกินความสามารถเราหรือไม่"

*************************************

ยกตัวอย่าง ลักษณะอาการ "Giant cell arteritis" บางส่วน เช่น อาการทางศีรษะและใบหน้า (Localized Symptoms)

- ปวดศีรษะบริเวณขมับ (Temporal headache)
- ปวดตุบๆ (throbbing pain) หรือปวดแน่น
- อาการปวดมักเกิดที่ด้านเดียว แต่บางรายอาจปวดทั้งสองข้าง
- การมองเห็นพร่ามัว (Blurred vision)
- และอื่น ๆ อีกหลายอาการ

*** บอกก่อนว่า อาการที่เกิดขึ้นกับ "Giant cell arteritis" มีเยอะกว่านี้ไม่ได้มีแค่นี้ แต่ถ้าจะดูจากอาการที่ลงเอาไว้ก็จะเห็นว่าอาการคล้าย "ลมปะกัง" มาก ๆ ถ้าไม่ได้ซักประวัติอาการโดยละเอียดหรือถามแค่อาการเบื้องต้นกับคนไข้ แทบจะไม่มีมีทางแยกออกเลย

**************************************

ถ้าถามว่า Giant Cell Arteritis คือหนึ่งในอาการโรค "ลมปะกัง" ตามการแพทย์แผนไทยใช่หรือไม่ ก็ต้องตอบว่า "มีความเป็นไปได้" ถ้าดูจากลักษณะอาการที่ปรากฎ แต่อาการของโรคลมปะกังในแพทย์แผนไทยมีเยอะกว่านั้น ยกตัวอย่างเช่น

- ตัวร้อน วิงเวียนซึ่งหน้าตา หากตกถึงสรรนิบาตกลับไข้เศียรสุดกำลัง
- ชักปากเอียง บางทีเป็นริดสีดวง น้ำมูกไหลตึงจมูก จาม

*** แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามถ้าหากเจอว่าคนไข้เป็น Giant Cell Arteritis จริง ๆไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามห้ามนวดเด็ดขาด เพราะ Giant Cell Arteritis (GCA) หรือ คือ โรคหลอดเลือดแดงอักเสบชนิด Giant Cell มักส่งผลกระทบต่อหลอดเลือดแดงขนาดกลางและขนาดใหญ่

ผลที่อาจเกิดขึ้นหากคนไข้กำลังเป็นโรคนี้อยู่ (แค่บางส่วนเท่านั้น จริง ๆ มีเยอะกว่านี้) เช่น การโป่งพองของหลอดเลือด (Aneurysm Formation)

- ผนังหลอดเลือดที่อ่อนแอจากการอักเสบอาจโป่งพองได้
- ผลกระทบ: เสี่ยงต่อการฉีกขาดของหลอดเลือด (Aortic Dissection)

**********************************

ถ้าดูจากแค่ผลบางส่วนที่เขียนเอาไว้ข้างบน ลองคิดตามดู ถามเผลอนวดไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น เพราะฉะนั้น ก่อนจะลงมือนวดรักษาหรือนวดผ่อนคลายคนไข้ ไม่ว่าอาการจะหนัดหรือเบา สิ่งที่ควรทำคือซักประวัติอาการให้ละเอียดก่อน

*** บางท่านอาจบอกว่า อาการ "ไมเกรน" ไม่มีอาการความผิดปรกติของหลอดเลือดชัดเจน ประเด็น คือ ความผิดปรกติของหลอดเลือดเช็คค่อนข้างยาก เพราะฉะนั้น จะดูแค่ว่าคลำที่ขมับว่าเจ็บหรือไม่เจ็บ อาจจะไม่ค่อยรู้เรื่อง ต้องเช็คเยอะกว่านั้น

*** ในส่่วนของเวชกรรมไทย ถามอาการของคนไข้เป็น Giant Cell Arteritis จริง ๆ การจ่ายยากลุ่มรสประธานร้อน คือ หายนะของคนไข้

*** ข้อมูลที่เหลือ เดี๋ยวจะเอาไปอธิบายในห้อง พท. ในช่วงเวลา Live สด ท่านใดติดงานตามชมย้อนหลังได้เลย

ท่านใดต้องการสมัครห้อง พท. ติดต่อทางไลน์ได้เลย Line ID : revthai

10/04/2026

ใครที่คิดว่า ศาสตร์การแพทย์แผนไทย สามารถรู้โรคได้ก่อนเป็นหนัก หรือป้องกันการเกิดโรคได้ - แนะนำให้ศึกษาดี ๆ ก่อนแล้วจะรู้ว่ามันไม่จริง - ประสิทธิภาพการรักษาขึ้นอยู่กับความสามารถของหมอ และความร่วมมือของคนไข้ ไม่ว่าแผนไทยหรือแผนปัจจุบัน

ที่อยู่

Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

+66917056938

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เวชศึกษาสมัยใหม่ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์