THAI StemLife Family

THAI StemLife Family The LEADERS in Private Stem Cell Banking and Genetic Screening in Thailand.

THAI StemLife boasts own in-house Research with numerous Publications in high impact international peer reviewed journals. ไทย สเตมไลฟ์ เป็นธนาคารสเต็มเซลล์เอกชนแห่งแรก และแห่งเดียวในปัจจุบันที่มีการเก็บ และรับฝากสเต็มเซลล์ทั้งจากเลือดในรก, สายสะดือ และกระแสโลหิต

นอกจากนี้เรายังมีบริการตรวจยีน เพื่อให้ท่านทราบถึงความเสี่ยงต่อโรค และการตอบสนองต่อยาชนิดต่างๆ เพื่อป้องกัน หรือลดภาวะเสี่ยงต่างๆ ได้ พร้อมกันนั้นเรายังมีบริการวางแผนโภชนาการที่เหมาะสมกับตัวท่าน และการออกกำลังกายอย่างถูกสุขลักษณะอีกด้วย

หลังจากเจ้าตัวน้อยได้ลืมตาดูโลก ในช่วงแรกๆ คุณแม่คงวุ่นกับการดูแลเจ้าตัวน้อยเพราะการดูแลเด็กอ่อนอาจเป็นเรื่องใหม่มากๆ สำ...
07/02/2026

หลังจากเจ้าตัวน้อยได้ลืมตาดูโลก ในช่วงแรกๆ คุณแม่คงวุ่นกับการดูแลเจ้าตัวน้อยเพราะการดูแลเด็กอ่อนอาจเป็นเรื่องใหม่มากๆ สำหรับแม่ๆ หลายคน กว่าจะปรับตัวได้คงใช้เวลาระยะหนึ่ง จนบางทีคุณแม่ๆ ก็อาจจะเผลอลืมที่จะดูแลตัวเอง โดยหนึ่งในความกังวลที่พบจากคุณแม่หลังคลอด คือ การที่น้ำหนักไม่ลดลงเท่าก่อนตั้งครรภ์ หรือบางคนพอคลอดลูกแล้วมีน้ำหนักที่มากกว่าเดิม และยากเหลือเกินที่จะลดน้ำหนักลงให้เท่าๆ กับก่อนตั้งครรภ์ วันนี้เราพามาดูวิธี ลดน้ำหนักหลังคลอด กันค่ะ

1.ให้นมลูกจากเต้านมแม่
การให้นมลูกในแต่ละวันสามารถช่วยเผาผลาญพลังงานในร่างกายของคุณแม่ไปได้ถึง 500 -800 กิโลแคลอรีต่อวัน ถ้าคุณแม่ให้นมลูกอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 4-6 เดือนก็จะช่วยลดขนาดส่วนเกินของสะโพก หน้าท้อง ต้นแขน และต้นขาได้ ช่วยให้มดลูกหดรัดตัวเร็ว นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ และลดภาวะโลหิตจางได้ด้วย
2.อยู่ไฟหลังคลอด
เป็นการอาศัยภูมิปัญญาพื้นบ้านเพื่อฟื้นฟูร่างกายของคุณแม่หลังคลอด เพื่อปรับสมดุลในร่างกายให้กลับมาเป็นปกติโดยเร็ว โดยใช้ความร้อนเข้าช่วยเมื่อร่างกายเข้าสู่ภาวะสมดุล ก็จะช่วยให้ร่างกายจะสามารถทำกิจกรรมที่มีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. ใช้ผ้ารัดหน้าท้อง (เข็มขัด):
ประโยชน์: ช่วยพยุงกล้ามเนื้อหน้าท้องและมดลูกให้เข้าที่เร็วขึ้นหลังคลอด โดยเฉพาะหลังผ่าคลอด ช่วยลดอาการปวดและทำให้หน้าท้องดูเรียบตึงขึ้นในระยะสั้น.
ข้อควรระวัง: ควรใส่หลังผ่านช่วงฟื้นตัวไปแล้ว และไม่ควรคาดแน่นเกินไปจนขัดขวางการหายใจและการไหลเวียนโลหิต.
4. ใส่ใจโภชนาการ ทานโปรตีนเพิ่มขึ้น
รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นเนื้อสัตว์ไม่ติดมันหรือไขมันน้อย ไข่ นม เพื่อให้ได้โปรตีนที่สูงที่ใช้ในการสร้างกล้ามเนื้อ ในส่วนของ ข้าว แป้ง ไขมันให้กินในสัดส่วนที่น้อยกว่าอาหารชนิดอื่น กินไขมันดี ไขมันจากพืช เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันรำข้าว น้ำมันเมล็ดทานตะวัน เป็นต้น เน้นการกินผักและผลไม้ให้ได้เกลือแร่ แร่ธาตุ วิตามิน

ขอขอบคุณข้อมูล จาก: https://pregskin.com/TH/blog-detail/losing-weight-pregnancy-mother

❤️ ไทย สเตมไลฟ์ เราพร้อมดูแลคุณ และคนที่คุณรัก ❤️
🎈 สอบถามรายละเอียดและนัดหมายเพื่อรับบริการได้ที่ https://lin.ee/P1arGe4 🎈

📌
CONTACT US / สอบถามข้อมูล
HOTLINE: +66 (0)81 340 7676
Website: www.thaistemlife.com
Facebook: THAI StemLife Family
Instagram: thai_stemlife
Youtube: THAI StemLife Channel
Line:



#ธนาคารสเต็มเซลล์
#สเต็มเซลล์ #ไทยสเตมไลฟ์

Baby & Kids Best Buy ครั้งที่ 62 👶🍼คุณพ่อคุณแม่สามารถแวะเข้ามา ปรึกษาและพูดคุยเรื่องการเก็บสเต็มเซลล์ให้กับลูกน้อย ได้ที...
04/02/2026

Baby & Kids Best Buy ครั้งที่ 62 👶🍼
คุณพ่อคุณแม่สามารถแวะเข้ามา ปรึกษาและพูดคุยเรื่องการเก็บสเต็มเซลล์ให้กับลูกน้อย ได้ที่
📍 บูธ L5 – ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
📅 ตั้งแต่วันที่ 5–8 กุมภาพันธ์ 2569

ภายในงาน THAI StemLife มีแพ็กเกจราคาพิเศษเฉพาะงานนี้ ✨
พร้อมกิจกรรมให้ร่วมสนุกและของที่ระลึกมากมาย
แล้วมาเจอกันนะคะ 💛

แม่ท้องต้องบำรุงด้วยอาหารเสริมหรือไม่ ?เดี๋ยวนี้บ้านเรามีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมมากมายหลายรูปแบบ ทั้งแบบเม็ด เป็นผงผสมกับน้ำ...
04/02/2026

แม่ท้องต้องบำรุงด้วยอาหารเสริมหรือไม่ ?
เดี๋ยวนี้บ้านเรามีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมมากมายหลายรูปแบบ ทั้งแบบเม็ด เป็นผงผสมกับน้ำหรือนม ซึ่งแน่นอนว่า สำหรับคุณแม่ท้องจะต้องระมัดระวังเรื่องการใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นพิเศษ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่กินเข้าไป ล้วนส่งผ่านและมีผลกระทบต่อลูกในท้องได้

ถ้าคุณแม่คิดจะลดอาหารเพราะกลัวน้ำหนักเกิน แล้วกินวิตามินเสริมอย่างเดียว อาจจะไม่ใช่หนทางที่ถูกต้อง แต่ถ้าหากคิดว่าได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ และต้องการกินอาหารเสริมเพิ่มเติม ควรตรวจสุขภาพหรือปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อประเมินว่าจำเป็นหรือไม่ เพราะถ้าร่างกายได้รับสารอาหารเพียงพอแล้ว ร่างกายจะขับออกมาเป็นของเสีย ทำให้ไตต้องทำงานหนักขึ้น แถมยังสิ้นเปลืองเงินโดยใช่เหตุ นอกจากนี้ อาหารเสริมหลายตัวก็ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันว่าปลอดภัย อีกทั้งไม่รู้ว่ามีส่วนผสมอื่นๆ ที่อาจเป็นอันตรายกับแม่และทารกในครรภ์นอกเหนือจากที่ระบุไว้หรือเปล่า

สรุปว่าบรรดาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมทั้งหลาย ไม่ว่าจะอ้างสรรพคุณว่าเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ หรือมีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงรักษาผิวพรรณ เสริมแร่ธาตุในร่างกาย หรือช่วยป้องกันโรคอะไรต่อมิอะไรนั้น ความจริงแล้วไม่มีความจำเป็นใดๆ สำหรับแม่และลูกในท้องเลย

เพียงแค่คุณแม่ดูแลสุขภาพและอาหารการกินของตัวเองให้ดี ด้วยการกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ เช่น กินโปรตีนจากไข่ นม และวิตามินของคนท้องตามที่คุณหมอแนะนำ เช่น โฟลิก วิตามินรวม วิตามิน อี ซี (สำหรับคุณแม่ที่ไม่ชอบกินผักและผลไม้) ดื่มนมให้ได้วันละ 1 ลิตร เพื่อป้องกันตะคริว และเมื่ออายุครรภ์เข้าสู่เดือนที่ 4-5 ควรเสริมธาตุเหล็ก เพื่อให้ลูกเอาไปสร้างเม็ดเลือด และเพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมกับการเสียเลือดตอนคลอดก็พอ

รู้หลักในการใช้ยาและผลิตภัณฑ์อาหารเสริมระหว่างตั้งครรภ์กันแล้ว คราวนี้คุณแม่ก็สามารถดูแลสุขภาพตัวเอง และเจ้าตัวเล็กในท้องได้อย่างมั่นใจแล้วนะคะ

❤️ ไทย สเตมไลฟ์ เราพร้อมดูแลคุณ และคนที่คุณรัก ❤️
🎈 สอบถามรายละเอียดและนัดหมายเพื่อรับบริการได้ที่ https://lin.ee/P1arGe4 🎈

📌
CONTACT US / สอบถามข้อมูล
HOTLINE: +66 (0)81 340 7676
Website: www.thaistemlife.com
Facebook: THAI StemLife Family
Instagram: thai_stemlife
Youtube: THAI StemLife Channel
Line:



#ธนาคารสเต็มเซลล์
#สเต็มเซลล์ #ไทยสเตมไลฟ์

ขอแสดงความยินดีกับคุณปาย วิรัลพัชร กาญจนศักดิ์ชัย และคุณนิก ธนิก ภูวนัตตรัยเนื่องในโอกาสต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัว ลูก...
03/02/2026

ขอแสดงความยินดีกับคุณปาย วิรัลพัชร กาญจนศักดิ์ชัย และคุณนิก ธนิก ภูวนัตตรัย
เนื่องในโอกาสต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัว ลูกสาวคนแรก “น้องนิชา” 🎀

ไทย สเตมไลฟ์ ขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งที่ให้ความไว้วางใจในการดูแล จัดเก็บ และเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์แรกคลอดของน้องนิชา เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมของขวัญด้านสุขภาพสำหรับคนที่คุณรักที่สุดในครอบครัว ☺️

“การเตรียมของขวัญเพื่อสุขภาพ คือของขวัญที่วิเศษที่สุดสำหรับครอบครัว”

สอบถามรายละเอียดและนัดหมายเพื่อรับบริการได้ที่ https://lin.ee/P1arGe4 🎈
📌
CONTACT US / สอบถามข้อมูล
HOTLINE: +66 (0)81 340 7676
Website: www.thaistemlife.com
Facebook: THAI StemLife Family
Instagram: thai_stemlife
Youtube: THAI StemLife Channel
Line:



#ธนาคารสเต็มเซลล์
#สเต็มเซลล์ #ไทยสเตมไลฟ์ #ปายสิตางค์ #น้องนิชา

คุณพ่อ คุณแม่เตรียมตัวให้พร้อมก่อนลูกน้อยลืมตาดูโลก!คุณพ่อ คุณแม่ หลายคนอาจรู้สึกทั้งดีใจ ตื่นเต้น สับสน และกังวลในเวลาเ...
31/01/2026

คุณพ่อ คุณแม่เตรียมตัวให้พร้อมก่อนลูกน้อยลืมตาดูโลก!
คุณพ่อ คุณแม่ หลายคนอาจรู้สึกทั้งดีใจ ตื่นเต้น สับสน และกังวลในเวลาเดียวกัน เพราะนี่คือการเริ่มต้นบทใหม่ที่ไม่มีคู่มือแน่นอน แต่ไม่ต้องห่วง วันนี้ ไทย สเตมไลฟ์ เราได้รวบรวมเรื่องพื้นฐานที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ควรรู้ เพื่อให้ทุกย่างก้าวเป็นไปอย่างมั่นใจมากขึ้น

1. สุขภาพคุณแม่คือจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง
การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายเบาๆ ตามคำแนะนำแพทย์ หรือการพักผ่อนให้เพียงพอ ล้วนส่งผลต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อยในครรภ์โดยตรง อย่ามองข้ามการตรวจสุขภาพตามนัดทุกครั้ง

2. ดูแลลูกตั้งแต่อยู่ในครรภ์
คุณแม่ตั้งครรภ์ควรให้ความสำคัญกับการติดตามพัฒนาการของลูกน้อยอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การตรวจอัลตร้าซาวด์ ไปจนถึงการหลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจเป็นอันตราย เช่น คาเฟอีน แอลกอฮอล์ หรือยาบางชนิด และว่าคุณพ่อเองก็มีบทบาทในการดูแลช่วงนี้ด้วยเช่นกัน ทั้งการให้กำลังใจ ดูแลเรื่องเล็กๆ น้อยๆ และคอยอยู่เคียงข้างเมื่อคุณแม่รู้สึกไม่สบายใจ

3. เตรียมของใช้ในบ้านให้ปลอดภัยและอบอุ่น
เตียงนอนเด็ก ผ้าห่ม ของใช้จำเป็น ล้วนแล้วแต่ต้องคัดสรรอย่างระมัดระวัง อย่าลืมเรื่องความสะอาด ความปลอดภัย และพื้นที่ให้ลูกได้ขยับแขนขาบ้าง ที่สำคัญ อย่าลืมมุมของคุณพ่อคุณแม่ด้วย เพราะคุณก็ต้องการพื้นที่ในการชาร์จพลังเหมือนกัน

4. สุดท้าย“สายสะดือ” เป็นเหมือนสิ่งเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครใส่ใจนัก และไม่สำคัญ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีคุณค่ามากกว่าที่คิด ซึ่งปัจจุบันมีการเก็บเซลล์ต้นกำเนิดจากสายสะดือเพื่อใช้ในอนาคต ถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจและโอกาสที่สำคัญสำหรับพ่อแม่ที่มองไกลถึงสุขภาพของลูกในวันข้างหน้า

การเก็บเซลล์ต้นกำเนิดนี้ไม่เจ็บ ไม่อันตราย โอกาสที่มีแค่ครั้งเดียวในชีวิตของลูก นั่นคือ “ตอนคลอด” เท่านั้น
การเป็นพ่อแม่ครั้งแรกอาจดูเหมือนยาก แต่ทุกคนก็ผ่านมันมาได้ด้วยความรัก ความเข้าใจ และการเตรียมตัวที่ดี และในขณะที่คุณกำลังเตรียมทุกอย่างให้พร้อมเพื่อการต้อนรับเจ้าตัวเล็ก อย่าลืมคิดเผื่ออนาคตสักนิด… เพราะบางทีโอกาสดี ๆ นั้น มีเพียงครั้งเดียวจริง ๆ

❤️ ไทย สเตมไลฟ์ เราพร้อมดูแลคุณ และคนที่คุณรัก ❤️
🎈 สอบถามรายละเอียดและนัดหมายเพื่อรับบริการได้ที่ https://lin.ee/P1arGe4 🎈

📌
CONTACT US / สอบถามข้อมูล
HOTLINE: +66 (0)81 340 7676
Website: www.thaistemlife.com
Facebook: THAI StemLife Family
Instagram: thai_stemlife
Youtube: THAI StemLife Channel
Line:



#ธนาคารสเต็มเซลล์
#สเต็มเซลล์ #ไทยสเตมไลฟ์

เคล็ดไม่ลับสำหรับพ่อแม่มือใหม่ที่ควรรู้ก่อนลงมือแม้การตัดเล็บดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องยาก แต่ถ้าพูดถึงการตัดเล็บให้ลูกเล็กว...
27/01/2026

เคล็ดไม่ลับสำหรับพ่อแม่มือใหม่ที่ควรรู้ก่อนลงมือ
แม้การตัดเล็บดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องยาก แต่ถ้าพูดถึงการตัดเล็บให้ลูกเล็กวัยทารกก็ดูจะเป็นเรื่องใหญ่ที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ไม่อาจเลี่ยงได้ เนื่องจากเล็บมือเด็กเล็กจะยาวเร็วมาก นอกจากจะมีโอกาสที่ลูกข่วนตัวเองจนเป็นแผล ซอกเล็บยังอาจเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้อีกด้วย เราจึงต้องหมั่นตรวจเล็บทุกสัปดาห์ ตัดเล็บให้ลูกเป็นประจำ ดังนั้นก่อนลงมือปฏิบัติภารกิจตัดเล็บให้เจ้าตัวน้อย เรามาศึกษาเทคนิคพิเศษกันดีกว่าค่ะ

เลือกใช้กรรไกรตัดเล็บที่เป็นของเด็กอ่อนโดยเฉพาะ
กรรไกรตัดเล็บของผู้ใหญ่อาจไม่เหมาะกับมือเท้าน้อยๆ ของลูกนัก การใช้กรรไกรสำหรับเด็กอ่อนโดยเฉพาะ สามารถเพิ่มความถนัดในการตัดได้มากทีเดียว แต่ก่อนตัดเล็บ เราควรทำความสะอาดกรรไกรตัดเล็บโดยใช้แอลกอฮอล์เช็ดให้สะอาด รวมถึงมือคุณพ่อคุณแม่เองก็ต้องล้างให้สะอาดด้วยเช่นกัน

ทาโลชั่นเล็กน้อยที่บริเวณเล็บ
การทาโลชั่นที่ปลายเล็บของลูกให้ครบทุกนิ้ว จะช่วยให้เล็บเล็กๆ ของเจ้าตัวน้อยนุ่มลงตัดได้ง่ายขึ้น หรืออีกวิธีคือเลือกตัดเล็บให้ลูกหลังอาบน้ำเสร็จ เล็บจะค่อนข้างนิ่มทำให้ตัดได้ง่ายขึ้น

สังเกตความยาวของเล็บลูก
เพื่อไม่เสี่ยงตัดเล็บแล้วกินเนื้อของลูกน้อย ให้สังเกตความยาวของเล็บก่อนค่ะ สำหรับเล็บที่ยาวแล้วของเด็กอ่อน คือ เนื้อเล็บโผล่เกินเนื้อปลายนิ้วขึ้นมา ต่างจากของผู้ใหญ่ที่ตัดได้ตั้งแต่เล็บงอกขึ้นมาจากเนื้อเล็บเดิม ถ้าตัดลึกไปจะเข้าเนื้อลูกค่ะ

วิธีตัดเล็บ
แนบกรรไกรตัดเล็บกับปลายนิ้ว แล้วตัดตรงเนื้อเล็บส่วนที่เกินมา เวลาตัดให้ตัดตรงๆ หากยังเหลือมุมแหลมก็เล็มออกสักนิดเพื่อไม่ให้เล็บคม และไม่ต้องตะไบเล็บ

เลือกตัดเวลาลูกหลับปุ๋ยได้ที่
เพื่อไม่ให้เจ้าตัวเล็กยุกยิก ให้คุณพ่อคุณแม่หวั่นใจขณะตัด เพราะลูกจะไม่ดิ้น สามารถจับนิ้วลูกได้ถนัดยิ่งขึ้น เว้นเสียแต่มั่นใจว่าลูกนิ่งพอ อย่างนั้นจะตัดเวลาตื่นก็ย่อมได้ค่ะ

ในช่วงแรกของการตัดเล็บให้ลูก คุณพ่อคุณแม่อาจหวาดเสียวอยู่บ้าง กลัวจะพลาดไปโดนเนื้อบางๆ เข้า แต่ถ้าตัดอย่างระมัดระวังตามเทคนิคนี้ รับรองว่าไม่พลาดแน่นอนค่ะ

❤️ ไทย สเตมไลฟ์ เราพร้อมดูแลคุณ และคนที่คุณรัก ❤️
🎈 สอบถามรายละเอียดและนัดหมายเพื่อรับบริการได้ที่ https://lin.ee/P1arGe4 🎈

📌
CONTACT US / สอบถามข้อมูล
HOTLINE: +66 (0)81 340 7676
Website: www.thaistemlife.com
Facebook: THAI StemLife Family
Instagram: thai_stemlife
Youtube: THAI StemLife Channel
Line:



#ธนาคารสเต็มเซลล์
#สเต็มเซลล์ #ไทยสเตมไลฟ์

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า “สเต็มเซลล์” กลายเป็นหนึ่งในคำที่ถูกพูดถึงบ่อยในแวดวงสุขภาพ !ทราบหรือไม่ว่า แท้จริงแล้วสเต...
24/01/2026

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า “สเต็มเซลล์” กลายเป็นหนึ่งในคำที่ถูกพูดถึงบ่อยในแวดวงสุขภาพ !
ทราบหรือไม่ว่า แท้จริงแล้วสเต็มเซลล์คืออะไร? และใช้ประโยชน์ได้มากน้อยเพียงใด ?
สเต็มเซลล์คืออะไร?

สเต็มเซลล์ (Stem Cell) คือเซลล์ต้นกำเนิดที่มีอยู่ในร่างกายมนุษย์ตั้งแต่ระยะตัวอ่อน ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษในการเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์ชนิดต่าง ๆ ภายในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นเซลล์ประสาท เซลล์กล้ามเนื้อ เซลล์กระดูก หรือเซลล์ในระบบอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากบทบาทในการสร้างเซลล์ใหม่แล้ว สเต็มเซลล์ยังมีหน้าที่สำคัญในการซ่อมแซมและฟื้นฟูเนื้อเยื่อที่ได้รับความเสียหายจากการบาดเจ็บหรือเสื่อมสภาพตามวัย อย่างไรก็ตาม เมื่อเราอายุมากขึ้น ความสามารถของร่างกายในการผลิตสเต็มเซลล์จะลดลงตามธรรมชาติ ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการฟื้นฟูร่างกายลดลงตามไปด้วย

สเต็มเซลล์แบ่งออกเป็นกี่ประเภทและแตกต่างกันอย่างไร
สเต็มเซลล์แบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก คือ HSCs (Hematopoietic Stem Cells) และ MSCs (Mesenchymal Stem Cells)
HSCs เป็นเซลล์ต้นกำเนิดของเม็ดเลือด มีความสามารถในการพัฒนาเป็นเซลล์เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด จึงมีบทบาทสำคัญในการรักษาโรคทางระบบเลือด เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว
ส่วน MSCs เป็นเซลล์ต้นกำเนิดชนิดเมเซนไคมัลที่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์กระดูก กระดูกอ่อน กล้ามเนื้อ หรือไขมัน มีศักยภาพสูงในการซ่อมแซมและฟื้นฟูเนื้อเยื่อ
ด้วยความแตกต่างนี้ HSCs และ MSCs จึงถูกนำมาใช้ประโยชน์ในด้านการแพทย์ฟื้นฟูที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการในการรักษาโรคต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ

สเต็มเซลล์สามารถรักษาโรคอะไรได้บ้าง?
สเต็มเซลล์ได้รับการนำมาใช้ในการรักษาโรคหลากหลายชนิด โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบเลือด เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว ธาลัสซีเมีย และโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องแต่กำเนิด นอกจากนี้ยังมีการศึกษานำสเต็มเซลล์มาใช้ฟื้นฟูเนื้อเยื่อในผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคเบาหวานประเภทที่ 1 โรคพาร์กินสัน รวมถึงโรคข้อเสื่อมและบาดเจ็บของไขสันหลัง ด้วยคุณสมบัติในการซ่อมแซมและสร้างเซลล์ใหม่ สเต็มเซลล์จึงเป็นความหวังสำคัญของเวชศาสตร์ฟื้นฟูในอนาคต อีกทั้งยังมีบทบาทในการวิจัยพัฒนายาใหม่และการทดสอบความปลอดภัยของสารต่าง ๆ ในระดับเซลล์อย่างแม่นยำ ปัจจุบัน งานวิจัยเกี่ยวกับสเต็มเซลล์ยังคงก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มที่จะขยายขอบเขตการรักษาไปสู่โรคเรื้อรังและโรคซับซ้อนมากยิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้

❤️ ไทย สเตมไลฟ์ เราพร้อมดูแลคุณ และคนที่คุณรัก ❤️
🎈 สอบถามรายละเอียดและนัดหมายเพื่อรับบริการได้ที่ https://lin.ee/P1arGe4 🎈

📌
CONTACT US / สอบถามข้อมูล
HOTLINE: +66 (0)81 340 7676
Website: www.thaistemlife.com
Facebook: THAI StemLife Family
Instagram: thai_stemlife
Youtube: THAI StemLife Channel
Line:



#ธนาคารสเต็มเซลล์
#สเต็มเซลล์ #ไทยสเตมไลฟ์

อาหารเสริมสำหรับลูกน้อยในแต่ละมื้อ ควรประกอบไปด้วยสารอาหารครบ 5 หมู่ ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าว แป้ง เพื่อเป็นพลังงาน...
20/01/2026

อาหารเสริมสำหรับลูกน้อยในแต่ละมื้อ ควรประกอบไปด้วยสารอาหารครบ 5 หมู่ ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าว แป้ง เพื่อเป็นพลังงานให้กับร่างกาย
โปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ ถั่ว เพื่อเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย
ไขมัน เช่น น้ำมันมะกอก เพื่อเป็นแหล่งพลังงานให้ร่างกาย ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต
ผักและผลไม้ เพื่อให้ร่างกายได้รับใยอาหาร วิตามิน เกลือแร่ที่ครบถ้วน ช่วยไห้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง และขับถ่ายเป็นปกติ

เคล็ดลับในการทำให้เมนูผักเป็นที่ชื่นชอบของลูกน้อย คือการเริ่มจากผักที่มีความอ่อนนุ่ม
ไม่แข็งจนเกินไป และไม่มีกลิ่นฉุน หรือมีรสขมจนเกินไป เพื่อให้ลูกน้อยมีความสนใจและชอบผักใบเขียวมากขึ้นนั่นเอง

วันนี้ ไทย สเตมไลฟ์ เราคำแนะนำในการเลือกผักใบสีเขียวสำหรับคุณแม่ ไว้นำมาทำเมนูผักต่าง ๆ ให้ลูกน้อยมาฝากกันค่า

5 ผักใบสีเขียวสําหรับคุณแม่ เพิ่มภูมิคุ้มกันเด็ก

1. บรอคโคลี่ เป็นผักที่อุดมไปด้วย วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี วิตามินเค โพแทสเซียม
เป็นผักที่คุณแม่สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลาย ทั้งต้มเป็นซุปบรอคโคลี นึ่งเป็นชิ้นเล็ก
ให้ลูกน้อยหยิบทานเอง หรือผัดน้ำมันทานกับข้าว อร่อยง่าย ได้คุณค่าบรอคโคลีเต็ม ๆ
2. ผักตำลึง เป็นผักพื้นบ้านของไทยที่หาได้ง่าย ราคาถูก มีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสายตา
นอกจากนี้ก็ยังอุดมไปด้วย แคลเซียม แมกนีเซียม วิตามินซี ธาตุเหล็ก สามารถนำมาทำเป็นแกงจืด หรือผัดกับเนื้อสัตว์ ก็ได้สารอาหารครบถ้วนเลยทีเดียว
3. ผักโขม เป็นผักอีกชนิดที่นำมาทำอาหารให้เด็กได้ง่าย เพราะมีรสชาติดี ไม่ขม ออกหวานนิด ๆ
นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วย โปรตีนสูง กรดอะมิโน วิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ โดยเฉพาะ ธาตุเหล็ก
วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินเค แคลเซียม นำมาทำเมนูได้หลากหลาย ทั้งต้ม นึ่ง หรืออบกับชีส
เป็นผักอีกชนิดที่ดีต่อร่างกายของเด็ก ๆ
4. ผักบุ้ง เป็นผักที่หาได้ง่าย ปรุงอาหารได้หลากหลาย ให้กากใยอาหารสูง สารเบตาแคโรทีน
วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินซี แคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส และ ธาตุเหล็กสูง เพียงแค่นำผักบุ้งมาผัดให้นิ่ม ๆ แค่นี้ก็จัดเป็นเมนูจานโปรดของลูกน้อยแล้วค่ะ
5. ผักปวยเล้ง เป็นผักที่มีสารอาหารกลุ่มแคโรทีนอยด์เข้มข้น สารเบต้าแคโรทีน สารลูทีน
สารโพแทสเซียม วิตามินซี ธาตุเหล็ก และแคลเซียมจำนวนมาก วิตามินบี วิตามินซี วิตามินดี
วิตามินอี วิตามินเค กรดโฟลิก สามารถนำมาต้ม ผัด นึ่ง อบ ได้หลายหลายเมนู เมื่อนำมาปรุงอาหารแล้ว ผักจะมีความนิ่ม ทำให้ลูกน้อยเคี้ยวกลืนได้ง่าย

การฝึกลูกน้อยกินผักแต่เล็ก จะช่วยให้ลูกน้อยมีสุขภาพดี มีภูมิต้านทานที่สมบูรณ์แข็งแรง
และขับถ่ายได้สะดวก คุณแม่อย่าลืมเตรียมผักให้ลูกน้อยในทุก ๆ มื้อนะคะ

❤️ ไทย สเตมไลฟ์ เราพร้อมดูแลคุณ และคนที่คุณรัก ❤️
🎈 สอบถามรายละเอียดและนัดหมายเพื่อรับบริการได้ที่ https://lin.ee/P1arGe4 🎈

📌
CONTACT US / สอบถามข้อมูล
HOTLINE: +66 (0)81 340 7676
Website: www.thaistemlife.com
Facebook: THAI StemLife Family
Instagram: thai_stemlife
Youtube: THAI StemLife Channel
Line:



#ธนาคารสเต็มเซลล์
#สเต็มเซลล์ #ไทยสเตมไลฟ์

วิธีสอนลูกทานอาหารเองเมื่อลูกมีสัญญาณพร้อมทานอาหารตามวัย เขาจะยังไม่รู้วิธีการกินเพราะที่ผ่านมารู้เพียงวิธีดูดนม ดังนั้น...
18/01/2026

วิธีสอนลูกทานอาหารเอง
เมื่อลูกมีสัญญาณพร้อมทานอาหารตามวัย เขาจะยังไม่รู้วิธีการกินเพราะที่ผ่านมารู้เพียงวิธีดูดนม ดังนั้นคุณแม่จึงต้องฝึก เริ่มจากให้เรียนรู้วิธีขยับปากและกินอาหารจากช้อน ซึ่งทำให้ลูกมีพัฒนาการในการสร้างกล้ามเนื้อในช่องปากเพื่อการกินอาหารชิ้นใหญ่ขึ้นและการพูด

อาหารมื้อแรกของลูกควรเป็นอาหารที่มีรสอ่อนและเนื้อสัมผัสไม่หยาบกระด้าง เช่น ข้าวบดกับน้ำซุป หรือ ซุบข้น ( Purées) ซุปครีม โดยไม่ต้องปรุงรสเพิ่ม ให้เป็นรสจากธรรมชาติ ซึ่งจะเหมาะสำหรับให้ลูกน้อยเรียนรู้วิธีกลืนอาหารแข็ง อาจเริ่มต้นอาหารมื้อแรกของลูกด้วยข้าว ผสมกับนมที่ลูกกินเป็นปกติ วิธีนี้จะช่วยให้ลูกรู้จักกับเนื้อสัมผัสใหม่แต่เป็นรสชาติที่คุ้นเคย เพื่อลดความแปลกใหม

ถ้าลูกน้อยคายทุกอย่างที่คุณให้กิน ไม่ต้องกังวล ลูกอาจต้องใช้เวลาสักระยะในการเรียนรู้วิธีกิน และทำความคุ้นเคยกับรสชาติและเนื้อสัมผัสใหม่ ๆ เพราะนับตั้งแต่แรกเกิด ลูกคุ้นเคยกับนมเพียงอย่างเดียว ทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปและอย่าเพิ่งท้อใจ

1. ให้เริ่มจากอาหารบดละเอียด
หัวใจสำคัญของการเรียนรู้วิธีการกินคือการแนะให้ลูกค่อยๆรู้จักเนื้อสัมผัสของอาหารรูปแบบต่างๆ ช่วงแรกจึงเป็นการสร้างความคุ้นเคยกับการรับรู้อาหารแข็งในปาก การกลืน ซุปที่ลื่นคอจึงเหมาะในช่วงเริ่มแรกทานอาหารตามวัย ทั้งยังปรุงและย่อยง่าย

2. ตามด้วยอาหารบดหยาบขึ้น
เมื่อลูกกินอาหารบดละเอียดได้ดีแล้วก็เริ่มให้อาหารที่ไม่ละเอียดมากนักเพื่อฝึกให้เคี้ยว พยายามให้ขยับขากรรไกรขึ้นลงเล็กน้อยเพื่อกลืนง่าย

3. จากนั้นเริ่มอาหารชิ้นเล็ก ๆ
เป็นช่วงที่ลูกจะได้เรียนรู้ และฝึกการเคี้ยวอาหารชิ้นเล็ก ๆ

4. แล้วเปลี่ยนเป็นอาหารที่มีรูปทรงและเนื้อสัมผัสมากขึ้น
ลูกจะเพลิดเพลินกับอาหารหลากหลายมากขึ้นในวัยนี้ เขาพร้อมที่จะเคี้ยวอาหารที่มีรูปทรงและเนื้อสัมผัสมากขึ้น อาหารประเภทธัญพืชที่มีคุณค่าทางโภชนาการด้วยจะช่วยให้ลูกวัยนี้สนุกกับการกินและส่งเสริมให้เขารู้จักลองกินด้วยตัวเอง ควรให้อิสระในการกินกับลูกมากขึ้น และให้เขาได้ใกล้ชิดกับคนในครอบครัวมากขึ้นโดยกินอาหารร่วมกัน
ค่อยๆเพิ่มความหยาบของอาหาร อาหารที่ให้ทารกอายุ 6 เดือน ควรมีเนื้อค่อนข้างละเอียด โดยใช้วิธีการบด เพื่อให้กลืนได้ง่าย ไม่ควรให้อาหารปั่น เพราะทารกจะไม่ได้ฝึกทักษะการเคี้ยวและกลืน เมื่อทารกสามารถเคี้ยวและกลืนอาหารได้ดี จึงค่อยเพิ่มความหยาบของอาหาร ไม่จำเป็นต้องบดละเอียดมาก เช่น ข้าวต้มที่มีเนื่อสัตว์ชิ้นเล็ก ๆ เพื่อให้ทารกมีความคุ้นเคยกับอาหารที่มีชิ้นเล็กๆ ทารกอายุ 12 เดือนขึ้นไป สามารถรับประทานอาหารเหมือนผู้ใหญ่ได้ โดยเลือกที่เคี้ยวง่าย นิ่ม ชิ้นไม่ใหญ่จนเกินไป และรสไม่จัด เมื่ออายุ 2 ปีขึ้นไป จะสามารถรับประทานอาหารเช่นเดียวกับผู้ใหญ่

วิธีให้ลูกรู้จักทานอาหารใหม่ ๆ
คุณแม่ควรให้เวลากับลูกในการเรียนรู้วิธีการกิน เช่น การเคี้ยว การดันอาหารไปทั่วปาก "นิสัยการกินของลูก" ความชอบหรือไม่ชอบอาหารจะเกิดในช่วงขวบปีแรกและติดตัวลูกไปจนอายุ 2 ถึง 8 ขวบ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องให้ลูกได้ลิ้มลองอาหารที่หลากหลาย

เคล็ดลับต่อไปนี้ช่วยได้ ที่สำคัญคุณแม่ไม่ควรกังวลจนเกินไป และต้องอดทน

ให้ลูกชิมอาหารรสชาติใหม่ ๆ ในเวลาที่เขาตื่นตัวและกำลังมีความสุข เวลาที่เหมาะสม คือ ตอนสาย ๆ
ไม่ควรให้ลูกกินอาหารใหม่ ๆ ตอนลูกหิวนม เพราะลูกจะหงุดหงิด ให้ลูกกินนมเพียงครึ่งหนึ่งจากปริมาณปกติก่อนแล้วจึงให้ลองกินอาหารใหม่ ๆ อย่าให้ลูกกินนมมากเกินเพราะจะทำให้ไม่มีที่ว่างในกระเพาะสำหรับอาหารอย่างอื่น
เด็กมักไม่กินอาหารที่ตนไม่รู้จัก ดังนั้น ลองปล่อยให้เขาหยิบจับหรือเล่นกับมันเพื่อทำความคุ้นเคย ก่อนที่คุณแม่จะตักใส่ช้อนป้อนให้เขา
ลูกอาจอยากถือช้อนเอง ควรปล่อยให้เขาจับช้อนเอง โดยคุณสามารถสอนวิธีการกินไปในตัวด้วยการจับมือเขาให้แน่นแล้วค่อย ๆ ป้อนเข้าปาก
เตรียมช้อนไว้สองคัน คันหนึ่งไว้ให้ลูกถือเล่น ส่วนอีกคันหนึ่งคุณแม่ใช้ตักอาหารป้อนเข้าปากลูก (ต้องยอมให้เลอะเทอะบ้าง)

❤️ ไทย สเตมไลฟ์ เราพร้อมดูแลคุณ และคนที่คุณรัก ❤️
🎈 สอบถามรายละเอียดและนัดหมายเพื่อรับบริการได้ที่ https://lin.ee/P1arGe4 🎈

📌
CONTACT US / สอบถามข้อมูล
HOTLINE: +66 (0)81 340 7676
Website: www.thaistemlife.com
Facebook: THAI StemLife Family
Instagram: thai_stemlife
Youtube: THAI StemLife Channel
Line:



#ธนาคารสเต็มเซลล์
#สเต็มเซลล์ #ไทยสเตมไลฟ์

พ่อจ๋ารู้ไว้ สิ่งที่คนท้องจะต้องเผชิญ และวิธีดูแลจิตใจคุณแม่ตั้งครรภ์สิ่งที่คุณแม่ตั้งครรถ์ต้องการจากสามี📍พาไปฝากครรภ์📍ก...
15/01/2026

พ่อจ๋ารู้ไว้ สิ่งที่คนท้องจะต้องเผชิญ และวิธีดูแลจิตใจคุณแม่ตั้งครรภ์

สิ่งที่คุณแม่ตั้งครรถ์ต้องการจากสามี
📍พาไปฝากครรภ์
📍กลับบ้านตรงเวลา
📍จุ๊บ ๆ ที่ท้อง
📍คุยกับลูก
📍หาของบำรุงครรภ์มาให้

❤️ ไทย สเตมไลฟ์ เราพร้อมดูแลคุณ และคนที่คุณรัก ❤️
🎈 สอบถามรายละเอียดและนัดหมายเพื่อรับบริการได้ที่ https://lin.ee/P1arGe4 🎈

📌
CONTACT US / สอบถามข้อมูล
HOTLINE: +66 (0)81 340 7676
Website: www.thaistemlife.com
Facebook: THAI StemLife Family
Instagram: thai_stemlife
Youtube: THAI StemLife Channel
Line:



#ธนาคารสเต็มเซลล์
#สเต็มเซลล์ #ไทยสเตมไลฟ์

นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันที่ศึกษาภาษาในเด็กพบว่า เด็กที่มาจากครอบครัวที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องภาษาได้ยินคำประมาณ 600 คำต่อชั่...
13/01/2026

นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันที่ศึกษาภาษาในเด็กพบว่า เด็กที่มาจากครอบครัวที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องภาษาได้ยินคำประมาณ 600 คำต่อชั่วโมง
แต่ในครอบครัวที่สนใจ เด็กจะได้ยินคำประมาณ 2,000 คำต่อชั่วโมง
เมื่อเด็กมีอายุถึง 3 ขวบ ความแตกต่างระหว่างเด็กสองกลุ่มจะอยู่ที่ 30 ล้านคำ

👶 เมื่อลูกน้อยอายุครบ 1 ขวบ เขาจะได้เรียนรู้เสียงทุกเสียงที่จำเป็นจะต้องใช้
ยิ่งเราอ่านหนังสือให้เขาฟังมากเท่าไหร่ เขาก็จะได้เรียนรู้คำศัพท์เพิ่มขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้ ความสามารถในการพูด และ เข้าใจโลกรอบตัวก็จะเพิ่มตามไปด้วยเช่นกัน

📖 ควรอ่านอะไรให้ลูกน้อยดี ?
หนังสือสำหรับเด็กควรมีภาพที่ชัดเจนและใช้คำศัพท์ซ้ำ ๆ ในช่วงเดือนแรก ๆ ของชีวิตลูกแค่ชอบได้ยินเสียงคุณเฉย ๆ เพราะฉะนั้นจะอ่านอะไรให้ฟังก็ได้ โดยเฉพาะหนังสือที่มีการร้องเพลง หรือว่ามีข้อความที่คล้องจองกันก็จะดี เมื่อลูกเริ่มมีความสนใจมองสิ่งรอบตัว ให้เลือกหนังสือที่มีรูปที่ดูง่าย ๆ บนพื้นหลังสีพื้น

❤️ ไทย สเตมไลฟ์ เราพร้อมดูแลคุณ และคนที่คุณรัก ❤️
🎈 สอบถามรายละเอียดและนัดหมายเพื่อรับบริการได้ที่ https://lin.ee/P1arGe4 🎈

📌
CONTACT US / สอบถามข้อมูล
HOTLINE: +66 (0)81 340 7676
Website: www.thaistemlife.com
Facebook: THAI StemLife Family
Instagram: thai_stemlife
Youtube: THAI StemLife Channel
Line:



#ธนาคารสเต็มเซลล์
#สเต็มเซลล์ #ไทยสเตมไลฟ์

เมื่อวันศุกร์ ที่ 9 มกราคม 2569 ที่ผ่านมาบริษัท ไทย สเตมไลฟ์ จำกัด  โดยมีคุณวรเทพ คลังเกษม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติก...
12/01/2026

เมื่อวันศุกร์ ที่ 9 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา
บริษัท ไทย สเตมไลฟ์ จำกัด
โดยมีคุณวรเทพ คลังเกษม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ และพนักงาน ขอเป็นส่วนหนึ่ง ในการส่งเสริมและสนับสนุนด้านการศึกษา โดยได้ร่วมมอบทุนการศึกษาให้กับโรงเรียนสุเหร่าลาดพร้าว (อามินเซ็นอุปถัมภ์)
ไทย สเตมไลฟ์ เราเชื่อว่า "การให้โอกาสทางศึกษา คือการสร้างรากฐานที่ยั่งยืนในอนาคต"

CONTACT US
HOTLINE: +66(0)81 340 7676
Website: www.thaistemlife.com
Facebook: THAI StemLife Family
Instagram: thai_stemlife
Youtube: THAI StemLife Channel
Line:


#ธนาคารรับฝากเก็บสเต็มเซลล์ #ธนาคารสเต็มเซลล์ #ภาวะสมองบาดเจ็บ
#สเต็มเซลล์ #เก็บสเต็มเซลล์ #ไทยสเตมไลฟ์ #สเต็มเซลล์จากผู้ใหญ่

ที่อยู่

ไทย สเตมไลฟ์ สำนักงานใหญ่ เลขที่ 566/3 ซอยรามคำแหง39 (เทพลีลา1)
Bangkok
10310

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:30
อังคาร 08:30 - 17:30
พุธ 08:30 - 17:30
พฤหัสบดี 08:30 - 17:30
ศุกร์ 08:30 - 17:30

เบอร์โทรศัพท์

+66813407676

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ THAI StemLife Familyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง THAI StemLife Family:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram