Pharm Connection Pharm Connecion is Thailand’s innovative marketing and consulting company dedicated to making healt Welcome to Pharm Connection!

Our company is dedicated to supporting the pharmaceutical and healthcare industry through digital enablement and competency development. We offer a range of services to help organizations and professionals stay up-to-date and thrive in the digital age. Our services include:

1) Training and workshops for pharmaceutical companies and healthcare professionals. We offer in-person and online options to help professionals stay current on the latest trends and best practices.

2) Webinars and online services for pharmaceutical marketing firms. Whether you're looking to boost your digital presence or enhance your marketing strategies, we have the expertise to help.

3) Digital engagement projects for pharmaceutical companies. From content digestion to articles and other materials, we can help you create high-quality content that engages your audience and showcases your brand.

4) DX (digital transformation) services for healthcare organizations. We can help you adapt to new digital tools, including telepharmacy, to improve patient care and streamline operations. At Pharm Connection, we believe that the future of healthcare is digital. We're committed to helping our clients embrace new technologies and stay ahead of the curve. If you're looking for a partner to help you navigate the digital landscape, we'd love to hear from you.

ภาพรวมตลาดเครื่องมือแพทย์ปี 2025:ตลาดเครื่องมือแพทย์โลกในปี 2025 มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจาก...
15/02/2026

ภาพรวมตลาดเครื่องมือแพทย์ปี 2025:
ตลาดเครื่องมือแพทย์โลกในปี 2025 มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากเทคโนโลยี AI (ปัญญาประดิษฐ์), หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotics), และการดูแลผู้ป่วยทางไกล (Remote Patient Monitoring)

10 อันดับบริษัทเครื่องมือแพทย์และนวัตกรรมเด่น (ปี 2025)

การจัดอันดับและนวัตกรรมที่น่าจับตามองมีดังนี้:

1. Medtronic (เมดโทรนิค)
*รายได้: ประมาณ 33.12 - 33.54 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
*จุดเด่น:ผู้นำด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด ประสาทวิทยา และเบาหวาน
*นวัตกรรมน่าสนใจ:
-ความร่วมมือกับ Abbott ในการพัฒนาระบบวัดระดับน้ำตาลในเลือดต่อเนื่อง (CGM) ที่ทำงานร่วมกับอุปกรณ์จ่ายอินซูลิน เพื่อการดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่แม่นยำยิ่งขึ้น
-การจับมือกับ Philips เพื่อเร่งการเข้าถึงการรักษาโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke care advocacy)
-เน้นเทคโนโลยีการติดตามและดูแลโรคเรื้อรัง (Chronic management)

2. Johnson & Johnson MedTech (จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน)
*รายได้:ประมาณ 31.85 - 31.90 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
*จุดเด่น:เติบโตจากการเข้าซื้อกิจการเชิงกลยุทธ์และเทคโนโลยีศัลยกรรม
*นวัตกรรมน่าสนใจ:
-หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด OTTAVA: ได้รับอนุมัติจาก FDA ให้เริ่มทำการศึกษาในมนุษย์ (IDE Approval) ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในวงการหุ่นยนต์ศัลยกรรม
-การเข้าซื้อกิจการ **Shockwave Medical** เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านการรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด

3. Stryker Corporation (สไตรเกอร์)
*รายได้:ประมาณ 22.59 - 22.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
*จุดเด่น:เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมกระดูก (Orthopedics) และอุปกรณ์การแพทย์
*นวัตกรรมน่าสนใจ:
-การเข้าซื้อกิจการ **Vertos Medical** เพื่อขยายโซลูชันการจัดการความเจ็บปวดแบบรุกล้ำน้อย (Interventional pain management)
-ผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง **Neptune 3** (ระบบจัดการของเสียในการผ่าตัด) และหน้ากากออกซิเจนสำหรับการทำหัตถการ (Procedural Oxygen Mask)

4. Abbott Laboratories (แอ๊บบอต)
*รายได้:ประมาณ 18.98 - 28.34 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขึ้นอยู่กับการนับรวมกลุ่มธุรกิจ)
*จุดเด่น:ผู้นำด้านการดูแลเบาหวานและการวินิจฉัยโรค
*นวัตกรรมน่าสนใจ:
-เทคโนโลยีขดลวด (Stent) รุ่น **Absolute Pro Vascular** และระบบป้องกันลิ่มเลือดอุดตัน **Accunet**
-โดดเด่นในเทคโนโลยี Neuromodulation (การปรับเปลี่ยนการทำงานของระบบประสาท)

5. Boston Scientific (บอสตัน ไซแอนทิฟิก)
*รายได้:ประมาณ 16.74 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
*จุดเด่น:อุปกรณ์สำหรับโรคหัวใจ ระบบทางเดินปัสสาวะ และการผ่าตัดแบบแผลเล็ก
*นวัตกรรมน่าสนใจ:
-การเข้าซื้อกิจการ **Axonics** ซึ่งเชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์รักษาความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะและลำไส้
-เน้นนวัตกรรมอุปกรณ์แบบใช้แล้วทิ้ง (Single-use devices) ที่มีความต้องการสูง

6. Becton, Dickinson and Company (BD)
*รายได้:ประมาณ 15.4 - 21.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
*จุดเด่น:ระบบให้ยาและอุปกรณ์ห้องปฏิบัติการ
* นวัตกรรมน่าสนใจ:
-เปิดตัว **BD Intraosseous Vascular Access System** ระบบการให้สารน้ำหรือยาผ่านทางไขกระดูก สำหรับใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ต้องการความรวดเร็ว

7. GE Healthcare (จีอี เฮลธ์แคร์)
*รายได้:ประมาณ 13.07 - 19.67 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
*จุดเด่น:เทคโนโลยีการถ่ายภาพทางการแพทย์ (Imaging) และ AI
*นวัตกรรมน่าสนใจ:
-เครื่อง MRI รุ่น **SIGNA Magnus 3.0T** ซึ่งออกแบบมาสำหรับการสแกนศีรษะโดยเฉพาะ (Head-only MRI) ที่ได้รับอนุมัติจาก FDA
-การขยายตลาดเครื่องมือวินิจฉัยโรคที่ขับเคลื่อนด้วย AI

8. Siemens Healthineers (ซีเมนส์ เฮลธ์ธิเนียร์ส)
*รายได้:ประมาณ 6.27 - 25.69 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ข้อมูลรายได้แตกต่างกันตามการรายงานสกุลเงินและกลุ่มธุรกิจ แต่ยังคงเป็นผู้นำตลาด)
*จุดเด่น:การวินิจฉัยด้วยภาพและเทคโนโลยีมะเร็งวิทยา
*นวัตกรรมน่าสนใจ:
-ระบบแมมโมแกรม **Mammomat B.brilliant** สำหรับการตรวจมะเร็งเต้านมแบบ 3 มิติ ที่ได้รับอนุมัติจาก FDA

9. Intuitive Surgical (อินทูอิทิฟ เซอร์จิคอล)
*รายได้:ประมาณ 8.35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
*จุดเด่น:เจ้าตลาดหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด
*นวัตกรรมน่าสนใจ:
-การเปิดตัวแพลตฟอร์มหุ่นยนต์รุ่นที่ 5 **da Vinci 5** ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยี Force Feedback และความแม่นยำที่สูงขึ้น ได้รับการรับรองจาก FDA แล้ว

10. Olympus (โอลิมปัส)
*รายได้:ประมาณ 6.96 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
*จุดเด่น:กล้องส่องตรวจ (Endoscopes) และเทคโนโลยีการผ่าตัด
*นวัตกรรมน่าสนใจ:
-แพลตฟอร์มการถ่ายภาพ **Visera S** ที่รวมเทคโนโลยี Stroboscopy ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัย

บริษัทนวัตกรรมอื่นๆ ที่น่าจับตามองในปี 2025
นอกจากบริษัทยักษ์ใหญ่แล้ว ยังมีบริษัทที่มีนวัตกรรมเฉพาะทางที่น่าสนใจ ได้แก่:
*ResMed:เปิดตัวหน้ากาก CPAP รุ่น **AirTouch N30i** ที่ทำจากผ้าเพื่อความสบายในการรักษานอนกรน
*Inspire Medical Systems: เทคโนโลยีกระตุ้นประสาทเพื่อรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Neurostimulation for sleep apnea)
*Procept BioRobotics:แพลตฟอร์มหุ่นยนต์ผ่าตัดทางเดินปัสสาวะ
*Senseonics:ระบบวัดน้ำตาลในเลือดแบบฝังตัวใต้ผิวหนัง (Implantable CGM)

สรุปข่าวสำคัญอุตสาหกรรมบริษัทยาและเครื่องมือแพทย์ ปี 2569ในช่วงต้นปี 2569 อุตสาหกรรมยาและเครื่องมือแพทย์ทั่วโลกยังคงเผชิ...
04/01/2026

สรุปข่าวสำคัญอุตสาหกรรมบริษัทยาและเครื่องมือแพทย์ ปี 2569
ในช่วงต้นปี 2569 อุตสาหกรรมยาและเครื่องมือแพทย์ทั่วโลกยังคงเผชิญกับความท้าทายจากนโยบายรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เข้มงวดด้านราคายา
ขณะที่เทคโนโลยี AI และการแพทย์เฉพาะบุคคลกำลังขับเคลื่อนการเติบโต ในส่วนของประเทศไทย ตลาดยาและเครื่องมือแพทย์มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากประชากรสูงวัย โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์

ข่าวเด่นระดับโลก

การปรับขึ้นราคายาในสหรัฐฯ: บริษัทบริษัทยารายใหญ่ เช่น Pfizer นำโดยการปรับขึ้นราคายากว่า 350 รายการในปี 2569 เพิ่มขึ้น 40% จากปีก่อน แม้เผชิญแรงกดดันจากรัฐบาลทรัมป์ที่ผลักดันข้อตกลง Most Favored Nation (MFN) เพื่อลดราคายาให้เท่ากับประเทศอื่นๆ การปรับขึ้นราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 4% สอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อ

แนวโน้มอุตสาหกรรมยา: คาดว่าปี 2569 จะเห็นการควบรวมกิจการ (M&A) เร่งตัวขึ้นกว่า 20 รายการมูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์ เพื่อเติมเต็ม pipeline ยาที่หมดสิทธิบัตร นอกจากนี้ AI จะถูกนำมาใช้มากขึ้นในการค้นพบยาใหม่และโรงงานอัจฉริยะ (smart factories) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

เครื่องมือแพทย์: เทรนด์หลัก ได้แก่ AI ในอุปกรณ์วินิจฉัย หุ่นยนต์ผ่าตัด และอุปกรณ์สวมใส่ คาดตลาดเติบโตต่อเนื่อง โดย cardiology และ orthopaedics เป็น сегментหลัก Elon Musk ประกาศว่า Neuralink จะเริ่มผลิต brain-computer interface จำนวนมากในปี 2569

ข่าวเด่นในประเทศไทย

ตลาดยาไทย: คาดเติบโต 6-7% ต่อปีในช่วง 2568-2570 จากโรค NCDs การเข้าถึงประกันสุขภาพถ้วนหน้า และการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ รัฐบาลสนับสนุนให้ไทยเป็น medical hub ภายในปี 2569

เครื่องมือแพทย์ไทย: สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เดินหน้ายกระดับห้องปฏิบัติการสอบเทียบเครื่องมือแพทย์ เพื่อลดการนำเข้าและเพิ่มความปลอดภัย นวัตกรรมอย่างอุปกรณ์พิมพ์ 3D เฉพาะบุคคลได้รับรางวัลในงาน hackathon และมีแนวโน้มเข้าสู่สิทธิประโยชน์สุขภาพ

บทวิเคราะห์: โอกาสและความท้าทายของอุตสาหกรรม

อุตสาหกรรมยาและเครื่องมือแพทย์ในปี 2569 กำลังเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านที่ผสมผสานระหว่างนวัตกรรมเทคโนโลยีกับแรงกดดันด้านนโยบายและเศรษฐกิจ

โอกาสหลัก:

การใช้ AI และ personalized medicine จะช่วยลดต้นทุน R&D และเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา โดยเฉพาะในโรคเรื้อรังและมะเร็ง ซึ่งเป็นปัญหาหลักทั้งในไทยและทั่วโลก

ในประเทศไทย การเป็น medical hub จะดึงดูดนักท่องเที่ยวสุขภาพ เพิ่มรายได้ให้อุตสาหกรรมยาและเครื่องมือแพทย์ ขณะที่รัฐสนับสนุนการผลิตในประเทศเพื่อลดการนำเข้า

การควบรวมกิจการทั่วโลกจะเปิดโอกาสให้บริษัทไทยร่วมพันธมิตรหรือรับเทคโนโลยีจากทั่วโลก

ความท้าทาย:

นโยบายควบคุมราคายาในสหรัฐฯ (MFN และ negotiation) อาจกระทบรายได้บริษัทใหญ่ ส่งผลให้ลดการลงทุน R&D ในบางพื้นที่ และเพิ่มราคาในตลาดอื่นเพื่อชดเชย

ในไทย ผู้ผลิตยังพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า และขาดความสามารถผลิตยาขั้นสูง ทำให้แข่งขันยากกับต่างชาติ

ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ เช่น QMSR ในสหรัฐฯ ที่มีผลปี 2569 จะเพิ่มภาระเอกสาร แต่ก็ช่วย harmonize มาตรฐานสากล

โดยรวม อุตสาหกรรมนี้ยังมีแนวโน้มเติบโตดี จากความต้องการสุขภาพที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ผู้ประกอบการไทยควรเร่งพัฒนานวัตกรรมและพันธมิตรต่างชาติ เพื่อใช้ประโยชน์จากโอกาสในยุค AI และการแพทย์แม่นยำ ขณะที่ติดตามนโยบายราคายาอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับกลยุทธ์ให้ทันการณ์

04/01/2026

"อย่าเพิ่งเดินเข้าห้องสัมภาษณ์บริษัทยา... ถ้าคุณยังไม่รู้เทคนิคเหล่านี้!"

สัมภาษณ์กี่ที่ก็แป้ก? หรือไม่แน่ใจว่าบริษัทที่กำลังจะไป 'ใช่'
สำหรับเราหรือเปล่า? หลายคนพลาดโอกาสทองเพียงเพราะตอบคำถามไม่ตรงประเด็น หรือเลือกบริษัทผิดชีวิตเปลี่ยน!

ร่วมเรียนรู้เทคนิคจากตัวจริง ภก.ภูริทัต ว่องพุฒิพงศ์ (Admin Benz)
ที่จะมาตีแผ่:
✅ เทคนิคตอบคำถามสัมภาษณ์ให้ HR ประทับใจจนต้องรับเข้าทำงาน ✅ เคล็ดลับการเลือกบริษัทยาที่มั่นคงและเหมาะกับไลฟ์สไตล์คุณ

📅 วันอาทิตย์ที่ 11 ม.ค. 2569 🕘 21.30 - 23.30 น. (ผ่าน Google Meet) 💰 ลงทุนเพื่ออนาคตเพียง 1,000 บาท
👉 ลงทะเบียนด่วนก่อนเต็ม! สแกน QR Code ที่รูปได้เลย
หรือลงทะเบียนได้ที่
https://forms.gle/Neixgp6RbqcwanM18

 #ชมรมผู้แทนยาและเวชภัณฑ์----- 🎉 สวัสดีปีใหม่ 2569 สมาชิกชมรมผู้แทนยาและเวชภัณฑ์ทุกท่านครับ 🎉ปีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมา...
01/01/2026

#ชมรมผู้แทนยาและเวชภัณฑ์

-----

🎉 สวัสดีปีใหม่ 2569 สมาชิกชมรมผู้แทนยาและเวชภัณฑ์ทุกท่านครับ 🎉

ปีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของพวกเรา
เพราะ ชมรมผู้แทนยาและเวชภัณฑ์มีสมาชิกครบ 60,000 คนแล้ว!!!

ในนามของทีมแอดมิน
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนแห่งนี้
ไม่ว่าจะเป็นผู้แทนยา ผู้แทนเวชภัณฑ์ ผู้บริหาร
หรือผู้ที่กำลังเริ่มต้นก้าวเข้าสู่วงการยา

ปี 2569 นี้
ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน
เติบโตอย่างมั่นคง และก้าวไปข้างหน้าด้วยกันในวงการยาและเวชภัณฑ์

ขอบคุณที่ “อยู่ด้วยกัน” และ “เติบโตไปด้วยกัน” เสมอมาครับ 🙏


**ทีมแอดมิน
ชมรมผู้แทนยาและเวชภัณฑ์**

ท่านที่ยังไม่ได้อยู่ในกลุ่ม สนใจเข้ากลุ่ม ... Click link ด้านล่างได้เลยครับ

https://www.facebook.com/share/g/1TPFEXUphM/

สรุปข่าวสำคัญอุตสาหกรรมบริษัทยา เดือนธันวาคม 2025ในเดือนธันวาคม 2025 อุตสาหกรรมยาได้รับอิทธิพลหลักจากนโยบายของประธานาธิบ...
27/12/2025

สรุปข่าวสำคัญอุตสาหกรรมบริษัทยา เดือนธันวาคม 2025

ในเดือนธันวาคม 2025 อุตสาหกรรมยาได้รับอิทธิพลหลักจากนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มุ่งลดราคายาในสหรัฐฯ ผ่านข้อตกลงกับบริษัทยาหลายแห่ง ขณะเดียวกันก็มีความก้าวหน้าด้านการอนุมัติยาใหม่ การเข้าซื้อกิจการ และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ธุรกิจ นี่คือข่าวเด่นที่รวบรวมมา:

1. **Novo Nordisk ได้รับการอนุมัติจาก FDA สำหรับยาลดน้ำหนักแบบเม็ด (Wegovy GLP-1 pill)**

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ (FDA) อนุมัติยาลดน้ำหนักแบบรับประทานตัวแรกของ Novo Nordisk เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2025 ทำให้บริษัทเดนมาร์กแห่งนี้ได้เปรียบคู่แข่งอย่าง Eli Lilly คาดว่ายาเม็ดนี้จะได้รับความนิยมสูงเพราะสะดวกกว่าการฉีด และอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอาหาร โดยบริษัทอาหารหลายแห่งอย่าง Conagra และ Nestle อาจต้องปรับสูตรผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับผู้บริโภคที่ลดน้ำหนักมากขึ้น

2. **ข้อตกลงลดราคายาระหว่างรัฐบาลทรัมป์กับบริษัทยาใหญ่ 9 แห่ง**

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2025 ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศข้อตกลงกับบริษัทยา 9 แห่ง ได้แก่ Merck, Bristol Myers Squibb, Amgen, Gilead, GSK, Sanofi, Roche's Genentech, Boehringer Ingelheim และ Novartis เพื่อลดราคายาให้เท่ากับราคาต่ำสุดในประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ (Most-Favored-Nation Pricing) แลกกับการยกเว้นภาษีนำเข้า 3 ปี และการลงทุนในโรงงานผลิตในสหรัฐฯ มูลค่ารวมอย่างน้อย 150,000 ล้านดอลลาร์ ข้อตกลงนี้ครอบคลุมโครงการ Medicaid และการขายตรงให้ผู้บริโภค คาดว่าจะช่วยชาวอเมริกันประหยัดค่าชุดยาหลายพันล้านดอลลาร์

3. **Sanofi เข้าซื้อ Dynavax มูลค่า 2.2 พันล้านดอลลาร์**

Sanofi ประกาศซื้อกิจการบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ Dynavax เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2025 เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในด้านวัคซีนสำหรับผู้ใหญ่ โดยคาดว่าดีลจะเสร็จสิ้นในไตรมาสแรกของปี 2026

4. **การอนุมัติยาใหม่และข่าวอื่นๆ จาก FDA**

- Agios Pharmaceuticals ได้รับการขยายการอนุมัติยารักษาโรคเลือด

- Omeros ได้รับอนุมัติยารักษาภาวะแทรกซ้อนจากการปลูกถ่ายอวัยวะ

- Johnson & Johnson หยุดการทดลองยารักษาโรคผิวหนังอักเสบ (eczema) ระยะกลาง

นอกจากนี้ มีรายงานว่าอุตสาหกรรมยาเริ่มหันมาเน้นกลยุทธ์ "patient-centric" หรือมุ่งเน้นผู้ป่วยมากขึ้น เพื่อการเติบโตและนวัตกรรม

5. **แนวโน้มราคายาและผลกระทบระดับโลก**

มีการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายทรัมป์ว่าอาจทำให้ราคายาในยุโรปและ
ประเทศอื่นๆ สูงขึ้น เพื่อชดเชยการลดราคาในสหรัฐฯ เช่น CEO ของ Roche ระบุว่าอาจส่งผลให้ราคายาใหม่ในสวิตเซอร์แลนด์สูงขึ้น

# # # บทความสรุป: อุตสาหกรรมยาในเดือนธันวาคม 2025 – การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากนโยบายราคาและนวัตกรรมลดน้ำหนัก

เดือนธันวาคม 2025 ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมบริษัทยา โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ซึ่งได้รับแรงผลักดันจากนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มุ่งแก้ปัญหาราคายาสูง ซึ่งชาวอเมริกันต้องจ่ายแพงกว่าประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ หลายเท่า ข้อตกลงกับบริษัทยาใหญ่ 9 แห่งเมื่อกลางเดือน เป็นจุดเด่นที่ช่วยลดราคายาสำหรับผู้ป่วยในโครงการรัฐและผู้ซื้อโดยตรง พร้อมกระตุ้นการลงทุนผลิตในประเทศ เพื่อความมั่นคงด้านสุขภาพ ข้อตกลงนี้ต่อยอดจากดีลก่อนหน้ากับบริษัทอื่นๆ ทำให้รวมแล้วมีบริษัทยา 14 แห่งเข้าร่วมโครงการ Most-Favored-Nation Pricing

ด้านนวัตกรรม การอนุมัติยาลดน้ำหนักแบบเม็ดของ Novo Nordisk เป็นข่าวใหญ่ที่อาจปฏิวัติตลาดยาลดความอ้วน ซึ่งกำลังบูมทั่วโลก ยาเม็ดนี้สะดวกกว่ายาฉีดอย่าง Wegovy เดิม และอาจทำให้บริษัทอาหารต้องปรับตัวครั้งใหญ่ เพราะผู้บริโภคหันมาควบคุมน้ำหนักมากขึ้น ส่งผลให้หุ้นบริษัทอาหารบางแห่งตกในช่วงสั้น

นอกจากนี้ การเข้าซื้อกิจการอย่าง Sanofi ซื้อ Dynavax แสดงถึงการแข่งขันด้านวัคซีนที่ยังร้อนแรง ขณะที่การอนุมัติยาใหม่หลายตัวจาก FDA สะท้อนถึงความก้าวหน้าด้านการรักษาโรคหายากและภาวะแทรกซ้อนทางการแพทย์

Training Day At Greenpix Hotel เขาใหญ่"One Team One Goal Building Customer Centric mindset & service excellence for 2026...
26/12/2025

Training Day At Greenpix Hotel เขาใหญ่
"One Team One Goal Building Customer Centric mindset & service excellence for 2026"

ค่ำพรุ่งนี้เจอกันครับ "“Data Analytic For Better Clinical Outcome”  .. สำหรับเภสัชกรได้หน่วยการศึกษาต่อเนื่องด้วย 1 หน่ว...
17/12/2025

ค่ำพรุ่งนี้เจอกันครับ "“Data Analytic For Better Clinical Outcome” .. สำหรับเภสัชกรได้หน่วยการศึกษาต่อเนื่องด้วย 1 หน่วย

อย่าลืมลงทะเบียนนะครับ
เนื้อหาจัดเต็มแน่นอน

🗓️ 18 ธันวาคม 2568
⏰ เวลา 19.00-20.30 น.
🌟🌟CPE 1 credit🌟🌟
ลงทะเบียน online ฟรี 🆓
ตามลิงค์ลงทะเบียนหรือ scan qr code
https://kku.world/zkluz2

กลับมาอีกครั้งกับ
APOPA Informatics Webinar EP 6 🥳

ครั้งนี้เราได้รับเกียรติจากวิทยากรมากประสบการณ์ มาบรรยายในหัวข้อ “Data Analytic For Better Clinical Outcome”

เนื้อหาจัดเต็มแน่นอน

🗓️ 18 ธันวาคม 2568
⏰ เวลา 19.00-20.30 น.
🌟🌟CPE 1 credit🌟🌟

ลงทะเบียน online ฟรี 🆓

ตามลิงค์ลงทะเบียนหรือ scan qr code
https://kku.world/zkluz2

แล้วพบกันนะครับ 🫰🏻🫰🏻🫰🏻

14/12/2025

สรุปข่าวสำคัญอุตสาหกรรมบริษัทยา ประจำเดือนธันวาคม 2568

ในช่วงเดือนธันวาคม 2568 อุตสาหกรรมบริษัทยาเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสำคัญหลายด้าน ทั้งในเรื่องนโยบายการค้า การลงทุนผลิต การควบรวมกิจการ และการปรับปรุงกฎระเบียบ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรป ซึ่งส่งผลกระทบต่อบริษัทใหญ่ๆ อย่าง GSK, AstraZeneca, Pfizer, Johnson & Johnson และอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีความคืบหน้าในด้านการพัฒนายาใหม่และการผลิต

สรุปข่าวเด่น

1. สหรัฐฯ-อังกฤษบรรลุข้อตกลงยกเว้นภาษีนำเข้ายาและเทคโนโลยีทางการแพทย์ (จาก Reuters และ USTR, วันที่ 1 ธันวาคม 2568)
สหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรประกาศข้อตกลงยกเว้นภาษีนำเข้า (zero tariffs) สำหรับผลิตภัณฑ์ยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์จากอังกฤษ โดยแลกกับการที่อังกฤษเพิ่มงบประมาณในการซื้อยาและปรับปรุงระบบประเมินมูลค่ายา (NICE) เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน ข้อตกลงนี้ช่วยให้บริษัทอย่าง GSK และ AstraZeneca ส่งออกไปสหรัฐฯ ได้โดยไม่เสียภาษี และยังกระตุ้นให้บริษัทอังกฤษลงทุนในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น หุ้นของ GSK และ AstraZeneca ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก เนื่องจากตลาดอังกฤษคิดเป็นสัดส่วนเพียง 2% ของรายได้ AstraZeneca

2. EU ปรับปรุงกฎหมายยาครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี
(จาก Euronews, วันที่ 11 ธันวาคม 2568)
สหภาพยุโรปบรรลุข้อตกลงปรับปรุงกฎหมายเภสัชกรรมที่ใช้มานานกว่า 20 ปี โดยอนุญาตให้บริษัทเภสัชกรรมได้รับการคุ้มครองตลาดเพิ่มสูงสุด 11 ปี หากยานั้นตอบสนองความต้องการทางการแพทย์ที่ยังไม่มีทางรักษา (unmet medical need) มีประโยชน์ทางคลินิกสูง หรือมีการทดลองในหลายประเทศ EU การเปลี่ยนแปลงนี้ nhằm ส่งเสริมนวัตกรรมและการเข้าถึงยาใหม่ๆ ทั่วภูมิภาค

3. บริษัทเภสัชกรรมลงทุนผลิตในสหรัฐฯ กว่า 370,000 ล้านดอลลาร์ใน 5 ปีข้างหน้า (จาก PharmaVoice, รายงานปลายปี 2568)
บริษัทใหญ่ๆ อย่าง Merck, AstraZeneca, Sanofi, Novartis และ GSK ประกาศลงทุนมหาศาลในโรงงานผลิตยาในสหรัฐฯ เพื่อเสริมสร้างที่มั่นคงและตอบสนองนโยบาย "America-first" เช่น Merck ลงทุน 3,000 ล้านดอลลาร์ในโรงงานใหม่ในเวอร์จิเนีย การลงทุนนี้ได้รับแรงหนุนจากโปรแกรม FDA PreCheck ที่เร่งการอนุมัติสำหรับบริษัทที่ผลิตในสหรัฐฯ

4. ความคืบหน้าการพัฒนายาและการควบรวมกิจการ
- Johnson & Johnson รายงานข้อมูลเฟส 3 ที่แสดงผลลัพธ์ยาวนานและประโยชน์ด้านภูมิคุ้มกัน (PharmaTimes, 8 ธันวาคม)
- Mirum Pharmaceuticals ซื้อ Blue Jay Therapeutics มูลค่าสูงสุด 820 ล้านดอลลาร์ เพื่อพัฒนายารักษาโรคตับอักเสบเรื้อรัง (BioPharma Dive)
- Structure Therapeutics พัฒนายาลดน้ำหนักที่แข่งขันกับ Lilly และ Novo Nordisk ได้ดี (MMM Online, 9 ธันวาคม)
- คาดว่าปี 2569 จะเป็นปีที่การควบรวมกิจการ (M&A) ในอุตสาหกรรมยาคึกคัก หลังจากปี 2568 มีดีลใหญ่หลายรายการ เช่น Johnson & Johnson ซื้อ Intra-Cellular Therapies มูลค่า 14,600 ล้านดอลลาร์

5. แนวโน้มอื่นๆ
- Mitsubishi Tanabe Pharma America เปลี่ยนชื่อเป็น Tanabe Pharma America หลังถูก Bain Capital เข้าซื้อ (BioSpace, 2 ธันวาคม)
- จีนกลายเป็นแหล่งนวัตกรรมสำคัญสำหรับ Big Pharma เนื่องจาก patent cliff (สิทธิบัตรหมดอายุ) ที่จะกระทบยอดขายกว่า 314,000 ล้านดอลลาร์ใน 5 ปีข้างหน้า (Bloomberg)

บทความสรุปข่าว

อุตสาหกรรมบริษัทยาในเดือนธันวาคม 2568 อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ โดยได้รับอิทธิพลจากนโยบายการค้าของรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีทรัมป์ ที่เน้นการลดภาษีและกระตุ้นการผลิตในประเทศ เพื่อเสริมความมั่นคงด้านยา ข้อตกลงกับอังกฤษและการลงทุนมหาศาลในสหรัฐฯ แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของบริษัทใหญ่เพื่อรับมือกับแรงกดดันด้านราคายาและการแข่งขัน

ในยุโรป การปรับกฎหมายเภสัชกรรมใหม่จะช่วยส่งเสริมนวัตกรรม โดยให้แรงจูงใจคุ้มครองตลาดยาวนานขึ้นสำหรับยาที่ตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพเร่งด่วน ขณะที่ด้านการพัฒนายา มีความคืบหน้าหลายรายการ เช่น ยาลดน้ำหนักรุ่นใหม่ที่แข่งขันและการควบรวมเพื่อเสริมพอร์ตโฟลิโอ

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมยังเผชิญความท้าทาย เช่น การหมดอายุสิทธิบัตรยาบล็อกบัสเตอร์ และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนผลิต ซึ่งทำให้บริษัทหันไปพึ่งพานวัตกรรมจากจีนและเทคโนโลยี AI มากขึ้น โดยรวมแล้ว ปี 2568-2569 คาดว่าจะเป็นช่วงฟื้นตัวและเติบโต โดยเน้นความยั่งยืนและการเข้าถึงยาที่ดีขึ้นสำหรับผู้ป่วยทั่วโลก

14/12/2025

สิ้นปีอีกแล้ว อยากเข้าวงการยา อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมนะครับ
https://youtu.be/ieI0q6UAsnw?si=QItl4elq0D_HI5tm
และถ้าอยากเข้ามาพูดคุยและฟังกันแบบ online คืนนี้มาลงทะเบียนฟังได้นะครับ
กดลงทะเบียนเลยตอนนี้ หรือสแกน QR Code ในภาพ
https://forms.gle/Neixgp6RbqcwanM18

ที่อยู่

Bangkok
10510

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Pharm Connectionผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Pharm Connection:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram

ประเภท

Our Story

Pharm Connecion is Thailand’s innovative marketing and consulting company dedicated to making healthcare perform better. We provide healthcare’s solution to all stakeholders through effective decision and action