Veera Duangkam อดีตทหารบกจีไอและทหารเรือไทยในตำแ?

08/04/2026

The Royal Thai Air Force says US aircraft flights in and out of Krabi airport are part of regular troop rotation and medical evacuation activities, with all permissions cleared through official channels, and are not connected to the Middle East conflict.

The Royal Thai Air Force (RTAF) has moved to reassure residents in Krabi after sightings of frequent US military aircraft movements prompted speculation about links to the Middle East conflict.

Air Marshal Chakkrit Thammavichai, RTAF spokesperson, said reports that US military aircraft, including C-130, MV-22 Osprey, and H-60 Seahawk, have been taking off and landing at Krabi airport day and night, with dozens of flights per day, relate to routine operations and are not connected to fighting in the Middle East.



Read more: https://www.nationthailand.com/news/general/40064804

02/04/2026

ภารกิจ Artemis II ของ NASA เตรียมพามนุษย์ 4 คนโคจรรอบดวงจันทร์เป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ ด้วยจรวด SLS และยาน Orion เดินทางไกลแตะระยะกว่า 400,000 กิโลเมตรจากโลก ก่อนวกกลับสู่โลกอย่างปลอดภัย ถือเป็นอีกก้าวสำคัญสู่การกลับไปเหยียบดวงจันทร์อีกครั้งของมนุษยชาติ

ที่มาของรูปภาพ NASA, Getty Images

30/03/2026

สำหรับแฟนกีฬาทั่วโลก ชื่อของไมเคิล จอร์แดน คือตำนานตลอดกาลของวงการบาสเก็ตบอล เป็นหนึ่งไม่มีสอง ไม่มีใครที่จะยิ่งใหญ่ไปกว่านี้อีกแล้ว

แต่สำหรับตัวของจอร์แดน เขาคือคนที่ยังคลั่งไคล้กับการแข่งขันกีฬาไม่เคยเปลี่ยน และแม้ในวัย 63 ปีร่างกายของเขาจะไม่แข็งแรงพอที่จะลงสนามไปวาดลวดลายให้โลกจำเหมือน ‘The Last Dance’ เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ‘MJ’ ยังคงแข่งขันในอีกรูปแบบ

สนามคราวนี้ไม่ใช่สนามบาสเก็ตบอล ไม่ใช่สนามเบสบอล รวมถึงไม่ใช่สนามฮอคกี้น้ำแข็ง, อเมริกันฟุตบอล หรือซ็อคเกอร์ที่กำลังได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่เป็นรถแข่ง NASCAR

การแข่งขันรถสุดมันที่จอร์แดน ไม่ได้ต้องการแค่ชัยชนะในฐานะเจ้าของทีมรถแข่ง ‘23XI Racing’

เขาต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงโลกของ NASCAR ใหม่ และเกมนี้เขาแพ้ไม่ได้

ในความเป็นนักกีฬาระดับ Icon หลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่าอีกสิ่งที่เขาหลงรักในระดับคลั่งไคล้คือรถยนต์

ไม่ได้รักแค่สะสมแต่รักทุกอย่างของมัน ไปจนกระทั่งถึงเรื่องของเครื่องยนต์กลไกลที่เขาหลงไหลมันตามไปด้วย โดยความรักและความหลงไหลนั้นสืบทอดมาจาก เจมส์ จอร์แดน คุณพ่อที่เก่งกาจในเรื่องของเครื่องยนต์กลไก

“เขาดูแลรถของเพื่อนบ้านทุกคน เขาซ่อมรถของพวกเราเองด้วย เขาไม่เคยส่งรถไปเข้าศูนย์บริการเลย เขาจะหาวิธีซ่อมมันด้วยตัวเอง” จอร์แดนเล่าถึงความทรงจำที่มีต่อพ่อผู้จากไป “ดังนั้นผมคิดว่ามันคือการสะท้อนถึงความรักที่เขามีต่อรถ พ่อผมขับรถเร็ว แม่ผมก็ขับรถเร็ว” จอร์แดนตอบคำถามในรายการ CBS Sunday Morning

เรื่องนี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้จอร์แดน ตัดสินใจที่จะตั้งทีมรถแข่งของเขาเองในชื่อ ‘23XI Racing’ ในปี 2020 ในช่วงที่โลกกำลังเผชิญกับภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่ไม่เคยเจอมาก่อนอย่างโรคระบาดโควิด-19

ครั้งนั้นจอร์แดนตกเป็นกระแสข่าวลือมากมายว่าเขาต้องการที่จะตั้งทีมรถแข่ง NASCAR ขึ้นมา โดยจะจับมือกับ เดนนี แฮมลิน นักขับระดับแชมป์รายการ Daytona 500 ถึง 3 สมัย เพื่อซื้อทีมรถแข่ง เพียงแต่แฮมลินเองก็ไม่อยากจะเชื่อข่าวลือเหมือนกัน เพราะจอร์แดนกับโลกของรถแข่งเป็นเรื่องที่ดูไกลกันเหมือนดาวโลกกับดวงอาทิตย์ ไม่น่าเป็นไปได้

“ผมจำได้ไม่ลืมเลย ผมได้อ่านบทความที่ไม่เป็นความจริงที่บอกว่าเดนนี เฮมลินกับไมเคิล จอร์แดน กำลังมองหาโอกาสที่จะซื้อทีมรถแข่ง NASCAR”

แฮมลินส่งบทความชิ้นนี้ไปให้จอร์แดนอ่าน และได้คำตอบกลับมาว่า “นี่มันไม่จริง แต่ถ้าคุณอยากจะทำให้มันเป็นเรื่องจริงก็บอกผมได้นะ”

เท่านั้นเอง ข่าวลือก็กลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมาทันที

จอร์แดนซื้อและตั้งทีมรถแข่งของเขาขึ้นมาจริงๆ

แต่เรื่องมันไม่ได้จบแค่การซื้อและปล่อยให้คนอื่นที่เป็นมืออาชีพเข้ามาบริหารทีมโดยที่เจ้าของทีมในฐานะนักลงทุนอย่างจอร์แดนแค่รอตัวเลขผลประกอบการ

เพราะเขามองเห็นความไม่ชอบมาพากลอะไรบางอย่างที่ทำให้ไม่ค่อยชอบใจนัก และยิ่งเวลาผ่าน ความรู้สึกของจอร์แดนก็ยิ่งแรงกล้า เขาต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงวงการนี้ให้ได้

เรื่องของเรื่องนั้น NASCAR นั้นครอบครัว France ที่บริหารจัดการมาตั้งแต่ปี 1948 ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงระบบครั้งใหญ่ในปี 2016 โดยมีการแนะนำระบบ Charter หรือการขายแฟรนไชส์ที่จะการันตีว่าจะมีทีมลงแข่งขันในแต่ละรายการ (Cup series) จำนวน 36 ทีม โดยแต่ละทีมจะได้รับการการันตีโอกาสในการหารายได้ใหม่ (New revenue opportunities)

ในสายตาของคนที่เก่งไม่เป็นรองใครในคอร์ตบาสฯ และในสนามธุรกิจกับแบรนด์ Jordan เจ้าตัวมองว่าระบบนี้มันมีสิ่งที่ผิดอย่างชัดเจน และตัวของเขาเองก็ไม่คิดที่เงียบไว้แล้วปล่อยให้เรื่องมันผ่านไปเฉยๆ แต่เขากลับลุกขึ้นสู้ด้วยการยื่นคำร้องทางกฎหมายในช่วงเดือนตุลาคม

เขายื่นฟ้อง NASCAR ว่าเป็นการบริหารจัดการแบบผูกขาด (Monopoly) มีการควบคุมว่าจะมีการใช้สนามที่ไหน ควบคุมการอนุญาตการสนับสนุนรถ และทำให้ทีมที่เข้าแข่งต้องเผชิญกับข้อจำกัดต่างๆ มากมายรวมถึงเรื่องของสิทธิ์ที่จะได้เข้าร่วมแข่งขัน

การต่อสู้ครั้งนี้จอร์แดนรู้ว่าเขาแพ้ไม่ได้ หากต้องการจะเปลี่ยนระเบียบของโลก NASCAR ใหม่

และเขารู้ว่าไม่ว่ามันจะจบลงอย่างไรเขาจะได้รับชัยชนะเสมอ

“การต่อสู้ครั้งนี้มันจำเป็น และผมพร้อมจะต่อสู้หนักกว่านี้อีก ต่อให้สุดท้ายผมจะโดนเตะทิ้งออกไป อย่างน้อยผมก็ทำให้ผู้คนได้ตระหนักรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงจำเป็นที่จะต้องเกิดขึ้นกับกีฬาชนิดนี้”

“ผมไม่สนด้วยซ้ำ ต่อให้แพ้ ผมก็ชนะอยู่ดี”

สุดท้ายจอร์แดนไม่แพ้ ในเดือนธันวาคม 2025 NASCAR ได้บรรลุข้อตกลงใหม่ที่จะทำให้ทุกทีมได้รับข้อเสนอที่ดีขึ้นในหลายประการ

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดในข้อตกลงชุดใหม่ (รายได้ที่มากขึ้น), มีการตกลงสิทธิประโยชน์กับทีมต่างๆ ใหม่และโครงสร้างรายได้ที่ทีมเหล่านี้พอใจ, กติกาใหม่ที่จะทำให้การแข่งขันชัดเจนและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น

รวมๆ แล้วคือโลกของ NASCAR ดีขึ้นจริง

และจอร์แดนเปลี่ยนกีฬาชนิดนี้ได้จริง ในรูปแบบที่แตกต่างจากครั้งที่เขาเคยพลิกโฉมวงการบาสเก็ตบอลเมื่อ 40 ปีที่แล้ว

การเอาจริงเอาจังใน NASCAR ของ MJ อาจทำให้หลายคนสงสัยว่าทำไมเขาถึงต้องยอมทำขนาดนี้

แต่คนแบบนี้ไม่เคยไม่มีเหตุผล และเหตุผลเดียวที่เพียงพอจะทำให้จอร์แดนทุ่มเทมากถึงเพียงนี้กับรถแข่งก็เป็นเพราะมันเป็นกีฬาที่ทำให้เขากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

โดยแม้ว่าจะเคยบอกหลังการประกาศอำลาชีวิตการเป็นนักบาสเก็ตบอลว่าเขาต้องการชีวิตที่เงียบสงบขึ้น แต่การเป็นเจ้าของทีมรถแข่งนั้นแน่นอนว่าย่อมทำให้เขามีชีวิตที่ยุ่งเหยิงขึ้นมากพอสมควร แต่มันก็เป็นสิ่งที่ทำให้เขาต้องการ

และเขาก็ต้องการเติมสิ่งที่เรียกว่า ‘Champions Mindset’ ให้กับทีมรถแข่งของเขาด้วยการลงมามีส่วนร่วมกับทีมอย่างจริงจัง ซึ่งแม้มันอาจจะไม่ได้ทำให้เขาต้องเป็นข่าวใหญ่เหมือนสมัยยังโลดแล่นใน NBA กับชิคาโก บูลส์

“แต่มันก็เป็นสิ่งที่ทำให้ผมยังมีชีวิต”

ชีวิตที่ครั้งนึงเคยยุ่งเหยิง ยุ่งยาก และเต็มไปด้วยแรงกดดันมากมาย เพราะในฐานะไอคอนของวงการ จอร์แดนตกเป็นเป้าหมายและสายตาของผู้คนมากมายที่จับจ้องเขาตลอดเวลาทุกวินาที ซึ่งไม่ได้สงวนแค่เรื่องของการทำผลงานในสนาม แต่รวมถึงการดำเนินชีวิตในแต่ละเดือนแต่ละวันด้วย

มันเป็นราคาที่คนเป็นเบอร์หนึ่งต้องจ่ายไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม และสุดท้ายมันทำให้เขาอ่อนระโหยเต็มที

ถึงอย่างน้อยหากมันจะมีสักโอกาสที่เขาจะได้หยิบลูกบาสขึ้นมาชูตอีกครั้ง

“ผมอยากจะทำมันอย่างแน่นอน เชื่อผมเถอะ”

ส่วนคำถามที่จะถูกดีเบตไปตลอดกาลกับสถานะ G.O.A.T. จอร์แดนฝากถึงทุกคนว่าอย่าไปอะไรกับมันมาก

“สำหรับผมนะ เรื่อง G.O.A.T. มันไม่ได้มีจริงหรอก” เพราะในฐานะนักกีฬา แต่ละคนก็พร้อมจะเรียนรู้จากคนอื่นและทำให้ทุกอย่างดียิ่งขึ้นก็เท่านั้น “การจะบอกว่าใครเก่งกว่าใครมันไม่ใช่เรื่อง”

ถึงจะเป็นเบอร์หนึ่ง จอร์แดนเองก็ยอมรับว่าชีวิตของเขาเองก็เคยผิดและพลาดมาเหมือนกัน เขาก็ต้องศึกษาบทเรียนจากความผิดพลาดในชีวิตของตัวเองเหมือนกัน

แต่สิ่งหนึ่งที่เขาเคยทำและยังทำอยู่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงคือไม่ว่าจะทำอะไร เขาจะใส่หัวใจลงไปกับมันเสมอ

ไม่ว่าจะบาสเก็ตบอล เบสบอล หรือ NASCAR

ในวัย 63 ปีที่ชีวิตควรจะนิ่ง จอร์แดนจึงกลับมาซิ่งอีกครั้งในบทเจ้าของทีมรถแข่งที่กำลังมาแรงที่สุดในตอนนี้

และดูจากอาการของเขาในสนาม บางครั้งเขาอาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเขาตกหลุมรักมันมากขนาดไหน

อ้างอิง
https://www.cbsnews.com/news/michael-jordan-on-nascar-life-after-basketball-and-the-one-title-he-wont-claim/
https://bleacherreport.com/articles/25412193-michael-jordan-explain-how-owning-nascar-team-helps-him-compensate-missing-basketball-video
https://www.marca.com/en/nascar/2026/03/30/69c9d970e2704edf578b45fe.html
https://nationaltoday.com/us/il/chicago/news/2026/03/29/michael-jordan-brings-championship-mindset-to-nascar/
https://rollingout.com/2026/03/29/michael-jordans-nascar-lawsuit-personal/
https://www.motorsport.com/nascar-cup/news/michael-jordan-was-willing-to-get-kicked-out-of-the-sport-to-change-nascar-with-lawsuit/10808807/

29/03/2026
27/03/2026
24/03/2026

กลับดีมั้ย😭

22/03/2026

💥คนอเมริกันกลัวภัยธรรมชาติ มากกว่า กลัวสงคราม จริงดิ?

พอมีพายุที ตุนของกันจนซูเปอร์มาร์เก็ตโล่ง แต่พอมีข่าวสงครามกลับดูชิล ใช้ชีวิตกันปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ถ้าสังเกตข่าวในอเมริกาบ่อยๆ จะเห็นภาพเดิมวนมาเสมอ พอมีประกาศหิมะจะตกหนัก พายุเข้า ทอร์นาโดมา เฮอริเคนกำลังขึ้นฝั่ง

Super Market ทุกที่ 🍞ขนมปัง 🥛นม 🥚ไข่ 💦น้ำดื่ม
🤧 กระดาษชำระ ขายเกลี้ยง เหมือนทุกบ้านพร้อมใจกันจะปิดประเทศอยู่ในบ้าน 7 วัน 7 คืน

แต่พอมีข่าวสงครามในต่างประเทศ หรือความตึงเครียดระดับโลก ในบางประเทศคนแห่กักตุนน้ำมันกันแบบบ้าคลั่ง แต่ในอเมริกาคนกลับใช้ชีวิตต่อเหมือนเดิม ไปทำงาน ไปฟิตเนส ไปซื้อกาแฟร้านประจำ ไปเล่นสกี ไปเดิน hiking 😆

ฟังดูเหมือนคนอเมริกัน “กลัวพายุ แต่ไม่กลัวสงคราม”
มันมีเหตุผลอยู่นะคะ

อย่างแรก 👉 ต้องบอกก่อนว่า คนอเมริกันไม่ได้ไม่กลัวสงคราม เพียงแต่ “ภัยธรรมชาติ” เป็นภัยที่เขารู้สึกว่า จะมาถึงบ้านฉันจริงๆ ภายในไม่กี่ชั่วโมง ส่วนสงคราม โดยเฉพาะถ้าเกิดไกลออกไป มักถูกมองว่าเป็นเรื่องระดับรัฐบาล กองทัพ หรือข่าวต่างประเทศ ยังไม่ใช่เรื่องที่ทำให้ไฟในบ้านดับคืนนี้ หรือถนนหน้าบ้านใช้ไม่ได้พรุ่งนี้เช้า

นี่คือความต่าง

เวลามีพายุหรือหิมะหนักในอเมริกา สิ่งที่คนคิดทันทีไม่ใช่ดราม่าใหญ่โตอะไร แต่คือ

“รถจะออกได้ไหม”
“ไฟจะดับไหม”
“ร้านจะปิดไหม”
“ลูกจะไปโรงเรียนได้ไหม”
“ถ้าติดบ้าน 2-3 วัน ของกิน น้ำดื่มพอไหม”

หน่วยงานรัฐของสหรัฐเองก็สอนเรื่องนี้ตรงมาก เช่น Ready.gov และ National Weather Service แนะนำให้ประชาชนเตรียมน้ำ อาหารไม่เสียง่าย ยา ไฟฉาย แบตเตอรี่ และของจำเป็นเผื่ออย่างน้อยหลายวัน โดย Ready.gov แนะนำเก็บน้ำอย่างน้อยวันละ 1 แกลลอนต่อคน และมีเสบียงพื้นฐานติดบ้านไว้ล่วงหน้า

เพราะงั้นเวลาเห็นคนแห่ซื้อของก่อนพายุ มันไม่ได้มีแค่ความ “แตกตื่น” อย่างเดียว แต่มันมีรากจากวัฒนธรรมการเตรียมพร้อมด้วย รัฐบอกให้เตรียม ร้านรู้ว่าจะมีคนมาตุน และประชาชนก็เคยเจอสถานการณ์จริงมาแล้วว่าพายุหนึ่งลูกทำให้ไฟดับ ถนนปิด หรือของส่งไม่ถึงได้จริง

และภาพ “ของหมดซูเปอร์มาร์เก็ต” ก็ไม่ได้คิดไปเอง ล่าสุดตอนมีพายุฤดูหนาวต้นปี 2026 หลายพื้นที่ในสหรัฐมีภาพชั้นวางของโล่งจริง ผู้คนรีบซื้ออาหาร น้ำ และของใช้ก่อนพายุเข้า จนสื่อหลายแห่งรายงานตรงกัน

แต่พอเป็นสงคราม ทำไมบรรยากาศถึงไม่เหมือนกัน?

เพราะ 👉 สงครามสำหรับคนอเมริกันจำนวนมาก มักคิดกันว่า “ผลกระทบทางอ้อม” มากกว่า “ภัยตรงหน้า” เขาอาจไม่ได้รู้สึกว่าพรุ่งนี้ต้องวิ่งไปซื้อขนมปัง นม กระดาษชำระ เพราะมีสงคราม แต่จะเริ่มรู้สึกทันทีถ้า:

ค่าน้ำมันขึ้น
ของแพงขึ้น
ตลาดผันผวน
หรือมีคนในครอบครัวต้องเกี่ยวข้องกับทหาร

พูดอีกแบบคือ
🌪️ พายุ = ของจะหมดร้านวันนี้
💣 สงคราม = หวังว่าราคาน้ำมันจะไม่พุ่งขึ้นอีก

ข้อมูลช่วงมีสงครามกับอิหร่านในเดือนมีนาคม 2026 ก็สะท้อนภาพนี้ชัด คนอเมริกันจำนวนมากไม่ได้สนับสนุนการส่งทหารภาคพื้นดิน โดยผลสำรวจ Reuters/Ipsos พบว่าเพียง 7% สนับสนุนการบุกภาคพื้นดินเต็มรูปแบบ และคนส่วนใหญ่คัดค้านการส่งทหารเพิ่ม แต่ในเวลาเดียวกัน คนจำนวนมากกลับกังวลมากเรื่องราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่ได้รับผลจากสงคราม

อันนี้แหละคือความเป็นอเมริกันที่น่าสนใจมาก

ไม่ใช่ว่าเขา “ไม่กลัวสงคราม”

แต่สงคราม 💣 จะกลายเป็นเรื่องจริงสำหรับหลายคน ก็ต่อเมื่อมันแปลเป็นค่าใช้จ่ายรายวัน พอสงครามยังอยู่ในจอทีวี คนก็ยังไปทำงานตามปกติ แค่ติดตามข่าวรายวันทั่วไปปกติ

แต่ถ้า 🌪️ พายุจะมาถึงตอนตีสอง และไฟมีสิทธิ์ดับทั้งคืน อันนี้ไม่มีใครรรอฟังผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์เลยจ้า ทุกคนพร้อมจะแห่ไป Costco/Walmart & etc. เดี๋ยวนี้เลย 😆

มันเลยเกิดภาพตลกแบบที่หลายคนแซวกันว่า

อเมริกันเห็นข่าวขีปนาวุธ: “โอเค…”

อเมริกันเห็นข่าวพายุหิมะ 4 นิ้ว: “ทุกคนไปตุนเอานม ขนมปังกับกระดาษเช็ดก้น เดี๋ยวนี้!”

ความขำอีกอย่างคือ ของที่คนแห่ซื้อก็มักเป็นของเดิมๆ จนกลายเป็นมีมประจำชาติ โดยเฉพาะขนมปัง นม ไข่ น้ำดื่ม และทิชชู ทั้งที่บางครั้งเหตุผลจริงๆ ก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร แค่คนคิดเหมือนกันหมดว่า “กันไว้ก่อน” แล้วพอทุกคนกันไว้ก่อนพร้อมกัน ชั้นก็โล่งพร้อมกัน

ถ้ามองลึกลงไปอีกหน่อย เรื่องนี้สะท้อนวัฒนธรรมอเมริกัน 3 อย่างพร้อมกัน

📌อย่างแรก คือ วัฒนธรรมการเตรียมตัวเอง
คนอเมริกันถูกสอนให้พึ่งตัวเองเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน มีของใช้ติดบ้าน มีแผนครอบครัว มี emergency kit ไม่ใช่รอให้รัฐมาช่วยอย่างเดียว

📌อย่างที่สอง คือ ความกลัวสิ่งที่จับต้องได้ทันที
ภัยธรรมชาติมาเป็นพิกัด มาเป็นเวลา มาเป็นประกาศเตือนชัดเจน จึงกระตุ้นพฤติกรรมเร็วมาก

📌อย่างที่สาม คือ คนอเมริกันจำนวนมากชินกับการที่สงครามอยู่ไกลตัว ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา สงครามจำนวนมากไม่ได้เกิดบนแผ่นดินสหรัฐโดยตรง คนเลยรับรู้มันผ่านข่าว การเมือง และเศรษฐกิจ มากกว่าผ่านประสบการณ์ตรงในชีวิตประจำวัน
…….

คนอเมริกันไม่ได้ไม่กลัวสงคราม เขาแค่ “รีแอ็กต์คนละแบบ”

ถ้าภัยธรรมชาติกำลังจะทำให้บ้านมืด ถนนปิด โรงเรียนยกเลิก และร้านขายของหมดภายในคืนนี้ อันนี้เค้าคิดว่าต้องรีบแล้ว

แต่ถ้าสงครามยังอยู่ไกลออกไป ปฏิกิริยาจะยังไม่ใช่ “ไปกักตุน” แต่จะเป็น “จับตาราคาน้ำมัน” มากกว่า

ดังนั้นที่เคยได้ยินว่า

“คนอเมริกันกลัวภัยธรรมชาติ แต่ไม่กลัวสงคราม”
จึงไม่ถึงกับถูก 100% แต่ก็มีความจริงอยู่เยอะในเชิงพฤติกรรม

เพราะสุดท้ายแล้ว อะไรที่ทำให้คนรู้สึกว่า “คืนนี้บ้านฉันอาจมีปัญหา” นั่นแหละ จะชนะข่าวสงครามบนหน้าจอเสมอ

20/03/2026

โดนใจสายหมอบ ชอบความเร็ว! MICHELIN POWER CUP ยางจักรยานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเทคโนโลยี MotoGP™ เพราะมีแรงต้านทานการหมุนต่ำ ทำให้ปั่นลื่น แซงไว ทำความเร็วได้ดี พร้อมสมรรถนะการยึดเกาะระดับใช้ในสนามแข่ง

🔥 รับฟรี! โค้ดลดพิเศษ ส่งฟรี พร้อมไอเทมเสริมลุคเท่ ช่วยป้องกันฝุ่น ผ้าบัฟมิชลิน มูลค่า 200 บาท เมื่อช็อปยางจักรยานหรือยางมอเตอร์ไซค์มิชลิน 2 เส้น* ครบ 1,500 บาท ที่ MICHELIN LAZMALL

📌 คลิกดูรายละเอียดยางที่นี่ https://bit.ly/442oKPH
📌 ค้นหาร้านยางใกล้คุณ https://bit.ly/4scVv6h

#


#มั่นใจได้ไกลกว่าด้วยยางมิชลิน

*โปรโมชันเฉพาะ MICHELIN LazMALL เท่านั้น
รวมยางจักรยานและยางมอเตอร์ไซค์ทุกรุ่น ทุกขนาด

18/03/2026

ไอซ์ ปรีชญา โพสต์ภาพใส่บิกินี่สุดแซ่บชูป้ายถาม สวยแล้วผิดตรงไหน? หลังโดนดราม่าใช้ AI ทำภาพสวยเกินจริง

#ไทยรัฐบันเทิง #ไทยรัฐออนไลน์ #ป๊อปปุ

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2920782

17/03/2026

พิสูจน์ 2 ภาพยนตร์คว้าออสการ์ในราคาเริ่มต้น 99 บาท
วันนี้ ที่ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์
#หนึ่งศึกครั้งแล้วครั้งเล่า คว้า 6 รางวัล
#ซินเนอร์ส คว้า 4 รางวัล

ที่อยู่

Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

087-088-2504

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Veera Duangkamผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Veera Duangkam:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram