ดีบูน D boon สมุนไพรสกัด ดูแลกระดูกและข้อ

ดีบูน D boon สมุนไพรสกัด ดูแลกระดูกและข้อ ดูแลกระดูกและข้อ และสุขภาพด้านต่างๆ

 # 7 ข้ อ ค ว ร ร ะ วั ง แ ล ะ คำ แ น ะ นำ สำ ห รั บพ นั ก ง า น บ ริ ษั ทกิจกรรมทางกายในการประกอบอาชีพ  เป็นกิจกรรมทางก...
19/10/2018

# 7 ข้ อ ค ว ร ร ะ วั ง แ ล ะ คำ แ น ะ นำ สำ ห รั บ
พ นั ก ง า น บ ริ ษั ท

กิจกรรมทางกายในการประกอบอาชีพ เป็นกิจกรรมทางกายอย่างหนึ่ง ที่มีการใช้พลังงาน ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของร่างกาย แต่มีความหนักเบาขึ้นอยู่แต่ละกิจกรรมของอาชีพนั้นๆ ในการประกอบอาชีพในแต่ละอาชีพนั้นมีความแตกต่างของการใช้พลังงานและการใช้กล้ามเนื้อในการทำงาน จึงต้องมีการวิเคราะห์ถึงสภาพดังกล่าว เพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่เกิดขึ้น

7 ข้อควรระวังและคำแนะนำสำหรับพนักงานบริษัท

1.การนั่งทำงานเป็นระยะเวลานานๆ จะทำให้ระบบไหลเวียนไม่สะดวก จึงควรมีการขยับร่างกาย เช่น เดินเข้าห้องน้ำ ลุกขึ้นยืน ยืดเหยียดร่างกาย ทุกๆ 2 ชั่วโมง

2.ปรับท่าทางนั่งทำงานให้เหมาะสม ไม่ก้มไปทางด้านหน้า เอนหัวไปทางด้านหลัง เอนตัวไปทางด้านข้าง หรือมีการบิดตัวมากเกินไป ลักษณะดังกล่าวอาจทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยบริเวณลำตัวได้

3.เก้าอี้ทำงานควรมีความกว้าง และความลึกที่เหมาะสม (ไม่แคบหรือกว้างเกินไป) ควรมีระยะของช่องว่างระหว่างข้อพับเข่ากับเก้าอี้ ประมาณ 5-7 เซนติเมตรมีที่พับแขนและพนักพิงหลัง โดยเก้าอี้ที่มีที่พักแขนจะช่วยทำให้กล้ามเนื้อเกิดการผ่อนคลายมากขึ้น ลดการเกร็งของกล้ามเนื้อ บริเวณแขน และหัวไหล่ ในขณะนั่งทำงานได้ดี ส่วนพนักพิงหลังจะต้องมีที่รองรับบริเวณส่วนเอว โดยจะช่วยให้กล้ามเนื้อหลัง เกิดการผ่อนคลายมากขึ้น ลดการเกร็งและความล้าของกล้ามเนื้อบริเวณหลัง

4.จอคอมพิวเตอร์ควรอยู่ในระดับสายตา หรือต่ำกว่าเล็กน้อย (หน้าจอห่างจากผู้ใช้ 40-75 เซนติเมตร และหน้าจอจะอยู่ไม่ต่ำกว่า 30 องศา ของระดับสายตา ) หลีกเลี่ยงการก้มหรือเงยศีรษะมากเกินไป และในการพิมพ์ ข้อมือจะต้องอยู่ในแนวเดียวกับแนวแขนส่วนล่าง ไม่เบี่ยงไปทางซ้ายหรือขวา ถ้ามีการงอหรือการหมุนข้อมือ อาจทำให้มีความเสี่ยงจ่อการปวดเมื่อยได้

5.ไม่ควรถือโทรศัพท์ในท่าทางที่ไม่เหมาะสม เช่น พูดโทรศัพท์ โดยหนีบโทรศัพท์ไว้ที่บริเวณซอกคอ เพราะจะทำให้เกิดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อที่ผิดปกติ (โทรศัพท์ควรวางอยู่ในตำแหน่งที่ห่างจากผู้ใช้ไม่เกิน 30 เซนติเมตร) ในกรณีที่ผู้ใช้จำเป็นที่จะต้องใช้มือในการทำงาน และไม่สามารถจับโทรศัพท์ได้สะดวก ควรหาอุปกรณ์เสริมเพื่ออำนวยความสะดวก และช่วยลดท่าทางที่ไม่เหมาะสม ที่อาจให้เกิดการบาดเจ็บได้ เช่น อุปกรณ์สวมศีรษะ แฮนด์ฟรี

6.ควรบริหารร่างกายเพื่อสร้างความทนทานของระบบหัวใจไหลเวียนเลือด และบริหารกายเพื่อให้เกิดความแข็งแรง ความทนทานขงองกล้ามเนื้อทุกๆส่วน อย่างน้อย 2-3 วันต่อสัปดาห์ และเพื่อประโยชน์ทางสุขภาพเพิ่มเติม สามารถทำได้มากกว่าที่แนะนำไว้

7.ควรทำการยืดเหยียดกล้ามเนื้อในระหว่างการทำงานในช่วงเช้าและช่วงบ่าย เพื่อให้กล้ามเนื้อได้คลายตัวได้ง่าย ลดปัญหาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และควรมีการยืดเหยียดกล้ามเนื้อให้ครบทุกส่วนของร่างกาย และเมื่อมีเวลาควรยืดกล้ามเนื้อ 5-7 ครั้งต่อสัปดาห์

#ดีบูนปวดหาย

 #บาดเจ็บทางกีฬาที่พบบ่อยปัจจุบันนี้คนไทยเราตื่นตัวกันมากเกี่ยวกับการกีฬาและการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ เพราะทราบกันดีแล้ว...
19/10/2018

#บาดเจ็บทางกีฬาที่พบบ่อย

ปัจจุบันนี้คนไทยเราตื่นตัวกันมากเกี่ยวกับการกีฬาและการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ เพราะทราบกันดีแล้วว่ามีประโยชน์ต่อร่างกาย จิตใจ สังคม และส่งเสริมคุณภาพชีวิต แต่บางครั้งนักกีฬาหรือผู้ออกกำลังกายอาจเกิดการบาดเจ็บได้จากอุบัติเหตุและขาดการเตรียมพร้อมในด้านสมรรถภาพทางกาย

ถ้าหากผู้เป็นนักกีฬา ผู้ฝึกนักกีฬา หรือผู้ออกกำลังกาย มีความรู้และตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกัน และช่วยเหลือเบื้องต้นเกี่ยวกับบาดเจ็บทางกีฬาที่พบบ่อย ก็จะเป็นประโยชน์มากต่อตนเองและเพื่อนนักกีฬา

บาดเจ็บทางกีฬาที่พบบ่อยๆ มีอะไรบ้าง

ผู้ที่เป็นนักกีฬาหรือผู้ออกกำลังกายหนักมักจะรู้ดี อย่างน้อยก็เคยประสบกับตนเองมาบ้างแล้ว หากปฏิบัติตัวไม่ถูก เช่น บีบนวดทันที หรือประคบน้ำร้อน ก็ยิ่งเป็นการซ้ำเติมให้เป็นมากขึ้นหรือหายช้าไปอีก การบาดเจ็บดังกล่าว ได้แก่

ช้ำหรือห้อเลือด
เอ็นข้อยืดหรือฉีกบางส่วน ที่เราเรียกกันว่า ข้อเคล็ดหรือซ้น
กล้ามเนื้อล้าและเอ็นกล้ามเนื้ออักเสบ
การบาดเจ็บเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร หากพิจารณาตามลักษณะกลไกของการบาดเจ็บก็จะพอแบ่งได้ 3 ลักษณะดังนี้ คือ

1. กระแทกโดยตรง เช่น หกล้มเข่ากระแทกพื้น หรือเตะฟุตบอลพลาด สันหน้าแข้งกระแทกกับเข่าอีกคนหนึ่ง ลักษณะนี้มักทำให้เนื้อเยื่อผิวหนังและชั้นใต้ผิวหนังได้รับบาดเจ็บเส้นเลือดฝอยแตกอาจมีอาการช้ำ ห้อเลือด ปวด บวม เป็นแผล หรืออาจมีกระดูกหักได้ (ถ้ารุนแรง)

2. แรงกระทำทางอ้อม เช่น วิ่งสะดุดหลุมแล้วข้อเท้าบิดเข้าด้านใน ทำให้เอ็นข้อหรือเอ็นกล้ามเนื้อถูกยืดเกินช่วงปกติหรือฉีกขาดบางส่วน จะมีอาการคล้ายกับแบบแรก แต่มักจะอยู่บริเวณใกล้ข้อ

3. แรงกระทำซ้ำๆ จนเกินความทนทานของเนื้อเยื่อ ลักษณะนี้จะพบได้บ่อยในกีฬาที่ใช้เวลานานและต่อเนื่องกันในการแข่งขัน เช่น วิ่งระยะไกล หรือกายบริหารบางท่าที่ยืดข้ออย่างแรงและซ้ำๆกันทุกวัน เป็นต้น ซึ่งปกติเนื้อเยื่อร่างกายจะมีความทนทานต่อแรงกระทำซ้ำๆ ในลักษณะยืดหรือกดขนาดหนึ่ง หากเริ่มเกินภาวะนี้แล้ว เราจะเริ่มรู้สึกปวดหรือเจ็บขัดๆ ถ้ายังฝืนต่อไปก็จะบาดเจ็บเพิ่มขึ้น มีอาการอักเสบ ปวด บวม แดง ร้อน และเคลื่อนไหวไม่สะดวก หากเป็นบ่อยๆ ก็จะเรื้อรังทำให้ยากแก่การรักษา

#ดีบูนปวดหาย!!

 #เทคนิคการออกกำลังกายเป็นประจำ♻️เราควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกาย นอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังเ...
19/10/2018

#เทคนิคการออกกำลังกายเป็นประจำ

♻️เราควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกาย นอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังเป็นวิธีนำออกซิเจนเข้าสู่เซลล์ต่างๆ ของร่างกายได้ดีที่สุด ยิ่งร่างกายได้รับออกซิเจนมากขึ้นเพียงใด ก็จะยิ่งช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระได้มากขึ้นเท่านั้น การออกกำลังกายจึงช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ได้ดี ส่งผลให้ผิวพรรณสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

➡️เทคนิคการออกกำลังกายเป็นประจำ

1.ต้องคิดว่าการออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ขาดไม่ได้ เหมือนการนอนหลับหรือการทานอาหาร

2.เลือกออกกำลังกายที่ชอบที่สุดและสะดวกที่สุด

3.อาจมีกลุ่มเพื่อนในการออกกำลังกาย จะช่วยให้ออกกำลังกายด้วยกันอย่างต่อเนื่อง

4.ในระยะเริ่มแรกไม่ควรหยุด จะช่วยให้ออกกำลังกายสม่ำเสมอจนเป็นนิสัย

5.บันทึกการออกกำลังกายทุกครั้ง

6.ตั้งเป้าหมายการออกกำลังกายทุกเดือน

7.ให้รางวัลตัวเองเมื่อสามารถบรรลุเป้าหมายได้

8.การออกกำลังกายเพียงเล็กน้อยดีกว่าการไม่ออกกำลังกาย แต่หากเจ็บป่วยควรหยุดพักการออกกำลังกายไว้ชั่วคราวจนกว่าอาการเจ็บป่วยจะดีขึ้น

#ดีบูนหายปวด!!

 # 5 พ ฤ ติ ก ร ร ม ทำ ง า น  ที่ ต้ อ ง เ ลิ ก แ ล้ วมาถึงวันนี้คงไม่มีใครไม่รู้แล้วว่า การทำงานนั่งโต๊ะ หรือแม้แต่นั่ง...
13/09/2018

# 5 พ ฤ ติ ก ร ร ม ทำ ง า น ที่ ต้ อ ง เ ลิ ก แ ล้ ว

มาถึงวันนี้คงไม่มีใครไม่รู้แล้วว่า การทำงานนั่งโต๊ะ หรือแม้แต่นั่งทั่วๆไป เป็นเวลานาน ไม่ใช่แบบแผนการใช้ชีวิตที่ทำให้มีสุขภาพดี แต่ถ้านั่นเป็นงานของคุณ เป็นวิธีที่คุณทำงาน และเป็นงานที่คุณต้องคร่ำเคร่งกับมัน ก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะมาเตือนตัวเองหรือนึกอยู่เสมอว่า “ฉันกำลังมีพฤติกรรมเสี่ยงอยู่นะ”

แนวโน้มก็คือคุณจะนั่งทำงานต่อไป จนวันหนึ่งคุณอาจต้องเสียใจ คุณไม่ถึงกับต้องเลิกทำงานแบบนี้ เปลี่ยนงานไปทำอย่างอื่นให้มีสุขภาพดีขึ้น มาดูกันครับว่ามีอะไรบ้างที่ทำให้คุณเสี่ยงที่จะมีสุขภาพไม่ดี คุณจะแก้ไขได้อย่างไรบ้าง

ประการที่ 1 นั่งเป็นเวลานานและพยายามชดเชยหรือแก้ไขด้วยการไปออกกำลังกายที่ยิม

การออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันเป็นสิ่งที่ดีแน่นอน ไม่มีใครเถียง แต่…แม้คุณจะไปออกกำลังกายอย่างหนักที่ยิมทุกวันก็ไม่เพียงพอที่จะชดเชยความเสียหายที่คุณได้ก่อให้เกิดขึ้นกับร่างกายไปแล้วจากการนั่งทำงานทั้งวัน นี่ยังไม่รวมถึงการนั่งในรถโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณขับหรือนั่งรถส่วนตัวมาทำงานและกลับบ้าน, การนั่งกินอาหารทั้งสามมื้อ การนั่งดูโทรทัศน์หรือเล่นเกม ฯลฯ ซึ่งรวมแล้วคุณใช้เวลาไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งวันอยู่ในท่านั่ง มีการศึกษามากชิ้นจนนับไม่ถ้วนที่พบความสัมพันธ์ระหว่างการนั่งกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่อการเป็นโรคหัวใจ มะเร็ง และโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอีกหลายชนิด ซึ่งล้วนนำไปสู่การเสียชีวิตก่อนวัยอันควร และความเสี่ยงนี้เกิดกับทุกคนที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ ไม่ยกเว้นแม้แต่คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ

เปลี่ยนท่าจากการนั่งไปเคลื่อนไหวร่างกายแม้เพียงเล็กน้อย เช่น ลุกยืน เดินระยะสั้นไปอีกโต๊ะหนึ่ง ฯลฯ อยู่เรื่อยๆ ทั้งวัน ทำให้คุณมีสุขภาพดีกว่าการนั่งทั้งวัน แม้จะได้ออกกำลังตอนเช้าก่อนไปทำงานหรือออกกำลังกายหลังเลิกงาน 30 ถึง 60 นาทีก็ตาม คุณควรจะลุกขึ้นและเดินไปมาทุกๆ 20 นาที หรืออย่างมากก็ไม่เกิน 45 นาทีที่คุณได้นั่งอยู่กับที่ ถ้างานคุณยุ่งถึงขนาดที่หยุดพัก ลุกเดินไปไหนแม้เพียงสั้นๆที่สุดก็ไม่ได้ ยืนขึ้นแม้เพียงไม่กี่วินาที ก็ช่วยได้บ้างแล้ว ถ้าใส่การยืดเหยียดหรือโยคะง่ายๆ บางท่าเข้าไปด้วยก็ยิ่งดีขึ้น

ประการที่ 2 นั่งจ้องจอคอมพิวเตอร์ที่บังคับให้คุณต้องเอนตัวไปข้างหน้า เอียงหัว หรือเหล่ตามองจอ

เคยได้ยินคำว่า “tech neck” ไหม แปลตรงๆ ได้ว่า “เจ็บคอจากเทคโนโลยี” คำใหม่นี้มีคนประดิษฐ์ขึ้นใช้บรรยายความเครียดที่คุณทำให้เกิดขึ้นกับคอและกระดูกสันหลังจากการก้มมองอุปกรณ์เคลื่อนที่บ่อยๆ อุปกรณ์เช่นว่านี้ได้แก่โทรศัพท์มือถือ, IPad, tablet, เครื่องอ่านหนังสืออิเลกโทรนิก ฯลฯ แต่ก็รวมไปถึงจอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะด้วย ถ้าคุณทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์แบบ laptop ก็มีแนวโน้มว่าจอภาพไม่ได้ตั้งอยู่ในระดับเดียวกับระดับสายตาเมื่อคุณมองไปข้างหน้าธรรมดาๆ ทำให้คุณต้องก้มหัว นอกจากนั้นจอก็ควรอยู่ตรงหน้าห่างออกไปราวหนึ่งช่วงแขน ถ้าคุณรู้สึกว่าต้องบิดคอ เอนตัวไปข้างหน้า หรือเหล่ตา คุณก็ต้องปรับตำแหน่งจอใหม่แล้ว หาเก้าอี้ที่ทำให้คุณนั่งอยู่ได้ในท่าสบายๆ หรือปรับขนาดของตัวหนังสือ (font) บนจอให้ดูได้สบาย ไม่ต้องเพ่ง

ประการที่ 3 ไม่เคยทำความสะอาดแป้นพิมพ์ เมาส์ หรือผิวโต๊ะเลย

ถ้าคุณแตะคอมพิวเตอร์ของคุณทุกวัน ก็มีแนวโน้มสูงมากที่มันจะเต็มไปด้วยเชื้อโรค คุณอาจไม่เชื่อว่าแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์และเมาส์ของคุณอาจจะสกปรกมากกว่าที่รองนั่งโถส้วมของคุณเสียอีก แต่เชื่อเถอะครับ เพราะการศึกษานำข่าวร้ายมาบอกเราว่า อุปกรณ์สองชิ้นนี้แหละคือตัวแพร่เชื้อ โดยเฉพาะหวัดธรรมดาๆ และไข้หวัด คุณควรจะทำความสะอาดเช็ดล้างผิวโต๊ะทำงานของคุณด้วยน้ำยาฆ่าเชื้ออย่างน้อยหนึ่งครั้งทุกๆ หนึ่งหรือสองสัปดาห์ คุณอาจใช้วิธีพ่นน้ำยาดังกล่าวไปบนกระดาษทำความสะอาดหรือผ้า แล้วใช้มันเช็ดแป้นพิมพ์และเมาส์ได้เช่นกัน

ประการที่ 4 กินอาหารที่โต๊ะทำงาน

การกินอาหารที่โต๊ะทำงานไม่เพียงแต่ทำให้มีเชื้อโรคมากขึ้นมาอาศัยและเติบโตอยู่ในสถานที่ทำงานของคุณเท่านั้น หากการไม่หยุดพักจากการทำงานอย่างจริงจังด้วยการลุกออกไปกินอาหารกลางวันยังมีผลเสียร้ายต่อสมองและความสามารถใน

การผลิตของคุณโดยทั่วไปด้วย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งนครเบอร์ลินศึกษาคนที่กินอาหารกลางวันเร็วๆที่โต๊ะทำงานเปรียบเทียบกับคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ลุกออกไปกินอาหารกลางวันนอกสถานที่ทำงานและพบว่า กลุ่มที่ออกไปกินอาหารข้างนอกจะผ่อนคลายมากกว่าและมีความสามารถในการรับรู้และเข้าใจเมื่อกลับมาทำงานอีกครั้งสูงกว่าคนที่กินอาหารอยู่ที่โต๊ะทำงานไม่ลุกไปไหน แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องออกไปกินกลางวันที่ภัตตาคารทุกวัน แค่ออกไปที่สวนหรือพื้นที่สาธารณะ หรือกินที่ร้านอาหารทั่วๆไป หรือแม้แต่ร้านอาหารในอาคารที่ทำงานของคุณ คุณก็จะให้เวลาสมองได้พักตามที่มันต้องการ คุณจะรู้สึกเครียดน้อยลง สดชื่นมากขึ้น สำหรับการทำงานช่วงบ่าย

ประการที่ 5 ทำหลายอย่างพร้อมกัน

การทำงานหลายอย่างพร้อมกัน เช่น การปล่อยให้อีเมลเข้ามาขัดจังหวะขณะที่คุณกำลังเตรียมการนำเสนอ ไปจนถึงการฟังวิทยุ (อย่างเป็นเรื่องเป็นราว ไม่ใช่การฟังเพลง)ในขณะที่พยายามเขียนรายงาน ทำให้คุณต้องแบ่งความสนใจออกเป็นหลายส่วน เมื่อพยายามทำหลายสิ่งหลายอย่างในเวลาเดียวกัน คุณภาพของสิ่งที่คุณทำจะลดลง คุณสามารถขจัดนิสัยเลวๆนี้ได้ง่ายๆ ด้วยการทำภาระกิจให้เสร็จไปทีละอย่าง ทำรายการสิ่งที่คุณต้องทำออกมา และตั้งใจมั่นว่าคุณจะไม่เลื่อนไปทำอีกอย่างจนกว่าคุณจะได้ทำสิ่งที่อยู่ในลำดับแรกเสร็จเสียก่อน

พฤติกรรมของคุณในสถานที่ทำงานเป็นแบบไหนครับ หรือแม้แต่ที่บ้านหากคุณใช้บ้านเป็นที่ทำงาน หวังว่าคำแนะนำบางอย่างข้างต้นนี้จะเป็นประโยชน์กับคุณ เริ่มแต่แต่วันนี้ เดี๋ยวนี้ อ่านบทความชิ้นนี้เสร็จแล้วลุกไปยืดเส้นยืดสายเลยครับ

#บ้านฮักสุขภาพ

 #ปวดต้นคอ (Neck Pain) ♻️เป็นอาการปวดกล้ามเนื้อคอที่หลายคนเป็นได้บ่อย ๆ โดยส่วนใหญ่แล้วไม่ได้เกี่ยวข้องหรือมีสาเหตุที่ร้...
13/09/2018

#ปวดต้นคอ (Neck Pain)

♻️เป็นอาการปวดกล้ามเนื้อคอที่หลายคนเป็นได้บ่อย ๆ โดยส่วนใหญ่แล้วไม่ได้เกี่ยวข้องหรือมีสาเหตุที่ร้ายแรง และสามารถทุเลาลงภายในไม่กี่วัน แต่อาการปวดต้นคอที่เกิดขึ้นในผู้ป่วยบางรายอาจเกิดจากสาเหตุร้ายแรง อย่างการได้รับบาดเจ็บหรือป่วยเป็นโรคที่ต้องรับการรักษาจากแพทย์ หากเกิดอาการปวดต้นคออยู่เรื่อย ๆ ติดต่อกันนานมากกว่าหนึ่งสัปดาห์ หรือเกิดอาการชา มือและแขนอ่อนแรง หรือเจ็บแปลบที่ไหล่หรือแขน ควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยสาเหตุและรับการรักษา
:
➡️อาการปวดต้นคอ
:
ผู้ที่เกิดอาการปวดต้นคอนั้น มักปรากฏลักษณะของอาการดังต่อไปนี้
:
✅รู้สึกปวดมากขึ้นเมื่อต้องหันคอไปด้านใดด้านหนึ่งเป็นเวลานาน เช่น ขับรถหรือนั่งทำงานท่าเดิมนาน ๆ
✅กล้ามเนื้อตึงหรือกระตุก
✅หันศีรษะหรือคอไม่ค่อยได้
:
นอกจากนี้ ผู้ป่วยอาจเกิดอาการอื่นร่วมด้วย ได้แก่
:
✅ชา
✅เสียวแปลบ
✅กลืนอาหารลำบาก
✅ได้ยินเสียงคล้ายหวดไม้อยู่ในหัว
✅ปวดศีรษะและวิงเวียนศีรษะ
✅ต่อมน้ำเหลืองบวม
:
ทั้งนี้ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดหัว เจ็บใบหน้า ปวดไหล่ แขนชาและรู้เสียวแปลบ ซึ่งอาการเหล่านี้มักเป็นอาการที่เกิดจากเส้นประสาทคอถูกกดทับ และบางรายก็อาจเกิดอาการปวดหลังช่วงบนหรือหลังช่วงล่างด้วย ซึ่งเป็นผลมาจากกระดูกสันหลังอักเสบด้วยโรคข้อสันหลังอักเสบยึดติด (Ankylosing Spondylitis)

#บ้านฮักสุขภาพ

 #ช่วงฝนตกหนัก ระวังบาดเจ็บจากอุบัติเหตุไม่คาดคิด❤️❤️นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในช่วงที่...
12/09/2018

#ช่วงฝนตกหนัก ระวังบาดเจ็บจากอุบัติเหตุไม่คาดคิด

❤️❤️นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในช่วงที่หลายพื้นที่ของประเทศไทยมีภาวะฝนตกหนัก ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยควรเตรียมพร้อมอยู่เสมอ ติดตามฟังประกาศเตือนภัยและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด และควรระมัดระวังในเรื่องสุขภาพ ปัญหาการเจ็บป่วยและการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด เมื่อฝนตกควรหลีกเลี่ยงไม่เดินตากฝน หากเปียกฝนเมื่อกลับถึงบ้านต้องรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที เพราะเสื้อผ้าที่เปียกชื้นอาจจะทำให้ติดเชื้อราและเกิดโรคผิวหนัง และเป็นสาเหตุที่ทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย เช่นโรคทางเดินหายใจ โรคไข้หวัด ปอดบวม
:
นอกจากนี้ยังต้องระวังโรคต่างๆที่จะมีการเจ็บป่วยมากขึ้นเช่น ไข้เลือดออก โรคทางเดินอาหาร โรคฉี่หนู โรคตาแดง ฯลฯ รวมไปถึงระวังเรื่องสัตว์มีพิษเช่น งู ตะขาบ แมงป่อง ที่หนีน้ำมาหลบซ่อนอาศัยอยู่ตามซอกหลืบต่างๆ ของบ้าน เช่น รองเท้า ตู้เก็บของ เป็นต้น
:
อย่างไรก็ตามหากมีฝนตกหนักๆ พร้อมๆ กับการเกิดพายุลมแรง ขณะพักอาศัยอยู่ในบ้านอาจมีลมพัดเข้ามาทำให้สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ตกหล่นลงมากระแทกศีรษะหรือร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ ควรเก็บสิ่งของที่มีน้ำหนักเบาที่สามารถปลิวตามลมไว้ในที่มิดชิด และควรตรวจสอบความแข็งแรงมั่นคงของบ้านเรือนให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันแรงลมหอบพัดบ้านเรือนพังเสียหาย ขณะฝนตกฟ้าคะนองควรเตรียมอุปกรณ์จำเป็น เช่น เทียนไข ไม้ขีดไฟ ตะเกียง ไฟฉาย วิทยุพกพายามฉุกเฉิน และพกยารักษาโรคประจำตัวติดตัวไว้ตลอดเวลา งดเว้นการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดเพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร งดใช้โทรศัพท์มือถือชั่วคราวเพราะอาจเกิดฟ้าผ่าได้รับอันตรายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ หลังพายุสงบหากพบต้นไม้ในบริเวณบ้านโค่นล้ม ให้รีบตัดทิ้งทันที หรือหากพบเห็นเสาไฟฟ้าล้มหรือมีสายขาด ควรแจ้งเจ้าหน้าที่มาดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว
:
👉ด้านนายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รองอธิบดีกรมควบคุมโรคแนะนำเพิ่มเติมว่า ขณะฝนตกฟ้าคะนอง ควรหลีกเลี่ยงการเดินทาง เพราะถนนจะลื่นกว่าปกติอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุจนได้รับบาดเจ็บ ถ้าหากมีความจำเป็นต้องเดินทางควรตรวจเช็ค เบรก ที่ปัดน้ำฝน และเครื่องยนต์ เพราะหากรถดับหรือเสียขณะเดินทาง นอกจากจะไม่ปลอดภัยแล้วจะทำให้เสียเวลากับการเดินทางด้วย ทั้งนี้อาจหันมาใช้การติดต่อทางโทรศัพท์ อีเมล์ หรือหันมาใช้บริการขนส่งสาธารณะแทน และควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ไม่ควรหลบใต้ต้นไม้ใหญ่ เสาไฟ ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ เพราะฟ้าอาจจะผ่าลงมาและอาจได้รับอันตรายหรือบาดเจ็บจากกิ่งไม้ เสาไฟ หรือถูกป้ายล้มใส่ เมื่อต้องอยู่กลางแจ้ง ขณะเกิดฝนฟ้าคะนอง ต้องไม่ใส่เครื่องประดับโลหะ รวมทั้งถือวัตถุที่เป็นโลหะ เช่น ทองคำ ทองแดง เงิน เนื่องจากโลหะสามารถนำไฟฟ้าได้
Cr.สสส.

#บ้านฮักสุขภาพ

 #ทำอย่างไรไม่ให้มีการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย📢📢การออกกำลังกาย ส่งผลดีต่อสุขภาพ ซึ่งข้อมูลนี้เราต่างก็รู้กันดีอยู่แล้ว แ...
12/09/2018

#ทำอย่างไรไม่ให้มีการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย

📢📢การออกกำลังกาย ส่งผลดีต่อสุขภาพ ซึ่งข้อมูลนี้เราต่างก็รู้กันดีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่สำคัญคือการเตรียมตัวในการออกกำลังกาย ทั้งก่อน ระหว่างและหลัง เพื่อไม่ให้เกิดการบาดเจ็บ
:
1.การอบอุ่นร่างกาย หรือ การ Warm up ก่อนเริ่มออกกำลังกาย มีข้อดี คือ เพิ่มการไหลเวียนเลือด เพิ่มความยืดหยุ่น และเพิ่มความผ่อนคลาย ดังนั้น คุณควรใช้เวลาอย่างน้อย 15 นาที ในการอบอุ่นร่างกายเพื่อให้มีเหงื่อออกแต่ไม่ถึงกับเหนื่อย
:
2.การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ควรทำทั้งก่อนและหลังออกกำลังกาย โดยยืดกล้ามเนื้ออย่างช้าๆ ไปถึงจุดที่ตึงที่สุด และค้างไว้อย่างน้อย 30 นาที ไม่ควรขยับ เข้าๆ ออกๆ ขณะยืด (ค้างตำแหน่งเดิม)
:
3.เรียนรู้เทคนิค และทักษะที่ถูกต้อง เมื่อเริ่มออกกำลังกาย
:
4.การใช้อุปกรณ์อย่างถูกต้อง คุณควรใช้รองเท้าที่เข้ากับรูปเท้าของคุณ โดยอาจขอคำปรึกษาจากร้านขายอุปกรณ์กีฬาได้
:
5.รู้ขีดจำกัดของตนเอง ถ้าหากไม่ได้ออกกำลังกายมาเป็นเวลานานๆ ควรเริ่มอย่างช้าๆ และค่อยเพิ่มระดับความแรงขึ้น
:
6.การทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย หรือ การ Cool down หลังจากออกกำลังกายเสร็จควร Cool down อย่างน้อย 15 นาที โดยทำกิจกรรมเบาๆ เช่น เดิน หรือยืดกล้ามเนื้อที่ใช้งาน เป็นต้น
:
7.ดื่มน้ำให้เพียงพอ ขณะที่คุณออกกำลังกาย จะสูญเสียน้ำอย่างมาก โดยเฉพาะการออกกำลังกายในที่ร้อน ดังนั้น คุณควรดื่มน้ำให้เพียงพอ แต่ไม่ควรดื่มน้ำปริมาณมากอย่างรวดเร็ว
:
8.การพักผ่อนให้เพียงพอ สำหรับท่านที่ชอบออกกำลังกายทุกๆวัน ควรหาวันที่จะพักผ่อนในแต่ละสัปดาห์ด้วย เพื่อช่วยให้ร่างกายได้ฟื้นตัว และควรออกกำลังกายให้ได้ครบทุกส่วนของร่ายกาย
:
#บ้านฮักสุขภาพ

 #ไหล่ติด (Frozen Shoulder/Adhesive Capsulitis) เป็นภาวะของข้อต่อบริเวณไหล่ติดขัด มีอาการเจ็บหรือปวดขณะเคลื่อนไหว ขยับเข...
12/09/2018

#ไหล่ติด (Frozen Shoulder/Adhesive Capsulitis)

เป็นภาวะของข้อต่อบริเวณไหล่ติดขัด มีอาการเจ็บหรือปวดขณะเคลื่อนไหว ขยับเขยื้อนหัวไหล่ได้ลำบาก โดยพบได้ประมาณ 2-3% ในช่วงอายุ 40-60 ปี และเกิดกับผู้หญิงได้มากกว่าผู้ชาย

♻️อาการไหล่ติด

👉ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บหรือปวดในลักษณะตื้อ ๆ ปวดตุบ ๆ บริเวณด้านนอกของหัวไหล่และต้นแขนในบางราย โดยจะปวดมากในช่วงแรกและเมื่อมีการขยับแขน มีอาการข้อติด ทำให้เคลื่อนไหวหัวไหล่ได้ลำบากทั้งการขยับด้วยตนเองหรือมีคนช่วย

ปรึกษา สอบถามโทร 081 803 4965 หรือ
คลิ๊กhttps://line.me/R/ti/p/%40healthyhouse88

#บ้านฮักสุขภาพ

 #เมื่อโรคกระดูกคอถามหา ✴️โรคกระดูกคอเป็นอีกหนึ่งโรคฮิตในปัจจุบัน เกิดขึ้นได้ทั้งในผู้สูงอายุและในวัยหนุ่มสาว แม้กระทั่ง...
12/09/2018

#เมื่อโรคกระดูกคอถามหา

✴️โรคกระดูกคอเป็นอีกหนึ่งโรคฮิตในปัจจุบัน เกิดขึ้นได้ทั้งในผู้สูงอายุและในวัยหนุ่มสาว แม้กระทั่งในเด็กนักเรียน นักศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่มนุษย์ก้มหน้า ผู้ที่ต้องทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือมีอริยาบถ อยู่ในท่าเดียวนานๆ

♻️อาการที่สังเกตุได้

✅ปวดต้นคอ ไหล่ สะบัก
✅ปวดศรีษะ เวียนหัว
✅หนักบริเวณท้ายทอย
✅ตาพร่ามัว
✅มือชา แขนชา

➡️สาเหตุที่พบได้บ่อย

🔸ภาวะกระดูกคอเสื่อมพบได้บ่อยในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป
🔸อิริยาบทหรือท่าที่ผิดสุขลักษณะ เช่น การหนุนหมอนที่สูงเกินไป การทำงานในท่าเดียวนานๆ เขียนหนังสือ นั่งอ่านเอกสาร นั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ นั่งดูทีวี เป็นต้น
🔸คอเคล็ดหรือยอก เกิดจากคอมีการเคลื่อนไหวเร็วเกินไปหรือรุนแรงเกินไป
🔸บาดเจ็บจากอุบัติเหตุหรือการเล่นกีฬา
🔸ข้ออักเสบ ซึ่งอาจทำให้กระดูกคออักเสบไปด้วย
🔸ความเครียดทางจิตใจ ทำให้กล้ามเนื้อคอตึงเกร็งเป็นประจำจนส่งผลกระทบต่อกระดูกคอ
🔸ขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

#บ้านฮักสุขภาพ

 # เ ห ตุ ผ ล 8  ป ร ะ ก า ร  ที่ คุ ณ ค ว ร จ ะ เ ดิ น ใ ห้ม า ก ขึ้ นการเดินมีข้อดีกับคุณมากมาย ทั้งต่อร่างกายและจิตใจ...
12/09/2018

# เ ห ตุ ผ ล 8 ป ร ะ ก า ร ที่ คุ ณ ค ว ร จ ะ เ ดิ น
ใ ห้ม า ก ขึ้ น

การเดินมีข้อดีกับคุณมากมาย ทั้งต่อร่างกายและจิตใจ มันเป็นเหมือนกับ “ยาวิเศษ” ที่ใช้แก้ได้สารพัดโรค อีกทั้งยังถูกเสียจนใครๆ ก็หามาใช้ได้ หากถ้าคุณยังเดินน้อย วันนี้ก็ขอยกเอาเหตุผลสัก 8 ประการว่าทำไมคุณควรจะลุกออกไปเดินให้มากขึ้น

ข้อ 1 การเดินทำให้คุณมีความสุขมากขึ้น

การออกไปเดินในที่กลางแจ้งทำให้อารมณ์ของคุณดีขึ้นอย่างรวดเร็ว นักวิจัยที่มหาวิทยาลัยดุ๊กในสหรัฐอเมริกาพบว่า แค่การเดินเร็วๆ หรือวิ่งเล่นๆ เหยาะๆ ไม่ต้องวิ่งอย่างจริงจัง ครั้งละสามสิบนาที สัปดาห์ละสามครั้ง ก็มีประสิทธิผลในการผ่อนคลายอาการหดหู่ เหี่ยวห่อ ท้อถอย ได้ดีพอๆกับการใช้ยาอย่างที่แพทย์ทั่วไปจะจ่ายให้ทีเดียว

ข้อ 2 การเดินลดความเครียด

คนที่เดินไปไหนมาไหนจะเครียดน้อยกว่าคนที่เดินน้อย เนื่องจากการเคลื่อนไหวร่างกายจะขับฮอร์โมนคอร์ติโซนไปทั่วร่างกาย ช่วยหยุดยั้งความกังวลกลุ้มอกกลุ้มใจ การศึกษาคน 18,000 คนที่เดินทางไปทำงานเป็นประจำเป็นระยะทางครั้งละไม่น้อยในอังกฤษพบว่า คนที่เดินหรือขี่จักรยานไปทำงานมีระดับความเครียดต่ำกว่าคนที่ขับรถไปทำงาน

ข้อ 3 การเดินทำให้สมองปลอดโปร่ง

หากรู้สึกว่าสมองล้า ขุ่นมัว หรือหมดเรี่ยวหมดแรงคิด พยายามคิดอะไรก็ทำไม่ได้ชัดเจน ออกไปเดินเลย โดยเฉพาะการเดินในชนบท หรือในสวนในพื้นที่สีเขียวทั้งหลาย สมองของคุณจะแจ่มใสขึ้น ได้พักผ่อนคลาย การเดินตามถนนในเมืองจะไม่ค่อยได้ผลดีเท่าใดนักเพราะสมองของคุณยังต้องตื่นตัวระแวดระวังสิ่งต่างๆ อยู่ตลอดเวลา การได้ไปเดินในพื้นที่สีเขียวให้โอกาสสมองคุณได้มองย้อนกลับไปและผ่อนคลาย

ข้อ 4 การเดินกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์

เมื่อคุณได้ขจัดความขุ่นมัวไม่แจ่มใสที่อยู่ในสมองออกไป ความคิดจิตใจของคุณก็จะอ้าแขนเปิดรับความคิดสร้างสรรค์ให้หลั่งไหลเข้ามา การเดิน โดยเฉพาะการเดินในพื้นที่สีเขียว จะให้ผลดังกล่าว การศึกษาที่เพิ่งทำเมื่อเร็วๆนี้และผลลัพธ์ตีพิมพ์ในวารสาร Frontiers in Neuroscience (แนวหน้าในวงการประสาทวิทยา) พบว่า การเดินช่วยปรับปรุงความคิดทั้งในแบบที่เข้ามาบรรจบกันและแบบที่แตกต่างออกไป การคิดทั้งสองแบบนี้เกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กับความคิดสร้างสรรค์ที่เพิ่มขึ้น

ข้อ 5 การเดินทำให้กระดูกแข็งแกร่งขึ้น

จงเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กระดูกของคุณซะตั้งแต่เดี๋ยวนี้ด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อหลีกเลี่ยงกระดูกแตกหัก โรคกระดูกพรุน และกระดูกสันหลังหดตัว ในอนาคต เราสร้างความหนาแน่นของกระดูกได้ด้วยการออกกำลังกาย รวมทั้งการเดิน การศึกษาของมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดในอังกฤษพบว่า คนที่เดินเป็นประจำมีกระดูกที่มีสุขภาพดีกว่า แข็งแกร่งกว่า คนที่เดินน้อย

ข้อ 6 การเดินช่วยปรับปรุงการมีสมาธิ

การศึกษาของมหาวิทยาลัยอีสท์แองเกลียในอังกฤษพบว่า คนที่เดินหรือขี่จักรยานไปทำงานมีสมาธิดีกว่าเมื่อไปถึงจุดหมายเพื่อทำงาน ผลลัพธ์เช่นนี้ยังพบได้ในเด็กที่เดินไปโรงเรียน การสำรวจของกระทรวงคมนาคมขนส่งอังกฤษพบว่า ครูเก้าในสิบคนบอกว่านักเรียนของพวกเขาพร้อมที่จะเรียนรู้มากกว่าหากได้เดินไปโรงเรียน

ข้อ 7 การเดินเป็นของได้เปล่า

ลืมค่าสมาชิกแสนแพงของยิมหรือสถานออกกำลังกายทั้งหลายและค่าน้ำมันในการขับรถไปที่นั่นได้เลย คุณไม่เสียค่าใช้จ่ายใดเลยในการเดิน แถมยังได้ออกกำลังกายด้วย ในขณะเดียวกัน การมีนิสัยพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพอื่นๆ ก็ช่วยคุณประหยัดเงินได้ด้วย นิตยสาร Harvard Business Review ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในสหรัฐอเมริกา ประเมินว่าทุกหนึ่งดอลลาร์ที่คุณลงทุนใช้ไปกับการดูแลสุขภาพป้องกันการเจ็บป่วย รวมทั้งเวลาที่ใช้ในการเดิน คุณจะประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาอาการเจ็บป่วยล่วงหน้าไปได้ถึง 2.71 ดอลลาร์ ยิ่งกว่านั้นหากคุณใช้วิธีเดิน การลงทุนของคุณในเรื่องนี้ก็แทบจะเป็นศูนย์

ข้อ 8 การเดินสร้างความสัมพันธ์ที่ดี

ทิ้งเครื่องมือสื่อสารส่วนตัวของคุณไว้ซะ แล้วออกไปข้างนอก ไปอยู่กลางแจ้ง กับเพื่อน กับครอบครัว และใช้โอกาสนั้นพัฒนาความสัมพันธ์ การเดินช่วยให้คุณมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านและชุมชนที่อยู่รอบข้างโดยทั่วไป สร้างความรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนนั้น และช่วยให้คุณเข้าใจสภาพทางกายภาพและภูมิศาสตร์ของชุมชนได้ดีกว่าการขับรถเป็นไหนๆ

#บ้านฮักสุขภาพ

 #โรคกระดูกและข้อ คือ ภาวะผิดปกติต่างๆที่ส่งผลให้การทำงานของกระดูกผิด ปกติไป ส่งผลให้กระดูก เปราะ บาง อ่อนแอ ไม่แข็งแรง ...
12/09/2018

#โรคกระดูกและข้อ

คือ ภาวะผิดปกติต่างๆที่ส่งผลให้การทำงานของกระดูกผิด ปกติไป ส่งผลให้กระดูก เปราะ บาง อ่อนแอ ไม่แข็งแรง ผิดรูป และ/หรือหักในที่สุด
:
➡️กระดูก (Bone) จัดเป็นเนื้อเยื่อในกลุ่มเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่แข็งแรงที่สุดในร่างกาย มีทั้ง หมด 206 ชิ้น กระจายอยู่ในทุกส่วน ตั้งแต่ศีรษะ/กะโหลกจนถึงนิ้วเท้า โดยมีหน้าที่
:
🔸ให้การเจริญเติบโตของร่างกาย (ความสูง)
🔸ช่วยการเคลื่อนไหวร่างกาย โดยเป็นที่ยึดเกาะของกล้ามเนื้อ ของเอ็นกระดูก ของเอ็นกล้าม เนื้อ และเป็นส่วนประกอบของข้อ
🔸คงรูปร่างๆของร่างกาย
🔸ปกป้องอวัยวะภายในต่างๆ เช่น สมอง ปอด และหัวใจ
🔸เป็นแหล่งเก็บสะสมเกลือแร่สำคัญ เช่น แคลเซียม และฟอสฟอรัส (Phosphorus)
🔸ช่วยรักษาสมดุลของเกลือแร่ และภาวะความเป็นกรด-ด่างในร่างกายผ่านทางเกลือแร่ต่างๆที่สะสมอยู่ในกระดูก โดยเฉพาะแคลเซียมและฟอสฟอรัส
🔸ช่วยกำจัดสารพิษออกจากเลือด เช่น โลหะหนักต่างๆ (เช่น ตะกั่ว) โดยนำมาสะสมอยู่ในกระ ดูกแทน
🔸และนอกจากนี้ ในโพรงส่วนกลางของกระดูกทุกชิ้น มีเนื้อเยื่อ เรียกว่า ไขกระดูก (Bone mar row) ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อสร้างเม็ดเลือดต่างๆ
:
#บ้านฮักสุขภาพ

 # 8  เ ท ค นิ ค ดู แ ล เ ท้ า ช่ ว ง ห น้ า ฝ น♻️ช่วงที่ฝนตกเป็นประจำจนรองเท้าแห้งไม่ทันแบบนี้ ส่งผลให้รองเท้าอับชื้น แ...
12/09/2018

# 8 เ ท ค นิ ค ดู แ ล เ ท้ า ช่ ว ง ห น้ า ฝ น

♻️ช่วงที่ฝนตกเป็นประจำจนรองเท้าแห้งไม่ทันแบบนี้ ส่งผลให้รองเท้าอับชื้น และอาจเกิดผลเสียตามมา และนี่คือ 8 เทคนิคดูแลเท้าในช่วงหน้าฝน
❤️❤️
1.ตัดเล็บเท้าให้สั้น
2.ทำความสะอาดซอกเล็บทุกวัน กันแบคทีเรีย
3.อย่าสวมรองเท้าคู่เดิมติดกัน 2 วัน ป้องกันอับชื้น
4.เปลี่ยนถุงเท้าคู่ใหม่ทุกวัน
5.สวมรองเท้าแบบเปิด เช่น รองเท้าแตะ เพื่อพักให้เท้าสัมผัสอากาศ
6.ไม่ใส่รองเท้าที่คับเกินไป
7.เลือกรองเท้าที่ระบายอากาศได้ดี
8.ถ้าย่ำน้ำขังให้ล้างเท้าทันที นำรองเท้าเปียกไปทำความสะอาด ตากแดดจัด ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
:
👉นอกจากนี้อย่าลืมรักษาสุขภาพให้แข็งแรง และอย่าลืมพกร่มทุกครั้งที่ออกไปข้างนอกในช่วงหน้าฝนกันด้วยนะครับ

#บ้านฮักสุขภาพ

ที่อยู่

242 ถ. สุุุวินทวงศ์ แสนแสบ มีนบุรี
Bangkok
ๅจถๅจ

เบอร์โทรศัพท์

+66818034965

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ดีบูน D boon สมุนไพรสกัด ดูแลกระดูกและข้อผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง ดีบูน D boon สมุนไพรสกัด ดูแลกระดูกและข้อ:

แชร์