Next Generation Genomic Co., Ltd.

Next Generation Genomic Co., Ltd. NGG Thailand เป็นบริษัทให้บริการ Laboratories ชั้นนำของ ASEAN ครอบคลุมด้าน IVF และ Fertility Center

NGG Thailand (Next Generation Genomics Co., Ltd.)
เป็น PGS Lab แห่งแรกที่ได้มาตรฐาน ISO15189:2012
ให้บริการด้าน Laboratories ชั้นนำของ ASEAN ทีมงานประกอบด้วย นักวิทยาศาสตร์เลี้ยงตัวอ่อน (Embryologist) นักวิทยาศาสตร์ Molecular นักวิทยาศาสตร์พันธุกรรมและนักเทคนิคการแพทย์ ที่มีความรู้ความสามารถและความชำนาญในด้านต่างๆ ที่จะช่วยสนับสนุนงานทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์

NGG ให้บริการครอบคลุม Lab ทุกประเภทของ IVF และ Fertility Center ได้แก่

• Genetic Laboratory
• Embryo Laboratory
• Andrology Laboratory
• Cryopreserve Laboratory
• Hormone (Routine) Laboratory

01/02/2026

ในช่วงเวลาที่คุณแม่กำลังรอคอยสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต การดูแลทุกขั้นตอนอย่างพิถีพิถันคือสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อต้องเกี่ยวข้องกับข้อมูลสุขภาพของลูกน้อยในครรภ์ ทุกการตรวจ ทุกผลลัพธ์ ล้วนต้องมาจากแหล่งที่คุณแม่ไว้วางใจได้อย่างแท้จริง เพราะทุกๆ ความถูกต้อง หมายถึงความอุ่นใจที่ยิ่งใหญ่สำหรับทั้งครอบครัวค่ะ

มาตรฐาน GenQA คืออะไร?

GenQA (Genomic Quality Assessment) คือ หน่วยงานระดับนานาชาติจากสหราชอาณาจักร (UK) ที่ทำหน้าที่ “ประเมินคุณภาพห้องปฏิบัติการทางพันธุศาสตร์” เพื่อให้มั่นใจว่า ผลการตรวจทางพันธุศาสตร์ที่รายงานออกไปนั้น มีความถูกต้อง แม่นยำ และเชื่อถือได้ตามมาตรฐานสากล

การได้รับการรับรองจาก GenQA หมายถึง ห้องปฏิบัติการผ่านการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญภายนอก ทั้งในด้าน

• ความถูกต้องของกระบวนการตรวจ (Analytical Accuracy)
• การควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอน (Quality Control)
• การรายงานผลอย่างมีมาตรฐาน (Clinical Reporting Standards)

ความสำคัญของมาตรฐาน GenQA

สำหรับการตรวจ Pre-implantation genetic testing (PGT) หรือการตรวจพันธุศาสตร์ในตัวอ่อนก่อนการฝังตัว มาตรฐาน GenQA มีบทบาทสำคัญอย่างมาก เพราะช่วยให้คุณแม่มั่นใจได้ว่า

• ผลตรวจที่ได้รับผ่านกระบวนการที่ตรวจสอบแล้วโดยองค์กรที่เป็นกลาง
• มีการเปรียบเทียบคุณภาพกับห้องปฏิบัติการระดับโลกอย่างต่อเนื่อง
• ข้อมูลทางพันธุกรรมของคุณแม่และลูกน้อยได้รับการจัดการอย่างปลอดภัย

NGG Thailand กับมาตรฐาน GenQA

ที่ NGG Thailand เราภาคภูมิใจที่ห้องปฏิบัติการของเราได้รับการรับรองจาก GenQA ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรฐานคุณภาพระดับโลกในด้าน Genomic Diagnostics นอกจากนี้ เรายังได้รับการรับรองมาตรฐานอื่น ๆ เพิ่มเติม ได้แก่ ISO 15189 และ ISO 15190 และการเข้าร่วมประเมินคุณภาพจาก CAP (College of American Pathologists)

มาตรฐานทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของเราในการมอบบริการตรวจ ที่มีความถูกต้อง ปลอดภัย และมีคุณภาพสูงสุด เพื่อให้คุณแม่มั่นใจในทุกขั้นตอนของการดูแลครรภ์
มาตรฐาน GenQA คือการรับรองคุณภาพระดับสากลที่ยืนยันว่า ผลการตรวจทางพันธุศาสตร์ของ NGG Thailand มีความน่าเชื่อถือเทียบเท่าห้องปฏิบัติการในยุโรปและทั่วโลก เพราะเราเชื่อว่า “ความถูกต้องของผลตรวจ” คือหัวใจสำคัญในการช่วยให้คุณแม่ตัดสินใจอย่างมั่นใจในทุกย่างก้าวของการตั้งครรภ์ค่ะ

การเลือกห้องปฏิบัติการที่มีมาตรฐานระดับนานาชาติ ไม่เพียงช่วยให้ผลการตรวจมีความถูกต้องและเชื่อถือได้เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความใส่ใจในคุณภาพและความปลอดภัยในทุกขั้นตอนของการดูแลคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์

NGG Thailand คือหนึ่งในห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองจากองค์กรระดับโลก เราพร้อมดูแลคุณแม่ด้วยเทคโนโลยีที่แม่นยำและมาตรฐานที่คุณแม่ทั่วโลกไว้วางใจค่ะ

ดูต่อที่: https://nggthailand.com/article/673/

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
LINE ID:
โทร: 061-391-8999
Website: https://www.nggthailand.com

#ตรวจดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ #ตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรม #คัดกรองดาวน์ซินโดรม #ดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดตรวจดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดคัดกรองดาวน์ #ตรวจเลือดดาวน์ซินโดรม #ตรวจเลือดคัดกรองดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ซินโดรมที่ไหนดี #ตรวจคัดกรองทารกในครรภ์ #ตรวจโครโมโซมย้ายตัวอ่อน

30/01/2026

ในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว “การตรวจพันธุกรรมตัวอ่อนก่อนการฝังตัว” หรือที่เรียกว่า PGT (Pre-implantation Genetic Testing) เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มั่นใจได้มากขึ้นว่า ตัวอ่อนที่ถูกคัดเลือกสมบูรณ์ เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ และลดโอกาสเกิดความผิดปกติทางพันธุกรรมในทารกค่ะ

ที่ NGG Thailand เรามีบริการตรวจพันธุกรรมตัวอ่อนครบทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ PGTSeq-A, PGTSeq-M และ PGTseq-SR ซึ่งแต่ละแบบจะมีจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน ดังนี้ค่ะ

PGTSeq-A (Preimplantation Genetic Testing for Aneuploidy)

เป็นการตรวจคัดกรองความผิดปกติของจำนวนโครโมโซมทั้ง 23 คู่ เพื่อดูว่าตัวอ่อนมีจำนวนโครโมโซมครบ 46 แท่งตามปกติหรือไม่ เพื่อให้คุณหมอสามารถคัดเลือกตัวอ่อนที่สมบูรณ์ที่สุดสำหรับการย้ายเข้าสู่มดลูกค่ะ หากตัวอ่อนมีจำนวนโครโมโซมผิดปกติจะมีโอกาสต่ำที่จะฝังตัว ตั้งครรภ์ล้มเหลว หรือคลอดบุตรที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรม เช่น ดาวน์ซินโดรม (Trisomy 21) เอ็ดเวิร์ดซินโดรม (Trisomy 18) หรือ พาทัวซินโดรม (Trisomy 13)

เหมาะสำหรับ
• คุณแม่อายุมากกว่า 35 ปี
• คู่สมรสที่มีประวัติแท้งซ้ำ
• คู่สมรสที่ทำ IVF หลายรอบ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
• ผู้ที่ต้องการเพิ่มโอกาสสำเร็จของการตั้งครรภ์

PGTSeq-M (Preimplantation Genetic Testing for Monogenic Disorders)

เป็นการตรวจหาความผิดปกติของโรค “ยีนเดี่ยว” (Single Gene Disorders) เฉพาะเจาะจงสำหรับโรคที่เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีนเดียวที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับคู่สมรสที่มีประวัติหรือเป็นพาหะของโรคทางพันธุกรรมชนิดที่เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีน เช่น ธาลัสซีเมีย (Thalassemia) โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (SMA) หรือโรคทางเมตาบอลิซึมบางชนิด

เทคโนโลยี PGTSeq-M จะใช้ข้อมูล DNA ของคุณพ่อ คุณแม่ และตัวอ่อน เพื่อวิเคราะห์อย่างละเอียดว่าตัวอ่อนใดไม่มียีนผิดปกติ และเหมาะสำหรับการย้ายเข้าสู่มดลูกค่ะ

เหมาะสำหรับ
• คู่สมรสที่เป็นโรค หรือเป็นพาหะของโรคทางพันธุกรรม
• คู่สมรสที่เคยมีบุตรที่เป็นโรคทางพันธุกรรม

PGTseq-SR (Preimplantation Genetic Testing for Structural Rearrangement Testing)

เป็นการตรวจความผิดปกติโครงสร้างโครโมโซม เหมาะสำหรับคู่สมรสที่มีความผิดปกติทางโครงสร้างโครโมโซม เช่น การสลับตำแหน่ง (Translocation) หรือ การกลับทิศ (Inversion) การแทรกของชิ้นส่วนโครโมโซม (Insertion) การขาดหายไป (Deletion) หรือเกินบางส่วน (Duplication) ของโครโมโซม
คุณพ่อคุณแม่ที่มีโครงสร้างโครโมโซมที่ผิดปกติแต่โดยรวมแล้วมีสารพันธุกรรมครบถ้วน (Balanced Translocation) อาจไม่มีอาการใด ๆ แต่สามารถส่งผลให้ตัวอ่อนมีความผิดปกติอย่างรุนแรง (Unbalanced Translocation) ทำให้แท้ง ตั้งครรภ์ไม่สำเร็จ หรือทำให้ทารกมีความพิการแต่กำเนิด

PGTseq-SR จะช่วยตรวจและคัดเลือกตัวอ่อนที่มีโครงสร้างโครโมโซมสมบูรณ์ เพื่อเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนค่ะ

เหมาะสำหรับ
• คู่สมรสที่มีประวัติแท้งซ้ำโดยไม่ทราบสาเหตุ
• คู่สมรสที่ทราบว่ามีโครงสร้างโครโมโซมผิดปกติจากการตรวจ Karyotype มาแล้ว

ทุกการตรวจ PGTSeq ของ NGG Thailand วิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยี Targeted Next Generation Sequencing (NGS) plus SNPs ที่มีความละเอียดสูงและแม่นยำระดับสากล โดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุศาสตร์และตัวอ่อน (Embryologist และ Geneticist) ที่มากประสบการณ์ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่มั่นใจได้ว่า ทุกตัวอ่อนที่ได้รับการคัดเลือกนั้นปลอดภัยและพร้อมที่สุดสำหรับการเริ่มต้นชีวิตค่ะ

ดูต่อที่: https://nggthailand.com/article/672/

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
LINE ID:
โทร: 061-391-8999
Website: https://www.nggthailand.com

#ตรวจดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ #ตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรม #คัดกรองดาวน์ซินโดรม #ดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดตรวจดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดคัดกรองดาวน์ #ตรวจเลือดดาวน์ซินโดรม #ตรวจเลือดคัดกรองดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ซินโดรมที่ไหนดี #ตรวจคัดกรองทารกในครรภ์ #ตรวจโครโมโซมย้ายตัวอ่อน

PGTSeq-A🧬🧬🧬บริษัท Next Generation Genomic (NGG Thailand) ร่วมกับ Juno Genetics, USA จัดสัมมนาในหัวข้อ "Update PGTSeq tec...
29/01/2026

PGTSeq-A🧬🧬🧬

บริษัท Next Generation Genomic (NGG Thailand) ร่วมกับ Juno Genetics, USA จัดสัมมนาในหัวข้อ "Update PGTSeq technology”
เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุมตึกเกษรอัมรินทร์

โดยเป็นการอัปเดตข้อมูลวิชาการของเทคโนโลยีการตรวจโครโมโซมในตัวอ่อนก่อนการฝังตัว ที่เรียกว่า PGTSeq ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการทางการแพทย์ระดับโลก เพื่อนำข้อมูลที่ได้นี้ มาประยุกต์ใช้ในการดูแล และให้คำปรึกษาแก่ผู้รับบริการรักษาผู้มีบุตรยาก

โดยได้รับเกียรติจาก Dr. Chaim Jalas, Chief Executive Officer & Director of Technology Development, Juno Genetics US ร่วมกับ Emily L. Mounts, Global Director of Medical Affairs, Juno Genetics เป็นวิทยากรในอบรมให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่เทคนิคการแพทย์ และ นักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน จากคลินิกรักษาผู้มีบุตรยากทั่วประเทศไทย

#ตรวจพันธุกรรม

28/01/2026

การตรวจ PGTSeq-A เป็นการตรวจคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อนก่อนการฝังตัว ซึ่งความคุ้มค่าหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยเฉพาะบุคคล และความเสี่ยงของคู่สมรสเป็นหลักค่ะ PGTSeq-A ที่เป็นเทคโนโลยีที่มีความละเอียดสูงขึ้น เป็นการลงทุนที่มีศักยภาพในการเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ที่ประสบความสำเร็จและลดความเสี่ยงบางอย่าง ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถพิจารณาความคุ้มค่าดังนี้

ประโยชน์หลักของการตรวจ PGTSeq-A

1. เพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์ ช่วยคัดเลือกตัวอ่อนที่มีโครโมโซมปกติ (Euploid) ซึ่งมีโอกาสฝังตัวและพัฒนาเป็นทารกได้มากขึ้น

2. ลดความเสี่ยงการแท้งบุตร ความผิดปกติของโครโมโซมเป็นสาเหตุหลักของการแท้งบุตรในช่วงต้น การเลือกตัวอ่อนที่ปกติจะช่วยลดความเสี่ยงนี้

3. ลดจำนวนรอบการทำ IVF/ICSI และค่าใช้จ่ายรวม การย้ายตัวอ่อนที่มีโครโมโซมปกติในครั้งแรก ๆ เพิ่มโอกาสสำเร็จต่อการย้ายตัวอ่อน (Live Birth Rate per transfer) และช่วยลดความจำเป็นในการทำรอบ IVF หรือการย้ายตัวอ่อนซ้ำหลายครั้ง ซึ่งอาจช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในระยะยาว

4. ลดความเสี่ยงโรคที่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม เช่น กลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม (Down Syndrome) เป็นต้น

ข้อพิจารณาด้านค่าใช้จ่ายและความคุ้มค่า

PGT-A มีค่าใช้จ่ายที่สูง ซึ่งโดยทั่วไปจะรวมค่าขั้นตอนการตัดชิ้นเนื้อตัวอ่อน (Biopsy) และค่าตรวจวิเคราะห์โครโมโซมต่อตัวอ่อน ราคาจะแตกต่างกันไปตามจำนวนตัวอ่อนที่ตรวจและเทคโนโลยีที่ใช้

กลุ่มที่มักพิจารณาว่าคุ้มค่าเป็นพิเศษ

• สตรีที่มีอายุมาก (Advanced Maternal Age): อายุ 35 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มที่ตัวอ่อนจะมีโครโมโซมผิดปกติสูงขึ้นอย่างชัดเจน การตรวจ PGT-A ช่วยเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ที่มีชีวิต (Live Birth Rate) ได้อย่างมีนัยสำคัญ

• ผู้ที่มีประวัติแท้งซ้ำ (Recurrent Miscarriage): หากการแท้งมีสาเหตุจากความผิดปกติของโครโมโซมตัวอ่อน

• ผู้ที่เคยทำ IVF ไม่สำเร็จมาหลายรอบ: โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเคยย้ายตัวอ่อนที่มีคุณภาพดีตามการประเมินทางรูปร่างภายนอกแล้วไม่สำเร็จ

• ผู้ที่ต้องการย้ายตัวอ่อนเพียงครั้งเดียว (Elective Single Embryo Transfer - eSET): การเลือกย้ายตัวอ่อนที่ผ่านการตรวจและยืนยันว่าโครโมโซมปกติจะเพิ่มโอกาสสำเร็จสูงสุดในการย้ายตัวอ่อนเพียงตัวเดียว

ข้อจำกัดและสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทราบ

• เป็นการตรวจคัดกรอง ไม่ใช่การตรวจวินิจฉัย ผลการตรวจ PGTSeq-A ไม่ได้เป็นตัวบอกว่าตัวอ่อนนั้นมีความผิดปกติหรือปกติได้ 100% เนื่องจากเป็นการตรวจจากเซลล์เพียงบางส่วนของตัวอ่อน

• ไม่สามารถตรวจพบความผิดปกติทางพันธุกรรมทั้งหมดได้ PGTSeq-A สามารถตรวจความผิดปกติของจำนวนโครโมโซมได้ แต่ไม่ได้ตรวจหาโรคทางพันธุกรรมจำเพาะเจาะจงที่เกิดจากยีน

• เพิ่มขั้นตอนและระยะเวลา ต้องมีการแช่แข็งตัวอ่อนเพื่อรอผลตรวจ อาจทำให้การย้ายตัวอ่อนต้องล่าช้าออกไป

สำหรับคู่สมรสที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น อายุมาก หรือประวัติความล้มเหลวในการรักษา PGT-A มีแนวโน้มที่จะเพิ่มความสำเร็จต่อการย้ายตัวอ่อน (Per Transfer) และ ลดค่าใช้จ่ายจากการทำรอบซ้ำ ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

ที่ NGG Thailand เราให้บริการตรวจ PGTSeq-A โดยใช้เทคนิค tNGS ร่วมกับ SNP เพื่อคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อนอย่างละเอียด ช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ที่ประสบความสำเร็จและลดความเสี่ยงจากความผิดปกติของโครโมโซมค่ะ และได้รับการดูแลการปฏิบัติงานด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ตลอดกระบวนการ เพื่อให้การตัดสินใจเลือกตัวอ่อนเป็นไปอย่างมั่นใจและเหมาะสมกับแต่ละคู่สมรสค่ะ

ดูต่อที่: https://nggthailand.com/article/671/

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
LINE ID:
โทร: 061-391-8999
Website: https://www.nggthailand.com

#ตรวจดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ #ตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรม #คัดกรองดาวน์ซินโดรม #ดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดตรวจดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดคัดกรองดาวน์ #ตรวจเลือดดาวน์ซินโดรม #ตรวจเลือดคัดกรองดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ซินโดรมที่ไหนดี #ตรวจคัดกรองทารกในครรภ์ #ตรวจโครโมโซมย้ายตัวอ่อน

27/01/2026

การตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมในตัวอ่อน PGTSeq-A เป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับคู่สมรสที่ต้องการเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ที่ประสบผลสำเร็จ และลดความเสี่ยงการแท้งหรือการเกิดภาวะผิดปกติทางพันธุกรรมในทารก การแปลผลตรวจอย่างถูกต้องและเข้าใจอย่างลึกซึ้งมีบทบาทสำคัญต่อการตัดสินใจเลือกตัวอ่อนที่เหมาะสมสำหรับการย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูก ทั้งนี้เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่มั่นใจได้ว่ากระบวนการตั้งครรภ์เริ่มต้นด้วยข้อมูลที่ครบถ้วนและแม่นยำที่สุดค่ะ

สิ่งที่คู่สมรสควรรู้

1. PGT-A คืออะไร?

เป็นการตรวจคัดกรองจำนวนโครโมโซมของตัวอ่อนในระยะบลาสโตซิสต์ (Blastocyst) ในช่วงที่ตัวอ่อนมีอายุ 5-6 วัน ก่อนย้ายกลับเข้าสู่มดลูก เพื่อเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ ลดความเสี่ยงการแท้งบุตร และลดการเกิดภาวะผิดปกติของโครโมโซมในทารก เช่น ดาวน์ซินโดรม

2. ผลตรวจที่จะได้รับ

ผลการตรวจจะแบ่งตัวอ่อนออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้

• Euploid (ปกติ) คือ ตัวอ่อนมีจำนวนโครโมโซมครบ 46 แท่ง (23 คู่) ถือเป็นตัวอ่อนที่มีศักยภาพสูงสุดในการฝังตัวและพัฒนาเป็นทารก แนะนำให้ย้าย
• Aneuploid (ผิดปกติ) คือ ตัวอ่อนมีโครโมโซมขาดหรือเกินจาก 46 แท่ง หรือมีบางส่วนของโครโมโซมขาดหายหรือเกินมา ไม่แนะนำให้ย้าย เนื่องจากมีโอกาสสูงที่จะไม่ฝังตัว แท้ง หรือทำให้เกิดโรคทางพันธุกรรมที่รุนแรง
• Mosaic (โมเซอิค) คือ ตัวอ่อนมีเซลล์ที่มีโครโมโซมปกติและผิดปกติปะปนกันอยู่ด้วยกัน ซึ่งผลลัพธ์นี้ต้องมีการปรึกษาอย่างละเอียดกับคุณหมอ เพื่อประเมินความเสี่ยงและพิจารณาการย้ายตามสัดส่วนความผิดปกติที่พบ บางกรณีอาจพิจารณาย้ายได้

3. ข้อจำกัดในการตรวจ

PGT-A เป็นการคัดกรอง (Screening) ที่มีความแม่นยำสูง มากกว่า 97-98% แต่ ไม่ใช่การวินิจฉัย (Diagnosis) ที่สมบูรณ์แบบ 100% ยังมีโอกาสเกิดผลลวง (False Positive Result และ False Negative Result) เล็กน้อย และไม่สามารถรับประกันการตั้งครรภ์ได้ 100%

4. ข้อมูลเพิ่มเติม

ในการตรวจด้วยเทคโนโลยี PGTSeq-A สามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติม เช่น การตรวจสอบความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมระหว่างตัวอ่อน (Sibling Check) หรือการตรวจจับการปนเปื้อนของ DNA อื่น ๆ ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจในความถูกต้องของผลตรวจ

5. ทำความเข้าใจกับภาวะ Mosaicism ของตัวอ่อน

หากมีการรายงานผลว่าตัวอ่อนมีภาวะ Mosaic คู่สมรสควรรู้ว่าโอกาสในการตั้งครรภ์อาจลดลง และมีความเสี่ยงต่อปัญหาโครโมโซมในทารกได้ คุณหมอจะประเมินอัตราส่วนเซลล์ผิดปกติ และพิจารณาให้ย้ายในกรณีที่อัตราส่วนความผิดปกติต่ำและไม่มีตัวอ่อน Euploid (ปกติ) ให้เลือก

สิ่งที่คุณหมอควรรู้ (สำหรับการให้คำปรึกษาและการตัดสินใจ)

1. ความแม่นยำของ PGTSeq-A

เทคโนโลยี PGTSeq-A ใช้ Targeted Next-Generation Sequencing (tNGS) ร่วมกับการวิเคราะห์ Single Nucleotide Polymorphism (SNP) ซึ่งเพิ่มความละเอียดและความแม่นยำในการตรวจจับความผิดปกติของจำนวนโครโมโซมทั้งแท่ง (Whole Chromosome Aneuploidy) และการขาด/เกินบางส่วน (Segmental Aneuploidy)

2. ตัวอ่อนที่มีภาวะ Mosaic

• ประเมินระดับ Mosaicism โดยพิจารณาเปอร์เซ็นต์ของเซลล์ที่ผิดปกติ (High-level vs. Low-level mosaicism) ตัวอ่อนที่มี Low-level mosaicism (เซลล์ผิดปกติน้อย) มักจะถูกจัดลำดับความสำคัญในการย้ายรองจาก Euploid
• ระบุโครโมโซมที่ผิดปกติ ความผิดปกติของโครโมโซมบางตัวอาจมีผลกระทบที่รุนแรงกว่าตัวอื่น ๆ
• ให้คำปรึกษาทางพันธุกรรม (Genetic Counseling) อธิบายความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นและทางเลือกในการติดตามผลระหว่างตั้งครรภ์ เช่น การเจาะน้ำคร่ำ (Amniocentesis)

3. การไม่สามารถรายงานผลได้ (No-Call Result)

อาจเกิดจากคุณภาพตัวอย่างไม่ดี มี DNA น้อยเกินไป หรือปัญหาทางเทคนิค คุณหมอควรพิจารณาทางเลือกในการตรวจซ้ำ (Re-biopsy) หากตัวอ่อนยังสามารถตัดเซลล์เพิ่มได้

4. การจัดลำดับการย้ายตัวอ่อน

• อันดับแรก: ตัวอ่อนที่ปกติ (Euploid Embryos)
• อันดับรองลงมา (พิจารณา): ตัวอ่อนที่มีเซลล์ผิดปกติน้อย (Low-level Mosaic Embryos) โดยพิจารณาจากชนิดของความผิดปกติและเกรดของตัวอ่อน
• ไม่แนะนำให้ย้าย: ตัวอ่อนที่มีเซลล์ผิดปกติ (Aneuploid Embryos)

5. การประเมินปัจจัยอื่น

ผล PGTSeq-A เป็นเพียงข้อมูลหนึ่ง การตัดสินใจสุดท้ายต้องพิจารณาร่วมกับรูปร่าง (Morphology) ของตัวอ่อน และ ประวัติทางการแพทย์ ของคู่สมรส เช่น อายุของฝ่ายหญิง ประวัติการแท้งซ้ำ

การสื่อสารที่ชัดเจน ครอบคลุม และเข้าใจง่ายเกี่ยวกับผลตรวจ PGTSeq-A เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับคุณหมอในการให้คำปรึกษาแก่คู่สมรส เพื่อช่วยให้คู่สมรสสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับการย้ายตัวอ่อนได้อย่างเหมาะสมค่ะ

นอกจากนี้ ที่ NGG Thailand เรายังมีทีมที่ปรึกษาทางพันธุศาสตร์ (Genetic Counselor) คอยให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด เพื่ออธิบายความเสี่ยง ผลตรวจที่ได้รับ และทางเลือกในการติดตามผลระหว่างตั้งครรภ์ ทำให้คู่สมรสได้รับข้อมูลครบถ้วนและมั่นใจในการตัดสินใจมากที่สุด

ดูต่อที่: https://www.nggthailand.com/article/670/

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
LINE ID:
โทร: 061-391-8999
Website: https://www.nggthailand.com

#ตรวจดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ #ตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรม #คัดกรองดาวน์ซินโดรม #ดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดตรวจดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดคัดกรองดาวน์ #ตรวจเลือดดาวน์ซินโดรม #ตรวจเลือดคัดกรองดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ซินโดรมที่ไหนดี #ตรวจคัดกรองทารกในครรภ์ #ตรวจโครโมโซมย้ายตัวอ่อน

26/01/2026

การย้ายตัวอ่อนเกรดดี แต่สุดท้ายกลับไม่สามารถตั้งครรภ์หรือแท้งภายหลัง เป็นสถานการณ์ที่สร้างความผิดหวังให้กับหลายคู่ค่ะ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจไม่ทราบว่า ตัวอ่อนเกรดสวย ไม่ได้แปลว่าโครโมโซมปกติเสมอไป"

นี่คือเหตุผลว่าทำไมผลตรวจโครโมโซมตัวอ่อนก่อนย้ายสู่โพรงมดลูกอย่าง PGTseq-A ถึงเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ช่วยตอบคำถามนี้ได้ค่ะ

1. รูปร่างดี vs ความปกติของโครโมโซม

การคัดเกรดตัวอ่อน คือการประเมินผ่านกล้องจุลทรรศน์ โดยดูจากความเร็วในการแบ่งเซลล์ และความสวยงามของตัวอ่อน

ตัวอ่อนที่เกรดดี จะมีเซลล์เยอะ รูปร่างสมบูรณ์

แต่ในความเป็นความเป็นจริงตัวอ่อนที่ดูสวยระดับเกรด A อาจมีจำนวนโครโมโซมที่ผิดปกติแฝงอยู่ โดยที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

2. ตัวอ่อนเกรดดี แต่อาจมีโครโมโซมผิดปกติ

มีงานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร “Fertility & Sterility” ซึ่งเป็นวารสารวิชาการด้านการเจริญพันธุ์และภาวะมีบุตรยาก ระบุว่า แม้จะเป็นตัวอ่อนเกรดดีที่สุด แต่หากมาจากคุณผู้หญิงที่อายุมากขึ้น โอกาสที่ตัวอ่อนตัวนั้นจะมีโครโมโซมผิดปกติก็สูงขึ้นตามไปด้วย

อัตราการพบตัวอ่อนที่มีโครโมโซมผิดปกติ
• ในผู้หญิงอายุระหว่าง 26–37 ปี อยู่ที่ 2–6%
• ขณะที่ผู้หญิงอายุ 42 ปี อัตราดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 33%
• ในผู้หญิงอายุ 44 ปี สูงถึง 53%

หากเราย้ายตัวอ่อนที่ "สวยแต่โครโมโซมผิดปกติ" จะทำให้ตัวอ่อนไม่ฝังตัว หรือเกิดการแท้งในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์นั่นเองค่ะ

3. PGT-A ช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างไร?

การตรวจโครโมโซมตัวอ่อนก่อนย้ายสู่โพรงมดลูกอย่าง PGT-A คือการเก็บตัวอย่างเซลล์ส่วนที่จะไปเป็นรกมาตรวจนับจำนวนโครโมโซมทั้ง 23 คู่

ซึ่งเป็นการคัดกรองตัวอ่อนที่ผิดปกติออกไป ช่วยให้เราไม่ต้องเสียเวลาและเสียใจกับการย้ายตัวอ่อนที่ดูสวยแต่ไม่มีโอกาสรอด

การตรวจช่วยเพิ่มอัตราการฝังตัวได้ ช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ต่อการย้ายตัวอ่อน และช่วยลดอัตราการแท้งที่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมของตัวอ่อนได้ เนื่องจากเป็นการคัดเลือกตัวอ่อนที่มีจำนวนโครโมโซมปกติ

4. ปัจจัยอื่นที่ต้องพิจารณา (หากตรวจ PGT-A ผ่าน แล้วยังไม่ตั้งครรภ์ได้)

หากผล PGT-A ปกติ (Euploid) แต่ยังไม่ตั้งครรภ์ คุณหมอมักดูปัจจัยด้านอื่น ๆ ต่อไปค่ะ เช่น

• ปัจจัยด้านมดลูก เปรียบเสมือนดินที่จะใช้ปลูกเมล็ดพันธุ์ แม้เมล็ดจะแข็งแรง แต่ถ้าดินมีอุปสรรคก็เติบโตไม่ได้

→ หากคุณผุ้หญิงมีเนื้องอกมดลูก โดยเฉพาะเนื้องอกที่เบียดโพรงมดลูกแม้ขนาดเล็กก็อาจขัดขวางการฝังตัวหรือทำให้เลือดไปเลี้ยงตัวอ่อนไม่เพียงพอ

→ ติ่งเนื้อในโพรงมดลูก ทำหน้าที่คล้ายห่วงคุมกำเนิดโดยธรรมชาติ ทำให้เกิดการอักเสบในโพรงมดลูกและขวางการเกาะตัวของตัวอ่อน

→ พังผืดมักเกิดจากการขูดมดลูกหรือการติดเชื้อในอดีต ทำให้ผนังมดลูกติดกัน ทำให้พื้นที่ในการฝังตัวลดลง

→ ผนังมดลูกบาง หากผนังมดลูกหนาน้อยกว่าปกติในวันที่มดลูกควรจะพร้อมที่สุด ตัวอ่อนอาจยึดเกาะผนังมดลูกได้ยาก

• ระยะเวลาการฝังตัว (Window of Implantation - WOI) ร่างกายผู้หญิงแต่ละคนจะมีช่วงเวลา "ทองคำ" ที่ผนังมดลูกเปิดรับตัวอ่อนไม่เหมือนกัน หากใส่ตัวอ่อนเร็วไปหรือช้าไปเพียง 1 วัน ก็อาจส่งผลให้ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้

→ การตรวจ Endometrial Receptivity Analysis คือการเก็บตัวอย่างผนังมดลูกไปตรวจยีน เพื่อดูว่า ณ วันที่วางแผนจะใส่ตัวอ่อนนั้น มดลูกเปิดรับจริงหรือไม่ หากไม่ตรง คุณหมออาจมีการวางแผนเพื่อให้วันใส่ตัวอ่อนแม่นยำขึ้น

• ระบบภูมิคุ้มกันและการแข็งตัวของเลือด (Immunological & Thrombophilia Factors) เป็นปัจจัยที่ซับซ้อนขึ้น เพราะเกี่ยวข้องกับระบบภายในที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

→ ภาวะลิ่มเลือดอุดตันง่าย เลือดที่ไปเลี้ยงมดลูกและตัวอ่อนเกิดลิ่มเลือดเล็ก ๆ ทำให้ตัวอ่อนขาดเลือดและสารอาหารจนไม่สามารถฝังตัวหรือหลุดไป

→ ระบบภูมิคุ้มกัน เช่น การที่คุณผู้หญิงมี NK Cells (Natural Killer Cells) ในปริมาณสูงเกินไปในโพรงมดลูก ร่างกายอาจเข้าใจผิดว่าตัวอ่อนคือ "สิ่งแปลกปลอม" และเข้าไปทำลาย

→ Antiphospholipid Syndrome (APS) เป็นภาวะที่ภูมิคุ้มกันโจมตีเนื้อเยื่อตัวเอง ส่งผลต่อการฝังตัวและการสร้างรก

หลายครอบครัวต้องเผชิญกับความผิดหวังเมื่อตัวอ่อนที่ "ดูสวย" กลับไม่ฝังตัวหรือแท้งไปเสียก่อน นั่นเพราะเกรดของตัวอ่อน (Morphology) บอกได้แค่ความสวยงามภายนอก แต่บอกไม่ได้ว่า "โครโมโซมข้างในปกติหรือไม่"

เพราะทุกตัวอ่อนคือความหวัง การตรวจ PGTseq-A จึงเป็นเครื่องมือช่วยเลือกเมล็ดพันธุ์ที่แข็งแรงที่สุดเพื่อส่งต่อสู่อ้อมกอดคุณพ่อคุณแม่นั่นเองค่ะ

ดูต่อที่: https://nggthailand.com/article/669/

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
LINE ID:
โทร: 061-391-8999
Website: https://www.nggthailand.com

#ตรวจดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ #ตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรม #คัดกรองดาวน์ซินโดรม #ดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดตรวจดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดคัดกรองดาวน์ #ตรวจเลือดดาวน์ซินโดรม #ตรวจเลือดคัดกรองดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ซินโดรมที่ไหนดี #ตรวจคัดกรองทารกในครรภ์ #ตรวจโครโมโซมย้ายตัวอ่อน

25/01/2026

PGTSeq-A เป็นเทคโนโลยีการตรวจคัดกรองความผิดปกติของจำนวนโครโมโซมในตัวอ่อน (Preimplantation Genetic Testing for Aneuploidy, PGT-A) ที่ถูกพัฒนาให้มีความละเอียดและแม่นยำมากกว่าการตรวจ PGT-A ทั่วไป โดยเฉพาะในด้านเทคนิคการวิเคราะห์

1. เทคนิคการวิเคราะห์
เทคโนโลยี PGTSeq-A ใช้การผสานระหว่าง Targeted Next-Generation Sequencing (tNGS) กับการวิเคราะห์ Single Nucleotide Polymorphisms (SNPs) ขณะที่ PGT-A ทั่วไปส่วนใหญ่จะใช้เพียงแค่ Next-Generation Sequencing (NGS) การรวมสองเทคนิคนี้ทำให้ PGTSeq-A สามารถตรวจคัดกรองความสมบูรณ์ของโครโมโซมในตัวอ่อนได้อย่างละเอียดและแม่นยำมากขึ้น ช่วยลดข้อจำกัดของการตรวจแบบเดิมและเพิ่มความน่าเชื่อถือของผลการตรวจ

2. ความละเอียด
ความโดดเด่นอีกอย่างของ PGTSeq-A คือความละเอียดในการตรวจจับความผิดปกติของโครโมโซม PGT-A ทั่วไปมักตรวจคัดกรองเฉพาะความผิดปกติของโครโมโซมทั้งแท่ง (Whole Chromosome Aneuploidy) แต่ PGTSeq-A สามารถตรวจคัดกรองความผิดปกติขนาดเล็ก (Segmental Aneuploidy) ที่ขาดหรือเกินของโครโมโซมในบางส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ขนาดเล็กเพียง 3-5 Mb

3. การใช้ SNP Analysis
หัวใจสำคัญของ PGTSeq-A คือการนำเทคนิค SNP Analysis มากกว่า 5,000 ตำแหน่งเข้ามาช่วยตรวจคัดกรอง เทคนิคนี้ทำให้สามารถแยกแยะความผิดปกติของจำนวนโครโมโซมได้แม่นยำยิ่งขึ้น รวมถึงสามารถตรวจจับความผิดปกติที่ยากต่อการวินิจฉัย เช่น Triploidy (การมีชุดโครโมโซม 3 ชุด) และ Haploidy (การมีชุดโครโมโซม 1 ชุด) ซึ่งทำให้ตัวอ่อนไม่สามารถฝังตัวในมดลูกได้ และ PGT-A ส่วนใหญ่ไม่สามารถตรวจได้

4. การคัดกรองการปนเปื้อน
PGTSeq-A ยังสามารถควบคุมคุณภาพของผลตรวจ ด้วยเทคนิค DNA Contamination Check ที่สามารถยืนยันได้ว่าสารพันธุกรรมที่นำมาวิเคราะห์เป็นของตัวอ่อนจริง ๆ ไม่มีการปนเปื้อนจากเซลล์ของคุณแม่หรือแหล่งอื่น ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดผลบวกลวงและผลลบลวง (False Positive Result/False Negative Result) ทำให้คุณพ่อคุณแม่และคุณหมอมั่นใจในการเลือกตัวอ่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. การได้รับข้อมูลเพิ่มเติม
นอกเหนือจากการตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมแล้ว PGTSeq-A ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์ เช่น การตรวจสอบความสมบูรณ์ของการปฏิสนธิ (Genetic PN Check) และการยืนยันความเป็นพี่น้องของตัวอ่อน (Sibling Check) ข้อมูลเหล่านี้ช่วยยืนยันความถูกต้องและความสัมพันธ์ของตัวอ่อน ทำให้กระบวนการทำเด็กหลอดแก้วมีความแม่นยำและเชื่อถือได้มากขึ้น

PGTSeq-A ที่ NGG Thailand ใช้ได้รับพัฒนาโดย Juno Genetics จากสหรัฐอเมริกา จึงเป็นการยกระดับ PGT-A แบบเดิม ด้วยเทคนิคการวิเคราะห์ที่ก้าวหน้า เพื่อแก้ไขข้อจำกัดและเพิ่มความแม่นยำของการตรวจในทุกขั้นตอน คุณพ่อและคุณแม่จึงได้รับผลตรวจก่อนย้ายตัวอ่อนสู่โพรงมดลูกก่อนการตั้งครรภ์ด้วยความมั่นใจค่ะ

ดูต่อที่: https://www.nggthailand.com/article/668/

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
LINE ID:
โทร: 061-391-8999
Website: https://www.nggthailand.com

#ตรวจดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ #ตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรม #คัดกรองดาวน์ซินโดรม #ดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดตรวจดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดคัดกรองดาวน์ #ตรวจเลือดดาวน์ซินโดรม #ตรวจเลือดคัดกรองดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ซินโดรมที่ไหนดี #ตรวจคัดกรองทารกในครรภ์ #ตรวจโครโมโซมย้ายตัวอ่อน

23/01/2026

การตรวจ PGT-A (Preimplantation Genetic Testing for Aneuploidy) หรือการตรวจคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อนก่อนการย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูก เป็นเทคโนโลยีที่มีบทบาทอย่างมากในการทำเด็กหลอดแก้วในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่หลายท่านมักมีความกังวลว่า "การเก็บตัวอย่างเซลล์ของตัวอ่อนออกมาตรวจ จะทำให้ลูกพิการหรือตัวอ่อนหยุดพัฒนาหรือไม่" วันนี้เรามีคำตอบมาให้ค่ะ

1. การเก็บตัวอย่างเซลล์ของตัวอ่อน (Biopsy) ทำอันตรายต่อทารกจริงไหม?

ปัจจุบัน การเก็บตัวอย่างเซลล์ของตัวอ่อนเพื่อตรวจ PGT-A จะทำใน ระยะ Blastocyst ซึ่งเป็นระยะที่ตัวอ่อนมีอายุ 5-6 วันนับจากวันที่ทำการปฏิสนธิ โดยนักวิทยาศาสตร์จะเก็บตัวอย่างเซลล์ประมาณ 5-10 เซลล์จากส่วนที่เรียกว่า Trophectoderm ซึ่งจะพัฒนาไปเป็น "รก" เท่านั้น

ในการเก็บตัวอย่างเซลล์นี้ ไม่ได้เป็นการแตะต้องส่วนที่จะเป็นตัวทารก หรือที่เราเรียกว่า Inner cell mass ดังนั้น PGT-A จึงไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อความพิการของทารกจากการเก็บตัวอย่างเซลล์ค่ะ

2. ผลกระทบต่อการพัฒนาของตัวอ่อน

แม้การตรวจ PGT-A มีความปลอดภัยสูง แต่ก็มี "ความเสี่ยง" ที่ต้องพิจารณา ได้แก่:

ความเสี่ยงจากการแช่แข็งและละลาย: ตัวอ่อนที่ตรวจ PGT-A ต้องถูกแช่แข็ง เพื่อรอผลตรวจ แม้เทคโนโลยีในปัจจุบันจะมีอัตราการรอดชีวิตสูงกว่า 95-99% แต่ยังมีโอกาสน้อยมากที่ตัวอ่อนบางตัวอาจไม่ทนต่อกระบวนการนี้

โอกาสที่ตัวอ่อนจะหยุดพัฒนา: มีการศึกษาพบว่า มีโอกาสประมาณ 2-4% ที่ตัวอ่อนอาจได้รับความเสียหายหลังการเก็บตัวอย่างเซลล์ แต่ส่วนใหญ่มักเกิดจากตัวอ่อนนั้นไม่แข็งแรงอยู่แล้ว ไม่ได้เกิดจากเทคนิคการตัดเซลล์เพียงอย่างเดียว

ภาวะโมเซอิค (Mosaicism): บางครั้งเซลล์ที่เก็บตัวอย่างออกมาตรวจ ซึ่งเป็นเซลล์จากรก มีโครโมโซมผิดปกติ แต่ตัวอ่อนอาจจะปกติ (False Positive) ซึ่งอาจนำไปสู่การตัดสินใจทิ้งตัวอ่อนที่มีโอกาสเกิดเป็นทารกปกติได้ นอกจากนี้ ก็อาจพบกรณีที่เซลล์จากรกมีโครโมโซมปกติ แต่ตัวอ่อนมีโครโมโซมผิดปกติ (False Negative) ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าคุณแม่จะตั้งครรภ์จากตัวอ่อนที่ผ่านการตรวจ PGT-A มาแล้ว ก็ยังแนะนำให้มีการตรวจคัดกรองโครโมโซมทารกอีกครั้งเมื่อตั้งครรภ์สำเร็จ

3. คุณแม่กลุ่มไหนได้ประโยชน์ "คุ้มค่าความเสี่ยง" ที่สุด
จากรายงานของ ASRM (2024) และงานวิจัยหลายชิ้น พบว่าการตรวจ PGT-A ให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันตามช่วงอายุ แต่สำหรับคุณแม่ที่มีอายุมากกว่า 35-40 ปี การตรวจ PTG-A สามารถช่วยเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ และลดอัตราการแท้ง จึงแนะนำให้ตรวจ เพราะคุ้มค่ากว่าความเสี่ยง

4. ข้อดีที่เป็น "ประโยชน์" มากกว่าความเสี่ยง
หากเลือกห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน ข้อดีของ PGT-A มักจะมากกว่าข้อเสีย คือ

ลดอัตราการแท้ง: จากการศึกษาที่ได้รับการเผยแพร่ของ SART บอกไว้ว่า การตรวจ PGT-A ช่วยลดอัตราการแท้ง และทำให้อัตราการเกิดสูงกว่าคุณผู้หญิงที่ไม่ได้รับการตรวจแล้วย้ายตัวอ่อน โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ในช่วงที่อายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป ค่ะ

ลดความเสี่ยงครรภ์แฝด: เนื่องจากมั่นใจในคุณภาพตัวอ่อน จึงสามารถย้ายเพียง 1 ตัวอ่อนได้

หากคุณแม่อายุเกิน 35 ปี หรือมีประวัติแท้งซ้ำ การตรวจ PGT-A คือเครื่องมือที่ช่วยลดโอกาสการแท้งจากการที่เลือกตัวอ่อนที่มีโอกาสเจริญเติบโตได้ตามปกติได้ดีที่สุด แต่หากคุณแม่อายุยังน้อยและมีตัวอ่อนจำนวนจำกัด การปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงรายบุคคลคือทางออกที่ดีที่สุดค่ะ

ที่มาข้อมูล: https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11630046/
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC12563247/
https://www.fertstert.org/article/S0015-0282(18)30002-5/
https://www.asrm.org/practice-guidance/practice-committee-documents/the-use-of-preimplantation-genetic-testing-for-aneuploidy-a-committee-opinion-2024/

ดูต่อที่: https://nggthailand.com/article/667/

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
LINE ID:
โทร: 061-391-8999
Website: https://www.nggthailand.com

#ตรวจดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ #ตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรม #คัดกรองดาวน์ซินโดรม #ดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดตรวจดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดคัดกรองดาวน์ #ตรวจเลือดดาวน์ซินโดรม #ตรวจเลือดคัดกรองดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ซินโดรมที่ไหนดี #ตรวจคัดกรองทารกในครรภ์ #ตรวจโครโมโซมย้ายตัวอ่อน

22/01/2026

ความละเอียดในการตรวจ” ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มั่นใจได้ว่าตัวอ่อนที่เลือกมีโครงสร้างโครโมโซมสมบูรณ์ที่สุด การตรวจ PGTseq-SR ที่ NGG Thailand จึงได้รับการพัฒนาให้มีความละเอียดและแม่นยำสูง ด้วยเทคโนโลยี Next-Generation Sequencing (NGS) ซึ่งแตกต่างจากเทคนิคอย่าง FISH และ SNP array ด้านล่างนี้คือการเปรียบเทียบลักษณะของแต่ละเทคโนโลยี เพื่อให้คุณแม่เข้าใจได้ง่ายว่าทำไมการตรวจ PGTseq-SR จึงเป็นทางเลือกให้กับคุณแม่ที่ต้องการทราบข้อมูลของลูกดังนี้ค่ะ

1. Next-Generation Sequencing (NGS)

เทคโนโลยีการถอดรหัสพันธุกรรมรุ่นใหม่ หรือ NGS เป็นการตรวจที่มีความละเอียดสูงที่สุดในปัจจุบัน โดยสามารถอ่านลำดับดีเอ็นเอ (DNA sequence) ของตัวอ่อนหรือเซลล์ได้พร้อมกันจำนวนมากในเวลาเดียวกัน เทคโนโลยีนี้จึงมักใช้ในการตรวจคัดกรองตัวอ่อนก่อนย้ายกลับเข้ามดลูก เพื่อให้มั่นใจว่าตัวอ่อนมีโครโมโซมสมบูรณ์ที่สุดค่ะ

คุณสมบัติ
• มีความละเอียดสูงที่สุดเมื่อเทียบกับ 3 เทคนิค
• ตรวจได้ทั้งความผิดปกติระดับโครโมโซมใหญ่ เช่น โครโมโซมที่ขาดหรือเกินทั้งแท่ง และระดับเล็กมาก เช่น การขาดหรือเกินเพียงบางส่วนของโครโมโซม
• สามารถวิเคราะห์ความผิดปกติที่เกิดจากการปนกันของเซลล์ที่มีโครโมโซมปกติกับเซลล์ที่มีโครโมโซมผิดปกติได้ (Mosaicism)

2. SNP array (Single Nucleotide Polymorphism array)

เป็นเทคนิคที่ใช้การวิเคราะห์ตำแหน่งเฉพาะของดีเอ็นเอที่เรียกว่า “SNPs” เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างทางพันธุกรรมระหว่างตัวอย่างจากตัวอ่อนและฐานข้อมูลอ้างอิง

คุณสมบัติ
• ความละเอียดสูงรองลงมา
• สามารถตรวจพบความผิดปกติของโครโมโซมในระดับย่อย เช่น การขาดหรือเกินของดีเอ็นเอขนาดเล็ก (microdeletion/microduplication)
• สามารถวิเคราะห์ความแตกต่างทางพันธุกรรมแบบละเอียดได้ เช่น ภาวะที่ทารกได้รับโครโมโซมจากคุณพ่อหรือคุณแม่เพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น (uniparental disomy) ซึ่งอาจมีผลต่อพัฒนาการของตัวอ่อนหรือทารกได้ที่เทคนิคทั่วไปไม่สามารถตรวจพบได้

3. Array CGH (aCGH: Array Comparative Genomic Hybridization)

Array CGH หรือชื่อเต็มว่า Array Comparative Genomic Hybridization เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ตรวจดูว่า ดีเอ็นเอของตัวอ่อนมีส่วนใด “ขาดหาย” หรือ “เกินมา” บ้าง

คุณสมบัติ
• ความละเอียดระดับกลาง
• สามารถตรวจความผิดปกติการเปลี่ยนแปลงจำนวนสำเนาของสารพันธุกรรมบางส่วนในโครโมโซม (copy number variation) ได้ละเอียดกว่าการตรวจแบบ Karyotype เช่น การตรวจพบภาวะ microdeletion (บางส่วนของโครโมโซมขาดหายไป) หรือ microduplication (บางส่วนของโครโมโซมเกินมา) ซึ่งอาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตของตัวอ่อน หรือเป็นสาเหตุของโรคทางพันธุกรรมบางชนิดได้
• ไม่สามารถบอกความแตกต่างของยีนเดี่ยวหรือโครงสร้างซับซ้อนได้เท่ากับ NGS หรือ SNP

4. FISH (Fluorescence In Situ Hybridization)

FISH เป็นเทคนิคการตรวจแบบเฉพาะจุด โดยใช้สารเรืองแสงจับกับตำแหน่งดีเอ็นเอที่ต้องการตรวจในเซลล์โดยตรง เทคนิคนี้เหมาะสำหรับใช้ยืนยันผลการตรวจในกรณีที่ทราบตำแหน่งความผิดปกติแน่ชัดอยู่แล้ว เช่น การตรวจยืนยันกลุ่มอาการที่เกิดจากการสลับตำแหน่งของโครโมโซมบางคู่

คุณสมบัติ
• ความละเอียดต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับการตรวจทั้ง 3 แบบ
• ใช้ในการตรวจเฉพาะจุดหรือบริเวณของโครโมโซมที่ต้องการ
• ใช้ตรวจหาความผิดปกติของโครโมโซมบริเวณนั้นหรือไม่ เช่น การขาด การเกิน หรือการย้ายตำแหน่งของบางส่วนของโครโมโซม
• เหมาะกับการยืนยันความผิดปกติที่ทราบตำแหน่งแน่นอนอยู่แล้ว เช่น ตรวจยืนยันโรคที่เกิดจากการย้ายตำแหน่งของโครโมโซม

ดูต่อที่: https://www.nggthailand.com/article/666/

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
LINE ID:
โทร: 061-391-8999
Website: https://www.nggthailand.com

#ตรวจดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ #ตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรม #คัดกรองดาวน์ซินโดรม #ดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดตรวจดาวน์ซินโดรม #เจาะเลือดคัดกรองดาวน์ #ตรวจเลือดดาวน์ซินโดรม #ตรวจเลือดคัดกรองดาวน์ซินโดรม #ตรวจดาวน์ซินโดรมที่ไหนดี #ตรวจคัดกรองทารกในครรภ์ #ตรวจโครโมโซมย้ายตัวอ่อน

ที่อยู่

496-502 Amarin Plaza, Floor18th, Ploenchit Road, Lumpini, Pathumwan
Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00
เสาร์ 08:00 - 17:00
อาทิตย์ 08:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66613918999

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Next Generation Genomic Co., Ltd.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Next Generation Genomic Co., Ltd.:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram