KMUTT Health Care Unit

KMUTT Health Care Unit ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก KMUTT Health Care Unit, ผู้ดูแลสุขภาพ, กลุ่มงานบริการสุขภาพและอนามัย สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, Bangkok.

https://hcu.kmutt.ac.th/
📍ช่วงเปิดภาคการศึกษา📍
เวลาทำการ : วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 08.30 - 18.00 น.
วันเสาร์ 08.30 - 16.30 น.
ยกเว้นวันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
📍ช่วงปิดภาคการศึกษา📍
เวลาทำการ : วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.

03/01/2026
02/01/2026

เคยรู้สึกไหมว่าใจเรามักติดอยู่กับอดีต
หรือกังวลถึงอนาคตจนลืมมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้า?

การอยู่กับปัจจุบัน
ไม่ใช่การปฏิเสธสิ่งที่เคยเกิดขึ้น
หรือไม่ใส่ใจสิ่งที่กำลังจะมา
แต่คือการให้คุณค่ากับช่วงเวลาตรงนี้
ที่เราสัมผัสได้จริง

เป็นจังหวะที่เราปล่อยวางความหนักใจ
และค้นพบความสงบในตัวเอง

บางครั้งแค่หยุด หายใจ และมองสิ่งรอบตัว
เราอาจพบว่า ชีวิตที่แท้จริง
ไม่ได้อยู่ในความคิดที่วนเวียน
แต่อยู่ในตอนนี้ ที่เรามีโอกาสใช้ชีวิตอย่างเต็มที่

31/12/2025

ถึงตัวฉันในวันสุดท้ายของปี 2025 :)
✨🤍🫶🏻

31/12/2025

MIND: ปรับชีวิตตัวเองให้ปัง
ด้วยพลังแห่ง ‘ความอิจฉา’
ดีกว่าให้มันกัดกินหัวใจไปเรื่อยๆ ​​
ปลายปีทีไร ไทม์ไลน์ของใครหลายคนมักเต็มไปด้วยภาพสรุปความสำเร็จ ภาพรอยยิ้มจากปลายทางที่ดูเหมือนใครๆ ก็ไปถึงกันหมดแล้ว
แล้วในจังหวะที่เรากำลังไถหน้าจอไปเรื่อยๆ ความรู้สึกบางอย่างก็มักแทรกตัวขึ้นมาเงียบๆ โดยไม่ทันตั้งตัว ไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่ความเกลียด แต่เป็นความรู้สึกที่คล้ายกับคำถามว่า “ทำไมชีวิตเรายังอยู่ตรงนี้นะ” หรือ “อยากมีชีวิตแบบนั้นบ้างจัง”
เราอาจไม่ค่อยกล้ายอมรับนักว่า นั่นคือ ‘ความอิจฉา’ เพราะสังคมสอนเรามานานว่าความอิจฉาเป็นอารมณ์ด้านลบ เป็นตัวร้ายที่ไม่ควรมีอยู่ในใจคนดี ละคร ซีรีส์ หนัง หรือแม้แต่การ์ตูนจำนวนไม่น้อย มักเล่าให้เห็นว่าคนที่อิจฉาคนอื่นมักจบลงด้วยความพังทลาย ทำให้เมื่อใดก็ตามที่ความรู้สึกนี้เกิดขึ้น เรามักรีบปัดมันทิ้ง ปฏิเสธมัน และพยายามทำเหมือนไม่รู้สึกอะไร เพื่อไม่ให้ตัวเองกลายเป็น ‘คนไม่ดี’ ในสายตาใครสักคน หรือในสายตาของตัวเราเอง
แต่ในมุมของจิตวิทยา ความอิจฉาอาจไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เราคิด โยชิ โคเฮน-ชาราช (Yochi Cohen-Charash) ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยา แห่งวิทยาลัยบารุค (Baruch College) อธิบายว่า ความอิจฉาเป็นอารมณ์ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่มีความหมายกับชีวิตเรา และมักเกิดขึ้นกับคนที่อยู่ใกล้ตัว มีอายุใกล้เคียงกัน หรืออยู่ในบริบทชีวิตคล้ายกัน เช่น พี่น้อง เพื่อนสนิท หรือเพื่อนร่วมงาน เพราะคนกลุ่มนี้คือภาพสะท้อนที่ทำให้เราเห็นความเป็นไปได้ของชีวิตในแบบที่เราเองก็อยากไปถึง
งานวิจัยด้านจิตวิทยายังแบ่งความอิจฉาออกเป็น 2 รูปแบบ คือ
1 - ความอิจฉาที่มุ่งร้าย หรืออิจฉาริษยา: ซึ่งมาพร้อมความรู้สึกเป็นศัตรู ความไม่พอใจ และแรงผลักดันให้เราอยากแย่งชิง หรือลดทอนความสำเร็จและความสุขของอีกฝ่าย ความอิจฉาในลักษณะนี้ไม่เพียงทำร้ายความสัมพันธ์ แต่ยังค่อยๆ บ่อนทำลายใจของเราเอง
2 - ความอิจฉาที่ไม่มุ่งร้าย: เป็นความรู้สึกอยากได้ อยากมี อยากเป็น แบบคนที่เราเปรียบเทียบด้วย แต่ไม่ได้อยากทำร้ายใคร หากกลับกลายเป็นแรงกระตุ้นที่พาเราหันกลับมามองตัวเองอย่างจริงจังมากขึ้น ว่าแท้จริงแล้วเป้าหมายของชีวิตเราคืออะไร เราให้คุณค่ากับอะไร และเราจำเป็นต้องพัฒนาทักษะ ความสามารถ หรือทัศนคติด้านไหน เพื่อไปให้ถึงชีวิตในแบบที่ฝันไว้ด้วยวิธีของตัวเอง
ความอิจฉาในรูปแบบหลังนี้เอง ที่ทำหน้าที่เหมือนกระจกสะท้อนภายในใจ บอกเราว่า เรายังมีความปรารถนา ยังอยากเติบโต และยังไม่ยอมแพ้ต่อชีวิตง่ายๆ เพียงแต่สิ่งที่ยากที่สุดไม่ใช่การเปลี่ยนความอิจฉาให้เป็นพลัง หากคือการยอมรับอย่างซื่อสัตย์ว่า ‘ตอนนี้เรากำลังรู้สึกอิจฉาอยู่’ เพราะทันทีที่เรายอมรับมันโดยไม่ตัดสินตัวเอง เราจะเริ่มมองเห็นหนทางจัดการกับอารมณ์นี้อย่างสร้างสรรค์มากขึ้น
และในช่วงปลายปีที่หลายคนกำลังทบทวนชีวิต ความอิจฉาก็มักดังชัดเป็นพิเศษ เพราะนี่คือช่วงเวลาที่เราถูกชวนให้ย้อนมองเส้นทางที่ผ่านมาทั้งปี ตั้งคำถามกับความก้าวหน้า และเปรียบเทียบตัวเองกับภาพความสำเร็จของคนอื่นโดยไม่รู้ตัว แต่หากลองปรับมุมมองใหม่ ความอิจฉาในช่วงเวลานี้อาจไม่ใช่ศัตรู หากเป็นสัญญาณเตือนที่อ่อนโยน ว่ามีบางสิ่งในชีวิตที่เรายังอยากขยับเข้าไปใกล้อีกนิด
การพัฒนาตัวเองในช่วงสิ้นปีจึงอาจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการตั้งเป้าหมายใหญ่โตหรือเร่งตัวเองให้วิ่งตามใคร แต่เริ่มจากการฟังอารมณ์ของตัวเองอย่างตั้งใจ ยอมรับว่าความอิจฉากำลังบอกอะไรบางอย่างกับเรา แล้วค่อยๆ แปลความรู้สึกนั้นให้กลายเป็นการลงมือทำเล็กๆ ที่สอดคล้องกับจังหวะชีวิตของเราเอง
เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความอิจฉาไม่ใช่เครื่องหมายของความล้มเหลว หากแต่เป็นหลักฐานว่าเรายังใส่ใจ ยังอยากเติบโต และยังเชื่อว่าชีวิตสามารถไปได้ไกลกว่าจุดที่ยืนอยู่
การปรับเปลี่ยนมุมมองเล็กๆ ในช่วงปลายปี อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาตัวเองในปีถัดไป โดยไม่ต้องรีบ ไม่ต้องเหมือนใคร และไม่ต้องเก่งขึ้นเพื่อพิสูจน์อะไรกับโลก นอกจากเพื่อชีวิตที่เราอยากใช้จริงๆ

30/12/2025

ถึงเธอ
ในวันสุดท้ายของปี

เหนื่อยก็พัก
หนักก็วาง
ไม่รักก็ปล่อย.

🤍

ประกันภัยอุบัติเหตุนักศึกษา ปีการศึกษา 2568บริษัทผู้รับประกันภัย : บริษัท รู้ใจประกันภัย จำกัด (มหาชน)Student Accident I...
30/12/2025

ประกันภัยอุบัติเหตุนักศึกษา ปีการศึกษา 2568
บริษัทผู้รับประกันภัย : บริษัท รู้ใจประกันภัย จำกัด (มหาชน)
Student Accident Insurance for the Academic Year 2025
Insurance Provider: Roojai Insurance Public Company Limited
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
สำนักงานกิจการนักศึกษา โทร. 0-2470-8110
For more information:
Student Affairs Office Phone: 0-2470-8110
Line Official Account : :

26/12/2025

🧠 วงจรอุบาทว์หนึ่งที่ทำให้หลานคนเป็นทรมานมาก
วิตกกังวล–นอนไม่หลับ–อดนอน-ยิ่งวิตกกังวล-ยิ่งนอนไม่หลับ

บางคืน คุณไม่ได้ตั้งใจจะคิด
แต่สมองไม่ยอมปล่อยให้คุณหยุดคิด

ยิ่งพยายามหลับ
ยิ่งรู้สึกว่าความคิดมันดังขึ้นเรื่อยๆ
เหมือนมีใครเปิดไฟทั้งบ้าน ทั้งที่คุณอยากปิดไฟแล้วพัก

หลายครั้งไม่ใช่เราเป็นคนที่ปล่อยวางอะไรไม่ได้
แต่มันคือ คุณอาจมีภาวะวิตกกังวล
รุนแรงพอที่จะสร้างวัฏจักรคิดวนไปวนมาได้



🔁 จุดเริ่มต้น: ความวิตกกังวล

ความวิตกกังวลไม่ได้มาแบบเป็นเหตุเป็นผลเสมอไป
บางครั้งมันมาในรูปของ
“ความรู้สึกไม่ปลอดภัยลอยๆ ขึ้นมา”

สมองส่วนที่ทำหน้าที่ตรวจจับภัย
อย่าง อะมิกดาลา (amygdala) และ BNST (bed nucleus of the stria terminalis)
จะตีความว่า

ตอนนี้ยังไม่ปลอดภัยนะ อย่าเพิ่งพัก

ผลคือ
→ ขุดเรื่องมากังวลวนไปวนมา
→ คิดซ้ำ คิดย้ำ คิดไม่จบ



⚡ จากวิตก → เปิดโหมดตอบสนองต่อเครียด

เมื่อสมองคิดว่า “ยังมีภัย”
มันจะเปิดระบบรับมือทันที

เกิดสิ่งที่เรียกว่า
การตอบสนองต่อความเครียด (stress response)

ระบบที่ถูกเปิดคือ
▪️ ระบบประสาทซิมพาเทติก (sympathetic nervous system)
▪️ ศูนย์ปลุกสมองชื่อ โลคัสซีรูเลียส (locus ceruleus)
▪️ ฮอร์โมนความเครียด คอร์ติซอล (cortisol)

ร่างกายถูกสั่งว่า

ตื่นไว้ อย่าหลับ



🌙 ผลลัพธ์: นอนไม่หลับ

ในภาวะปกติ
สมองจะมีศูนย์ช่วย “ปิดระบบตื่น”
ชื่อว่า VLPO (ventrolateral preoptic nucleus)

แต่เมื่อโหมดเครียดถูกเปิด
VLPO จะถูก ยับยั้ง

ผลคือ
→ หลับยาก
→ หลับไม่ลึก
→ ตื่นกลางดึก

และที่โหดที่สุดคือ
คุณไม่ได้แค่นอนไม่หลับ
แต่คุณ “อยากพักแต่สมองไม่ยอมให้พัก”



🔍 เมื่อนอนไม่หลับ → สมองยิ่งหาเรื่องคิด

การอดนอนยิ่งทำให้สมองเปิดโหมดระวังภัยง่ายขึ้ย

สมองส่วน ACC (anterior cingulate cortex)
เป็นส่วนที่สำคัญตอนสู้กับเครียด
จะเริ่มทำงานมากขึ้น นานขึ้น

▪️ส่วนหลัง (dACC)
→ คอยหาความขัดแย้ง
→ คอยจับผิดว่าอะไรยังไม่เรียบร้อย
ปล่อยให้ Hippocampus ขุดขึ้นมาคิด

▪️ส่วนหน้า (rACC)
→ ปล่อยความคิดให้ไหล โดยไม่มีเบรก
→ หยุดคิดไม่ได้

เหมือนสมองมันกำลังถามคุณทั้งคืนว่า

ถ้ามันแย่ขึ้นล่ะ
ถ้าพลาดล่ะ
ทำไงดี แก้ไม่ได้

แล้วแก้ไม่ได้ แล้วทำไงดี
ถ้าแก้แล้วพลาดล่ะ วนไป



🔄 วงจรอุบาทว์จึงสมบูรณ์

นอนไม่หลับ
→ สมองคิดว่ามีภัย
→ เปิดโหมดเครียด
→ วิตกกังวลมากขึ้น
→ นอนไม่หลับกว่าเดิม

นี่ไม่ใช่การคิดมากธรรมดา
แต่มันคือ วงจรประสาทชีววิทยาที่ทรมานจริง

และคนที่อยู่ในวงจรนี้
ไม่ได้ “คิดไปเอง”



🤍 สรุปนะคะ

ถ้าคุณรู้สึกว่า
✔️เหนื่อยกับการคิดไม่หยุด
✔️อยากพัก แต่สมองไม่ให้พัก
✔️กลางคืนคือช่วงเวลาที่ทรมานที่สุด

สมองของคุณกำลัง “พยายามปกป้อง”
เปิดโหมดระวังภัยเกินเหตุ

ถึงเวลาต้องดูแลสุขภาพจิตตัวเองแล้วค่ะ
ถ้ายังไม่เคยพบจิตแพทย์
เป็นหนึ่งในทางออกที่ดีมาก

เพราะการอดนอนเรื้อรังสร้างผลเสียมหาศาล
ทั้งทางจิตเวชเองและทางกาย


ขอให้หายในเร็ววันนะคะ

26/12/2025

การมองย้อนกลับ การทบทวน การสะท้อนคิด หรือแม้กระทั่งการถอดบทเรียน ไม่ว่าคุณจะใช้คำไหน… ความหมายโดยรวมของมันคือ “การได้กลับไปไตร่ตรองในสิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่เราได้เรียนรู้ เพื่อจะไปกำหนดสิ่งที่เราจะไปต่อในอนาคต”⁣

ยิ่งใกล้สิ้นปีจึงเป็นจังหวะที่ดีที่จะได้ชวนทีมของเรามองถอดบทเรียนในปีที่ผ่านมา แบ่งปันความคิด รวมทั้งใช้โอกาสนี้ในการรีเซ็ต กำหนดแนวทาง จัดลำดับความสำคัญ และกำหนดวิธีที่ทีมจะทำงานร่วมกันให้ได้ดียิ่งขึ้นในปีที่จะมาถึง⁣

วันนี้เพจ A Cup of Culture ได้คัดเลือก 9 คำถามสะท้อนความคิดเพื่อช่วยให้ทีมวางแผนสำหรับปีใหม่ ผ่านการมองย้อนกลับไปในปีที่ผ่านมา ดังนี้⁣

────────────⁣
❶ The Highs & Lows: อะไรคือ 'จุดสูงสุด' และ 'จุดต่ำสุด' ของคุณในปีนี้?⁣

→ ทบทวนช่วงเวลาที่ "ดีที่สุด" เพื่อฉลองชัยชนะ และช่วงที่ "ท้าทายที่สุด" เพื่อยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น⁣

❷ The Lesson: อะไรอยู่เบื้องหลังความสำเร็จนั้น และคุณก้าวผ่านอุปสรรคมาได้อย่างไร?⁣

→ ถอดรหัสว่าความสำเร็จเกิดจากอะไร และใช้วิธีไหนในการดึงตัวเองขึ้นมาจากวันที่ยากลำบาก⁣

❸ The Efficiency: อะไรคือสิ่งที่ทำแล้ว 'Work' และอะไรที่ควร 'เลิกทำ' เพราะไม่ได้ผล?⁣

→ สิ่งที่เวิร์ก & ไม่เวิร์ก วิเคราะห์ผลลัพธ์การทำงาน เพื่อเลิกทำสิ่งที่เสียเวลา และต่อยอดสิ่งที่สร้างประโยชน์จริง⁣

❹ The Stress Management: อะไรคือสาเหตุความเครียดหลัก และเราจะช่วยกันบริหารจัดการมันอย่างไรในปีหน้า?⁣

→ สำรวจตัวกระตุ้นความกังวล และมองหาวิธีรับมือที่ยั่งยืนเพื่อรักษาสมดุลในปีหน้า⁣

❺ The Inspiration: ใครคือคนที่คุณอยากขอบคุณหรือเป็นแรงบันดาลใจให้คุณมากที่สุดในปีนี้?⁣

→ บุคคลต้นแบบ ระบุชื่อคนที่เป็นแรงผลักดันให้เรา เพื่อส่งต่อความรู้สึกดีๆ และสร้างสายสัมพันธ์ที่แข็งแรงในทีม⁣

❻ The Gratitude: อะไรคือสิ่งที่คุณรู้สึกขอบคุณมากที่สุดในปี 2024 และจะรักษาพลังนี้ไว้ในปี 2025 อย่างไร?⁣

→ สิ่งที่ขอบคุณ & สิ่งที่นำไปต่อ ฝึกการสำนึกรู้คุณเพื่อเติมพลังบวก และเลือก "ทักษะหรือบทเรียน" ที่มีค่าที่สุดพกติดตัวไปเริ่มปีใหม่⁣

❼ The Big Goals: 3 สิ่งสำคัญที่คุณตั้งใจจะทำให้สำเร็จในปีหน้าคืออะไร?⁣

→ เป้าหมายสูงสุด 3 สิ่ง คัดกรองสิ่งที่สำคัญจริงๆ เพื่อโฟกัสพลังงานไปที่ความสำเร็จที่คุณต้องการเห็นในปีที่กำลังจะถึง⁣

❽ The Support: เพื่อนร่วมทีมหรือหัวหน้าสามารถช่วยสนับสนุนคุณในเรื่องไหนได้บ้างเพื่อให้ปีหน้าเป็นปีที่ดีของคุณ?⁣

→ คำถามนี้เปลี่ยนจากการบ่นเรื่องปัญหา มาเป็นการร้องขอการสนับสนุนอย่างสร้างสรรค์ ช่วยให้ทีมรู้วิธี Support กันและกันได้ตรงจุด⁣

❾ The Theme: ถ้าต้องสรุปปีที่ผ่านมาเป็น "ชื่อหนัง" สักเรื่อง หนังของคุณชื่อว่าอะไร?⁣

→ เป็นคำถาม Ice Breaking ที่ช่วยให้เห็นภาพรวมของความรู้สึกคนในทีมในเชิงสัญลักษณ์ (Metaphor) ช่วยให้บรรยากาศการคุยดูผ่อนคลายและสร้างสรรค์ขึ้นมากครับ⁣

──────────⁣
ข้อแนะนำเพิ่มเติม⁣
ทั้ง 9 คำถาม อาจจะใช้เวลาค่อนข้างนานในการตอบทุกคน แนะนำให้:⁣
➾ แบ่งเป็น 2 ช่วง: ช่วงแรกคุยเรื่องอดีต (ข้อ 1-5) พักเบรก แล้วค่อยคุยเรื่องอนาคต (ข้อ 6-9)⁣
➾ ใช้ Post-it: ให้แต่ละคนเขียนคำตอบลงกระดาษโน้ตแปะบอร์ดก่อน แล้วค่อยเลือกข้อที่อยากแชร์ที่สุดมาเล่าให้เพื่อนฟัง⁣



A Cup of Culture⁣
──────────⁣
#วัฒนธรรมองค์กร⁣



==================⁣
พูดคุยกับที่ปรึกษาในการสร้างวัฒนธรรมองค์กร⁣
📞: 0939322445 📧: jade@bsidepeople.com
(คุณเจตน์ Business Development Manager)⁣

26/12/2025
26/12/2025

ทำไมยาต้านเศร้าบางตัวจึงเพิ่มความเสี่ยงความคิดสั้นในช่วงแรก?
ผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ของยาต้านเศร้าบางตัวที่เพิ่มโอกาสในการมี ความคิดฆ่าตัวตาย (Suicidal Ideation) โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยอายุน้อย ถูกระบุไว้ในคำเตือนสำคัญที่เรียกว่า Black Box Warning บนฉลากยาเลยทีเดียว

เหตุผลเกิดจากกลไกการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกันของอาการในโรคซึมเศร้า:
เราต้องเข้าใจก่อนว่า อาการของโรคซึมเศร้านั้นประกอบด้วยหลายมิติ:
• อาการด้านร่างกาย (Somatic Symptoms): เช่น นอนไม่หลับ กินไม่ได้ ไม่มีเรี่ยวแรง อ่อนเพลีย
• อาการด้านความคิด (Cognitive Symptoms): เช่น คิดโทษตัวเอง รู้สึกไร้ค่า และ มีความคิดไม่อยากมีชีวิตอยู่ (Suicidal Thoughts)
• อาการด้านอารมณ์ (Affective Symptoms): เช่น เศร้า เบื่อ ท้อแท้

กลไกการป้องกันตามธรรมชาติของร่างกาย
อาการอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง หรือไม่อยากทำอะไร ถือเป็นกลไกหนึ่งของร่างกายที่ทำงานเพื่อ ปกป้องเราไม่ให้ไปลงมือทำตามความคิดไม่อยากมีชีวิตอยู่ กล่าวคือ ร่างกายทำให้เราอ่อนแรง จนไม่มีพลังงานที่จะไปทำร้ายตนเองได้

เมื่อผู้ป่วยเริ่มรับประทานยาต้านเศร้า:
1. อาการด้านร่างกายมักจะดีขึ้นก่อน: ผู้ป่วยจะเริ่มรู้สึก มีเรี่ยวแรงมากขึ้น กินได้ดีขึ้น และการนอนหลับเริ่มดีขึ้น
2. แต่อาการด้านความคิดยังไม่ดีขึ้นทันที: ในช่วงแรก ยาจะยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนความคิดที่ว่า "ไม่อยากมีชีวิตอยู่" ได้ทันท่วงที อาการด้านความคิดจะใช้เวลาในการดีขึ้นนานกว่าอาการด้านร่างกาย

ดังนั้น ช่วงที่เรี่ยวแรงดีขึ้น แต่ความคิดไม่อยากมีชีวิตอยู่ยังคงอยู่ จึงเป็นช่วงที่อันตรายและมีความเสี่ยงสูงที่ผู้ป่วยจะมีพลังงานมากพอที่จะลงมือทำตามความคิดสั้นนั้นได้ นี่คือเหตุผลที่แพทย์และผู้ดูแลต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในช่วงเริ่มต้นการรักษาด้วยยาต้านเศร้า

25/12/2025

— 25 ธ.ค. ครบรอบ 5 ปี Soul (2020)

25/12/2025

ที่อยู่

กลุ่มงานบริการสุขภาพและอนามัย สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
Bangkok
10140

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 18:00
อังคาร 08:30 - 18:00
พุธ 08:30 - 18:00
พฤหัสบดี 08:30 - 18:00
ศุกร์ 08:30 - 18:00
เสาร์ 08:30 - 04:30

เบอร์โทรศัพท์

+6624708446

เว็บไซต์

https://www.facebook.com/HCU.KMUTT

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ KMUTT Health Care Unitผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง KMUTT Health Care Unit:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram