เคล็ดลับสุขภาพ

  • Home
  • เคล็ดลับสุขภาพ

เคล็ดลับสุขภาพ ให้คำปรึกษา และตอบคำถามด้านสุขภาพทั่วไป

สุขภาพ คือ ภาวะแห่งความสมบูรณ์ทางร่างกาย จิตใจ และการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมด้วยดี ไม่ใช่เพียงแต่ความปราศจากโรค หรือทุพพลภาพเท่านั้น จากคำจำกัดความนี้ แสดงให้เห็นว่า ภาวะของความไม่มีโรคหรือไม่บกพร่องยังไม่ถือว่ามีสุขภาพ แต่สุขภาพมีความหมาย เชิงบวกที่เน้นความเป็นอยู่ที่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสังคม นั่นคือ ต้องมีสุขภาพกาย สุขภาพจิต และสุขภาพทางสังคมครบทุกด้าน

29/08/2014

อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคกระเพาะ

แนวทางการรับประทานอาหารที่จะลดกรดในกระเพาะและลดการไหลย้อนของกรด

1. ให้รับประทานอาหารวันละ 3 มื้อ และให้รับประทานอาหารว่างระหว่างมื้อ อย่าให้เกิดภาวะที่หิวมากหรืออิ่มมากเกินไป

2. รับประทานอาหารอย่างช้าๆ เคี้ยวอาหารให้ละเอียด
ระหว่างรับประทานอย่าเคร่งเครียด

3. หลังรับประทานอาหารอย่าเพิ่งนอน ให้นั่งหรือเดินไปมา 1 ชั่วโมง

4. อย่ารับประทานอาหารก่อนนอน 3 ชั่วโมงเพราะอาหารมื้อนั้นจะทำให้กรดหลั่งออกมามาก

5. เลือกอาหารที่มีไขมันต่ำ

6. งดเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของ caffeine เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม เครื่องดื่มรสเปรี้ยว เช่น น้ำมะเขือเทศ น้ำมะนาว

7. อาหารแต่ละมื้อควรจะมีโปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ นม

8.ยาน้ำลดกรดควรรับประทานให้ถูกโดยรับประทานยาก่อนอาหาร 1 ชั่วโมงและหลังอาหาร 3 ชั่วโมงและก่อนนอน

9. ไม่ควรดื่มนมหรือครีมเพราะจะทำให้กรดหลั่งมาก

29/08/2014

อาการของโรคกระเพาะอาหาร
1. ปวดท้องลักษณะอาการปวดท้องที่สำคัญ คือ

ปวดบริเวณลิ้มปี ปวดแบบแสบๆหรือร้อนๆ ปวดเรื้อรังมานาน เป็นๆ หายๆ เป็นเดือนหรือเป็นปี
ปวดสัมพันธ์กับอาหาร เช่น ปวดเวลาหิวหรือท้องว่างเมื่อกินอาหารหรือนม จะหายปวดบางรายจะปวดหลังจากกินอาหารหรือนมจะหายปวดบางรายจะปวดหลังจากกินอาหารหรือ
ปวดกลางดึกก็ได้
อาการจะเป็นๆหายๆ

2. จุกเสียด แน่นท้อง ท้องอืด ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ เรอลม มีลมในท้อง ร้อนในท้อง คลื่นไส้อาเจียน

3. อาการโรคแทรกซ้อน ได้แก่
อาเจียนเป็นเลือดดำ หรือแดง หรือถ่ายดำ เนื่องจากมีเลือดออกในกระเพาะอาหาร หรือลำไส้เล็กส่วนต้น
ปวดท้องรุนแรง และ ช๊อค เนื่องจากแผลกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กทะลุ

ปวดท้องและอาเจียนมาก เนื่องจากการอุดต้นของกระเพาะอาหาร
อาการของโรคกระเพาะอาหารจะไม่สัมพันธ์กับความรุนแรงของโรค บางรายไม่มีอาการปวดท้อง แต่มีแผลใหญ่มากในกระเพราะอาหาร หรือลำไส้ บางรายปวดท้องมากแต่ไม่มีแผลเลยก็ได้

อาการอื่นที่พบได้

น้ำหนักลด
เบื่ออาหาร
แน่นท้อง ท้องเฟ้อ
คลื่นไส้ อาเจียน

20/07/2014

โรคกระเพาะอาหารหมายถึงภาวะที่มีแผลเยื่อบุกระเพาะ และลำไส้ถูกทำลายถึงแม้ว่าจะเรียกว่าโรคกระเพาะ แต่สามารถเป็นได้ทั้งที่กระเพาะ และลำไส้ ว่า ถ้าเป็นเฉพาะเยื่อบุกระเพาะเรียก >gastritis แต่ถ้าเป็นแผลถึงชั้นลึก>muscularis mucosa เรียก ulcerถ้าแผลอยู่ที่กระเพาะเรียก >gastric ulcerถ้าแผลอยู่ที่ลำไส้เล็กเรียก>duodenal ulcer โรคกระเพาะพบได้ทุกวัย
สาเหตุของโรคกระเพาะอาหาร

สาเหตุของการเกิดโรคกระเพาะมีมากมาย แต่เชื่อกันว่า สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากมีกรดในกระเพาะอาหารมาก และเยื่อบุกระเพาะอาหารอ่อนแอลง

เชื่อโรค Helicobacter pylori เป็นเชื้อรูปแท่งติดสีน้ำเงิน มีความสามรถอยู่ในสภาวะกรดได้ดี
สาเหตุที่กระเพาะอาหารมีกรดมากขึ้น เกิดขึ้นเนื่องจากสิ่งต่อไปนี้กระตุ้นให้กรดหลั่งมาก
กระตุ้นของปลายประสาท เกิดจากความเครียด วิตกกังวลและอารมณ์
การดื่มแอลกอฮอล์ ได้แก่ เหล้า เบียร์ ยาดอง
ชา กาแฟ และน้ำดื่มที่มี Caffeine จะทำให้กรดหลั่งออกมามาก
การสูบบุหรี่ เนื่องจากบุหรี่ทำให้เกิดการหลั่งกรดออกมามาก
การกินอาหารไม่เป็นเวลา
ภาวะที่มีกรดหลั่งออกมามาก เช่นโรค Zollinger-Ellisson syndrome กรดที่หลั่งออกมามาก จะทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร
มีการทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหาร เกิดจาก
การกินยาแก้ปวด ลดไข้ แก้ปวดกระดูก ปวดกล้ามเนื้อ ยาชุดที่มีแอสไพริน และยาสเตียรอยด์ ยาลูกกลอนต่างๆโดยเฉพาะสารที่ระคายกระเพาะ เช่น ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAID แม้วว่าจะให้ยาโดยการฉีดหรืออมใต้ลิ้นก็มีโอกาสเกิดแผลที่กระเพาะ เนื่องจากนี้จะไปกระตุ้นให้เกิด cyclooxigenase II (Cox II) ซึ่งจะทำให้เกิดการอักเสบที่กระเพาะ
การกินอาหารเผ็ดจัด และเปรี้ยวจัดจากน้ำสมสายชู
การดื่มแอลกอฮอล์ ได้แก่ เหล้า เบี้ย ยาดอง
ประวัติเป็นโรคกระเพาะในครอบครัวหากครอบครัวไหนมีโรคกระเพาะ คนในครอบครัวนั้นก็จะมีโอกาสเกิดโรคกระสูง
ผู้ที่เสี่ยงต่อการเกิดแผลกระเพาะอาหาร

ผู้ที่สูบบุหรี่
ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอลล์ประจำ
ผู้ที่มีความเครียดเป็นประจำ
Helicobacter pylori (H. pylori) คืออะไร

เป็นเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุที่สำคัญของผู้ป่วยโรคกระเพาะ เชื่อว่าติดต่อโดยการรับประทานอาหาร และน้ำ เชื้อจะทำลายเยื่อบุ และฝังตัวที่กระเพาะอาหาร กรดจากกระเพาะอาหารจะช่วยทำลายเยื่อบุทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร

อาการของโรคกระเพาะ วิธีการรักษา อาหารสำหรับโรคกระเพาะ โรคกระเพาะอาหาร

04/11/2013

ถ่ายเบา ถ่ายหนัก ถือเป็นกิจวัตรประจำวันสำหรับคนปกติ หากวันไหนรู้สึกไม่อยากถ่าย หรืออยากปลดปล่อยใจจะขาดแต่มันไม่ยอมสักที นั่นแสดงว่าระบบขับถ่ายของคุณเริ่มมีปัญหาแล้วล่ะ

แต่คนส่วนใหญ่มักคิดว่าการถ่ายทุกวันเป็นเรื่องดี แต่ในความเป็นจริงแล้ว การถ่ายทุกวันก็ถือว่าไม่ปกติเช่นกัน

จริง ๆ แล้วอาการท้องผูกคือ เบ่งถ่ายยาก อุจจาระแข็ง รู้สึกถ่ายไม่หมด รู้สึกว่ามีการอุดตันที่บริเวณทวารหนัก ต้องช่วยสวนทวาร ต้องอาศัยยาจึงทำให้อุจจาระไม่แข็ง ถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้ง/สัปดาห์ หรือรู้สึกถ่ายน้อยกว่าคนปกติ จะเห็นว่าความสำคัญอยู่ที่ลักษณะของอุจจาระและการขับถ่ายมากกว่าความถี่ในการอุจจาระ บางครั้งท้องผูกเกิดได้ฉับพลัน แต่ก็เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นช้า ๆ และอยู่นานเป็นเดือน เป็นปี

ท้องผูกเรื้อรัง ตัดสินจากระยะเวลา คือเริ่มมีอาการท้องผูกอย่างน้อย 6 เดือน ก่อนการวินิจฉัย และเป็นอยู่นานติดต่อกันอย่างน้อย 3 เดือน และต้องไม่ใช่ลำไส้แปรปรวน (IBS) ที่รู้สึกปวดหรือไม่สบายท้อง แต่ดีขึ้นเมื่อได้ถ่ายอุจจาระเป็นอาการเด่น โดยมีอาการท้องผูกร่วมด้วย ที่ต้องแยกการวินิจฉัย เพราะ IBS ให้รักษาอาการปวด โดยอาจไม่จำเป็นต้องให้ยากระตุ้นการขับถ่าย หรือทำให้ถ่ายอุจจาระเหลวมากขึ้น

สาเหตุของอาการท้องผูกที่ไม่ได้มีโรครุนแรงซ่อนอยู่ได้แก่ ดื่มน้ำไม่เพียงพอ กินอาหารน้อย กินเส้นใยอาหาร (Fiber) น้อย ขาดการออกกำลังกาย ถึงเวลาปวดถ่ายไม่ยอมเข้าห้องน้ำ หรือแม้แต่การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาลดกรด ยาแก้แพ้ ยาขับปัสสาวะ ยารักษาความดันสูงบางชนิด ยาบำรุงเลือดธาตุเหล็ก ยาแก้ไอ ยาแก้ปวดบางชนิด ยาลดกรดที่มีอะลูมิเนียม และที่พบได้บ่อยมาก คือใช้ยาถ่ายบ่อยเกินไป

ส่วนอาการท้องผูกเรื้อรังนั้น อาจมีสาเหตุจากโรคต่าง ๆ เช่น มะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ใหญ่ เนื้องอกจะอุดตันลำไส้ ทำให้ถ่ายไม่ออก เบาหวาน โรคฮอร์โมนธัยรอยด์ต่ำ โรคทางระบบประสาท เช่น พาร์กินสัน สมองเสื่อม อัมพาต สมองได้รับบาดเจ็บ โรคซึงเศร้า โรคในลำไส้อื่น ๆ เช่น กระเปาะของผนังลำไส้ ลำไส้โป่งพอง หลังการผ่าตัดในช่องท้องการตีบแคบ หรือลำไส้เคลื่อนไหวช้า เป็นต้น

ทำอย่างไรไม่ให้ท้องผูก

1.ดื่มน้ำให้ได้วันละประมาณ 1-2 ลิตร ถ้าไม่มีโรคหัวใจ โรคของเส้นเลือด โรคไตอยู่ บางคนอาจท้องผูกจากการดื่มนมหรือรับประทานแคลเซียมในปริมาณมาก

2.เข้าห้องน้ำทันทีเมื่อรู้สึกปวดถ่าย ไม่ควรรอหรือทนอั้นไว้เพราะยิ่งรอไว้นาน ยิ่งเพิ่มอาการท้องผูก และควรฝึกขับถ่ายเป็นเวลา

3.ออกกำลังกายน้อย หรือใช้เวลานอนบนเตียงนาน ๆ เช่น คนป่วยนอนโรงพยาบาลนาน ๆ ทำให้ท้องผูก จึงควรขยับเขยื้อนร่างกาย ออกกำลังกายเสมอ ๆ เป็นสิ่งที่ดีที่สุดถ้ามีอาการปวดข้อ อาจลองทำกายบริหารในสระว่ายน้ำ

4.หลีกเลี่ยงอาหารที่มีใยน้อย เช่น ไอศกรีม ชีส หรือเนยแข็ง เนื้อวัว ควรหลีกเลี่ยงชา กาแฟ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะปัสสาวะบ่อย ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ

5.ทานอาหารที่มีใยอาหาร 20-30 กรัมต่อวัน เพราะใยอาหารจะทำให้เนื้ออุจจาระอุ้มน้ำมากขึ้น แล้วค่อย ๆ เพิ่มปริมารของใยอาหารในทุก ๆ สัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายปรับตัวจะได้ไม่เกิดอาการท้องอืดแน่น

6.หลีกเลี่ยงการใช้ยาระบาย หรือการสวนทวารนาน ๆ เพราะไม่ใช่วิธีการรักษาให้หายขาด การใช้ยาระบายนาน ๆ ทำให้ร่างกายลืมหน้าที่ตนเอง

หากปฏิบัติข้อ 1-6 แล้วไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อการตรวจวินิจฉัย และรักษาอย่างถูกต้อง

04/11/2013

คำถามที่ถามกันบ่อยคือ ทำอย่างไรจึงจะทำให้สุขภาพดี การจะทำให้มีสุขภาพดีต้องพิจารณาจากองค์ประกอบ 5 ประการ โดยเริ่มจากการกินก่อน ดังนี้

1. การกิน

หากกินผิดนอกจากจะแก่เร็วแล้ว ยังทำให้ป่วยด้วยอาหารที่ทำลายสุขภาพที่สุดคือ เนื้อ นม ไข่ ผมไปทำงานที่โรงพยาบาล (บางประกอก 1) สัปดาห์ละสองวัน พบว่าเด็กสมัยนี้ป่วยเป็นมะเร็งกันมาก บางคนเป็นตั้งแต่อายุยังน้อย มีกรณีหนึ่งอายุ 11 ขวบ ป่วยเป็นมะเร็งนม สอบถามผู้ปกครอง ปรากฏว่าเด็กคนนี้กินไก่พวกฟาสต์ฟู้ดส์วันละตัว ทำให้ตัวโตผิดปกติ เพราะรับฮอร์โมนจากไก่ที่ติดมาจากกระบวนการเลี้ยง เมื่อร่างกายรับสารเหล่านี้เข้าไปมากๆ จะทำให้เซลล์เติบโตผิดปกติ และกลายเป็นมะเร็งได้

น้ำตาลซูโครสหรือน้ำตาลฟอกขาวก็เช่นกัน เป็นเหมือนยาพิษ เมื่อกินเข้าไปบ่อยๆ จะไปเคลือบต่อมย่อยอาหารในลำไส้ ทำให้เกิดพิษ (toxin) และทำให้ร่างกายป่วย เรื่องของอาหาร คุณกินผิดหรือไม่ ลองไปสำรวจตัวเองดู ตัวอย่างที่แสดงว่าคุณกินผิด อาการจะมีหลายอย่าง ตั้งแต่เจ็บป่วย เล็กๆ น้อยๆ จนกระทั่งไปถึงเรื่องมะเร็ง ล้วนเกี่ยวกับเรื่องของการกินทั้งสิ้น

เปลี่ยนนิสัยการกินเป็นเรื่องยาก

ตั้งแต่ผมทำการแพทย์ทางเลือก การแพทย์ผสมผสานมา สิ่งที่ยากที่สุดในโลกคือการเปลี่ยนนิสัยการกิน เพราะสิ่้งที่คุณชอบมันไปติดอยู่ในสมองคุณ มันเป็นเจ้านายคุณ ไม่กินหวานไม่ได้

เพื่อนผมอยู่เยอรมนี ภรรยาเป็นโรคเบาหวาน พอผมไป เขาดีอกดีใจ ขอให้ช่วยแนะนำหน่อย จะช่วยแก้เบาหวานได้ไหม ผมบอกว่าง่ายนิดเดียว ผมก็ทำสูตรอาหารให้ พอเห็นสูตรอาหารเขาถามว่าแป้งต้องเป็นแป้งไม่ขัดขาวแปลว่าอะไร ผมก็บอกว่าเป็นพวกข้าวแดง เขาถามอีกว่ากินก๋วยเตี๋ยวได้ไหม มะกะโรนีกินได้ไหม สปาเกตตีกินได้ไหม ผมบอกว่าทุกอย่างที่ทำมาจากแป้งขาวกินไม่ได้ เขาบอกว่าไม่รักษาแล้ว

เพราะอะไรน่ะหรือ คนเป็นเบาหวานติดแป้งขาว หากไม่ได้กินจะกระวนกระวาย ติดรสหวาน หากไม่ได้กินจะหงุดหงิดมันเป็นความจำส่วนหนึ่งในสมอง ถ้าคุณแก้ตรงนี้ได้ คุณเป็นเจ้านายเลย

มีคนแถวบ้านที่สนิทกันมากมาให้รักษามะเร็งปอด เป็นเถ้าแก่ใหญ่ อายุเจ็ดสิบกว่า ผมก็ทำสูตรอาหารชีวจิตให้กิน ให้ปฏิบัติ แล้วก็ให้ยาแบบชีวจิต อาการก็ดีขึ้นเป็นลำดับ เดินได้วิ่งได้ อยู่มาวันหนึ่งแกให้ลูกชายมาเรียกผมไปคุย ถามว่าจะให้กินแบบนี้ไปอีกนานเท่าไร ผมถาม ทำไมล่ะ กินมาแล้วแข็งแรงดี หายจากโรคภัยไข้เจ็บ มันดี เถ้าแก่ก็กินต่อไปสิ แกตอบว่า "ถ้าให้กูกินแบบนี้ ให้กูตายดีกว่า" แกพูดอย่างนี้จริงๆ

การเปลี่ยนเรื่องนิสัยการกินยากที่สุดในโลก เพราะในสมองจะมีสารตัวหนึ่ง เราเรียกว่า "Brain Chemistry" ซึ่งจะมีผลต่อส่วนต่างๆ ของสมอง ซึ่งมาบังคับให้คุณทำอะไรตามอิทธิพลของสมอง ตรงส่วนที่ว่าเราชอบอย่างโน้นชอบอย่างนี้ และเกลียดตรงนั้นตรงนี้ ซึ่งส่วนนี้จะอยู่ในส่วนกลางของสมอง เรียกว่า "Bid Brain"

ตกลงคือว่าเราต้องหัดร่างกายให้ดี แล้วร่างกายดี มีสุข สนุกกับการทำงาน ร่างกายดีคือ สุขภาพต้องดี สุขภาพร่างกายแข็งแรง จิตใจก็ดี เพราะจิตใจเป็นส่วนหนึ่งของสุขภาพ เราต้องมีวิธีฝึกปฏิบัติหัดให้ร่างกายผ่อนคลาย (Relax) ฝึกสมาธิง่ายๆ เพื่อให้ใจสงบ

ผมมีหลานอายุขวบกว่าก็กินชีวจิต พอโตหน่อยไม่ได้กินนมแม่แล้ว ก็ให้กินนมถั่วเหลืองและกินข้าวซ้อมมือ แล้วทำน้ำอาร์.ซี.ให้กิน แกก็แข็งแรงและท่าทางจะฉลาดกว่าปู่เสียอีก

ผมชอบสูตรของพระนะ ถ้าพระวัดป่ากินอาหารมื้อเดียวดูน้อยเกินไป ส่วนพระธรรมดากินอาหาร 2 มื้อ งดอาหารเย็นอันนี้ถูกต้อง ตามหลักของสรีรวิทยาบอกว่า เมื่ออายุ 30 ขึ้นไป ทุกๆ สิบปีควรจะลดแคลอรีของอาหาร 8 เปอร์เซ็นต์ อายุ 50 ปี ลดไป 16 เปอร์เซ็นต์ ลดพลังงานจากอาหารให้น้อยลง แต่ไม่ได้ลดปริมาณอาหาร มื้อเย็นไม่จำเป็นต้องกิน แต่เราไม่ได้เป็นพระ มื้อเย็นก็กินพวกผลไม้ น้ำผลไม้ อะไรนิดๆ หน่อยๆ เพื่อให้มีอะไรรองท้อง ทำให้เราสดชื่น มีชีวิตชีวา เพราะฮอร์โมนส่วนมากมาจากอาหาร

2. การนอน

พื้นฐานอีกอันหนึ่งนอกจากการกินแล้วคือ เรื่องนอนเรานอนผิดเพราะอะไร เพราะชีวิตประจำวันของคนสมัยใหม่อาจจะต้องนอนดึก ดูทีวี ติดละครเรื่องนั้นเรื่องนี้ กว่าจะนอนบางทีสองยาม ตีหนึ่ง เป็นต้น

หลายท่านคงจะจำได้ตั้งแต่ชั้นประถมว่าน้องนอนวันละ 8 ชั่วโมง แต่ไม่เคยสอนว่าคุณต้องนอนให้หลับสนิท แล้วก็หลับลึก เรื่องเวลา 8 ชั่วโมง หรือ 9 ชั่วโมงไม่เกี่ยว

นอนกินบ้านกินเมืองนอนอย่างไร ไปเที่ยวคืนวันศุกร์ กลับดึก นอนตั้งแต่คืนวันศุกร์มาถึงเช้า ไม่ลุกกินข้าว นอนต่อเช้าวันเสาร์ไปถึงคืนวันเสาร์ ถึงเช้าวันอาทิตย์ยังไม่ตื่น นอนต่อไปอีกคืนวันอาทิตย์ แล้วพอถึงวันจันทร์ต้องตื่นไปทำงาน คลานออกมาในลักษณะที่ไม่เป็นผู้เป็นคน ทั้งๆ ที่คุณนอนมาศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ แต่ไม่มีแรง เพราะอะไร มันนอนผิด

ถ้าคุณเป็นนักเศรษฐศาสตร์หรือนักคำนวณ ชีวิตของคุณขาดทุนอย่างร้ายแรง ลองคิดดู นอน 8 ชั่วโมง แปลว่าต้องนอนถึง 1 ใน 3 ของชีวิต วันหนึ่งมี 24 ชั่วโมง คุณนอน 8 ชั่วโมง เท่ากับ 1 ใน 3 คุณหมดไปกับการนอน ถ้าเกษียณอายุ 60 ปี แปลว่าคุณนอนมา 20 ปี ตกลงคุณนอนผิดทั้งในด้านเศรษฐศาสตร์และด้านสุขภาพ

3. การทำงาน

ผมไปจัดคอร์สสุขภาพที่สวนสามพราน คอร์สหนึ่งประมาณ 3-4 วัน ไปชอบใจคนทำงานอยู่คนหนึ่งชื่อ่คุณสนิท ตำแหน่งรองผู้จัดการฝ่ายสถานที่ ดูแลเกี่ยวกับเรื่องของอาหารและความสะดวกในการประชุม

ผมว่าเขาเป็นคนมีความสุขมาก เพราะเป็นคนรักงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งงานด้านบริการ เวลาที่มีงานเลี้ยง คุณสนิทจะไปเช่าเต็นท์มา บอกว่าฝนตกงานพังแน่ ผมชอบใจวิธีแก้ของเขา และเขาใช้หมด ไม่ว่าจะเป็นไสยศาสตร์ ไปขอธงของหลวงพ่อมา เพราะเชื่อว่าปักแล้วฝนไม่ตก เสร็จแล้วฝนก็ตก และอาจเป็นเรื่องเล่นๆ อะไรไม่ทราบ เขาเชื่อว่าผมช่วยห้ามฝนได้ เพราะผมเคยเป็นคนไปบนให้เขาแล้วฝนไม่ตก พอตอนเช้ามีคนประมาณ 120 คนต้องรำกระบองกันต้งแต่ตีสี่ครึ่ง เขาก็กลัวอีกว่าฝนจะตก ผมบอก ไม่ต้องกลัว ทำใจดีๆ ไว้ ฝนไม่ตกหรอก แล้วฝนก็ไม่ตกจริงๆ

ที่ผมรู้สึกสนุกไปด้วยเพราะว่าเขาชอบบริการ คนยิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งดีใจ ตื่นขึ้นมาตั้งแต่ตีสี่มาดูว่าตรงไหนไม่เรียบร้อยก็วิ่งไปทำเอง ไปขนของเอง แม้กระทั่งไปทำกับข้าวเองก็ยังไปทำ ผมเพิ่งเห็นคนอายุ 55 ปีแบบนี้ แต่มีความสุขกับการทำงาน รักที่จะบริการคน

เขามีความทุกข์สมัยที่ร่างกายเคยอ้วน มีโรคความดันโลหิตสูง ทำอะไรนิดหน่อยก็หายใจหอบ เหนื่อยง่าย เราก็แนะนำเรื่องอาหารชีวจิต เรื่องการออกกำลังกาย เรื่องนอนและเรื่องอื่นๆ และเขาก็ทำได้ เดี๋ยวนี้รูปร่างดี มารำกระบองกับเรา พวกหนุ่มๆ สู้ไม่ได้ เพราะรำกระบองแบบชีวจิตเหนื่อยมาก

ตัวอย่างนี้แสดงว่าความสุขในการทำงานถึงแม้จะมีใจรัก มีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ อยากจะบริการคน แต่ถ้าร่างกายไม่ให้ สุขภาพไม่ให้ มันก็อาจกลายเป็นความทุกข์

4. การพักผ่อน

ตอนนี้จะแนะนำให้รู้ก่อนว่า กิน นอน ทำงานผิด สุขภาพจะไม่ดี อายุสั้น มีความทุกข์มาก ส่วนเรื่องการพักผ่อนต้องลางาน 2 อาทิตย์ แล้วลาไปเที่ยวเมืองนอกเป็นแฟชั่นนิยมอีกเหมือนกัน เพราะผลปรากฏว่ากลับมามีอาการหน้าซีดหน้าเซียวเพราะเป็นหนี้ อย่าเช่นไปสวิตเซอร์แลนด์ใช้เงินอย่างต่ำๆ ก็สามแสนกว่า อยากโก้ก็เลยกู้เงินไป แล้วไปช่วงคนเที่ยวกันเยอะๆ ที่พักก็เต็ม ตระเวนเสียแทบแย่ หาที่พักได้ก็ต้องไปจ่ายสามสี่เท่าของราคาจริง กลับมาเหนื่อยด้วย เป็นหนี้ด้วย ไม่มีความสุข เกิดการพักผ่อนผิด เพราะเข้าใจคอนเซ็ปต์ของการพักผ่อนผิด

ถ้าพักผ่อนแบบของชีวจิตไม่ต้องไปสวิส อยู่ที่นี่ก็ได้ นั่งที่นี่ก็ได้ ฝึกวิธีหายใจให้ถูก ตกลงคนพักผ่อนได้ทุกขณะไม่ต้องเสียเงิน โดยอย่าไปยึดว่าพักผ่อนต้องลางาน ต้องขึ้นเครื่องบิน ต้องไปเที่ยว ไม่เอาแบบนั้น

5. การออกกำลังกาย

กิน นอน ทำงาน พักผ่อน ออกกำลังกาย ผมให้ความสำคัญเท่ากับเรื่องของการกิน เหมือนกับรถยนต์ ถึงแม้คุณอาจจะใช้น้ำมัน 95 ก็ตามที แต่คุณถนอมเครื่องไม่เอารถไปวิ่ง ความจริงรถอยู่เฉยๆ พังนะครับ เปรียบกับคุณกินของดีๆ ไปเยอะๆ แต่ไม่ออกกำลังกาย คุณพังนะครับ

เราก็เลยมีหลักการออกกำลังกายของเรา ต้องออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันได้ยิ่งดี ให้สม่ำเสมอ คุณจะเล่นอะไรก็ได้ แต่ต้องให้ได้เหงื่อออกโซมเลย หัวใจเต้นแรงแปลได้ว่าหัวใจทำงานเต็มที่ ควรจับชีพจรดูให้ได้ 120 ขึ้นไป คุณจะได้ยาวิเศษประจำตัวของคุณออกมาจากตัวคุณเอง คือ โกร๊ธฮอร์โมน (growth hormone) ซึ่งมีมาตั้งแต่เกิด แต่พออายุประมาณ 20 ปี โกร๊ธฮอร์โมนจะหลั่งน้อยลง อายุจวนๆ 30 ปีไม่หลั่งเลย

เพราะฉะนั้น ถ้าออกกกำลังกายถูกต้อง กิน นอน ทำงาน พักผ่อน ออกกำลังกาย ซึ่งในชีวิตประจำวันมีอยู่เท่านี้

ตามหลักชีวจิตเอาเรื่องสุขภาพกับเรื่องของการแพทย์เข้ามาเกี่ยวกัน กินต้องกินให้ถูก นอนต้องนอนให้ถูก ทำงานต้องทำงานให้ถูก พักผ่อนให้ถูก ออกกำลังกายให้ถูก เริ่มต้นจากชีวิตประจำวันก่อน กิน นอน และทำงานให้ถูกต้อง เพื่อให้อินมูนซินเต็ม (Immune System) ดีขึ้น เพราะว่าถ้าคุณทำงานถูกแล้วคุณไม่เครียด ความเครียดเป็นตัวทำลายอินมูนซิสเต็ม ซึ่งเป็นพลังวิเศษของคุณ

ระบบหายใจประกอบไปด้วยหลอดลม ปอด หัวใจ กะบังลม ซึ่งเป็นพื้นฐานของสุขภาพ และต้องอาศัยการกิน นอน ทำงาน พักผ่อน ออกกำลังกายให้ถูกต้อง คุณจะสร้างตึกแข็งแรง สวยเหลือเกิน ต้องดูที่ฐานราก ต้องดูตั้งแต่ตอกเสาเข็ม ลงคอนกรีต คุณรู้ไหม ตึกจะสูงกี่ร้อยชั้น จะอยู่ได้ทนถาวรแค่ไหนอยู่ที่ฐานราก

Address

26 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา

10510

Telephone

0827822137

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when เคล็ดลับสุขภาพ posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

  • Want your practice to be the top-listed Clinic?

Share