วัดศิลาอาสนาราม ตำบลสะเดา อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์

วัดศิลาอาสนาราม  ตำบลสะเดา อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ มาถึงวัดเห็นดิน เห็นต้นไม้ ยังมิใช่เห็นวัด ดั่งความหมาย รู้จักวัตร ต้องฝึกหัดทั้งใจกาย

ขอเชิญร่วมโครงการบวชศีลจาริณีปฏิบัติธรรมภาคฤดูร้อนเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบร...
01/04/2026

ขอเชิญร่วมโครงการบวชศีลจาริณีปฏิบัติธรรมภาคฤดูร้อน
เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
และเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

─┉┈◈◉◈┈┉─

ระหว่างวันที่ ๔ ถึง ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๙

ณ วัดป่ามหาโพธิญาณ
ตำบลสำเภาลูน อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์

หมายเหตุ : ผู้ที่เข้าร่วมโครงการจะมีเกียรติบัตรมอบให้

ติดต่อสอบถาม :
รก.วัดป่ามหาโพธิญาณ
พระอาจารย์สมวงค์ สนฺตมโน
โทร.0954703627

เข้าใจพระพุทธศาสนาภายใน 10 นาที1. พระพุทธเจ้าตรัสรู้อะไร ?  อริยสัจ 4  คือ ทุกข์ คือความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ สมุทัย คือเ...
25/03/2026

เข้าใจพระพุทธศาสนาภายใน 10 นาที

1. พระพุทธเจ้าตรัสรู้อะไร ?
อริยสัจ 4 คือ
ทุกข์ คือความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ
สมุทัย คือเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์
นิโรธ คือความดับทุกข์
มรรค คือข้อปฏิบัติเพื่อความดับทุกข์

2. พระพุทธเจ้าทรงสอน
เรื่องอะไร ?
ทุกข์กับการดับทุกข์

3. ภาพรวมของพระพุทธศาสนา .... มีดังนี้
3.1 ให้มองโลกตามความ
เป็นจริง (จริงขั้นสมมุติ=สมมุติสัจจ์,
จริงแท้=ปรมัตถสัจจ์) อาทิ
ตัวเรามีอยู่ แต่หาใช่ตัวตน
ที่แท้จริงไม่

3.2 ให้ถือทางสายกลาง
ทางตึง (ทรมานกายให้ลำบาก) ก็ดี, ทางหย่อน (ฟุ้งเฟ้อหลงใหล มัวเมา) ก็ดี, มิใช่แนวทางของพระพุทธศาสนา
แนวทางของพระพุทธศาสนา คือ มรรคมีองค์ 8 ทางสายกลางพอดี ๆ

3.3 ให้พึ่งตนเอง
มิใช่พึ่งเทวดา โชคชะตาราศี หรือ ดวงดาว ฤกษ์ยาม

3.4 ไสยศาสตร์ การบนบานศาลกล่าว อ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การดูฤกษ์ยาม การเจิม ฯลฯ มิใช่พุทธศาสนา

3.5 สิ่งทั้งหลายเกิดขึ้นตามเหตุปัจจัย (อิทัปปัจจยตา) มิใช่เกิดขึ้นเองลอย ๆ หรือพรหมลิขิต การจะดับทุกข์ได้ต้องดับที่เหตุ

3.6 โอวาทที่เป็นหลักเป็นประธาน (โอวาทปาฏิโมกข์) คือ ให้ละชั่ว ทำกุศลให้ถึงพร้อม และทำจิตให้บริสุทธิ์

3.7 สิ่งทั้งหลายอยู่ภายใต้กฎของไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง, ทุกขัง, อนัตตา
แม้พระนิพพาน ก็เป็นอนัตตาเช่นกัน หาใช่อัตตาตัวตนไม่

3.8 ให้เชื่อในหลักธรรม คือ ทำดี-ได้ดี, ทำชั่ว-ได้ชั่ว
ให้ทำตนอยู่เหนือดี เหนือชั่วนั่นแหละ จึงจะพบนิพพาน (คือเหนือกรรม)

3.9 จุดหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา คือนิพพาน (ได้แก่สภาวะจิตที่สงบเย็น ปราศจากทุกข์)

3.10 สรุปธรรมทั้งปวง รวมลงในเรื่องเดียว คือ “ความไม่ประมาท”

4. การศึกษาธรรมะ 2 สมัย
4.1 สมัยปัจจุบัน คือ รู้จัก กับ รู้จำ .... อาศัยการฟัง อ่านค้นคว้า จึงมีความรู้อยู่ในสมองและในสมุด พูดธรรมะได้คล่องแต่ปฏิบัติไม่ค่อยได้ จึงได้ผลน้อย
4.2 สมัยพุทธกาล คือ รู้แจ้ง ... โดยเมื่อฟังและจำแล้ว ก็จะลงมือปฏิบัติ ทำจริงในขณะนั้นทันที ทำให้เกิดผลเป็นความรู้แจ้งเรื่องชีวิต ดับทุกข์ในขณะนั้นทันที

5. วิธีศึกษาพระพุทธศาสนา
เมื่อแรกพุทธปรินิพานนั้น สิ่งที่พระพุทธองค์ทรงสั่งให้ถือเอาเป็นศาสดาแทนพระองค์ มีเพียง 2 คือ ธรรมและวินัย
หลังจากนั้นมา 300 ปี จึงเกิดมีพระไตรปิฎกขึ้น (สุตตันตปิฎก วินัยปิฎก และอภิธรรมปิฎก) ..... บัดนี้ล่วงกาลมาถึง 2500 กว่าปี คำสอนเดิม ขั้นปรมัตถ์ค่อย ๆ หายไป หมดไป เกิดมีคำสอนใหม่ ๆ เป็นพุทธศาสนาเนื้องอกจับใส่พระโอษฐ์ ว่าเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นอันมาก
ดังนั้นในการศึกษาพระพุทธศาสนาพึงอาศัยหลักดังนี้
– ด้านปริยัติ (ความรู้เนื้อหา)
ให้อ่าน ฟัง คิด วิจัย ให้เข้าใจคือให้ปฏิบัติได้จริง .... หากสงสัย ให้อาศัยหลักกาลามสูตรเข้าพิจารณาตัดสิน มิใช่เชื่อไปเสียหมด
– ด้านปฏิบัติ
การปฏิบัติทุกอย่างของพระพุทธศาสนาไม่ว่าการทำทาน รักษาศีล ภาวนา พระพุทธองค์ทรงสอนให้ ทำเพื่อ “ละกิเลส” มิใช่เพื่อเอา หวังได้นั่นได้นี่ อันทำให้ยิ่งเพิ่ม โลภะ โทสะ โมหะ ซึ่งหาใช่พุทธศาสนาไม่
ทุกวันนี้ไหว้เพื่อเอา เพื่อขอ ทำบุญเพื่อเอาสวรรค์ นิพพาน หวังผลทั้งชาตินี้ชาติหน้า ซึ่งจะกลายเป็นพอกกิเลสยาวนาน
– ด้านปฏิเวธ (ผล)
ทำเพื่อละ จะพบนิพพาน (จิตบริสุทธิ์ มีความสะอาด สว่าง สงบ) แต่ถ้าทำเพื่อเอา จะพบกิเลสในตนพอกพูนยิ่งขึ้น ๆ ยาวนาน และยิ่งมีทุกข์มาก .... ดังนั้น จงมุ่งปฏิบัติเพื่อห่างไกลทุกข์โดยส่วนเดียว ให้ได้เห็นผลด้วยตนเอง (สันทิฏฐิโก)

6. จะศึกษาพุทธศาสนาได้
ที่ไหน ?
ให้ศึกษาในร่างกายของเราเองนี้ ที่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ มิใช่จะต้องศึกษากับพระ และในวัดวาอารามเท่านั้น
จึงควรศึกษาตนเอง อย่ามัวแต่ศึกษานอกตัว หรือมัวติดอยู่แค่พิธีกรรม หรือได้แต่ทำตาม ๆ เขาไป จะเสียทีที่ได้มีโอกาสเกิดมาพบพระพุทธศาสนา ได้ลิ้มรสแค่เปลือกกระพี้ มิได้ชิมรสอันเป็นเนื้อใน อันได้แก่ธรรมรสของความเย็นอกเย็นใจ (นิพพาน)

7. เหตุแห่งทุกข์และ
การดับทุกข์
เหตุเกิดจากอุปทาน คือ การเข้าไปยึดถือว่า นี่คือ
ตัวตนของเรา นี่ของๆ เรา
การดับ โดยละอุปทานเสีย
(โดยพยายามปฏิบัติให้ “เห็นอนัตตา”) จะโดยบังคับจิตเป็นสมาธิ (เจโตวิมุตติ) หรือโดยพิจารณาธรรมด้วยปัญญา (ปัญญาวิมุตติ) ก็ได้

8. พุทธพจน์ “ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา”
คำว่า “เห็นธรรม” คือ เห็นปฏิจจสมุปบาท คือ วงจรที่ทุกข์เกิด และดับ โดยเริ่มต้นจากอวิชชา จนเกิดทุกข์

9.จุดหมายสูงสุดของ
พระพุทธศาสนา คือ นิพพาน
(สภาวะจิตที่สงบเย็น)
ปราศจากกิเลส เครื่องร้อยรัดทั้งปวง (ชาวบ้านพูดว่า เย็นอก เย็นใจ) หาพบได้ที่ใจตัวเอง

10. สรุป ... ทุกข์เกิดขึ้นที่จิต พึงรักษาจิตให้เป็นประภัสสรไว้เสมอ ระวังการกระทบ (ผัสสะ) ทางตา หู ฯลฯ ให้ดี มีสติรู้ทันว่า…เห็นสักว่าเห็น ได้ยินสักว่าได้ยิน อย่าให้เวทนา ตัณหา เกิดได้ แล้วท่านจะพบความสงบเย็นตลอดเวลา
ความทุกข์เกิดขึ้นที่จิต เพราะเห็นผิดเมื่อผัสสะ ... ความทุกข์จะไม่โผล่ ถ้าไม่โง่เมื่อผัสสะ ... ความทุกข์เกิดไม่ได้ ถ้าเข้าใจเรื่องผัสสะ
.... (จากธรรมสมโภช 80 ปี พุทธทาสภิกขุ) .....

ให้เป็นผู้หนักแน่นราหุล ! เธอจงอบรมจิตให้เสมอด้วยแผ่นดิน(ปฐวี) เถิด เมื่อเธออบรมจิตให้เสมอ ด้วยแผ่นดินอยู่ ผัสสะทั้งหลาย...
21/03/2026

ให้เป็นผู้หนักแน่น

ราหุล ! เธอจงอบรมจิตให้เสมอด้วยแผ่นดิน(ปฐวี) เถิด เมื่อเธออบรมจิตให้เสมอ ด้วยแผ่นดินอยู่ ผัสสะทั้งหลาย ที่น่าพอใจ และไม่น่าพอใจอันเกิดขึ้นแล้ว จักไม่ กลุ้มรุมจิตตั้งอยู่

ราหุล ! เปรียบเหมือนเมื่อคนเขาทิ้ง ของสะอาดบ้าง ไม่สะอาดบ้าง ทิ้งคูถบ้าง ทิ้งมูตรบ้างทิ้งน้ำลายบ้าง หนองบ้าง โลหิตบ้าง ลงบนแผ่นดิน แผ่นดินก็ไม่รู้สึก อึดอัดระอารังเกียจ ด้วยสิ่งเหล่านั้น นี้ฉันใด ราหุล ! เธอจงอบรมจิตให้เสมอ ด้วยแผ่นดินเถิด เมื่อเธออบรมจิตให้เสมอด้วยแผ่นดินอยู่ ผัสสะทั้งหลาย ที่น่าพอใจ และไม่น่าพอใจอันเกิดขึ้นแล้ว จักไม่กลุ้มรุมจิตตั้งอยู่ ฉันนั้น เหมือนกัน

ราหุล ! เธอจงอบรมจิตให้เสมอด้วยน้ำ(อาโป) เถิด เมื่อเธออบรมจิตให้เสมอ ด้วยน้ำอยู่ ผัสสะทั้งหลาย ที่น่าพอใจและไม่น่าพอใจอันเกิดขึ้นแล้ว จักไม่กลุ้ม รุมจิตตั้งอยู่

ราหุล ! เปรียบเหมือนเมื่อคนเขาล้างของสะอาดบ้าง ไม่สะอาดบ้าง ล้างคูถบ้าง ล้างมูตรบ้าง น้ำลายบ้าง หนองบ้าง โลหิตบ้าง ลงในนำน้ำ ก็ไม่รู้สึกอึดอัดระอา รังเกียจ ด้วยสิ่งเหล่านั้น นี้ฉันใด ราหุล !เธอจงอบรมจิตให้เสมอด้วยน้ำเถิด เมื่อเธออบรม จิตให้เสมอด้วยน้ำอยู่, ผัสสะทั้งหลายที่น่าพอใจ และไม่น่า พอใจอันเกิดขึ้นแล้ว จักไม่กลุ้มรุมจิตตั้งอยู่ ฉันนั้นเหมือนกัน

ราหุล ! เธอจงอบรมจิตให้เสมอด้วยไฟ (เตโช) เถิด เมื่อเธออบรมจิตให้เสมอ ด้วยไฟอยู่ ผัสสะทั้งหลายที่น่าพอใจ และไม่น่าพอใจอันเกิดขึ้นแล้ว จักไม่กลุ้ม รุมจิตตั้งอยู่

ราหุล ! เปรียบเหมือนเมื่อคนทิ้งของสะอาดบ้างไม่สะอาดบ้าง ทิ้งคูถบ้าง ทิ้งมูตรบ้าง น้ำลายบ้าง หนองบ้าง โลหิตบ้าง ลงไปให้มันไหม้ ไฟก็ไม่รู้สึก อึดอัด ระอารังเกียจ ด้วยสิ่งเหล่านั้น นี้ฉันใด ราหุล ! เธอจงอบรมจิตให้ เสมอด้วยไฟเถิด เมื่อเธออบรมจิตให้เสมอด้วยไฟอยู่ ผัสสะทั้งหลายที่น่าพอใจ และไม่น่าพอใจอันเกิดขึ้น แล้วจักไม่กลุ้มรุมจิตตั้งอยู่ ฉันนั้นเหมือนกัน

ราหุล ! เธอจงอบรมจิตให้เสมอด้วยลม (วาโย) เถิด เมื่อเธออบรมจิตให้เสมอ ด้วยลมอยู่ ผัสสะทั้งหลายที่น่าพอใจ และไม่น่าพอใจอันเกิดขึ้นแล้ว จักไม่กลุ้มรุม
จิตตั้งอยู่.

ราหุล ! เปรียบเหมือนลมพัดผ่านไปในของสะอาดบ้าง ไม่สะอาดบ้าง คูถบ้าง มูตรบ้าง น้ำลายบ้าง หนองบ้าง โลหิตบ้าง ลมก็ไม่รู้สึกอึดอัดระอา รังเกียจด้วยสิ่งเหล่านั้น นี้ฉันใด ราหุล ! เธอจงอบรมจิตให้เสมอ ด้วยลมเถิด เมื่อเธออบรมจิตให้เสมอด้วยลมอยู่ ผัสสะทั้งหลายที่น่าพอใจ และไม่น่าพอใจ อันเกิดขึ้นแล้ว จักไม่กลุ้มรุมจิตตั้งอยู่ ฉันนั้นเหมือนกัน

ราหุล ! เธอจงอบรมจิตให้เสมอด้วยอากาศเถิด เมื่อเธออบรมจิตให้เสมอด้วย อากาศอยู่ ผัสสะทั้งหลายที่น่าพอใจ และไม่น่าพอใจอันเกิดขึ้นแล้ว จักไม่กลุ้ม รุมจิตตั้งอยู่

ราหุล ! เปรียบเหมือนอากาศ เป็นสิ่งมิได้ตั้งอยู่เฉพาะในที่ไรๆ นี้ฉันใด ราหุล ! เธอจงอบรมจิตให้เสมอด้วย อากาศ เถิด เมื่อเธออบรมจิตให้เสมอด้วยอากาศอยู่ ผัสสะทั้งหลายที่น่าพอใจและไม่น่าพอใจอันเกิดขึ้นแล้ว จักไม่กลุ้มรุมจิตตั้งอยู่ ฉันนั้นเหมือนกัน

จากหนังสือปฐมธรรม พุทธวจน

“บุญวาสนาเป็นสิ่งที่สร้างเองได้ หากไม่มีก็ทำให้มี ที่มีอยู่แล้วก็ทำให้มียิ่งขึ้นได้”
07/03/2026

“บุญวาสนาเป็นสิ่งที่สร้างเองได้ หากไม่มีก็ทำให้มี ที่มีอยู่แล้วก็ทำให้มียิ่งขึ้นได้”

มุมที่ดี "อยู่ที่เรามอง" ใจที่ดี "อยู่ที่เราเลือก"
06/03/2026

มุมที่ดี "อยู่ที่เรามอง" ใจที่ดี "อยู่ที่เราเลือก"

วันนี้ วันพระ "วันมาฆบูชา" ขอให้บุญรักษาเทวคุ้มครอง ทุกสิ่งที่คิด ที่หมายปอง ขอให้สมหวัง ดังปรารถนา
03/03/2026

วันนี้ วันพระ "วันมาฆบูชา" ขอให้บุญรักษาเทวคุ้มครอง ทุกสิ่งที่คิด ที่หมายปอง ขอให้สมหวัง ดังปรารถนา

..พรุ่งนี้วันพระ วันมาฆบูชา ตรงกับวันอังคารที่ 3 มีนาคม 2569 วันมาฆบูชา เป็นวันที่พระภิกษุ 1,250 รูป มาประชุมกันโดยมิได้...
02/03/2026

..พรุ่งนี้วันพระ วันมาฆบูชา ตรงกับวันอังคารที่ 3 มีนาคม 2569 วันมาฆบูชา เป็นวันที่พระภิกษุ 1,250 รูป มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาของประชาชนชาวไทย วันมาฆบูชา เดิมเรียกว่า วันมาฆปุณณมี หมายถึง วันที่พระจันทร์เพ็ญเต็มดวงในเดือนมาฆะ.ส่วน มาฆบูชา หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญเดือนมาฆะ คือ วันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ซึ่งวันมาฆบูชานี้ เราทราบกันว่า เป็นวันที่พระภิกษุ 1,250 รูป มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย และมีเหตุอัศจรรย์พร้อมกัน 4 ประการ เรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต การประชุมพร้อมกันด้วย องค์ 4 และในวันนี้ พระพุทธเจ้าทรงกระทำวิสุทธิอุโบสถ ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ ซึ่งถือกันว่า เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา.หลังจากพระพุทธเจ้าตรัสรู้ได้ 9 เดือนขณะนั้นเมื่อเสร็จพุทธกิจแสดงธรรมที่ถ้ำสุกรขาตาแล้ว เสด็จมาประทับที่วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ ประเทศอินเดียในปัจจุบัน วันนั้นตรงกับวันเพ็ญ เดือนมาฆะหรือเดือน 3 ในเวลาบ่ายพระอรหันต์สาวกของพระพุทธเจ้า มาประชุม พร้อมกัน ณ ที่ประทับของพระพุทธเจ้า นับเป็นเหตุอัศจรรย์ ที่มีองค์ประกอบสำคัญ 4 ประการ เรียกว่าว่า วันจาตุรงคสันนิบาต.คำว่า "จาตุรงคสันนิบาต" แยกศัพท์ได้ดังนี้ คือ..."จาตุร" แปลว่า 4."องค์" แปลว่า ส่วน."สันนิบาต" แปลว่า ประชุม.ฉะนั้นจาตุรงคสันนิบาตจึงหมายความว่า "การประชุมด้วยองค์ 4" กล่าวคือมีเหตุการณ์พิเศษที่เกิดขึ้นพร้อมกันในวันนี้ คือ
1. เป็นวันที่ พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า จำนวน 1,250 รูป มาประชุมพร้อมกันที่เวฬุวันวิหารในกรุงราชคฤห์ โดยมิได้นัดหมาย
2. พระภิกษุสงฆ์เหล่านี้ล้วนเป็น "เอหิภิกขุอุปสัมปทา" คือเป็นผู้ที่ได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้าทั้งสิ้น
3. พระภิกษุสงฆ์ทุกองค์ที่ได้มาประชุมในครั้งนี้ ล้วนแต่เป็นผุ้ได้บรรลุพระอรหันต์แล้วทุก ๆองค์
4. เป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวงกำลังเสวยมาฆฤกษ์.ขอเชิญญาติธรรมร่วมทำบุญตักบาตร ฟังธรรม รักษาศีล เวียนเทียนรอบพระอุโบสถ ณ วัดศิลาอาสนาราม เวลา 07.40 น. ตักบาตร เวลา 19.00 น. เวียนเทียน..

ขออนุโมทนาบุญกับเจ้าภาพโรงทานสบทบของคณะศิษย์ยานุศิษย์วัดศิอาสนาราม (ส้มตำนัวแช่บลูกชิ้น)ในงานพิธีหล่อพระประธานพระอุโบสถก...
24/02/2026

ขออนุโมทนาบุญกับเจ้าภาพโรงทานสบทบ
ของคณะศิษย์ยานุศิษย์วัดศิอาสนาราม
(ส้มตำนัวแช่บลูกชิ้น)
ในงานพิธีหล่อพระประธานพระอุโบสถกลางน้ำวัดไทยเจริญมงคลธรรม
วันพุธ ที่ ๒๕ ก.พ.๖๙ นี้
๑ คุณวัชรินทร์ เฉียบแหลม ๕๐๐ บาท
๒ คุณฝนทอง จันทร์แสง ๓๐๐ บาท
๓ คุณจรุงทิพย์ สาลิโภชน์ ๒๐๐ บาท
๔ คุณอุไร ห่อทอง ๑๒๐ บาท
๕ คุณชนพร ผิวละออง ๑๐๐ บาท
๖ คุณสาริกา เพิ่มฉลาด ๕๐๐ บาท
๗ คุณเกรียงศักดิ์ คีรีธีระกุล ๕๐๐ บาท
๘ อาจารย์วัชระ จันทร์แสง ๑๐๐ บาท
๙ คุณครูชฎิลรัตน์ พวกดี ๓๐๐ บาท
๑๐ คุณเปิบ พรหมงาม ๔๐๐ บาท
๑๑ คุณเข็มจิรา กุลเที่ยง ๒๐๐ บาท
๑๒ คุณยายพร ดวงเงิน ๑๐๐ บาท..ยิ่งให้ยิ่งรวย ไม่มีคำว่าจน..สาธุ
ขอให้มีความสุข ความเจริญ เจริญในศิล เจริญในธรรม เงินทองใหลมาเทมา จนถึงพระนิพพานด้วยเทอญ...

อยู่ให้ดี     มีธรรม     ประจำจิตดีจะติด     ต่อตั้ง     เมื่อยังอยู่ไปให้ดี     มีธรรม     เข้าค้ำชูดีจะอยู่     ยามพรา...
01/02/2026

อยู่ให้ดี มีธรรม ประจำจิต
ดีจะติด ต่อตั้ง เมื่อยังอยู่
ไปให้ดี มีธรรม เข้าค้ำชู
ดีจะอยู่ ยามพราก เมื่อจากเอย

อายุของมนุษย์ทั้งหลายน้อย คนดีควรดูหมิ่นอายุนั้น ควรประพฤติดุจคนที่ถูกไฟไหม้ศีรษะ ฉะนั้น การที่มัจจุราชจะไม่มาไม่มีเลย.ส...
20/01/2026

อายุของมนุษย์ทั้งหลายน้อย คนดีควรดูหมิ่นอายุนั้น ควรประพฤติดุจคนที่ถูกไฟไหม้
ศีรษะ ฉะนั้น การที่มัจจุราชจะไม่มาไม่มีเลย.
สัง.ส. (พุทธ) มก. ๒๕/๒๖

🌻 นิทานเรื่องสั้น  ก้อนหินขวางทาง🌻...กาลครั้งหนึ่ง พระราชาองค์หนึ่งสั่งทหารเอาก้อนหินก้อนใหญ่มาวางกลางถนนหลวง แล้วซ่อนตั...
11/01/2026

🌻 นิทานเรื่องสั้น ก้อนหินขวางทาง
🌻...กาลครั้งหนึ่ง พระราชาองค์หนึ่งสั่งทหารเอาก้อนหินก้อนใหญ่
มาวางกลางถนนหลวง แล้วซ่อนตัวเฝ้าดูอยู่เงียบ ๆ
ไม่นาน พ่อค้า คนมั่งมี และชาวเมืองหลายคน
ต่างบ่นเสียงดัง
“ใครช่างเอาก้อนหินมาขวางทาง!”
แต่ก็เดินอ้อมไป โดยไม่คิดทำอะไร
🌻...จนกระทั่ง มีชาวนาคนหนึ่งหาบผักผ่านมา
เขาเห็นก้อนหินขวางทาง จึงวางของลง
ออกแรงผลักอย่างหนัก จนในที่สุดก้อนหินก็กลิ้งพ้นไป
ใต้ก้อนหินนั้น…
มีกระเป๋าทองคำ พร้อมจดหมายที่เขียนไว้ว่า
🌻...“ทองนี้ เป็นรางวัลแด่ผู้ที่เสียสละแรงกาย
เพื่อเปิดทางให้คนอื่น”
🌻🙏 ข้อคิด
อุปสรรคในชีวิต มักซ่อนโอกาสไว้เสมอ
คนที่ได้รางวัล ไม่ใช่ผู้ที่บ่นเก่ง แต่คือผู้ที่ ลงมือทำ 🙏🌻
🌻🌻🙏🙏🙏🌻🌻

พุทธพจน์เตือนใจ"พึงสละทรัพย์ เพื่อรักษาอวัยวะ พึงสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต เมื่อเล็งเห็นประโยชน์สูงสุด พึงสละทั้งอวัยวะ แ...
14/12/2025

พุทธพจน์เตือนใจ
"พึงสละทรัพย์ เพื่อรักษาอวัยวะ พึงสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต เมื่อเล็งเห็นประโยชน์สูงสุด พึงสละทั้งอวัยวะ และชีวิต เพื่อรักษาธรรมไว้" (โพธิสตฺต) ขุ.ชา.อสีติ. ๒๘/๑๔๗
พระพุทธเจ้าทรงเป็นแบบอย่างที่ดีงามในการเสียสละ ในสมัยที่พระองค์ยังเป็นพระโพธิสัตว์อยู่ บางชาติทรงยอมสละชีวิต เพื่อแลกกับธรรม ถึงกับยอมสละชีวิตให้ยักษ์กิน ฉะนั้น พระองค์จึงเป็นยอดนักสร้างบารมี ผู้เสียสละที่ยิ่งใหญ่
ในคราวที่จำเป็นจะต้องสละบางสิ่งไปเพื่อรักษาบางสิ่งไว้ ให้เรียงลำดับการเสียสละดังนี้ คือ ให้สละทรัพย์ เพื่อรักษาอวัยวะ เพราะทรัพย์สินเงินทองเป็นของนอกกาย หมดไปแล้วเรายังหาใหม่ได้ ให้สละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต เพราะชีวิตเป็นสิ่งสำคัญ ชีวิตมีค่าต่อการสร้างบารมี แม้ต้องสูญเสียอวัยวะบางส่วนไป ก็ให้รักษาชีวิตไว้ เพื่อการสร้างบารมี
เมื่อเห็นคุณประโยชน์อันยิ่งใหญ่ในการบรรลุธรรม ก็ทรงให้สละทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อรักษาธรรมไว้ แม้ชีวิตจะสูญสิ้น แต่ธรรมะไม่สิ้นสูญ ให้เอาชีวิตเป็นเดิมพัน เพื่อแลกกับธรรมะ

ที่อยู่

๓๔ หมู่ ๑ บ้านสะเดา ต. สะเดา อ. บัวเชด จ. สุรินทร์
Bua Chet
32230

เวลาทำการ

จันทร์ 06:00 - 17:30
อังคาร 06:00 - 17:30
พุธ 06:00 - 17:30
พฤหัสบดี 06:00 - 17:30
ศุกร์ 06:00 - 17:30
เสาร์ 06:00 - 17:30
อาทิตย์ 06:00 - 17:30

เบอร์โทรศัพท์

+66899632690

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วัดศิลาอาสนาราม ตำบลสะเดา อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์