09/11/2025
หลายๆคนสงสัย ยาน้ำเด็ก เปิดแล้วเก็บได้นานแค่ไหนกันน้า วันนี้มาดูคำตอบกันค่า.............................................................
1️⃣ยาน้ำเด็กทั่วไป (ที่ไม่ใช่ยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะ) จะมีการนับระยะเวลาหลังเปิดใช้แล้ว 2 แบบ คือ .....
1. มีอายุ 6 เดือนหลังเปิดใช้ยาแล้ว ...หรือ...
2. มีอายุ 25 % นับจากวันหมดอายุ
*** หากคิดอายุยา 25% นับจากวันหมดอายุแล้วมากกว่า 6 เดือน ให้ถือว่ายาขวดนี้มีอายุหลังเปิดเพียงแค่ 6 เดือนเท่านั้นค่ะ ***
2️⃣ยาปฏิชีวนะชนิดน้ำ หรือ ยาฆ่าเชื้อ ควรกินติดต่อกันจนหมด 5-7 วัน หรือบางอาการนานกว่านั้น ดังนั้นยาปฏิชีวนะชนิดน้ำ
✔️ไม่ควรเก็บไว้นานเกิน 7 วันนอกตู้เย็น หรือ
✔️เก็บได้ 14 วันในตู้เย็น
#มีข้อสงสัยเรื่องยาสามารถสอบถามเภสัชกรได้ที่
ร้านยาเจแคร์นะคะ...อยู่เลยโค้งสยามชัย**ตรงข้าม📌ร้านโทรศัพท์มีนโฟน** เยื้องทวีกิจเก่า อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์
❤️เปิดบริการทุกวัน 8.00-20.30น.นะคะ❤️
โทร: 084-9954180
ไลน์ไอดี: jcaredrug
เฟสบุค: ร้านยาเจแคร์ J-Care Drug
ตำแหน่งร้าน: https://maps.app.goo.gl/83ExV6E6E6LkqkPp6?g_st=il
#ยาน้ำเด็กเปิดแล้วเก็บได้นานเท่าไร? 🕓
"ยาน้ำเด็ก" 👶👧
ปกติจะมีปริมาณยา 60-250 ml แล้วแต่ตัวยาและยี่ห้อ ส่วนใหญ่ทานยายังไม่ทันหมดขวดเด็กๆก็หายดีกันแล้วใช่ไหมคะ?
แล้วยาที่เหลือล่ะ ... เก็บไว้ได้อีกนานแค่ไหน?
............................................................
🧐ต้องเข้าใจก่อนนะคะ ..
* #ยาที่กินตามอาการ หรือ #ยาบรรเทาอาการ เภสัชจะแนะนำว่าให้กินเฉพาะเมื่อมีอาการเท่านั้น เช่น ยาลดไข้ ยาลดน้ำมูก ยาขับเสมหะ เป็นต้น เมื่ออาการดีขึ้นแล้วสามารถหยุดยาได้ กรณีที่ไม่ได้มีคำสั่งจากแพทย์ให้ใช้ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานานๆ
* #ยาปฏิชีวนะชนิดน้ำ หรือ #ยาฆ่าเชื้อฯ ควรกินติดต่อกันจนหมด หรือกินจนครบกำหนด 5-7 วัน บางอาการอาจต้องกินต่อเนื่องกันจนถึง 14 วันเลยก็มีค่ะ ดังนั้นยาปฏิชีวนะชนิดน้ำ ไม่ควรเก็บไว้นานเกิน 7 วันนอกตู้เย็น หรือ เก็บได้ 14 วันในตู้เย็นที่รักษาอุณหภูมิ "ไม่ใส่ในช่องแช่แข็ง" และ "ไม่วางที่ฝาตู้เย็น"
.............................................................
ส่วน #ยาน้ำเด็กทั่วไป ที่ไม่ใช่ยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะ จะมีการนับระยะเวลาหลังเปิดใช้แล้ว 2 แบบ คือ .....
1. มีอายุ 6 เดือนหลังเปิดใช้ยาแล้ว
................หรือ.............................
2. มีอายุ 25 % นับจากวันหมดอายุ
**** หากคิดอายุยา 25% นับจากวันหมดอายุแล้วมากกว่า 6 เดือน ให้ถือว่ายาขวดนี้หลังเปิดใช้แล้วมีอายุเพียงแค่ 6 เดือนเท่านั้นค่ะ ****
..............................................................
#ยกตัวอย่างเช่น
☑️กรณีที่ 1
- ขวดยาระบุวันหมดอายุ exp วันที่ 30 สิงหาคม 2564
- แต่เปิดใช้วันที่ 30 สิงหาคม 2563
- คิด 25% นับจากวันหมดอายุ คือประมาณ 3 เดือน
- ดังนั้นยาขวดนี้หลังเปิดใช้แล้วจะมีอายุเหลือเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้นค่ะ
☑️กรณีที่ 2
- ขวดยาระบุวันหมดอายุ exp วันที่ 30 สิงหาคม 2566
- เปิดใช้วันที่ 30 สิงหาคม 2563
- คิด 25% นับจากวันหมดอายุ คือประมาณ 9 เดือน
- ดังนั้นยาขวดนี้หลังเปิดใช้แล้วควรมีอายุเพียงแค่ 6 เดือนเท่านั้นค่ะ
❗️ #ข้อควรคำนึงถึง นอกจากการระยะเวลาการเก็บยาหลังเปิดใช้ คือ ทุกครั้งก่อนใช้ยาควรสังเกตลักษณะของยา เช่น เขย่าแรงๆแล้วยังไม่เป็นเนื้อเดียวกันหรือไม่กระจายตัว รวมถึงสังเกต สี กลิ่น ตะกอน ความขุ่น-ใส ว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมหรือไม่ หากมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นควรทิ้งยาเหล่านั้นไป และหากไม่แน่ใจก็ควรทิ้งยานั้นไปด้วยเช่นกัน เนื่องจากสภาวะแวดล้อมของแต่ละบ้านไม่เหมือนกัน ซึ่งอาจส่งผลกับความคงตัวของยาได้แตกต่างกันค่ะ อีกอย่างหนึ่งคือ ประสิทธิภาพของยาก็อาจจะไม่เพียงพอต่อการรักษาแล้วก็ได้ค่ะ
❗️ #ควรเก็บยาในตู้เย็นหรือไม่?
จริงๆยา "ไม่จำเป็น" ต้องเก็บในตู้เย็นทุกตัวค่ะ แนะนำให้อ่านฉลากให้ครบถ้วนก่อนเก็บรักษายา ซึ่งมียาหลายตัวเลยค่ะ ที่สามารถวางให้อยู่ในอุณหภูมิห้องได้ปกติ เพียงแต่อาจจะต้องเก็บให้พ้นแสง พ้นมือเด็ก หรือไม่วางในตำแหน่งที่ร้อนจนเกินไปค่ะ และหากยาตัวไหนที่มีซองกันชื้นมาด้วย ก็ควรจะเก็บยาและซองกันชื้นไว้ด้วยกัน ไม่ควรแยกซองกันชื้นทิ้งไปก่อน เพราะความชื้นก็อาจจะทำให้ยาเสื่อมสภาพได้ ทางบริษัทยาจึงต้องใส่ซองกันชื้นมาในกล่องยาด้วยค่ะ
***ที่สำคัญ*** คือห้ามทิ้งยาไว้ในรถยนต์ค่ะ เพราะในรถยนต์จะมีอุณหภูมิสูงมาก ทำให้ยาเสื่อมสภาพได้ง่ายมากๆ ค่ะ
✨Tips !!
ก่อนเปิดใช้ยา #ควรเขียนวันที่เปิดใช้ยาวันแรก ไว้ที่ขวดยาทุกครั้ง จะได้จำได้ว่าเปิดยาวันไหน และยาควรเอาทิ้งเมื่อไหร่ การเก็บยาที่หมดอายุหรือเสื่อมสภาพแล้วไว้กับตัวมากๆ ไม่ได้ส่งผลดีต่อเด็กเลยค่ะ อาจจะทำให้เกิดความสับสนด้วยซ้ำ และควรตรวจสอบยาและวันหมดอายุของยาอย่างสม่ำเสมอทุกครั้งด้วยค่ะ
ด้วยรักและหวังดี
#เพจเภสัชแม่ลูกอ่อน