13/04/2024
โรคลมพิษ (Urticaria)
เป็นโรคที่ผิวหนังมีลักษณะเป็นผื่นหรือปื้นนูนแดง (wheals) ไม่มีขุย มีขนาดต่างๆ ได้ตั้งแต่เล็กถึงใหญ่ มีอาการคัน เกิดขึ้นเร็วและกระจายได้ทั่วตัว แต่ละผื่นมักจะคงอยู่ไม่นาน โดยมากมักไม่เกิน 24 ชั่วโมง ผื่นนั้นก็จะราบไปโดยไม่มีร่องรอย แต่ก็อาจมีผื่นใหม่ขึ้นที่อื่น ๆ ได้ ผู้ป่วยบางรายอาจมีริมฝีปากบวม ตาบวม (Angioedema) ในบางรายอาจมีอาการปวดท้อง แน่นจมูก คอ หายใจไม่สะดวก รายที่เป็นรุนแรงอาจมีอาการหอบหืด เป็นลมจากความดันโลหิตต่ำได้ แต่ผู้ป่วยกลุ่มที่เป็นรุนแรงนี้ มีเพียงจำนวนน้อย
สาเหตุของการเกิดลมพิษ เช่น
🔺️แพ้อาหาร
🔺️แพ้ยา
🔺️ การติดเชื้อ เช่น เชื้อไวรัส, เชื้อแบคทีเรีย
🔺️การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
🔺️แพ้ฝุ่น ละอองเกสร พืชบางชนิด และขนสัตว์
🔺️แพ้พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย
🔺️การสัมผัสสารเคมี
🔺️แพ้แสงแดด แพ้ความร้อน
🔺️พักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายอ่อนแอ
🔺️ภาวะความเครียด วิตกกังวล เป็นสาเหตุหนึ่งของลมพิษเรื้อรัง
ทำอย่างไรเมื่อเป็นผื่นลมพิษ
🔶️หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดผื่นลมพิษ
🔶️หมั่นสังเกตอาการผิดปกติ และเลี่ยงไม่รับประทานหรือสัมผัสสารก่อภูมิแพ้นั้นๆ
🔶️ใช้ยาต้านฮีสตามีนหรือยาแก้แพ้ชนิดที่ไม่ง่วง เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น หรือใช้ยาทาร่วมด้วย เช่น คาลาไมน์โลชั่น
🔶️ดูแลผิวไม่ให้ผิวแห้ง โดยการทาครีม/โลชั่น เพื่อลดความไวของผิวหนัง
🔶️ไม่ควรอาบน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนเกินไป เพราะจะทำให้ผิวแห้ง
🔶️เลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากแอลกอฮอล์ทำให้หลอดเลือดขยาย อีกทั้งมีสารซัลไฟต์(สารกันเสียที่มักใส่ในแอลกอฮอล์) และฮีสตามีน(เกิดขึ้นเมื่อแอลกอฮอล์ถูกหมัก) ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาการแพ้ ทำให้ผื่นเห่อมากขึ้น
หากมีผื่นลมพิษร่วมกับแน่นหน้าอก หายใจไม่ออกควรรีบไป รพ.เพื่อพบแพทย์โดยด่วนค่ะ