30/01/2026
หญิง 24 ปี กระวนกระวาย เห็นภาพหลอน คิดว่าจิตเภท รักษาไปๆ มาๆ ซึม กลืนลำบาก เริ่มหายใจเองไม่ได้ สรุปเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายสมอง (Autoimmune encephalitis)
โดยทั่วไปแล้ว อาการสับสน/เห็นภาพหลอน เป็นขึ้นมาไวๆ จะคิดถึงกลุ่มสารเสพติดชนิดกระตุ้นก่อน กรณีถ้าหลอนแบบเสียง+ค่อยเป็นค่อยไป มักจะคิดถึงกลุ่มจิตเภท แต่บางครั้งอาจเป็นอย่างอื่นที่น่ากลัวฮะ
หญิง 24 ปี ไม่เคยมีโรคประจำตัวๆ มีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ปวดหัว เจ็บคอ เธอคิดว่าตัวเองน่าจะเป็นหวัด จึงดูแลรักษาตัวเอง
ไม่กี่วันต่อมา เริ่มมีอาการสับสน พูดตามคนที่พยายามพูดด้วย (Echolalia) รู้สึกกลัวตๅยขึ้นมาเฉียบพลันแบบไม่มีที่มาที่ไป เริ่มมีเห็นภาพหลอน ญาติจึงรีบพามา รพ.
ที่ห้องฉุกเฉิน หลังจากแพทย์ตรวจอย่างรวดเร็วแล้ว เจาะเลือดพบว่าเม็ดเลือดขาว และค่าการอักเสบ (CRP) ปกติดี จึงเริ่มคิดไปทางได้สารพิษอาจจะแนวทำร้ายตัวเองหรือใช้ยา
จึงส่งตรวจทางพิษวิทยา ไม่ว่าจะเป็นระดับยาสลบ (Barbiturate), ยาต้านเศร้าชนิด TCA, ยานอนหลับ (BZD) และกลุ่มสารเสพติด (Amphetamine, co***ne) พบว่าผลปกติหมดเลย ตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองก็ปกติ แต่ปล่อยไว้ไม่ได้ จึง admit ก่อน
อาการเริ่มหายไปเองในวันแรก กำลังจะให้กลับบ้าน 2 วันถัดมา อาการกลับมาอีกครั้ง กระวนกระวาย อารมณ์รุนแรงขึ้น ภาพหลอนกลับมาอีกแล้ว ทางวอร์ดจึง consult ไปทางจิตเวท และเริ่มให้การรักษาแบบจิตเภท (ได้ Risperidone, olanzapine)
ผ่านไป 4 วัน เริ่มซึมหนัก ไข้ขึ้นสูง ใจเต็นไว กลืนลำบาก เริ่มมีกล้ามเนื้อหดเกร็งเอง แพทย์จึงสงสัยผลข้างเคียงอันตรายของยากลุ่มนี้คือ Neuroleptic malignant syndrome (NMS) รีบหอบไปที่ห้องฉุกเฉินอีกครั้ง
แต่ผลเลือดยังมีค่าการอักเสบสูงมากๆ เลย (CRP=50) ซึ่งแพทย์ประเมินแล้วยังดูไม่ค่อยเหมือน จึงได้ตรวจชุดใหญ่ไฟกะพริบเลยฮะ ตั้งแต่โรคแพ้ภูมิหลอดเลือดอักเสบ (ANCA, ANA) ผลลบ, ผลเม็ดเลือดก็ปกติ
แต่เจาะหลัง (LP) แล้วพบว่ามีแอนติบอดีขึ้น (IgG) แต่ค่าอื่นปกติ ซึ่งติดเชื้อมันก็ขึ้นค่ะ เขาตามหาการติดเชื้อที่ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงระดับเม็ดเลือดขาว/น้ำตาล นั่นคือกลุ่มไวรัส เลยตรวจ PCR ตัวพบบ่อยอย่างงูสวัด, enterovirus, เริม ผลก็ลบหมดเลย ผลตรวจคลื่นไฟฟ้า ผล MRI ปกติหมดเลย
เวลาผ่านไปไม่นาน อาการผู้ป่วยทรุดอย่างรวดเร็ว เริ่มหายใจเองไม่ได้ หัวใจเต้นช้ามาก จึงใส่ท่อช่วยหายใจ แล้วเข้า ICU คือทุกอย่างไปกันไวมากเลยฮะ เรื่องเกิดมาไม่ถึงอาทิตย์เอง
หลังจากนั้น แพทย์ MRI ซ้ำอีกครั้ง คราวนี้เริ่มเห็นแล้วค่ะว่า บริเวณสมองกลีบขมับ โดยเฉพาะตรง hippocampus โดนโจมตีอย่างหนัก รูปแบบคล้ายๆ กับภาวะภูมิทำร้ายสมอง Autoimmune encephalitis, ยืนยันด้วยตรวจแอนติบอดีต่อช่องไฟฟ้ากลูตาเมต (Anti-NMDA) พบว่าผลเป็นบวก ซึ่งตรงกับโรคนี้พอดี
แพทย์จึงจัดสเตียรอยด์ระดับหนัก (Pulse methylprednisolone) สลับไปมากับถ่ายเลือดเพื่อลดแอนติบอดี (Plasmapharesis) อาการคนไข้ดีขึ้นเรื่อยๆ แม้ยังหายใจเองไม่ได้ ต้องเปลี่ยนมาเจาะคอ
และในที่สุดก็หายใจเองได้ แพทย์ปรับยากดภูมิสารพัด จนในที่สุดเบ็ดเสร็จ 56 วันแห่งมหากาพย์ชีวิตได้จบลง เธอสามารถกลับบ้านได้ค่ะ ตรวจติดตามมาเรื่อยๆ พบว่า ผ่านไปปีครึ่งยังมีอาการหลงเหลือบ้าง เหลือการทรงตัว
ต้องบอกว่าโรคภูมิทำร้ายสมอง พบได้ยากค่ะ คนเป็นมักมาด้วยพฤติกรรมเปลี่ยนสารพัด ทำให้เข้าใจไปทางโรคทางจิตเวชก่อน แล้วพออาการต่างๆ ปรากฎมากขึ้น ถึงจะได้ข้อมูลพอไปตรวจหาโรคนี้ค่ะ
ดังนั้นไม่ว่าใครมีอาการใดแนวๆ พฤติกรรมเปลี่ยนไป โดยเฉพาะเปลี่ยนไปไวๆ พามา พบแพทย์ก่อนนะฮะ