Veterinary CMU Mind Friend

Veterinary CMU Mind Friend ส่งเสริมภาวะใจที่ดี บรรเทาใจที่เหนื่อยล้า
ด้วยกระบวนการปรึกษาทางจิตวิทยา
เรื่องของใจ ไม่มีเรื่องไหนไร้สาระ

ปู๊นนๆๆ 📣ประกาศผู้โชคดีกิจกรรมที่จัดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม-มกราคม ค่า 🎄ขอบคุณที่มาร่วมแชร์ความรู้สึกและร่วมสนุกกันนะคะ ผู...
20/02/2026

ปู๊นนๆๆ 📣

ประกาศผู้โชคดีกิจกรรมที่จัดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม-มกราคม ค่า 🎄

ขอบคุณที่มาร่วมแชร์ความรู้สึกและร่วมสนุกกันนะคะ ผู้โชคดีสามารถทักมาติดต่อขอรับรางวัลผ่านทางแชทเพจได้เลยน้า

ส่วนในสถานีเติมใจ อาจจะมีรายการด้านล่างแจกอีกนะคะ ไม่รู้เน้อ 🙈

ปล.หากใครมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมสามารถเสนอมาได้ในแบบฟอร์มประเมินกิจกรรม สถานีเติมใจ ได้เลยนะคะ

ปล.2 เครื่องรางของแท้แน่นอนค่ะ สามารถทักมาดูหลักฐานได้ 🥺🥺

#สถานีเติมใจ_SS3

💘 กุมภาพันธ์ ถามใคร...เขาก็ว่า เป็น "เดือนแห่งความรัก" มองไปทางไหนก็เป็นสีชมพู อินเลิฟ หวานเวอร์อะแต่รู้หรือไม่ สัปดาห์ถ...
18/02/2026

💘 กุมภาพันธ์ ถามใคร...เขาก็ว่า เป็น "เดือนแห่งความรัก" มองไปทางไหนก็เป็นสีชมพู อินเลิฟ หวานเวอร์อะ

แต่รู้หรือไม่ สัปดาห์ถัดจากวันวาเลนไทน์นั้น มีอีกสัปดาห์สำคัญเหมือนกันนะ! นั่นก็คื๊ออ

Aromantic Spectrum Awareness Week (ASAW)

'Aromanticism' เนี่ย เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงได้ยินหรือเห็นคำนี้ผ่านตามาบ้างพอสมควร คนในกลุ่มนี้จะมีประสบการณ์ด้านความรักใคร่ที่แตกต่างไปจากบรรทัดฐานปกติที่สังคมคาดหวัง (Normative societal expectation)

เพราะอะไรถึงใช้คำว่า "แตกต่างจากที่สังคมคาดหวัง" ล่ะ? 🧐

ถ้าถามถึงเดือนกุมภาฯ หรือความสัมพันธ์ทั่วไป คนเรามักจะคิดไปโดยอัตโนมัติเสมอว่าเกิดมาในช่วงอายุหนึ่งก็ต้องแต่งงาน มีครอบครัว และมีลูกใช่ม้า นั่นแหละคือสิ่งที่สังคมคาดหวังให้เป็นไป 🔍

แต่เรากลับลืมคนกลุ่มหนึ่งไปเลยนั่นก็คือกลุ่มคน Aromantic นี่แหละ

คนกลุ่มนี้มีแรงดึงดูดทางเพศน้อยมาก --ไปจนถึง-> ไม่มีเลย 🌡️
ในบางกรณีอาจรู้สึกอึดอัด หรือต่อต้านการมีความสัมพันธ์เชิงรักใคร่หรือการมีคู่นอนไปเลย

และอย่างที่กล่าวไปในชื่อสัปดาห์ ASAW ข้างต้น Aromantic นั้นมีสเปคตรัมและมีหลายประเภทย่อยอยู่ในร่มคันเดียว โดยเรียกอย่างย่อว่า 'Arospec' ☂️

ตัวอย่าง Identities ภายใต้ร่มของ Arospec:

1. Demiromantic

-> เป็นกลุ่มคนที่จะไม่รู้สึกดึงดูดเชิงรักใคร่กับผู้ใดเลย จนกระทั่งความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มผูกพันลึกซึ้งมากขึ้น พูดง่าย ๆ ก็คือแทบไม่มีทางมี Love at first sight ได้เลยนั่นเอง

2. Lithromantic หรือ Akoiromantic

-> เป็นกลุ่มคนที่รู้สึกรัก/ชอบคนอื่นได้ แต่ไม่ต้องการได้รับความรักนั้นตอบ หรือเมื่ออีกฝ่ายแสดงความรักตอบ Lithromantic จะหมดความสนใจ/ความรู้สึกต่ออีกฝ่ายทันที

3. Cupioromantic

-> เป็นกลุ่มคนที่ไม่ได้รู้สึกดึงดูดเชิงรักใคร่กับใครเลย แต่ต้องการมีความสัมพันธ์ฉันคู่รัก ชอบโมเมนต์ของการได้ทำอะไรร่วมกันของคนมีคู่ (ซึ่ง cupio ในภาษาละติน แปลว่า I desire นั่นเอง)

เป็นต้น

นี่แหละนะ เรื่องความสัมพันธ์นั้นมีหลายมิติและหลากหลายรสนิยม ดังนั้นการมีความคิด ความรู้สึก หรือความสนใจที่แตกต่างจากคนอื่น ไม่ได้ทำให้เราแปลกแยก แต่ทำให้รู้ว่า

แม้ว่าเรามีจะคนละรสชาติ แต่ก็ทำให้ "สังคมมีความกลมกล่อมและกลมกลืน" นั่นเอง ☕️

- Let's embrace our differences
- Difference ≠ Indifference

อ้างอิง:
- https://www.arospecweek.org/
- https://lgbtqia.fandom.com/wiki/Aromantic_spectrum


#สถานีเติมใจVetCMU

💗 กุมภานี้บอกรัก...นะตัวเอง 💗วาเลนไทน์ที่เริ่มจากหัวใจของเราวาเลนไทน์ที่มักถูกพูดถึงด้วยภาพของดอกไม้ การ์ด และความรักจาก...
13/02/2026

💗 กุมภานี้บอกรัก...นะตัวเอง 💗
วาเลนไทน์ที่เริ่มจากหัวใจของเรา

วาเลนไทน์ที่มักถูกพูดถึงด้วยภาพของดอกไม้ การ์ด และความรักจากใครสักคน
แต่ในทางจิตวิทยา ความรักที่ทรงพลังและยั่งยืนที่สุด คือความรักที่เรา “มีให้ตัวเอง” อย่างสม่ำเสมอ

จิตวิทยาความรักอธิบายว่า...
ความสัมพันธ์ที่ดี ไม่ได้เริ่มจากการมีใครมาเติมเต็ม แต่เริ่มจากการที่เรารับรู้และยอมรับคุณค่าในตัวเอง (Self-worth & Self-acceptance)
เมื่อเรามองตัวเองว่า “มีคุณค่า”
เราจะไม่วิ่งไล่หาความรักเพื่อพิสูจน์ตัวตน
เราจะไม่อยู่ในความสัมพันธ์ที่ทำให้หัวใจของเราเล็กลง

🌱 รักตัวเอง ไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว แต่คือการดูแลใจ ... ในเชิงพฤติกรรม คนที่รักตัวเองอย่างเหมาะสมมักจะ
– กล้าปฏิเสธสิ่งที่ทำร้ายใจ
– กล้าขอความช่วยเหลือเมื่อรู้สึกเหนื่อย
- กล้าที่จะให้อภัยตัวเอง
- เปิดโอกาสให้ตัวเองได้เริ่มต้นใหม่
– เลือกความสัมพันธ์ที่ปลอดภัยทางอารมณ์
– และไม่ลงโทษตัวเองกับความผิดพลาดในอดีต

การดูแลใจตนเอง จึงเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนและการทำงานในวิชาชีพสัตวแพทย์
ที่ต้องใช้ทั้งพลังกาย พลังใจ ความรับผิดชอบ
และความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นอยู่เสมอ

🌱 หากวันนี้รู้สึกเหนื่อย
ขอให้รู้ว่า การพัก ไม่ได้แปลว่าอ่อนแอ
🌱 หากรู้สึกไม่ไหว
การขอความช่วยเหลือจากใครสักคน เป็นความกล้าหาญที่น่าชื่นชม
🌱 หากรู้สึกกดดัน
การยอมรับความรู้สึกของตนเอง คือจุดเริ่มต้นของการเยียวยา

สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่นิสัยที่ติดตัวมาแต่กำเนิด
แต่คือ ทักษะทางใจ
ที่ทุกคนสามารถเรียนรู้และฝึกฝนได้
เมื่อเรารักตนเองเป็น การใช้ชีวิตจะไม่ยาก
ความเครียดจะค่อยๆลดลง
ภูมิคุ้มกันทางใจจะเพิ่มขึ้น
และเราจะมองโลกด้วยความเมตตา
มากกว่าการตัดสิน

การบอกรักตัวเอง ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่
อาจเป็นแค่
– อนุญาตให้ตัวเองได้พัก โดยไม่รู้สึกผิด
– ฟังความรู้สึกของตัวเอง โดยไม่เร่งแก้
– ไม่เปรียบเทียบชีวิตของตนเองกับใครๆ
– หรือพูดกับตัวเองเบาๆ ว่า
“เธอทำดีที่สุดแล้วนะ”

💞 วาเลนไทน์นี้
ถ้ายังไม่มีใครจับมือ
ขอให้เราจับใจตัวเองไว้
ถ้ามีใครอยู่ข้างกาย
ก็อย่าลืมอยู่ข้างใจตัวเองด้วย
เพราะความรักที่ดี
จะไม่ทำให้เราสูญเสียตัวตน
แต่จะทำให้เราเป็นตัวเองได้อย่างปลอดภัย
เป็นตัวเองได้ทั้งในวันที่เข้มแข็ง
และในวันที่ต้องการการโอบอุ้ม

🌸กุมภานี้มาบอก รักนะตัวเอง...กันเถอะ
รักในแบบที่อ่อนโยน
รักในแบบที่ไม่ต้องพิสูจน์
รักในแบบที่ไม่ทิ้งหัวใจ
แต่ใส่ใจดูแลหัวใจตนเองอย่างเต็มที่
เพราะเมื่อใจได้รับการดูแล
เราจะมีพลังมากพอที่จะดูแลชีวิตอื่นๆ
ได้อย่างอบอุ่นและยั่งยืน 🌱

💬 ลองคอมเมนต์บอกตัวเอง..
"หนึ่งประโยคที่อยากได้ยินมากที่สุดในช่วงนี้"
💗 หรือกดหัวใจให้ตัวเอง ในวันที่ยังพยายามอยู่
🤍 แวะมาเติมใจ เติมไฟที่สถานีเติมใจ
ก่อนกลับไปทำหน้าที่สำคัญของตนเองต่อไป
🌿 แชร์โพสต์นี้ให้ใครสักคนที่กำลังต้องการความรักที่อ่อนโยนและปลอดภัย

#สถานีเติมใจ
#กุมภานี้บอกรักนะตัวเอง
#พื้นที่ปลอดภัยทางใจ

🌿 ภาพบรรยากาศสถานีเติมใจวันนี้ 🌿เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากกลุ่มเพื่อนเสียงพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการเรีย...
09/02/2026

🌿 ภาพบรรยากาศสถานีเติมใจวันนี้ 🌿
เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากกลุ่มเพื่อน
เสียงพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการเรียน
ระหว่างรุ่นพี่–รุ่นน้อง การถามไถ่ ทำความรู้จักกัน
ระหว่างอาจารย์และนักศึกษา 🐾

บรรยากาศคึกคัก ครื้นเครง ม้วนจอยกันทั้งภาษาไทยและภาษากำเมืองเจียงใหม่ 💚 แม้การเรียนจะหนัก การสอบจะยาก แต่เรายังมีพื้นที่เล็ก ๆให้ได้พักกาย พักใจ และใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน หลายคนยังได้ของที่ตั้งใจทำ ติดไม้ติดมือกลับบ้านไปด้วย 🎁

กิจกรรมยังมีอีกหลายวัน แวะมาได้เรื่อย ๆ
มาเจอกัน มาจอยกัน ที่สถานีเติมใจ : REST YOUR HEART HERE ได้เลยน้า 🤍🌿

07/02/2026

🐶🐱 กุมภา กุมใจ…
หรือจะมาให้เรากุมมือ
เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน
หัวใจเลยต้องช่วยกันดูแล 🤍

สถานีเติมใจ : REST YOUR HEART HERE… Vet CMU 2026 | ซีซั่น 3
พื้นที่เล็ก ๆ ที่ตั้งใจมอบให้
อาจารย์ บุคลากร นักศึกษา
และทุกหัวใจในครอบครัวสัตวแพทย์ 🩺💚

พื้นที่...ที่ชวนให้คุณได้
✨ ชะลอจังหวะชีวิต
✨ พักจากความเหนื่อยล้า
✨ ดูแลหัวใจของตัวเองอย่างอ่อนโยน
✨ สะสมความสุขจากกิจกรรมในแต่ละฐาน
✨ ครบแล้วอย่าลืมนำมาลุ้นรางวัลเล็ก ๆ ที่เราตั้งใจเตรียมไว้🎁

🗓 9 – 27 กุมภาพันธ์ 2569
⏰ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป
📍 โซนทางเชื่อมอาคาร NOVEL

แวะมาเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ต้องรีบ
แค่ “อนุญาตให้ตัวเองได้พัก”
ก็เพียงพอแล้ว 🤍

🌿 REST YOUR HEART HERE
เพราะหัวใจที่ได้รับการดูแล
จะพร้อมก้าวต่อไปอย่างมั่นคง

#สถานีเติมใจ_SS3

𝐂𝐚𝐭𝐚𝐬𝐭𝐫𝐨𝐩𝐡𝐢𝐳𝐢𝐧𝐠 🌪Catastrophizing หรือ ‘การคิดฟุ้งซ่านในแง่ร้าย’ คือการคิดว่าสิ่งเลวร้ายที่สุดจะเกิดขึ้น แม้จะแทบไม่มีหลั...
27/01/2026

𝐂𝐚𝐭𝐚𝐬𝐭𝐫𝐨𝐩𝐡𝐢𝐳𝐢𝐧𝐠 🌪
Catastrophizing หรือ ‘การคิดฟุ้งซ่านในแง่ร้าย’ คือการคิดว่าสิ่งเลวร้ายที่สุดจะเกิดขึ้น แม้จะแทบไม่มีหลักฐานทางความคิดนั้นเลย
ซึ่งสามารถนำไปสู่ความเครียด ความวิตกกังวล และความซึมเศร้า โดยมันอาจเริ่มจากความคิดเล็กๆ แล้วลุกลามอย่างรวดเร็ว เช่น
งาน 💼 : หากเจ้านายเรียกพบ เราอาจคิดว่า "โอ้ย! ต้องโดนไล่ออกแน่ ๆ แล้วฉันก็จะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน จนต้องกลายเป็นคนเร่ร่อน"
--
ความสัมพันธ์ 💌 : หากแฟนไม่รับโทรศัพท์ เราอาจคิดว่า "เขาต้องบล็อคฉันไปแล้วแน่ ๆ เพราะฉันโทรหาเขาช้าไป ฮือ ๆ"
--
สุขภาพ 💊 : ปวดหัวนิดหน่อยแต่คิดไปว่า "โอมายก้อด! ฉันต้องเป็นเนื้องอกในสมองแน่ ๆ"
ความคิดเหล่านี้หากดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ แล้วล่ะก็ มันสามารถนำไปสู่การเกิดอาการตื่นตระหนก (Panic attack) หรือการตอบสนองต่อความเครียดและความวิตกกังวลอื่น ๆ ได้
เราอาจไม่เชื่อว่าคุณสมควรได้รับสิ่ง ๆ หรือสิ่งดี ๆ สามารถเกิดขึ้นกับเราได้ อาจเริ่มมองหาเหตุผลว่าทำไมบางอย่างถึงจะไม่สำเร็จ ซึ่งบางครั้งอาจนำไปสู่การสร้างความเป็นจริงที่เรากลัวขึ้นมาเอง (Self-fulfilling prophecy)
แต่ถึงแม้ว่ามันจะถูกจัดอยู่ในหมวดของ ‘ความบิดเบือนทางความคิด’ (Cognitive Distrotion) ก็ตาม แต่มันไม่ใช่โรคทางจิตเวชนะ! มันพัฒนามาจากสภาวะทางจิตใจของเราที่อาจไม่มั่นคง ณ ขณะนั้น ประกอบกับการที่เราอาจมีประสบการณ์ไม่ดีกับเหตุการณ์นั้น หรืออาจจะเป็นที่สารสื่อประสาทในสมองก็ได้!
🔎 รู้ไว้…ใช่แว่ เรามาลองดูกันเถอะว่ามีสัญญาณใดจากร่างกายเราบ้างที่ควรสังเกตอย่างใกล้ชิด
* มีความรู้สึกซึมเศร้า วิตกกังวล หรือมองโลกในแง่ร้ายโดยทั่วไป
--
* มีความคิดฟุ้งซ่านรวดเร็ว (Racing thoughts)
--
* รู้สึกหมกมุ่นอยู่แต่ในหัวของตัวเอง
--
* ความโกรธหรือความกลัวเริ่มรู้สึกว่าท่วมท้นจนคุมไม่อยู่
--
* พูดคุยกับตัวเองในเชิงลบ (Negative self-talking)
--
* ค้นหาทางแก้ปัญหาในเน็ตมากเกินพอดี แบบมาก ๆ ๆ ๆ สำหรับปัญหาที่กำลังเจอ
--
* พบว่าตัวเองคิดมากเกินไป (Overthinking) เกี่ยวกับสถานการณ์ การตัดสินใจ หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ
--
แต่เอ…ถ้าสาเหตุมันสามารถมาจากหลายปัจจัย แล้วเราจะรับมือกับมันยังไงดีล่ะ?
เรื่องนี้ง่ายมากเลย เราอาจจะไม่สามารถแก้ไขสิ่งที่เคยเกิดขึ้นหรือไม่สามารถแก้ไขปัญหาในปัจจุบันได้ แต่เราสามารถสู้ความคิดของเราด้วย ‘ความคิด’ 💭 ได้!
* 𝘑𝘰𝘶𝘳𝘯𝘢𝘭𝘪𝘯𝘨 - ฝึกการจดบันทึกสิ่งที่คิด เพื่อให้เราสามารถจำแนกความคิดออกมาเป็นระบบ ไม่ฟุ้งซ่าน และสามารถตระหนักถึงสภาวะปัจจุบันของเราได้
--
* 𝘘𝘶𝘦𝘴𝘵𝘪𝘰𝘯𝘪𝘯𝘨 - งานนี้เจ้าหนูจำไมอาจจะต้องเข้า! เมื่อคิดมากลองถามความคิดนั้นดูซิว่า ‘จริงไหม?’ ‘อะไรที่มาซัพพอร์ตความคิดนี้บ้าง?’ ‘อะไรที่ค้านความคิดมากนี้ได้บ้าง?’ เป็นต้น
--
* 𝘔𝘪𝘯𝘥𝘧𝘶𝘭𝘯𝘦𝘴𝘴 การฝึกสติ - ถ้าเราสู้ความคิดด้วยการแยกแยะ หรือโต้แย้งมันไม่ไหว ลองนั่งลงในท่าที่สบาย ๆ และหายใจเข้า-ออกเป็นจังหวะอย่างช้า ๆ ลองสนใจเพียงแค่ลมหายใจของเราดูนะ นอกจากจะช่วยให้เราสงบลงแล้ว ยังช่วยให้เราเบี่ยงเบนจากความคิดลบ ๆ พวกนั้นได้ด้วย!
--
* ระบายหรือปรึกษาคนที่เราไว้ใจ โดยเฉพาะกับคนที่เป็นคนใกล้ชิด
เป็นต้น
🫀 นอกเหนือจากนี้การดูแลสุขภาพกายก็มีผลดีต่อเราด้วยเหมือนกันนะ เช่น ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ และแบ่ง Quality time ให้แก่ตนเอง 🌱 เป็นต้น
ท้ายที่สุดแล้ว Catastrophizing สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนไม่ว่าจะสุขภาพจิตโอเคหรือไม่โอเค เพียงแต่ว่าหากเราสามารถสังเกตมันได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ‘ความคิด’ นี้ มันก็จะไม่พัฒนาไปสู่ความเจ็บป่วยทางจิตเวชต่อนั่นเอง 🌟
Reference:
- Fletcher J., (2022). What Is Catastrophizing?. https://psychcentral.com/lib/what-is-catastrophizing

𝐌𝐢𝐧𝐝𝐟𝐮𝐥 𝐞𝐚𝐭𝐢𝐧𝐠 🎼    แม้ว่าในปัจจุบันเราจะได้สัมผัสการตื่นขึ้นของ Gen Alpha ที่เสพสื่อหรือความบันเทิงแสนปวดหัว ซึ่ง Over-...
23/01/2026

𝐌𝐢𝐧𝐝𝐟𝐮𝐥 𝐞𝐚𝐭𝐢𝐧𝐠
🎼 แม้ว่าในปัจจุบันเราจะได้สัมผัสการตื่นขึ้นของ Gen Alpha ที่เสพสื่อหรือความบันเทิงแสนปวดหัว ซึ่ง Over-stimulate เสียเหลือเกิน แต่กระนั้นมวลมนุษยชาติก็ยังไม่ลืมเกี่ยวกับ ‘การมีสติ’ 🔔
😇 เทรนด์ของโลกเราหากมองในช่วงวัยละอ่อนน้อยก็คงหนีไม่พ้นสิ่งที่เรียกว่า Brain Rot เป็นแน่ 🧌 แต่หากเราเงยหน้าขึ้นไปสู่ช่วงวัยที่โตขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวัยผู้ใหญ่หรือวัยกลางคน เราจะเห็นได้เลยว่าคนในกลุ่มนี้มักจะใส่ใจในเรื่องของการรักษาสุขภาพทั้งทางกายและทางใจเป็นที่สุด ความเสี่ยงด้านสุขภาพหลากหลายมิติจึงตกลงมาเป็นของเด็กน้อยและวัยรุ่นแทน
แล้ว Mindful Eating หรือ ‘การกินอย่างมีสติ’ คืออะไรกันนะ?
🥣 Mindfulness Eating มันก็คือการที่เรากินโดยตระหนักรู้ในปัจจุบันขณะ และใช้ผัสสะทั้ง 5 อย่างเต็มที่ในการลิ้มรสชาติหรือตั้งใจจดจ่อกับการกินอาหารตรงหน้า!
--> 🤷‍♀️ สิ่งที่วัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ตอนต้นกำลังเผชิญอยู่ก็คือการกินแบบอัตโนมัติ หรือการกินไปพร้อมกับสิ่งรบกวน (Mindless or distracted eating) เช่น ตาของเรามองจอที่ฉายสื่อตลกโปกฮา แต่มือและปากของเราตักข้าวไปเคี้ยวอัตโนมัติ บางคนแทบไม่ได้เคี้ยวและกลืนลงไปเลยด้วยซ้ำ (บางทีอาจหัวเราะจนสำลักก็มีนะ ระวังเด้อ)
ว่าแต่ว่า แอบสงสัยกันไหมว่าแล้วการที่เรากินข้าวและพูดคุยกับคนร่วมโต๊ะอาหารนั้น ถือว่าเป็น Distracted eating ด้วยไหม? แอ่ดแอ่ด 🙅❌ ไม่นับนะคร้าบ การมีสติไม่ใช่การนั่งสมาธิแล้วกินข้าว แต่เป็นการที่เรามีสติอยู่กับปัจจุบัน ดังนั้นการพูดคุยกับคนร่วมโต๊ะและทานข้าวไปด้วยกันจึงยังไม่เข้าข่ายอันตราย แต่การกินไปด้วยและคุยโทรศัพท์ไปด้วยที่อาจจะต้องแยกโสตประสาททั้งหูฟัง 👂 หัวคิด 🧠 ตามองอย่างอื่นในห้อง 👀 และปากต้องทั้งพูดทั้งเคี้ยวนั้นทำให้แทบไม่ได้จดจ่อสิ่งตรงหน้าได้เต็มที่เลย สิ่งนี้แหละที่ไม่ดี!
--> ดังนั้นการฝึกสติหรือการที่เรามี Mindful Eating จะช่วยให้เรากินอาหารได้อย่างมีสติมากขึ้น ช่วยเพิ่มความซาบซึ้งต่ออาหาร และส่งเสริมการเลือกกินอาหารที่ทั้งอิ่มใจและมีคุณค่าทางโภชนาการ 🥦
ประโยชน์อื่น ๆ ก็ยังมีนะ!
→ ช่วยลดการกินตามอารมณ์และการกินแบบควบคุมไม่ได้ (binge eating)
→ ช่วยให้รับรู้ความหิว-อิ่มได้ดีขึ้น ไม่ได้กินมากหรือน้อยจนเกินไป มีสติรู้ตัวต่อสถานะของตนเองเสมอ
→ ช่วยให้เรารู้ตัวในสภาวะที่อาจถูกอารมณ์ควบคุมจนเกินไป เช่น กินเพราะคลายเครียด
→ ช่วยให้เราตัดสินใจเลือกทานอาหารที่เราต้องการในปริมาณที่จำเป็นมากขึ้น
→ ช่วยให้มีความสุขในการกินอย่างแท้จริง
🧵 หลักการรับประทานอาหารอย่างมีสติ (Mindful Eating)
1. ฝึกรับประทานอาหารให้เป็นเวลาตามสัญญาณความหิว ความอิ่ม โดยใช้ Hunger scale หรือมาตรวัดระดับความหิว ความอิ่ม ⚖
--
2. ตั้งคำถามกับตัวเองก่อนว่า เราหิวหรือเราอยาก ❓
--
→ หากหิว ให้ใช้หลักการ Hunger scale วัดระดับความหิวความอิ่มของร่างกาย
→ หากอยาก ให้ตั้งคำถามต่อว่า อยากรับประทานจริง ๆ หรืออยากรับประทานเพราะสิ่งแวดล้อม
→ หากอยากรับประทานจริง ๆ จากความต้องการภายในสามารถรับประทานได้ ให้สนใจกับอาหารตรงหน้า รับประทานอาหารอย่างช้า ๆ โดยตัดสิ่งแวดล้อมรบกวนออก รับประทานอาหารจนรู้สึกเติมเต็ม แล้วให้หยุดรับประทาน
--
3. รับประทานอาหารตามแบบจานอาหารเพื่อสุขภาพ (Plate model) ผัก 2 ส่วน ข้าว/แป้ง 1 ส่วน เนื้อสัตว์ 1 ส่วน 🍱
--
4. วางแผนการรับประทานอาหารล่วงหน้า (Meal Plan) ว่าแต่ละมื้อจะรับประทานอะไร หรือเตรียมอะไรมาเพิ่มคุณค่าให้มื้ออาหารได้บ้าง 🗺
--
5. ตักอาหารหรือซื้ออาหารพอดีที่จะรับประทาน 👍
--
6. ไม่ซื้ออาหารตุนไว้เกินความจำเป็นหรือไม่นำอาหารไว้ใกล้ตัว โดยเฉพาะโต๊ะทำงาน เพราะหยิบรับประทานได้ง่ายเกินไป แต่ควรมีน้ำเปล่าติดไว้เสมอ 💻
--
7. ไม่ตัดสินอาหารว่าดีหรือไม่ดี หากอยากรับประทานให้รับประทานได้ โดยรับประทานให้พอดีและสมดุล ⚖
--
8. เลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้อยากรับประทานอาหาร โดยไม่รู้สึกหิว เช่น เดินอ้อมร้านขนม ไม่เปิดหาสิทธิพิเศษหรือส่วนลดร้านอาหาร หรือเลี่ยงการทำกิจกรรมอื่นขณะรับประทานอาหาร 🚶‍♀
--
9. ออกกำลังเป็นประจำหรือหากิจกรรมเพิ่มการขยับตัว อย่าลืมว่า “แค่ขยับเท่ากับออกกำลังกาย” 🚶
--
10. หากวันนี้รับประทานแบบขาดสติแล้วไม่ต้องรู้สึกแย่ พรุ่งนี้เรายังสามารถเริ่มใหม่ได้ ไม่ต้องเครียด ขอเพียงแค่พยายามสร้างพฤติกรรมสุขภาพให้สม่ำเสมอที่สุดเท่าที่จะทำได้ 🏋
😪 *yawn* พออ่านแล้วดูแอบน่าเบื่อหรือดูมีหลายขั้นตอนจังเลยเนอะ จริง ๆ แล้วจะไม่ทำให้ครบทุกข้อก็ได้นะ ขอแค่ในขณะที่เรากินข้าวเราลดสิ่งรบกวนลงและเพิ่มความสนใจให้แก่อาหารตรงหน้ามากขึ้นก้พอ แล้วเดี๋ยวค่อยเพิ่มขั้นตอนไปก็ได้ พี่เชื่อว่าทุกคนทำได้!
🐿️ เรามาเริ่มฝึกตัวเองกันเถอะ เพื่อสุขภาพกายและจิตของเรา และเพื่อความสุขของน้องอาหารที่จะได้รับความสนใจแบบเต็มร้อยจากเราเสียที
Reference:
ขอขอบคุณรูปประกอบข้อมูลจากเพจ "ติดตามข่าวสารจากนักกำหนดอาหาร"
- Harward T.H. CHAN. (2020). Mindful Eating. https://nutritionsource.hsph.harvard.edu/mindful-eating/?fbclid=IwY2xjawPepJ1leHRuA2FlbQIxMABicmlkETFEdnRhTnkxejFlVThmVjV4c3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHsRfa33mKo_REdDMekRilWIRQwjH6PngZDUkRXsH4BqDpXfw3PX6mq_1ggFm_aem_12A3rhJurbIG0R9mHTs1CQ
- โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์. (2024). กินอย่างมีสติกับ Mindful eating. https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/mindful-eating

อ่อนโยน ไม่ได้แปลว่า อ่อนแอ
16/01/2026

อ่อนโยน ไม่ได้แปลว่า อ่อนแอ

เรามักตัดสินคนอื่น จากจุดเล็กๆ ที่เราเห็น
โดยลืมไปว่า มันเป็นเพียง ‘เศษเสี้ยว’
ของชีวิตทั้งวงกลมที่เขาแบกอยู่ในทุกวัน

จุดเล็กๆ นั้นอาจเป็นเพียงคำพูดไม่กี่ประโยค
ท่าทีบางอย่าง
หรือช่วงเวลาสั้นๆ ที่เขาแสดงออกมาให้เราเห็น

แต่ชีวิตของใครสักคน ไม่ได้ถูกสร้างจากชั่วขณะเดียว
มันเต็มไปด้วยเรื่องราวที่เราไม่เคยรับรู้
ความเหนื่อย ความหวัง ความสูญเสีย
และสิ่งที่เขาต้องรับมือในแบบของเขาเอง

บางทีการเลือกใจดีกับใครสักคน
อาจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเข้าใจทุกอย่าง
แค่ยอมรับว่าเรารู้ไม่ทั้งหมดก็เพียงพอแล้ว

เพราะในโลกที่ทุกคนต่างแบกเรื่องราวของตัวเองไว้
‘ความอ่อนโยน’ อาจเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุด
ที่เรามอบให้กันได้ในแต่ละวัน

16/01/2026

(English version below)

เส้นทางสู่ความสำเร็จนั้นเต็มไปด้วยความท้าทายและการเรียนรู้ ความสำเร็จในอุดมคติกับความเป็นจริงจึงแตกต่างกัน ในอุดมคติหรือตามความต้องการของใครหลายคน ปรารถนาให้เส้นทางสู่ความสำเร็จเป็นเส้นตรง จากการตั้งเป้าหมายถึงความสำเร็จ เช่น อ่านหนังสือแล้วเข้าใจเนื้อหา ฝึกเล่นกีฬาหรือเล่นดนตรีแล้วเล่นได้ ทำโปรเจคแล้วงานเสร็จ หรือออกกำลังกายแล้วผอม ฯลฯ

แต่ความเป็นจริง ความสำเร็จต้องผ่านเส้นทางที่คดเคี้ยว วกวน มีทั้งการเริ่มต้น การเรียนรู้ ความสงสัย การล้มเหลว การฝึกฝน บางครั้งรู้สึกเหมือนหลงทาง หรือบางครั้งก็ได้รับความสำเร็จบางสิ่งบางอย่างระหว่างทาง หรือแม้กระทั่งได้พบเจอกับการต้องดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอด ก่อนจะถึงเป้าหมายที่ต้องการ

ความสำเร็จในชีวิตจริงต้องผ่านอุปสรรคและประสบการณ์ที่หลากหลาย ไม่ใช่เรื่องง่ายดายเสมอไป หากใครที่กำลังรู้สึกล้มเหลวหรือรู้สึกเหมือนหลงทาง นั่นอาจแปลว่า เราเองก็กำลังอยู่ในเส้นทางของความสำเร็จได้เหมือนกัน 💪

ขอบคุณภาพจาก mounika.studio📸

****

The path to success is filled with challenges and learning experiences. Ideal success often looks very different from reality. Ideally, or according to many people’s wishes, the journey to success would be a straight line—from setting a goal to achieving it. For example, reading a book and fully understanding it, practicing a sport or a musical instrument and becoming proficient, completing a project with ease, or exercising and instantly getting fit.

In reality, however, success often requires navigating a winding and complicated road. It involves beginnings, learning, curiosity, failure, and continuous practice. Sometimes it may feel like you are lost, or you might achieve small successes along the way. There are also times when you have to struggle just to keep going before you can finally reach your goal.

True success in life requires overcoming various obstacles and gathering a wealth of experiences. It isn’t always easy. So, if you’re feeling like you’ve failed or lost your way, it may actually mean you’re on your own path to success. 💪

30/12/2025
ประกาศหยุดพักเคลียร์ใจ ก่อนไปต่อปี 2569😍🍀🌼💐🌈
30/12/2025

ประกาศหยุดพักเคลียร์ใจ ก่อนไปต่อปี 2569😍🍀🌼💐🌈

ปู๊นๆๆๆ ฉึกฉักๆๆๆ 🦌🎄กิจกรรมเริ่มต้นขึ้นแล้วน้าทุกคน! ตอนนี้บอร์ดสคส.กับจุดเช็คพ้อยต์พร้อมให้ทุกคน แชะ แชะ แชะ 📸 ลุ้นรางว...
24/12/2025

ปู๊นๆๆๆ ฉึกฉักๆๆๆ 🦌🎄
กิจกรรมเริ่มต้นขึ้นแล้วน้าทุกคน! ตอนนี้บอร์ดสคส.กับจุดเช็คพ้อยต์พร้อมให้ทุกคน แชะ แชะ แชะ 📸 ลุ้นรางวัลแล้วจ้า 🎁💝
มาร่วมสนุกกันเยอะ ๆ น้า บางทีของรางวัลอาจจะเป็นสิ่งที่เราอยากได้ก็ได้ 🙈
ปล.สามารถร่วมตกแต่งบอร์ดได้เต็มที่เลยนะคะ ใครเอาของมาประดับถ่ายรูปมาอวดกันด้วยน้า (กิจกรรมจบแล้วเอากลับได้จ้า)


ที่อยู่

คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
Chiang Mai

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Veterinary CMU Mind Friendผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แนะนำ

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram