Neurofeedback Chiang Mai

Neurofeedback Chiang Mai We specialize in neurofeedback to help train a variety of conditions, training your brain to become Neurofeedback trains your brain to self-regulate.

At Chiang Mai Neurofeedback Center, we specialize in neurofeedback to help train a variety of conditions, training your brain to become more efficient, flexible and balanced; improving function and clarity. Self-regulation allows your brain to perform smoothly and function efficiently. This helps your nervous system to shift to appropriate states, stabilize uncomfortable and dysregulated symptoms, and trains your brain for optimal health and performance.

ปัญหาการทรงตัวเมื่อสมองรู้สึก “ปลอดภัย”ร่างกายจะรู้ว่าควรยืนอย่างไรการทรงตัวคือการทำงานร่วมกันของสมอง + ระบบประสาท + ควา...
24/02/2026

ปัญหาการทรงตัว
เมื่อสมองรู้สึก “ปลอดภัย”
ร่างกายจะรู้ว่าควรยืนอย่างไร

การทรงตัวคือการทำงานร่วมกันของ
สมอง + ระบบประสาท + ความรู้สึกปลอดภัย

ทำไมบางคนเวียนหัวง่าย ยืนไม่มั่นคง?
ระบบประสาทอัตโนมัติอยู่ในโหมดตื่นตัวเกิน

Neurofeedback ช่วยให้
สมองออกจากโหมดระวังภัย
ร่างกายกลับสู่สมดุลตามธรรมชาติ

TIP : ฝึก grounding ยืนเท้าเปล่าบนพื้น รู้สึกถึงน้ำหนักตัวที่ฝ่าเท้า

ติดต่อสอบถาม ข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่
Chiang Mai Neurofeedback Center
โทร: 0914838063
Line: Neurofeedback

การได้ยิน…ไม่ใช่แค่เรื่องของหูแต่คือ “การแปลความหมาย” ของสมอง👉สมองส่วน Auditory Cortex มีบทบาทสำคัญในการประมวลเสียงบางคน...
23/02/2026

การได้ยิน…ไม่ใช่แค่เรื่องของหู
แต่คือ “การแปลความหมาย” ของสมอง

👉สมองส่วน Auditory Cortex มีบทบาทสำคัญในการประมวลเสียง
บางคนได้ยินเสียง แต่สมองแปลผลไม่ชัด

📍Neurofeedback ช่วย
✅เพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลเสียง
✅ลดภาวะสมองล้า และความตึงเครียดของระบบประสาท

👉เหมาะกับ
✅เด็กที่ฟังแต่ไม่เข้าใจ
✅ผู้ใหญ่ที่รู้สึกได้ยินลดลงโดยไม่พบปัญหาทางกายภาพชัดเจน

Neurofeedback เป็นกระบวนการที่อ่อนโยน
ไม่ฝืน และไม่บังคับร่างกาย

👉ติดต่อสอบถาม ข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่
Chiang Mai Neurofeedback Center
โทร: 0914838063
Line: Neurofeedback

โรคลมชัก (Epilepsy)ข้อควรรู้ และข้อเท็จจริงที่หลายคนอาจไม่เคยรู้โรคลมชัก เป็นภาวะที่หลายคนยังเข้าใจคลาดเคลื่อนบางคนกลัวบ...
13/02/2026

โรคลมชัก (Epilepsy)
ข้อควรรู้ และข้อเท็จจริงที่หลายคนอาจไม่เคยรู้

โรคลมชัก เป็นภาวะที่หลายคนยังเข้าใจคลาดเคลื่อน
บางคนกลัว
บางคนไม่กล้าพูดถึง
และหลายคนไม่รู้ว่า… ผู้ที่เป็นลมชักสามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากกว่าที่คิด
บทความนี้อยากชวนคุณมาทำความเข้าใจ
ด้วยมุมมองที่อ่อนโยน และตั้งอยู่บนความรู้ที่ถูกต้อง

ข้อควรรู้เกี่ยวกับโรคลมชัก
1️⃣ โรคลมชักเกิดจาก “คลื่นสมอง”
ลมชักเกิดจาก การปล่อยสัญญาณไฟฟ้าในสมองที่ผิดปกติและฉับพลัน
ไม่ใช่โรคติดต่อ
และไม่ใช่อาการทางจิตใจ

2️⃣ ไม่ใช่ทุกอาการชักจะเหมือนกัน
หลายคนคิดว่าลมชักต้องมีอาการเกร็ง ชัก กระตุกเท่านั้น
แต่ความจริงแล้วอาการอาจเป็นเพียง
เหม่อลอย
ใจลอยชั่วครู่
รู้สึกมึน วูบ หรือขาดการรับรู้ช่วงสั้น ๆ
ซึ่งบางครั้งคนรอบข้างอาจไม่ทันสังเกต

3️⃣ ความเครียดและการพักผ่อนมีผลมาก
แม้ลมชักจะเกี่ยวข้องกับคลื่นสมอง
แต่สิ่งกระตุ้นสำคัญ ได้แก่
การนอนน้อย
ความเครียดสะสม
ความเหนื่อยล้าทางระบบประสาท
สมองที่ล้า = สมองที่ควบคุมคลื่นได้ยากขึ้น

4️⃣ การดูแลลมชักไม่ใช่แค่เรื่องยา
การรักษาหลักยังคงอยู่ภายใต้แพทย์
แต่การดูแลเสริม เช่น
การจัดการความเครียด
การฝึกสมอง
การดูแลระบบประสาทโดยรวม
มีบทบาทสำคัญต่อคุณภาพชีวิต

🔹 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโรคลมชัก

✔️ ลมชัก “ไม่ได้แปลว่า สมองเสีย”
แต่เป็นภาวะที่ สมองบางส่วนทำงานไม่สม่ำเสมอ
และสามารถดูแล ฟื้นฟู และฝึกให้ดีขึ้นได้ในหลายกรณี

✔️ ผู้ที่เป็นลมชักสามารถเรียน ทำงาน และใช้ชีวิตได้
หากได้รับการดูแลที่เหมาะสม
หลายคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพ
มีครอบครัว มีอาชีพ และมีความสุข

✔️ คลื่นสมองสามารถ “ฝึกให้เสถียรขึ้น”
ด้วยการฝึกสมอง เช่น Neurofeedback
สมองจะเรียนรู้การรักษาสมดุลของคลื่นไฟฟ้า
ช่วยลดความแปรปรวนที่อาจกระตุ้นอาการ
(ใช้เป็นการดูแลเสริม ไม่ใช่การแทนการรักษาทางการแพทย์)

✔️ สิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย ช่วยสมองได้มาก
บรรยากาศที่สงบ
ความเข้าใจจากคนรอบข้าง
การไม่ตัดสินหรือเหมารวม
สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ระบบประสาทผ่อนคลาย
และลดโอกาสการกระตุ้นอาการได้อย่างมีนัยสำคัญ

ข้อความสำคัญที่อยากฝากไว้
โรคลมชัก ไม่ได้พรากศักยภาพของใครไป
สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ “ความเข้าใจ” และ “การดูแลสมองอย่างถูกวิธี”
เมื่อสมองรู้สึกปลอดภัย
ร่างกายจะเริ่มกลับสู่สมดุลของมันเอง

ติดต่อสอบถาม ข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่
Chiang Mai Neurofeedback Center
โทร: 0914838063
Line: Neurofeedback

การฟื้นฟูไม่ใช่การเร่งให้ร่างกายกลับมาเหมือนเดิมแต่คือการพาสมองกลับสู่จังหวะที่สมดุลเพื่อให้ร่างกาย “ทำงานได้ด้วยตัวเองอ...
10/02/2026

การฟื้นฟูไม่ใช่การเร่งให้ร่างกายกลับมาเหมือนเดิม
แต่คือการพาสมองกลับสู่จังหวะที่สมดุล
เพื่อให้ร่างกาย “ทำงานได้ด้วยตัวเองอีกครั้ง”

เมื่อปัญหา…อาจไม่ได้เริ่มที่กล้ามเนื้อ แต่เริ่มที่ “สมอง”
หลายคนที่มีอาการ กล้ามเนื้ออ่อนแรง
มักตั้งคำถามกับตัวเองว่า

“เราไม่ได้ออกแรงหนัก ทำไมถึงไม่มีแรง?”
“ตรวจกล้ามเนื้อก็ไม่พบความผิดปกติ แล้วเกิดจากอะไร?”

ความจริงแล้ว…
การเคลื่อนไหวทุกครั้งของร่างกาย เริ่มต้นจากสมอง
กล้ามเนื้ออ่อนแรงเกี่ยวข้องกับสมองอย่างไร
กล้ามเนื้อจะขยับได้
เพราะสมองส่งสัญญาณผ่านระบบประสาทไปสั่งการ
หากสัญญาณนี้ อ่อน ขาดความชัดเจนหรือไม่สม่ำเสมอ

ร่างกายจะตอบสนองช้าลง เหนื่อยง่าย และรู้สึก “ไม่มีแรง”
แม้ตัวกล้ามเนื้อจะยังสมบูรณ์อยู่ก็ตาม
โดยเฉพาะสมองส่วน Motor Cortex
ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวโดยตรง

ปัจจัยที่ทำให้สมองสั่งงานได้ไม่เต็มที่
-ความเครียดสะสม
-ระบบประสาทอยู่ในโหมดตื่นตัวนานเกินไป
-การพักผ่อนไม่เพียงพอ
-ภาวะเจ็บป่วย หรือการฟื้นตัวหลังอุบัติเหตุ

สิ่งเหล่านี้ทำให้สมอง “ล้า”
และส่งผลต่อคุณภาพการสั่งงานของร่างกาย

Neurofeedback ช่วยได้อย่างไร
Neurofeedback คือการฝึกสมอง
ให้รับรู้รูปแบบการทำงานของตนเองแบบเรียลไทม์
และเรียนรู้การปรับคลื่นสมองให้เหมาะสม
ผลที่เกิดขึ้นคือ
-สัญญาณประสาทชัดเจนขึ้น
-การสื่อสารระหว่างสมองกับกล้ามเนื้อดีขึ้น
-ร่างกายตอบสนองได้มั่นคงและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

เป็นกระบวนการที่ อ่อนโยน ไม่ฝืน และไม่บังคับร่างกาย

ติดต่อสอบถาม ข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่
Chiang Mai Neurofeedback Center
โทร: 0914838063
Line: Neurofeedback

❤️โปรฯ พิเศษเดือนแห่งความรัก ลด 20%❤️ลูกคุณมีปัญหาเหล่านี้ไหม?❌  #สมาธิสั้น /  #ออทิสติก❌  #พูดช้า /  #พัฒนาการช้า❌  #ติ...
07/02/2026

❤️โปรฯ พิเศษเดือนแห่งความรัก ลด 20%❤️
ลูกคุณมีปัญหาเหล่านี้ไหม?
❌ #สมาธิสั้น / #ออทิสติก
❌ #พูดช้า / #พัฒนาการช้า
❌ #ติดจอ / #อารมณ์รุนแรง
❌ #เรียนไม่ทันเพื่อน
❌ #เด็กพิเศษ / #ดาวน์ซินโดรม
ถ้า “ใช่” อย่าปล่อยให้ช้าไปกว่านี้ 💔
🧠 Neurofeedback เทรนสมองอย่างตรงจุด
ช่วยให้ลูก โฟกัสดีขึ้น คุมอารมณ์ได้ดี เรียนรู้ไวขึ้น
เข้าสังคมได้ปกติ และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข
✨ #เทรนสมองด้วยนิวโรฟีดแบค แก้ไขปัญหา
✔ สมาธิและการจดจ่อ
✔ การควบคุมอารมณ์
✔ การเรียนรู้และพัฒนาการ
✔ ปัญหาที่เกี่ยวกับสมองโดยตรง
📌 ประเมินก่อนเทรน
📌 ปลอดภัย ไม่ใช้ยา
📩 สิทธิ์มีจำนวนจำกัด
📲 ทักแชทเพื่อจองคิว / ประเมินสมองวันนี้
👉 เริ่มต้นวันนี้ เพื่ออนาคตที่ดีของลูก

หลายครั้งที่พ่อแม่พูดว่า…“ลูกชอบทำอะไรซ้ำๆ” “ถ้าไม่ได้ทำแบบเดิม จะงอแงทันที” “ลูกติดบางเรื่องมาก จนไม่ยอมเปลี่ยน”สิ่งเหล...
28/01/2026

หลายครั้งที่พ่อแม่พูดว่า…
“ลูกชอบทำอะไรซ้ำๆ”
“ถ้าไม่ได้ทำแบบเดิม จะงอแงทันที”
“ลูกติดบางเรื่องมาก จนไม่ยอมเปลี่ยน”

สิ่งเหล่านี้ ไม่จำเป็นต้องแปลว่าลูกดื้อ
แต่อาจเป็นสัญญาณว่า สมองและระบบประสาทของลูก
กำลังพยายาม “ควบคุมความไม่สบายใจ”

การหมกหมุ่น เกิดขึ้นได้อย่างไร?
เมื่อสมองรู้สึก
-เครียด
-ไม่มั่นคง
-รับข้อมูลรอบตัวมากเกินไป

สมองจะมองหา “สิ่งที่คาดเดาได้”
และนั่นทำให้เกิดพฤติกรรม เช่น
-ทำซ้ำ
-ยึดติดกับลำดับเดิม
-ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง
-โฟกัสเรื่องเดียวมากเป็นพิเศษ

👉 นี่คือ กลไกการปกป้องตัวเองของสมอง ไม่ใช่ความผิดของเด็ก
เด็กไม่ได้อยากยึดติดแต่สมองของเขา…กำลังพยายามเอาตัวรอด
ความเข้าใจของพ่อแม่คือการเยียวยาที่อ่อนโยนที่สุด

ติดต่อสอบถาม ข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่
Chiang Mai Neurofeedback Center
โทร: 0914838063
Line: Neurofeedback

#การหมกหมุ่น #เข้าใจสมองเด็ก #พฤติกรรมเด็ก #ระบบประสาท #เลี้ยงลูกด้วยความเข้าใจ #ไม่โทษเด็ก #พื้นที่ปลอดภัยของลูก

Q1: ลูกพูดไม่ชัด แบบนี้ผิดปกติไหม? A: ไม่จำเป็นต้องผิดปกติเสมอไปค่ะ เด็กแต่ละคนพัฒนาระบบภาษาไม่พร้อมกัน สิ่งสำคัญคือ “แน...
26/01/2026

Q1: ลูกพูดไม่ชัด แบบนี้ผิดปกติไหม?
A: ไม่จำเป็นต้องผิดปกติเสมอไปค่ะ
เด็กแต่ละคนพัฒนาระบบภาษาไม่พร้อมกัน
สิ่งสำคัญคือ “แนวโน้ม” ไม่ใช่ “ความเร็ว”

Q2: ที่ลูกพูดไม่ชัด เป็นเพราะเราเลี้ยงไม่ดีหรือเปล่า?
A: ไม่ใช่ความผิดของพ่อแม่เลยนะคะ
พัฒนาการด้านการพูดเกี่ยวข้องกับสมองและระบบประสาทเป็นหลัก
ไม่ใช่ความตั้งใจหรือความสามารถของการเลี้ยงดูอย่างเดียว

Q3: รอให้โตอีกหน่อย เดี๋ยวก็พูดชัดเองได้ไหม?
A: เด็กบางคนดีขึ้นเองได้ค่ะ
แต่การ “สังเกตและประเมินเร็ว”
ช่วยลดความกังวล และช่วยลูกได้ตรงจุดกว่า

Q4: ลูกเข้าใจทุกอย่าง แต่ไม่ยอมพูด น่าเป็นห่วงไหม?
A: เด็กแบบนี้พบได้บ่อยมาก
มักเกี่ยวกับการแสดงออกทางภาษา (expressive language)
ซึ่งสามารถฝึกและพัฒนาได้

Q5: เราควรแก้คำพูดลูกทันทีไหม?
A: แนะนำให้ “พูดให้ฟังเป็นตัวอย่าง”
มากกว่าการแก้ตรงๆ
เพื่อไม่ให้ลูกรู้สึกกดดันหรือกลัวการพูดผิด

Q6: สิ่งที่พ่อแม่ควรทำมากที่สุดตอนนี้คืออะไร?
A:ฟังลูกด้วยใจที่นิ่งไม่เร่ง ไม่เปรียบเทียบ
และขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเมื่อรู้สึกไม่สบายใจ

Q7: ลูกพูดไม่ชัด จะกระทบความมั่นใจในระยะยาวไหม?
A: ถ้าเด็กถูกเร่ง ถูกแก้ หรือถูกเปรียบเทียบบ่อยๆ
อาจกระทบความมั่นใจได้ค่ะ
แต่ถ้าเด็กได้รับความเข้าใจและการสนับสนุนที่เหมาะสม
เด็กสามารถเติบโตอย่างมั่นใจได้เต็มศักยภาพ

Q8: ต้องฝึกลูกทุกวันไหม ถึงจะเห็นผล?
A: ไม่จำเป็นต้องฝึกหนักหรือฝึกนานค่ะ
การฝึกที่ดีที่สุด คือการสื่อสารในชีวิตประจำวัน
แบบผ่อนคลาย เป็นธรรมชาติ และสม่ำเสมอ

Q9: ถ้าลูกไม่ยอมพูดกับคนนอก แต่พูดกับพ่อแม่ปกติ ผิดไหม?
A: ไม่ผิดเลยค่ะ
เด็กบางคนต้องการ “พื้นที่ปลอดภัย” ก่อน
เมื่อรู้สึกมั่นใจ ระบบการพูดจะค่อยๆ เปิดเอง

Q10: ควรพาลูกไปประเมินตอนไหน ถึงจะไม่เร็วหรือช้าเกินไป?
A: หากพ่อแม่เริ่มรู้สึกกังวล นั่นคือสัญญาณที่เหมาะสมแล้วค่ะ
การประเมินไม่ได้แปลว่าลูกมีปัญหา
แต่คือการ “เข้าใจลูกให้ชัดขึ้น”

Q11: กลัวว่าถ้าพาลูกไปพบผู้เชี่ยวชาญ ลูกจะรู้สึกว่าตัวเองผิด
A: ถ้าอธิบายกับลูกด้วยภาษาที่อ่อนโยน
เช่น “เราไปเล่น ไปเรียนรู้ด้วยกัน”
เด็กจะไม่รู้สึกว่าตัวเองผิด
แต่จะรู้สึกว่ามีคนคอยอยู่ข้างๆ

#พัฒนาการเด็ก
#การพูดของเด็ก
#ผู้ปกครองยุคใหม่
#เข้าใจลูกมากขึ้น

เปลี่ยน "สมองที่ยุ่งเหยิง" ให้ "นิ่งสงบ" ในโลกที่หมุนเร็ว ในยุคที่ Information Overload การจะบอกให้ "นั่งหลับตาทำสมาธิ" ...
25/01/2026

เปลี่ยน "สมองที่ยุ่งเหยิง" ให้ "นิ่งสงบ" ในโลกที่หมุนเร็ว
ในยุคที่ Information Overload การจะบอกให้ "นั่งหลับตาทำสมาธิ"

สำหรับบางคนอาจเป็นเรื่องยาก เพราะคลื่นสมอง Beta
(ความเครียด/ความคิด) ยังวิ่งพล่านไม่หยุด

Neurofeedback: ทางลัดสู่ความนิ่ง (Shortcut to Calm)
เปรียบเสมือนการจูนคลื่นวิทยุให้ตรงช่อง หากสมองเราคุ้นชิน
กับความวุ่นวาย เราสามารถใช้ Neurofeedback ช่วย "เทรน" ให้สมอง
จำความรู้สึกของความสงบ (Calm State) ได้ใหม่อีกครั้ง

สมองจะเรียนรู้ที่จะ "วางความคิด" และ "เข้าหาความสงบ"
โดยอัตโนมัติ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ
เป็นการฝึกสติ (Mindfulness) ที่เห็นผลลัพธ์ได้ทันทีขณะฝึก

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูพลังงานใจ
และต้องการความชัดเจนในความคิด (Mental Clarity)

ติดต่อสอบถาม ข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่
Chiang Mai Neurofeedback Center
โทร: 0914838063
Line: Neurofeedback

ลูกนั่งไม่ติด ทำการบ้านไม่จบ... อาจเพราะ "กล้ามเนื้อสมาธิ" ยังไม่แข็งแรงพอ? หลายครั้งที่เราบอกให้น้องๆ "ตั้งใจหน่อย" แต่...
18/01/2026

ลูกนั่งไม่ติด ทำการบ้านไม่จบ... อาจเพราะ
"กล้ามเนื้อสมาธิ" ยังไม่แข็งแรงพอ?

หลายครั้งที่เราบอกให้น้องๆ "ตั้งใจหน่อย" แต่เขาก็ยังวอกแวก
หรือทำงานไม่ต่อเนื่อง นั่นอาจไม่ใช่เพราะเขาดื้อ
แต่อาจเป็นเพราะ ระบบการจดจ่อในสมอง (Attention System)
ของเขายังไม่แข็งแรงพอที่จะ "คงสมาธิ" ได้นานๆ

Neurofeedback ช่วยฝึกสมาธิได้อย่างไร?
หลักการทำงานคล้ายกับการพา "สมองไปเข้ายิม" ค่ะ
เป็นการฝึกให้สมองเรียนรู้ที่จะเข้าสู่โหมด "จดจ่อ"
ผ่าน ระบบสะท้อนกลับด้วยภาพและเสียง (Visual & Audio Feedback)

สมองจะเรียนรู้โดยอัตโนมัติว่า "อ๋อ... ต้องวางใจแบบนี้
ต้องโฟกัสแบบนี้ งานถึงจะเดิน" เป็นการสร้างทักษะการควบคุมตัวเอง
(Self-Regulation) จากภายในสู่ภายนอก

✅ ช่วยให้จดจ่อได้นานขึ้น (Sustained Attention)
✅ ลดความวอกแวก (Distractibility)
✅ สร้างรากฐานการเรียนรู้ที่มั่นคงในระยะยาว

มาช่วยเสริมสร้าง "ความแข็งแรง" ให้สมองของลูกรัก
เพื่อการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพกันค่ะ

ติดต่อสอบถาม ข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่
Chiang Mai Neurofeedback Center
โทร: 0914838063
Line: Neurofeedback

#ฝึกสมาธิ #พัฒนาการเด็ก

ทำไม Neurofeedback ถึงช่วยให้จำแม่นขึ้น? การมีความจำที่ดี ไม่ได้แปลว่าต้อง "ท่องจำ" เก่ง แต่คือการที่สมองสามารถบริหารจัด...
17/01/2026

ทำไม Neurofeedback ถึงช่วยให้จำแม่นขึ้น?

การมีความจำที่ดี ไม่ได้แปลว่าต้อง "ท่องจำ" เก่ง
แต่คือการที่สมองสามารถบริหารจัดการ "คลื่นสมอง"
(Brainwaves) ได้อย่างเหมาะสมในแต่ละสถานการณ์

การวิจัยพบว่า Neurofeedback
เข้าไปช่วยกระบวนการจำผ่าน 2 กลไกหลัก

1.SMR Wave Training (Sensorimotor Rhythm):
การฝึกคลื่น SMR (12-15 Hz) ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย
แต่สมองยังตื่นตัว (Relaxed Focus) ซึ่งเป็นสภาวะที่ดีที่สุด
ในการ "รับข้อมูลใหม่" เข้าสู่สมอง

2.Theta/Beta Ratio: ในหลายคนที่มีปัญหาความจำระยะสั้น
(Short-term memory) มักพบว่ามีคลื่น Theta (ง่วง/ฝัน)
สูงเกินไปในขณะที่ต้องใช้ความคิด Neurofeedback
ช่วยลดคลื่นนี้ลง และเพิ่มคลื่น Beta เพื่อการจดจ่อ

ผลลัพธ์ที่ได้?
✅ Processing Speed เร็วขึ้น
✅ Working Memory (ความจำใช้งาน) ขยายตัว
✅ ลดอาการ Brain Fog (สมองล้า)

การฝึก Neurofeedback ก็เหมือนการส่องกระจก
ให้สมองเห็นตัวเอง และเรียนรู้ที่จะปรับจูนให้เข้าที่

ติดต่อสอบถาม ข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่
Chiang Mai Neurofeedback Center
โทร: 0914838063
Line: Neurofeedback
#วิทยาศาสตร์สมอง

01/01/2026
“Merry Christmas“ 🎄ขอให้เทศกาลนี้เต็มไปด้วยความสุข ความอบอุ่น และรอยยิ้มตลอดปีค่ะ .😊
25/12/2025

“Merry Christmas“ 🎄
ขอให้เทศกาลนี้เต็มไปด้วยความสุข
ความอบอุ่น และรอยยิ้มตลอดปีค่ะ .😊

ที่อยู่

16/9 Nimmanahaeminda Road Lane 17, Suthep
Chiang Mai
50200

เวลาทำการ

อังคาร 09:00 - 21:00
พุธ 09:00 - 21:00
พฤหัสบดี 09:00 - 21:00
ศุกร์ 09:00 - 21:00
เสาร์ 09:00 - 21:00
อาทิตย์ 09:00 - 21:00

เบอร์โทรศัพท์

+66914838063

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Neurofeedback Chiang Maiผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Neurofeedback Chiang Mai:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram