Happybook Public สำนักพิมพ์แห่งความสุข
จากใจถึงใจ

01/01/2026

พูดเก่ง โนมน้าวเก่ง
ต้องทำงานเก่ง
เหมือนพูด!

อย่าหยุดดี… เพราะคนอื่นไม่เห็นค่าทำต่อไป เพราะคุณรู้ว่ามัน “ถูกต้อง”ความดีไม่ต้องประกาศวันหนึ่งมันจะพูดแทนตัวเอง- Martin...
01/01/2026

อย่าหยุดดี… เพราะคนอื่นไม่เห็นค่า
ทำต่อไป เพราะคุณรู้ว่ามัน “ถูกต้อง”
ความดีไม่ต้องประกาศ
วันหนึ่งมันจะพูดแทนตัวเอง
- Martin Luther King Jr.

อย่าหยุดดี… เพราะคนอื่นไม่เห็นค่า
ทำต่อไป เพราะคุณรู้ว่ามัน “ถูกต้อง”
ความดีไม่ต้องประกาศ
วันหนึ่งมันจะพูดแทนตัวเอง

- Martin Luther King Jr.
#ลุงตี่inspiration #ลุงตี่สร้างแรงบันดาลใจ #คำคมชีวิต #ชีวิตคิดบวก

✅แนะนำจุดตั้งกล่องรับบริจาคสิ่งของเหลือใช้ประจำเดือนมกราคม 69 #โครงการเหลือขอ  #มูลนิธิบ้านนกขมิ้น  #แชร์ทีดีกับน้อง
01/01/2026

✅แนะนำจุดตั้งกล่องรับบริจาคสิ่งของเหลือใช้
ประจำเดือนมกราคม 69
#โครงการเหลือขอ #มูลนิธิบ้านนกขมิ้น #แชร์ทีดีกับน้อง

การตลาดของ"คนโง่" บทที่ 2: The Alex Hormozi Way สร้างเกมใหม่ให้แบรนด์คุณ!……….“เมื่อคุณให้คุณค่ามากพอ ลูกค้าจะไม่ลังเลเรื...
01/01/2026

การตลาดของ"คนโง่" บทที่ 2: The Alex Hormozi Way
สร้างเกมใหม่ให้แบรนด์คุณ!
……….

“เมื่อคุณให้คุณค่ามากพอ ลูกค้าจะไม่ลังเลเรื่องราคาอีกต่อไป”
Alex Hormozi
โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยแบรนด์ที่ดูเหมือน “คล้ายกันไปหมด”
ทุกคนพยายามจะเดินตามสูตรกูรูในหนังสือหรือห้องเรียน ประมาณว่าเก่งขึ้นอีกนิด ถูกกว่าอีกหน่อย เร็วกว่านิดหนึ่ง
แต่ผลลัพธ์คือ…ลูกค้ามองไม่ออกว่า...คุณต่างจากใคร
ในสนามที่ทุกคนเล่นเกมเดียวกัน
คนที่ “เปลี่ยนเกม” คือคนที่ชนะเสมอ
ไม่ใช่คนอยู่ในเกมแล้วพยายามมากขึ้น..แต่ต้องเปลี่ยนเลย!

คนที่บอกว่าฉลาดพยายาม “หาวิธีชนะในเกมของคนอื่น”
แต่คนโง่กลับคิดแบบคนโง่...แต่เฉียบกว่าใคร ที่ตั้งคำถามว่า

แล้วทำไมเราต้องเล่นเกมเดียวกับเขาด้วยล่ะ?

มีกรณีศีกษาธุรกิจระดับโลกที่สร้าง”เกมใหม่” ที่ Harvard Business School เอามาสอนแล้วสอนอีกจนถึงทุกวันนี้ เป็นเรื่องของคนที่ชื่อ เจฟ เบโซส์( Jeff Bezos ) ที่มองเห็นเกมใหม่และใหญ่กว่า

ในช่วงปี 1994 โลกยังไม่มีคำว่า “ออนไลน์ช้อปปิ้ง” เลยและคนส่วนใหญ่ยังมองว่าการซื้อของผ่านจอนั้นเพ้อเจ้อ “เป็นไปไม่ได้” คนซื้อจะยอมจ่ายเงินก็ต่อเมื่อเห็นสินค้าจริง จับต้องได้เท่านั้น

แต่คนอย่าง Jeff Bezos กลับเห็นอีกแบบการซื้อแบบเดิมๆ เป็นเกมเก่าๆ แล้ว เขาเชื่อว่าโลกธุรกิจกำลังจะเปลี่ยนอย่างสิ้นเชิงและไม่ใช่แบบค่อยเป็นค่อยด้วย

แต่จะเป็นแบบพลิกในชั่วเวลาข้ามคืน เป็นการขายแบบออนไลน์เต็มรูปแบบ
และเขาต้องเป็นหนึ่งในผู้นำเกมใหม่และเป็นผู้กำหนดกติกาของเกมไม่ใช่คู่แข่ง!

เขาลงมือศึกษาตลาดเพื่อค้นหาสินค้าเริ่มต้นก็พบว่า “หนังสือ” เป็นสินค้าที่เหมาะที่สุดสำหรับขายออนไลน์เพราะมีจำนวนมหาศาล หลากหลาย และจุดอ่อนที่จะกลายเป็นจุดแข็งคือไม่มีทางที่ร้านค้าทั่วไปจะมีครบทุกเล่ม

และเขาไม่ต้องลงทุนมหาศาลไปหาทำเลตั้งร้านหนังสือแข่งกับร้านใหญ่ๆ ระดับโลกที่มีเชน มีสาขามากมายให้ปวดหัว แต่เขาจะสร้างเกมใหม่ที่ดีกว่า!
“สร้างร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยไม่ต้องมีร้านจริง”

และนี่คือจุดเริ่มต้นของ Amazon.com
ร้านขายหนังสือออนไลน์ใหญ่ที่สุดในโลก

คำขวัญของเจฟ เบโซส์ ตอนนั้นคือ
“Get Big Fast – โตให้เร็วที่สุด”
เขาทำงานแบบนักวิทยาศาสตร์ ทดลองทุกอย่าง ปรับทุกวัน วัดผลทุกชั่วโมงไม่ว่าจะแพคกล่อง ส่งของ หรือสร้างระบบรีวิวสินค้า ทุกจุดถูกออกแบบด้วยหลักคิดเดียวว่า “
เราจะทำให้ลูกค้าพอใจที่สุดในโลกได้อย่างไร”

เรื่องของ Amazon ถูก Harvard Business School นำมาทำเป็นกรณีศึกษาสอนในชั้นเรียนธุรกิจหลายปีติดต่อกัน เพื่อให้มองเห็นภาพใหญ่ที่เหนือชั้น
เพราะว่า เจฟ เบโซส์ ไม่ได้สร้างแค่บริษัทขายของออนไลน์
แต่เขาสร้าง “ระบบนิเวศธุรกิจ” ที่กลืนทุกวงการ!!!

– Customer Obsession ลูกค้าคือศูนย์กลางของทุกสิ่ง
เจฟ เบโซส์ เคยพูดในจดหมายถึงผู้ถือหุ้นว่า
“เราไม่ได้แข่งขันกับคู่แข่ง
เราแข่งขันกับความคาดหวังของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นทุกวัน”

นั่นคือเหตุผลที่ Amazon ลงทุนมหาศาลในระบบจัดส่งที่รวดเร็ว สร้างระบบแนะนำสินค้า (Recommendation Engine) ที่ใช้ AI วิเคราะห์ความชอบลูกค้าและออกบริการ Amazon Prime ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึก “ได้รับมากกว่าที่จ่าย”

Harvard สรุปบทเรียนนี้ว่า Amazon ไม่ได้ขายสินค้า
แต่ขายความสะดวกสบายและความไว้วางใจ

– ยอมขาดทุนระยะสั้น เพื่อชนะระยะยาว
ในช่วงปีแรกๆ นักลงทุนหลายคนมองว่า Amazon คง“บ้า” เพราะบริษัทขาดทุนต่อเนื่อง แต่ เจฟ เบโซส์ กลับยิ้มและบอกว่า
“กำไรคือสิ่งที่ตามมาทีหลัง ถ้าเรายึดลูกค้าไว้ได้ก่อน”

กลยุทธ์นี้กลายเป็นกรณีศึกษาคลาสสิกของ Harvard ภายใต้ชื่อ “Long-Term Thinking in Business Model” หรือ “การคิดแบบระยะยาวในยุคที่ทุกคนอยากรวยเร็ว” ที่หลายธุรกิจชั้นนำของโลกทำตามที่เราคงเห็นกันแล้ว

วันนี้ Amazon ไม่ใช่แค่ร้านหนังสือออนไลน์แต่กลายเป็นร้านทุกอย่างบนโลกออนไลน์ (The Everything Store) เคยสรุปความสำเร็จของเขาไว้เพียงประโยคเดียวแต่ทะลุใจคนที่ทำธุรกิจว่า

“ถ้าคุณโฟกัสที่คู่แข่ง คุณจะต้องรอให้เขาลงมือก่อนเสมอ
แต่ถ้าคุณโฟกัสที่ลูกค้า คุณจะนำหน้าโลกอยู่ตลอดเวลา”

แค่เสี้ยวหนึ่งในหนังสือยิ่งใหญ่ของปีนี้
การตลาดของ"คนโง่" โดย ดร.ธนศักดิ์ วหาวิศาล
พิมพ์และขายแบบโง่ๆ โดย แฮปปี้บุ๊ค พับลิชชิ่ง

ที่จะทำราคาพิเศษอ่านก่อนใคร จ่ายถูกกว่าเร็วๆ นี้

01/01/2026

ทำสิ่งเล็กๆทุกวัน
ด้วยความฝัน
ที่ยิ่งใหญ่...

จงอย่าอิจฉาความสำเร็จของใครแต่จงเรียนรู้จากมันเพราะทุกความสำเร็จ… มีราคาที่ต้องจ่ายจงถามตัวเองว่า “คุณพร้อมรับความสำเร็จ...
31/12/2025

จงอย่าอิจฉาความสำเร็จของใคร
แต่จงเรียนรู้จากมัน
เพราะทุกความสำเร็จ… มีราคาที่ต้องจ่าย
จงถามตัวเองว่า “คุณพร้อมรับความสำเร็จไหม”

บทความโดย ลุงตี่ inspiration
=============================
อยากเรียนรู้กับคนที่ประสบความสำเร็จ ต้องถามคนที่ประสบความสำเร็จ
=============================
#ลุงตี่inspiration #ฝันให้ไกลไปให้ถึง #เรียนรู้ไม่มีวันจบ #ให้ด้วยใจได้ด้วยรอยยิ้ม #อดทนวันนี้ชนะพรุ่งนี้ #ใช้เวลาสร้างคุณค่า #พัฒนาตนสู่ความยิ่งใหญ่ #คิด #คําคม #พลังบวก

31/12/2025

คนเริ่มเอียนAI
กลับมาสู่
ฝีมือที่แท้จริง

พรสวรรค์ทุกอย่างจะไร้ค่า...ถ้าไม่มีวินัย ไม่ลงมือทำ
29/12/2025

พรสวรรค์ทุกอย่างจะไร้ค่า...
ถ้าไม่มีวินัย ไม่ลงมือทำ

เขาว่ากันว่า “ถ้าอยากรวย”
ให้ “เลียนแบบ” คนรวย
คำๆนี้ หมายถึงให้คุณ
“เลียนแบบ” วิธีการคิด
และวิธีหาเงินของ “คนรวย” ต่างหาก
ไม่ใช่ให้ไป “เลียนแบบ”
“วิธีการใช้เงิน” ของคนรวย
เพราะยังไงก็ตาม
คุณก็จะ “ไม่มีวันใช้เงิน” เหมือนเขาได้
ถ้าคุณ “ยังไม่ได้ทำ” เหมือนเขา
ดังนั้น “ถ้าอยากใช้เงิน” ฟุ่มเฟือย
แบบที่ “คนรวย” เขาทำกัน
ก็จงอย่าลืม “เลียนแบบนิสัย”
“ขยันหาเงิน” แบบคนรวย ด้วยเช่นกัน
เขียนโดย
MoneyBetter : Better Together by
------------------------------------------
# มาร่วมสร้างชีวิตด้านการเงิน
และการลงทุน ที่ดียิ่งขึ้นไปพร้อมๆกัน
------------------------------------------

จูล่ง…หานายจูล่ง…ยอดขุนพลผู้เก่งกาจมีฝีมือรบเป็นหนึ่ง ไม่แพ้ใครแต่ตลอดวัยหนุ่ม เขากลับเหมือนคน “ไร้ท่า”เพราะไม่พบ “นาย” ...
29/12/2025

จูล่ง…หานาย
จูล่ง…ยอดขุนพลผู้เก่งกาจ
มีฝีมือรบเป็นหนึ่ง ไม่แพ้ใคร
แต่ตลอดวัยหนุ่ม เขากลับเหมือนคน “ไร้ท่า”
เพราะไม่พบ “นาย” ที่คู่ควร
เขาเคยเดินเข้าค่ายอ้วนเสี้ยว
ชื่อเสียงลือไกล ทหารมากมาย
แต่พออยู่จริง กลับเห็นแต่ความใหญ่ที่กลวง
การตัดสินใจเชื่องช้า ความคิดไม่ลึก
จูล่งเงียบ…และก้าวถอย
เขาเคยไปพึ่งกองซุนจ้าน เจ้าเมืองปักเป๋ง
แม้มีใจนักรบก็จริง แต่สายตาไม่ยาวไกล
คิดได้แค่ศึกวันนี้ พรุ่งนี้ปล่อยให้เป็นเรื่องของฟ้าลิขิต
จูล่งจึงไม่ผูกพัน
ปีแล้วปีเล่า จูล่งเป็นดั่งดาบดี
ที่ยังหาผู้เหมาะสมจะชักใช้ไม่ได้
จนวันหนึ่ง ฟ้าเหมือนบอกใบ้
ให้เขาได้พบ “เล่าปี่”
เล่าปี่ไม่ได้มีทหารมหาศาล
ไม่ได้มีเมืองอุดมสมบูรณ์
มีเพียงน้ำใจที่กว้าง…
กับปณิธาน “เพื่อราษฎร”
เพียงได้สนทนา จูล่งรู้ทันที
ว่านี่แหละ นายที่ตามหา
ไม่ต้องเสียงดัง ไม่ต้องโชว์กำลัง
แต่ทุกคำพูดมี “อนาคต” อยู่ในนั้น
จากวันนั้น ดาบของจูล่ง
จึงไม่ใช่ดาบที่เฝ้ารออีกต่อไป
แต่เป็นดาบที่ยอมพลี เพื่อสานฝันของเล่าปี่
บทเรียนจากเรื่องนี้นั้นชัดเจน…
คนเก่งที่เจอนายไม่ถูกคน
คงถูกใช้งานได้ไม่สมความสามารถ
แต่คนเก่งที่ “เจอนายถูกคน”
คือคนที่จะสร้างประวัติศาสตร์ได้จริง

จูล่ง…หานาย
จูล่ง…ยอดขุนพลผู้เก่งกาจ
มีฝีมือรบเป็นหนึ่ง ไม่แพ้ใคร
แต่ตลอดวัยหนุ่ม เขากลับเหมือนคน “ไร้ท่า”
เพราะไม่พบ “นาย” ที่คู่ควร
เขาเคยเดินเข้าค่ายอ้วนเสี้ยว
ชื่อเสียงลือไกล ทหารมากมาย
แต่พออยู่จริง กลับเห็นแต่ความใหญ่ที่กลวง
การตัดสินใจเชื่องช้า ความคิดไม่ลึก
จูล่งเงียบ…และก้าวถอย
เขาเคยไปพึ่งกองซุนจ้าน เจ้าเมืองปักเป๋ง
แม้มีใจนักรบก็จริง แต่สายตาไม่ยาวไกล
คิดได้แค่ศึกวันนี้ พรุ่งนี้ปล่อยให้เป็นเรื่องของฟ้าลิขิต
จูล่งจึงไม่ผูกพัน
ปีแล้วปีเล่า จูล่งเป็นดั่งดาบดี
ที่ยังหาผู้เหมาะสมจะชักใช้ไม่ได้
จนวันหนึ่ง ฟ้าเหมือนบอกใบ้
ให้เขาได้พบ “เล่าปี่”
เล่าปี่ไม่ได้มีทหารมหาศาล
ไม่ได้มีเมืองอุดมสมบูรณ์
มีเพียงน้ำใจที่กว้าง…
กับปณิธาน “เพื่อราษฎร”
เพียงได้สนทนา จูล่งรู้ทันที
ว่านี่แหละ นายที่ตามหา
ไม่ต้องเสียงดัง ไม่ต้องโชว์กำลัง
แต่ทุกคำพูดมี “อนาคต” อยู่ในนั้น
จากวันนั้น ดาบของจูล่ง
จึงไม่ใช่ดาบที่เฝ้ารออีกต่อไป
แต่เป็นดาบที่ยอมพลี เพื่อสานฝันของเล่าปี่
บทเรียนจากเรื่องนี้นั้นชัดเจน…
คนเก่งที่เจอนายไม่ถูกคน
คงถูกใช้งานได้ไม่สมความสามารถ
แต่คนเก่งที่ “เจอนายถูกคน”
คือคนที่จะสร้างประวัติศาสตร์ได้จริง

#สามก๊กตงง้วน #อ่านสามก๊กให้เป็นอมตะ

สิ้นปีแล้วต้องการโล๊ะสิ่งของในบ้าน โอกาสมาถึงแล้ว  โครงการเหลือ-ขอ เปลี่ยนสิ่งของเหลือใช้ เป็นทุนการศึกษาน้องๆ ที่ขาดโอก...
29/12/2025

สิ้นปีแล้วต้องการโล๊ะสิ่งของในบ้าน โอกาสมาถึงแล้ว
โครงการเหลือ-ขอ เปลี่ยนสิ่งของเหลือใช้ เป็นทุนการศึกษาน้องๆ ที่ขาดโอกาสในสังคม
💡 บริจาคอะไรได้บ้าง ?
✅ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ทุกเพศ ทุกวัย 👕👖 👞
✅ เครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งดีและเสีย 📺📱🔌
✅ หนังสือ อุปกรณ์การเรียน และของเล่นเด็ก 📚✏️🚗
✅ ของใช้จิปาถะเบ็ดเตล็ด ♻️ 🗑📦
📢 4 ช่องทางการบริจาค!
🔴 1. Walk-in บริจาคด้วยตนเองได้ที่ศูนย์รับบริจาคโครงการเหลือ-ขอ ทั้ง 4 พื้นที่ ดังนี้
สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ
89/12 ถ.เสรีไทย ซ.เสรีไทย 17 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10240
ปักหมุด 📌 : https://maps.app.goo.gl/48cmcwRmReYXnwby6
1. ศูนย์รับบริจาคสาขาชลบุรี
50 ถ.ข้าวหลาม ต.แสนสุข อ.เมืองชลบุรี ชลบุรี 20130
ปักหมุด 📌 : https://maps.app.goo.gl/212tReYEssgA3Lhp6
2. ศูนย์รับบริจาคสาขานครปฐม
873 ถ.เพชรเกษม ต.สนามจันทร์ อ.เมือง นครปฐม 7300
ปักหมุด 📌 : https://maps.app.goo.gl/hGJ38vk5byUCAVWz8
3. ศูนย์รับบริจาคสาขานครราชสีมา
เลขที่ 497 หมู่ 1 ข้างวัดบ้านเกาะ ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.นครราชสีมา 30000
ปักหมุด 📌 : https://maps.app.goo.gl/gDpk7EbLD73uPkNJ9
*จุดสั่งเกต : เลยปั๊ม ปตท.ปั๊มเเรกมา จุดรับบริจาคอยู่ซ้ายมือติดถนนใหญ่ ก่อนถึงวัดบ้านเกาะ
⏱ วันเวลาทำการ : วันอังคาร - วันเสาร์ เวลา 09.00-17.00 น.
🔴 2. ส่งพัสดุไปรษณีย์เพื่อบริจาค
ที่อยู่ โครงการเหลือ-ขอ
89/12 ซอย เสรีไทย 17 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10240
โทร : 094-940-0606
🔴 3. ลงทะเบียนจองคิวล่วงหน้า นัดรถไปรับ "ฟรี" ถึงที่พัก
📞 094-940-0606
🟢 ID LINE :

Waking up with: ฮารูกิ มูราคามิหากจะมีเหตุผลสักข้อที่ทำให้งานเขียนของ ฮารูกิ มูราคามิ (Haruki Murakami) เข้าไปนั่งในใจผู...
29/12/2025

Waking up with: ฮารูกิ มูราคามิ
หากจะมีเหตุผลสักข้อที่ทำให้งานเขียนของ ฮารูกิ มูราคามิ (Haruki Murakami) เข้าไปนั่งในใจผู้อ่านได้ คงจะเป็นรายละเอียดในในชีวิตแสนธรรมดาที่หลายครั้งมันก็บังเอิญคาบเกี่ยวเข้ากับชีวิตเราอย่างไม่ตั้งใจ
งานเขียนของเขาส่วนใหญ่ใช้เวลาไปกับตัวละครชายที่ใช้ชีวิตเงียบๆ คนเดียว หอบร่างกายหลังเลิกงานมาอ้อยอิ่งกับบาร์แจ๊ส เก็บเสื้อผ้าอย่างเป็นระเบียบ แล้ววันหนึ่งก็มีบางสิ่งหมุนเวียนเข้ามาในชีวิตอย่างกะทันหัน หญิงสาวลึกลับ โทรศัพท์ดังผิดที่ผิดเวลา หรือความทรงจำที่ไม่แน่ใจว่าเคยเกิดขึ้นจริงไหม มันเป็นชีวิตประจำวันที่พร้อมจะเกิดขึ้นจริงเสมอ ยิ่งลงลึกในรายละเอียดเท่าไหร่ ยิ่งดึงคนอ่านให้เชื่อในวันคืนของตัวละครได้มากเท่านั้น
แล้วชีวิตประจำวันของเขาเล่า จะเป็นอย่างตัวละครของเขาหรือเปล่า
มูราคามิเล่าว่า ในช่วงกำลังเขียนงานสักชิ้น เขามักจะมีตารางเวลาที่แน่นอนเสมอ ตื่นแต่เช้าราวๆ ตี 4 หรือ ตี 5 อาจผิดคาดเสียหน่อยที่ไม่ได้ตื่นมาดื่มด่ำความสุนทรีย์ใดในชีวิต หรือปลุกความโปรดักทีฟด้วยการวิ่ง แต่เขาเลือกจะลุกขึ้นมาทำงานเป็นอย่างแรก และยิงยาวแบบนั้นไปราวๆ 5-6 ชั่วโมง เพราะเขาเชื่อว่าช่วงเช้าเป็นช่วงเวลาที่ความคิดสร้างสรรค์ทำงานได้เป็นอย่างดี
หมดแล้ว ช่วงเวลาทำงานของเขามีเท่านั้น ไม่ได้รีดเร้นพลังแล้วมาทำงานต่อในช่วงบ่าย เขาจึงยกเวลาที่เหลือในวันนั้นให้กับกิจกรรมโปรดอย่างการวิ่ง 10 กิโลเมตร หรือว่ายน้ำ 1,500 เมตร บางครั้งก็ทำทั้ง 2 อย่าง จากนั้นเป็นช่วงเวลาของการอ่านหนังสือและฟังเพลง ก่อนจะเข้านอนตั้งแต่ 3 ทุ่ม
ทุกอย่างเรียบง่ายไม่ต่างจากเรื่องในนิยายของเขาเอง แต่สิ่งสำคัญคือ ความสม่ำเสมอ เขาทำกิจวัตรนี้ทุกวันไม่บิดพลิ้ว เพราะมองว่ามันช่วยให้เข้าถึงสภาวะจิตใจของตนเองได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
กว่าจะคงความสม่ำเสมอได้จนกลายเป็นความปกติ เขาต้องใช้ความแข็งแกร่งทั้งทางจิตใจและร่างกายอย่างมาก ในแง่หนึ่ง การเขียนก็อาศัยความสม่ำเสมอไม่ต่างจากการวิ่ง ทั้ง 2 กิจกรรมหลักใน 1 วันของเขา จึงส่งเสริม และใช้เวลาคู่ขนานกันไป
ยิ่งวิ่งยิ่งมีสมาธิ ยิ่งมีสมาธิยิ่งทำให้เขาเข้าใจส่วนลึกของตนเองได้ดี และความเข้าใจทั้งหมดนั้น แสดงออกมาในรูปแบบของตัวอักษรที่ไหลผ่านความคิดของเขานั่นเอง
อ้างอิงจาก
https://thestory.au/articles/daily-routines-famous-writers/

ที่อยู่

1/141 ต. ท่าวังตาล อ. สารภี จ. Chiang Mai
Chiang Mai
50140

เบอร์โทรศัพท์

+66930785999

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Happybook Publicผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram

happybook

องค์กรแห่งความสุข