16/10/2025
หนูกดเข้าไปดูโพสต์ของคนที่เคยทำร้ายเรา เค้าโพสต์เศร้าในไอจีทุกวัน แล้วทุกครั้งที่เห็นแคปชั่นแนว ‘บางคนไม่คู่ควรกับความดีของเรา’ หนูก็เผลอยิ้มมุมปาก แล้วพูดเบา ๆ ว่า ‘ใช่ อย่างเธอนั่นแหละ หึ’ โอ้ยยย ความรู้สึกนี้มันดีจนอยากเปิดแชมเปญฉลองเลย
แต่เดี๋ยวก่อนนะ แบบนี้มันปกติไหม? คำตอบคือ... ปกติจ้ะ แต่ไม่ควรอยู่ตรงนั้นนานเกินไป
เมื่อเรารู้สึกว่าโดนทิ้ง โดนหักหลัง หรือถูกทำให้เสียหน้า สมองส่วนอะมิกดาลา (Amygdala) จะปลุกโหมดหวอเตือนเหมือนไซเรน ส่วนสมองระบบให้รางวัล (Reward system) จะบอกว่า ‘ถ้าได้เห็นเขาพังบ้าง เราคงหายแค้นอะ’ แล้วเวลาที่รู้สึกว่าฉันได้เอาคืน หรือฉันชนะปุ๊บ สมองจะหลั่งสารโดปามีน (Dopamine) สารเคมีเจ้าของอารมณ์ดีเฉียบพลันทำงานทันที
อีกเหตุผลหนึ่งมันคือความรู้สึกยุติธรรม (โดยเฉพาะในแบบของตัวเอง) เพราะมนุษย์เราไม่ชอบเห็นความอยุติธรรม โดยเฉพาะถ้าเราคือเหยื่อ มันเลยไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะรู้สึกสะใจ เป็นอารมณ์พอใจแบบเข้มข้น ปนความสะสมของความแค้น ความเหนื่อย เมื่อแฟนเก่าที่เคยนอกใจถูกคนใหม่เทกลับ หรือเพื่อนร่วมงานที่ชอบพูดขัดโดนเจ้านายตำหนิกลางที่ประชุม มันคือโมเมนต์ที่สมองพูดว่า ‘สมน้ำหน้านะตัวเธออออ~’
สมองมนุษย์มันถูกโปรแกรมให้ชอบรู้สึกควบคุมได้ เวลาเรารู้สึกว่าโดนทำร้าย โดนเอาเปรียบ การได้สะใจคือการเอาคืนในรูปแบบหนึ่ง เป็นการได้ความรู้สึกควบคุมกลับคืนมา (Reclaim power) นั่นเอง
แต่ยิ่งเราสะใจบ่อย สมองจะยิ่งติดรูปแบบเหมือนตอนติดเกมหรือติดมือถือ เพราะทุกครั้งที่ได้ความรู้สึกเหนือกว่า หรือเอาคืนได้ มันจะจดจำว่า ‘เฮ้ นี่มันฟีลดีนะ ทำอีกเซ่’ เป็นความสุขที่เกิดขึ้นจากการเห็นคนอื่นล้ม ความเหนือชั่วคราวแบบนี้มันหลอกสมองเรา มันเหมือนกินเค้กทั้งก้อนตอนกำลังเครียด หวานตอนนั้นแต่จุกตอนหลัง เพราะในระยะยาว หากให้ความสะใจควบคุมเราบ่อย ๆ มันอาจจะบั่นทอนทั้งความสัมพันธ์และภาพตัวตนในใจเราเองได้
ความสะใจมันอยู่ประเดี๋ยวประด๋าว ช่วยลดความรู้สึกอ่อนแอได้ชั่วครู่ชั่วคราว ไม่ได้ซ่อมแผลที่ทำให้เรารู้สึกอ่อนแอตั้งแต่แรก เราจะรู้สึกดีตอนที่อีกฝ่ายย่ำแย่ แต่พอเขาฟื้น เราจะเริ่มเดือดอีก เพราะแผลในใจเรายังไม่ได้รักษา แค่เอาความสะใจมาปิดเหมือนเอาพลาสเตอร์ยามาแปะไว้เฉย ๆ หลังจากนั้นจะเหลือแต่ความค้างคาใจ (Residual tension) ว่าเราชนะเขา แต่เราก็ยังเกลียดเขาอยู่ดี แต่มันคือความสะใจระยะสั้นแบบ ‘Short-term gain, long-term pain’ หรือหลังจากนั้นจะเหลือแค่ความว่างเปล่าที่ถามตัวเองว่า ‘จริง ๆ แล้วตัวฉันเองนี่แหละที่ยังไม่มูฟออนใช่มั้ย’
เนี่ย ความสะใจเลยกลายเป็นของหวานทางอารมณ์ ที่กินแล้วอร่อย แต่กินบ่อย ๆ ก็ปังปิ๊นาศได้เหมือนกัน
ถ้าไม่อยากปังปิ๊นาศ ลองฝึกสลับโหมดจากสะใจตอนเขาพัง มาเป็นอิ่มใจตอนเราดีขึ้นไหมคะ มันฟังดูนุ่มนิ่มตุ๋มติ๋ม แต่จริง ๆ แล้วโหดกว่าเยอะ เพราะต้องใช้ทั้งการกำกับอารมณ์ (Emotional regulation) และการตีความใหม่ในใจ (Cognitive reframing) เช่น แฟนเก่ามีคนใหม่ ...
จาก ‘ดีสิ จะได้มีคนมาเข้าใจว่าเธอมันห่วยแค่ไหน’ เปลี่ยนเป็น ‘ดีแล้ว ฉันจะได้มีเวลามากขึ้นให้ตัวเอง ไม่ต้องไถดูสตอรี่ใครทุกวัน’
แทนที่จะตามสตอรี่แฟนเก่าทุกวัน เปลี่ยนเป็น เอาพลังนั้นไปตามความฝันตัวเองแทน
แทนที่จะอธิษฐานให้เขาเจอกรรม ลองอวยพรให้ตัวเองเจอร้านกาแฟอร่อย ๆ ที่ไม่ต้องเดินทางไกล
ในทางจิตวิทยาเรียกว่าให้รางวัลตัวเองแทนการรอจักรวาลลงโทษคนอื่น (Self-reinforcement) เพราะความสะใจที่ดีที่สุด คือการไม่ต้องสะใจอีกต่อไป เมื่อเรามี Peace of mind มากพอ จักรวาลมันจะเงียบลงเอง
ไม่ใช่การลืมแฟนเก่า แต่คือการที่เราสามารถเห็นเขาแล้วไม่รู้สึกอยากสะใจอีกต่อไป พูดง่าย ๆ คือ จาก ‘ขอให้เธอเจ็บเหมือนฉัน’ กลายเป็น ‘ขอให้ฉันไม่เจ็บอีกต่อไป’
#จิตวิทยา #สุขภาพจิต #จิตบำบัด #ปรึกษา #นักจิตวิทยา #ปัญหาชีวิต #เครียด #วิตกกังวล #เศร้า #บาดแผลในใจ #แฟนเก่า
-------------------------------------------------------------
Connect8 – ดูแลใจด้วยใจ
นัดหมาย สอบถาม ได้ทาง
โทร 092-6456611
inbox
Line@:
โลเคชั่น: https://maps.app.goo.gl/5k1FDLNbL3uL2axXA?g_st=ic