Jaidee clinic ใจดีคลินิกเวชกรรม รักษาโรคทั่วไป โ?

30/12/2025

🧩 โรคไบโพลาร์ คืออะไร ทำไมอารมณ์ถึง “ค้าง” เป็นช่วงๆ

โรคไบโพลาร์ (Bipolar disorders)
ไม่ใช่โรคอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ภายในวันเดียว
แต่เป็นโรคที่ สมองสลับโหมดการทำงานผิดจังหวะ

สมองจะสลับไปมาระหว่าง
→ โหมดอยู่กับความคิดของตัวเอง (DMN)
→ โหมดสนใจโลกและสิ่งรอบตัว (CEN)

แต่ในไบโพลาร์
สวิตซ์นี้ ไม่สมดุล
สมองจะเอนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง
แล้ว “ค้าง” อยู่นานเป็นวัน เป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือน

เกิดเป็นขั้วคึก สลับกับ ขั้วเศร้า



📖 ขอแก้ความเข้าใจผิดก่อน

❌ ไบโพลาร์ ไม่ใช่ อารมณ์แปรปรวนเป็นชั่วโมง
❌ ไม่ใช่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย
❌ และไม่ใช่คนอารมณ์รุนแรงเสมอไป

อารมณ์สวิงเร็วมาก
มักเป็นเรื่องการควบคุมอารมณ์หรือบุคลิกภาพบางแบบ
ซึ่งไม่ใช่นิยามของไบโพลาร์โดยตรง

✅ ไบโพลาร์คือ
มีอารมณ์สุดขั้ว 2 ด้าน
และแต่ละด้านจะอยู่นาน ไม่ได้สลับไปมาเร็วๆ



😜 ขั้วคึก (Mania)
→ อารมณ์ดีเกินปกติ
→ พลังงานล้น
→ นอนน้อยมากแต่ไม่ง่วง
→ ความคิดแล่นเร็ว
→ มีไอเดียเต็มหัว
→ มั่นใจสูง
→ บางคนใช้เงินเร็ว คุมตัวเองยาก

😰 ขั้วเศร้า (Depression)
→ เศร้า สิ้นยินดี
→ หมดแรง
→ สมาธิลด
→ รู้สึกไร้ค่า
→ ชีวิตเหมือนแบกน้ำหนักไว้ตลอดเวลา



🔬 ทำไมโรคนี้ถึงเกิดขึ้น

ไบโพลาร์และซึมเศร้ามีจุดเริ่มคล้ายกัน เช่น
▪️ ประสบการณ์รุนแรงในวัยเด็ก ฝังรอยแผลบน DNA (Epigenetics)
▪️ ความเครียดเรื้อรัง ทำให้ cortisol สูงลอย
▪️ โรคเรื้อรังที่ทำให้ชีวิตกดดันตลอดเวลา

สิ่งเหล่านี้
→ กระตุ้นการอักเสบในสมอง
→ ทำร้ายเซลล์ประสาททีละนิด

แต่จุดต่างสำคัญของไบโพลาร์คือ

▪️ พันธุกรรมต่างกัน
→ ความเสี่ยงเกิดคนละจุด
→ มีประวัติครอบครัว เพิ่มความเสี่ยงมาก

▪️ บุคลิกภาพเสี่ยงต่างกัน
→ มองในแง่ลบง่าย (Neuroticism) → เสี่ยงซึมเศร้า
→ อารมณ์คึกง่ายๆ สลับกับซึมไป (แต่ไม่มากนะ) เป็นพื้นฐานเดิมอยู่แล้ว (Cyclothymic temperament) → เสี่ยง Bipolar

▪️ นาฬิกาชีวิตผิดปกติ
→ นอนผิดเวลา / jet lag
→ กระตุ้นการสวิตซ์ขั้วใน Bipolar ได้มาก



🧠 แล้วสมองผิดปกติตรงไหน

ในไบโพลาร์สมอง Thalamus-striatum ที่ทำหน้าที่
“เลือกโหมดอยู่กับตัวเอง หรือโหมดโฟกัสภายนอก”
ทำงานไม่เสถียร

ช่วงหนึ่ง
→ สมองจะเน้นโหมดโฟกัสภายนอกมาก
→ สนใจสิ่งรอบตัวมาก
→ ไอเดียพุ่ง
→ เกิดขั้วคึก

ผ่านไปสักพัก
→ สมองปรับตัว
→ เอนกลับไปโหมดอยู่กับตัวเองรุนแรง
→ คิดลบวน
→ พลังตก
→ เกิดขั้วเศร้า

ในคนทั่วไป
การสลับโหมดนี้ทำได้ตามสถานการณ์
แต่ในไบโพลาร์
สมองจะ เอนไปสุดข้างใดข้างหนึ่งเป็นช่วงๆ



⚡ ระบบแรงจูงใจในสมองก็ทำงานผิดปกติ

สมองส่วนที่ให้ “แรงอยากทำ”
(Brain reward system)
บางช่วงทำงานน้อยเกินไป
→ เบื่อทุกอย่าง
→ ไม่อยากทำอะไรเลย

บางช่วงทำงานแรงมาก
→ อยากทำทุกอย่างพร้อมกัน
→ แผนพุ่ง
→ หยุดยาก

นี่จึงทำให้ชีวิตแกว่งมาก
ทั้งพลัง ความคิด และการตัดสินใจ



🔄 ภาพรวมของโรค

พันธุกรรม + ความเครียด + การอักเสบในสมอง
→ สมองค้างอยู่ขั้วหนึ่ง
→ ปรับตัวเอง
→ เหวี่ยงไปอีกขั้ว

โรคนี้จึงไม่คงที่
แต่เป็นโรคที่ “เคลื่อนไหวตลอดเวลา”



💡 สิ่งที่เจอในชีวิตจริงบ่อยมาก

หลายคนเป็นไบโพลาร์
แต่เข้าระบบการรักษาด้วย “ขั้วเศร้า”
และคิดว่าตัวเองเป็นซึมเศร้าอย่างเดียว

จนเมื่อแพทย์ซักประวัติละเอียด
จึงพบว่า
เคยมีช่วงคึกผิดปกติมาก่อน

นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญว่า
หากมีอารมณ์ขึ้นสุด ลงสุด เป็นช่วงๆ
การพบจิตแพทย์เพื่อวินิจฉัยให้ชัด
คือการดูแลตัวเองที่อ่อนโยนที่สุดค่ะ 🤍

29/12/2025

ความจำในโรคซึมเศร้าพังค่อนข้างหนัก
เพราะพังทั้งความจำระยะสั้น (Working memory)
และการสร้างความจำระยะยาว

นึกมาใช้ก็ยาก
และถ้าเจอผู้ป่วยที่จำอะไรไม่ได้เลย
แม้กระทั่งสิ่งสำคัญ
ขอให้เข้าใจว่า
เขาพยายามนึกแล้วจริง ๆ ค่ะ


สมองส่วนสำคัญที่เกี่ยวข้องคือ Hippocampus
สมองเล็ก ๆ รูปร่างคล้ายหนอน
ถ้ามองตัดขวางจะคล้ายม้าน้ำ
ฝังอยู่ลึกในสมองกลีบขมับ

หน้าที่หลักคือ
รับข้อมูลเชิงเหตุการณ์และรายละเอียด
(Episodic memory)
เข้ารหัส
แล้วส่งสัญญาณออกไปผ่าน “ถนนหลวง” ที่ชื่อว่า Fornix

เพื่อไปสร้างวงจรประสาทขนาดใหญ่
ที่เรียกว่า Papez circuit
กระตุ้นสมองส่วนเปลือก
(Cerebral cortex)
ให้ฝังตัวเป็นความจำระยะยาว


Hippocampus ยังรับคำสั่งว่า
“อยากจะนึกถึงความทรงจำไหน”
แล้วไปดึงความจำที่ฝังใน cortex
ออกมาใช้งาน

โดยเฉพาะความจำที่อยู่นาน
เช่น เมื่อวาน เดือนที่แล้ว หรือบทเรียนที่ผ่านมา

ถ้าความจำนั้นเกี่ยวกับอารมณ์
จะทำงานร่วมกับ Amygdala
ทั้งตอนฝังและตอนดึงความจำ
ทำให้อารมณ์ถูกแนบมากับความทรงจำนั้นด้วย


แม้หน้าที่จะสำคัญมาก
แต่ Hippocampus กลับเป็นสมองส่วนที่เปราะบางที่สุด

แค่เครียดเรื้อรัง
ก็เริ่มฝ่อได้แล้ว

ในโรคซึมเศร้า
ซึ่งมีการอักเสบในสมองจาก microglia
ยิ่งโดนหนัก

ทั้งเซลล์ประสาทเดิมฝ่อ
การสร้างเซลล์ใหม่ลดลง
และ Fornix ที่ส่งรหัสความจำ
ก็นำสัญญาณได้แย่ลง


ลองสังเกตตัวเองดูก็ได้ค่ะ

1️⃣ เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ โคตรยาก
โดยเฉพาะในวัยเรียน
หรือช่วงเริ่มงานใหม่
เรียนรู้ช้า ทำพลาดบ่อย
และความรู้สึกผิดจะตามมาซ้ำเติม

2️⃣ นึกอะไรสักอย่างใช้เวลานานมาก
บางครั้งแม้แต่เรื่องที่ทำไปเมื่อเช้า
ก็ยังนึกไม่ออก
เหมือนขุดขึ้นมาไม่ได้

3️⃣ ความทรงจำเชิงลบ
กลับถูกขุดขึ้นมาได้ง่ายมาก
พร้อมอารมณ์ในตอนนั้น
เพราะการเชื่อมต่อระหว่าง
Hippocampus กับ Amygdala แน่นมาก
ทำให้เกิด Negative bias
คือมองไปในแง่ลบหมด


ไม่ใช่แค่ Hippocampus เท่านั้น
สมองส่วนความจำระยะสั้น
dorsolateral prefrontal cortex (dlPFC)
ก็พังไปด้วย

ข้อมูลที่รับเข้ามา
จึงไม่ถูกเก็บไว้ชั่วคราว
และไม่ถูกส่งต่อไปเข้ารหัส
เช่น จำตัวเลขหรือรายละเอียดสั้น ๆ
แล้วทวนในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที
ก็ทำไม่ได้


บางครั้งข้อมูลอาจไม่เข้าสมองตั้งแต่แรก
เพราะกำลังเปิดใช้งาน
Default mode network (DMN)
เหม่อ และคิดวนเชิงลบ
(Rumination)


ทั้งหมดนี้ทำให้
ชีวิตประจำวันและการงาน
เข้าขั้นพังได้จริง

ยิ่งพัง
ก็ยิ่งสร้างสิ่งแวดล้อมเชิงลบ
กระตุ้นซ้ำไปซ้ำมา
อย่างกู่ไม่กลับ


ก่อนจะไปถึงจุดนั้น
รีบตรวจเช็กตัวเอง
และไปตรวจวินิจฉัยก่อนเถอะค่ะ

หลายครั้งที่เราเรียนรู้ได้แย่
ไม่ใช่เพราะไม่พยายาม
แต่เพราะสมองไม่อำนวยจริง ๆ

รักษาให้ดีขึ้นให้พอใช้งานได้บ้าง
แค่นี้ประสิทธิภาพหลายอย่าง
ก็เริ่มกลับมาแล้วค่ะ 🌷

วิธีการฟื้นฟู Hippocampus
เราเขียนต่อในคอมเมนท์นะคะ

28/12/2025

ทำไมโรคซึมเศร้า ถึงทำให้โลกทั้งใบดูมืด
และไม่เหลือทางให้เดิน?


ก่อนจะอ่านบทความนี้ อาจจะคิดกันว่า
คำตอบก็ไม่ได้มีอะไร ก็เป็นจากเศร้าใช่มั้ย
เศร้าจนสิ้นหวังหมดหนทาง

แต่อันที่จริงมีคนจำนวนมากที่ ณ ขณะนั้น
ไม่ได้เศร้ามากพอ ที่จะอธิบายความสิ้นหวังมืดมน
รุนแรงแบบนี้

นั้นเพราะความจริงมันซับซ้อนกว่านั้น
มันคือผลมาจากการเปลี่ยนแปลง
ของสมองส่วนการประเมินคุณค่า/การให้ความพอใจ
ที่ผิดปกติ ไม่ได้เป็นผลมาจากความเศร้าเสมอไปค่ะ



ใครที่เป็นซึมเศร้าจะทราบดีว่า
เออใช่ ฉันเศร้า ฉันดิ่ง
แต่มันมีอาการมากกว่านั้นมาก
▪️ “ไม่รู้จะลุกไปทำอะไร”
▪️ “ทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ มันเหมือนกันหมด”
▪️ “ไม่ได้ทุกข์นะ แต่ไม่มีอะไรดึงดูด”
▪️ “อนาคตมันแบน ไม่มีอะไรน่ารอ เหมือนเดิม”

นี่ไม่ใช่ความขี้เกียจ
ไม่ใช่การไม่พยายาม
และไม่ใช่การคิดลบโดยตั้งใจ

แต่มันคือ ความรู้สึกที่ทำอะไรไป
ก็ไม่ได้อะไร หมดสิ้นเป้าหมาย
มีกิจกรรมหรือ plan อะไรบางยอย่าง
ก็ตีไว้ก่อนเลยว่าสิ้นหนทาง มืดมน

เพราะสมองล้วนๆ ค่ะ



กลไกในสมองที่ทำให้โลกทั้งใบดูมืดลงคืออะไร?

🧠 1. วงจรรางวัลทำงานแผ่วลง
(Reward system – ventral tegmental area → nucleus accumbens)

ในสมองปกติ
เซลล์ประสาทจากก้านสมองจะส่งโดพามีน
ไปยังศูนย์กลางแรงจูงใจ

เพื่อบอกเราว่า

▪️ “สิ่งนี้ดีนะ”
▪️ “ทำแล้วน่าจะคุ้ม”
▪️ “ทำอีกไหม”

สัญญาณเหล่านี้คือเหตุผลที่ชีวิต
ไม่ใช่แค่เดินต่อได้
แต่ อยากเดินต่อ

แต่ในโรคซึมเศร้า
วงจรนี้มักทำงานต่ำลงอย่างชัดเจน

ผลที่เกิดขึ้นคือ

▪️ ทำกิจกรรมเดิม แต่ความรู้สึกดีไม่มา
▪️ ความสุขไม่เกิด แม้จะพยายาม
▪️ แรงจูงใจในการ “ทำซ้ำ” ค่อย ๆ หายไป

ไม่ใช่เพราะไม่อยากสู้
แต่เพราะสมอง
ไม่ส่งสัญญาณว่าการสู้จะได้อะไรกลับมา

เมื่อสมองไม่ให้รางวัลกับความพยายาม
โลกทั้งใบก็เริ่มดูว่างเปล่า
และการก้าวต่อไปก็เริ่มไม่มีเหตุผล



🧠 2. ศูนย์ประเมินคุณค่า ตีราคากิจกรรมต่างๆ มั่วไปหมด
(Orbitofrontal cortex – OFC)

สมองส่วนนี้มีหน้าที่ประเมินว่า
อะไร “คุ้มค่า”
อะไรควรเลือกทำ
และอะไรสมควรเอาพลังชีวิตไปแลก

ในภาวะซึมเศร้า
OFC มักประเมินทุกอย่างต่ำไปหมด

▪️ งานก็ดูไม่คุ้ม
▪️ การพักผ่อนก็ดูไร้สาระ
▪️ ความหวังก็ดูแพงเกินจะลงทุน

ผลลัพธ์ไม่ใช่แค่เบื่อ
แต่คือการที่สมองสรุปว่า
ไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่ควรเริ่ม

เมื่อสมองไม่เห็นคุณค่าของสิ่งใด
อนาคตก็จะดูแบน
และเส้นทางข้างหน้าก็หายไปพร้อมกัน



🧠 3. ระบบกดความหวังทำงานแรงเกิน
(Antireward system – lateral habenula)

สมองมนุษย์มีระบบหนึ่ง
ที่ทำหน้าที่กดวงจรรางวัล
เมื่อคาดการณ์ว่าสิ่งนั้นจะไม่ดีหรือไม่คุ้ม

ตามปกติ
มันช่วยปกป้องเรา
จากความผิดพลาดและอันตราย

แต่ในโรคซึมเศร้า
ระบบนี้มักทำงานเกินพอดี

สมองจึงเริ่ม
▪️ คาดการณ์ล่วงหน้าว่า “ยังไงก็แย่”
▪️ เห็นอนาคตเป็นชุดของความผิดหวัง
▪️ ปิดแรงจูงใจก่อนจะได้เริ่มจริง ๆ

นี่คือเหตุผลที่ผู้ป่วยจำนวนมากพูดว่า
“รู้สึกเหมือนแพ้ตั้งแต่ยังไม่ลงสนาม”

ไม่ใช่เพราะไม่มีความสามารถ
แต่เพราะสมอง
ตัดสินผลลัพธ์ล่วงหน้าไปแล้วว่าไม่คุ้ม



เมื่อวงจรต่างกัน แต่ผลลัพธ์เหมือนกัน

ไม่ว่าต้นตอจะอยู่ที่
▪️ แรงจูงใจหาย
▪️ ความสุขไม่เกิด
▪️ หรือความหวังถูกกด

ผลลัพธ์สุดท้ายคือ
ชีวิตหยุดนิ่ง

บางคน
▪️ อยากทำ แต่ทำไม่ลง

บางคน
▪️ ทำได้ แต่ไม่รู้สึกอะไรเลย

และบางคน
▪️ เลิกหวังตั้งแต่ยังไม่ได้ลอง

ทั้งหมดนี้
ไม่ใช่ความอ่อนแอ
ไม่ใช่ขี้เกียจ

แต่สมองมันสร้างความรู้สึกนี้มาโดยอัตโนมัติ
บรรยายออกมาเป็นคำพูดยังไม่ได้เลย



ถ้าคุณกำลังรู้สึกว่า
โลกมันมืด
ทางมันตัน
และชีวิตไม่เรียกคุณออกไปไหนเลย

อยากให้รู้ว่า
นี่ไม่ใช่ตัวตนของคุณ

แต่มันคืออาการของโรค
และวงจรสมองเหล่านี้ ฟื้นได้

ด้วยยา ด้วยจิตบำบัด
และด้วยกิจกรรมากมาย เช่น การออกกำลังกาย
ฟื้นการเชื่อมต่อวงจรประสาทให้กลับมาทีละนิด

ความมืดนี้ไม่ถาวร
สมองเปลี่ยนได้
และคุณดีขึ้นได้ค่ะ

26/12/2025

🧠 วงจรอุบาทว์หนึ่งที่ทำให้หลานคนเป็นทรมานมาก
วิตกกังวล–นอนไม่หลับ–อดนอน-ยิ่งวิตกกังวล-ยิ่งนอนไม่หลับ

บางคืน คุณไม่ได้ตั้งใจจะคิด
แต่สมองไม่ยอมปล่อยให้คุณหยุดคิด

ยิ่งพยายามหลับ
ยิ่งรู้สึกว่าความคิดมันดังขึ้นเรื่อยๆ
เหมือนมีใครเปิดไฟทั้งบ้าน ทั้งที่คุณอยากปิดไฟแล้วพัก

หลายครั้งไม่ใช่เราเป็นคนที่ปล่อยวางอะไรไม่ได้
แต่มันคือ คุณอาจมีภาวะวิตกกังวล
รุนแรงพอที่จะสร้างวัฏจักรคิดวนไปวนมาได้



🔁 จุดเริ่มต้น: ความวิตกกังวล

ความวิตกกังวลไม่ได้มาแบบเป็นเหตุเป็นผลเสมอไป
บางครั้งมันมาในรูปของ
“ความรู้สึกไม่ปลอดภัยลอยๆ ขึ้นมา”

สมองส่วนที่ทำหน้าที่ตรวจจับภัย
อย่าง อะมิกดาลา (amygdala) และ BNST (bed nucleus of the stria terminalis)
จะตีความว่า

ตอนนี้ยังไม่ปลอดภัยนะ อย่าเพิ่งพัก

ผลคือ
→ ขุดเรื่องมากังวลวนไปวนมา
→ คิดซ้ำ คิดย้ำ คิดไม่จบ



⚡ จากวิตก → เปิดโหมดตอบสนองต่อเครียด

เมื่อสมองคิดว่า “ยังมีภัย”
มันจะเปิดระบบรับมือทันที

เกิดสิ่งที่เรียกว่า
การตอบสนองต่อความเครียด (stress response)

ระบบที่ถูกเปิดคือ
▪️ ระบบประสาทซิมพาเทติก (sympathetic nervous system)
▪️ ศูนย์ปลุกสมองชื่อ โลคัสซีรูเลียส (locus ceruleus)
▪️ ฮอร์โมนความเครียด คอร์ติซอล (cortisol)

ร่างกายถูกสั่งว่า

ตื่นไว้ อย่าหลับ



🌙 ผลลัพธ์: นอนไม่หลับ

ในภาวะปกติ
สมองจะมีศูนย์ช่วย “ปิดระบบตื่น”
ชื่อว่า VLPO (ventrolateral preoptic nucleus)

แต่เมื่อโหมดเครียดถูกเปิด
VLPO จะถูก ยับยั้ง

ผลคือ
→ หลับยาก
→ หลับไม่ลึก
→ ตื่นกลางดึก

และที่โหดที่สุดคือ
คุณไม่ได้แค่นอนไม่หลับ
แต่คุณ “อยากพักแต่สมองไม่ยอมให้พัก”



🔍 เมื่อนอนไม่หลับ → สมองยิ่งหาเรื่องคิด

การอดนอนยิ่งทำให้สมองเปิดโหมดระวังภัยง่ายขึ้ย

สมองส่วน ACC (anterior cingulate cortex)
เป็นส่วนที่สำคัญตอนสู้กับเครียด
จะเริ่มทำงานมากขึ้น นานขึ้น

▪️ส่วนหลัง (dACC)
→ คอยหาความขัดแย้ง
→ คอยจับผิดว่าอะไรยังไม่เรียบร้อย
ปล่อยให้ Hippocampus ขุดขึ้นมาคิด

▪️ส่วนหน้า (rACC)
→ ปล่อยความคิดให้ไหล โดยไม่มีเบรก
→ หยุดคิดไม่ได้

เหมือนสมองมันกำลังถามคุณทั้งคืนว่า

ถ้ามันแย่ขึ้นล่ะ
ถ้าพลาดล่ะ
ทำไงดี แก้ไม่ได้

แล้วแก้ไม่ได้ แล้วทำไงดี
ถ้าแก้แล้วพลาดล่ะ วนไป



🔄 วงจรอุบาทว์จึงสมบูรณ์

นอนไม่หลับ
→ สมองคิดว่ามีภัย
→ เปิดโหมดเครียด
→ วิตกกังวลมากขึ้น
→ นอนไม่หลับกว่าเดิม

นี่ไม่ใช่การคิดมากธรรมดา
แต่มันคือ วงจรประสาทชีววิทยาที่ทรมานจริง

และคนที่อยู่ในวงจรนี้
ไม่ได้ “คิดไปเอง”



🤍 สรุปนะคะ

ถ้าคุณรู้สึกว่า
✔️เหนื่อยกับการคิดไม่หยุด
✔️อยากพัก แต่สมองไม่ให้พัก
✔️กลางคืนคือช่วงเวลาที่ทรมานที่สุด

สมองของคุณกำลัง “พยายามปกป้อง”
เปิดโหมดระวังภัยเกินเหตุ

ถึงเวลาต้องดูแลสุขภาพจิตตัวเองแล้วค่ะ
ถ้ายังไม่เคยพบจิตแพทย์
เป็นหนึ่งในทางออกที่ดีมาก

เพราะการอดนอนเรื้อรังสร้างผลเสียมหาศาล
ทั้งทางจิตเวชเองและทางกาย


ขอให้หายในเร็ววันนะคะ

24/12/2025

ซึมเศร้า
❌ ไม่ใช่แค่ภาวะทางจิต จิตใจรู้สึกแย่เอง
✅ แต่มีการเปลี่ยนแปลงในสมองจริง จับต้องได้ และเปลี่ยนตั้งแต่เซลล์ประสาท ยันหลอดเลือด ดังเช่นในภาพนี้ค่ะ


หลอดเลือดฝอยของสมองปกติอยู่ในสภาพแนวกั้นที่เรียกว่า Blood brain barrier ดังภาพซ้าย

ผนังจะเชื่อมกันแน่นมาก (Tight junction) และยังมีขาของเซลล์พี่เลี้ยงเซลล์ประสาท (Astrocyte’s feet) สีน้ำเงิน มาคลุมไว้อีก และมีเซลล์พี่เลี้ยงผนังหลอดเลือด (Pericyte) คอยเกาะไว้

ซึ่งสภาพโครงสร้างแบบนี้ ทำให้สารที่จะเข้าสู่สมอง ต้องผ่าน ‘ด่านตรวจ’ ถึงจะทะลุกำแพงไปได้ สารใหญ่ๆ อย่างสารก่ออักเสบน่ะไม่ผ่าน สารเล็กๆ อย่างน้ำตากลูโคส อะ อ่านได้ เพราะมีประตูสำหรับกลูโคสโดยเฉพาะ


ส่วนสภาพหลอดเลือดฝอยสมองในซึมเศร้าก็ภาพขวาค่ะ

รอยต่อระหว่างเซลล์ผนังหลอดเลือด เริ่มมีรู ทำให้สารต่างๆ ในเลือด โดยเฉพาะสารก่ออักเสบที่ปะทุขึ้นมาตอนที่เครียดเรื้อรัง สามารถเข้าไปยังเนื้อสมองได้

และสารพวกนี้แหละค่ะ ที่เป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเม็ดเลือดขาวในสมองชื่อ microglia ที่ทำให้เริ่มทำร้ายเซลล์ประสาท จนเริ่มฝ่อ


แต่ต้องกล่าวว่า หลอดเลือดมันพังจริง แต่มันไม่ถึงระดับโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) อันนั้นคือลิ่มเลือดอุดแบบรุนแรงมาก และไม่รุนแรงถึงระดับโรคหลอดเลือดอักเสบแบบใน SLE (Cerebral vasculitis) อันนั้นคือพังยับกว่านี้หลายร้อยเท่า

และเซลล์ประสาทที่ฝ่อ มันก็ไม่ถึงขั้นฝ่อตๅยลามไปทั่วสมองแบบโรคอัลไซเมอร์


แต่ซึมเศร้า มันมีรอยโรคจริงๆ ในสมองค่ะ
ไม่ได้จิต ไม่แข็ง หรือคิดไปเอง

พอสมองที่มันพังแล้ว สภาพการทำงานมันก็เลยดรอปกว่าปกติมาก จนกว่าจะฟื้นฟูนั่นแหละค่ะ

21/12/2025

ทุกวันนี้ การเข้าถึงข้อมูลง่ายขึ้น ทำให้สามารถสังเกตอาการตัวเองแล้วไปพบแพทย์เพื่อรักษาได้ แต่สิ่งที่ไม่ควรทำคือ วินิจฉัยเองและหาทางรักษาเอง เพราะบางครั้งอาจจะไม่ใช่อย่างที่คิด


ชาย 37 ปี ไม่มีประวัติโรคทางจิตเวช
ไม่มีโรคประจำตัวเด่น

ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
เขาตื่นกลางดึกซ้ำ ๆ

สะดุ้งตื่นขึ้นมาเอง หัวใจเต้นแรง
หายใจไม่ทัน อึดอัด แน่นอก
ความกลัวถาโถมเหมือนจะตๅย


เช้าวันหนึ่งเขาเล่าให้ภรรยาฟัง
ภรรยาถามกลับมาว่า
“หรือจะเป็น panic attack?”

เพราะว่าภรรยาเองก็รักษาอยู่
แล้วก็มีอาการตอนกลางคืนแบบนี้เช่นกัน


เขาเริ่มค้นข้อมูลเอง
อ่านอาการ panic attack
แล้วพบว่ามัน “คล้ายมาก”

ใจสั่น หายใจไม่อิ่ม
กลัวตๅย เกิดแบบฉับพลัน

แม้จะเกิดตอนหลับ
แต่เขาก็เชื่อว่า
“คงเป็น panic ตอนกลางคืน”
(Nocturnal panic)


เขาตัดสินใจไปขอยา
ยาคลายกังวล ยานอนหลับ
ของภรรยามากิน

คืนแรก… ไม่ดีขึ้น
คืนต่อมา… ยังสะดุ้งตื่น
และบางคืน อาการหนักกว่าเดิม

เขาเริ่มกลัวการนอน
เพราะไม่รู้ว่าจะตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกแบบไหนอีก


สุดท้าย
เขาตัดสินใจไปโรงพยาบาล

แพทย์เริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียด

อาการเกิดเฉพาะตอนหลับ
ไม่เคยมี panic ตอนตื่น
ไม่มีอาการวิตกกังวลเรื้อรัง
ไม่มี trigger ทางอารมณ์

แพทย์จึงถามเรื่องการนอน
ตัวเขาก็แค่รู้ว่าตัวเองนอนกรนเฉยๆ
ไม่เคยมีปัญหาอะไร

แต่พอซักประวัติย้อนไปถึงพบว่า
เขามีปัญหานอนเยอะกว่าปกติ
บางวัน 10-11 ชม. เลย
แต่ตื่นมาก็ไม่สดชื่น


ผู้ป่วยถูกส่งตรวจการนอน
(Polysomnography)
การตรวจการนอนหลับแบบเต็มระบบ

ผลที่ได้
เปลี่ยนความเข้าใจทุกอย่าง


ช่วงการหลับแบบตาไม่กระตุก
(non-REM sleep)
การหายใจแทบปกติ

แต่พอเข้าสู่การหลับแบบตากระตุก (REM sleep)
เกิดทางเดินหายใจส่วนบนอุดกั้นรุนแรง
(obstructive sleep apnea)

ออกซิเจนในเลือดลดลง
สมองรับรู้ภาวะขาดอากาศ

แล้วร่างกายตอบสนองด้วยการ
➡️ สะดุ้งตื่น
➡️ หายใจเฮือก
➡️ หัวใจเต้นแรง
➡️ ความกลัวรุนแรงเหมือน panic attack


สิ่งที่เขาเป็น ไม่ใช่ panic disorders
แบบที่ภรรยาเป็น

แต่คือ ภาวะนอนกรนรุนแรง
จนอุดกั้นทางเดินหายใจ ซึ่งเด่นตอน REM sleep
(REM-dominant Obstructive Sleep Apnea)


ทำไม REM ถึงรุนแรง?

เพราะ REM
คือช่วงที่กล้ามเนื้อคลายตัวมากที่สุด
รวมถึงกล้ามเนื้อคอและทางเดินหายใจ

ถ้าทางเดินหายใจแคบอยู่แล้ว
REM คือช่วงที่มันยุบง่ายที่สุดค่ะ


ผู้ป่วยเริ่มรักษาด้วย
เครื่องช่วยหายใจแรงดันบวก
(CPAP)

หลังใช้ต่อเนื่อง
อาการสะดุ้งตื่นหายไป
ความรู้สึกเหมือนจะตๅยไม่กลับมาอีก

และวางแผนลดน้ำหนักอย่างจริงจัง


ได้อะไรจากเคสนี้?

อาการคล้าย panic สามารถเกิดจากโรคอื่นได้ค่ะ อย่างเคสนี้ ซักประวัติดีๆ ค่อนข้างชัดว่า เป็นเฉพาะตอนกลางคืน

แต่บางคนเป็นตอนกลางวันด้วย จู่ๆ ก็เป็น คล้าย panic เลย แต่สุดท้ายเป็นจากอย่างอื่น เช่น ไทรอยด์เป็นพิษ, หัวใจเต้นผิดจังหวะชนิด SVT ที่มันเด้งขึ้นมาทันทีทันใด

ดังนั้นสงสัยภาวะใด
พบแพทย์ก่อนเสมอนะคะ

17/12/2025

🧠 โรคซึมเศร้า ไม่ได้แค่ทำให้คิดลบ
แต่มันทำให้สถานีกรองสัญญาณ Thalamus พัง

จากเดิมที่ควรกรอง
กลายเป็น ปล่อยผ่านทุกสัญญาณลบแบบไม่เบรก
รับทุกความรู้สึกเข้าไปเต็มๆ


สมองก็เหมือนเมืองหลวงขนาดใหญ่
มีศูนย์การทำงานมากมาย
เชื่อมต่อกันด้วยเส้นทางซับซ้อนเหมือนใยแมงมุม

แต่มีบาง “เส้นทางสำคัญ”
ที่ไม่สามารถวิ่งตรงจากต้นทางไปปลายทางได้
ต้องผ่าน สถานีต่อรถไฟขนาดยักษ์

📍 สถานีนั้นชื่อว่า Thalamus
ศูนย์กลางที่มีเส้นทางผ่านมากที่สุด
หน้าที่หลักคือ เชื่อมต่อ และกรองสัญญาณ



[ 🔎 Thalamus ทำงานอย่างไรในภาวะปกติ ]

1️⃣ Bottom-up — รับสัญญาณจากโลกและตัวเรา
ภาพ เสียง การสัมผัส การทรงตัว (ยกเว้นกลิ่น)
→ ตัวรับแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้า
→ ส่งเข้าสู่ Thalamus แยกชานชาลา
→ ส่งต่อขึ้นไปยัง Cerebral cortex
ระหว่างทางอาจมีการกรองเบื้องต้น

2️⃣ Top-down control — สมองส่วนบนช่วยเบรก
เมื่อ Cortex ประมวลผลแล้ว
→ รู้ว่า “มากไปแล้ว” หรือ “พอแล้ว”
→ ส่งสัญญาณย้อนลงมา (Cortico-thalamic fiber)
→ ยับยั้ง Thalamus
→ ทำให้การรับสัญญาณรอบถัดไปเบาลง

3️⃣ กลไกนี้ใช้กับ ‘สัญญาณภายใน’ ด้วย
อารมณ์ ความจำเชิงลบ
→ ส่งผ่าน Thalamus (MDT / Pulvinar / ILN)
→ ส่งต่อไปยัง Amygdala, Hippocampus, ACC, OFC
→ เรารับรู้อารมณ์นั้น
→ แล้วศูนย์เหล่านี้ควรส่งสัญญาณกลับมาเบรก Thalamus
→ เพื่อไม่ให้สัญญาณลบถาโถมซ้ำๆ

🚦 พูดง่ายๆ
Thalamus คือด่านตรวจ
ถ้าข้างบนบอกว่า “รับเยอะไปแล้ว”
ด่านต้องเข้มงวดขึ้น



[ ⚠️ แล้วในโรคซึมเศร้าเกิดอะไรขึ้น ]

ในโรคซึมเศร้า
Bottom-up ยังแรงเหมือนเดิม
แต่ Top-down แทบไม่ทำงาน

ผลที่ตามมาคือ

1️⃣ สนใจสิ่งลบมากผิดปกติ
สัญญาณลบจากทั้งภายในและภายนอก
ถูกส่งผ่าน Thalamus ขึ้นไปตรงๆ
ไม่มีใครบอกว่า “พอแล้ว”

2️⃣ คอมโบกับ Salience network ที่รวน
ปกติศูนย์นี้จะสลับสมอง
จากเหม่อ (DMN) → โฟกัสงาน (CEN)
แต่ในซึมเศร้า
มันทำงานน้อยกับเรื่องปกติ
และกลับทำงานแรงมากกับ “สิ่งลบ”
จนดึงความสนใจออกมาไม่ได้

3️⃣ เกิด Negative bias อย่างเสถียร
ข้อมูลลบไม่ถูกเบรก
เรื่องกำกวมถูกตีความเป็นลบง่ายขึ้น
และค้างอยู่นานขึ้น


📌 สรุปสำคัญที่สุด

สมองของโรคซึมเศร้า
ไม่ได้แค่ “คิดลบง่าย”
แต่คือ ศูนย์กรองสัญญาณไม่ทำงาน
ทำให้ความคิดลบ
แรง นาน และเสถียรผิดปกติ

เพื่อให้ Thalamus กลับมาเป็นสถานีที่ทำหน้าที่ได้เหมือนเดิม
การรักษาและจิตบำบัด
ไม่ใช่เรื่องอ่อนแอ
แต่คือการซ่อมระบบสมองที่กำลังรวนอยู่จริงๆ ค่ะ

16/12/2025
16/12/2025

อาการเพลีย/หมดพลังงานในซึมเศร้า เป็นอาการที่คนรอบข้างไม่ค่อยเข้าใจ เพราะสงสัยว่ามันมีด้วยเหรอ ไม่ใช่แค่เศร้าเหรอ แม้กระทั่งคนเป็นเองยังไม่เก๊ทเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง เพราะมันเหมือนไม่มีแรง แต่กล้ามเนื้อก็กำลังปกติไม่ได้ลดลง

เหตุเพราะว่ามันเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างซับซ้อนค่ะ
จากสมองหลายจุด

✔️ Dorsolateral prefrontal cortex ทำงานลดลง: ประเมินพลังงานที่ใช้ในกิจกรรมใดๆ เยอะกว่าความเป็นจริง โดยไม่รู้ตัว

✔️ ระบบ Default mode network ทำงานค้าง: เหม่อลอยคิดลบ ใช้กำลังทั้งหมดไปกับการคิดลบแล้ว หมดสิ้นในการคิด-ริเริ่มทำกิจกรรมอื่น

✔️ ระบบ Reward system ทำงานลดลง : หมดสิ้นแรงจูงใจในการทำกิจกรรมตรงหน้า ลึกๆ รู้สึกว่าไม่รู้จะทำไปทำไม

✔️ Anterior cingulate cortex ทำงานผิดปกติ: ประเมินความคุ้มของกิจกรรมในทางเลวร้าย ทำแล้วไม่คุ้ม ไม่ควรลงแรง


ทั้ง 4 กลไกที่เกิดขึ้น ผู้ป่วยจะไม่รู้ตัวโดยจิตสำนึกเลย
คือเขาไม่รู้ตัวเขาประเมินแรงเกินจริง เขาไม่รู้ตัวตัดสินว่าไม่คุ้ม

พวกนี้มันทำในระดับจิตใต้สำนึกเลย
คนเป็นเลยแปลผลออกมารวมๆ ว่ารู้สึก

‘เพลีย’

15/12/2025

ซึมเศร้า ไม่ใช่แค่จิตคิดไปเอง แต่เซลล์ประสาทเปลี่ยนจริง
ดูได้เลยในภาพครึ่งบนค่ะ


ภาพซ้ายบนเป็นเซลล์ประสาทแบบเห็นเต็มตัว

ปกติ (Control): มีความสวยงาม ด้านล่างเป็น body, แล้วมีแขนงขารับ (dendrite) กระจายทั่วสั้นๆ ด้านบนเป็นแขนงส่งสัญญาณ (axon) แตกแขนงสุดๆ

ในเครียดเรื้อรัง (Stress): ชัดมั้ยคะ ฝ่อจริงจัง ทั้งเล็ก ทั้งแตกแขนงน้อย

ถ้ายิ่งเป็นกรณีซึมเศร้ายิ่งหนักกว่านั้น เพราะมีทั้งฮอร์โมน cortisol อาบและการอักเสบในสมองจาก microglia


ภาพขวาบนเป็นการซูมไปที่แขนงขารับ (Dendrite)

ปกติแล้วจุดรับสัญญาณมันจะมี ‘ปุ่ม’ (Spines) เต็มไปหมด ซึ่งเป็นจุดรับสารสื่อประสาทจากเซลล์ประสาทตัวอื่น

ปกติ (Control): ปุ่มมากมาย

เครียดเรื้อรัง (Stress): ปุ่มหายไปเยอะมาก


แล้วเซลล์ประสาทสภาพแบบนี้
มันจะไปทำงานได้เหมือนตอนเราปกติได้ไง

ดังนั้นสิ่งเหล่านี้ไม่ได้คิดไปเอง
สมองเปลี่ยนแปลงจริง และดีขึ้นได้
ด้วยการรักษา ทั้งยา ทั้งจิตบำบัด

ทั้งการเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ปรับการกินอาหาร เพิ่มไฟเบอร์ ออกกำลังกายเสมอ พูดคุยกับคนที่ไว้ใจ safe zone, หนี toxic, หนีแวดล้อมที่แย่ ยากค่ะรู้ แต่ถ้าอันไหนที่ทำได้แล้วลังเล จัดเลยค่ะ อยากให้มันเบิร์นเราไปมากกว่านี้

เป็นกำลังใจให้ทุกท่าน
ให้เซลล์ประสาททุกท่านกลับมาเป็นภาพ control ค่ะ


ปล. ส่วนภาพครึ่งล่างเป็นภาพประกอบแบบวาดขึ้นให้เห็นชัดๆว่ามันฝ่อลง และสัญญาณการงอก (BDNF/mTORC1) ลดลงจริง

13/12/2025

กลไกการคิดวนไปวนมาในโรคซึมเศร้า มันเกิดจากสมองส่วนอารมณ์แทบทุกจุดพร้อมใจกันแกล้ง

✔️ เครือข่าย DMN = เปิดโหมดเหม่อลอย อะไรกระตุ้นจากโลกภายนอกแทบสกรีนออกหมด
✔️ Hippocampus ขุดความจำลบๆ ประสานกับ Amygdala ฉายเหตุการณ์เชรี่ยๆ วนไปวนมา
✔️ Anterior insula ทำงานหนัก สนแต่เรื่องภายใน เรื่องอะไรล่ะ? ก็เรื่องลบๆ ที่ Hippo ขุดมาไง
✔️ sgACC ประสานโหมดเศร้า เปิดคลอไปเหมือนเพลงประกอบฉาก

ดังนั้นถ้าให้ตั้งสติ โคตรยาก
เพราะกลไกของ “สติ” ที่ว่า มันคือการใช้เหตุผลหรือ Top down cognitive control มายับยั้งไอ้พวกข้างบน

คำถามสมองส่วนนีัคือตรงไหน
ตอบ: Prefrontal cortex ไง ก็โดยเฉพาะ dlPFC

ซึ่งในซึมเศร้า ฝ่อไปละจ้า ตัวเองยังเอาไม่รอดเลย


ดังนั้นถ้าคนข้างๆ ที่รักที่สนิท เป็นซึมเศร้า และกำลังดิ่ง คุณทำอะไรไม่ได้หรอก นอกจากนั่งข้างๆ ให้รู้ว่ายังมีคนอยู่ เขาไม่ได้จมน้ำอยู่คนเดียวในโลกอันโดดเดี่ยวนี้ ไปตะบี้ตะบันให้เค้าหยุดคิดมากแบบจี้ๆ ไม่ได้อะไร

แล้วพาเขาไปรักษา
และพยายามให้เขากินยาเสมอ ทำจิตบำบัด
ถ้าเขาดีขึ้นแล้ว พาไปออกกำลังกายกัน

☝️หากอยากรู้จักสมองแต่ละจุดมากขึ้น เพื่อเข้าใจตัวเองและคนที่เรารัก อ่านต่อในคอมเมนท์ค่ะ

ที่อยู่

อาคารพาณิชย์ BIZPOINT 2
Chiang Mai
50100

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 19:30
อังคาร 09:00 - 19:30
พุธ 09:00 - 19:30
พฤหัสบดี 09:00 - 19:30
ศุกร์ 09:00 - 19:30
เสาร์ 09:00 - 12:00

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Jaidee clinicผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Jaidee clinic:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram