Jaidee clinic ใจดีคลินิกเวชกรรม รักษาโรคทั่วไป โ?

23/03/2026

โรควิตกกังวล (Anxiety disorders) กับ นอนไม่หลับ (Insomnia) มักโคจรมาเจอกันบ่อย สร้างหายนะให้คุณภาพชีวิตมาก

แถมวิตกกังวลชอบมาเปิดตอนกลางคืนด้วย สารพัดปัญหาใกล้ไกล อัดมาตอนนี้จนเข้านอนไม่ได้ กว่าจะนอนได้ ก็นอนน้อยมาก เพราะต้องตื่นไปทำงาน

วนไป

รักษาเถอะค่ะ ทรมานสั_

=======

คำย่อต่างๆ
- Amyg = Amygdala: สมองประสานอารมณ์
- BNST = Bed Nucleus of the Stria Terminalis: สมองประสาท stress ระยะยาว

หยุดกุมหัวอยู่เฉยๆ! ถ้าไม่อยากให้ "ความเครียด" เข้าไปรีเซ็ตสมองคุณใหม่ 🚩🧠เครียดสะสมนานๆ สมองพังตรงไหนบ้าง?• จำอะไรไม่ได้...
22/03/2026

หยุดกุมหัวอยู่เฉยๆ! ถ้าไม่อยากให้ "ความเครียด" เข้าไปรีเซ็ตสมองคุณใหม่ 🚩🧠
เครียดสะสมนานๆ สมองพังตรงไหนบ้าง?
• จำอะไรไม่ได้: สมองส่วนหลังฝ่อ
• ตัดสินใจพลาด: วางแผนงานไม่ได้เหมือนก่อน
• หมดไฟ: ทำสิ่งที่ชอบแล้วไม่หนุก (Reward System พัง)
• กลัวอนาคต: Amygdala ทำงานหนักเกินเหตุ
ถ้าคุณเริ่มมีอาการ "สมาธิสั้น-ลืมง่าย-ใจสั่น" บทความนี้มีคำตอบว่าสมองส่วนไหนกำลังประท้วง! พร้อมลิสต์วิธี Reset สมองเบื้องต้นที่ช่วยได้จริง
สุขภาพจิต = สุขภาพกาย อย่ารอให้พังจนแก้ยาก 👇
[อ่านเนื้อหาเต็มๆ ในคอมเมนต์ครับ]

ถูกของคุณปู่ 👍
20/03/2026

ถูกของคุณปู่ 👍

บาดแผลในวัยเด็ก... ไม่ได้อยู่แค่ในความทรงจำ แต่มันทำให้ "สมองส่วนจำ" เล็กลงจริง 🧠📉"ทำไมบางคนเรียนรู้ช้า กังวลเก่ายังไม่ห...
20/03/2026

บาดแผลในวัยเด็ก... ไม่ได้อยู่แค่ในความทรงจำ แต่มันทำให้ "สมองส่วนจำ" เล็กลงจริง 🧠📉
"ทำไมบางคนเรียนรู้ช้า กังวลเก่ายังไม่หาย หรือดิ่งง่ายกว่าคนอื่น?"
งานวิจัยเผยความจริงที่น่าใจหายว่า ประสบการณ์เลวร้ายในวัยเด็ก ทั้งการถูกทอดทิ้งหรือความรุนแรง ส่งผลโดยตรงให้สมองส่วน Hippocampus ฝ่อตัวลง จำนวนเซลล์น้อยลง และเชื่อมต่อกันแย่ลง
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องนิสัย แต่มันคือ "รอยแผลทาง DNA" ที่ทำให้สมองเปราะบางต่อโรคซึมเศร้าเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่
มาทำความเข้าใจว่าทำไม "การเลี้ยงดู" ถึงเป็นตัวกำหนดโครงสร้างสมอง และเราจะป้องกัน 'ความเสี่ยง' นี้ให้ลูกหลานได้อย่างไร?
อ่านรายละเอียดและงานวิจัยตัวเต็มได้ในคอมเมนต์ครับ 👇
[ปักหมุดอ่านต่อที่คอมเมนต์แรก]

ซึมเศร้า = สมาธิพัง? ทำความเข้าใจอาการ "หลุด" ที่ห้ามไม่ได้ 🚩🧠"เมื่อกี้คุยถึงไหนนะ?" ประโยคยอดฮิตที่คนซึมเศร้าไม่ได้ตั้ง...
18/03/2026

ซึมเศร้า = สมาธิพัง? ทำความเข้าใจอาการ "หลุด" ที่ห้ามไม่ได้ 🚩🧠
"เมื่อกี้คุยถึงไหนนะ?" ประโยคยอดฮิตที่คนซึมเศร้าไม่ได้ตั้งใจพูด แต่สมองมันหลุดไปเอง!
✅ ทำไมต่อให้ Mood ดีขึ้น แต่สมาธิยังไม่กลับมา?
✅ รู้จัก CEN vs DMN คู่ขัดแย้งที่ทำให้เราหลุดโฟกัส
✅ เบื้องหลังความเหนื่อยของคนที่ต้อง "พยายามมากกว่าปกติ" เพื่อให้งานเดินต่อได้
สรุปกลไกสมองฉบับเข้าใจง่าย ที่จะทำให้คุณเลิกโทษตัวเองว่าไม่มีสมาธิ... เพราะจริงๆ แล้ว "สมองคุณกำลังป่วยอยู่" 👇
[Link/อ่านต่อในเนื้อหา]

ทำไมคนซึมเศร้าถึง "ด้อยค่าตัวเอง" ตลอดเวลา? ...คำตอบอยู่ที่วงจรสมองพัง 🧠💔"ทั้งที่มีคนชม มีผลงานชัดเจน แต่ทำไมในหัวกลับบอ...
18/03/2026

ทำไมคนซึมเศร้าถึง "ด้อยค่าตัวเอง" ตลอดเวลา? ...คำตอบอยู่ที่วงจรสมองพัง 🧠💔
"ทั้งที่มีคนชม มีผลงานชัดเจน แต่ทำไมในหัวกลับบอกว่าเราห่วย?"
นี่ไม่ใช่แค่การคิดลบ แต่มันคืออาการ "สมองป่วย" จนประเมินค่าตัวเองผิดเพี้ยนไปหมด!
เปิดผลงานวิจัย fMRI ปี 2025 ที่เผยให้เห็นว่า 3 จุดสำคัญในสมอง (mPFC, SFG, pgACC) ของคนซึมเศร้าทำงานผิดปกติเหมือน "กระจกที่มีฝ้าบัง" จนมองไม่เห็นคุณค่าที่แท้จริงของตัวเอง
มาทำความเข้าใจว่าทำไมต่อให้อาการดิ่งดีขึ้น แต่ความรู้สึกว่า "ตัวเองไม่ดีพอ" ถึงยังไม่หายไป และเราจะช่วยให้สมอง "เปิดม่าน" นั้นออกได้อย่างไร?
อ่านกลไกสมองที่ทำให้คุณหาตัวเองไม่เจอได้ที่นี่...
[Link/อ่านต่อในเนื้อหา]

เคยโกรธตัวเองไหม? ที่รู้ทั้งรู้ว่าต้องเปลี่ยน แต่ใจมันสั่นจนก้าวขาไม่ออกเสียทีอยากบอกว่า... ไม่เป็นไรเลยค่ะที่คุณจะรู้สึ...
16/03/2026

เคยโกรธตัวเองไหม? ที่รู้ทั้งรู้ว่าต้องเปลี่ยน แต่ใจมันสั่นจนก้าวขาไม่ออกเสียที
อยากบอกว่า... ไม่เป็นไรเลยค่ะที่คุณจะรู้สึกแบบนั้น
ความกังวลและความไม่สบายใจที่คุณเจอ จริงๆ แล้วมันคือ "ระบบรักษาความปลอดภัย" ของสมองที่พยายามปกป้องคุณจากโลกที่ทำนายไม่ได้
บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ 3 อวัยวะจิ๋วในหัวที่คอยส่งเสียงเตือน
เพื่อให้คุณได้รู้ว่า... ความกลัวไม่ใช่ "กำแพง" แต่มันคือ "สัญญาณไฟ" ที่เราเรียนรู้วิธีข้ามมันไปอย่างนัดแนะได้
มาหาวิธี "ปลอบสมอง" ให้ยอมให้เราก้าวเดินต่อในจังหวะที่เราไหวกันนะคะ
[Link/อ่านต่อในคอมเมนต์]

🧠 หนึ่งอาการที่ทำให้ซึมเศร้าใช้ชีวิตโคตรลำบากคือ การคิดช้าลง การตัดสินใจช้าลง แม้เป็นเรื่องโคตรจะชีวิตประจำวัน

เหตุที่เป็นแบบนี้เพราะว่าสมองส่วนที่ควบคุมการวิเคราะห์-ตัดสินใจ นามว่า dorsolateral prefrontal cortex (dlPFC) ซึ่งเป็น 1 ใน 5 สมอง prefrontal cortex มีความเสียหาย เชื่อมระหว่างโซนอื่นน้อยลง ถ้าไปดูงานวิจัย fMRI ก็จะพบว่ามันมีขนาดเล็กลง


🧩 สมองส่วนนี้คอยนำข้อมูลมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ โดยจะทำงานคู่กับสมอง dorsal anterior cingulate cortex (dACC) เพื่อวิเคราะห์ถึงแรงที่ใช้กับผลที่ได้

ผลลัพธ์จะออกมาเป็นการตัดสินใจเลือก choice ค่ะ
ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นการตัดสินใจสิ่งใหญ่ๆ เลย

เอาแบบตื่นมา จะจัดที่นอนหรืออาบน้ำก่อน
แค่นี้ก็ใช้ dlPFC แล้วค่ะ


🧠 เลยทำให้คนซึมเศร้า คิดช้ามาก ตัดสินใจไม่ถูก
ถ้าเป็นหนักๆ ก็เป็นเรื่องในชีวิตประจำวันเลยค่ะ
ทำให้เพิ่มระยะเวลาอีกเป็นกอง

บางทีก็เพลียไปเลย ไม่ทำละ นอนซมดีกว่า
(แต่ไม่ได้หลับนะ)

ดังนั้นไม่ต้องไปพูดถึงการตัดสินใจแบบใหญ่โตเลย
เช่น การเปลี่ยนเส้นทางชีวิต การเรียนต่อ ฯลฯ
อันนี้ตัดสินใจแทบไม่ได้เลย


ผลลัพธ์ที่ dlPFC เสียหายยังไม่จบเท่านี้
เพราะส่วนนี้มันทำงานหลายฟังก์ชันมาก


💭 ความทรงจำระยะสั้นมากๆ ที่เรียกว่า Working memory
ที่เอาไว้จำข้อมูลไว้แป๊บนึง แล้วเดี๋ยวเอามาใช้
เช่น จำตัวเลข ท่องอะไรไวๆ แล้วนำกลับมาใช้ในเวลา
ไม่ถึงนาที อันนี้ก็เสียไปด้วยค่ะ


⚖️ และที่แย่ที่สุดคือ การควบคุมสมองส่วนอารมณ์อย่าง amygdala ทำได้แย่ลงมาก การดึงเหตุผลเชิงตรรกะมาคิดวิเคราะห์ก็ยาก

ทำให้จะให้คนป่วยมาปรับมุมมองความคิดตอนกำลังกำเริบแทบเป็นไปไม่ได้ (แต่เป็นสิ่งที่ต้องทำนะคะ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของจิตบำบัด ทำแบบค่อยเป็นค่อยไป) ภาวะนี้เรียกว่า Cognitive rigidity



สรุปนะคะ ซึมเศร้ามีสมองเสียหายหลายจุด
หนึ่งในนั้นคือ dlPFC เจ้าแม่แห่งเหตุผล ผลคือ

1️⃣ คิดช้า
2️⃣ ตัดสินใจอะไรยาก แม้สิ่งง่ายๆ
3️⃣ ความจำแบบจำแล้วดึงมาใช้ทันที เสียไป
4️⃣ ปรับมุมมองแนวคิดยาก
5️⃣ ใช้อารมณ์นำมากขึ้น (ส่วนใหญ่จะอารมณ์เศร้า ผิดหวัง)


และสกิลเหล่านี้คือสกิลในการใช้ชีวิตและการทำงานเลย
ทำให้หากสงสัยว่าตัวเองเป็นซึมเศร้า รีบพบจิตแพทย์
และเข้ารับการรักษาเลยค่ะ

เพื่อให้กลับมาสู่ปกติได้ไวที่สุด
ต่อให้ไม่ปกติ แต่อย่างน้อยก็ดีขึ้น
พอคิด พอใช้ชีวิตได้บ้าง

เป็นกำลังใจให้ทุกท่านค่ะ

……..
[ อ่านต่อบทความสั้นได้ใน comment นะคะ ]
1. วิธีดูแลรักษาซึมเศร้าแบบองค์รวม
2. Working memory คืออะไร ทำไมคนซึมเศร้าถึงลืมง่าย คิดต่อไม่ค่อยได้
3. Cognitive rigidity คืออะไร ทำไมคนซึมเศร้าถึงคิดวนและเปลี่ยนมุมมองยาก
4. dlPFC กับ dACC ทำงานร่วมกันอย่างไรในการตัดสินใจ

สมองส่วนความจำคุณไม่ได้พังถาวร มันแค่รอการงอกใหม่คำแนะนำจากงานวิจัยที่คนซึมเศร้าควรรู้
13/03/2026

สมองส่วนความจำคุณไม่ได้พังถาวร มันแค่รอการงอกใหม่

คำแนะนำจากงานวิจัยที่คนซึมเศร้าควรรู้

ในภาพคือสมองส่วน Hippocampus ที่ทำหน้าที่เข้ารหัสความจำ แล้วส่งสัญญาณไปฝังเป็นความจำระยะยาวที่สมองส่วนเปลือก และยังช่วยนึกความทรงจำขึ้นมาใช้

และจุดนี้เป็น สถานที่อันดับแรกๆ ที่พังในซึมเศร้า
ทั้งฝ่อ ทั้งเชื่อมต่อได้น้อย ทั้งแบ่งเซลล์ได้ช้าลง

หลายการศึกษาเห็นตรงกันว่า
ภาพ fMRI ของสมองส่วน Hippocampus ฝ่อลง


ดังนั้นถ้าคุณรู้สึกท่องเท่าไหร่ก็ไม่จำ เรียนรู้เท่าไหร่ก็ทำไม่ได้ นึกอะไรก็ใช้เวลามาก ไม่ใช่เพราะคุณไม่ได้พยายาม แต่สมองที่ทำฟังก์ชันนี้มันเสียหายค่ะ

และมันสามารถกลับมาได้ด้วยการงอกจากการกระตุ้นด้วยสาร BDNF และ NGF ซึ่งเงื่อนไขการเพิ่มคือต้องมีสารสื่อประสาทเพิ่มขึ้นข้างนานพอควร จึงเป็นเหตุให้การรักษาด้วยยาเพิ่มสารสื่อประสาท มันช่วยได้ แต่ต้องใช้เวลาระดับหนึ่ง กว่าความจำจะค่อยๆ ดีขึ้น

และต้องทำร่วมกับการรักษาแบบอื่นด้วย โดยเฉพาะการออกกำลังกาย การฝึกการรับมือกับ stress, การมีการพูดคุยกับคนที่ไว้ใจ ‘ปลอดภัย’ เพื่อให้ระบบ oxytocin ช่วย

และ Hippocampus ตัวน้อยๆ ในภาพนี้ จะกลับมาค่ะ
เป็นกำลังใจให้ทุกท่าน

13/03/2026

ชาย 34 ปี เคยเป็นโปรแกรมเมอร์ จบมหาวิทยาลัย มีงาน มีชีวิตปกติ แต่หลายปีต่อมา เพื่อนบ้านกลับพบว่าเขาไม่อาบน้ำมานานกว่า 2 ปี สะสมขยะจนอัดเต็มบ้าน จนผิวหนังเริ่มมี “เปลือกแข็ง” หนาปกคลุมทั้งตัว และไม่มีใครกล้าเข้าใกล้


ครั้งหนึ่งเขาเคยมีชีวิตเหมือนคนหนุ่มทั่วไป จบมหาวิทยาลัย ทำงานเป็น โปรแกรมเมอร์คอมพิวเตอร์ ใช้เวลาอยู่กับโค้ด หน้าจอ และโปรเจกต์ที่ต้องแก้ไขทุกวัน ชีวิตดูเรียบง่าย ไม่ได้มีอะไรผิดปกติ

แต่เมื่อเวลาผ่านไป เพื่อนบ้านเริ่มสังเกตว่าเขา ไม่ค่อยออกจากบ้านอีกเลย ประตูบ้านปิดเงียบอยู่ตลอดวัน ตลอดสัปดาห์ บางครั้งเห็นเขาเพียงเดินผ่านหน้าต่างอย่างรวดเร็ว แล้วก็หายไปอีกหลายวัน


บ้านของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนสภาพ

เฟอร์นิเจอร์เก่า
หนังสือ
กองกระดาษ
ของใช้จิปาถะ

ถูกสะสมขึ้นเรื่อย ๆ จนเต็มบ้าน วางซ้อนกันเป็นกองสูงจนแทบเดินไม่ได้

ไม่มีใครเข้าไปข้างในได้ เพราะสภาพบ้านสกปรกและรกอย่างหนัก
จนคนเริ่ม ไม่กล้าเข้าใกล้


เขาแทบไม่พูดกับใคร
ไม่รับความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน

และค่อย ๆ แยกตัวออกจากโลกภายนอกอย่างเงียบ ๆ


สิ่งที่ไม่มีใครรู้คือ
เขาไม่ได้อาบน้ำมานานกว่า 2 ปี


เมื่อเพื่อนบ้านพยายามพาเขามาพบแพทย์ ภาพที่เห็นทำให้ทุกคนตกใจ ผิวหนังของเขามี ตุ่มนูนและแผลจำนวนมากที่ลำตัวและแขน หลายตำแหน่งมี สะเก็ดหนาแข็งซ้อนกันเป็นชั้น ๆ

บางจุดมีลักษณะคล้ายสิวอักเสบ
บางจุดมีฝีขึ้นหลายแห่ง


แพทย์อธิบายว่า เมื่อร่างกายไม่ได้ถูกทำความสะอาดเป็นเวลานาน เคราติน (keratin) ซึ่งเป็นโปรตีนที่สร้างผิวหนังชั้นบน รวมกับเหงื่อ ไขมัน ฝุ่น และเศษสิ่งสกปรกต่าง ๆ

จะค่อย ๆ สะสมหนาขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อเวลาผ่านไปจึงเกิดเป็น

เปลือกหนา (keratinous crust)
คล้ายเกราะปกคลุมผิวหนัง


แพทย์ตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุอื่น เช่น
✔️ การติดเชื้อแบคทีเรีย
✔️ การติดเชื้อรา
✔️ โรคผิวหนังบางชนิด

แต่ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ
การเพาะเชื้อ และการตรวจเลือดทั้งหมด ไม่พบอะไร

การตรวจชิ้นเนื้อผิวหนังพบเพียง
✔️ การหนาตัวของเคราติน (hyperkeratosis)
✔️ การอักเสบของผิวหนังชั้นบน
ก็คือผิวหนังยังไม่มีการติดเชื้อใดๆ ชัดเจน


ลักษณะทั้งหมดของเขาเข้ากับภาวะที่เรียกว่า
Diogenes syndrome

ซึ่งมีลักษณะสำคัญคือ
✔️ การละเลยการดูแลตัวเองอย่างรุนแรง
✔️ การแยกตัวออกจากสังคม
✔️ บ้านสกปรกและเต็มไปด้วยของสะสม
✔️ การปฏิเสธความช่วยเหลือจากผู้อื่น


หลายครั้งคนที่มีภาวะนี้
ไม่ได้รู้สึกว่าตนเองกำลังมีปัญหา
และยิ่งถอยห่างจากผู้คนมากขึ้นเรื่อย ๆ

บางครั้งคุณอาจจะเคยเห็นคนแบบนี้
แยกอยู่คนเดียว บ้านพังๆ เนื้อตัวสกปรก
ซึ่งหลายคน ไล่ย้อนกลับไป เคยเป็นคนปกติ
ที่มีชีวิตเหมือนคนทั่วไป มีหน้าที่การงานดี


สำหรับเคสนี้
แต่เรื่องราวไม่ได้จบลงตรงนั้น
หลังจากได้รับการรักษา

แพทย์เริ่มดูแลเขาหลายด้านพร้อมกัน ได้แก่
✔️ การทำความสะอาดผิวหนังอย่างสม่ำเสมอ
✔️ ยาปฏิชีวนะรักษาการติดเชื้อ

ส่วนเรื่องสาเหตุของ Diogenes syndrome นั้น
เคสนี้มีลักษณะที่เรียกว่า ภาวะสิ้นแรงจูงใจ
แม้กระทั่งกิจวัตรประจำวัน (Avolition)
และแยกตัวจากสังคม (Asocialty)
ซึ่งเข้าได้กับ negative symptoms ของจิตเภท

แต่อย่างไรก็ตาม ไม่มีกลุ่มอาการ positive symptoms เลย เช่น หลงผิด, ประสาทหลอน ฯลฯ

แพทย์จึงลองรักษาด้วยยารักษาจิตเภทไปก่อน
(Antipsychotic drug) ปรากฎว่าเขาตอบสนองดีมากเลย


เวลาผ่านไปอย่างช้า ๆ
ผิวหนังที่เคยถูกปกคลุมด้วยสะเก็ดหนา
เริ่มดีขึ้น ค่อยๆ ลอกไป

พฤติกรรมที่เคยแปลกไป
ก็เริ่มกลับมาเป็นปกติ
ไม่มีการสะสมขยะอีกแล้ว

เขาเริ่มพูดคุยกับผู้คนมากขึ้น
เริ่มยอมรับความช่วยเหลือ
และค่อย ๆ กลับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง

กลับกลายเป็นเขาคนเดิมอีกครั้ง
แม้จะยังไม่สมบูรณ์ แต่เหมือนตัวตนเขา
ได้เป็นอิสระจากสมองที่ควบคุมเขาแล้ว

วิถีประสาท mesocortical ที่ทำให้เขา
หมดสิ้นแรงจูง หมดสิ้นความอยากเข้าสังคม
กลับมาทำงานอีกครั้ง


เคสนี้ทำให้ตระหนักถึงสิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก
บางครั้ง ตัวตนของคนเราไม่ได้หายไปไหน
มันเพียงแค่ถูกบดบังด้วยความผิดปกติบางอย่างในสมอง


แท้จริงแล้ว
ตัวตนของเราอาจเหมือนนักโทษ
ที่ถูกขังอยู่ในสิ่งที่เรียกว่า “สมอง” ก็ได้ค่ะ


ถ้าวันหนึ่งสมองสั่งให้เราเปลี่ยน
เราอาจเปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว
แต่ถ้าวันหนึ่งสมองได้รับการรักษา

ตัวตนเดิมของเรา
ก็อาจค่อย ๆ กลับมาอีกครั้งค่ะ
ภาวะหลายภาวะจิตเวชก็เป็นแบบนั้น
เช่น ซึมเศร้า วิตกกังวลด้วยค่ะ

เปิดโพยสมอง! ทำไม "การออกจาก Safe Zone" ถึงยากกว่าที่คิด? 🚩✅ รู้จัก 3 ส่วนประกอบในสมองที่คอย "เบรก" การตัดสินใจ✅ ทำไมควา...
12/03/2026

เปิดโพยสมอง! ทำไม "การออกจาก Safe Zone" ถึงยากกว่าที่คิด? 🚩
✅ รู้จัก 3 ส่วนประกอบในสมองที่คอย "เบรก" การตัดสินใจ
✅ ทำไมความคุ้นเคย (แม้จะแย่) ถึงชนะความแปลกใหม่ (ที่อาจจะดีกว่า)
✅ 3 เทคนิคปรับจูนสมอง ให้ยอมรับความเปลี่ยนแปลงทีละ step
ถ้าคุณเป็นคนที่อยากเปลี่ยนชีวิตแต่ติดที่ใจไม่กล้า... บทความนี้มีคำตอบทางวิทยาศาสตร์มาให้ค่ะ

ทำไมคนเราถึงกลัวการเปลี่ยนแปลง


คำถามนี้อาจจะดูแบบ เออก็ใช่สิ ใครๆ ก็กลัว
งั้นลองคิดแบบนี้ค่ะ

ตอนที่เรารู้ทั้งรู้ว่าที่ทำอยู่ มันไม่ดี หรือมันไม่ก้าวหน้า หรืออะไรก็ตามที่รู้ด้วยเหตุผลชัดเจนแล้วว่า มันต้องเปลี่ยนเส้นทาง แต่สมองบางส่วนก็เบรกเราทันที บ้างก็มีเหตุผลที่โอเค บ้างก็รู้สึกไม่สบายใจมากๆ แต่ไม่รู้ทำไม

สุดท้ายก็ยังอยู่ที่เดิม ที่เดิมๆ วิธีเดิมๆ ต่อไป
บางคนเรียกดันทุรัง


อันนี้ไม่ได้เกิดจากลักษณะนิสัยใดๆ เลยค่ะ
เป็นปกติของสมองมากๆ

สมองจะเช็คก่อนเลยว่า
“มันปลอดภัยหรือไม่”

แล้วพอมันเป็นการเปลี่ยนแปลง
ที่มีข้อมูล ณ ตอนนั้นน้อยกว่าที่เคยทำอยู่มากๆ

หลายสิ่งทำนายไม่ได้
สมองจะเปิดหมวดเตือนภัยทันที

และสร้างความไม่สบายใจ


ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลเกิดจากทีมสมองเตือนภัย
หลายจุด ช่วยกันทำงาน เบรกสมองส่วนตัดสินใจ
เพราะป้องกันภัยในอนาคต (ตามที่สมองมันคิด)


✔️ amygdala

โครงสร้างเล็ก ๆ ลึกในสมอง
ทำหน้าที่เหมือน สัญญาณกันขโมยของบ้าน
ดังเก่ง บางคนดังบ่อยมาก โดยเฉพาะสายกังวล

หน้าที่ปกติของมันคือ
ตรวจจับสิ่งที่อาจเป็นอันตราย

เช่น เสียงดัง สีหน้าคนโกรธ
สถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย

เมื่อเราคิดจะเปลี่ยนชีวิต
มันจะรับรู้ว่า
“อนาคตยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไร”

amygdala จึงเพิ่มการเฝ้าระวัง
เหมือนสัญญาณกันขโมยที่ดังขึ้นทันที
แม้เรายังไม่เห็นขโมยจริง ๆ


✔️ anterior insula

สมองส่วนนี้ทำหน้าที่
รับรู้ “ความรู้สึกภายในร่างกาย”

เช่น หัวใจเต้นเร็ว แน่นหน้าอก
ความรู้สึกไม่สบายใจ

anterior insula จึงเปรียบเหมือน
เครื่องตรวจสภาพอากาศภายในตัวเรา

เมื่ออนาคตไม่แน่นอน
สมองส่วนนี้จะสร้างสัญญาณว่า
“สถานการณ์นี้ไม่น่าสบายใจ”

ความรู้สึกแบบนี้เอง
ที่ทำให้คนพูดว่า
“รู้สึกไม่ดีเลยถ้าต้องเปลี่ยน”

แม้ยังไม่มีเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้น


✔️ anterior cingulate cortex

สมองส่วนนี้ทำหน้าที่
ตรวจจับ “ความขัดแย้งในการตัดสินใจ”

มันเหมือน ผู้จัดการที่คอยเตือนว่าอะไรเสี่ยง
เมื่อเราคิดจะเปลี่ยนชีวิต
สมองจะเปรียบเทียบสองทางเลือก

สิ่งเดิม → คุ้นเคย
สิ่งใหม่ → ไม่รู้ผลลัพธ์

anterior cingulate cortex จึงต้องประเมินว่า
ความเสี่ยงของทางใหม่มากแค่ไหน


กลไกสามส่วนนี้ทำงานต่อกันแบบนี้

อนาคตที่ไม่แน่นอน
→ anterior insula รับรู้ความไม่สบายใจ
→ amygdala เพิ่มการเฝ้าระวังภัย
→ anterior cingulate cortex เตือนว่าการตัดสินใจมีความเสี่ยง

ผลลัพธ์คือ

สมองอาจเลือก
สิ่งที่คุ้นเคย

แม้ว่ามันจะไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้นมากนัก

เพราะความคุ้นเคยทำให้สมอง
คาดเดาโลกได้ง่ายกว่า


ดังนั้นเวลาที่เรารู้สึกกลัวการเปลี่ยนแปลง

มันไม่ได้แปลว่าเราอ่อนแอ
แต่เป็นเพราะสมองกำลังพยายามทำหน้าที่ของมัน

คือทำให้เราปลอดภัย

จึงเป็นที่มาของวลี
‘ออกจาก safe zone’ นั่นแหละค่ะ
มันไม่ได้ทำกันง่ายๆ
และยิ่งถ้าเคยออกแล้วล้มเหลว
ยิ่งออกยากเลยทีนี้


คำถามคือมีวิธีแก้มั้ย?
ถ้าคุณไม่ได้มีปัญหาทางจิตเวช ที่ทำให้ปรับมุมมองยากๆ (Cognitive rigidity) เช่น ภาวะซึมเศร้า

สิ่งที่พอจะช่วยได้คือ

▪️ แบ่งการเปลี่ยนแปลงเป็นขั้นเล็ก ๆ สมองจะรับมือกับความไม่แน่นอนได้ง่ายกว่า amygdala เตือนภัยจริง แต่เตือนเบาไง มีสิทธิ์ฝ่ายตัดสินใจ (dlPFC) จะชนะ

▪️ ให้เวลาตัวเองปรับตัว ให้เรียนรู้ข้อมูลสิ่งนั้นมากพอ มี pool data ฝังอยู่ในความจำระยะยาวที่ดึงมาใช้ได้อย่างดี ตรงนี้อาจจะใช้เวลามากน้อยแล้วแต่คน

▪️ สังเกตความกลัวโดยไม่รีบตัดสินมัน บางครั้งมันเป็นเพียงสัญญาณเตือนของสมอง พยายามแยกให้ออกว่า เรากลัวอะไร ถ้านึกไม่ค่อยออก บอกไม่ถูก นั่นแหละแสดงว่าสมองมันเตือนภัยตามสัญชาตญาณมัน ไม่ใช่ด้วยเหตุผล


เมื่อเราเข้าใจว่าสมองกำลังทำอะไร

ความกลัวการเปลี่ยนแปลง
อาจไม่ได้หายไปทันที

แต่เราจะเริ่มรู้ว่า
มันเป็นเพียง “เสียงเตือนของระบบป้องกันภัย”

ไม่ใช่กำแพงที่ขวางชีวิตเราไว้เสมอค่ะ


ปล. ส่วนใครที่ชีวิตดีและพอใจอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรก็ได้ค่ะ เราไม่ได้สนับสนุนให้ทุกคนต้องเปลี่ยนแปลง ออกจาก safezone อะไร เราแค่อธิบายว่ากลไกของสมองจุดไหน อธิบายคนที่อยากเปลี่ยนแปลงแต่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ซักที

🧠 ทำไมหายเศร้าแล้ว... แต่ "ความจำ" ยังไม่ยอมกลับมา? 🌷ไม่ใช่แค่ลืม แต่เพราะ "ถนนของความทรงจำ" ในสมองกำลังเสียหาย!เจาะลึกก...
06/03/2026

🧠 ทำไมหายเศร้าแล้ว... แต่ "ความจำ" ยังไม่ยอมกลับมา? 🌷
ไม่ใช่แค่ลืม แต่เพราะ "ถนนของความทรงจำ" ในสมองกำลังเสียหาย!
เจาะลึกกลไก Fornix เส้นทางสายหลักที่เชื่อมโยงภาพจำเข้ากับความรู้สึก เมื่อสารเคมีทำพิษ ถนนก็ขรุขระจนข้อมูลเดินทางไม่ได้
ทำความเข้าใจว่าทำไมการฟื้นฟูใจถึงต้องใช้เวลา และทำไม "ความทรงจำดีๆ" ถึงให้ความรู้สึกน้อยลงในช่วงนี้
ร่วมสำรวจวิธีซ่อมแซม "ถนนสายความจำ" และส่งกำลังใจให้สมองกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง...

ทำไมปัญหาด้านความจำในซึมเศร้า ถึงฟื้นช้า?

🌷 เวลาเราพูดถึง “ความจำ” หลายคนมักนึกถึง Hippocampus ก่อน
เหมือนเป็นเครื่องฝังความทรงจำระยะยาวและเรียกใช้ ของสมอง

แต่ในความเป็นจริง
ปัญหาบางครั้งไม่ได้อยู่แค่ในห้องนั้นค่ะ

เพราะ ถนนที่พาความทรงจำออกจากห้อง
ซึ่งชื่อว่า Fornix ก็อาจเสียหายไปด้วย

ดังนั้น เวลาจะฟื้น
จึงไม่ใช่แค่ซ่อมห้องเก็บความจำ
แต่ต้องซ่อม “ถนนที่ออกจากห้อง” ด้วย


🌸 Fornix คืออะไร

Hippocampus เปรียบเสมือนเครื่องเข้ารหัสความจำ
แล้วส่งออกไปยังสมองส่วนอื่น

ส่วน Fornix
เหมือน ถนนหลักที่เอารหัสนั้นส่งออกจาก Hippocampus ไปยัง
▪️ ส่งข้อมูลไปยังวงจรสร้างความจำระยะยาว (Papez circuit)
▪️ ส่งสัญญาณไปยังสมองที่ควบคุมอารมณ์
▪️ เชื่อมต่อกับศูนย์แรงจูงใจ (Nucleus accumbens)

ก็คือทำให้
ความจำ + อารมณ์ + ความรู้สึกสำคัญของเหตุการณ์
ทำงานร่วมกันได้


🌼 ตัวอย่างง่ายๆ

เวลาคุณกินอาหารที่ชอบ
แล้วรู้สึกว่า “อร่อยมาก”

นั่นคือวงจรความสุขธรรมดา

แต่บางครั้ง
อาหารจานนั้นกลับทำให้คุณนึกถึง

โต๊ะอาหารเก่าๆ
เสียงหัวเราะของคนที่เคยนั่งกินด้วยกัน

ความทรงจำบางอย่าง
จึงกลับมาเต็มไปด้วยความรู้สึก

หนึ่งในเครือข่ายที่ช่วยเชื่อมสิ่งเหล่านี้
ก็คือ Fornix ค่ะ


🌺 ซึมเศร้าทำอะไรกับ Fornix

งานวิจัยสมองปี 2023
ที่ใช้ MRI ความละเอียดสูง พบว่า

▪️ ฉนวนของเส้นประสาทใน Fornix ลดลง
▪️ สาเหตุเกี่ยวข้องกับการอักเสบในสมอง และฮอร์โมน cortisol ที่สูงนานๆ

ฉนวนนี้เรียกว่า
ไมอิลิน (Myelin)

หน้าที่ของมันเหมือนฉนวนสายไฟ
ช่วยให้สัญญาณประสาทวิ่งได้เร็ว

เมื่อไมอิลินลดลง

ถนนของสัญญาณ
จึงเหมือนถนนที่พื้นเริ่มขรุขระ

ข้อมูลเดินทางช้าลง


🌷 ผลที่เกิดขึ้นคือ

▪️ เรียนรู้สิ่งใหม่ได้ยากขึ้น
▪️ ความจำใหม่เกิดช้าลง
▪️ ความทรงจำดีๆ ให้ความรู้สึกน้อยลง

แม้จะเจอเรื่องดี
บางคนก็ยังรู้สึกเหมือนใจไม่ตอบสนอง


🌸 แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากคือ

ในหลายกรณี
ถนนเส้นนี้ไม่ได้ขาด

มันเพียงแค่ เสียหาย

เมื่อรักษาซึมเศร้า
การอักเสบในสมองจะลดลง
สมองสร้างสารซ่อมแซมอย่าง BDNF มากขึ้น

ฉนวนของเส้นประสาท
จึงค่อยๆ กลับมาดีขึ้นได้

ถนนของความทรงจำ
จึงค่อยๆ กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง

แต่อาจต้องใช้เวลา

ดิฉันเป็นกำลังใจให้นะคะ 🌸

🧠 ในหัวมีกี่คน? ทำไมสมองชอบเปิดศึก "ไฝว์กันเอง" ตลอดเวลา!ใจอยากผอมแต่ปากอยากเค้ก... มือจะทำงานแต่สมองสั่งให้ไถมือถือ! 📱🍰...
05/03/2026

🧠 ในหัวมีกี่คน? ทำไมสมองชอบเปิดศึก "ไฝว์กันเอง" ตลอดเวลา!
ใจอยากผอมแต่ปากอยากเค้ก... มือจะทำงานแต่สมองสั่งให้ไถมือถือ! 📱🍰
ไม่ใช่เราโลเล แต่เพราะสมองทำงานเป็น "มาเฟียหลายกลุ่ม" ที่เป้าหมายไม่เคยตรงกัน
มาดูต้นตอของอาการ "สมองตีกัน" ระหว่างตรรกะกับสันดาน... เอ้ย! นิสัยเดิม
ถอดรหัสสงครามประสาทในหัวคุณ อ่านจบแล้วจะรู้ว่าทำไมเราถึงหยุดเถียงกับตัวเองไม่ได้สักที!

ทำไมสมองเราถึงชอบ “ตีกันเอง” อยู่บ่อยๆ มีใครเป็นกันบ้างคะ?

หลายคนคงมีความคิดตีกันในหัวบ่อยๆ คือแรกๆ ก็เหมือนแค่สับสน อาจมีหลายทางเลือก ตัดสินใจไม่ได้เลย

แต่บางครั้งมันเหมือนความคิด 2 ขั้วตรงข้ามกันมันผุดขึ้นมาไฝว์กันจริงๆ

ทั้งๆ ที่ก็เป็นสมองเหมือนกัน
ทำไมถึงตีกันเองล่ะ


🧠 เพราะสมองของมนุษย์ทำงานเป็น เครือข่ายหลายระบบ (brain networks) แยกกันเป็นหลายๆ กลุ่มเลยค่ะ แต่ละระบบมีหน้าที่ต่างกัน และบางครั้งเป้าหมายของมันก็ไม่เหมือนกัน

เมื่อหลายระบบเสนอ “คำตอบคนละแบบ”
สมองจึงเกิดสิ่งที่เรียกว่า conflict


ตัวอย่างที่ชัดมากคือ
การตีกันระหว่าง “เหตุผล” กับ “ความอยาก”

สมองตรรกะ (dorsolateral prefrontal cortex: DLPFC) ต้องการให้เราคิดระยะยาว วาดเหตุผลสารพัดสารเพ มองยาวนะลูก มองยาวๆ

แต่สมองส่วนรางวัล-แรงจูงใต (Ventral striatum)
ต้องการรางวัลทันที มันอยากอะ อยากได้เดี๋ยวนั้น ฉัน(NAcc) จะขอให้เธอ (VTA) หลั่งโดปามีนนน

เช่น อยากกินเค้ก
อยากรับความอร่อยทันที → striatum
เป้าหมายสุขภาพระยะยาว → DLPFC

สองระบบนี้จึงเหมือนกำลัง “ถกเถียงกัน” อยู่ค่ะ


⚡ อีกคู่หนึ่งที่ตีกันบ่อยมากคือ
อารมณ์ vs เหตุผล

สมองส่วนอารมณ์ amygdala
ตรวจจับภัยและความรู้สึกอย่างรวดเร็ว

ส่วนสมองส่วนตรรกะและควบคุมอารมณ์ (รวมๆ อยู่ใน prefrontal cortex) พยายามประเมินสถานการณ์อย่างมีเหตุผล

เมื่อเกิดเหตุการณ์เครียด

ความกลัว → amygdala
การคิดวิเคราะห์ → PFC

สองระบบนี้จะส่งสัญญาณสวนกันเสมอ
ตัว PFC ก็พยายามจะควบคุม amygdala
ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง สุดท้ายนั่นแหละ อารมณ์ก็ตีกับเหตุผล


🧭 ในสมองยังมี “ผู้ตัดสิน” อยู่ด้วย
คือ dorsal anterior cingulate cortex (dACC)

หน้าที่ของมันคือ ตรวจจับว่าในสมองกำลังมี ความขัดแย้งของการตอบสนอง (response conflict)

ถ้ามีสองคำตอบเกิดขึ้นพร้อมกัน

คำตอบ A
คำตอบ B

→ dACC จะส่งสัญญาณเตือน
→ เรียกระบบควบคุมจาก PFC มาช่วยตัดสินใจ

แล้วก็เปิดมวยกันเลย เอ้าเชิญตีกัน


🌫️ ความขัดแย้งยังเกิดได้ในระดับความคาดหวัง กับสิ่งที่วัดได้จริงๆ ด้วย

สมองมักไม่ชอบอะไรแบบเจอทันที มันชอบทำนายไว้ก่อน โดยสร้างเป็นคล้ายๆ แบบจำลอง (predictive model)

แต่เมื่อข้อมูลจริงจากประสาทสัมผัสเข้ามา
สิ่งที่คาดไว้กับสิ่งที่เกิดจริง อ้าวไม่ตรงกัน

ตีกันเลยทีนี้ ควรเลือกเชื่ออะไร
(อันนี้เจอบ่อยใน social เนาะ)


🧩 บางครั้งความขัดแย้งยังเกิดระหว่าง

▪️ เครือข่ายสันด… ไม่ใช่ๆ เครือข่ายนิสัย habit network
กับ
▪️ เครือข่ายการควบคุมวิเคราะห์ executive control network

ยกตัวอย่างเช่น
มือกำลังจะหยิบมือถือโดยอัตโนมัติ
แต่สมองอีกส่วนหนึ่งบอกว่า
“หยุดก่อน เรากำลังอ่านหนังสืออยู่”


ดังนั้นถ้ามองจากมุมนี้ ความรู้สึกว่ามันเหมือน “สมองตีกัน” ซึ่งเกิดได้เป็นประจำค่ะ เหมือน conflict มันรุนแรงขึ้นจนเรารับรู้ว่าสมองไม่ไปด้วยกัน

ที่เป็นแบบนั้นเพราะ
สมองไม่เคยเป็นอวัยวะเดียวกันอยู่แล้วค่ะ มันเหมือนอาณาจักรใหญ่ๆ ที่ประกอบไปด้วยกลุ่มอวัยวะย่อยๆ
ที่เถียงกันไปมาตลอด สังเกตว่าเพจนี้ ใครอ่านบ่อยๆ จะทราบเลยว่า ชื่อบริเวณสมองจุดแปลกๆ เต็มไปหมด

ที่อยู่

อาคารพาณิชย์ BIZPOINT 2
Chiang Mai
50100

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 19:30
อังคาร 09:00 - 19:30
พุธ 09:00 - 19:30
พฤหัสบดี 09:00 - 19:30
ศุกร์ 09:00 - 19:30
เสาร์ 09:00 - 12:00

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Jaidee clinicผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Jaidee clinic:

แนะนำ

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram