Our Choice Thailand

Our Choice Thailand Following this project, from 2013-2014, we began our care and support services through “Individual Intensive Healthcare for PLWHA”.

ทำความรู้จักเรา
เราเริ่มทำกิจกรรมในจังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2555 ทั้งงานวิจัยและการทำงานให้บริการแก่กลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM) และสาวประเภทสอง (TG) ที่อยู่ร่วมกับเชื้อ ในจังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้การบริหารงานของมูลนิธิเอชไอวี ประเทศไทย (The HIV Foundation) และได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก USAID
เมื่อสิ้นสุดโครงการ ลงในเดือนกันยายน ปีพ.ศ. 2557 เจ้าหน้าที่ของเรายังคงต้องดูแลคนไข้ต่อเนื่องอีกจำนวนหนึ่ง ไม่สามารถหยุดไปพร้อมกับโครงการได้ จึงเกิดการรวมตัวของเจ้าหน้าที่ขึ้นโดยจัดตั้งเป็นองค์กรชุมชนขนาดเล็ก เพื่อให้บริการครบวงจรในด้านเอดส์และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม และขยายกลุ่มเป้าหมายจากกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและสาวประเภทสอง ไปเป็นกลุ่มเป้าหมายทุกเพศ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการสุขภาพขั้นพื้นฐาน

About us

We have been active in Chiang Mai since 2012. From 2012-2013 we partnered with the HIV Foundation Thailand and MEASURE Evaluation in order to research organizations that provide healthcare services to men who have sex with men (MSM) and transgender (TG) in order to assess their work and understand what had already been done and what was still needed. This project was a cumulative effort with HIV Foundation and CAREMAT, as well as several other partner organizations that work with MSM/TG and those living with HIV/AIDS. In 2014, when the project had finished, there were still a number of patients that needed care. It had become clear that this project had been successful, and that the services we had been providing needed to be continued. Therefore, the staff collectively decided to team up and create Our Choice: an organization that would be able to provide a variety of services, including prevention and holistic healthcare. The goal of Our Choice was not only to provide services but to also expand the scope of work to cover target groups in any gender in order to advocate for equality to access basic healthcare.

วัตถุประสงค์
1. เพื่อรณรงค์ให้ ประชากรที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการรับเชื้อเอชไอวี มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเอชไอวี/เอดส์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และสร้างความตระหนักถึงการป้องกันตนเอง
2. เพื่อดูแลและช่วยเหลือผู้อยู่ร่วมกับเชื้อรายใหม่ หรือรายเก่าที่มีปัญหาสุขภาพ ให้สามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่เหมาะสม รวมถึงบริการอื่นๆ ที่ช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี
3. เพื่อยกระดับงาน Prevention, Care and Support ให้ได้ตามมาตรฐานสากล ผ่านงานวิจัยและเรียนรู้ร่วมกับองค์กรภาคีทั้งในและต่างประเทศ

Objectives

To promote knowledge and understanding of HIV/AIDS, STDs as well as create awareness about self-protection to any population with risks to get HIV;
To help new or current PLWHA gain access to appropriate healthcare, or other services, that will help them improve their quality of life;
To improve the standard of prevention, care and support by conducting research and partnering with other organizations locally and internationally.



ที่ปรึกษาองค์กร
1. นางชลลิสา จริยาเลิศศักดิ์, หัวหน้าฝ่ายสนับสนุนวิชาการด้านควบคุมโรค, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่
2. นางสุรงค์รัตน์ ณ ลำปาง, หัวหน้าสถานีกาชาดที่ 3 เชียงใหม่
3. นางเยาวลักษณ์ สิริวโรทัย, หัวหน้างานกามโรคและโรคเอดส์, โรงพยาบาลสันป่าตอง
4. นายอมรินทร์ หน่อไชยวงค์, หัวหน้ากลุ่มงานเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชน โรงพยาบาลสารภี

เลือกขนาดถุงยางให้เหมาะกับตัวเอง
10/02/2022

เลือกขนาดถุงยางให้เหมาะกับตัวเอง

วิธีเลือกขนาดถุงยาง

ปัจจุบันการใช้ถุงยางอนามัยยังเป็นวิธีในการคุมกำเนิดและโรคติดต่อทางเพศ​ที่ได้ผลมาก ๆ เลยนะครับ ซึ่งปกติถุงยางในไทยจะมีขนาดต่าง ๆ แล้วแต่ยี่ห้อ โดยจะมีตั้งแต่ 49 ,52 ,52.5, 53 ,54 และ 56 มม ซึ่งตัวเลขพวกนี้จริง ๆ คือความกว้างหน้าตัดของถุงยางเป็นมิลนะครับ

ส่วนวิธีในการเลือกใช้เบอร์ไหนนั้น จริง ๆ เค้าก็วัดจากขนาดเส้นรอบวงนะครับ ไม่ใช่ความยาว เพราะถุงยางเกือบทุกยี่ห้อจะทำความยาวมาเกือบเท่า ๆ กันครับ คือทำมายาวมาตรฐาน 6-7 นิ้ว แต่มันจะต่างกันที่เส้นรอบวง โดยถ้าเอาเป๊ะจะต้องวัดรอบวง โดยการใช้สายวัดพันตรงกลางลำกระชับ ๆ ไม่ต้องหลอกตัวเอง ให้หน่วยเป็น mm จากสายวัดเท่านั้น พอได้ตัวเลขมาก็เอามาหาร 2.4 หรือ 2.5 ตามแต่ตำรา โดยตัวเลขด้านล่างเป็นตัวเลขประมาณการคร่าว ๆ ที่เอาไปใช้ได้จริงนะครับ

49 มม. สำหรับรอบวง 11-12 ซม.หรือใหญ่ประมาณ 4.5 นิ้ว

52 มม. สำหรับรอบวง 12-13 ซม.หรือใหญ่ประมาณ 5 นิ้ว

54 มม. สำหรับรอบวง 13-14 ซม.หรือใหญ่ประมาณ 5.5 นิ้ว

56 มม. สำหรับรอบวง 14-15 ซม.หรือใหญ่ประมาณ 6 นิ้ว ขึ้นไป

ส่วนค่าเฉลี่ยของชายไทย 80% ก็ยังเป็นเบอร์ 49 -​ 52 นะครับ อันนี้เอามาจากสถิติบริษัทถุงยางและตัวเลขที่หมอเก็บจริงจังเลยนะครับ (หนุ่ม ๆ คนไหนสนใจร่วมส่งข้อมูลได้นะครับ อัพเดตสถิติให้ชายไทยหน่อย)​ ไม่ใช่แบบโพสลอย ๆ ในทวิตว่าใส่เบอร์นั้นเบอร์นี้ ฉะนั้นใครใส่ 52 นี่ก็ถือเป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศแล้วหละครับ

และจะบอกว่าถุงไซส์ 56 มม เนี่ยถ้าจะบอกง่าย ๆ คือความอ้วนใหญ่หนะ มันรองรับใหญ่ได้เกือบถึงขวดเอสเคทูแล้ว ดังนั้นถ้าใครจะบอกว่าของตัวเองใหญ่ ใส่ 56 ไม่ได้แล้วจะขอสดเนี่ย ดูดี ๆ นะครับ ว่าเกินตัวไปไหม มันอาจจะคับมากคับน้อยหรือคับพอดีก็แล้วแต่สไตล์คนชอบ แต่จะมาอ้างว่า 56 ใส่ไม่ได้นี่ สวมเข้ายากอย่างงั้นอย่างงี้แล้วจะขอสดมันมีน้อยมาก ๆ นะครับ

สรุปวิธีวัดถุงยางง่ายสุดนะครับ ให้วัดรอบวงเป็นเซนต์ ได้เท่าไหร่ก็เข้าตารางตามนั้นแหละหรือซื้อมาเลย 3 size 49,52,54 ลองสามอัน อันไหนใส่สบายไม่หลวมไป ไม่รัดไป ก็อันนั้นแหละครับ ลงทุนครั้งเดียว จำไว้ใช้ได้ตลอดชีวิตครับ

18/10/2021
16/06/2021

สาวๆ จะต้องทำอย่างไรถ้าหากต้องการจะหยุดรับประทานยาคุมกำเนิด
#ยาคุม #ประจำเดือน #ตั้งครรภ์

ฝ่าไฟแดง ไม่รอดนะจ๊ะ
18/02/2021

ฝ่าไฟแดง ไม่รอดนะจ๊ะ

SOCIETY: ‘ฝ่าไฟแดง’
มีเซ็กซ์ตอนมีประจำเดือน…จะท้องไหม?
[Short Cut]

หลายคนเชื่อว่าการมีเซ็กซ์ตอนมีประจำเดือนจะไม่ตั้งครรภ์ 100% แต่ในความเป็นจริงเรายังสามารถตั้งครรภ์ได้ เพราะร่างกายของแต่ละคนมีวงจรที่แตกต่างกัน บางครั้งอาจมีเลือดออกโดยยังอยู่ในช่วงไข่ตก และต้องจำเสมอว่าสเปิร์มอยู่ในช่องคลอดต่อไปได้อีก 3 วัน แม้ว่าจะมีโอกาสน้อย แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีเลย ดังนั้นถ้าจะมีเพศสัมพันธ์ก็ควรสวมถุงยางป้องกันและดูแลความสะอาดให้ดีด้วย

----------------------------------------
หลายคนเชื่อว่าการ ‘ฝ่าไฟแดง’ หรือการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่มีประจำเดือนนั้นเป็นช่วงเวลาที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับการมีเซ็กซ์ที่ไม่ต้องป้องกัน และเป็นการคุมกำเนิดที่สะดวกไม่ต้องทานยาหรือใส่ถุงยางอนามัยก็ได้ แต่จริงๆ แล้วการมีเซ็กซ์แบบนี้ปลอดภัยจริงหรือ?
นี่เป็นหนึ่งในความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่าการฝ่าไฟแดงจะมีโอกาสตั้งครรภ์ = 0 เพราะร่างกายของมนุษย์มีความซับซ้อนกว่านั้นมาก จริงอยู่ว่าการฝ่าไฟแดงช่วยลดอัตราการตั้งครรภ์ลงได้ แต่ก็ไม่ได้ปลอดภัย 100%
ร่างกายของแต่ละคนมีวงจรที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปแล้ววงจรของผู้หญิงมักอยู่ที่ 28 วัน (เริ่มนับ 1 ในวันที่ประจำเดือนมาวันแรก) และไข่จะตกประมาณวันที่ 13-14 แต่ผู้หญิงหลายๆ คนก็ไม่ได้มีวงจรตามนั้น บางคนมีวงจร 35 วัน บางคนวงจรสั้นเพียง 21 วัน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายในการเข้าใจผิดหรือเกิดปัญหาในการนับวัน รวมถึงในบางกรณีที่มีไข่ตก 2 ครั้งในเดือนเดียวก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้
นอกจากนี้ การมีเลือดออกที่ช่องคลอดในวันแรกๆ ของรอบเดือน ในบางครั้งมีโอกาสที่คุณจะเลือดออกทั้งๆ ที่ยังอยู่ในช่วงไข่ตกและเจริญพันธ์ุมากที่สุด ถ้าหากมีเพศสัมพันธ์ในช่วงนั้นโดยไม่ได้ป้องกันจะเป็นการเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์มากขึ้นได้ด้วยซ้ำ
ไม่ใช่แค่นั้นเราต้องไม่ลืมว่าอสุจิสามารถมีชีวิตอยู่ในช่องคลอดได้ต่อหลังมีเซ็กซ์ไปอีก 3 วัน ดังนั้น ถ้าหากมีเพศสัมพันธ์ในช่วงท้ายๆ ของรอบเดือน ก็อย่าลืมว่าสเปิร์มรออยู่ที่นั่นจนถึงตอนที่ไข่ตกได้
ดังนั้นถ้าหากคู่ของคุณไม่ได้กำลังอยากจะตั้งครรภ์ ต่อให้เป็นช่วงที่มีประจำเดือนก็ควรป้องกันสวมถุงยางอนามัยเสมอเมื่อมีเซ็กซ์ เพราะถึงจะมีโอกาสน้อยแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ท้อง
ส่วนประเด็นเราควรมีเซ็กซ์ตอนมีประจำเดือนไหม? การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างมีรอบเดือน ถ้าหากคุณสามารถตัดปัญหาเรื่องความเลอะเทอะหรือรู้สึกอึดอัดออกไปได้แล้ว ก็สามารถ “มีได้” แต่ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน
ข้อดีของการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างมีประจำเดือนคือ มันช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้ เนื่องจากในระหว่างที่มีเพศสัมพันธ์ เมื่อถึงจุดสุดยอด ร่างกายของคุณผู้หญิงจะหลั่งสารเอนดอร์ฟิน (Endorphins) ซึ่งช่วยบรรเทาอาการปวด นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มที่จะมีความตื่นตัวทางเพศสูงจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง
แต่มันก็มีข้อเสียเช่นเดียวกัน เพราะในช่วงนั้นค่าความเป็นกรด-ด่างในช่องคลอดจะสูงขึ้นทำให้เชื้อโรคและแบคทีเรียเติบโตได้ดีกว่าช่วงปกติ และทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย จึงต้องระวังโดยเฉพาะโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์
สรุปแล้วก็คือเราสามารถมีเพศสัมพันธ์ตอนมีประจำเดือนได้แต่ต้องป้องกันทุกครั้ง เพราะมันก็ยังมีโอกาสตั้งครรภ์อยู่ รวมถึงควรดูแลความสะอาดอย่างดีเพื่อป้องกันเชื้อโรคที่ติดต่อได้ง่ายด้วย
เรื่องเพศไม่ใช่เรื่องน่าอาย ร่วมแชร์ความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการคุมกำเนิด ที่คุณเคยได้ยินหรือไม่แน่ใจว่าทำอย่างนี้ “จะท้องไหม?” พร้อมติด #ท้องเลือกได้ เพื่อส่งต่อให้คุณหมอมาไขข้อสงสัยได้ที่: https://www.brandthink.me/campaign/tongluekdai
🗨 วิธีร่วมแสดงความคิดเห็น

1. เข้าเว็บไซต์ BrandThink หน้าเเคมเปญ #ท้องเลือกได้: https://www.brandthink.me/campaign/tongluekdai

2. สมัคร หรือ ล็อกอิน เพื่อเข้าสู่ระบบ

3. ร่วมแชร์ความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการคุมกำเนิด ที่คุณเคยได้ยินหรือไม่แน่ใจว่าทำอย่างนี้ “จะท้องไหม?”

อ้างอิง: Healthline. Can You Get Pregnant if You Have S*x on Your Period?. https://bit.ly/2MyoMJV
Healthline. Is It Safe to Have S*x During Your Period? Tips, Benefits, and Side Effects. https://bit.ly/3aMJtKr
Podpad. ฝ่าไฟแดง: มีเพศสัมพันธ์ขณะมีประจำเดือนปลอดภัยหรือไม่?. https://bit.ly/3js2HZL

*X
#พื้นที่สร้างสรรค์เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า

03/12/2020
ยาคุม จ้า ยาคุม
27/11/2020

ยาคุม จ้า ยาคุม

ไปเจอคลิปนึงมา รู้ละว่าทำไมวัยใสตั้งท้องกันเยอะมาก 55555
น้องเค้าไม่รู้จริงๆว่าใช้ยาคุมยังไง มีวัยรุ่นคู่นึงกินยาคุมหมดแผงในครั้งเดียวเลย แล้วเอามาโพสต์ในต๊กต็อก
คือน้องไม่รู้ว่าต้องกินวันละเม็ด
ยาคุมที่ใช้กันบ่อยๆ คือชนิด 21 เม็ด และชนิด 28 เม็ด
ให้น้องๆวัยใสกินยาเม็ดแรก ในวันแรกของการมีประจำเดือน กินวันที่เลือดออกจากจิ๋มนั่นแหละ 55555 หรือไม่เกิน 5 วัน ยกตัวอย่างเช่น สมมติว่าเริ่มเป็นประจำเดือนวันจันทร์ ก็ให้เริ่มกินเม็ดแรกของช่องที่เขียนว่าวันจันทร์ แต่ถ้าแผงยาคุมกำเนิดไม่มีวันระบุไว้ เออ ทำไมมันไม่ระบุไว้เนาะ 5555 ก็ให้เริ่มกินเม็ดแรกตรงช่องที่เขียนว่า "จุดเริ่มต้น" หรือ "start" ก็ได้เหมือนกันนะครับ
หลังจากที่เริ่มกินเม็ดแรกของแผงแล้ว ก็ให้เรากินอย่างต่อเนื่องทุกวัน วันละ 1 เม็ดเท่านั้น ตามลำดับของลูกศรที่จะชี้ระบุไว้ให้กินไปเรื่อยๆ จนกว่ายาหมดแผง ทั้งนี้หากเป็นยาคุมกำเนิดแบบ 21 เม็ด เมื่อกินยาหมดแผงแล้วให้นับเว้นเวลากินยาไปอีก 7 วัน แล้วก็ให้เริ่มกินยาแผงใหม่ในวันที่ 8 ซึ่งไม่ต้องสนใจว่าประจำเดือนจะหมดแล้วหรือยังไม่หมด
แต่ถ้าเป็นยาคุมกำเนิดแบบที่มี 28 เม็ด ให้เรากินจนหมดทั้งแผง 28 เม็ดได้เลย ไม่ใช่ยกซดนะ กินวันละ 1 เม็ด และเมื่อหมดแผงแล้ว ก็ให้กินแผงใหม่ในวันต่อไปได้ทันทีโดยไม่ต้องหยุดรอ ใครที่รู้ตัวว่าขี้ลืม แนะนำให้ซื้อแบบ 28 เม็ดจะดีที่สุด เพราะจะไม่ได้สับสนเรื่องเวลาที่ต้องกินยากับเวลาที่ต้องหยุดกินยานั่นเองครับ
สำหรับยาคุมฉุกเฉินเป็นยาคุมกำเนิดที่ควรในกรณีที่ฉุกเฉินจริงๆ เช่น มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ไม่ได้ใส่ถุงยาง และไม่เคยกินหรือฉีดยาคุมมาก่อน บางคนนี่ ฉุกเฉินมันทั้งเดือน 55555 อย่าไปทำอีกนะ อันตรายมากๆ อีกอย่างประสิทธิภาพในการป้องกันจะอยู่แค่ประมาณ 85% ซึ่งนั่นไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสท้องเลย ท้องกันมาหลายรายแล้วและมีผลข้างเคียงตามมาเพียบเลยนะคร้าบ

ยุติความรุนแรงต่อเด็ก
10/10/2020

ยุติความรุนแรงต่อเด็ก

อีกทางเลือกของพ่อแม่วัยใสที่ยังไม่พร้อม
12/09/2020

อีกทางเลือกของพ่อแม่วัยใสที่ยังไม่พร้อม

12/09/2020

เด็กมีเซ็กส์ไม่ใช่เด็กไม่ดีเสมอไป

เรื่องเพศเป็นเรื่องธรรมชาติ เมื่อเด็กเข้าสู่วัยรุ่น ผู้ใหญ่หรือผู้ปกครองเองก็เคยผ่านช่วงนั้นก็คงจะเข้าใจ เราก็มีอารมณ์ความต้องการ อยู่ด้วยกันสองต่อสองอารมณ์ก็พาไป อยากให้มองให้ลึก เด็กมีเพศสัมพันธ์ ไม่ใช่เด็กไม่ดีเสมอไป อย่าไปตีตราเด็ก เช่น เห็นเด็กพกถุงยางอนามัยก็มองว่าเขาแรด มองว่าเขามีเซ็กส์เร็วไป แต่อยากให้มองแยกปัญหาว่า เขามีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เขาต้องทำอยู่ไหม เช่น เขามีหน้าที่เรียนหนังสือ ก็เรียนและรับผิดชอบตัวเองเป็นอย่างดี ดูแลตัวเองได้ ทำตามความฝันของตัวเองได้ ยังอยู่ในเส้นทางที่ดีของชีวิต ถ้าเขาสามารถทำได้ เราต้องยอมรับว่าวัยรุ่นที่เราเจอขณะนี้มันเกินขั้นที่เราจะบอกว่า “ห้ามมีเพศสัมพันธ์นะ” ใครจะห้ามได้
สิ่งที่เราทำได้คือจะให้เขาป้องกันตัวเองอย่างไร ไม่ให้ท้องไม่พร้อมจะดูแลตัวเองอย่างไรให้เรียนหนังสือไปถึงที่ฝันได้ จริง ๆ ดังนั้น ต้องปรับทัศนคติเราก่อน เพราะทัศนคติของผู้ใหญ่ที่มองมาที่เด็ก บางครั้งก็ทำให้เป็นปัญหาอยู่เหมือนกัน คือ ถ้าเรามองว่าเด็กห้ามมีเพศสัมพันธ์เลย ห้ามดูสื่อโป๊เลย ห้ามศึกษาเรื่องเพศ อะไรที่ดูสุ่มเสี่ยงก็เก็บไว้ พับไว้ใต้พรม ไม่ต้องให้เด็กได้รับรู้ เด็กก็น่าจะห่างไกลไม่เข้าไปหาสิ่งนั้น และเมื่อมีปัญหาอะไร เขาจะไม่กล้าปรึกษากับคุณ นั่นอาจหมายความว่า เมื่อเขาหาคำปรึกษาเอง อาจจะไม่ถูกต้องและดีที่สุดก็ได้
ฉะนั้นต้องสอนให้เขาเข้าใจถึงเรื่องเพศอย่างเข้าใจจริง ๆ บางเรื่องถ้าจำเป็นต้องพูดตรงก็ต้องพูด เช่น ถ้าลูกถามว่าเกิดมาได้อย่างไร เราก็ควรบอกตรง ๆ ว่า เกิดจากการที่พ่อกับแม่รักกันและมีเพศสัมพันธ์กัน ถ้ามองเป็นวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องชีวิต เด็กสมัยใหม่เขาพร้อมจะเข้าใจ

อ้างอิงจาก : 'วัยว้าวุ่น' กับคำถามเรื่องเซ็กส์ | thaihealth.or.th

31/08/2020

ปลายจู๋อักเสบ เจ็บมากกว่าที่คิด

Balanitis หรือโรคปลายจู๋อักเสบนี้คือ ภาวะที่มีการอักเสบของส่วนปลายของจู๋หรือตรงส่วนหัวนะครับ โดยโรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในทุก ๆ ช่วงอายุของผู้ชายเลยครับ ตั้งแต่อันเท่านิ้วก้อยจนถึงอันเท่าแขน คือมันเกิดได้ทุกขนาดทุกอายุอย่างเท่าเทียมกันเลยครับ

แล้วอาการเป็นอย่างไร

อาการที่พบบ่อยของโรคนี้ก็คือ อาการแดง(หมายถึงสีนะครับ ไม่ใช่ร้องไห้เก่ง) ระคายเคือง และปวดที่บริเวณหัวเห็ดครับ บางรายก็มีอาการแค่จุดเล็ก ๆ บางรายก็มีอาการมากคือเป็นทั้งหัวเลยก็มี บางครั้งอาจจะมีหนองหรือน้ำเหลืองข้น ๆ ออกมาจากบริเวณที่มีการอักเสบด้วย และคนไข้หลายคนพอเป็น ก็จะพบว่ามีแผลแตกเป็นริ้ว ๆ และเจ็บจนไม่สามารถรูดเปิดออกมาทำความสะอาดได้และบางครั้งอาจจะมีภาวะเจ็บปวดเวลาปัสสาวะได้ด้วยครับ

แล้วอะไรเป็นสาเหตุของโรคนี้

โรคนี้เกิดได้จากหลายสาเหตุครับ เช่น

1.การดูแลสุขอนามัยที่ไม่ดีร่วมกับการมีหนังหุ้มปลายที่ไม่เปิดหรือแน่นเกินไป

ตามปกติบริเวณใต้หนังหุ้มจะมีการสร้างสารสีขาว ๆ เหมือนเนยเป็นก้อน ๆ ขึ้นมาที่เรียกว่า "ขี้เปียก" หรือ Sm**ma ครับ ซึ่งตามปกติในคนที่หนังหุ้มปลายเปิดและมีการล้างทำความสะอาดได้ดีเราก็จะไม่พบสิ่งนี้ แต่ในคนที่ดูแลไม่ดีหรือไม่สะดวกมันก็จะเกิดการอักเสบติดเชื้อได้ และยิ่งถ้ามีภาวะที่ทำให้หมักหมมสกปรกก็จะยิ่งทำให้เชื้อเพิ่มปริมาณขึ้นมาก และเกิดการอักเสบติดเชื้อตามมาได้ โดยเฉพาะคนเป็นโรคเบาหวานหรือเหงื่อออกเยอะหรือน้ำหนักตัวเยอะ ๆ ครับ

2.โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางชนิดก็สามารถก่อให้เกิดโรคอักเสบได้ เช่น โรคเริมหรือหนองในครับ โดยถ้าเป็นจากโรคพวกนี้ก็มักจะมีอาการแสบท่อปัสสาวะขณะที่ปัสสาวะ หรือมีหนองออกมาจากท่อปัสสาวะร่วมด้วยครับ

3.ภาวะภูมิแพ้และสิ่งระคายเคือง ผิวหนัง

เนื่องจากบริเวณหัวนั้นค่อนข้างบอบบาง และง่ายแก่การกระตุ้นให้แพ้ ดังนั้นเมื่อโดนกับสารเคมีบางอย่าง ก็จะเกิดภาวะการอักเสบขึ้นได้ง่าย เช่น สบู่ที่แรง ๆ, ผงซักฟอกหรือน้ำยาปรับผ้านุ่มจากการซักกางเกงใน, สารฆ่าเชื้ออสุจิหรือสารหล่อลื่นในถุงยางอนามัย, รวมถึงน้ำลายก็อาจจะระคายเคืองต่อหัวของจุดซ่อนเร้นได้ครับ

ซึ่งปกติการวินิจฉัยโรคนี้มักจะค่อนข้างง่ายครับ เพราะเราจะเห็นรอยแดง แผลแตก และอักเสบที่ปลายจู๋อยู่แล้ว ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดการอักเสบนั้น ถ้าสงสัยว่าเป็นโรคที่ได้แถมมาจากการใช้งานอาจจะต้องการตรวจพิเศษบางอย่างเพิ่มเติมเช่น การป้ายหนองไปตรวจหาเชื้อ หรือการตรวจเลือดของผู้ป่วยอีกทีครับ

ส่วนการรักษาและป้องกันโรคนี้นะครับ

1.หลีกเลี่ยงการใช้สบู่ในขณะที่มีการอักเสบ และใช้น้ำอุ่นทำความสะอาดเบา ๆ แล้วซับให้แห้งอย่างนุ่มนวลครับ รวมถึงงดใช้งานก่อนนะครับ ไม่ไหวอย่าฝืน

2.พยายามหมั่นดูแลความสะอาดตรงบริเวณหนังหุ้มให้ดี ถ้ามีมากหรือเปิดยากก็ควรไปขริบออกครับ เพราะโรคนี้พบได้น้อยมากในคนที่ขริบแล้วครับ

3.ถ้าทำความสะอาดดีแล้วหรืองดใช้งานแล้วก็ยังไม่หาย ก็ต้องไปพบแพทย์เพื่อเอายามากิน มาทาเพิ่มเติม รวมถึงถ้าสงสัยว่าได้ของแถมจากคนอื่นมาเช่นเริมหรือหนองในก็ต้องเข้ารับการรักษาอย่างจริงจังทั้งเราและคนที่เราเอาไปใช้ด้วยครับ

4.ในกรณีที่สาเหตุของการอักเสบนั้นสงสัยว่าเกิดการแพ้ ก็อาจใช้ครีมที่มีสเตอรอยด์อ่อน ๆ ทาได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ควรไปให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยยืนยันให้แน่นอนก่อน ไม่ควรหายามาทาเองนะครับ

ก็เป็นสาระเล็ก ๆ ตรงส่วนใหญ่ ๆ ของผู้ชายตามประสาเพจวิชาการของเรานะครับ มีแล้วก็ต้องรู้จักดูแลรักษาให้ดี จับก็ง่าย หายก็รู้ ดูก็งามตาครับ

สุโค่ยยยย จิ๋มกระป๋อง ที่เพิ่มน้ำหนักเพื่อเสริมสร้างกล้ามได้อีกด้วย หนัก 4 กก. เอาเรื่องอยู่นะ 😉
30/08/2020

สุโค่ยยยย จิ๋มกระป๋อง ที่เพิ่มน้ำหนักเพื่อเสริมสร้างกล้ามได้อีกด้วย หนัก 4 กก. เอาเรื่องอยู่นะ 😉

ที่อยู่

Chiang Mai
50200

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Our Choice Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Our Choice Thailand:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram