พิชญ์กัญญาคลินิก

พิชญ์กัญญาคลินิก คลินิกเวชกรรมเฉพาะทางสูติ-นรีเวช

"ภาวะมดลูกแตก" (Uterine Rupture) ในช่วงใกล้คลอด โอกาสเกิดขึ้นจริงนั้น น้อยมาก (ประมาณ 0.1% - 1% ในกลุ่มเสี่ยง) ​🔍 ภาวะมด...
30/01/2026

"ภาวะมดลูกแตก" (Uterine Rupture) ในช่วงใกล้คลอด โอกาสเกิดขึ้นจริงนั้น น้อยมาก (ประมาณ 0.1% - 1% ในกลุ่มเสี่ยง)

​🔍 ภาวะมดลูกแตกคืออะไร?
​คือการฉีกขาดของผนังมดลูก ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นในตำแหน่งของ "แผลเป็นเดิม" จากการผ่าตัดมดลูกครั้งก่อน (เช่น การผ่าคลอดหรือผ่าเนื้องอก) ภาวะนี้มักเกิดขึ้นในช่วงที่มีการหดตัวของมดลูกอย่างรุนแรงขณะเจ็บครรภ์คลอด

​⚠️ สัญญาณเตือนที่ต้องระวัง (Red Flags)
​ความผิดปกติของเสียงหัวใจทารกหรือทารกดิ้นน้อยลง

​อาการปวดท้องฉับพลัน: ปวดรุนแรงแบบที่ไม่ใช่ความปวดจากการหดตัวตามปกติ
​เลือดออกทางช่องคลอด: อาจมีเลือดสดไหลออกมาผิดปกติ
​มดลูกหยุดบีบตัว: อาการปวดท้องคลอดที่เคยเป็นจังหวะหายไปเฉยๆ
​อาการช็อก: มารดามีอาการหน้ามืด ใจสั่น ชีพจรเต้นเร็ว หรือความดันตก

​🤰 ใครบ้างที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง?
- ​เคยผ่าคลอดมาก่อน : โดยเฉพาะผู้ที่พยายาม"คลอดธรรมชาติหลังเคยผ่าคลอด" (VBAC)
- ​เคยผ่าตัดเนื้องอกมดลูก : "ที่มีการเย็บผนังมดลูก"
- ​การกระตุ้นคลอด : การใช้ยาเร่งคลอดในปริมาณที่มากเกินไปหรือมดลูกตอบสนองไวผิดปกติ
- ​มดลูกขยายตัวมากเกินไป: เช่น ครรภ์แฝด หรือทารกตัวใหญ่มาก

*** แนะนำว่าการฝากครรภ์ใกล้ชิดและการให้ประวัติอดีตที่เคยผ่าตัดคลอดมาก่อนหรือผ่าตัดมดลูกเป็นข้อมูลสำคัญระหว่างการฝากครรภ์ค่ะ

แล้วหมั่นตรวจสอบอาการความผิดปกติที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนสุดท้ายก่อนคลอด หากมีอาการผิดปกติควรแจ้งแพทย์หรือรีบไปโรงพยาบาลทันทีค่ะ

รูปภาพจาก วิกิพีเดีย

ตาราง เปิด-ปิด ทำการ เดือนกุมภาพันธ์ 2569 🎉🥳🎉🥳* หยุดเพิ่ม❗️❗️ : เสาร์ 14 กุมภาฯ 2569 *
29/01/2026

ตาราง เปิด-ปิด ทำการ เดือนกุมภาพันธ์ 2569 🎉🥳🎉🥳
* หยุดเพิ่ม❗️❗️ : เสาร์ 14 กุมภาฯ 2569 *

ตาราง เปิด-ปิด ทำการ เดือนมกราคม 2569  🥳🎉🥳🎉
27/12/2025

ตาราง เปิด-ปิด ทำการ เดือนมกราคม 2569 🥳🎉🥳🎉

เวลาที่ดีของการกินยาบำรุงเลือดให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีเวลาดี : 4 ทุ่ม - 6 โมงเช้า #หลีกเลี่ยง : 10 โมงเช้า - บ่าย ...
26/12/2025

เวลาที่ดีของการกินยาบำรุงเลือดให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดี

เวลาดี : 4 ทุ่ม - 6 โมงเช้า

#หลีกเลี่ยง : 10 โมงเช้า - บ่าย 2

•••••••••

เหล็กดูดซึมดี : กินตอนท้องว่าง + กินพร้อมวิตามิน C + ไม่กินพร้อมนม/ชา/กาแฟ + เช้าหรือก่อนนอน + วันเว้นวันก็เป็นวิธีที่ดีหากกินทุกวันไม่ไหว

*แจ้งวันหยุดคลินิกช่วงเทศกาลปีใหม่ ปี 2569 ค่ะ 🥳🎉🥳🎉
23/12/2025

*แจ้งวันหยุดคลินิกช่วงเทศกาลปีใหม่ ปี 2569 ค่ะ 🥳🎉🥳🎉

วันเปิดทำการ และ วันหยุดเดือนธันวาคม 2568 🎉🥳🎉🥳
05/12/2025

วันเปิดทำการ และ วันหยุดเดือนธันวาคม 2568 🎉🥳🎉🥳

🌟 ทำไม “อายุครรภ์ 34 สัปดาห์”ถึงสำคัญมากในสูติกรรม?หลายคนเคยได้ยินว่า“ขอให้ถึง 34 สัปดาห์ก่อนนะ”ประโยคนี้ไม่ใช่เรื่องควา...
29/11/2025

🌟 ทำไม “อายุครรภ์ 34 สัปดาห์”
ถึงสำคัญมากในสูติกรรม?

หลายคนเคยได้ยินว่า
“ขอให้ถึง 34 สัปดาห์ก่อนนะ”
ประโยคนี้ไม่ใช่เรื่องความเชื่อ แต่เป็นข้อมูลทางการแพทย์ที่มีหลักฐานรองรับชัดเจนเลยทีเดียว

••••••••

🍼 34 สัปดาห์ = ช่วงที่ลูกปลอดภัยขึ้นแบบก้าวกระโดด
ช่วง 34–36 สัปดาห์เรียกว่าช่วงก่อนกำหนดช่วงท้าย Late Preterm

ทารกที่อายุครรภ์ครบ 34 สัปดาห์ขึ้นไป มีความเสี่ยงลดลงอย่างมาก ต่อภาวะสุดแสนอันตรายเช่น
• ภาวะปอดยังไม่สมบูรณ์ลดลงมาก
• ลดโอกาสหายใจลำบากรุนแรงที่เรียกชื่อ RDS
• ลดโอกาสเลือดออกในสมอง
• ลดโอกาสลำไส้อักเสบที่ชื่อ NEC
• ลดโอกาสติดเชื้อ
• ลดความเสี่ยงเสียชีวิต

อัตรารอดชีวิตสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรงพยาบาลที่มี ICU ทารกแรกเกิดที่มีหมอเด็กแรกเกิดและทีมพยาบาลซึ่งถูกฝึกอบรมมาอย่างดีและเชี่ยวชาญ

•••••••••

แนวทางรักษาหลายโรคแทรกซ้อนเปลี่ยนเมื่อถึง 34 สัปดาห์

เมื่อทารกแข็งแรงขึ้น แพทย์จะคำนึงถึงความปลอดภัยของแม่มากขึ้น เช่น
• ครรภ์เป็นพิษรุนแรง: ถึง 34 สัปดาห์แล้วหลายครั้งมักแนะนำให้คลอด
• น้ำเดินก่อนกำหนด (PPROM): ≥34 สัปดาห์ควรคลอดเพื่อลดโอกาสติดเชื้อ
• รกเกาะต่ำมีเลือดออก, FGR รุนแรง: หลายเคสตั้งเป้าให้ถึง 34 สัปดาห์ก่อนวางแผนคลอด

••••••

💊 ยาบางอย่างไม่จำเป็นหลัง 34 สัปดาห์
• ยาระงับการหดรัดตัวของมดลูก (tocolytics): โดยทั่วไปอาจหยุดใช้หลัง 34 สัปดาห์กันในบางกรณี
• ยาสเตียรอยด์เร่งปอด: มักเน้นมากในช่วงก่อน 34 สัปดาห์ และใช้เฉพาะบางกรณีหลัง 34 สัปดาห์เพราะประโยชน์ด้านพัฒนาการปอดลดลง และทารกมีความพร้อมมากขึ้น

••••••••

👶 ลูกเริ่มหายใจเองได้ดีขึ้น
หลัง 34 สัปดาห์
• ปอดทำงานดีขึ้น
• เริ่มฝึกดูด–กลืน–หายใจประสานกัน
• ควบคุมอุณหภูมิได้มากขึ้น

หลายคนอาจไม่ต้องอยู่ NICU หรืออยู่ไม่นานเท่าทารกที่อายุน้อยกว่า 34 สัปดาห์

••••••••

🎯 สรุป

❤️ เมื่อถึง 34 สัปดาห์แล้ว…ดีขึ้นหลายอย่างทั้งแม่และลูก
• ความเสี่ยงโรคทารกลดลงชัดเจน
• แนวทางรักษาหลายโรคปลอดภัยขึ้น
• ลดความจำเป็นในการใช้ยากันคลอดและยาสเตียรอยด์
• ลดโอกาสต้องอยู่ NICU นาน

🛎️🛎️🛎️ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ…

🌈 แม้การถึง 34 สัปดาห์จะเป็น “หมุดหมายที่ดีมาก” แต่การตั้งครรภ์ที่ไปได้จนใกล้ครบกำหนด (37–40 สัปดาห์) ย่อมดีที่สุดเสมอ
เพราะช่วงหลัง 34 สัปดาห์ไปจนถึงกำหนด

• สมองยังพัฒนาอย่างรวดเร็ว
• ระบบประสาทและการดูดนมดีขึ้น
• ลดปัญหาตัวเหลืองหลังคลอดอย่างมาก
• ลดโอกาสควบคุมอุณหภูมิไม่ได้ เช่นคลอดออกมาแล้ว sub temp
• ลดการกลับมานอนโรงพยาบาลซ้ำ
• ส่งผลดีต่อพัฒนาการระยะยาวของลูก

และอื่นๆอีกมากมายที่คาดไม่ถึง เช่นการหายใจที่ว่า RDS ดีขึ้น แต่โอกาสการเกิดความผิดปกติการหายใจชนิดอื่นๆยังพบได้สูงอยู่ และอาจลามปามลุกลามมากขึ้นจนอันตรายก็สามารถเห็นได้บ่อยถึงแม้เกิดตอนใกล้ครบกำหนดหรือตอนครบกำหนดแล้วก็มี

✨ สรุปคือ: 34 สัปดาห์ดีมาก—but full term คือที่สุดครับถ้าเราไปต่อได้ แพทย์และทีมพิจารณาแล้วว่าภาวะในมดลูก รก น้ำคร่ำ ดีต่อการเติบโตและพัฒนา ที่แห่งนั้นจะเป็นอู่เพาะบ่มที่ดีที่สุดกว่าตู้อบใดๆ

ประคองไปให้ถึง
พอก้าวถึงให้คำนึงขอไปต่อ
ถ้าอู่และร่างของแม่ยังดีพอ
ลูกยังขออยากนอนต่อในนี้อีกหนึ่งเดือน ❤️

น้ำคร่ำไม่ใช่แต่น้ำที่อยู่รอบตัวลูก แต่มีประโยชน์หลายๆอย่างมันมีความสำคัญอย่างไรในครรภ์?น้ำคร่ำเป็นของเหลวที่ช่วยให้ทารก...
23/11/2025

น้ำคร่ำไม่ใช่แต่น้ำที่อยู่รอบตัวลูก แต่มีประโยชน์หลายๆอย่าง

มันมีความสำคัญอย่างไรในครรภ์?

น้ำคร่ำเป็นของเหลวที่ช่วยให้ทารกเติบโตอย่างปลอดภัยในมดลูก

ช่วยปกป้องจากแรงกระแทก 🛡️

ให้ลูกขยับตัวได้อย่างอิสระ 🤰

ควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ 🌡️

และช่วยพัฒนาปอดกับระบบย่อยอาหาร โดยลูกจะ “หายใจ–กลืน” น้ำคร่ำเพื่อฝึกการทำงานของอวัยวะต่างๆ

พร้อมทั้งมีสารต้านเชื้อโรค ลดโอกาสติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์ 🦠 เป็นเหมือนเกราะป้องกัน แต่กลับกันถ้าน้ำคร่ำติดเชื้อก็เป็นเหมือนแหล่งส่งเชื้อเข้าสู่ทารกเช่นกัน

••••••••

🧪 น้ำคร่ำเปลี่ยนไปอย่างไรในแต่ละไตรมาส?

👶 ไตรมาสแรก (เดือนที่ 1–3)

เริ่มต้นจากน้ำที่มาจากเลือดแม่เป็นหลัก ✨
มีน้ำและแร่ธาตุเป็นส่วนใหญ่ และปริมาณยังไม่มาก

🤰 ไตรมาสที่สอง (เดือนที่ 4–6)

ทารกเริ่มปัสสาวะลงในน้ำคร่ำ 💧

มีสารจากปอดและองค์ประกอบต่างๆ มากขึ้น เช่น กลูโคส ยูเรีย ครีอะตินีน และเซลล์ของทารก
ใช้ตรวจพันธุกรรมได้ในช่วงอายุครรภ์นี้ได้แล้วนั่นเอง เช่นที่คุ้นเคยก็คือการเจาะน้ำคร่ำ

👼 ไตรมาสที่สาม (เดือนที่ 7–9)

น้ำคร่ำส่วนใหญ่เกิดจากปัสสาวะของทารกเช่นเดิม
จะมีสารจากปอด โดยเฉพาะสารลดแรงตึงผิว (surfactant) ที่ช่วยให้ปอดขยายตัว อันนี้สำคัญมากๆ

มีไขเคลือบผิวทารก (vernix) ผสมอยู่มากขึ้นเมื่อใกล้คลอด

••••

📈 ปริมาณน้ำคร่ำโดยเฉลี่ยในแต่ละช่วงอายุครรภ์

• 10 สัปดาห์ → ประมาณ 30 mL
• 14 สัปดาห์ → ประมาณ 100 mL
• 20 สัปดาห์ → ประมาณ 250 mL
• 28 สัปดาห์ → ประมาณ 600 mL
• 34–36 สัปดาห์ → สูงสุดราว 800 mL
• ใกล้คลอด → ลดลงเหลือประมาณ 400–600 mL

✅ ดื่มได้ “แค่ไหน” ถึงจะปลอดภัย? เพื่อให้เข้าใจง่าย เรามาเทียบกับชีวิตจริงกันเลย • ☕ กาแฟสดเอสเพรสโซ่ 1 ช็อต (30 มล.) ≈ ...
18/08/2025

✅ ดื่มได้ “แค่ไหน” ถึงจะปลอดภัย?

เพื่อให้เข้าใจง่าย เรามาเทียบกับชีวิตจริงกันเลย
• ☕ กาแฟสดเอสเพรสโซ่ 1 ช็อต (30 มล.) ≈ 60–80 มก.
• ☕ อเมริกาโน่ (1 แก้ว 250 มล.) ≈ 120–150 มก.
• ☕ กาแฟซองสำเร็จรูป 1 ซอง ≈ 50–70 มก.
• 🍵 ชาเขียว 1 แก้ว (200 มล.) ≈ 30–40 มก.
• 🥤 น้ำอัดลม/ชาเย็นขวดเล็ก ≈ 30–40 มก.

👉 ดังนั้น ถ้าคุณแม่อยากดื่มกาแฟตอนท้อง “วันละ 1 แก้วอเมริกาโน่” หรือ “กาแฟซอง 2 ซอง” ยังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย
แต่ถ้าดื่ม เกิน 2–3 แก้วใหญ่ต่อวัน อาจเสี่ยงต่อการแท้งบุตรหรือน้ำหนักลูกแรกเกิดต่ำได้ (WHO แนะนำลดลงถ้าเกิน 300 มก./วัน)

⚠️ ข้อควรระวัง
• คาเฟอีนไม่ได้มีแค่ในกาแฟ แต่ยังอยู่ใน ชา ช็อกโกแลต น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง
• แต่ละร้านกาแฟอาจชงเข้มไม่เท่ากัน ปริมาณคาเฟอีนจึงแตกต่าง
• ถ้าแม่ท้องมีปัญหาความดัน หัวใจเต้นเร็ว หรือนอนไม่หลับ ควรลดลงอีก

องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้เว้นระยะอย่างน้อย 3 เดือน หลังการแท้งหรือยุติการตั้งครรภ์ก่อนที่จะตั้งครรภ์ใหม่ เพื่อลดคว...
21/07/2025

องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้เว้นระยะอย่างน้อย 3 เดือน หลังการแท้งหรือยุติการตั้งครรภ์ก่อนที่จะตั้งครรภ์ใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงของการคลอดก่อนกำหนด ทารกน้ำหนักน้อย และภาวะซีดในมารดา

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยใหม่ๆพบว่า การตั้งครรภ์ใหม่ภายใน 3 เดือน หลังการแท้งหรือยุติการตั้งครรภ์ ไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนแต่อย่างใดในผู้หญิงสุขภาพดี

••••••••

🔹 แนวทางปฏิบัติ

โดยทั่วไป หากไม่มีภาวะแทรกซ้อนทางร่างกายหรือจิตใจ ผู้หญิงสามารถเริ่มพยายามตั้งครรภ์ใหม่ได้ หลังผ่านไปประมาณ 3 เดือน

แต่หากมีภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อ ความผิดปกติของมดลูก หรือมีความเครียดทางจิตใจ ควรปรึกษาแพทย์ และอาจพิจารณาเว้นระยะนานขึ้น ถึง 6 เดือน และปรึกษาแพทย์ก่อนอีกครั้งเพื่อประเมินความพร้อมค่ะ

หลายคนอาจเคยสงสัย… แม่ๆ บอกว่าท้อง 3 เดือน แต่หมอกลับบอกว่าอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ แบบนี้นับยังไงกันแน่?📌 เหตุผลหลักคือ… “ค...
20/07/2025

หลายคนอาจเคยสงสัย… แม่ๆ บอกว่าท้อง 3 เดือน แต่หมอกลับบอกว่าอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ แบบนี้นับยังไงกันแน่?

📌 เหตุผลหลักคือ… “ความแม่นยำ”
เดือนนึงมี 28, 30 หรือ 31 วันก็ได้ ➡️ ไม่แน่นอน
แต่ “สัปดาห์” มี 7 วันเสมอ ➡️ เป๊ะ! ✔️

⏱ แพทย์จึงนับอายุครรภ์จาก
🩸 วันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย (LMP)
แล้วเริ่มนับไปทีละ “สัปดาห์”
การตั้งครรภ์ทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 40 สัปดาห์

💡 ลองคิดง่ายๆ
“ท้องได้ 3 เดือน” บางคนอาจหมายถึง 9 สัปดาห์ บางคนอาจถึง 13 สัปดาห์ก็ได้
แต่ถ้าบอกว่า “12 สัปดาห์” ➡️ เข้าใจตรงกันเป๊ะ!

📍 ทำไมต้องเป๊ะขนาดนั้น?
เพราะช่วงเวลาแต่ละ “สัปดาห์” มีผลสำคัญมากๆต่อการคิดเรื่อง
🔹 การพัฒนาของลูกในท้อง
🔹 การนัดตรวจครรภ์
🔹 การฉีดวัคซีน
🔹 การวางแผนคลอด
🔹 การตรวจความเสี่ยงต่างๆ เช่น ดาวน์ซินโดรม และอื่นๆอีกหลายๆอย่างค่ะ

อย่าเข้าใจผิดว่าการมีลูกเป็นดาวน์ซินโดรมนั้นเกิดเฉพาะในคุณแม่ที่มีอายุมาก แต่ความจริงแล้ว หญิงตั้งครรภ์ทุกคนล้วนมีความเส...
10/07/2025

อย่าเข้าใจผิดว่าการมีลูกเป็นดาวน์ซินโดรมนั้นเกิดเฉพาะในคุณแม่ที่มีอายุมาก แต่ความจริงแล้ว หญิงตั้งครรภ์ทุกคนล้วนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม เพราะสาเหตุของดาวน์ซินโดรมเกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้ด้วยการกินยา การดูแลสุขภาพ หรือการปฏิบัติตัวอย่างไร

ดาวน์ซินโดรมคืออะไร?

ดาวน์ซินโดรม (Down syndrome) เป็นภาวะที่เด็กมีโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 แท่ง ทำให้มีโครโมโซมรวมเป็น 47 แทนที่จะเป็น 46 ส่งผลต่อพัฒนาการทั้งทางร่างกาย สติปัญญา และการเรียนรู้ของเด็ก ซึ่งเกิดขึ้นโดยไม่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของแม่ หรือพ่อขณะตั้งครรภ์

ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามอายุ

แม้ทุกคนจะมีความเสี่ยง แต่ความเสี่ยงของการมีลูกเป็นดาวน์ซินโดรมจะ เพิ่มขึ้นตามอายุของแม่อย่างชัดเจน เช่น หญิงที่ตั้งครรภ์ในช่วงอายุ 20–30 ปี มีโอกาสน้อยกว่าเมื่อเทียบกับหญิงที่ตั้งครรภ์ในวัย 35 ปีขึ้นไป ซึ่งความเสี่ยงจะสูงขึ้นมากในช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป

ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่ควรรู้

นอกจากอายุแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่เพิ่มความเสี่ยงในการมีลูกเป็นดาวน์ซินโดรม เช่น
• เคยมีลูกที่เป็นดาวน์ซินโดรมมาก่อน
• มีประวัติคนในครอบครัวเป็นดาวน์ซินโดรม
• เป็นพาหะของความผิดปกติทางพันธุกรรมบางชนิด (เช่น translocation)
• อายุของพ่อที่มากขึ้น แม้จะมีผลน้อยกว่าฝ่ายแม่แต่ก็อาจมีส่วน
• การตั้งครรภ์จากการรักษาภาวะมีบุตรยากในบางกรณี

ป้องกันไม่ได้ 100% แต่สามารถตรวจคัดกรองได้

เพราะดาวน์ซินโดรมเกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม จึง ไม่สามารถป้องกันได้ด้วยการกินยา อาหารเสริม หรือการใช้ชีวิต อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสามารถตรวจคัดกรองได้ตั้งแต่ช่วงต้นของการตั้งครรภ์ เช่น การตรวจเลือดของแม่ร่วมกับอัลตราซาวนด์ หรือการตรวจทางพันธุกรรมแบบไม่รุกล้ำ (NIPT)

หากผลคัดกรองพบว่าความเสี่ยงสูง ก็สามารถตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมได้ เพื่อให้ครอบครัวสามารถตัดสินใจและเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสม



สรุป
• หญิงตั้งครรภ์ทุกคนมีความเสี่ยงที่จะมีลูกเป็นดาวน์ซินโดรม แม้อายุยังน้อย
• ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น โดยเฉพาะหลังอายุ 35 ปี
• ไม่มีวิธีป้องกัน 100% เพราะเป็นเรื่องของพันธุกรรม
• ควรรับการตรวจคัดกรองตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อวางแผนการดูแลและตัดสินใจอย่างรอบคอบ

รู้ก่อน วางแผนก่อน คือกุญแจสำคัญในการรับมือกับภาวะดาวน์ซินโดรมอย่างมีสติและเข้าใจ

หากคุณหรือคนในครอบครัวกำลังตั้งครรภ์ อย่าลังเลที่จะปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทางพันธุกรรม เพื่อขอคำแนะนำที่เหมาะสมกับคุณที่สุดค่ะ

ที่อยู่

67/4 หมู่ 2 ต. ดอยแก้ว อ. จอมทอง
Chom Thong
50160

เวลาทำการ

จันทร์ 17:00 - 20:00
อังคาร 17:00 - 20:00
พุธ 17:00 - 20:00
ศุกร์ 17:00 - 20:00
เสาร์ 09:00 - 12:00

เบอร์โทรศัพท์

+66834726944

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ พิชญ์กัญญาคลินิกผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์