19/09/2023
Folate หรือ Folic acid คืออะไร สำคัญอย่างไรกับว่าที่คุณแม่
เร่เข้ามาค่าาาาาาาา
กรดโฟลิค หรือโฟเลต เป็นชื่อที่น่าจะคุ้นเคยสำหรับว่าที่คุณแม่หลายๆคน แต่มีกี่คนที่รู้จริงๆว่า โฟลิคคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร แล้วต้องกินยังไง
======================================
#โฟเลตคืออะไร
โฟเลต คือ วิตามินชนิดหนึ่ง อยู่ในกลุ่มที่คุ้นเคย แต่เรามักรู้จักแต่ญาติๆของมัน มันคือ vitamin B9 เป็นสารอาหารที่สามารถพบได้ตามธรรมชาติ มีความสำคัญในการสังเคราะ DNA และ RNA ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์
======================================
#โฟเลตจำเป็นกับใครบ้าง
คำตอบคือ จำเป็นกับทุกคน แต่ความจำเป็น และความต้องการของแต่ละคนมากน้อยแตกต่างกันไป ในหญิงวัยเจริญพันธุ์ที่เตรียมตัวตั้งครรภ์ หญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตรมีความต้องการมากกว่ากลุ่มประชากรทั่วไป
======================================
#ถ้าอยากกินโฟเลตตามธรรมชาติ หาได้จากที่ไหน
อาหารธรรมชาติ ที่มีโฟเลตสูง เช่น ตับ ผักสดใบเขียว ยีสต์ ถั่วเมล็ดแห้ง ถั่วลิสง ส้ม มะนาว มะเขือเทศ อะโวคาโด เมล็ดทานตะวัน ธัญพืชไม่ขัดสี เป็นต้น
ในบางประเทศ มีการเติมโฟเลตเข้าไปในอาหารกลุ่มแป้ง เช่น ขนมปัง อาหารเส้นกลุ่มพาสต้าต่างๆ ฝรั่งมังค่าเค้าเรียกว่า fortified grains แต่ในประเทศไทยยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนส่วนนี้ ( บ้านเราก็มีทำคล้ายๆแบบนี้กับ Iodine นะคะ ใส่ในเกลือ น้ำปลา สารปรุงรสต่างๆค่ะ )
อาหารตามธรรมชาติ มีโฟเลตอยู่ทั่วไป แต่สุดท้ายแล้ว ก็อาจยังไม่เพียงพอ จึงยังจำเป็นต้องทานเสริมในประชากรบางกลุ่มนะคะ
======================================
#กินโฟเลตแล้วได้อะไร
>> หญิงวัยเจริญพันธุ์ที่เตรียมตัวตั้งครรภ์ และตั้งครรภ์ในช่วง ไตรมาสแรก
หลักๆคือ ช่วยลด ความผิดปกติของระบบประสาทไขสันหลัง (NTD, Neural tube defect) มีตัวอย่างในรูปด้านล่างนะคะ
มีงานวิจัยบอกว่า ในหญิงที่ไม่เคยมีบุตรที่มี NTD มาก่อน การกินโฟเลตสามารถลดโอกาสเกิด NTD ได้ถึง 93% และในหญิงที่เคยมีบุตรเป็น NTD มาก่อน สามารถลดโอกาสการเกิดซ้ำถึง 66%
นอกจากนี้ โฟเลตอาจจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิด ปากแหว่งเพดานโหว่ (cleft lip/palate) โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ( Congenital cardiac anomaly) ภาวะแขนขาเจริญไม่สมบูรณ์ (Limb reduction defect) ความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ (Urinary tract anomaly) ภาวะสมองคั่งน้ำแต่กำเนิด (Congenital hydrocephalus)
>> หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร
ลดภาวะซีด หรือภาวะเลือดจาง มักให้ทานร่วมกับธาตุเหล็ก
=======================================
#ต้องเริ่มกินตั้งแต่เมื่อไหร่
แนะนำให้เริ่มกินอย่างน้อย 1-3 เดือนก่อนตั้งครรภ์ เอาจริงๆคือ ถ้าอยากท้อง กินไปเลยค่ะ เพราะเรามักไม่ค่อยรู้ตัวว่าเมื่อไหร่น้องจะมา เพื่อลดภาวะขาดโฟเลต และสะสมระดับโฟเลตในร่างกายให้เพียงพอ ก่อนการตั้งครรภ์
การพัฒนาของระบบประสาทไขสันหลัง จะมีการปิดของเยื่อบุและผิวหนังส่วนนั้นสมบูรณ์ภายในช่วง 26-28 วันหลังการปฏิสนธิ คร่าวๆคือ ประมาณอายุครรภ์ 6 สัปดาห์ ซึ่ง น้อยคนที่จะรู้ตัวว่าตั้งครรภ์ก่อนช่วงนี้ ถึงตอนที่รู้ตัว ก็อาจสายไปแล้วค่ะ
======================================
#ต้องกินโฟเลตเท่าไหร่กันนะ กินเท่ากับเพื่อนที่ทำงานได้ไม๊ หรือกินตามโฆษณาได้รึเปล่า
แต่ละคนกินขนาดโฟเลตไม่เท่ากันนะ เราต้องรู้ตัวก่อนว่า เราเป็นกลุ่มความเสี่ยงต่ำ หรือความเสี่ยงสูง ถ้าเราเสี่ยงสูง แต่อยากกินยี่ห้อยอดนิยม แต่ dose ไม่พอก็ไม่มีประโยชน์นะจ๊ะ
- กลุ่มเสี่ยงต่ำ : 0.4 mg หรือ 400 mcg ก็เพียงพอ
- กลุ่มเสี่ยงปานกลาง : 1 mg ต่อวัน
- กลุ่มเสี่ยงสูง : 4 mg ต่อวัน
และหลังจากไตรมาสแรก ขนาด 0.4 mg เพียงพอสำหรับทุกคนค่ะ
======================================
#เราเสี่ยงต่อNTDระดับไหน
>>> กลุ่มเสี่ยงสูง
- หญิงตั้งครรภ์ที่เคยมีบุตรเป็น NTD มาก่อน
- หญิงตั้งครรภ์ หรือ คู่สมรส ที่มีภาวะ NTD
- หญิงตั้งครรภ์ หรือ คู่สมรส ที่มีญาติลำดับ 1 (บิดา มารดา พี่ น้อง ลูก) มีภาวะ NTD
>>> กลุ่มเสี่ยงปานกลาง
- หญิงตั้งครรภ์ หรือคนในครอบครัว มีภาวะพิการเหล่านี้ ปากแหว่งเพดานโหว่ (cleft lip/palate) โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ( Congenital cardiac anomaly) ภาวะแขนขาเจริญไม่สมบูรณ์ (Limb reduction defect) ความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ (Urinary tract anomaly) ภาวะสมองคั่งน้ำแต่กำเนิด (Congenital hydrocephalus)
- มีญาติลำดับ 2 เป็น NTD ( พี่หรือน้องคนละพ่อหรือแม่, ปู่, ย่า, ตา, ยาย, ลุง, ป้า, น้า, อา, หลาน)
- เบาหวานตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์
- มีความผิดปกติของการดูดซึมอาหาร (gastrointestinal malabsorption) หรือใช้ยาบางตัวที่ลดการดูดซึม หรือการทำงานของโฟเลต
- กินยากันชักบางประเภท
>>> กลุ่มเสี่ยงต่ำ คือกลุ่มที่ไม่มีภาวะข้างต้น
=====================================
#หาโฟเลตได้จากแหล่งไหน
ยาโฟเลตเม็ดเดียว จะมีทั่วไปโรงพยาบาล หรือ ตามร้านขายยา หรือเวชภัณฑ์ทั่วไป
ในโรงพยาบาล มักจะมีขนาดเดียว คือเม็ดละ 5 mg
ส่วนตามร้านขายยา ถ้ามียานำเข้า มักมีหลายขนาด ที่เห็นบ่อยคือ 0.4 mg ส่วน 1 mg อาจจะหายากซักหน่อย
ส่วนโฟเลตที่อยู่ในวิตามินรวม มักจะมี 0.4 mg แต่ต้องดูฉลากให้ดีนะคะ บางยี่ห้อก็มีไม่ถึง
ถ้าอยากได้โฟเลตมากกว่า 0.4 mg แนะนำให้ทานเป็นแบบเม็ดเดี่ยว ไม่แนะนำให้ทานวิตามินรวมหลายเม็ด จะทำให้สารอาหารบางอย่างเกิน อาจเป็นอันตรายได้นะ
======================================
#ถ้าทานเกินจะเป็นอันตรายไม๊
โฟเลตเป็นวิตามินชนิดละลายน้ำ ถ้าทานเกินก็ขับออกทางปัสสาวะ
ยังไม่มีรายงานที่ชัดเจนว่า ถ้าทานเกินความต้องการ เช่น เป็นกลุ่มเสี่ยงต่ำ แล้วทานเม็ด 5 mg จะมีอันตราย หรือผลระยะยาวแบบไหน ซื่งปัจจุบัน ในโรงพยาบาลส่วนใหญ่ก็จ่ายแบบเดียว ( เพราะมักมีให้สั่งขนาดเดียว) คิดว่าไม่ต้องกังวลในประเด็นนี้
======================================
หมายเหตุ
1 ความรู้ข้างบน รวบรวมจากหลาย guideline ซื่งแต่ละที่ ความเห็นบางอย่างอาจไม่ตรงกัน ถ้าไปอ่านจากที่ใดที่หนึ่ง อาจมีรายละเอียดบางอย่างไม่ตรงกัน ไม่ผิดนะคะ
2 ถ้าไม่มั่นใจว่าเลือกแบบไหนดี การเข้าไปปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อเตรียมตัวตั้งครรภ์เป็นเรื่องดีค่ะ เพราะไม่ใช่แค่ NTD หรือการกินโฟเลต มันมีอีกหลายประเด็นที่หากรู้ก่อนตั้งครรภ์ จะสามารถจัดการได้ดีกว่าค่ะ
3 อยากเขียนสั้นๆ แต่ไม่เคยสั้นได้ซักที รอบหน้าเอาใหม่นะ