Happy Healthy Mom to be กับหมอเอื้อย

Happy Healthy Mom to be กับหมอเอื้อย สูตินรีแพทย์ เชี่ยวชาญ เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรถ์ (Maternal fetal medicine specialist; MFM)

27/02/2024

คนท้องอยากสวย กับการเข้าคลินิกความงาม #หมอเอื้อย #หมอกนกกานท์ #เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ #สูตินรีแพทย์ #ชลบุรี #คนท้องกับความสวยความงาม #เกร็ดความรู้คนท้อง

01/02/2024

การวินิฉัยเบาหวานขณะตั้งครรภ์ #เบาหวาน #เบาหวานขณะตั้งครรภ์
#วินิจฉัยเบาหวานขณะตั้งครรภ์ #หมอเอื้อย #หมอกนกกานท์ #เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์

ช่วยน้องประชาสัมพันธ์ค่าาาาบริการที่ยังหายากในปัจจุบันเปิดบริการแล้ว ณ ชลบุรีค่าติดตามสอบถามในเพจได้เลย
24/10/2023

ช่วยน้องประชาสัมพันธ์ค่าาาา
บริการที่ยังหายากในปัจจุบัน
เปิดบริการแล้ว ณ ชลบุรีค่า
ติดตามสอบถามในเพจได้เลย

12/10/2023

การคำนวณอายุครรภ์ ทำกันยังไง ทำไมสิ่งที่เราเข้าใจ ไม่เท่ากับที่หมอคำนวณ
วันกำหนดคลอดคืออะไร
และ คลอดครบกำหนดเป็นยังไง
ดูกันจ้าาาา👇🏻👇🏻👇🏻👇🏻

03/10/2023

10 ความเสี่ยงต้องรู้ ก่อนตัดสินใจมีลูกแฝด
ก่อนจะได้ลูกแฝดน่ารักๆซักคู่ ไม่ง่ายเลยนะคะ
มาฟังกันค่ะ

ฝากด like กด share เป็นกำลังใจมือใหม่หัดทำคลิปหน่อยน้าาาา

26/09/2023

เด็กแฝดน่าร้ากกกก
ดาราเค้าฮิตกัน
แต่กว่าจะได้มา มันเสี่ยงแบบเสี๊ยงงงงงง เสี่ยงแบบตะโกน
มันคุ้มแน่หรือแม่จ๋า

Folate หรือ Folic acid คืออะไร สำคัญอย่างไรกับว่าที่คุณแม่เร่เข้ามาค่าาาาาาาากรดโฟลิค หรือโฟเลต เป็นชื่อที่น่าจะคุ้นเคยส...
19/09/2023

Folate หรือ Folic acid คืออะไร สำคัญอย่างไรกับว่าที่คุณแม่

เร่เข้ามาค่าาาาาาาา

กรดโฟลิค หรือโฟเลต เป็นชื่อที่น่าจะคุ้นเคยสำหรับว่าที่คุณแม่หลายๆคน แต่มีกี่คนที่รู้จริงๆว่า โฟลิคคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร แล้วต้องกินยังไง

======================================
#โฟเลตคืออะไร

โฟเลต คือ วิตามินชนิดหนึ่ง อยู่ในกลุ่มที่คุ้นเคย แต่เรามักรู้จักแต่ญาติๆของมัน มันคือ vitamin B9 เป็นสารอาหารที่สามารถพบได้ตามธรรมชาติ มีความสำคัญในการสังเคราะ DNA และ RNA ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์

======================================
#โฟเลตจำเป็นกับใครบ้าง

คำตอบคือ จำเป็นกับทุกคน แต่ความจำเป็น และความต้องการของแต่ละคนมากน้อยแตกต่างกันไป ในหญิงวัยเจริญพันธุ์ที่เตรียมตัวตั้งครรภ์ หญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตรมีความต้องการมากกว่ากลุ่มประชากรทั่วไป

======================================
#ถ้าอยากกินโฟเลตตามธรรมชาติ หาได้จากที่ไหน

อาหารธรรมชาติ ที่มีโฟเลตสูง เช่น ตับ ผักสดใบเขียว ยีสต์ ถั่วเมล็ดแห้ง ถั่วลิสง ส้ม มะนาว มะเขือเทศ อะโวคาโด เมล็ดทานตะวัน ธัญพืชไม่ขัดสี เป็นต้น
ในบางประเทศ มีการเติมโฟเลตเข้าไปในอาหารกลุ่มแป้ง เช่น ขนมปัง อาหารเส้นกลุ่มพาสต้าต่างๆ ฝรั่งมังค่าเค้าเรียกว่า fortified grains แต่ในประเทศไทยยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนส่วนนี้ ( บ้านเราก็มีทำคล้ายๆแบบนี้กับ Iodine นะคะ ใส่ในเกลือ น้ำปลา สารปรุงรสต่างๆค่ะ )
อาหารตามธรรมชาติ มีโฟเลตอยู่ทั่วไป แต่สุดท้ายแล้ว ก็อาจยังไม่เพียงพอ จึงยังจำเป็นต้องทานเสริมในประชากรบางกลุ่มนะคะ

======================================
#กินโฟเลตแล้วได้อะไร

>> หญิงวัยเจริญพันธุ์ที่เตรียมตัวตั้งครรภ์ และตั้งครรภ์ในช่วง ไตรมาสแรก
หลักๆคือ ช่วยลด ความผิดปกติของระบบประสาทไขสันหลัง (NTD, Neural tube defect) มีตัวอย่างในรูปด้านล่างนะคะ
มีงานวิจัยบอกว่า ในหญิงที่ไม่เคยมีบุตรที่มี NTD มาก่อน การกินโฟเลตสามารถลดโอกาสเกิด NTD ได้ถึง 93% และในหญิงที่เคยมีบุตรเป็น NTD มาก่อน สามารถลดโอกาสการเกิดซ้ำถึง 66%

นอกจากนี้ โฟเลตอาจจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิด ปากแหว่งเพดานโหว่ (cleft lip/palate) โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ( Congenital cardiac anomaly) ภาวะแขนขาเจริญไม่สมบูรณ์ (Limb reduction defect) ความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ (Urinary tract anomaly) ภาวะสมองคั่งน้ำแต่กำเนิด (Congenital hydrocephalus)

>> หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร
ลดภาวะซีด หรือภาวะเลือดจาง มักให้ทานร่วมกับธาตุเหล็ก

=======================================
#ต้องเริ่มกินตั้งแต่เมื่อไหร่

แนะนำให้เริ่มกินอย่างน้อย 1-3 เดือนก่อนตั้งครรภ์ เอาจริงๆคือ ถ้าอยากท้อง กินไปเลยค่ะ เพราะเรามักไม่ค่อยรู้ตัวว่าเมื่อไหร่น้องจะมา เพื่อลดภาวะขาดโฟเลต และสะสมระดับโฟเลตในร่างกายให้เพียงพอ ก่อนการตั้งครรภ์
การพัฒนาของระบบประสาทไขสันหลัง จะมีการปิดของเยื่อบุและผิวหนังส่วนนั้นสมบูรณ์ภายในช่วง 26-28 วันหลังการปฏิสนธิ คร่าวๆคือ ประมาณอายุครรภ์ 6 สัปดาห์ ซึ่ง น้อยคนที่จะรู้ตัวว่าตั้งครรภ์ก่อนช่วงนี้ ถึงตอนที่รู้ตัว ก็อาจสายไปแล้วค่ะ

======================================
#ต้องกินโฟเลตเท่าไหร่กันนะ กินเท่ากับเพื่อนที่ทำงานได้ไม๊ หรือกินตามโฆษณาได้รึเปล่า

แต่ละคนกินขนาดโฟเลตไม่เท่ากันนะ เราต้องรู้ตัวก่อนว่า เราเป็นกลุ่มความเสี่ยงต่ำ หรือความเสี่ยงสูง ถ้าเราเสี่ยงสูง แต่อยากกินยี่ห้อยอดนิยม แต่ dose ไม่พอก็ไม่มีประโยชน์นะจ๊ะ

- กลุ่มเสี่ยงต่ำ : 0.4 mg หรือ 400 mcg ก็เพียงพอ

- กลุ่มเสี่ยงปานกลาง : 1 mg ต่อวัน

- กลุ่มเสี่ยงสูง : 4 mg ต่อวัน

และหลังจากไตรมาสแรก ขนาด 0.4 mg เพียงพอสำหรับทุกคนค่ะ

======================================
#เราเสี่ยงต่อNTDระดับไหน

>>> กลุ่มเสี่ยงสูง
- หญิงตั้งครรภ์ที่เคยมีบุตรเป็น NTD มาก่อน
- หญิงตั้งครรภ์ หรือ คู่สมรส ที่มีภาวะ NTD
- หญิงตั้งครรภ์ หรือ คู่สมรส ที่มีญาติลำดับ 1 (บิดา มารดา พี่ น้อง ลูก) มีภาวะ NTD

>>> กลุ่มเสี่ยงปานกลาง
- หญิงตั้งครรภ์ หรือคนในครอบครัว มีภาวะพิการเหล่านี้ ปากแหว่งเพดานโหว่ (cleft lip/palate) โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ( Congenital cardiac anomaly) ภาวะแขนขาเจริญไม่สมบูรณ์ (Limb reduction defect) ความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ (Urinary tract anomaly) ภาวะสมองคั่งน้ำแต่กำเนิด (Congenital hydrocephalus)
- มีญาติลำดับ 2 เป็น NTD ( พี่หรือน้องคนละพ่อหรือแม่, ปู่, ย่า, ตา, ยาย, ลุง, ป้า, น้า, อา, หลาน)
- เบาหวานตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์
- มีความผิดปกติของการดูดซึมอาหาร (gastrointestinal malabsorption) หรือใช้ยาบางตัวที่ลดการดูดซึม หรือการทำงานของโฟเลต
- กินยากันชักบางประเภท

>>> กลุ่มเสี่ยงต่ำ คือกลุ่มที่ไม่มีภาวะข้างต้น

=====================================
#หาโฟเลตได้จากแหล่งไหน

ยาโฟเลตเม็ดเดียว จะมีทั่วไปโรงพยาบาล หรือ ตามร้านขายยา หรือเวชภัณฑ์ทั่วไป
ในโรงพยาบาล มักจะมีขนาดเดียว คือเม็ดละ 5 mg
ส่วนตามร้านขายยา ถ้ามียานำเข้า มักมีหลายขนาด ที่เห็นบ่อยคือ 0.4 mg ส่วน 1 mg อาจจะหายากซักหน่อย
ส่วนโฟเลตที่อยู่ในวิตามินรวม มักจะมี 0.4 mg แต่ต้องดูฉลากให้ดีนะคะ บางยี่ห้อก็มีไม่ถึง
ถ้าอยากได้โฟเลตมากกว่า 0.4 mg แนะนำให้ทานเป็นแบบเม็ดเดี่ยว ไม่แนะนำให้ทานวิตามินรวมหลายเม็ด จะทำให้สารอาหารบางอย่างเกิน อาจเป็นอันตรายได้นะ

======================================
#ถ้าทานเกินจะเป็นอันตรายไม๊

โฟเลตเป็นวิตามินชนิดละลายน้ำ ถ้าทานเกินก็ขับออกทางปัสสาวะ
ยังไม่มีรายงานที่ชัดเจนว่า ถ้าทานเกินความต้องการ เช่น เป็นกลุ่มเสี่ยงต่ำ แล้วทานเม็ด 5 mg จะมีอันตราย หรือผลระยะยาวแบบไหน ซื่งปัจจุบัน ในโรงพยาบาลส่วนใหญ่ก็จ่ายแบบเดียว ( เพราะมักมีให้สั่งขนาดเดียว) คิดว่าไม่ต้องกังวลในประเด็นนี้

======================================
หมายเหตุ

1 ความรู้ข้างบน รวบรวมจากหลาย guideline ซื่งแต่ละที่ ความเห็นบางอย่างอาจไม่ตรงกัน ถ้าไปอ่านจากที่ใดที่หนึ่ง อาจมีรายละเอียดบางอย่างไม่ตรงกัน ไม่ผิดนะคะ

2 ถ้าไม่มั่นใจว่าเลือกแบบไหนดี การเข้าไปปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อเตรียมตัวตั้งครรภ์เป็นเรื่องดีค่ะ เพราะไม่ใช่แค่ NTD หรือการกินโฟเลต มันมีอีกหลายประเด็นที่หากรู้ก่อนตั้งครรภ์ จะสามารถจัดการได้ดีกว่าค่ะ

3 อยากเขียนสั้นๆ แต่ไม่เคยสั้นได้ซักที รอบหน้าเอาใหม่นะ

เวชศาสตร์มารดาและทารก หรือ Maternal fetal medicine (MFM) หรือบางที่ใช้คำว่า แพทย์ปริกำเนิด ( อ่านว่า ปะ- ริ- กำ-เหนิด) ค...
28/08/2023

เวชศาสตร์มารดาและทารก หรือ Maternal fetal medicine (MFM) หรือบางที่ใช้คำว่า แพทย์ปริกำเนิด ( อ่านว่า ปะ- ริ- กำ-เหนิด) คืออะไร
มาดูคำตอบกันค่ะ

ต่อไปจะย่อว่า MFM นะคะ

1 MFM คือใคร
แพทย์สาขาเวชศาสตร์มารดาและทารก ต้องจบแพทยศาสตร์บัณฑิต 6 ปี เรียนต่อสูตินรีเวชทั่วไป 3 ปี และเรียนต่อเฉพาะทางเวชศาสตร์มารดาและทารกอีก 2 ปี ใช้เวลาเรียนทั้งหมด 11 ปีถ้วน (บางคนจบมา อีกไม่กี่ปีก็ประจำเดือนหมดแล้ว ^-^")


2 MFM ทำอะไร
- ดูแลให้คำปรึกษาตั้งแต่เตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์ โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว โรคแบบนี้ตั้งครรภ์ได้ไม๊ หรือพร้อมจะตั้งครรภ์หรือยัง ก่อนตั้งครรภ์ต้องทำอะไรบ้าง
- ดูระหว่างฝากครรภ์ ช่วงเวลาคลอด และหลังคลอด
- คัดกรองสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะครรภ์ที่ผิดปกติ เช่น ทารกเสียชีวิตในครรภ์ แท้งซ้ำซาก เป็นต้น
- ดูแลและรับฝากครรภ์ในคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น คุณแม่มีโรคประจำตัว ครรภ์แฝด ทารกมีความผิดปกติ ป็นต้น
- รับให้คำปรึกษาเมื่อสงสัยหรือตรวจพบว่าทารกในครรภ์มีภาวะผิดปกติ
- ตรวจอัลตราซาวน์คัดกรองความพิการของทารกในครรภ์ ในไตรมาสที่ 1 และไตรมาสที่ 2
- อัลตราซาวน์ 4 มิติ หรือ 4D
- ตรวจคัดกรองและวินิจฉัยความผิดปกติของทารกในครรภ์ เช่นกลุ่มธาลัสซีเมีย ทารกกลุ่มดาวน์ซินโดรม
- ทำหัตถการเพื่อตรวจความผิดปกติทารกในครรภ์มารดา เช่น การเจาะน้ำคร่ำ การเจาะชิ้นเนื้อรก การเจาะเลือดสายสะดือทารก
- รักษาทารกในครรภ์ (หัตถการส่วนใหญ่มักต้องทำในโรงเรียนแพทย์)
- ยุติการตั้งครรภ์ตามข้อบ่งชี้การแพทย์

ว่าที่คุณแม่ท่านไหนที่ไม่ได้ฝากครรภ์กับ MFM ไม่ต้องกังวลนะคะ ว่าที่คุณแม่สามารถมารับคำปรึกษาหรือตรวจเป็นครั้งๆ ตามความจำเป็นที่เจ้าของไข้พิจารณาค่ะ เช่น ตรวจความสมบูรณ์หรือคัดกรองความพิการของทารกในครรภ์เป็นต้นค่ะ

3 MFM ต่างจากสาขาอื่นอย่างไร
- สาขามะเร็งนรีเวช ( Gynecologic oncologist) : รักษา ตรวจคัดกรอง ปละป้องกันมะเร็งในระบบสืบพันธุ์สตรี ดูแลก้อนเนื้อต่างๆ เชี่ยวชาญผ่าตัดเคสยากๆ เคสไหนยาก เคสไหนเสี่ยงมะเร็ง เราส่งหาคนนี้ค่ะ
- สาขาเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ( Reproductive medicine) เป็นที่รู้จักกันในวงกว้างว่าเป็นหมอดูแลผู้มีบุตรยาก แต่จริงคุณเค้าดูแลฮอร์โมนเพศในสตรี ตั้งแต่เด็ก วัยเจริญพันธุ์ และวัยทอง เชี่ยวชาญเรื่องประจำเดือน เรื่องไม่มีประจำเดือน ปวดประจำเดือน
- สาขาการผ่าตัดส่องกล้องระบบสืบพันธุ์สตรี คุณคนนี้ก็ตามชื่อเค้าเลยค่ะ แผลเล็กเจ็บน้อย มาหาคุณคนนี้
- สาขาเวชศาสตร์เชิงกรานสตรีและศัลยกรรมซ่อมเสริม คุณคนนี้เค้าดูแลผู้ป่วยสตรีที่มีปัญหาจากความผิดปกติของพื้นอุ้งเชิงกราน เช่น ปัสสาวะเล็ด กลุ่มอาการกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน อวัยวะในอุ้งเชิงกรานยื่นย้อย (มดลูกหรือช่องคลอดหย่อน) เป็นต้น

โพสต์แรกก็ยาวเลย
รอบหน้าจะพยายามให้สั้นลงนะคะ


ปล รูปไม่เกี่ยวกับเนื้อหา อยากอวดรูปที่ถ่ายเฉยๆ

เพจนี้เป็นเพจให้ความรู้สำหรับ ครอบครัวที่เตรียมการตั้งครรภ์ คุณแม่ตั้งครรภ์ และคุณแม่หลังคลอด      คุยเรื่องเข้าใจยาก ให...
27/08/2023

เพจนี้เป็นเพจให้ความรู้สำหรับ ครอบครัวที่เตรียมการตั้งครรภ์ คุณแม่ตั้งครรภ์ และคุณแม่หลังคลอด
คุยเรื่องเข้าใจยาก ให้เข้าใจง่าย คุยเรื่องน่าเบื่อให้สนุกขึ้น
อยากให้ว่าที่คุณแม่ มีสุขภาพดีทั้งกายและใจ แบบเข้าถึงง่ายค่ะ

ที่อยู่

Chon Buri

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Happy Healthy Mom to be กับหมอเอื้อยผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท