Alertide อเลอไทด์ By เปรมระพี

Alertide  อเลอไทด์ By เปรมระพี Alertide(อเลอไทด์) ชะลอความเสื่อมของสมอง

Alertide (อเลอไทด์) ผลิตภัณฑ์ บำรุงสมองและระบบประสาท ช่วยฟื้นฟูในด้านความจำ ทำให้สามารถจดจำได้ดี ผู้ที่มีปัญหาสมาธิสั้น จำยาก ลืมง่าย หรือการทำงานที่ต้องใช้สมองเยอะ แก้ปัญหาสมองล้า พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือผู้ที่มีปัญหาอัลไซเมอร์ สูญเสียความทรงจำ ความจำเสื่อมจากอายุ ด้วยส่วนประกอบสำคัญจากพืช พรมมิ ได้แก่ โปรตีนจากถั่งเหลือง น้ำมันปลา ทอรีน และเบต้า กลูแคน
สนใจผลิตภัณ์หรือต้องการปรึกษา ฟรี
คุณ เปรมระพี (กร)
โทร. 064-9519693

💁ทำไมลูกถึงเขียนหนังสือไม่สวย ลากเส้นไม่ตรง เขียนแล้วลบ พอทำไม่ได้ก็ไม่อยากเขียน โมโห หงุดหงิด "บังคับให้ทำการบ้านก็ร้อง...
10/03/2018

💁ทำไมลูกถึงเขียนหนังสือไม่สวย ลากเส้นไม่ตรง เขียนแล้วลบ พอทำไม่ได้ก็ไม่อยากเขียน โมโห หงุดหงิด "บังคับให้ทำการบ้านก็ร้องไห้" ✔ปัญหานี้คุณพ่อ คุณแม่ เป็นหรือไม่ครับ✔

👉จำที่ครูสอนไม่ค่อยได้ ไม่อยากทำการบ้าน
👉 สาเหตุที่แท้จริงคืออะไร
สมองมีส่วนสำคัญในการควบคุมกล้ามเนื้อมัดใหญ่กล้ามเนื้อมัดเล็กจริงหรือไม่
👧ปรึกษา/สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ค่ะ👧
📱064-9519693(กร)เปรมระพี
ID line.0649519693

++  5 วิธีเลี้ยงลูกให้มีความฉลาดทางอารมณ์คุณอาจไม่ทันคิดว่า เรากำลังอยู่ในโลกที่พ่อแม่พยายามทุกทางให้ลูกมีสติปัญญาที่เฉล...
02/03/2018

++ 5 วิธีเลี้ยงลูกให้มีความฉลาดทางอารมณ์

คุณอาจไม่ทันคิดว่า เรากำลังอยู่ในโลกที่พ่อแม่พยายามทุกทางให้ลูกมีสติปัญญาที่เฉลียวฉลาด และกำลังละเลยพัฒนาการด้านอารมณ์ของลูก ซึ่งมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าพัฒนาการด้านอื่นๆ เลย บทความนี้เราจะช่วยคุณสอนลูกจัดการกับอารมณ์ได้อย่างชาญฉลาด พัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ด้วย 5 วิธีต่อไปนี้

5 วิธีเลี้ยงลูก พัฒนาความฉลาดทางอารมณ์
1. หาแรงจูงใจของลูกให้เจอ

เด็กแต่ละคนมีความชอบที่แตกต่างกัน คุณสามารถช่วยลูกหาแรงบันดาลใจได้โดยให้ลูกลองทำกิจกรรมที่หลากหลาย ซึ่งจะช่วยให้ลูกพัฒนาด้านสังคม อารมณ์ และสติปัญญาผ่านการทำกิจกรรมเหล่านั้น โดยคุณต้องแน่ใจว่า กิจกรรมต่างๆ ที่ให้ลูกทำนั้น ลูกมีความสุขที่ได้ทำ ไม่ใช่ถูกบังคับให้ทำ

2. สอนลูกให้ลูกจักวิธีแสดงความรู้สึกอย่างเหมาะสม

เด็กบางคนไม่รู้วิธีที่จะแสดงความรู้สึกออกมา บางครั้งแสดงออกมาเกินไป แต่บางครั้งก็แสดงออกมากเกินไป คุณสามารถช่วยลูกได้ด้วยการสอนให้เขาแสดงความรู้สึกออกมาอย่างเหมาะสม ทั้งนี้วิธีการที่ใช้นั้นอาจต่างกันไปในเด็กแต่ละคน เช่น หากลูกกำลังโกรธ ลองช่วยให้เขาเรียนรู้ที่จะระบายอารมณ์ และแสดงความโกรธอย่างเหมาะสม หากลูกไม่อยากแสดงความรู้สึก คุณอาจต้องลองหลายๆ วิธีที่จะให้เขาแสดงความรู้สึกและอารมณ์ออกมา ไม่ควรปล่อยให้ลูกเก็บความรู้สึกอัดอั้นในภายใน เพราะอาจนำไปสู่ความไม่มั่นคงทางอารมณ์ในอนาคตได้

3. หาให้เจอว่าลูกต้องพัฒนาในจุดไหน

หาให้เจอว่าลูกต้องพัฒนาด้านสติปัญญา หรือต้องพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์กันแน่ ทั้งสองอย่างนี้มีความสำคัญ และไม่อาจมองข้ามได้ทั้งคู่ เมื่อคุณหาเจอ คุณจะสามารถพัฒนาลูกน้อยในส่วนที่เขาขาด ซึ่งจะทำให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีรอบด้าน ทั้งฉลาดด้านสติปัญญาและสามารถจัดการอารมณ์ได้ดีด้วย

บทความแนะนำ เคล็ดลับ 9 ข้อที่ช่วยให้ฝันของลูกเป็นจริง

4. อย่ากลัวความล้มเหลว

เด็กที่เข้าใจอารมณ์ของตัวเอง เขาจะได้เรียนรู้ว่าความล้มเหลวสำคัญอย่างไร ความล้มเหลวเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เพราะว่ามันสอนให้เรารู้จักปรับปรุงในสิ่งที่เราทำผิดพลาดไป อย่างไรก็ตาม เด็กเก่งๆ อาจมองว่าความล้มเหลวเป็นสิ่งที่น่ากลัว คุณจำเป็นต้องสอนเขาให้รู้จักรับมือกับความล้มเหลว หรือการถูกปฏิเสธ และสอนให้เขารู้จักใช้ประโยชน์จากความล้มเหลวนั้น

5. ปลูกฝังเอกลักษณ์ส่วนตัวของลูก

เด็กจะไม่สามารถที่จะพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ได้อย่างเต็มที่ ถ้าเขาไม่ได้พัฒนาตัวตนของเขา มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ถ้าคุณยังไม่รู้จักหรือไม่สนใจความรู้สึกของตัวเอง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ผู้ปกครองที่ต้องการที่จะเลี้ยงลูกให้มีความรอบรู้ทั้งสติปัญญาและอารมณ์พยายามที่จะการปลูกฝังเอกลักษณ์ส่วนตัวของลูก ด้วยให้พวกเขาเป็นตัวของตัวเอง และค้นหาสิ่งที่ลูกรักที่สุด สิ่งที่ลูกฝันอยากเป็น สิ่งที่ลูกสนใจมากที่สุด

โทร.064-951-9693 เปรมระพี
หรือคลิ๊กลิ้ง👇👇👇
https://line.me/R/ti/p/%40healthyhome59

++เด็กไทย ป่วย "สมาธิสั้น"กว่าล้านคน!!    ปัจจุบัน การเลี้ยงดูบุตรหลานให้อยู่กับสื่อมีเดียต่างๆ เป็นปัจจัยที่ทำให้เด็กไท...
25/02/2018

++เด็กไทย ป่วย "สมาธิสั้น"กว่าล้านคน!!

ปัจจุบัน การเลี้ยงดูบุตรหลานให้อยู่กับสื่อมีเดียต่างๆ เป็นปัจจัยที่ทำให้เด็กไทยมีภาวะความเสี่ยงการป่วยเป็นโรคสมาธิสั้นมากขึ้น หลังกระทรวงสาธารณสุข พบว่าเด็กไทยป่วยสมาธิสั้นกว่า 1 ล้านคน และกว่าครึ่งจะมีปัญหาสุขภาพจิตตามมา

วันนี้ (15 ม.ค.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า สาเหตุหลักในการเกิดโรคสมาธิสั้นนั้น เกิดจากการเลี้ยงดูของผู้ปกครองที่กระตุ้นให้เด็กที่มีภาวะสมาธิสั้นมีอาการแย่ลง โดยเฉพาะการเร่งรัดให้เด็กปฐมวัยอ่านออก เขียนได้ หรือการเลี้ยงดูให้เด็กอยู่กับสื่อมีเดียประเภทต่าง ๆ ซึ่งผิดจากธรรมชาติที่เด็กจะต้องได้เล่นอย่างเหมาะสมกับวัย

โดยอาการสมาธิสั้นจะมีในเด็กทุกคนอยู่แล้ว เนื่องจากสมองจะมีสารบางชนิดที่มีผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการ ซึ่งเด็กบางคนที่มีอาการสมาธิสั้นอาจมีสารดังกล่าวที่พร่องจากเด็กทั่วไป ซึ่งหากผู้ปกครองเลี้ยงดูอย่างผิดๆ และฝืนธรรมชาติของเด็กก็จะทำให้อาการแย่ลง

น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นกว่าร้อยละ 50 หรือประมาณ 5 แสนคน จะมีปัญหาด้านสุขภาพจิตตามมา เนื่องจากมีปัญหาเรื่องการปรับตัวเข้ากับคนอื่น และเกิดปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองด้วย

ทั้งนี้โรคสมาธิสั้นในเด็กเกิดจากภาวะบกพร่องในการทำหน้าที่ของสมอง ทำให้เด็กเกิดความผิดปกติที่สำคัญ 3 ด้าน คือ

📍ช่วงสมาธิสั้นกว่าปกติ มีความสนใจต่ำ
📍ช่วงซุกซนผิดปกติ และ
📍ช่วงมีพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น

น.ต.นพ.บุญเรือง กล่าวต่อว่า สถิติเด็กอายุ 6-12 ปี ที่ป่วยเป็นโรคสมาธิสั้นในประเทศไทยซึ่งจัดเก็บตั้งแต่ปี 2555 พบว่า มีเด็กป่วยเป็นโรคสมาธิสั้นมากถึง 1 ล้านคน พบในเด็กผู้ชายมากถึงร้อยละ 12 มากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่พบร้อยละ 10 โดยอาการสมาธิสั้นส่วนใหญ่พบในเด็กอายุก่อน 7 ปี และจะมีอาการต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่ต้นจะส่งผลต่อพัฒนาการด้านลบ และติดตัวไปจนถึงวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่จะแสดงออก เช่น การต่อต้านสังคม เกเร ใช้ความรุนแรง รวมถึงเสี่ยงติดยาเสพติด และเกิดภาวะอาการซึมเศร้า

ด้านพญ.มธุรดา สุวรรณโพธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อช่วยติดตามดูแลเด็กที่ป่วยเป็นโรคสมาธิสั้น โดยบูรณาการติดตามร่วมกันระหว่างครู ผู้ปกครอง และบุคลากรทางการแพทย์

โดยแอพพลิเคชั่นตัวนี้ สามารถให้ความรู้เรื่องโรค การประเมินลักษณะอาการเด็กด้วยมาตรฐานของกรมสุขภาพจิต และสามารถติดตามผลความก้าวหน้าของเด็กสมาธิสั้นทั้งการเรียนและพฤติกรรม รวมถึงประเมินความเครียด เพื่อให้ผู้ปกครองและคุณครู สามารถจัดแบบแผนชีวิตประจำวันของเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นให้เหมาะสมได้ ซึ่งคาดว่าจะทดลองใช้แอพพลิเคชั่นในเดือน เม.ย. 2561 และจะปรับปรุงพัฒนาประสิทธิภาพก่อนขยายผลใช้ทั่วประเทศต่อไป

++สอบถามเพิ่มเติม++
โทร.064-951-9693 (เปรมระพี)
หรือสอบถามทาง line.คลิ๊ก👇👇👇
https://line.me/R/ti/p/%40healthyhome59

++เมื่อลูกก้าวร้าว อารมณ์ร้ายพ่อแม่ควรทำอย่างไรดี ?ก่อนหน้านี้หลาย ๆ คนคงเคยได้ดูคลิปที่เด็กผู้หญิงอายุประมาณ 5-6 ขวบ มี...
13/02/2018

++เมื่อลูกก้าวร้าว อารมณ์ร้ายพ่อแม่ควรทำอย่างไรดี ?

ก่อนหน้านี้หลาย ๆ คนคงเคยได้ดูคลิปที่เด็กผู้หญิงอายุประมาณ 5-6 ขวบ มีพฤติกรรมก้าวร้าว ด่าทอครูอาจารย์ด้วยถ้อยคำรุนแรงหยาบคาย ทำให้ชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา พร้อมกับตั้งข้อสงสัยว่าสาเหตุที่เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าวแบบนี้เกิดขึ้นจากอะไร และจะมีวิธีแก้ไขปัญหาเด็กก้าวร้าวได้อย่างไรบ้าง โดยบางครอบครัว ก็อาจประสบปัญหาลูกมีอารมณ์รุนแรง หงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย ทำให้คุณพ่อคุณแม่เกิดความกลุ้มใจว่าจะรับมือกับเด็กที่ก้าวร้าวได้อย่างไร ซึ่งปัญหาพฤติกรรมก้าวร้าวนี้ หากไม่ได้รับการดูแลแก้ไขที่เหมาะสม ก็จะกลายเป็นนิสัยติดตัวเด็กไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ และอาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิต ทั้งชีวิตการทำงานและชีวิตครอบครัวของลูกในอนาคตได้ และเพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว วันนี้เราก็มีเคล็ดลับและวิธีดี ๆ ที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยเหลือและปรับอารมณ์ก้าวร้าวของลูก ๆ ได้ จะมีวิธีใดบ้างนั้น มาดูกันเลยค่ะ

เด็กอายุ 2-5 ปี เป็นช่วงที่เริ่มมีพัฒนาการทางอารมณ์และสังคม เริ่มมีความเป็นตัวของตัวเอง และมักจะยึดตนเองเป็นหลัก เมื่อเขารู้สึกเครียด ซึมเศร้าหรือรู้สึกคับข้องทางอารมณ์ ด้วยความที่เป็นเด็ก จึงยังไม่รู้จักการจัดการอารมณ์ที่เหมาะสม ทำให้พวกเขาระบายอารมณ์ออกมาด้วยการก้าวร้าว อาละวาด ทำกิริยาไม่สุภาพ ในเด็กบางรายนอกจากจะเป็นการก้าวร้าวตามช่วงวัยแล้ว ก็อาจมีปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น การเลี้ยงดู สภาพแวดล้อมในครอบครัว ปัญหาทางสุขภาพจิต โรคสมาธิสั้น โรคออทิสติก เป็นต้น ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถรับมือและจัดการกับความก้าวร้าวของลูกน้อยได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

1. เข้าใจอารมณ์และความรู้สึกของลูกน้อย

เนื่องจากเด็กในวัยนี้ ยังไม่รู้จักสภาพอารมณ์ของตัวเอง ยังไม่รู้ว่าจะจัดการกับอารมณ์ของตัวเองอย่างไร ควรทำอย่างไรเพื่อแสดงความรู้สึกหงุดหงิด โมโหออกมา เมื่อลูกทำพฤติกรรมก้าวร้าว อาละวาดออกมา คุณพ่อคุณแม่จึงควรใจเย็น ๆ เข้าใจธรรมชาติของเด็กตามวัย รับฟังความรู้สึกของเขา และพยายามปรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โดยการให้เหตุผลแก่ลูก เช่น หากลูกหงุดหงิดเขวี้ยงสิ่งของหรือทุบตีผู้อื่น คุณพ่อคุณแม่อาจพูดด้วยความสงบและหนักแน่น บอกเขาว่าเรารู้ว่าลูกกำลังโกรธ แต่ลูกจะทำลายข้าวของหรือทุบตีคนอื่นแบบนี้ไม่ได้ พร้อมกับเสนอทางเลือกในการระบายอารมณ์ทางอื่นที่เหมาะสมกว่า เช่น เขวี้ยงลูกบอล ทุบดินน้ำมัน เป็นต้น

2. สอนให้ลูกรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา

คุณพ่อคุณแม่ควรสอนให้ลูกรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา รู้จักสิทธิของตนเองและเคารพสิทธิของผู้อื่น สอนให้เขารู้จักควบคุมอารมณ์ตนเองและแสดงความรู้สึกออกมาด้วยถ้อยคำหรือการกระทำที่เหมาะสม สอนให้ลูกรู้ว่าความก้าวร้าวเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง และฝึกให้เขารู้จักชะลอความโกรธ ด้วยการนับ 1-10 หรือหากเขามีพฤติกรรมก้าวร้าวต่อผู้อื่น ก็ควรฝึกให้เขารู้จักขอโทษกับคนที่เขาทำผิดด้วย พร้อมบอกว่าพฤติกรรมก้าวร้าวแบบนี้จะทำให้คนอื่นเสียใจได้ นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่อาจใช้วิธีเสริมแรงบวกเพื่อปรับพฤติกรรม เช่น เมื่อลูกทำพฤติกรรมที่เหมาะสมตามที่ตกลงกันไว้ คุณพ่อคุณแม่อาจให้รางวัล เป็นคำชมเชย หรือสิ่งของที่เขาต้องการ เป็นต้น

3. สอนให้เขารับผิดชอบการกระทำของตนเอง

การฝึกให้ลูกได้เรียนรู้และรับผิดชอบผลของการกระทำที่ไม่เหมาะสมของตัวเองนั้น จะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้และเข้าใจเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองต่อไปในอนาคต เช่น เด็กเขวี้ยงข้าวของจนเลอะเทอะ ก็ให้เขาเก็บกวาดสิ่งที่เขาทำให้เรียบร้อย เพื่อเป็นการฝึกให้เขารู้จักยับยั้งอารมณ์ รู้จักคิดและควบคุมตัวเองก่อนที่จะทำสิ่งใดลงไป หรือหากลูกก้าวร้าวกับผู้อื่น ก็อธิบายให้เขารู้ว่า ถ้าทำสิ่งนี้ลงไปแล้วคนนั้นจะรู้สึกอย่างไร เป็นต้น

4. ลงโทษเมื่อลูกทำผิด

การลงโทษในที่นี้ไม่ได้หมายถึง การดุด่า หรือการใช้ความรุนแรงกับลูกนะคะ เพราะหากคุณพ่อคุณแม่ทำแบบนั้นกับลูก จะยิ่งเป็นการเพิ่มความก้าวร้าวให้กับลูกและเขาอาจทำพฤติกรรมนี้กับคนอื่นได้ หากแต่เป็นการลงโทษที่สร้างสรรค์ บอกห้ามและให้เหตุผลว่าสิ่งที่เขาทำเป็นสิ่งที่ผิดและไม่เหมาะสม พร้อมกับแนะนำการแสดงออกในทางอื่นที่ไม่ใช่การทำลายสิ่งของหรือทำร้ายผู้อื่น เช่น ให้เขาตะโกนออกมาว่ารู้สึกโมโห หรือแสดงออกด้วยการทุบหมอน เป็นต้น แต่หากลูกอาละวาด งอแง คุณพ่อคุณแม่ควรแยกตัวเขาออกมานั่งเฉย ๆ คนเดียว ประมาณ 1-2 นาที จะทำให้เขาสงบสติอารมณ์ลงและเรียนรู้ว่าหากเขาอาละวาด จะต้องถูกทำโทษด้วยการนั่งคนเดียว เมื่อลูกใจเย็นลงแล้ว คุณพ่อคุณแม่จึงเข้าไปคุยกับลูกด้วยเหตุผลอีกครั้ง

5. พ่อแม่เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก

หากลูกมีอารมณ์หงุดหงิด ก้าวร้าว คุณพ่อคุณแม่ต้องมีสติ ใจเย็น ๆ และระวังอารมณ์ของตนเอง ไม่ควรใช้อารมณ์โต้ตอบเด็กหรือเอาชนะกัน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกในการควบคุมอารมณ์โกรธ พร้อมกับให้กำลังใจลูกและทำให้ดูเป็นแบบอย่าง นอกจากนี้สมาชิกในครอบครัวควรมีความรัก ความสามัคคีต่อกัน ก็จะช่วยให้ลูกลดพฤติกรรมก้าวร้าวได้มากขึ้น รวมไปถึงการหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่จะกระตุ้นความก้าวร้าวของลูก เช่น การทะเลาะเบาะแว้งกันในครอบครัว หรือ การให้ลูกดูรายการทีวีที่มีพฤติกรรมรุนแรง เป็นต้น ทั้งนี้ การปรับพฤติกรรมก้าวร้าวของลูกนั้น ไม่ใช่แค่การอบรมสั่งสอนด้วยคำพูดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องผ่านความสัมพันธ์ที่ดีภายในครอบครัว เด็ก ๆ จะได้ซึมซับสถานการณ์จากแบบอย่างที่ดี ภายใต้บรรยากาศของความรักและความอบอุ่นในครอบครัวนั่นเองค่ะ

การอบรมสั่งสอนและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกให้เป็นคนที่ไม่ก้าวร้าวนั้น อาจไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่าย ๆ ภายในวันสองวัน หากแต่คุณพ่อคุณแม่ต้องมีความอดทน ค่อย ๆ ให้เวลาลูกในการเรียนรู้ และการปรับพฤติกรรม โดยมอบความรักและให้กำลังใจเขาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ลูกค้นพบวิธีเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นเด็กดีได้ แต่หากคุณพ่อคุณแม่พบว่าลูกมีนิสัยก้าวร้าวรุนแรงมาก ก็ควรปรึกษากุมารแพทย์ หรือจิตแพทย์เด็กเพื่อขอคำปรึกษาหรือวินิจฉัยหาสาเหตุอื่น ๆ ต่อไปค่ะ

++จะสังเกต ลูกอย่างไร? 📍โรคสมาธิสั้น ประกอบด้วยกลุ่มอาการ 2 กลุ่ม ได้แก่●กลุ่มอาการอยู่ไม่นิ่ง/หุนหันพลันแล่น (Hyperacti...
09/02/2018

++จะสังเกต ลูกอย่างไร?

📍โรคสมาธิสั้น ประกอบด้วยกลุ่มอาการ 2 กลุ่ม ได้แก่

●กลุ่มอาการอยู่ไม่นิ่ง/หุนหันพลันแล่น (Hyperactivity/Impulsivity) ซึ่งมักแสดงออกมาเป็นปัญหาพฤติกรรม ที่สามารถพบได้ตั้งแต่เด็กอนุบาลขึ้นไป และ
● กลุ่มอาการขาดสมาธิ (Inattention) ซึ่งมักแสดงออกมาเป็นปัญหาการเรียน ที่สามารถพบได้ตั้งแต่เด็กประถมศึกษาขึ้นไป
ทั้งสองกลุ่มอาการนี้ เป็นแค่เพียงปัญหาเบื้องต้นที่อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการในด้านอื่นๆ เช่น ขาดความมั่นใจในตัวเอง ปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัว รวมไปถึงในโรงเรียนอีกด้วย
นอกจากนี้ โรคสมาธิสั้น สามารถพบร่วมกับโรคอื่นได้ เช่น โรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า ภาวะการเรียนรู้บกพร่อง (Learning Disorder:LD) ซึ่งอาจทำให้เกิดผลกระทบทั้งในระยะสั้น เช่น เด็กต้องออกจากระบบการศึกษาก่อนเกณฑ์ หรือในระยะยาว เช่น เด็กติดสารเสพติด หรือปัญหาอาชญากรรมในวัยรุ่น

++สอบถามเพิ่มเติม++
โทร.064-951-9693 (เปรมระพี)
หรือสอบถามทาง line.คลิ๊ก👇👇👇
https://line.me/R/ti/p/%40healthyhome59

หากลูกมีอาการเข้าข่าย สมาธิสั้น พ่อ-แม่ ควรรีบแก้ไขเพราะจากงานวิจัยพบว่าเด็ก สมาธิสั้น ไม่สามารถดึงความสามารถออกมาใช้ได้...
05/02/2018

หากลูกมีอาการเข้าข่าย สมาธิสั้น พ่อ-แม่ ควรรีบแก้ไขเพราะจากงานวิจัยพบว่าเด็ก สมาธิสั้น ไม่สามารถดึงความสามารถออกมาใช้ได้เต็มที่ ทั้งด้านการเรียน มนุษย์สัมพันธ์ จนเด็กขาดความมั่นใจในตัวเอง และการเลี้ยงดูอย่างผิดวิธี อาจจะส่งผลให้อาการเหล่านี้รุนแรงขึ้นได้
++สอบถามเพิ่มเติม++
โทร.064-951-9693 (เปรมระพี)
หรือคลิ๊กเพื่อสอบถามทาง line.👇👇👇
https://line.me/R/ti/p/%40healthyhome59

ทำยังไงดี..? ครูฟ้องมาตลอดเลยว่าลูก...✔ซน อยู่ไม่นิ่ง พูดมาก ไม่สนใจเรียน ขี้ลืม✔ทำงานเสร็จช้า ไม่ยอมทำการบ้าน✔ติดมือถือ...
03/02/2018

ทำยังไงดี..? ครูฟ้องมาตลอดเลยว่าลูก...
✔ซน อยู่ไม่นิ่ง พูดมาก ไม่สนใจเรียน ขี้ลืม
✔ทำงานเสร็จช้า ไม่ยอมทำการบ้าน
✔ติดมือถือ ติดแท็บเล็ต ติดเกมส์

"เสี่่ยงสมาธิสั้น" ต้องรีบแก้ไข

เพราะ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี อาจส่งผลให้อาการรุนแรงขึ้น และเกิดเป็นผลกระทบระยาวกับอนาคตของลูกได้

👉 ปรึกษาปัญหาสมาธิสั้น
โทร.064-951-9693 (เปรมระพี)
หรือคลิ๊กเพื่อสอบถามทาง line.👇👇👇
https://line.me/R/ti/p/%40healthyhome59

📍 ลูกอยู่ไม่นิ่ง ปีนป่าย อารมณ์ร้อน รอคอยไม่เป็น!อาจเป็นภาวะหนึ่ง ของอาการ"สมาธิสั้น" คุณพ่อ-แม่ ควรสังเกตุลูก และดูแลอย...
02/02/2018

📍 ลูกอยู่ไม่นิ่ง ปีนป่าย อารมณ์ร้อน รอคอยไม่เป็น!

อาจเป็นภาวะหนึ่ง ของอาการ"สมาธิสั้น" คุณพ่อ-แม่ ควรสังเกตุลูก และดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะอาการสมาธิสั้น หากไม่ได้รับการดูแลตั้งแต่เริ่มต้นอาจกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง ของลูกรักได้

++สอบถามเพิ่มเติม++
โทร.064-951-9693 (เปรมระพี)
หรือสอบถามทาง line.คลิ๊ก👇👇👇
https://line.me/R/ti/p/%40healthyhome59

++ ผลกระทบระยะยาวของเด็กสมาธิสั้น??โรคสมาธิสั้นเกิดจากความผิดปกติของสารสื่อนำประสาทในสมอง (โดปามีน) ที่มีน้อยกว่าเด็กปกต...
27/01/2018

++ ผลกระทบระยะยาวของเด็กสมาธิสั้น??

โรคสมาธิสั้นเกิดจากความผิดปกติของสารสื่อนำประสาทในสมอง (โดปามีน) ที่มีน้อยกว่าเด็กปกติทั่วไป จึงส่งผลให้เด็กไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งต่างๆได้ จึงส่งผลให้เกิดอาการ ซน อยู่ไม่นิ่ง อารมณ์รุนแรง "พ่อ-แม่" ต้องเข้าใจก่อนว่าที่ลูกมีอาการเเบยนี้นั้นไม่ใช่ความผิดของลูก แต่เกิดจากอาการของโรค สมาธิสั้น

หากลูกมีอาการเข้าข่าย "สมาธิสั้น" พ่อ-แม่ ควรรีบแก้ไข เพราะจากงานวิจัยพบว่าเด็ก สมาธิสั้น นั้นจะไม่สามารถดึงความสามารถออกมาได้เต็มที่ ทั้งด้านการเรียน มนุษย์สัมพันธ์ จนเด็กขาดความมั่นใจในตัวเอง และการเลี้ยงดูอย่างผิดวิธีนั้น อาจจะส่งผลให้อาการเหล่านี้รุนแรงขึ้นได้

++ ปัญหาสมาธิสั้น ++
โทร.064-951-9693 เปรมระพี
หรือคลิ๊กลิ้ง👇👇👇
https://line.me/R/ti/p/%40healthyhome59

++อารมณ์ และพัฒนาการของเด็กวัยประถม**   วัยประถมต้นเป็นช่วงเวลาที่เด็กถูกคาดหวังให้มีความรู้เบื้องต้นที่จำเป็นต่อการปรับ...
24/01/2018

++อารมณ์ และพัฒนาการของเด็กวัยประถม**

วัยประถมต้นเป็นช่วงเวลาที่เด็กถูกคาดหวังให้มีความรู้เบื้องต้นที่จำเป็นต่อการปรับตัวในชีวิตตอนเป็นผู้ใหญ่ และเรียนรู้ทักษะที่สำคัญบางอย่าง ทั้งในหลักสูตรและนอกหลักสูตรของโรงเรียน
ดังนั้นพัฒนาการด้านอารมณ์ของเด็กวัยนี้จึงมีทั้งความสุขและความทุกข์เกิดขึ้น ดังนี้

1.มีความสุข ร่าเริง ปิติเบิกบาน เด็กวัยประถมต้นเป็นวัยที่มีความสุข มีความพึงพอใจเกี่ยวกับวัยของตนอย่างมาก มีความสนุกสนานในการเล่น เพราะใช้เวลาส่วนมากอยู่กับเพื่อน

2.เริ่มเรียนรู้ที่จะให้ความร่วมมือ รู้จักให้และรับ หากถามผู้ ใหญ่ว่าวัยไหนเป็นวัยที่มีความสุขที่สุด ส่วนมากจะตอบว่าวัยประถม ผู้ใหญ่บางคนสามารถเล่าเหตุการณ์และประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในวัยนี้ได้เป็นอย่างดี จึงไม่ยากนักที่ผู้ใหญ่รอบตัวจะช่วยให้เด็กวัยนี้มีความสุข

3.มีความกลัวต่างๆ เช่น กลัวสัตว์ กลัวงู กลัวความมืด กลัวที่สูง กลัวฟ้าผ่า ฟ้าร้อง

4. กลัวถูกล้อ เพราะมีความแตกต่างกับเพื่อน นอกจากความกลัว ยังมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการเรียน กลัวว่าจะสอบไม่ได้ กลัวถูกทำโทษ หรือกลัวเพื่อนไม่ชอบ เด็กบางคนจึงมีอาการเศร้าซึม ไม่ตั้งใจเรียน หลับในห้องเรียน

5.อยู่ไม่นิ่ง มีอารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย หรือแสดงพฤติกรรมที่น่าแปลกใจมีอารมณ์โกรธ อาจจะมีการแสดงออกทางอารมณ์แตกต่างกันระหว่างเด็กหญิงและเด็กชาย มีทั้งการทำร้ายร่างกาย ต่อ สู้กันด้วยวาจา ล้อ ตั้งสมญา พูดถากถาง ขู่ หรือไม่พูดด้วย หากเด็กแสดงความโกรธ ด้วยการทำร้ายผู้อื่น

**ผู้ใหญ่ควรอธิบายให้เด็กเข้าใจพฤติกรรมที่ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม และหาตัวอย่างเพื่อนในวัยเดียวกันที่มีพฤติกรรมที่ดี ที่จะเป็นตัวอย่างได้ ผู้ใหญ่ควรชมเชยที่เด็กสามารถระงับความโกรธและแสดงออกในทางที่เหมาะสม การลงโทษเด็กด้วยการตีหรือทำให้เจ็บ เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะไม่แก้ไขพฤติกรรมที่ก้าวร้าวนั้น ยังเป็นการส่งเสริมให้เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าวมากยิ่งขึ้น

**ปัญหา สมาธิสั้น ปรึกษา**
โทร.064-951-9693 เปรมระพี
หรือคลิ๊กลิ้ง👇👇👇
https://line.me/R/ti/p/%40healthyhome59

ที่อยู่

Chon Buri
20230

เบอร์โทรศัพท์

0649519693

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Alertide อเลอไทด์ By เปรมระพีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Alertide อเลอไทด์ By เปรมระพี:

แชร์