29/09/2025
ยาคุมไม่ใช่ตัวไหนก็ได้ แนะนำก่อนเริ่มยาคุมปรึกษาเภสัชกรก่อนทุกครั้งนะคะ
Drospirenone แบบ 24/4 กับ 21/7 — สูตรยาคุมกำเนิดที่อาจส่งผลต่อสิวและน้ำหนักตัวของคุณ
บทนำ
ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม (combined oral contraceptives; COCs) ที่มีส่วนผสมของ drospirenone (DRSP) ซึ่งเป็นโปรเจสตินรุ่นใหม่ ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไม่เพียงเพราะประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์แต่ยังมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่เหนือกว่าหลายชนิด โดยเฉพาะฤทธิ์ต้านแอนโดรเจนซึ่งช่วยลดการเกิดสิวและฤทธิ์ต้านการคั่งของน้ำและโซเดียมในร่างกายที่สัมพันธ์กับอาการบวมน้ำ (1)
ในปัจจุบัน ยาเม็ดคุมกำเนิดที่มี DRSP มีให้เลือกใช้ในสองสูตรหลัก ได้แก่
* สูตร 21/7 : รับประทานฮอร์โมนติดต่อกัน 21 วัน แล้วเว้น 7 วัน
* สูตร 24/4 : รับประทานฮอร์โมนติดต่อกัน 24 วัน แล้วเว้น 4 วัน
การออกแบบสูตร 24/4 โดยลดช่วง “ปลอดฮอร์โมน” จาก 7 วันเหลือเพียง 4 วัน มีเป้าหมายเพื่อลดความผันผวนของระดับฮอร์โมนในร่างกายช่วงท้ายของรอบการใช้ยา ซึ่งอาจช่วยให้ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนคงที่มากขึ้น ลดอาการถอนยา (hormone withdrawal symptoms) และส่งเสริมผลด้านผิวพรรณและการควบคุมน้ำหนักได้ดีกว่าสูตรดั้งเดิม (2)
กลไกการออกฤทธิ์ของ Drospirenone (DRSP)
Drospirenone เป็นโปรเจสตินสังเคราะห์ที่มีคุณสมบัติพิเศษแตกต่างจากโปรเจสตินทั่วไป โดยแสดงฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาในสองด้านสำคัญซึ่งมีบทบาทต่อสุขภาพผิวและการควบคุมน้ำหนัก ได้แก่
* ฤทธิ์ต้านแอนโดรเจน (Anti-androgenic activity)
DRSP มีฤทธิ์ต้านฮอร์โมนเพศชายในระดับอ่อน โดยยับยั้งการออกฤทธิ์ของแอนโดรเจนต่อบริเวณต่อมไขมัน ส่งผลให้การผลิตซีบัมลดลง ช่วยลดการอุดตันของรูขุมขนและการอักเสบที่เป็นสาเหตุของสิว (1)
* Anti-mineralocorticoid activity
DRSP สามารถต้านฤทธิ์ของฮอร์โมนอัลโดสเตอโรน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นการคั่งของโซเดียมและน้ำในร่างกาย ทำให้ร่างกายขับเกลือและน้ำส่วนเกินออก ส่งผลต่อการลดอาการบวมน้ำ และมักไม่ส่งผลให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น (3)
ด้วยกลไกทั้งสองประการนี้ DRSP จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวหรือบวมน้ำจากฮอร์โมน โดยเฉพาะเมื่อใช้ในสูตรยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวม
เหตุผลที่เลือกสูตร 24/4
จากการศึกษาประเภท “head-to-head” ซึ่งเปรียบเทียบโดยตรงระหว่างสูตรยาคุมกำเนิด EE 30 µg/DRSP 3 mg แบบ 21/7 และสูตร EE 20 µg/DRSP 3 mg แบบ 24/4 พบว่า สูตร 24/4 ให้ระดับฮอร์โมนในกระแสเลือดที่เสถียรกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ลดความผันผวนของฮอร์โมนช่วงท้ายของรอบเดือนส่งผลให้เกิดเลือดออกกระปริดกระปรอยระหว่างรอบ (breakthrough bleeding) น้อยลง และมีอัตราการหยุดยาเนื่องจากผลข้างเคียงต่ำกว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสูตร 21/7 (2)
ผลการศึกษาดังกล่าวเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้ผลิตพัฒนายาคุมสูตร 24/4 เพื่อรองรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับสิว อาการบวมน้ำ หรือไมเกรนที่สัมพันธ์กับการลดลงของฮอร์โมนช่วงท้ายของรอบการใช้ยา โดยสูตรนี้ถูกออกแบบมาให้ช่วยลดอาการไม่พึงประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับ (hormone-free interval) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลักฐานทางคลินิกเกี่ยวกับผลต่อสิว
งานทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบในปี 2025 สรุปว่า ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม (COCs) ทุกรูปแบบสามารถช่วยลดสิวได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม สูตรที่มี drospirenone (DRSP) เป็นโปรเจสตินมีข้อมูลด้านประสิทธิผลและความปลอดภัยที่เด่นชัดที่สุด โดยการวิเคราะห์ข้อมูลจากการทดลองแบบสุ่ม (randomized controlled trials; RCTs) หลายฉบับ พบว่าการใช้ COCs ที่มี DRSP สามารถลดรอยโรคสิวอักเสบได้ประมาณ 40–50% อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (1)
หนึ่งใน RCT ดั้งเดิมที่ศึกษาเฉพาะสูตร EE 20 µg/DRSP 3 mg แบบ 24/4 เป็นเวลา 6 รอบเดือน แสดงให้เห็นว่า ตุ่มสิวอักเสบลดลงได้มากกว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอกอย่างชัดเจน โดยมีความแตกต่างที่มีนัยสำคัญทางสถิติ (4)
แม้ในปัจจุบันยังไม่มีการทดลองแบบ head-to-head ที่เปรียบเทียบผลต่อสิวโดยตรงระหว่างสูตร 24/4 กับ 21/7 แต่ข้อมูลทางสรีรวิทยาและกลไกการออกฤทธิ์ของสูตร 24/4 ซึ่งลดช่วง “ปลอดฮอร์โมน” ให้สั้นลง บ่งชี้ว่าระดับฮอร์โมนในเลือดมีแนวโน้มเสถียรกว่า ซึ่งอาจช่วยควบคุมสิวได้ดีกว่าในผู้ที่มีสิวเห่อชัดเจนก่อนมีประจำเดือน
หลักฐานทางคลินิกเกี่ยวกับน้ำหนักตัว
ประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัวจากการใช้ยาคุมกำเนิดเป็นหนึ่งในความกังวลที่พบบ่อย โดยเฉพาะในผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกายสูง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าผลกระทบของยาคุมกำเนิดต่อการเพิ่มน้ำหนักอาจถูกประเมินเกินจริง
การศึกษาขนาดใหญ่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Contraception ปี 2023 ซึ่งติดตามหญิงที่ใช้ DRSP 4 mg แบบ 24/4 มากกว่า 2,500 คน รวมถึงผู้ที่มี BMI ≥ 30 kg/m² พบว่า ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญด้านน้ำหนักตัว หรืออัตราการหยุดใช้ยาระหว่างกลุ่มผู้ที่มีน้ำหนักปกติกับกลุ่มผู้มีภาวะอ้วน (3)
นอกจากนี้ แถลงการณ์จาก Society of Family Planning ปี 2024 ยังยืนยันว่า ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมส่วนใหญ่ รวมถึงสูตรที่มี DRSP แบบ 24/4 ไม่ได้ส่งผลให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางคลินิก และแนะนำให้ใช้แนวทางให้คำปรึกษาแบบ “ไม่ตัดสินบนพื้นฐานน้ำหนักตัว” (weight-neutral counseling) เพื่อหลีกเลี่ยงอคติในการดูแลสุขภาพ (5)
โดยสรุป สูตร DRSP 24/4 อย่างน้อยไม่มีแนวโน้มทำให้น้ำหนักเพิ่มมากกว่าสูตร 21/7 และอาจให้ประโยชน์ด้านการรักษาน้ำหนักตัวในผู้ที่มีแนวโน้มบวมน้ำจากฮอร์โมนได้เล็กน้อย
ข้อควรระวังและคำแนะนำในการใช้ยาคุมกำเนิดที่มี Drospirenone
แม้ Drospirenone (DRSP) จะมีคุณสมบัติเด่นในด้านการลดสิวและควบคุมการบวมน้ำ แต่ยังมีข้อควรระวังสำคัญในการใช้งาน
* ผลต่อระดับโพแทสเซียมในเลือด
DRSP อาจมีฤทธิ์เพิ่มโพแทสเซียม จึงควรหลีกเลี่ยงในผู้ที่มีภาวะไตเรื้อรัง หรือผู้ที่ใช้ยาขับปัสสาวะกลุ่มที่เพิ่มโพแทสเซียม (potassium-sparing diuretics) เช่น spironolactone, amiloride
* ข้อห้ามใช้ในบางกลุ่มผู้ป่วย
สูตรยาคุมกำเนิดแบบ 24/4 และ 21/7 ห้ามใช้ในบุคคลต่อไปนี้
* ผู้ที่สูบบุหรี่และมีอายุมากกว่า 35 ปี
* ผู้ที่มีประวัติลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำหรือปอด
* ผู้ที่มีโรคตับรุนแรง
* ผู้ที่มีหรือเคยมีมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกที่ไวต่อฮอร์โมนเอสโตรเจน (6)
* คำแนะนำในการใช้เพื่อรักษาสิว
หากใช้ COCs ที่มี DRSP เพื่อควบคุมสิว ควรให้เวลาอย่างน้อย 3–6 เดือน ในการประเมินผลการรักษา และหากพบอาการผิดปกติ เช่น ปวดขาร่วมกับบวม กดเจ็บแน่นหน้าอก หรือหายใจลำบากเฉียบพลัน ควรหยุดยาและรีบพบแพทย์ทันที เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของภาวะลิ่มเลือดอุดตัน
สรุป
สูตรยาคุมกำเนิดแบบ 24/4 ที่มีส่วนประกอบของ drospirenone ถูกพัฒนาขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดช่วงเวลาที่ร่างกายขาดฮอร์โมน (hormone-free interval) ซึ่งช่วยให้ระดับฮอร์โมนในเลือดมีความคงที่มากขึ้นเมื่อเทียบกับสูตรดั้งเดิมแบบ 21/7
จากหลักฐานทางคลินิกล่าสุดพบว่า สูตร 24/4 อาจให้ประสิทธิผลในการควบคุมสิวและรักษาน้ำหนักตัวได้ “เสถียร” กว่าเล็กน้อย โดยยังคงรักษาประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ไว้ได้อย่างเท่าเทียมกับสูตรเดิม
ดังนั้น สำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวเห่อก่อนมีประจำเดือน หรือกังวลเรื่องน้ำหนักตัวเพิ่มจากการใช้ฮอร์โมน สูตร DRSP 24/4 อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือผู้ให้บริการด้านสุขภาพทุกครั้งก่อนเริ่มใช้ เพื่อประเมินความเหมาะสมตามปัจจัยเฉพาะบุคคล
เอกสารอ้างอิง
1. Smith CA, Gosnell E, Karatas TB, et al. Hormonal therapies for acne: a comprehensive update for dermatologists. Dermatol Ther (Heidelb). 2025;15(1):45‑59.
2. Marr J, Gerlinger C, Kunz M. A historical cycle-control comparison of two drospirenone-containing COCs: EE 30 µg/DRSP 3 mg (21/7) vs EE 20 µg/DRSP 3 mg (24/4). Eur J Obstet Gynecol Reprod Biol. 2012;162:91‑95.
3. Creinin MD, Angulo A, Colli E, Archer DF. Efficacy, safety and tolerability of estrogen-free drospirenone 4 mg (24/4) in obese users. Contraception. 2023;128:110136.
4. Maloney JM, Dietze P Jr, Watson D, et al. Low-dose EE 20 µg/DRSP 3 mg (24/4) for moderate acne vulgaris: randomized controlled trial. J Drugs Dermatol. 2009;8:837‑844.
5. Society of Family Planning. Contraception and body weight: committee statement. Contraception. 2024;110725.
6. Centers for Disease Control and Prevention. U.S. Medical eligibility criteria for contraceptive use, 2024. MMWR Recomm Rep. 2024;73(RR‑4):1‑117.