26/03/2026
ใครที่อยากเช็คไขมันตัวเลว ที่บอกความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ที่คลินิกสามารถตรวจได้แล้วนะคะ
มาทำความรู้จักเกี่ยวกับ Lp(a) กันให้มากขึ้น ในวัน Lp(a)Awareness Day หรือวันที่ 24 มีนาคมของทุกปี กับ
"7 ข้อน่ารู้เกี่ยวกับ Lp(a)"
1. Lp(a) คืออะไร
👉 เป็น Lipoprotein ชนิดหนึ่ง ที่มีโครงสร้างและขนาดใกล้เคียงกับ LDL และเป็นไขมันตัวร้ายอีกชนิดหนึ่งที่เพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยไม่ขึ้นกับระดับ LDL-C ในเลือด โครงสร้างหลักของโมเลกุล Lp(a) ประกอบด้วย: apoprotein (a), apoprotein-B100 และ LDL-like particle
2. Lp(a) ในร่างกาย มีที่มาหรือสร้างมาจากที่ไหน และมีหน้าที่อะไรในร่างกาย
👉 Lp(a) สร้างขึ้นและถูกทำลายที่เซลล์ตับ ปริมาณที่สร้างถูกกำหนดโดยยีน LPA มากกว่าร้อยละ 90 โดยไม่ขึ้นกับการบริโภคอาหาร หรือพฤติกรรมอื่นๆ
👉หน้าที่ตามธรรมชาติของ Lp(a) ในร่างกาย ยังไม่เป็นที่เข้าใจชัดเจนในปัจจุบัน หน้าที่ทั่วไปคือเป็นตัวกลางที่ carry ไขมันคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด และเป็นตัวกลางหลักในการ carry ฟอสโฟลิพิดที่ถูกออกซิไดซ์ (oxidized phospholipid) ในกระแสเลือด โดย oxidized phospholipid นี้เองเป็นกลไกหลักของการทำให้เกิดการอักเสบในหลอดเลือดแดง และนำไปสู่โรคหลอดเลือดแดงแข็ง
3. Lp(a) อันตรายอย่างไร
👉 ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ มักมีระดับ Lp(a) สูงกว่าคนทั่วไป
ข้อมูลจากการศึกษากลุ่มประชากรขนาดใหญ่ (prospective cohort study) จาก UK Biobank พบว่าความสัมพันธ์ระหว่างระดับ Lp(a) และ ASCVD เป็นแบบเส้นตรง โดยทุกๆ การเพิ่มขึ้นของ Lp(a) 50 nmol/L จะเพิ่มความเสี่ยงของ ASCVD ขึ้นร้อยละ 11
👉 ผลการศึกษารวบรวมข้อมูลขนาดใหญ่ (meta-analysis) พบว่าระดับ Lp(a) ที่สูงขึ้นสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของ
• กล้ามเนื้อหัวใจตาย (MI), ภาวะหลอดเลือดตีบจากภาวะหลอดเลือดแข็งตัว (atherosclerotic stenosis),
• การเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจ
• โรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบจากภาวะแคลเซียมเกาะ (calcific aortic valvular disease: CAVD)
📌 และยิ่งระดับ Lp(a) สูง ความเสี่ยงก็ยิ่งมาก
4. มีปัจจัยอะไรที่ทำให้ Lp(a) เพิ่มสูงขึ้น
👉 โรคหรือภาวะที่ทำให้ Lp(a) สูงขึ้น ได้แก่ hypothyroid ที่ไม่ได้รับการรักษา, โรคไตวายเรื้อรัง, โรคไต nephrotic syndrome, ภาวะตั้งครรภ์ และหญิงวัยหมดประจำเดือน
5. Lp(a) ตรวจอย่างไร และแปลผลอย่างไร
👉วิธีเตรียมตัวก่อนการตรวจ ไม่ยุ่งยาก ตรวจเวลาใดก็ได้ และไม่ต้องงดอาหาร
👉 วิธีการตรวจวัดระดับ Lp(a) ในเลือด มีหลายวิธีแตกต่างกันทั้งเทคนิควิธีการตรวจและหน่วยวัดที่ใช้รายงานผล เนื่องด้วยโมเลกุลของ Lp(a) มีหลายรูปแบบ (isoform) แตกต่างกัน ซึ่งขึ้นกับลักษณะทางพันธุกรรมของยีน LPA ในเบื้องต้นสามารถแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ large isoform และ small isoform ในปัจจุบัน จึงแนะนำวิธีการตรวจด้วยหลักการตรวจวัดจำนวนโมเลกุล (particle assay) และรายงานผลด้วยหน่วย nmol/L ซึ่งจะไม่ถูกรบกวนด้วยความแตกต่างของรูปแบบ Lp(a) isoform (isoform insensitive assay) ในแต่ละคน มากกว่า การตรวจด้วยวิธีตรวจขนาดโมเลกุล (mass assay) ซึ่งอาจให้ค่า falsely elevated ในคนที่มี large isoform และ falsely decreased ในคนที่มี small isoform
👉 การแปลผลการตรวจ Lp(a)
📌 Lp(a) 125 nmol/L: สูง (สัมพันธ์กับความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดที่มากขึ้น 1.4 เท่า)
📌 Lp(a) >100 mg/dL or >250 nmol/L: สูงมาก (สัมพันธ์กับความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดที่มากขึ้น 2 เท่า)
6. ใครควรตรวจ Lp(a) บ้าง
👉 จากแนวทางเวชปฏิบัตินานาชาติเรื่องการดูแลรักษาโรคไขมันในเลือดสูงปัจจุบัน ทั้งในสหรัฐอเมริกา แคนาดาและยุโรป (ACC/AHA 2026, CCS2021, EAS2022) แนะนำให้ตรวจ Lp(a) อย่างน้อย 1 ครั้ง ในชีวิต ในทุกคน โดยอาจจะเริ่มตรวจพร้อมกับการตรวจ Lipid screening test ครั้งแรกในชีวิต
7. ถ้าตรวจพบ Lp(a) สูง ควรปฏิบัติตัวอย่างไร
👉 Lifestyle modification เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ได้แก่
- ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
- หมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- ไม่สูบบุหรี
- รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพโรคหัวใจ ได้แก่ ลดอาหารไขมันสูง โดยเฉพาะไขมันทรานซ์ ลดอาหารเค็ม ลดอาหารหวาน เพิ่มการรับประทานผักและอาหารที่มีใยอาหาร
👉เข้ารับการรักษาหากพบว่ามีโรคไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไต หรือโรคอ้วน เพื่อลดความเสี่ยงอื่นๆ ต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
👉 ปัจจุบันมีการวิจัยผลิตยาที่มีประสิทธิผลในการลด Lp(a) ในเลือดได้ผลดี และกำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อดูประสิทธิผลของการลดอุบัติการณ์การเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด