คลินิกกายภาพบำบัดขอนแก่นฟิสิโอ : KhonKaen Physio

คลินิกกายภาพบำบัดขอนแก่นฟิสิโอ : KhonKaen Physio รักษากายภาพบำบัด บาดเจ็บจากกีฬา Office syndrome ฟื้นฟูอัมพฤกษ์ อัมพาต ผู้สูงอายุ เปิดท่อน้ำนมคุณแม่

รักษากายภาพบำบัด อาการปวด ออฟฟิศซินโดรม อัมพาต บาดเจ็บจากกีฬา ฟื้นฟูผู้สูงอายุ

24/02/2026

เคยปวดหลังจนต้อง "นอนกินชาบู" ไหม? 🥺🍲

เคสนี้พลิกชีวิตมากครับ! จากคนแอคทีฟ เดินสายถ่ายงานทำคอนเทนต์ ต้องมาสะดุดเพราะปวดหลังเรื้อรัง จนเกิดภาวะกลัวการเคลื่อนไหว (Fear Avoidance) อาการหนักถึงขั้นต้องนั่งวีลแชร์ และนอนกินชาบูมาแล้ว...

เคสนี้เป็นจุดเริ่มต้นให้ศึกษาเกี่ยวกับภาวะพฤติกรรมเลี่ยงจากความกลัว (Fear Avoidance Belief & Behavior) เรียกว่า ไม่ง่ายเลยครับในการดึงเค้าขึ้นมาจาก "หลุมแห่งความกลัว"

เราจับมือสู้กันปีกว่า ล้มลุกคลุกคลานกันหลายรอบ จนวันนี้... เปลี่ยนจากคนที่กลัวการขยับ กลายเป็นคนรักการออกกำลังกาย แถมทำโฮมยิมที่บ้านแล้ว! 🏋️‍♂️✨

เคสนี้เรียกได้ว่า ภูมิใจมากๆ ครับ หวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครที่ติดกับดักความปวดเรื้อรัง ดูคลิปนี้เป็นฮีลใจนะครับ เราเชื่อว่าเดี๋ยวคุณก็กลับมาใช้ชีวิตได้! ✌️💙

#ปวดหลัง #ปวดหลังเรื้อรัง #กายภาพบำบัด #รักษาปวดหลัง #แรงบันดาลใจ #สุขภาพดี #คลินิกกายภาพบำบัด #หมอกายภาพ

ขอบคุณ อีเกิ้ง ที่ให้ดูแลนะครับลองลุยกันให้เต็มที่ มาว่ากันอีกทีหลังจากนี้ซัก 3 เดือนครับ 💪🏻😎
21/02/2026

ขอบคุณ อีเกิ้ง ที่ให้ดูแลนะครับ

ลองลุยกันให้เต็มที่ มาว่ากันอีกทีหลังจากนี้ซัก 3 เดือนครับ 💪🏻😎

ยิ่งกลัว ยิ่งเลี่ยง... ยิ่งปวดไม่หาย! 🛑🧠 🚀 ลองใช้กลยุทธ์ 5 ข้อนี้ ทลายวงจร "Fear-Avoidance" เปลี่ยน "ความกลัว" เป็น "การ...
19/02/2026

ยิ่งกลัว ยิ่งเลี่ยง... ยิ่งปวดไม่หาย! 🛑🧠

🚀 ลองใช้กลยุทธ์ 5 ข้อนี้ ทลายวงจร "Fear-Avoidance" เปลี่ยน "ความกลัว" เป็น "การเคลื่อนไหว” ดูครับ

1. สำรวจตัวเอง (Assessment) 🔍 ลองถามคำถามง่ายๆ พวกนี้ในเบื้องต้นครับ�(ถ้าละเอียดเลยอาจใช้ Fear Avoidance Behavior Questionaire : FABQ

🏃‍♂️ ด้านกิจกรรมทางกาย (Physical Activity - ตัวอย่างจาก FABQ-PA):
> "การเดิน การยกของ การออกกำลังกาย ทำให้ฉันอาการปวดแย่ลง?"
>"กิจกรรมทางกายทำให้ฉันบาดเจ็บเพิ่ม?"
💼 ด้านการทำงาน (Work - ตัวอย่างจาก FABQ-W):
> "งานที่ฉันทำอยู่ หนักเกินไปสำหรับร่างกายของฉัน"
> "งานที่ฉันทำให้อาการปวดของฉันแย่ลง หรือทำให้บาดเจ็บซ้ำได้"

แล้วลองประเมินดูว่า เราเลี่ยงเพราะอะไร?
> หลีกเลี่ยงเพราะข้อมูลผิด เช่น มีคนบอกว่าห้ามก้มเด็ดขาด
> หลีกเลี่ยงเพราะเคยเจ็บฝังใจ จากประสบการณ์เดิม
> หลีกเลี่ยงเพราะความกังวล เพื่อวางแผนในการแก้ปัญหา

2. ปรับความคิด "ปวด ≠ พัง" (Reframing)
🧠 ต้องเปลี่ยนวิธี "ตีความ" ความเจ็บปวดใหม่! ความเจ็บปวดไม่ได้แปลว่าฉีกขาดบาดเจ้บเสมอไป (Pain ≠ Tissue Damage)
✅ เพราะการหยุด "ตีความอาการปวดที่เกินจริง" (Catastrophizing) จะช่วยหยุดวงจรความกลัวได้ครับ

3. จัดลำดับสิ่งที่อยากทำ (Graded Exposure)
🪜 ลิสต์กิจกรรมที่เคยกลัวจาก "น้อยไปมาก" ค่อยๆ ทำแล้วเผชิญหน้ากับมัน เพื่อพิสูจน์ให้สมองเห็นว่า "สิ่งที่เรากลัวนั้นจริงๆ แล้วไม่เป็นอันตราย"

4. ออกกำลังกายแบบเน้น "เป้าหมาย" (Graded Exercise)
🏃‍♂️ ฝึกร่างกายให้ทนทานขึ้น (Activity tolerance) โดยใช้ระบบ "ตั้งเป้า (Quota-based)" เช่น วันนี้จะเดิน 10 นาที ก็ต้องทำให้ครบ 10 นาที “โดยไม่ใช้ความปวดเป็นเกณฑ์ในการหยุด”

5. สร้างความมั่นใจให้ตัวเอง (Self-efficacy)
💪 เป้าหมายสูงสุดคือการสร้าง "ความเชื่อมั่น" ว่าเราสามารถจัดการความปวดได้ด้วยตัวเอง เมื่อเราทำสิ่งที่เคยกลัวได้สำเร็จทีละนิด

สรุป: การรักษาความปวดเรื้อรังที่ดีที่สุด คือการใช้ "การเผชิญสิ่งที่กลัว" ร่วมกับ "การปรับความเข้าใจที่ถูกต้อง" ซึ่งนักกายภาพบำบัดจะคอยเป็นโค้ชในทุกๆ ขั้นตอนครับ� 👩‍⚕️👨‍⚕️

#ปวดเรื้อรัง #กายภาพบำบัด #ปรับความคิดชีวิตเปลี่ยน #สุขภาพ

🧠💥 "หรือนี่คือ Game Changer ของคนปวดเรื้อรัง?"ทำไมบางคนปวดหลังแต่กลับไปใช้ชีวิตได้ปกติ ในขณะที่บางคนปวดเท่ากันแต่กลับรู้...
17/02/2026

🧠💥 "หรือนี่คือ Game Changer ของคนปวดเรื้อรัง?"

ทำไมบางคนปวดหลังแต่กลับไปใช้ชีวิตได้ปกติ ในขณะที่บางคนปวดเท่ากันแต่กลับรู้สึกทรมานและเรื้อรัง ไม่ยอมหายสักที...

คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ "ร่างกาย" เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ "ปัจจัยทางจิตใจ" ซึ่งเป็นตัวเปลี่ยนเกม (Game Changer) ที่ทำให้ความปวดกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง!

📖 มีบทความทางวิชาการที่ระบุ 2 ปัจจัยทางจิตใจที่ส่งผลต่อปัญหาปวดเรื้อรังครับ

1. การคิดวนเวียนในทางลบ (Pain Catastrophizing) 🌪️
คือการที่เรา ตีความความปวดเกินจริงไปในทางที่แย่ที่สุด เช่น พอเริ่มปวดหลังก็คิดไปไกลว่า “หมอนรองกระดูกต้องแตกแน่ๆ” “ในอนาคตฉันต้องเดินไม่ได้แน่ๆ” หรือรู้สึกว่าควบคุมความปวดนี้ไม่ได้เลย

❌ ผลที่ตามมา: ยิ่งเราคิดว่ามันคือหายนะ สมองจะยิ่งไวต่อความเจ็บปวด ทำให้เรารู้สึกปวดรุนแรงขึ้นและใช้ชีวิตประจำวันได้ยากขึ้นอย่างชัดเจน

2. ความเชื่อที่ทำให้กลัวและเลี่ยงการเคลื่อนไหว (Fear-avoidance Beliefs) 🚫
คือความเชื่อว่า “ถ้าขยับหรือออกแรงแล้ว จะทำให้เจ็บเพิ่มหรือร่างกายพังกว่าเดิม” เช่น แค่จะก้มเก็บของก็กลัวจนไม่กล้าก้ม เพราะเชื่อว่าหลังจะหัก

❌ ผลที่ตามมา: เมื่อเรา "กลัว" เราก็เริ่ม "เลี่ยง" พอเลี่ยงกิจกรรมบ่อยเข้า กล้ามเนื้อก็อ่อนแรง ร่างกายเสื่อมสมรรถภาพ + นำไปสู่ภาวะซึมเศร้า ซึ่งเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้เรา "ปวดมากขึ้นกว่าเดิม" ทั้งจากความเสื่อมของร่างกาย และจิตใจที่ถดถอยลง
--------------------------------------------------------------------------------
🌈 ทางออกที่ควรจะเป็นคืออะไร?

การรักษาในปัจจุบันไม่ได้มุ่งเน้นแค่การลดคะแนนความปวดให้เป็นศูนย์ แต่คือการ "ปรับจูนความคิด" เพื่อให้คุณกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยอาศัยเทคนิคต่างๆ เช่น:

✅ ท้าทายความคิดแบบหายนะ: สังเกตและปรับมุมมองใหม่ว่าความปวดไม่ได้เท่ากับอันตรายเสมอไป
✅ เผชิญหน้ากับความกลัว: ค่อยๆ ฝึกขยับร่างกายในท่าที่เคยกลัวอย่างปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจว่า "ฉันทำได้"
✅ การรักษาเชิงจิตวิทยา: เช่น Cognitive Behavioral Therapy (CBT), Acceptance and Commitment Therapy (ACT) เพื่อจัดการปัญหาเรื้อรัง ด้วยกลยุทธ์และเทคนิคเฉพาะ

เพราะฉะนั้น...ทั้งคนรักษา และคนไข้ควรต้องตระหนักว่า�
✨ นี่คือสาเหตุที่บางครั้ง การรักษาทางกายอย่างเดียว (เช่น กินยา หรือทำกายภาพ ใช้เครื่องมือ บำบัดรักษาด้วยมือ หรือแม้แต่ออกกำลังกาย) อาจไม่เห็นผลเต็มที่ หากเรายังไม่จัดการกับ "ความเชื่อ" และ "ความกลัว" ในใจ

#ปวดเรื้อรัง #ปวดหลัง #สุขภาพจิต

12/02/2026

🩹 เจ็บแฮมสตริง (Hamstring) ต้องฟื้นฟูยังไงให้ไม่เจ็บซ้ำ?

อาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง หรือ "แฮมสตริง" เป็นการบาดเจ็บที่เจอบ่อยๆ ในนักกีฬาสาย Sprint 🏃‍♂️💨

หากรีบกลับไปเล่นโดยไม่ฟื้นฟูให้ครบขั้นตอน มีโอกาสบาดเจ็บซ้ำและทำให้ระยะเวลาการฟื้นตัวช้าลงไปอีก

การฟื้นฟูเราแบ่งง่ายๆ ออกเป็น 3 ระยะ:
1️⃣ ระยะลดอักเสบ & ปลุกกล้ามเนื้อ (Acute Phase): ช่วงแรกหลังบาดเจ็บ เป้าหมายคือลดบวม ลดปวด และเริ่มกระตุ้นให้กล้ามเนื้อทำงานเบาๆ โดยไม่กระตุ้นอาการเจ็บ
2️⃣ ระยะสร้างความแข็งแรง (Strengthening Phase): เมื่ออาการปวดลดลง เราจะเน้นสร้างความแข็งแรง และเริ่มฝึกพื้นฐานการระเบิดพลัง (Basic Plyometric) เพื่อเตรียมกล้ามเนื้อให้รับแรงยืด
3️⃣ ระยะคืนสนาม (Return to Sport): เน้นความเร็ว การจุดระเบิดพลังเต็มรูปแบบ และเข้าสู้ทักษะกีฬาที่เล่นเตรียทพร้อมก่อนกลับไปเล่น

💡 Key Takeaway: แค่พักไม่พอ อย่ารอให้หายเจ็บเอง ต้อง "โหลด" กล้ามเนื้อให้กลับมาแข็งแรงและพร้อมใช้งานด้วยนะครับ

#กายภาพบำบัด #ฟื้นฟูร่างกาย #บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา #แฮมสตริง #เจ็บต้นขาด้านหลัง #กล้ามเนื้อฉีก #นักวิ่ง #นักฟุตบอล #วิ่งมาราธอน

🔥 สรุปครบในภาพเดียว! ทำไมคุณต้องมางาน NPTC13? งานประชุมวิชาการที่ "ใหญ่" และ "ครบ" ที่สุดแห่งปี 2026! เปิดโลกกายภาพบำบัด...
10/02/2026

🔥 สรุปครบในภาพเดียว! ทำไมคุณต้องมางาน NPTC13? งานประชุมวิชาการที่ "ใหญ่" และ "ครบ" ที่สุดแห่งปี 2026!

เปิดโลกกายภาพบำบัดยุคใหม่ ภายใต้ธีม "From Expertise to Excellence" ที่จะพาคุณก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ สู่มาตรฐานสากล ไม่ว่าคุณจะเป็นสายคลินิก, สายบริหาร, หรือน้องใหม่จบใหม่ งานนี้ "ตอบโจทย์ทุก Persona"

📊 ไฮไลท์ความยิ่งใหญ่ที่คุณจะได้รับ:
✅ 17+ หัวข้อเจาะลึก: ทั้ง Neuro, MSK, Chest, Wellness, AI และกฎหมาย PT
✅ 40+ วิทยากรระดับท็อป: รวมตัวจริง PT จากทุกวงการ ทั้งอาจารย์ นักปฏิบัติ, นักธุรกิจ และอัยการ
✅ 50+ บูธนวัตกรรม: สัมผัสเทคโนโลยี AI และเครื่องมือล่าสุดก่อนใคร
✅ Activities จัดเต็ม: PT Job Fair, Career Coach และ Influencer Award .

💡 เจาะลึกเนื้อหาครบทุก Session บนเว็บไซต์! เข้าไปสำรวจรายละเอียดของทั้ง 17 หัวข้ออบรม แบบเจาะลึก พร้อมตรวจสอบเงื่อนไขวิชาต่อเนื่อง (Part 1-2) เพื่อวางแผนเลือก 4 วิชาที่ใช่ที่สุดสำหรับคุณ ได้ที่ลิงก์ด้านล่าง👇

🌐 ดูรายละเอียดและลงทะเบียนทันที:
👉 https://nptc13-tmmltr4.gamma.site/

🗓 พบกัน 26-27 มีนาคม 2569
📍 ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ⚡️ ด่วน! ราคา Early Bird ถึง 28 ก.พ. นี้เท่านั้น

#กายภาพบำบัด #งานประชุมวิชาการ

🏃‍♂️ 3 ปัจจัยการ "ซ้อมวิ่ง" สำหรับนักวิ่งมือใหม่ ที่อาจทำให้คุณบาดเจ็บ!ลองเช็คลิสต์ 3 ข้อนี้ดูว่าคุณกำลังเสี่ยงอยู่หรือเ...
05/02/2026

🏃‍♂️ 3 ปัจจัยการ "ซ้อมวิ่ง" สำหรับนักวิ่งมือใหม่ ที่อาจทำให้คุณบาดเจ็บ!
ลองเช็คลิสต์ 3 ข้อนี้ดูว่าคุณกำลังเสี่ยงอยู่หรือเปล่า? เราสรุปข้อมูลจากงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับ "ข้อผิดพลาดในการฝึกซ้อม" (Training Errors) ที่สัมพันธ์กับการบาดเจ็บมาฝากกัน

1. ปริมาณการวิ่ง (Volume) :
• ⚠️ ความเสี่ยงเริ่มเกิด: ทั้งนักวิ่งชายและหญิงที่วิ่งมากกว่า 32 กิโลเมตร (20 ไมล์) ต่อสัปดาห์ มีความเสี่ยงบาดเจ็บเพิ่มขึ้น
• 🛑 โซนอันตราย: ความเสี่ยงจะสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อวิ่งสะสมแตะ 64 กิโลเมตร (40 ไมล์) ขึ้นไปต่อสัปดาห์

💪🏻 แต่ในนักวิ่งที่เก๋าแล้ว (วัดกันที่ 1,000 ชั่วโมง) นักวิ่งที่มีประสบการณ์สูงจะบาดเจ็บน้อยกว่า เพราะเข้าใจขีดจำกัด (Injury threshold) ของร่างกายตัวเองได้ดีกว่ามือใหม่

2. ความถี่ในการซ้อม (Frequency) :
• 📉 ซ้อมน้อยไป: โดยเฉพาะนักวิ่งหญิงที่ซ้อมแค่ 1 วันต่อสัปดาห์ พบความเสี่ยงสูงขึ้น
• 📈 ซ้อมมากไป: กลุ่มที่ซ้อมจัดเต็ม 6-7 วันต่อสัปดาห์ คือกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงสุดจากการศึกษาหลายชิ้น

ทั้งนี้ทั้งนั้น ควรดูระยะทางสะสมร่วมด้วย (Cumulative distance) เพราะอาจเป็นตัวบ่งชี้ความเสี่ยงที่สำคัญกว่าการพิจารณาเพียงแค่จำนวนวันที่วิ่ง

3. ความหนัก (Intensity) :
• ⚡️⚠️ การวิ่งด้วยความเร็วสูงกว่า Pace 5:00 พบความเสี่ยงในการบาดเจ็บเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปริมาณการซ้อม (ระยะทางรวม) มักจะเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการบาดเจ็บมากกว่าความเร็วเพียงอย่างเดียวครับ

💡 Take Home Message: ไม่มี "สูตรสำเร็จ" ตายตัวสำหรับการซ้อมที่ไม่ให้เจ็บ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "ประสบการณ์" และ "เพดานการรับแรงของร่างกาย (Load Tolerance)"

✅ คำแนะนำที่ดีที่สุดคือ การซ้อมอย่างค่อยเป็นค่อยไป ค่อยๆ เก็บเลเวล เก็บชั่วโมงในการวิ่งของตนเอง และหมั่นสังเกตสัญญาณเตือนจากร่างกายเสมอครับ เพราะการบาดเจ็บมักจะเกิดจากคำว่า “Too Much, Too Soon”

#ซ้อมวิ่ง #นักวิ่งมือใหม่

03/02/2026

🏃ฟื้นฟูเคสเข่าบิดจากการเล่นเทควันโด

เคสนี้เข่าบิด แต่โชคดีที่เอ็นไขว้หน้าฉีกขาดเล็กน้อย 😳 ไม่ต้องผ่าตัด แต่ใส่เฝือกไว้ประมาณเดือนกว่า หลังจากถอดเฝือกมาพบนักกายภาพบำบัด

เราประเมินแล้วพบว่าคนไข้อยู่ในระยะที่ 2 ที่ต้องเน้นการเพิ่มมุมการเคลื่อนไหว เรียนรู้การเคลื่อนไหวเพื่อเอาการเดินปกติกลับมา และเริ่มสร้างความแข็งแรงเท่าที่ไม่ทำให้ระบม

เพราะการฟื้นฟูไม่ใช่แค่การออกกำลังกาย แต่คือการวางแผนที่เป็นระบบ มีแผนการที่ชัดเจน เพื่อส่งนักกีฬากลับคืนสนามอย่างมั่นใจ 💪🏻 💪🏻

#กายภาพบำบัด #ฟื้นฟูสมรรถภาพทางกีฬา #เข่าบิด #ปวดเข่า

29/01/2026

สูญเสียพลังกล้ามเนื้อ(Powerpenia) น่ากังวลกว่าสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ(Sacropenia)

การสูญเสียพลังกล้ามเนื้อ(Muscle Power) หรือ ความสามารถในการออกแรงอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันมากกว่า เพราะเราจำเป็นจะต้องใช้พลังกล้ามเนื้อในการใช้ชีวิตประจำวันต่างๆ เช่น การเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนไหว ความคล่องตัวที่จะไม่ล้ม การลุกนั่งจากเก้าอี้ เป็นต้น

🏃 มีงานวิจัยที่บอกว่า power เป็นตัวทำนายอัตราการตาย การหกล้ม และการสูญเสียการเคลื่อนไหวอย่างอิสระ ที่ดีกว่าการดูแค่ความแข็งแรง หรือมวลกล้ามเนื้ออย่างเดียว

💪🏻😎 ที่ขอนแก่นฟิสิโอ เราเน้นการฝึกกล้ามเนื้อด้วยน้ำหนักปานกลางหรือต่ำด้วยความเร็ว ซึ่งเป็นแกนหลักของการฟื้นฟูภาวะ powerpenia โดยผสมกับการสร้างความแข็งแรงที่ใช้ความหนักที่สูง และโปรแกรมป้องกันหกล้ม เพื่อพัฒนาศักยภาพของเค้าให้ใช้ชีวิตได้อย่างมีอิสระมากขึ้น ไม่จำกัดตัวเองด้วยคำว่า “สูงวัย” 💪🏻😎

#ขอนแก่นฟิสิโอ #คลินิกกายภาพบำบัดขอนแก่น #ฟื้นฟูผู้สูงอายุขอนแก่น #เพิ่มพลังกล้ามเนื้อ #ชะลอวัยด้วยกายภาพ #ป้องกันการล้ม #สูงวัยอย่างมีคุณภาพ #กายภาพบำบัดผู้สูงอายุ

จะรู้ได้ยังไงว่าเจ็บจากวิ่งเยอะไป?(สรุปจากงานวิจัยจากข้อมูลผู้ใช้ Garmin)งานวิจัยนี้ติดตามนักวิ่งกว่า 5,200 คน เป็นเวลา ...
27/01/2026

จะรู้ได้ยังไงว่าเจ็บจากวิ่งเยอะไป?
(สรุปจากงานวิจัยจากข้อมูลผู้ใช้ Garmin)

งานวิจัยนี้ติดตามนักวิ่งกว่า 5,200 คน เป็นเวลา 18 เดือน โดยใช้ข้อมูลจริงจากนาฬิกา Garmin เพื่อหาคำตอบว่าการซ้อมแบบไหนเสี่ยงต่อการบาดเจ็บที่สุด!!

งานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่า สิ่งที่น่ากลัวกว่าปริมาณระยะวิ่งรวมรายสัปดาห์
คือ “การเพิ่มระยะทางวิ่งยาว” แบบก้าวกระโดดใน "การวิ่งเพียงครั้งเดียว" (Single Session)

1. ไม่ดูแค่ "ระยะรวมรายสัปดาห์" แต่ให้ดู "ระยะวิ่งในหนึ่งครั้ง" ด้วย
งานวิจัยพบว่าวิธีการดูปริมาณการซ้อมแบบเดิมๆ ที่เราคุ้นเคย เช่น
> การเทียบระยะสัปดาห์นี้กับสัปดาห์ก่อน (Week-to-week ratio)
> หรือการเทียบระยะในช่วง 7 วันที่ผ่านมากับ 28 วันก่อนหน้า (Acute on Chronic Workrate Ratio: ACWR)
**พบว่าทั้งปัจจัยสองตัวนี้ไม่มีความสัมพันธ์ที่ชัดเจน กับการบาดเจ็บ

แต่สิ่งที่สัมพันธ์กับการบาดเจ็บของนักวิ่งมากกว่า คือ "ระยะทางของการวิ่งยาวในครั้งนั้น เทียบกับระยะที่เคยวิ่งได้ไกลที่สุดในรอบ 30 วัน"

2. ระยะวิ่งยาวที่เพิ่มครั้งนั้น vs ระยะที่วิ่งยาวที่ไกลที่สุดใน 30 วัน
ความเสี่ยงในการบาดเจ็บแบบสะสม (Overuse injury) จะพุ่งสูงขึ้นทันที หากคุณวิ่งยาวในระยะทางที่ เพิ่มขึ้นเกิน 10% เมื่อเทียบกับการวิ่งไกลที่สุดในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ปริมาณความเสี่ยงจากงานวิจัย:
🟢 โซนปลอดภัย: คือการเพิ่มระยะ ไม่เกิน 10% (เทียบกับการวิ่งไกลที่สุดใน 30 วัน)
🟡 โซนเสี่ยงระดับ 1 (Small Spike): เพิ่มระยะ 10% - 30% จะมีความเสี่ยงเจ็บเพิ่มขึ้น 1.64 เท่า
🔴 โซนอันตราย (Large Spike): เพิ่มระยะ มากกว่า 100% (เช่น เคยวิ่งไกลสุด 5 กม. แล้วขยับไปวิ่ง 10 กม. ทันที) ความเสี่ยงเจ็บเพิ่มขึ้นถึง 2.28 เท่า

3. นำไปใช้จริง: เช็คก่อนซ้อม!
ก่อนที่คุณจะออกไปวิ่งยาว (Long Run) ครั้งต่อไป ให้เช็คตัวเองด้วย 3 ข้อนี้:
1. ย้อนดูประวัติ: ใน 30 วันที่ผ่านมา คุณวิ่งยาวไกลที่สุดกี่กิโลเมตร? (สมมติว่าคือ 10 กม.)
2. คำนวณลิมิต: บวกเพิ่มไปอีกไม่เกิน 10% (10 + 1 = 11 กม.)
3. วางแผน: การซ้อมครั้งนี้ไม่ควรเกิน 11-13 กม. หากคุณฝืนวิ่งไปถึง 13 กม. (เกิน 30%) คุณกำลังก้าวเข้าสู่โซนที่มีความเสี่ยงบาดเจ็บสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

**ร่างกายของเราอาจไม่ได้พังเพราะ "ระยะสะสมทั้งสัปดาห์" ที่มากเกินไป แต่พังเพราะ "Shock Load" จากการวิ่งยาวครั้งเดียวที่หนักเกินกว่าร่างกายจะปรับตัวไหวเมื่อเทียบกับในช่วงเดือนที่ผ่านมา

#วิ่ง #วิ่งเทรล #วิ่งมาราธอน #วิ่งน้อยแต่วิ่งนะ #บาดเจ็บจากกีฬา #กายภาพบำบัด #กายภาพบำบัดขอนแก่น

ถอดบทเรียนจากงานวิจัย: 👟🚫�"รองเท้าวิ่ง ช่วยป้องกันบาดเจ็บได้จริงไหม? Ep.2 มาดูสรุป 5 ข้อจากบทความวิจัยอีกงานที่เกี่ยวกับ...
22/01/2026

ถอดบทเรียนจากงานวิจัย:
👟🚫�"รองเท้าวิ่ง ช่วยป้องกันบาดเจ็บได้จริงไหม? Ep.2

มาดูสรุป 5 ข้อจากบทความวิจัยอีกงานที่เกี่ยวกับรองเท้าและการบาดเจ็บจากวิ่งครับ

✅ 1. รองเท้า "ไม่ได้" เกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บ “ขนาดนั้น”
รองเท้าเป็นเพียงตัวช่วยปรับการรับแรงเท่านั้น ปัจจัยที่สำคัญกว่าต่อการบาดเจ็บ คือ ปริมาณการฝึกซ้อม ประวัติการบาดเจ็บเดิม และ ความผิดพลาดในการวางแผนซ้อม (Too much too soon)

✅ 2. สูตร "เลือกรองเท้าตามรูปเท้า" ยังไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน
การเลือกรองเท้าแบบ Cushioned / Stability / Motion-control ตามลักษณะเท้า (อุ้งเท้าสูง/ปกติ/แบน) ไม่ได้ช่วยลดอัตราการบาดเจ็บอย่างมีนัยสำคัญ
แต่สำหรับคนเท้าล้ม (Pronated) เทคโนโลยี Motion-control ยังถือว่ามีประโยชน์และปลอดภัย

✅ 3. ความนุ่ม (Cushioning) และดรอป (Drop) มีผลแค่บางกลุ่ม
> พื้นนุ่มมาก: อาจช่วยลดความเสี่ยงในนักวิ่งที่มีน้ำหนักตัวน้อย
> Drop ต่ำ (0-6 มม.): ดูปลอดภัยสำหรับนักวิ่งมือใหม่ แต่สำหรับ "นักวิ่งขาประจำ" หากเปลี่ยนมาใช้ Low-drop แบบรวดเร็วเกินไป จะเสี่ยงเจ็บเพิ่มขึ้นทันที การจะเปลี่ยน Drop ต้องทำแบบ "ค่อยเป็นค่อยไป"

✅ 4. "ราคาแพง" หรือ "แบรนด์ดัง" ไม่ได้การันตีความปลอดภัย
งานวิจัยระบุว่ารองเท้าแบรนด์ดัง ไม่ได้ช่วยลดการบาดเจ็บได้มากกว่าแบรนด์อื่น บางการศึกษาพบว่ารองเท้าราคาแพงสัมพันธ์กับอัตราการบาดเจ็บที่สูงกว่าด้วยซ้ำ! (อาจเพราะจำนวนคนใช้เยอะมั้ง อันนี้คหสต.) ส่วนประสิทธิภาพการซับแรงและความสบายของรุ่นถูก-กลาง-แพง แทบไม่ต่างกัน

✅ 5. การเลือกรองเท้านักวิ่ง คือ: "เน้นความสบาย" และ "การสลับคู่"
แทนที่จะไล่ตามสเป็กเทพ เล่นตัวท็อป สิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงได้จริงคือ:
* 🔄 สลับใช้รองเท้าหลายคู่ (ต่างสเป็ก/ต่างวัตถุประสงค์) ดีกว่าใช้คู่เดียวซ้ำๆ
* 👟 เลือกคู่ที่ใส่แล้ว "รู้สึกสบาย"
* 📉 โฟกัสที่การจัดการตารางซ้อม ฟังเสียงร่างกาย มากกว่าฝากความหวังไว้ที่เทคโนโลยีรองเท้า

สรุปคือ... อย่าเพิ่งรองเท้าถ้ายังโหมซ้อมหนักเกินไป ปรับการซ้อมให้เหมาะสม ทำร่างกายให้แข็งแรง และเลือกรองเท้าที่ใส่สบายที่สุดสำหรับเท้าเราครับ!�

ปล. แต่ถ้าอยากได้รองเท้าเพิ่ม ชอบ ของมันต้องมี แพ้เสียงในหัว ก็จัดเลยจ้าาา!!!
(ทางนี้ก็อยากได้เหมือนกัน 😛🤣)

📖 อ้างอิงจากบทความวิจัย: Malisoux L, Theisen D. Can the "Appropriate" Footwear Prevent Injury in Leisure-Time Running? Evidence Versus Beliefs. (2020) อ่านฉบับเต็ม: https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC7740063/
#วิ่ง #รองเท้าวิ่ง #อาการบาดเจ็บจากการวิ่ง #นักวิ่งมือใหม่

ที่อยู่

102/8-9 Pimpasut Road, Nai-muang, Muang
Khon Kaen District
40000

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 19:00
อังคาร 10:00 - 19:00
พุธ 10:00 - 19:00
พฤหัสบดี 10:00 - 19:00
ศุกร์ 10:00 - 19:00
เสาร์ 10:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66897128878

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คลินิกกายภาพบำบัดขอนแก่นฟิสิโอ : KhonKaen Physioผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง คลินิกกายภาพบำบัดขอนแก่นฟิสิโอ : KhonKaen Physio:

แชร์