04/07/2022
โรคที่พบบ่อยในช่วงฤดูฝน ที่ผู้ปกครองควรเฝ้าระวังในลูกน้อย
โดยส่วนมากมักเป็นโรคที่เกี่ยวกับ"ทางเดินหายใจ"
👉โรคไข้หวัด : ไข้ต่ำๆ ไอ จาม น้ำมูกไหล ช่วงแรกน้ำมูกจะใส และอาจข้นขึ้น และมีอาการคัดจมูก หายใจไม่ออก งอแง
👉ไข้หวัดใหญ่ : มีไข้สูง ไอ เจ็บคอ ปวดกล้ามเนื้อ และอ่อนเพลีย
👉หลอดลมอักเสบ ไข้ไวรัส RSV : มีน้ำมูกไหล คัดจมูก ทานอาหารได้น้อย หลังจากนั้น 1-3 วัน จะไอมีเสมหะ มีไข้ หายใจลำบาก และอาจมีเสียงดังตอนหายใจ ชายโครงหรือหน้าอกบุ๋มขณะหายใจ
👉ปอดบวม : มีไข้ ไม่สบายตัว ไอแห้งถี่ๆ หายใจเร็ว แรง หรือหายใจลำบาก ปวดท้อง เจ็บหน้าอก
👉ไข้เลือดออก : มีอาการไข้สูงนำ หน้าแดงผิดสังเกต ปวดท้องที่ชายโครง คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลว
👉มือเท้าปาก : มีตุ่มแดงๆ หรือตุ่มน้ำ บนฝ่ามือ ฝ่าเท้า รวมถึงที่เข่าและก้น มีไข้สูง สังเกตได้จาก การที่เด็กไม่ยอมรับประทานอาหาร เพราะรู้สึกเจ็บแผลในปาก หรือ กระพุ้งแก้ม
ผู้ปกครองดูแลลูกน้อยได้โดย
⭐️สวมหน้ากากอนามัย
⭐️ล้างมืออย่างสม่ำเสมอ (ล้างมือ 7 ขั้นตอน ฟอกสบู่ 20-30 วินาที = ร้องเพลงช้าง 2 รอบ)
⭐️สวมเสื้อผ้ารักษาร่างกายให้อบอุ่น และ
⭐️การออกกำลังกาย
เพื่อให้ร่างกายลูกมีภูมิต้านทานโรค เนื่องจากสภาพอากาศมีความชื้นสูง หนาวเย็น จะทำให้ร่างกายที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ จึงมีโอกาส ติดเชื้อโรคทางเดินหายใจได้ง่าย และที่สำคัญควรกำจัดน้ำขังในบ้าน ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย อันเป็นสาเหตุหลักของไข้เลือดออกในหน้าฝน
ผู้ปกครองควรเฝ้าระวัง และสังเกตลูกน้อย หากพบว่าไข้สูง 3 วัน อาการไม่ดีขึ้น หรือเด็กไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุข เช่น
😰 กินไม่ได้
😰 ซึมลงมาก
😰 นอนไม่ได้
😰 หอบเหนื่อย หรือ กระสับกระส่าย
ควรพาไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาต่อ
Cr. สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข