ลำพูนสูตินรีเวชคลินิก

ลำพูนสูตินรีเวชคลินิก ฝากครรภ์-อัลตราซาวน์-ตรวจเลือด-ฉีดวัคซีนHPV-ตรวจNIFT-ตรวจมะเร็งปากมดลูก บริการฝากครรภ์-ทำคลอด ตรวจภายใน มะเร็งปากมดลูก

แจ้งวันหยุดคลินิกช่วงเทศกาลปีใหม่ ปี 2569ลำพูนสูตินรีเวชคลินิก หยุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 - 2 มกราคม 2569 และจะเปิดทำการ...
26/12/2025

แจ้งวันหยุดคลินิกช่วงเทศกาลปีใหม่ ปี 2569
ลำพูนสูตินรีเวชคลินิก หยุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 - 2 มกราคม 2569 และจะเปิดทำการตามปกติในวันที่ 3 มกราคม 2569 ค่ะ

@ผู้ติดตาม #ลำพูนสูตินรีเวชคลินิก #วันหยุด #ปีใหม่ #ฝากครรภ์ลำพูน #ลำพูน

มดลูกหย่อนเกิดจากกล้ามเนื้ออุ้งเชิงการที่ทำหน้าที่ยึดมดลูกมีการเสื่อมและอ่อนแอลง ทำให้มดลูกมีการหย่อนลงไปในช่องคลอด ซึ่ง...
19/12/2025

มดลูกหย่อนเกิดจากกล้ามเนื้ออุ้งเชิงการที่ทำหน้าที่ยึดมดลูกมีการเสื่อมและอ่อนแอลง ทำให้มดลูกมีการหย่อนลงไปในช่องคลอด ซึ่งมักเกิดกับสตรีวัยหมดประจำเดือน ผู้ที่เคยตั้งครรภ์ การคลอดบุตรตามธรารมชาติ รวมถึงโรคอ้วน ไอเรื้อรัง ท้องผูกเรื้อรัง การยกของหนัก

ปรึกษาและเข้ารับการตรวจได้ที่ ลำพูนสูตินรีเวชคลินิก หรือโทร. 053-525789
#ลำพูนสูตินรีเวชคลินิก #นรีเวช #มดลูกหย่อน #ก้อนทางช่องคลอด #ปัสสาวะเล็ด

การบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน หรือ Kegel Exercise (คีเกล เอ็กเซอร์ไซส์) เป็นการฝึกขมิบเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้าม...
15/12/2025

การบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน หรือ Kegel Exercise (คีเกล เอ็กเซอร์ไซส์) เป็นการฝึกขมิบเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่พยุงอวัยวะภายในอุ้งเชิงกราน (เช่น กระเพาะปัสสาวะ มดลูก ลำไส้ตรง) ซึ่งช่วยลดปัญหาปัสสาวะเล็ดและภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนได้ค่ะ
นี่คือขั้นตอนพื้นฐานในการฝึก Kegel Exercise:

🌟 3 ขั้นตอนง่ายๆ ในการฝึก Kegel Exercise
1. ค้นหากล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่ถูกต้อง (Identifying the Muscles)
ก่อนเริ่มฝึก คุณต้องแน่ใจว่ากำลังขมิบกล้ามเนื้อที่ถูกต้อง วิธีที่ง่ายที่สุดคือ:

ลองกลั้นปัสสาวะกลางคัน: กล้ามเนื้อที่คุณใช้ในการหยุดการไหลของปัสสาวะชั่วคราวนั่นแหละคือกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (แต่ ไม่ควร ทำการฝึก Kegel ขณะปัสสาวะเป็นประจำ เพราะอาจทำให้กระเพาะปัสสาวะมีปัญหาได้)

ความรู้สึก: เมื่อคุณขมิบ/เกร็งกล้ามเนื้อนี้ คุณจะรู้สึกเหมือนมีการ ดึงเข้าด้านใน และ ยกขึ้น บริเวณอุ้งเชิงกราน ห้ามเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้อง ก้น หรือต้นขา

2. การฝึกแบบ Basic Kegel (การหดเกร็งค้างไว้)
เมื่อคุณหากล้ามเนื้อเจอแล้ว ให้เริ่มฝึกตามขั้นตอนเหล่านี้:

ผ่อนคลาย: หายใจเข้า-ออกอย่างสบายๆ และผ่อนคลายกล้ามเนื้อหน้าท้อง ก้น และต้นขา

เกร็ง: ขมิบกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (เหมือนพยายามกลั้นปัสสาวะ/อุจจาระ) และ เกร็งค้างไว้ประมาณ 5-10 วินาที

ผ่อนคลาย: คลายกล้ามเนื้อและ พักประมาณ 10 วินาที ก่อนเริ่มทำซ้ำครั้งต่อไป

ทำซ้ำ: ทำซ้ำขั้นตอนที่ 2-3 เป็นจำนวน 8-12 ครั้ง (นับเป็น 1 เซ็ต)

3. ความถี่ในการฝึก
เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ ควรฝึกอย่างสม่ำเสมอ:

จำนวนเซ็ต: ทำทั้งหมด 2-3 เซ็ตต่อวัน

ความสม่ำเสมอ: พยายามทำทุกวันอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อย 6 สัปดาห์ จึงจะเริ่มเห็นผลชัดเจน

ท่าฝึก: คุณสามารถฝึก Kegel ได้ในหลายท่าทาง เช่น ท่านอนราบ (เหมาะสำหรับมือใหม่), ท่ากำลังนั่งบนเก้าอี้, หรือท่ายืน เมื่อคุ้นเคยแล้วก็สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา
#ลำพูนสูตินรีเวชคลินิก #ขมิบ #กระชับช่องคลอด #รูฟิต #มดลูกหย่อน #มดลูกต่ำ #วัยทอง

ตอนตั้งครรภ์ คุณแม่อุตส่าห์ตั้งใจทานอาหารเพื่อเจ้าตัวเล็กอย่างเต็มที่ อาหารชนิดไหนที่เขาว่าดีก็ไม่พลาดที่จะหามาบำรุงร่าง...
13/12/2025

ตอนตั้งครรภ์ คุณแม่อุตส่าห์ตั้งใจทานอาหารเพื่อเจ้าตัวเล็กอย่างเต็มที่ อาหารชนิดไหนที่เขาว่าดีก็ไม่พลาดที่จะหามาบำรุงร่างกายให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ที่คุณหมอแนะนำ แต่ทำไมพอคลอดต้าวความรักออกมา ลูกกลับตัวเล็กนิดเดียว แถมน้ำหนักมาค้างอยู่ที่คุณแม่เกือบหมด จริงๆ แล้วต้อง กินยังไงให้ลงลูก กันนะ?

1. สร้างกล้ามเนื้อด้วยโปรตีน
สารอาหารกลุ่มแรกอย่างโปรตีน ถือเป็นตัวช่วยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นเนื้อ นม ไข่ หรือพืชตระกูลถั่ว ซึ่งสารอาหารกลุ่มนี้เหมาะกับแม่ท้องมากๆ เพราะไม่เพียงแต่ช่วยซ่อมแซมและฟื้นฟูส่วนที่สึกหรอของร่างกายให้กับแม่ท้องเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของลูกน้อยในครรภ์อีกด้วย ซึ่งหน้าที่หลักๆ ของโปรตีน คือ การเข้าไปช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและภูมิคุ้มกันให้กับเจ้าตัวเล็กในครรภ์นั่นเองค่ะ

2. เสริมความแข็งแรงด้วยแคลเซียมและธาตุเหล็ก
สารอาหารสำคัญอย่างธาตุเหล็กและแคลเซียมก็จำเป็นสำหรับทารกในครรภ์ด้วยเช่นกัน โดยปกติแล้วแม่ท้องจะได้รับวิตามินทั้ง 2 ชนิด จากคุณหมอมารับประทานกันอยู่แล้วเพราะสารอาหารอย่างธาตุเหล็กนั้นจะช่วยสร้างเม็ดเลือดให้กับทารก ส่วนแคลเซียมนั้นจะเข้าไปช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้กับเขา เรียกได้ว่าสารอาหารกลุ่มนี้เจ้าตัวเล็กจะได้รับไปเต็มๆ เลยล่ะค่ะ

แต่นอกจากวิตามินที่คุณหมอจ่ายมาให้แม่ท้องรับประทานกันแล้ว คุณแม่ยังสามารถรับสารอาหารกลุ่มนี้ได้จากการทานอาหารชนิดอื่นๆ ที่หาได้ง่ายๆ ในชีวิตประวัน อย่างเช่น นม ไข่แดง ตับ หรือผักใบเขียวต่างๆ เช่น คะน้า ตำลึง ฯลฯ

3. ลดแป้ง ลดน้ำตาล
การที่คุณแม่ตั้งท้องนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องทานเพิ่มเป็น 2 เท่าเผื่อลูกน้อยนะคะ โดยเฉพาะอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลที่หากคุณแม่ทานเพิ่มเป็น 2 เท่านั้น ย่อมต้องส่งผลเสียมากกว่าผลดีแน่นอน
ดังนั้น เราขอแนะนำให้แม่ท้องลดการทานอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล เช่น ข้าวขาว ขนมปังขัดสี ขนมหวาน และผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงลงเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ โดยคุณแม่สามารถหันไปทานข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ขนมปังโฮลวีต ธัญพืชที่ให้พลังงานสูง ผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อย หรือผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ทดแทนได้

4. แบ่งทานมื้อละนิดละหน่อย
พอตั้งท้องกระเพาะอาหารและลำไส้ของคุณแม่จะถูกเบียดจากเจ้าตัวเล็ก ทำให้การทานอาหารตามแบบมื้อปกติที่กินน้อยครั้งแต่เน้นปริมาณมากๆ อาจทำให้คุณแม่รู้สึกแน่นท้องและมีการท้องอืดในบางครั้ง อีกทั้งวิธีการรับประทานอาหารแบบนี้ยังทำให้น้ำหนักส่วนใหญ่ไปค้างอยู่ที่คุณแม่มากกว่าลูกน้อยในครรภ์

ดังนั้น เพื่อให้น้ำหนักส่วนใหญ่ไปอยู่ที่เจ้าตัวเล็ก เราขอแนะนำให้คุณแม่แบ่งทานมื้อละนิดละหน่อยจะดีกว่าค่ะ ตัวอย่างเช่น ปกติคุณแม่ทานอาหาร 3 มื้อก็เปลี่ยนเป็นทานอาหาร 6 มื้อต่อวัน โดยแบ่งอาหารออกเป็นมื้อเล็กๆ ให้แค่พออิ่ม ซึ่งวิธีนี้นอกจากจะช่วยเพิ่มน้ำหนักให้กับเจ้าตัวเล็กแล้ว ยังทำให้ระบบย่อยอาหารของคุณแม่ทำงานได้ดีขึ้น รวมไปถึงหลีกเลี่ยงการเกิดอาการท้องอืดได้อีกด้วยค่ะ

5. ทานอาหารให้หลากหลายและครบ 5 หมู่
การทานอาหารให้หลากหลายเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยเพิ่มน้ำหนักให้กับเจ้าตัวเล็กในครรภ์ คุณแม่ไม่จำเป็นที่จะต้องทานอาหารเดิมๆ ซ้ำๆ เพราะการทานอาหารในรูปแบบนี้จะทำให้แม่ท้องได้รับสารอาหารชนิดเดิมมากเกินความจำเป็น อีกทั้งยังไม่สามารถช่วยเพิ่มน้ำหนักให้กับลูกและยังอาจส่งผลให้เขาแพ้อาหารชนิดนั้นๆ ได้อีกด้วย

ดังนั้นเราขอแนะนำให้แม่ท้องเปลี่ยนอาหารไปเรื่อยๆ สนุกกับการลองทานอาหารใหม่ๆ เลือกรับประทานอาหารให้หลากหลายและครบ 5 หมู่เพื่อที่จะได้บำรุงเจ้าตัวเล็กให้เติบโตแข็งแรงไปพร้อมๆ กับคุณแม่กันดีกว่านะคะ

อย่างไรก็ตาม การรับประทานนั้นไม่ใช่ทั้งหมดที่จะช่วยให้ลูกน้อยมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น แต่คุณแม่จำเป็นที่จะต้องออกกำลังกายควบคู่ไปกับการพักผ่อนให้เพียงพอด้วยนะคะ
#ฝากครรภ์ลำพูน #ลำพูนสูตินรีเวชคลินิก #อาหารตั้งครรภ์ #แม่ตั้งครรภ์ #อาหารตอนท้อง #เพิ่มน้ำหนัก

รอบนี้ สูง หรือ ต่ำทำใจให้สงบ..แล้วมาจบที่เครื่องวัดความดันแม่ๆที่มาแล้ว นั่งพักซักครู่ แล้วมาวัดความดันกันค่ะ   #ฝากครร...
11/12/2025

รอบนี้ สูง หรือ ต่ำ
ทำใจให้สงบ..แล้วมาจบที่เครื่องวัดความดัน

แม่ๆที่มาแล้ว นั่งพักซักครู่ แล้วมาวัดความดันกันค่ะ
#ฝากครรภ์ลำพูน #ลำพูนสูตินรีเวชคลินิก #ตั้งครรภ์ #ทีมคนท้อง

ครม. เห็นชอบร่างกฎกระทรวงฯ สปส. ปรับเพดานค่าจ้าง เริ่มปี 2569 ยกระดับสิทธิประโยชน์และความมั่นคงของผู้ประกันตนอ่านต่อได้ท...
07/12/2025

ครม. เห็นชอบร่างกฎกระทรวงฯ สปส. ปรับเพดานค่าจ้าง เริ่มปี 2569 ยกระดับสิทธิประโยชน์และความมั่นคงของผู้ประกันตน
อ่านต่อได้ที่ https://shorturl.asia/uZVFI
ติดตามข้อมูลข่าวสารสำนักงานประกันสังคม
Website : www.sso.go.th
Facebook : สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน
Instagram : sso_1506
X (twitter) : @ sso1506
Youtube : สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน
Tiktok :
Line :
#สำนักงานประกันสังคม #ปรับเพดานค่าจ้าง ดูน้อยลง

30/11/2025

ฤกษ์คลอดเดือนธันวาคมมาแล้วค่ะแม่ๆ ใครยังไม่มี plan มาแวะดูกันได้นะคะ

#ลำพูนสูตินรีเวชคลินิก #ฝากท้อง #ฤกษ์คลอด #คลอดบุตร #ฝากครรภ์ลำพูน #วันเกิด #ผ่าตัดคลอด

21/11/2025
เทียบกันชัดๆเลยค่ะ คลอดธรรมชาติ กับ ผ่าตัดคลอด ข้อดี ข้อด้อยมีอะไรบ้าง #คลอดธรรมชาติ  #ผ่าตัดคลอด  #คลอดลูก  ลำพูนสูตินร...
10/11/2025

เทียบกันชัดๆเลยค่ะ คลอดธรรมชาติ กับ ผ่าตัดคลอด ข้อดี ข้อด้อยมีอะไรบ้าง
#คลอดธรรมชาติ #ผ่าตัดคลอด #คลอดลูก ลำพูนสูตินรีเวชคลินิก #ฝากท้อง

📌วิธีการจัดการกับอาการแพ้ท้องของคุณแม่ ให้สามารถทำกิจกรรมและทานอาหารได้อย่างมีความสุขขณะตั้งครรภ์ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอาการ...
08/11/2025

📌วิธีการจัดการกับอาการแพ้ท้องของคุณแม่ ให้สามารถทำกิจกรรมและทานอาหารได้อย่างมีความสุขขณะตั้งครรภ์

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอาการแพ้ท้องกับคุณแม่ต้องครรภ์เป็นของคู่กัน เพราะเมื่อถึงช่วงหนึ่งของการตั้งครรภ์ อาการแพ้ท้องที่ไม่ว่าจะหนักหรือเบาก็เล่นงานคุณแม่ จนทำให้ไม่อยากอาหาร อาเจียนหรือร่างกายสูญเสียน้ำ เพราะระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงส่งผลให้ท้องไส้ ของคุณแม่ทำงานได้ไม่ดี ช่วงที่แพ้ท้องร่างกายคุณแม่จึงไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอ

--วิธีการจัดการกับอาการแพ้ท้อง--

📌บรรเทาอาการ

1.ทานอาหารย่อยง่าย : ควรเลือกทานอาหารที่ง่ายๆ ย่อยได้ง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก และต้องทานตอนที่ยังอุ่นๆอยู่
ควรเลี่ยงอาหารทอด อาหารมันและย่อยยาก เพราะจะทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้

2.ให้กินจุบจิบ : เพราะช่วงแพ้ท้อง ทำให้คุณแม่ไม่อยากอาหาร การฝืนทาน
อาหารมากในหนึ่งมื้อจึงจบลงด้วยการไม่ทานอะไรเลย หรือทานแต่อาเจียนออกหมด
ดังนั้นคุณแม่ลองเปลี่ยนเป็นทานของจุบจิบ แยกย่อยเป็นมื้อเล็กๆตลอดทั้งวันจะช่วยให้คุณแม่
ทานอาหารได้มากขึ้นและท้องไม่ว่าง (ทานน้อยๆแต่บ่อยครั้ง)

3.เลี่ยงอาหารกลิ่นแรง : อาหารหมักดอง กลิ่นแรง อาหารที่มีกลิ่นคาว ฉุน จะทำให้คุณแม่คลื่นไส้จะอาเจียนได้ อีกทั้งของหมักดองก็ไม่ดีต่อทารกด้วย

4.เดินย่อย : หลังจากทานอาหาร คุณแม่ควรเดินเล่นเพื่อย่อยอาหาร จะช่วยให้อาการแน่นท้อง อยากอาเจียนลดลงได้ ไม่ควรรีบนอนเพราะอาหารยังย่อยได้ไม่เต็มที่

📌อาหารที่แนะนำในช่วงแพ้ท้อง
- ผลไม้รสเปรี้ยว สามารถทานได้ จะช่วยลดอาการคลื่นไส้ อยากอาเจียนได้ แต่ต้องระวังเรื่องความสะอาดและน้ำจิ้มที่รสจัดเกินไปด้วยนะ

- น้ำผลไม้ เช่น น้ำส้ม มะนาว สับปะรดหรือน้ำแตงโมจะช่วยให้คุณแม่สดชื่น แต่ต้องเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแก๊สเพราะจะยิ่งทำให้แน่นท้อง

- น้ำขิงร้อนๆ การจิบน้ำขิงหรือน้ำอุ่นจะช่วยลดอาการแพ้ท้องของคุณแม่ได้ดี โดยทำการจิบในช่วงเช้าที่มีอาการแพ้ท้องมากที่สุดของวัน

- น้ำอุ่น การดื่มน้ำนั้นดีต่อร่างกายอยู่แล้ว และคุณแม่สามารถดื่มน้ำที่อุ่นเพิ่มเติมเพื่อช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายมากขึ้นทำให้อาการแพ้ท้องทุเลาลงได้

- แครกเกอร์หรือขนมปังแห้ง จะช่วยดูดซับน้ำลาย ลดการคลื่นไส้อาเจียนได้อีกด้วย

หากอาการแพ้ท้องยังไม่ดีขึ้น จนทานอาหารไม่ได้หรือมีอาการอ่อนเพลียมาก คุณแม่ควรรีบไปโรงพยาบาลเพื่อปรึกษาแพทย์ดูความผิดปกติ และให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำทดแทน ตามคำสั่งของสูติแพทย์ค่ะ
#แพ้ท้อง #อาเจียน #ตั้งครรภ์ #ท้อง #ลำพูนสูตินรีเวชคลินิก #น้ำขิง #อาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์

การดูแลตัวเองเมื่อ “ตั้งครรภ์และเลี้ยงแมว”หลายคนเลี้ยงแมวเป็นครอบครัวอยู่แล้ว พอรู้ว่าตั้งครรภ์ก็เริ่มกังวลว่า “จะติดเชื...
05/11/2025

การดูแลตัวเองเมื่อ “ตั้งครรภ์และเลี้ยงแมว”

หลายคนเลี้ยงแมวเป็นครอบครัวอยู่แล้ว พอรู้ว่าตั้งครรภ์ก็เริ่มกังวลว่า “จะติดเชื้อจากแมวไหม?”
ความจริงแล้ว…ถ้าดูแลถูกวิธี สามารถอยู่กับแมวได้อย่างปลอดภัย เพียงแค่รู้จักวิธีป้องกัน “เชื้อท็อกโซพลาสมา” (Toxoplasma gondii)

⚠️ เชื้อท็อกโซพลาสมาคืออะไร?
เป็นเชื้อปรสิตชนิดหนึ่งที่พบได้ใน “อุจจาระแมว” โดยเฉพาะแมวที่เคยออกไปล่าสัตว์หรือกินอาหารดิบ เช่น เนื้อสด ปลา หรือหนู
ถ้าเชื้อนี้เข้าร่างกายคนตั้งครรภ์ อาจแพร่สู่ลูกในท้องได้

👶 ถ้าติดเชื้อขณะตั้งครรภ์จะเกิดอะไรขึ้น?
เชื้อนี้อาจทำให้เกิด “ท็อกโซพลาสโมซิสในทารก”
ผลที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
• แท้ง หรือคลอดก่อนกำหนด
• ศีรษะโต น้ำในสมอง (hydrocephalus)
• การมองเห็นผิดปกติ หรือจอประสาทตาอักเสบ
• พัฒนาการช้าในระยะยาว
ช่วงที่อันตรายที่สุด:
• ถ้าแม่ติดเชื้อ ในช่วงอายุครรภ์ 10–24 สัปดาห์ (ไตรมาสที่ 2 ต้น ๆ)
→ โอกาสติดลูกไม่มากนัก แต่ถ้าติดแล้ว มักรุนแรง
• ถ้าแม่ติดเชื้อ ในช่วงปลายครรภ์ (ไตรมาสที่ 3)
→ ลูกติดเชื้อได้ง่ายกว่า แต่ความรุนแรงมักน้อยลง
ดังนั้น ควรป้องกันตลอดการตั้งครรภ์ จะดีที่สุดเลยครับ

🩺 สิ่งที่สูติแพทย์อยากให้ “คนท้องทาสแมวตั้งครรภ์” เน้นการปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย
1. เรื่องแมวและกระบะทราย
• หลีกเลี่ยงการตักอึแมว ถ้ามีคนอื่นช่วยได้จะดีที่สุดครับ
• แต่ถ้าต้องทำเองจริง ๆ ขณะท้องแนะนำให้
• ใส่ถุงมือทุกครั้ง
• ล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาดหลังทำนานอย่างน้อย 20 วินาที
• เปลี่ยนทรายแมวทุกวัน เน้นว่าอยากให้ทุกวัน (เชื้อจะเริ่มอันตรายหลังผ่านไปเกิน 24 ชม.)
• อย่าให้แมวออกไปนอกบ้าน หรือกินเนื้อดิบเพราะเป็นแหล่งที่จะเอาเชื้อเข้าบ้านนั่นเอง
2. เรื่องอาหาร
• งดอาหารดิบ เช่น ลาบ เนื้อหมูดิบ ปลาดิบ หรือเนื้อย่างไม่สุก
• ผักผลไม้ต้องล้างให้สะอาดก่อนกิน
• ใช้เขียงมีดแยกสำหรับอาหารดิบและสุก
• ล้างมือก่อนกินอาหารทุกครั้ง
3. เรื่องทำสวนหรือดิน
• ใส่ถุงมือเวลาทำสวนหรือจับดิน เพราะอาจมีอุจจาระแมวอยู่ในดิน
• ล้างมือให้สะอาดหลังทำเสร็จทุกครั้ง
• ถ้ามีสนามหญ้าหรือกระบะทรายเด็ก ให้ปิดคลุมไว้ป้องกันแมวมาใช้เป็นห้องน้ำโดยที่เราอาจไม่ทันรู้ตัว

🐾 เรื่องที่อยากให้สบายใจเวลาอยู่ใกล้แมว
• การ “กอด ลูบตัว หรือเล่นกับแมว” โดยทั่วไปไม่ทำให้ติดเชื้อ
• แมวที่เลี้ยงในบ้าน กินอาหารสำเร็จรูป ไม่ล่าสัตว์ → ความเสี่ยงต่ำมาก
• สิ่งสำคัญคือ “หลีกเลี่ยงการสัมผัสอุจจาระแมวโดยตรง”

💬 สรุปสั้น ๆ สำหรับคุณแม่ท้องที่เป็นทาสแมว
“อยู่กับแมวได้ ปลอดภัยได้ แค่ล้างมือ กินสุก อยู่สะอาด หลีกเลี่ยงอึแมว” นะครับ

ที่มา:หมอสูติคู่มือถือคุณ

ที่อยู่

269 ถนนเจริญราษฎร์ ต. ในเมือง
Lamphun
51000

เวลาทำการ

จันทร์ 16:30 - 20:00
อังคาร 16:30 - 20:00
พุธ 16:30 - 20:00
พฤหัสบดี 16:30 - 20:00
ศุกร์ 16:30 - 20:00
เสาร์ 08:00 - 12:00
อาทิตย์ 08:00 - 12:00

เบอร์โทรศัพท์

6653525789

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ลำพูนสูตินรีเวชคลินิกผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์