เภสัชสนเทศ โรงพยาบาลลำพูน

เภสัชสนเทศ โรงพยาบาลลำพูน ข่าวสารด้านยา

https://www.facebook.com/896404783733131/photos/a.1166975853342688.1073741944.896404783733131/1658649787508623/?type=3&t...
12/07/2017

https://www.facebook.com/896404783733131/photos/a.1166975853342688.1073741944.896404783733131/1658649787508623/?type=3&theater


#ภาวะไขมันในเลือดสูง
ฟังรายการย้อนหลังได้จาก
http://www.radioparliament.net/parliament/embed_video_video.php?vId=5256

สร้างเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลภาคประชาชน (สยส.) ทางวิทยุรัฐสภา
เรื่อง ไขมันในเลือดสูง
โดย นพ.พิสนธิ์ จงตระกูล
วันเสาร์ที่ 10 มิถุนายน 2560 เวลา 10.00-11.00 น.

ประเด็นการพูดคุยในรายการ
1. ไขมันในเลือดมีกี่ชนิด
2. อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ไขมันในเลือดสูง
3. ไขมันสูงในเลือดมีอาการอย่างไร
4. เมื่อมีไขมันในเลือดสูงควรปฏิบัติตัวอย่างไร
5. ไขมันสูงในเลือดทำให้เกิดโรคอะไรบ้าง
6. มีวิธีรักษาการมีไขมันสูงในเลือดอย่างไร
7. หากจำเป็นต้องใช้ยา จะใช้ยาอย่างไรให้ปลอดภัย
8. การป้องกันการมีไขมันสูงในเลือด ควรปฏิบัติตัวอย่างไร
9. เปิดสายให้ผู้ฟังทางบ้านถามคำถาม และปรึกษาวิทยากร
10. ฝากท้ายรายการ สรุปการพูดคุยในวันนี้ เกี่ยวกับภาวะไขมันในเลือดสูง

ช่องทางการรับฟัง

ระบบ F.M.
กรุงเทพมหานคร 87.50 MHz.
เชียงใหม่ 106.75 MHz.
พิษณุโลก 92.25 MHz.
ชัยนาท 96.25 MHz.
อุดรธานี 87.50 MHz.
สกลนคร 87.75 MHz.
อุบลราชธานี 87.50 MHz.
นครราชสีมา 87.50 MHz.
กาญจนบุรี 106.25 MHz.
ระยอง 87.75 MHz.
ประจวบคีรีขันธ์ 89.25 MHz.
สุราษฎร์ธานี 87.50 MHz.
ภูเก็ต 99.25 MHz.
สงขลา 103.25 MHz.
ยะลา 89.00 MHz.

ระบบ A.M.
กรุงเทพมหานคร 1071 KHz.

และรับชมทาง www.radioparliament.net

ติดต่อฝ่ายเทคนิควิทยุรัฐสภา 02-244-1482-3

25/03/2016

ือแร่แก้ท้องเสีย
ิธีการรักษาท้องร่วงด้วยการใช้ORS

ใจความเดียวกันกับที่ อย. post ไว้ แต่ขออธิบายต่างออกไป
1. ORS มาจากคำว่า oral rehydration salt คือผงเกลือแร่ที่มีส่วนผสมเหมาะสมตามหลักวิชาที่ช่วยลดการสูญเสียน้ำและโซเดียมขณะมีอาการท้องร่วงที่ถ่ายเป็นน้ำ ใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ (สูตรเดียวกัน)
2. ORT มาจากคำว่า oral rehydration therapy คือวิธีการรักษาท้องร่วงด้วยการให้ ORS
http://rehydrate.org/ors/expert-consultation.html
3. ORS ทำหน้าที่เสมือนเป็นยารักษาโรคท้องร่วง แม้ไม่ช่วยให้หายเร็วขึ้น แต่ช่วยไม่ให้ขาดน้ำและเกลือแร่จนเพลีย หมดแรงหรือเป็นอันตราย เช่น ช็อค โดยเฉพาะในเด็กเล็ก
3.1 ไม่มียาใดช่วยให้ท้องร่วงที่ถ่ายเป็นน้ำหายเร็วขึ้น รวมทั้งยาปฏิชีวนะ เช่นนอร์ฟล็อกซาซิน ยกเว้นท้องร่วงนั้นเกิดจากแบคทีเรียซึ่งจะถ่ายเป็นมูกปนเลือดและมีไข้ ไม่ใช่ถ่ายเป็นน้ำ
3.2 กรณีที่ควรใช้ยาปฏิชีวนะอีกกรณีหนึ่งคือเมื่อเป็นอหิวาห์ ให้เพื่อป้องกันการกระจายเชื้อไปยังผู้อื่น ยาปฏิชีวนะไม่ได้ช่วยให้อหิวาห์หายเร็วขึ้น
http://newsser.fda.moph.go.th/rumthai/userfiledownload/asu173dl.pdf
3.3 กรณีเด็กที่มีโภชนาการไม่ดีซึ่งอาจขาดธาตุสังกะสี การให้ Zinc sulfate จะช่วยลดระยะเวลาการเป็นโรคและป้องกันการเกิดท้องร่วงในครั้งถัดไปได้ด้วย (จัดเป็นยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ)
http://www.who.int/elena/titles/zinc_diarrhoea/en/
และ
http://drug.fda.moph.go.th:81/nlem.in.th/medicine/essential/list/21 -8362
4. ORS มาตรฐานถูกกำหนดสูตรโดยองค์การอนามัยโลกและยูนิเซฟ จะมีน้ำตาล (กลูโคส) ไม่เกิน 2% (ไม่เกิน 20 กรัมต่อลิตร) สูตรตามบัญชียาหลักแห่งชาติกำหนดให้มีน้ำตาล 13.5 กรัมต่อลิตร คิดเป็นความเข้มข้น 75 mmol/L
5. ORS มาตรฐานจะต้องมีโซเดียมที่มีความเข้มข้นเท่า ๆ กับน้ำตาล (กลูโคส) คือเมื่อผสมแล้วจะมีความเข้มข้น 75 mmol/L เช่นเดียวกัน คือมีสัดส่วนความเข้นข้นของ น้ำตาล:โซเดียม เป็น 1:1 และต้องมีโปแตสเซียมเป็นส่วนประกอบด้วย
http://drug.fda.moph.go.th:81/nlem.in.th/medicine/essential/list/21 -8361
6. สูตรดังกล่าวช่วยให้การดูดซึมน้ำและโซเดียมกลับคืนสู่ร่างกายได้ดีที่สุด
7. เครื่องดื่มผสมเกลือแร่ที่โฆษณาให้ใช้เมื่อเสียเหงื่อจากการออกกำลังกาย อาจเรียกว่า sports drink เน้นการมีน้ำตาลเยอะ ๆ ให้หวาน ๆ รสอร่อย เช่น เกเตอเรด เอ็มสปอร์ต และ สปอนเซอร์ มีน้ำตาล 5.9% 10.7% 11% ตามลำดับ ซึ่งเกินกว่า 2% ไปมาก เช่นเดียวกับน้ำอัดลมเช่นแฟนต้ารสองุ่นจะมีน้ำตาล 11% บางชนิดมีแคเฟอีนเป็นส่วนผสม
http://thedietpump.exteen.com/20110210/tdp-station-6-3
7.1 การมีน้ำตาลสูงเกินในเครื่องดื่มเหล่านี้จะยิ่งทำให้อาการท้องร่วงเลวลง เพราะจะดูดน้ำและเกลือแร่ออกจากผนังลำไส้เข้าไปปนกับอุจจาระ แทนที่จะช่วยดูดซึมน้ำและเกลือแร่กลับคืน
http://rehydrate.org/ors/ort.htm
7.2 ปริมาณและความเข้นข้นของเกลือแร่ในเครื่องดื่มเหล่านี้ไม่เพียงพอในการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากท้องร่วง
7.3 เครื่องดื่มเหล่านี้ไม่จัดเป็นยา และไม่ควรนำมาใช้รักษาโรคท้องร่วง
8. ORS ในท้องตลาดมีหลายยี่ห้อ ดูให้แน่ชัดว่าต้องผสมกับน้ำในปริมาณเท่าใด เช่น 150, 250, 750 มิลลิลิตร (ซีซี) เป็นต้น อย่าผสมผิด เพราะจะไม่ได้สัดส่วนความเข้มข้นที่ต้องการ
9. ผู้ออกกำลังกายที่ดื่มเครื่องดื่มหวาน ๆ เหล่านี้เรื่อย ๆ น้ำหนักจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากปริมาณน้ำตาลที่มาก เราต้องการเผาผลาญแคลอรี ไม่ใช่เผาแล้วก็กินเข้าไปอีก เครื่องดื่มเหล่านี้มักให้พลังงานประมาณ 100 กิโลแคลอรีขึ้นไป หลังออกกำลังกายโดยทั่วไปดื่มน้ำเปล่าดีที่สุด
https://en.wikipedia.org/wiki/Sports_drink

25/03/2016

#งูสวัดพันรอบตัวตายแน่เลยจริงหรือ
#อย่าใช้ยาต้านแบคทีเรียกับโรคติดเชื้อไวรัส

"ยาต้านแบคทีเรีย (ยาปฏิชีวนะ)" เช่น อะม็อกซิซิลลิน อ็อกเมนติน ซิโทรแม็กซ์ ไม่มีประโยชน์กับโรคที่เกิดจากไวรัส เช่น งูสวัด และโรคหวัด
*อย่าใช้ยาต้านแบคทีเรีย (ยาปฏิชีวนะ) กับโรคติดเชื้อไวรัส

Credit ภาพจาก Page หมอชิด
https://www.facebook.com/mhorchid/photos/a.482602011919830.1073741828.470935589753139/532404420272922/?type=3&theater

25/03/2016

#อุณหภูมิเท่าไหร่เรียกว่ามีไข้

เมื่อมีไข้อย่าเพิ่งทึกทักว่าต้องไปหายาต้านแบคทีเรีย (ที่ชอบเรียกกันผิด ๆ ว่ายาแก้อักเสบ) มากิน ต้องแยกก่อนว่าติดเชื้อจริงไหม ถ้าติดเชื้อต้องถามต่อว่าเป็นเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย
*อย่ากินยาปฏิชีวนะ (ยาต้านแบคทีเรีย) อย่างเดาสุ่ม เพราะไม่มีผลดี มีแต่ผลเสีย
หมายเหตุ การมีไข้ในบางกรณีอาจใช้อุณหภูมิที่ต่างไปจากที่แสดงไว้ในภาพ (ดู comment #1-7)

25/03/2016

#เบาหวานสูงอายุไม่ควรคุมความดันเลือดให้ต่ำเกินไป

ผู้ป่วยเบาหวานควรได้รับการวัดความดันเลีอดทุกครั้งที่ไปพบแพทย์ ถ้าพบว่ามีความดันเลือดสูงขึ้นควรได้รับการยืนยันจากการตรวจซ้ำในวันถัด ๆ ไป เป้าหมายในการรักษาคือให้ความดันเลือดต่ำกว่า 140/90 มม.ปรอท แต่ guideline นี้แนะนำว่าไม่ควรต่ำกว่า 130/70 มม.ปรอท เพราะไม่เป็นประโยชน์และอาจเกิดอันตราย
*ยกเว้นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ป่วยบางรายเหมาะสมที่จะควบคุมความดันเลือดให้ต่ำกว่าค่าที่แสดงไว้
http://annals.org/data/Journals/AIM/0/AIME201604190-M153016.pdf

25/03/2016

#วิธีใช้ยาลดการหลั่งกรดในโรคกรดไหลย้อนอย่างถูกต้อง

จากการศึกษาในต่างประเทศพบว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ป่วย (54%) กินยาลดการหลั่งกรดอย่างไม่ถูกต้อง
เช่น กินยาก่อนนอน กินเฉพาะเมื่อมีอาการ กินพร้อมอาหารหรือหลังอาหาร กิน ๆ หยุด ๆ เป็นต้น โดยเฉพาะเมื่อผู้ป่วยเห็นว่าอาการดีขึ้นแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ
*เป็นกรดไหลย้อน ถ้าอยากหาย ต้องกินยาอย่างถูกต้องคือ กินยาทุกวัน วันละ 1 ครั้ง ก่อนอาหารเช้า 30 นาที จนกว่าแพทย์จะสั่งให้หยุดใช้
**แพทย์ไม่ควรเริ่มการรักษาโรคกรดไหลย้อนด้วยการให้ยา double dose (วันละ 2 เม็ด) ตั้งแต่แรกรักษา เพราะผู้ป่วยจำนวนมาก (60-90%) ตอบสนองต่อการรักษาด้วย standard dose (วันละ 1 เม็ด) การใช้ยาในขนาดสูงเกินไปโดยไม่จำเป็นเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงของยาและเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อผู้ป่วยและต่องบประมาณซึ่งเป็นภาษีอากรของทุกคน
***สำหรับผู้ที่เห็นว่ายาที่ดูดซึมได้น้อย เช่น omeprazole จะไม่ดีพอ ต้องไปสั่งยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ ซึ่งมีราคาแพง โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมใน comment #2

อ้างอิง
1. http://www.uptodate.com/contents/approach-to-refractory-gastroesophageal-reflux-disease-in-adults
2. http://gi.org/guideline/diagnosis-and-managemen-of-gastroesophageal-reflux-disease/
3. http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC2920586/
4. https://www.medicines.org.uk/emc/medicine/29520
5. http://www.pdr.net/drug-information/prilosec-delayed-release-capsules-and-oral-suspension?druglabelid=1123

ภาพประกอบจาก Page หมอชิด
https://www.facebook.com/mhorchid/photos/pb.470935589753139.-2207520000.1457754060./548786438634720/?type=3&theater

25/03/2016

#ยาอมแก้เจ็บคอใช้แล้วจะเจ็บใจ

ยาอมบรรเทาอาการเจ็บคอหลายยี่ห้อในประเทศไทยมียาปฏิชีวนะนีโอมัยซินเป็นส่วนผสม ยาเหล่านี้บรรเทาอาการเจ็บคอได้จากยาชาที่ผสมอยู่ แต่ยาปฏิชีวนะเป็นส่วนเกินเพราะไม่มีส่วนช่วยให้อาการดีขึ้น เพราะไม่ออกฤทธิ์ต่อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเจ็บคอ (แบคทีเรียชื่อสเตรปโตคอคคัส กรุ๊บเอ)
ยานี้ออกฤทธิ์ได้ต่อแบคทีเรียหลายชนิดที่อาศัยเป็นปกติอยู่ในลำไส้ของมนุษย์ เช่น เชื้ออีโคไล เมื่อยาสัมผัสโดนแบคทีเรียจะกระตุ้นให้เชื้อต่อต้านและกลายพันธุ์จนกลายเป็นเชื้อดื้อยา
เชื้อดื้อยาที่สะสมอยู่ในร่างกายของคนในบางโอกาสอาจรุกรานเข้าสู่อวัยวะต่าง ๆ เช่น เชื้ออีโคไลอาจบุกรุกเข้าสู่ท่อปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ ไต และเข้าสู่กระแสเลือดได้
ผู้ติดเชื้อดื้อยาในอวัยวะสำคัญเช่นไต หรือเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด มีโอกาสสูงที่จะเสียชีวิต เพราะหายาที่มีประสิทธิผลดีมารักษาไม่ได้
*หยุดอม หยุดซื้อ หยุดขาย หยุดจ่าย หยุดผลิต ยาอมผสมยาปฏิชีวนะ

ภาพที่โพสต์จัดทำขึ้นจากการบ้านในรายวิชาเกี่ยวกับการใช้ยาอย่างสมเหตุผลโดยนิสิตแพทย์ปี 3 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คือ ทิพานัน พันธุ์วนิชกุล, พิชามญชุ์ อัศวสุดสาคร และ ภัทร ลีละอมรวิเชษฐ์

ที่อยู่

โรงพยาบาลลำพูน
Lamphun
5100

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เภสัชสนเทศ โรงพยาบาลลำพูนผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์