06/03/2026
"ในที่สุดเด็กไทยก็จะได้ฉีดวัคซีน PCV หรือปอดอักเสบฟรีกันทุกคน"
สปสช เปลี่ยนมติจากนำร่องเป็นให้วัคซีนฟรี PCV เด็กไทย 2-12 เดือนฟรีทั่วประเทศ 💉💉
💉 บอร์ด สปสช. เห็นชอบฉีดวัคซีน IPD เด็กทั่วประเทศ เริ่มอายุ 2–12 เดือน วงเงินไม่เกิน 225 ล้านบาท ทบทวนมติเดิม เลิก “นำร่อง” ขยายฉีดครอบคลุมทั้งประเทศ
วันนี้ 2 มี.ค. 69 #เก็บตกจากวชิรวิทย์ รายงานจากประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ครั้งที่ 3/2569 ซึ่งมีวาระสำคัญในการพิจารณาทบทวนมติเดิมเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อนิวโมค็อกคัสชนิดคอนจูเกต (Pneumococcal Conjugate Vaccine: PCV) หรือวัคซีน IPD สำหรับเด็กเล็ก โดยเดิมกำหนดให้ฉีดแบบนำร่องในจังหวัดหรือเขตสุขภาพที่มีอัตราป่วยสูง
ที่ประชุมได้รับข้อเสนอให้ยกเลิกการนำร่อง และขยายการฉีดให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เนื่องจากมีข้อมูลระบาดวิทยาจากกรมควบคุมโรคยืนยันถึงความเสี่ยงของโรคในเด็กไทย รวมถึงสามารถต่อรองราคาวัคซีนได้ต่ำกว่า 200 บาทต่อเข็ม ภายใต้งบประมาณที่ตั้งไว้รวม 225 ล้านบาท ครอบคลุมเด็กตามเกณฑ์อายุ 2, 4 และ 12 เดือน
ในที่ประชุมมีการอภิปรายอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับการตัดสินใจให้วัคซีน IPD เป็น “สิทธิประโยชน์” ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้ทันทีหรือไม่
บุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาผู้บริโภค ระบุว่า แม้เห็นด้วยกับการให้เด็กได้รับวัคซีน แต่การบรรจุเป็นสิทธิประโยชน์ถาวรควรตั้งอยู่บนข้อมูลที่ชัดเจนและเป็นมาตรฐาน พร้อมเสนอให้สามารถฉีดได้ก่อนเพื่อเก็บข้อมูลผลลัพธ์ หากพิสูจน์ได้ว่าช่วยลดการป่วยรุนแรงจริง จึงนำกลับมาพิจารณาเป็นสิทธิประโยชน์ถาวรอีกครั้ง โดยย้ำว่าการตัดสินใจของบอร์ดควรตั้งอยู่บนหลักฐานเชิงประจักษ์ ไม่ใช่แรงกดดันจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
◤ “นพ.อมร” หนุนวัคซีน PCV ให้เป็นสิทธิประโยชน์ทันที
ด้าน ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร ลีลารัศมี จากแพทยสภา เสนอให้บอร์ดตัดสินใจให้เป็นสิทธิประโยชน์ทันที โดยชี้ว่าโรคติดเชื้อนิวโมค็อกคัสเป็นสาเหตุสำคัญของปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และภาวะติดเชื้อรุนแรงในเด็ก ซึ่งแม้รักษาด้วยยาปฏิชีวนะที่มีประสิทธิภาพ เด็กบางรายยังเสียชีวิตได้ภายในเวลาอันสั้น
เขาระบุว่า วัคซีนมีบทบาทสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันโรค โดยเฉพาะในเด็กที่ยังมีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมชี้ว่าเมื่อราคาวัคซีนลดลงมาก การลงทุนเพื่อป้องกันโรคจึงคุ้มค่าและควรเร่งดำเนินการ
◤ ปลัด สธ. เห็นด้วย ข้อมูลโรคสะท้อนความเสี่ยงทั้งประเทศ
นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากประสบการณ์ทำงานด้านกุมารเวชในพื้นที่หลายปี พบว่าเชื้อนิวโมค็อกคัสเป็นสาเหตุสำคัญของโรคปอดอักเสบ หูอักเสบ และเยื่อหุ้มสมองอักเสบในเด็กอยู่เสมอ
แม้ข้อมูลบางจังหวัดดูเหมือนอัตราป่วยต่ำ แต่เป็นเพราะข้อจำกัดด้านการตรวจยืนยันเชื้อที่ต้องเพาะเชื้ออย่างตั้งใจ ทำให้มีโอกาสประเมินต่ำกว่าความเป็นจริง จึงเห็นว่าความเสี่ยงของโรคมีอยู่ทั่วประเทศ และเห็นด้วยกับข้อเสนอให้วัคซีนเป็นสิทธิประโยชน์สำหรับเด็กไทย
◤ “นพ.ปิยะมิตร” เสนอ 2 ทางเลือก ฉีดทั่วประเทศได้ทันที
ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า ได้หารือกับผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวช โรคติดเชื้อ และการประเมินเทคโนโลยีด้านสุขภาพ (HTA) ซึ่งมีความเห็นสอดคล้องกันว่า วัคซีน PCV มีความคุ้มค่าในการลงทุนป้องกันโรค
โดยเสนอ 2 ทางเลือก ได้แก่
1. โหวตให้เป็นสิทธิประโยชน์ทันที
2. ใช้มติเดิมแต่ปรับแนวทางให้ฉีดทั่วประเทศ เนื่องจากความเสี่ยงสูงในทุกพื้นที่ และใช้งบประมาณเพียงราว 170 ล้านบาท หากเลือกวัคซีนราคาต่ำสุด
พร้อมเสนอให้นำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินเชิงลึกและเตรียมบรรจุเป็นสิทธิประโยชน์ถาวรในอนาคต
◤ “นิมิตร” หนุนฉีดทุกคน แต่ขอต่อรองราคาลดลงอีก
นิมิตร์ เทียนอุดม จากมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ สนับสนุนให้เด็กไทยทุกคนได้รับวัคซีน เนื่องจากมีข้อมูลชัดเจนเรื่องประโยชน์และราคาที่ต่อรองได้ถูกลง พร้อมเสนอให้เจรจาราคาลดลงอีกเพื่อเพิ่มความคุ้มค่าทางงบประมาณ และเปิดทางให้วัคซีนตัวนี้เข้าสู่ชุดวัคซีนพื้นฐานของประเทศในอนาคต
◤ ห่วงขั้นตอน-คุณภาพวัคซีน ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
ขณะที่กรรมการบางส่วนเสนอให้พิจารณาตามกระบวนการบรรจุสิทธิประโยชน์ ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติอย่างเคร่งครัด โดยระบุว่าข้อมูลที่ใช้ตัดสินใจควรส่งให้กรรมการตรวจสอบล่วงหน้า และการพิจารณาราคาไม่ควรดูเฉพาะความถูก แต่ต้องประเมินคุณภาพ ความน่าเชื่อถือของผู้ผลิต และเงื่อนไขจัดซื้อประกอบกันด้วย เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่โปร่งใส
◤ กรมควบคุมโรคชี้ “วัคซีนคุ้มค่า” ป้องกันดีกว่ารักษา
นพ.ยงเจือ เหล่าศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป ชี้แจงว่า ข้อมูลระบาดวิทยาที่นำเสนอเป็นฐานข้อมูลเฝ้าระวังโรคของประเทศที่ใช้ต่อเนื่องมากว่า 50 ปี มีความน่าเชื่อถือ และสะท้อนสถานการณ์โรคที่มีความเสี่ยงสูงในเด็กไทย
ด้านการประเมินความคุ้มค่า พบว่าอัตราความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์สุขภาพอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ยอมรับได้ โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึงผลทางอ้อมของภูมิคุ้มกันหมู่ ซึ่งช่วยลดการแพร่เชื้อในประชากร นอกจากนี้ การให้วัคซีนยังมีต้นทุนต่ำกว่าค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคในระยะยาว สอดคล้องกับหลักการสากลว่า “การป้องกันดีกว่าการรักษา”
ในด้านความพร้อมของระบบบริการ ระบุว่าวัคซีนสามารถฉีดร่วมกับวัคซีนพื้นฐานตามกำหนดอายุ 2, 4 และ 12 เดือนได้ทันที โดยไม่เพิ่มภาระบุคลากรมากนัก
◤ มติบอร์ด สปสช. ฉีดวัคซีน IPD เด็กไทยทั่วประเทศ
ภายหลังการอภิปรายอย่างเข้มข้น บอร์ด สปสช. มีมติสำคัญ ดังนี้
1. รับทราบข้อมูลระบาดวิทยาจากกรมควบคุมโรค และราคาวัคซีน PCV ที่ สปสช. ไปสืบราคามา
2. เห็นชอบให้ฉีดวัคซีน PCV แก่เด็กไทยอายุ 2, 4 และ 12 เดือนทั่วประเทศ
3. เห็นชอบจัดหาวัคซีนที่ครอบคลุมสายพันธุ์ก่อโรคไม่น้อยกว่า 10 สายพันธุ์ ภายใต้วงเงินไม่เกิน 225 ล้านบาท จากงบส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ปีงบประมาณ 2569 และเตรียมงบต่อเนื่องในปีถัดไป
4. มอบหมายให้ สปสช. ประสานเครือข่ายบริการด้านยา (รพ.ราชวิถี) เพื่อดำเนินการจัดหาและกระจายวัคซีน
5. มอบหมายคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องพิจารณากำหนดวัคซีนดังกล่าวเป็นรายการบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสำหรับเด็กไทยทุกคน ภายใน 1 เดือน
ณ เวลานี้ 17.50 น. ที่ประชุมบอร์ด ยังประชุมไม่แล้วเสร็จเนื่องจากมีหลายวาระ ส่วนรายละเอียดจากการให้สัมภาษณ์หลังการประชุม จะรายงานให้ทราบต่อไป
#นักข่าวสาธารณสุข #เก็บตกจากวชิรวิทย์