ลพบุรีเซ็นทรัลแล็บ คลินิกเทคนิคการแพทย์

ลพบุรีเซ็นทรัลแล็บ คลินิกเทคนิคการแพทย์ การส่งเสริมดูแลสุขภาพอย่างถูกต้อง การตรวจสุขภาพทางห้องปฏิบัติการ โปรแกรมการตรวจสุขภาพ

คุณประโยชน์ของผักชีฝรั่ง ... #ผักชีฝรั่ง #ตู้ยาในสวน #ภัสสรชวนชมhttps://www.facebook.com/share/r/1GYamG3zCF/
04/02/2026

คุณประโยชน์ของผักชีฝรั่ง ...
#ผักชีฝรั่ง
#ตู้ยาในสวน
#ภัสสรชวนชม
https://www.facebook.com/share/r/1GYamG3zCF/

02/02/2026

#ภัสสรชวนชม ... ชวนปลูก 9 ต้นนี้ในห้องนอน

🔊 ด่วน!! ฝีดาษวานรระบาด!!28 ม.ค.2569 เพจโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ ได้โพสต์รายงานโรคฝีดาษวานร ที่ จ.นนทบุรี มีผู้ป...
30/01/2026

🔊 ด่วน!! ฝีดาษวานรระบาด!!

28 ม.ค.2569 เพจโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ ได้โพสต์รายงานโรคฝีดาษวานร ที่ จ.นนทบุรี มีผู้ป่วยสะสม 50 ราย สูงที่สุดเป็นอันดับ 3 ของไทย รองจากกรุงเทพฯ และชลบุรี

❗️ อาการที่ควรระวัง:
⚡️ มีผื่น ตุ่มน้ำ มีไข้สูง มีอาการหนาวสั่นร่วมด้วย ปวดเมื่อย ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง
⚡️ หากพบอาการควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที!!
⚡️ หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิ่ดผู้ที่มีผื่นผิดปกติ
⚡️ หมั่นล้างมือด้วยสบู่ แอลกอฮอล์เจลบ่อย ๆ

✅️ พิเศษ!!
👏 Dettol เจลล้างมือเดทตอล เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ สูตรหอมสดชื่นผสมอโลเวล่า 50 มล. 3 หลอด
📍 https://s.shopee.co.th/7VAY7SJae0
👏 Kirei Kirei เจลล้างมือแอลกอฮอล์ 50 มล. 3 หลอด
📍 https://s.shopee.co.th/W0nmoN3Oe

#ฝีดาษวานร
#โรคระบาด
#สายพันธุ์ใหม่
#ล้างมือ
#เจลแอลกอฮอล์
แหล่งที่มา:
https://www.facebook.com/share/p/186EUs9tFU/

✨ เรื่องเล่าจากชีวิตติดเตียงหนึ่งเดือนในโรงพยาบาลศิริราช ของ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประเวศ วะสี ที่ความทุกข์สาหัส...
12/01/2026

✨ เรื่องเล่าจากชีวิตติดเตียงหนึ่งเดือนในโรงพยาบาลศิริราช ของ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประเวศ วะสี ที่ความทุกข์สาหัสจากโรคหัวใจและโรคซึมเศร้าถูกทำความเข้าใจ และถ่ายทอดเป็นบทเรียนสำคัญให้สังคม

✨ จิตวิวัฒน์ชวนอ่านบทความชิ้นแรกหลังท่านออกจากโรงพยาบาล และเริ่มต้นเขียนอีกครั้ง เป็นการเขียนกลางมรสุมความซึมเศร้า การจำยอมเผชิญ และพบความจริง

📌 สุขภาพองค์รวม (Holistic Health) คืออะไร
และมีผลต่อการปฏิรูประบบบริการสุขภาพอย่างไร 📌

ประเวศ วะสี
5 เมษายน 67

นายแพทย์สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ ประธานมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ พยายามส่งเสริมให้โรงพยาบาลชุมชนซึ่งเป็นสถาบันฐานแผ่นดินไทยมีสมรรถนะในด้านต่างๆ อย่างหนึ่งคือสามารถวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพองค์รวม (Holistic Health)

“การบูรณาการสู่ความเป็นองค์รวม” น่าจะสำคัญที่สุดในทุกเรื่อง ไม่ใช่การคิดแบบแยกส่วน ทำแบบแยกส่วน ซึ่งนำไปสู่การเสียสมดุลและวิกฤต

สุขภาพบูรณาการอยู่ในการพัฒนามนุษย์และสังคมทั้งหมด จึงกล่าวว่า “สุขภาพคือทั้งหมด” (Health is the whole)

ฉะนั้น Holistic Health จึงอยู่ที่เราสามารถพัฒนาเรื่องของสุขภาพสู่ความเป็นทั้งหมดได้มากหรือน้อย แน่นอนว่าคงมีปัจจัยที่เรายังไม่รู้อีก แต่ก็จะรู้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากประสบการณ์และการสังเกต
.........

เมื่อเร็วๆนี้ผมมีประสบการณ์ในการเป็นคนไข้อยู่ในไอซียูโรคหัวใจที่โรงพยาบาลศิริราช เป็นเวลาเดือนกว่า ทำให้ได้พบบางสิ่งบางอย่างที่น่าจะเพิ่มองค์ความรู้เกี่ยวกับปัจจัยกำหนดสุขภาพ

ผมได้รับการรักษาจากแพทย์ที่เก่งที่สุด พยาบาลที่ดีที่สุด และด้วยเครื่องมือที่ดีที่สุด

แต่การที่ผมถูกแยกตัวจากสภาวะเดิมที่คุ้นเคยมาอยู่ในห้องแยกคนเดียว นอนดูนาฬิกาและฝาผนัง กินอาหารโรงพยาบาลที่ผมไม่คุ้นเคย ทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนที่ทำให้การรักษาได้ผลไม่ตรงตามคาดหวัง

หมู่แพทย์เห็นกันว่า mood หรืออารมณ์น่าจะเป็นเหตุ จึงอนุญาตให้ภรรยาเข้ามาเยี่ยมคราวละหลายชั่วโมง จากตามปกติที่อนุญาตครั้งละ 10 นาที อารมณ์ก็ดีขึ้น

แต่อย่างไม่รู้ตัว เจ้าอารมณ์ที่ว่านี้ได้กลายเป็น “โรคซึมเศร้า” ที่ผมวินิจฉัยได้เอง

ตามปกติจิตใจผมไม่เคยซึมเศร้า มีจิตใจที่มีความสุข

ผมเริ่มสังเกตว่า ในตัวมีความทุกข์ที่อธิบายไม่ได้กระจายอยู่ทั่วตัว และรุนแรงโดยปราศจากเหตุทางกาย

ผมจับได้ว่า ผมไม่สามารถรวบรวมความคิดเป็นหนึ่งเดียว มันฟุ้งกระจาย

ผมจับได้ว่า คนปกติสามารถรวบรวมความคิดเป็นหนึ่ง หรือ Harmony ของกระแสความคิด เหมือนวงดนตรีที่เครื่องเล่นทุกชิ้นเล่นเพลงเดียวกัน เพลงอันไพเราะ คนฟังมีความสุข

แต่คนที่เป็นโรคซึมเศร้าความคิดฟุ้งกระจาย รวมความคิดไม่ได้ เป็นการสิ้นความสุขอย่างรุนแรงทั้งเนื้อทั้งตัว ความรุนแรงเช่นนั้นทำให้คนไข้ทนไม่ได้ และฆ่าตัวตาย

เราอาจเขียนเป็นภาพได้เป็น
“การรวมตัวไม่ได้ของความคิดจากโรคซึมเศร้า” ที่ปลายข้างหนึ่ง ซึ่งเป็นความทุกข์สุดๆ
มี “ความคิดของคนปกติธรรมดา” อยู่ตรงกลาง
และ “การมีสติและสมาธิ” อยู่อีกปลายอีกข้างหนึ่ง ซึ่งเป็นความสุขสุดๆ
เพื่อให้เข้าใจสภาวะอารมณ์ของผู้ป่วย และลดอารมณ์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและการรักษา
.........

#ผู้ป่วยควรได้รับการรักษาในที่อันเป็นสัปปายะของเขา

คือบ้าน ครอบครัว ชุมชน วัฒนธรรม การรักษาจะง่าย หายเร็ว

ผมเคยพบคนไข้ในโรงพยาบาล เป็นไข้ไม่รู้สาเหตุ พอกลับบ้านไข้ก็หายไป

ผมพบคนไข้เด็กสาวคนหนึ่งเป็น acute asthma อาการหนัก บอกคนไข้ว่า หมอจะรับหนูไว้ในโรงพยาบาล แทนที่จะดีใจ เด็กบอกว่า คุณหมออย่าให้หนูอยู่โรงพยาบาลเลย เพราะตอนเป็นมากจะไม่มีใครช่วย ถ้าอยู่บ้าน แม่ยังกอดหนูไว้

คุณหมออพภิวันท์ ภรรยาหมอสงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เคยเล่าถึงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งจากภาคอีสาน เป็นมะเร็งมารักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้รับเคมีบำบัดอย่างดี แต่ก็ไม่มีความสุข พอกลับไปอยู่ในหมู่บ้าน มีผู้คนมาช่วยเหลือมากมายทั้งแพทย์ไทย จีน ชาวบ้าน พระที่วัดให้เธอบวชชี แล้วใช้การปฏิบัติธรรมทำให้เธอมีความสุขอย่างเต็มเปี่ยม นี่คือการรักษาในฐานวัฒนธรรม

ควรมีการศึกษาวิจัยการหายของโรค เทียบระหว่างเมื่อคนไข้อยู่ในสถานพยาบาลกับอยู่ในวัฒนธรรมของเขา และอาจเกิดความรู้ที่นำมาสู่การรักษาแบบ “ใกล้บ้านใกล้ใจ” ซึ่งราคาถูกกว่า ได้ผลดีกว่า

ส่วนโรคซึมเศร้า อาจมีหลายดีกรีและสาเหตุหลากหลาย ถ้าผู้รักษาใส่ใจความรู้เรื่องนี้ จะช่วยแก้ทุกข์ของผู้ป่วยได้อย่างสำคัญ
.........

เรื่องที่ผมเล่า อาจเป็นส่วนหนึ่งของ Holistic Health หากโรงพยาบาลชุมชนสามารถเป็นสถาบันวิจัยเรื่อง Holistic Health น่าจะทำให้เราพบความจริงเกี่ยวกับสุขภาพองค์รวม และการรักษาทำได้ผลมากขึ้นอีกมาก


แหล่งที่มา: https://www.facebook.com/share/1RwLZkpwpo/

#ประเวศวะสี
#สุขภาพองค์รวม
#โรคหัวใจ
#โรคซึมเศร้า
#สุขภาวะทางปัญญา #จิตวิญญาณ #จิตวิวัฒน์
#ศูนย์ความรู้และประสานงานสุขภาวะทางปัญญา
#สำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา #สสส

ขอบคุณผู้ติดตามใหม่ทุกคน! ดีใจที่มาติดตามกัน! Rag Na, ChaTri Maosanga
10/01/2026

ขอบคุณผู้ติดตามใหม่ทุกคน! ดีใจที่มาติดตามกัน! Rag Na, ChaTri Maosanga

ขอให้เป็นวันที่ดีและมีความสุขค่ะ #สวัสดีวันศุกร์
09/01/2026

ขอให้เป็นวันที่ดีและมีความสุขค่ะ
#สวัสดีวันศุกร์

5 นิสัย ทำไตเสื่อมไวไม่รู้ตัวสิ่งเล็ก ๆ ที่ทำซ้ำทุกวัน ทำไตเสื่อมเร็วกว่าคนอื่นเป็น 10 ปี แนะนำสิ่งง่าย ๆ ที่ควรทำและปรั...
08/01/2026

5 นิสัย ทำไตเสื่อมไวไม่รู้ตัว

สิ่งเล็ก ๆ ที่ทำซ้ำทุกวัน ทำไตเสื่อมเร็วกว่าคนอื่นเป็น 10 ปี แนะนำสิ่งง่าย ๆ ที่ควรทำและปรับกิจวัตรตั้งแต่วันนี้ได้เลย

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2569 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา โพสต์เฟซบุ๊กให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องไตเสื่อม บางท่านคิดว่าเป็นเรื่องของผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความจริงแล้วพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของเราต่างหากที่ค่อย ๆ ทำลายไตแบบไม่รู้ตัว

ไต เป็นอวัยวะสำคัญทำหน้าที่กรองของเสียวันละกว่า 180 ลิตร หากไตต้องรับภาระทำงานหนักทุกวันโดยไม่เคยพักหรือบำรุง ในที่สุดไตอาจทำงานบกพร่องและเสื่อมก่อนวัยได้ โดยพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่อาจเป็นสาเหตุเร่งให้ไตพังเร็ว มีดังนี้

1. ดื่มน้ำน้อยเกินไป

คนส่วนใหญ่ดื่มน้ำไม่ถึง 1 ลิตรต่อวัน เมื่อร่างกายขาดน้ำ ไตต้องกรองของเสียเข้มข้นมากขึ้น ทำให้เซลล์ไตอักเสบ เสื่อมเร็วกว่าปกติ แนะนำว่าควรดื่มน้ำเฉลี่ยวันละ 1.5 - 2 ลิตร (หรือมากกว่านั้นถ้าเหงื่อออกเยอะ) ดูง่าย ๆ ปัสสาวะควรมีสีใสจาง ไม่เหลืองเข้ม ไตจะได้พักงาน ไม่ต้องกรองหนักเกินไปทุกวัน

2. ชอบกินเค็มโดยไม่รู้ตัว

เครื่องปรุงรสต่าง ๆ เช่น ซอส น้ำปลา น้ำจิ้ม อาหารแปรรูป และขนมกรุบกรอบ ฯลฯ มีปริมาณโซเดียมสูง เมื่อเกลือเหล่านี้ที่สะสมในไต ร่างกายจำเป็นต้องขับโซเดียมออกจากร่างกายตลอดเวลา จึงทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นและทำลายหลอดเลือดฝอยในไตให้เสื่อม

ทดลองลดเครื่องปรุงให้เหลือครึ่งหนึ่งก่อน เช่น ตักน้ำปลาแค่ครึ่งช้อน หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป และอ่านฉลากรายละเอียดด้านข้างภาชนะบรรจุ เช่น "โซเดียมน้อยกว่า 140 มก." แค่เริ่มลดเค็มตั้งแต่วันนี้ ไตจะขอบคุณท่านทันที

3. ดื่มกาแฟ ชานม น้ำหวาน ทุกวัน

รสหวานที่คิดว่า "ช่วยตาสว่าง" จริง ๆ แล้วทำให้ไตทำงานหนัก น้ำตาลส่วนเกินจะเปลี่ยนเป็นกรดไขมันในเลือด และเมื่อมีเบาหวานแฝง ไตก็จะรับภาระกรองน้ำตาลมากขึ้นเรื่อย ๆ

ทดลองจำกัดเครื่องดื่มหวานวันละไม่เกิน 1 แก้ว หรือเปลี่ยนเป็นกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลหรือชาสมุนไพรแทน ลดน้ำตาลทีละวัน ไตจะเริ่มฟื้นกำลังกลับมา

4. นอนดึก เครียดสะสม จนฮอร์โมนรวน

ตอนกลางคืน ไตต้องใช้เวลาซ่อมแซมเซลล์ไตที่กรองของเสีย เมื่อเรานอนน้อยหรือเครียดเรื้อรัง ร่างกายจะหลั่งคอร์ติซอลสูงขึ้น ทำให้ความดันโลหิตสูง นำไปสู่ไตเสื่อมในที่สุด

การพยายามเข้านอนก่อนเที่ยงคืนและทำกิจกรรมช่วยบรรเทาความเครียด เช่น เดินช้า ๆ สูดลมหายใจ หรือฟังเพลงก่อนนอน เพราะแค่ "หลับดี หลับสนิท" ไตก็ได้ซ่อมตัวเองโดยไม่ต้องใช้ยาเลย

5. โปรตีนเกินโดยไม่รู้ตัว

คนที่นิยมทานอาหารชนิดลดคาร์บหรือกินอาหารเสริมจำพวกเวย์โปรตีนบ่อย ๆ ถ้าปริมาณโปรตีนมากเกิน 2 กรัม/นน.ตัว/วัน จะทำให้ของเสียไนโตรเจนคั่งในเลือด ไตต้องทำงานกรองหนักขึ้น จึงแนะนำว่าควรกินโปรตีนให้พอดีกับกิจกรรม และถ้ามีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทานอาหารเสริมหรือโปรตีนเวย์ทุกครั้ง

สรุป: ไตไม่ได้พังภายในวันเดียว แต่เกิดจากสิ่งเล็ก ๆ ที่เราทำซ้ำ ๆ ทุกวัน อาทิ น้ำไม่พอ เค็มไป หวานเกิน หรือพักผ่อนไม่พอ ถ้าเริ่มปรับวันนี้ แค่ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อย 6-8 แก้ว ลดปรุงเค็มจัด หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่ไม่จำเป็น พักผ่อนนอนหลับให้พอ เพื่อให้ไตกลับมาแข็งแรงอยู่กับเราได้นาน ๆ พึงระลึกไว้ว่า "ไตไม่มีอะไหล่" อย่ารอให้ไตเสื่อมแล้วค่อยดูแลนะคะ

ที่มา: https://health.kapook.com/view297741.html
เครดิตภาพ:
https://share.google/2wMlkOgmiykb7JQ7q
https://www.sanook.com/women/242845/
https://share.google/vKT7b52i1NC2rmORE
https://share.google/SdNxhfDnl19YhHXfj
https://share.google/7gP1Q5BSidGTnuTW6
https://share.google/IgV84YL3Xkgbj1I8i

4 สุดยอดอาหารด่างสูง "ศัตรู" ตัวฉกาจของเซลล์มะเร็ง เคล็ดลับปรับสมดุล pH ต้านโรคร้ายด้วยมื้ออาหาร ที่คุณควรทานเป็นประจำ!ใ...
02/01/2026

4 สุดยอดอาหารด่างสูง "ศัตรู" ตัวฉกาจของเซลล์มะเร็ง เคล็ดลับปรับสมดุล pH ต้านโรคร้ายด้วยมื้ออาหาร ที่คุณควรทานเป็นประจำ!

ในโลกยุคใหม่ที่ความเร่งรีบนำมาซึ่งความเครียดและอาหารจานด่วน ร่างกายของเรามักตกอยู่ในภาวะ "เลือดเป็นกรด" โดยไม่รู้ตัว ซึ่งสภาพแวดล้อมที่เป็นกรดนี้เองคือ "บ้านหลังใหญ่" ที่เซลล์มะเร็งโปรดปราน การเลือกรับประทาน "อาหารด่าง" (Alkaline Foods) จึงเปรียบเสมือนการสร้างเกราะป้องกันและเปลี่ยนสภาพร่างกายให้กลายเป็นเขตปลอดมะเร็ง

ทำไม "ความเป็นด่าง" ถึงหยุดมะเร็งได้?

ค่า pH ในเลือดที่สมดุลของคนสุขภาพดีจะอยู่ที่ประมาณ 7.35 - 7.45 (เป็นด่างอ่อน ๆ) อาหารด่างจะเข้าไปช่วยเพิ่มระดับออกซิเจนในเซลล์ ซึ่งเป็นสภาวะที่เซลล์มะเร็งไม่สามารถทนทานอยู่ได้ นอกจากนี้ยังช่วยต้านอนุมูลอิสระและเร่งการซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอ

เปิดลิสต์ 4 อาหารด่างสูงที่คุณควรทานทุกวัน

• บรอกโคลี (Broccoli): ราชาผักตระกูลกะหล่ำที่มีแร่ธาตุสูงและสารไอโซไทโอไซยาเนต ช่วยยับยั้งเซลล์ร้ายไม่ให้ลุกลาม

• เห็ด (Mushrooms): โดยเฉพาะเห็ดหอม มีโพลีแซ็กคาไรด์สูง ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันและปรับสมดุล pH ในร่างกาย

• ผลหม่อน (Mulberries): ผลไม้ที่มีความเป็นด่างสูงมาก อุดมด้วยแอนโทไซยานิน ช่วยดักจับกรดส่วนเกินในระบบทางเดินอาหาร

• ลูกเกด (Raisins): แหล่งรวมเรสเวอราทรอลและแร่ธาตุอัลคาไลน์ ช่วยสนับสนุนการทำงานของไตในการขับกรดออกจากเลือด

การปรับสมดุลอาหารควบคู่กับการนอนหลับและลดความเครียด คืออาวุธลับที่จะช่วยให้คุณห่างไกลจากโรคมะเร็งได้อย่างยั่งยืน

- ข้อควรระวังในการบริโภค: เนื่องจากลูกเกดเป็น อาหารที่มีพลังงานสูง คุณจึงควรบริโภคเพียงประมาณ 30 กรัมต่อวัน เลือกลูกเกดอบแห้งตามธรรมชาติที่ไม่มีการเติมน้ำตาลสังเคราะห์ และสามารถรับประทานคู่กับโยเกิร์ตที่ไม่เติมน้ำตาลเพื่อช่วยให้ระบบย่อยอาหารรักษาระดับ pH ให้คงที่ได้

เพื่อปกป้องสุขภาพโดยรวมของคุณ คุณควรสร้างวิถึชีวิตที่มีสุขภาพดีโดยการผสมผสานโภชนาการที่สมดุลกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ในขณะเดียวกัน ควรให้ความสำคัญกับการนอนหลับให้เพียงพอ การจัดการความเครียด และการตรวจสุขภาพเป็นประจำเพื่อป้องกันโรคมะเร็งล่วงหน้า

แหล่งที่มา: sanook.com | LINE TODAY
https://liff.line.me/1454988218-NjbXbq18/v3/article/5yevGNM?utm_source=lineshare

เครดิตภาพ: บรอกโคลี (Broccoli): https://share.google/opxWViWHzYkA91tDs

เห็ด (Mushrooms): https://share.google/GsC2JcVlSSfOy64g1

ผลหม่อน (Mulberries): https://share.google/Q35UFmk8Ijqgh4PfI

ลูกเกด (Raisins): https://share.google/UIWxvBa5pmupfLMtZ

HbA1c คืออะไร? ตัวช่วยเช็กเบาหวานที่ต้องรู้! HbA1c (ฮีโมโกลบิน เอ วัน ซี) คือการตรวจเลือดวัดระดับน้ำตาลสะสมในร่างกายในช่...
08/09/2025

HbA1c คืออะไร? ตัวช่วยเช็กเบาหวานที่ต้องรู้!

HbA1c (ฮีโมโกลบิน เอ วัน ซี) คือการตรวจเลือดวัดระดับน้ำตาลสะสมในร่างกายในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา โดยวัดจากปริมาณน้ำตาลที่เกาะกับโปรตีนฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง เป็นเครื่องมือสำคัญในการวินิจฉัยภาวะก่อนเบาหวานและเบาหวาน รวมถึงติดตามการควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวาน เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน

ความหมายของค่า HbA1c
ค่า HbA1c ที่สูงบ่งชี้ว่าระดับน้ำตาลในเลือดในช่วงที่ผ่านมาสูง ซึ่งเกิดจากน้ำตาลที่มากเกินความต้องการของร่างกายไปเกาะกับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง เนื่องจากเม็ดเลือดแดงมีอายุประมาณ 3 เดือน ทำให้ค่า HbA1c สามารถให้ภาพรวมระดับน้ำตาลในเลือดเฉลี่ยได้ดีกว่าการเจาะน้ำตาลในเลือดเฉพาะเวลานั้น ๆ

ค่า HbA1c เท่าไหร่ถึงเรียกว่าปกติ ?
เกณฑ์ช่วงค่า HbA1c และความหมาย ซึ่งจะวัดเป็นเปอร์เซ็นต์
- น้อยกว่า 5.7%: ปกติ
- 5.7% – 6.4%: ภาวะเสี่ยงต่อเบาหวานหรือกลุ่มเสี่ยง (Pre-diabetes)
- มากกว่าหรือเท่ากับ 6.5%: เป็นเบาหวานแล้ว

HbA1c สูง ต้องทำยังไง?
ถ้าค่า HbA1c ≥ 6.5% หมายความว่าคุณอยู่ในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานแล้ว ต้องเริ่มดูแลตัวเองทันที

ทำไมต้องควบคุม HbA1c ให้อยู่ในเกณฑ์?
หากปล่อยให้ น้ำตาลในเลือดสูงนานๆ โดยไม่ควบคุม (ค่า HbA1c ≥ 6.5%) จะเสี่ยงต่อโรคร้ายแรง เช่น
- โรคไตวายเรื้อรัง
- ตาบอดจากเบาหวานขึ้นจอประสาทตา
- หัวใจวายหรือโรคหัวใจและหลอดเลือด
- โรคระบบประสาท (เส้นประสาทเสื่อม)
- ภาวะติดเชื้อเรื้อรัง

ความสำคัญของการตรวจ HbA1c
- วินิจฉัยโรคเบาหวาน: ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยภาวะก่อนเบาหวานและเบาหวานได้อย่างแม่นยำ
- ติดตามการควบคุมโรค: ใช้ประเมินประสิทธิภาพการควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวาน
- ประเมินความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน: ค่า HbA1c ที่สูงบ่งชี้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นของภาวะแทรกซ้อนระยะยาว เช่น โรคจอประสาทตา โรคไต และโรคระบบประสาท

สิ่งที่ต้องทำหากพบค่า HbA1c สูง
- ปรึกษาแพทย์: ควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับแผนการรักษาและการควบคุมโรค
- ปรับพฤติกรรม: ควบคุมอาหาร ลดอาหารที่มีไขมันและคาร์โบไฮเดรตสูง และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- ตรวจติดตาม: ตรวจติดตามค่า HbA1c ตามคำแนะนำของแพทย์อย่างน้อย 2 ครั้งต่อปี

ที่มา: รามา แชนแนล https://share.google/aWAjUKmBr3aknq82V

โรคติดเชื้อฝีดาษวานร (Monkeypox)วันที่ 23 สิงหาคม 2567 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลิน...
23/08/2024

โรคติดเชื้อฝีดาษวานร (Monkeypox)

วันที่ 23 สิงหาคม 2567 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความเรื่อง "ลักษณะอาการของโรคฝีดาษวานร MPOX" โดยระบุว่า

"ฝีดาษวานร เมื่อได้รับเชื้อแล้วจะมีระยะฟักตัวประมาณ 5-14 วัน (ช้ากว่าโควิด-19) โดยจะเริ่มอาการไข้ เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามตัว เหมือนไข้ในโรคไวรัสทั่วๆ ไป หลังจากมีไข้แล้วประมาณ 1-2 วันก็จะมีตุ่มขึ้น โดยที่ตุ่มที่ขึ้นจะมากหรือน้อยแล้วแต่บุคคล หรือภูมิต้านทานของโรค

ผู้ป่วยจำนวนมาก จะมีตุ่มขึ้นบริเวณอวัยวะเพศรอบก้น ในเด็กจะขึ้นได้ทั่วไปบริเวณไหนก็ได้ ลักษณะของตุ่มที่ขึ้นจะแตกต่างกับสุกใส คือในฝีดาษวานร ตุ่มเกือบทั้งหมดจะมีระยะเดียวกัน และจะสุกพร้อมกัน ซึ่งต่างกับสุกใส ตุ่มจะมีหลายระยะ บางตุ่มใสแล้ว บางตุ่มเพิ่งขึ้นแดงๆ ตุ่มของฝีดาษจะขึ้นที่มือและเท้า ที่ฝ่ามือฝ่าเท้า มากกว่าลำตัวซึ่งต่างกับสุกใส จะขึ้นที่ลำตัวมากกว่า

เมื่อตุ่มที่ใสในฝีดาษวานร จะบุ๋มตรงกลาง หรือที่เรียกว่า umbilicated lesion ส่วนสุกใสจะมีลักษณะใส ชัดเจน ผู้ที่มีผื่นตามตัวหรือแพ้ง่าย ผื่นจะมีโอกาสขึ้นได้มาก และสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ การใช้มือไปแกะเกาแล้วมาขยี้ตา ก็อาจจะเกิดรอยโรคขึ้นที่ตาและเยื่อบุนัยน์ตา

ต่อมาก็จะตกสะเก็ด ตุ่มที่เกิดขึ้นรวมทั้งสะเก็ด มีเชื้อไวรัสจำนวนมาก สามารถติดต่อได้ ลักษณะอาการกว่าจะหายหมดใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์ จนมั่นใจว่าตุ่มทุกตุ่มหายไป และไม่มีสะเก็ดหลงเหลืออยู่ผู้สัมผัสโรค จะต้องเฝ้าสังเกตอาการอย่างน้อย 21 วัน ถ้าไม่มีอาการก็ไม่น่าจะติดโรค".

บทความ ภาพ: https://www.thairath.co.th/news/society/2810025
https://ddc.moph.go.th/monkeypox/dashboard.php

จะรู้ได้อย่างไร? ว่าร่างกายกำลังมีน้ำตาลมากเกินไป⚠️มาสำรวจตัวเองกัน หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้🔎⚠️หิวน้ำบ่อย⚠️หิวตลอดเวลา⚠️...
23/01/2024

จะรู้ได้อย่างไร? ว่าร่างกายกำลังมีน้ำตาลมากเกินไป⚠️

มาสำรวจตัวเองกัน หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้🔎

⚠️หิวน้ำบ่อย
⚠️หิวตลอดเวลา
⚠️หงุดหงิดง่าย
⚠️เพลียและง่วงงัวเงียบ่อย
⚠️ปัสสาวะบ่อยมากกว่าปกติ
⚠️ตาพร่ามัว ตาเบลอ

อาการที่กล่าวมาข้างต้นอาจกำลังบ่งชี้ว่า คุณกำลังมีความเสี่ยง “ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง” ซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินกว่าเกณฑ์ปกติ คือ มากกว่า 99 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร หลังอดอาหาร 8 ชั่วโมง และเกิน 140 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร หลังมื้ออาหาร 2 ชั่วโมง เป็นภาวะที่เสี่ยงต่อการเป็นเบาหวาน สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีภาวะนี้และไม่ได้รับการรักษา อาจก่อให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆ จนมีปัญหาสุขภาพร้ายแรงตามมาได้ค่ะ

โดยสาเหตุของภาวะน้ำตาลในเลือดสูงนั้น สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน เกิดจากร่างกายมีฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอหรือเกิดภาวะดื้ออินซูลิน ส่วนผู้ที่ไม่ได้เป็นโรคเบาหวาน ภาวะนี้เกิดได้จากการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตสูง ความเครียด การไม่ออกกำลังกาย การติดเชื้อมีไข้ การเป็นโรคเกี่ยวกับตับอ่อน หรือการรับประทานยาบางชนิด

จากการสำรวจของคนไทยส่วนใหญ่มักบริโภคน้ำตาลมากถึงวันละ 20 ช้อนชา หรือก็คือเกินกว่าปริมาณที่แนะนำถึงกว่า 3 เท่า! ด้วยเหตุนี้ อัตราผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานจึงติดอันดับ 3 โรคเรื้อรังที่คนไทยเป็นกันมากที่สุด โดยเฉพาะในกลุ่มคนวัยทำงาน ซึ่งมักบริโภคน้ำตาลในปริมาณมากกว่ากลุ่มอื่นๆ อาจจะด้วยวิถีการใช้ชีวิตที่ทำงานอย่างเคร่งเครียด จึงต้องการอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เช่น ชาไข่มุก กาแฟใส่น้ำตาล น้ำเชื่อม หรือขนมหวานต่างๆ มากจนเกินพอดี

ดังนั้นเราจึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนตระหนักถึงการบริโภคน้ำตาลให้มากนะคะ โดยเฉพาะเครื่องดื่มหรือขนมที่มีน้ำตาลสูง ลดได้ลด เลิกได้เลิก ยิ่งหากเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น อายุมากกว่า 40 ปี มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ มีภาวะความดันโลหิตสูง หรือมีประวัติครอบครัวที่เป็นโรคเบาหวาน ก็จะยิ่งมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคเบาหวานได้ค่ะ

#น้ำตาลในเลือด #เบาหวาน

29/12/2023

เรียน ลูกค้า/คลินิกผู้มีอุปการะคุณ
ลพบุรีเซ็นทรัลแล็บ ขอแจ้งกำหนดปิดให้บริการเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ตั้งแต่วันที่ 30 -1 เปิดให้บริการปกติในวันที่ 2 มกราคม 2567 เป็นต้นไป

ที่อยู่

142/786 หมู่ที่2 ตำบลกกโก
Lop Buri
15000

เวลาทำการ

จันทร์ 07:00 - 20:00
อังคาร 07:00 - 20:00
พุธ 07:00 - 20:00
พฤหัสบดี 07:00 - 20:00
ศุกร์ 07:00 - 20:00
เสาร์ 07:00 - 20:00
อาทิตย์ 07:00 - 20:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ลพบุรีเซ็นทรัลแล็บ คลินิกเทคนิคการแพทย์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์