บัว&ซอน นวดเพื่อสุขภาพ Bua&Chon Massage

บัว&ซอน นวดเพื่อสุขภาพ Bua&Chon Massage •ร้านนวดเพื่อสุขภาพ•
นวดไทย นวดฝ่าเท้า นวดผ่อนคลาย นวดหน้า ตอกเส้น ร้านนวดเพื่อสุขภาพ บริการด้วยใจ ที่อยากให้ท่านได้ผ่อนคลายหายเมื่อยจากความเหนื่อยล้า ความปวด

17/12/2023

เรียนรู้จากทำเอง “เหมือนเดินทีละก้าว”
เรียนรู้จาก “ความสำเร็จของคนอื่น”
เหมือนก้าวกระโดด ข้ามจุดผิดพลาด
Heidi K. Gardne อาจารย์จาก Harvard Business School กล่าวว่า มีหลายคนมักจะมาขอคำแนะนำเกี่ยวกับการทำงานกับเธอ โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวที่เพิ่งเริ่มทำงาน หรือทำงานมาแล้วสักระยะ สิ่งที่เธอตอบกลับไปเหมือนกันทุกคนคือ “อย่าสนใจแต่ความสำเร็จของตัวเอง เพราะความสำเร็จจะมาจากทีม”
ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกิจหรือการทำงาน สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือ “ความสำเร็จ” จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เพียงแค่คนคนเดียว เพราะกุญแจสำคัญของการทำงาน ไม่ใช่การทำงานเก่ง ไม่ใช่การมีความรู้มากมาย แต่เป็น “การทำงานร่วมกัน” ที่จะทำให้คุณไปถึงเป้าหมายได้เร็ว
ตลอดเวลาที่ Heidi K. Gardne ทำงานเป็นอาจารย์ที่ Harvard’s business และ law schools เธอพบว่า คนที่มีทักษะในการทำงานร่วมกันระหว่างทีมดี จะได้เปรียบกว่าคนที่ทำงานคนเดียว
หากลองมองดูประกาศรับสมัครตามองค์กรต่าง ๆ สิ่งหนึ่งที่พวกเขาคาดหวังและเขียนเอาไว้ในคุณสมบัติของการรับสมัครคือ “สามารถทำงานเป็นทีมได้” เพราะถึงแม้คนที่ทำงานร่วมกันได้เก่ง จะเป็นที่ต้องการอย่างมาก เพราะพวกเขาให้ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพสูงกว่า ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเร็วขึ้น ได้รับการสังเกตจากผู้บริหารระดับสูง และมีลูกค้าที่พึงพอใจมากขึ้น
แต่ปัญหาคือ ทักษะนี้แทบจะหาได้ยากมากกับคนทำงานในปัจจุบัน
ดังนั้น Heidi K. Gardne จึงได้แนะนำวิธีการทำงานร่วมกันเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาและเรียนรู้สิ่งใหม่ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จในการทำงาน
1. อย่ามองหาทีมทำงานที่เหมือนตัวเอง
แต่ให้มองหาคนทำงานที่แตกต่างจากตัวเอง
สำหรับการคบเพื่อน การเข้าหาคนที่เหมือนกันอาจเป็นสิ่งสำคัญในการอยู่ร่วมกัน แต่สำหรับการทำงาน การเข้าหาคนที่หลากหลาย โดยเฉพาะกันคนที่มีความคิดแตกต่างกัน จะช่วยทำให้งานพัฒนาไปอย่างต่อเนื่องและเร็วยิ่งขึ้น
เพราะมันหมายความว่าคุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมในสิ่งที่คุณไม่เคยรู้มาก่อนได้ และพวกเขาก็สามารถเรียนรู้จากคุณได้เช่นกัน เพื่อให้งานออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด ก็จำเป็นต้องมีทีมที่มีความรู้มากมาย และทำงานร่วมกันในเป้าหมายเดียวกัน
2. อย่าคิดว่าตัวเองเก่งที่สุด
แต่ให้มองว่ายังมีรูปแบบการทำงานอื่นที่สำเร็จเหมือนกัน
คนส่วนใหญ่มักมีความคิดว่า “ความคิดของตัวเองดีที่สุด” แต่จากการศึกษาของ ศาสตราจารย์ Boris Groysberg จาก Harvard Business School พบว่าคนทำงานส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้ชาย มักจะมองข้ามความเห็นเรื่องงานของคนอื่นไป
หลายคนอาจมองว่าตัวเองเก่งที่สุด จึงไม่จำเป็นต้องรับคำแนะนำของคนอื่น แต่ในความเป็นจริงแล้ว จุดที่อันตรายที่สุด คือจุดที่ไม่มีใครสามารถเตือนคุณได้ แม้แต่ Claire Hughes Johnson อดีตรองประธาน Google ยังบอกว่า ทักษะการตระหนักรู้ในตนเองและการทำงานร่วมกัน เป็นสิ่งสำคัญที่เธอมักจะมองหาเป็นอันดับแรกจากพนักงาน
3. กล้าที่จะขอความช่วยเหลือ
อย่าทำคนเดียวเองทั้งหมด
บ่อยครั้งที่คนทำงานมักจะชอบทำงานคนเดียวเองเสียหมด เพราะเชื่อว่ามันเป็นวิธีที่ประหยัดเวลามากกว่า และอุปสรรคในการทำงานน้อยกว่า แต่ความจริงแล้วมันอาจทำให้งานล่าช้า และความละเอียดที่น้อยกว่าเดิม เพราะไม่มีผู้เชี่ยวชาญในหน้าที่นั้นเป็นคนตรวจหรือช่วยเหลือ
ดังนั้นสิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่างานไหนที่ตัวเองทำได้ งานไหนที่ตัวเองไม่ถนัดและถึงเวลาที่จะต้องให้คนอื่นเข้ามาช่วยเหลือ เพราะการเติบโต ไม่ได้เติบโตเพียงแค่พนักงานคนใดคนหนึ่ง แต่การเติบโตขององค์กรหมายถึงทุกคน
ในวันที่การแข่งขันของตลาดแรงงานเริ่มสูงขึ้นมากเรื่อย ๆ จึงทำให้ผู้คนส่วนใหญ่สนใจแต่ตัวเอง หากต้องเหยียบ หากต้องปีนก็ต้องทำได้เพื่อพาตัวเองไปสู่จุดสูงสุด แต่หากเป็นอย่างนั้น ระหว่างปีนในฐานที่ไม่มั่นคงก็อาจทำให้ตัวเองวร่วงหล่นลงมาข้างล่างได้อีกครั้ง
แทนที่จะเหยียบคนอื่นเพื่อทำให้ตัวเองอยู่ในจุดสูง ให้ร่วมมือร่วมกันสร้างบันไดที่ทุกคนสามารถเดินขึ้นไปพร้อมกันได้ดีกว่า เพราะนอกจากจะปลอดภัยแล้ว มันยังเป็นเส้นทางที่รวดเร็วและมั่นคงได้อีกด้วย
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
(Reference in comment)

———
“ก้าวต่อไป เริ่มต้นที่นี่”
Next Step Begins Here
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน


#ไปให้ถึง100ล้าน

05/12/2022

🚫ทางร้านแจ้งลูกค้าทุกท่าน ร้านปิดชั่วคราวนะคะ‼️
กลับมาเปิดอีกครั้งจะแจ้งให้ทราบนะคะ
ขอบคุณลูกค้าทุกท่านและขออภัยในความไม่สะดวกด้วยนะคะ🙏🏼

24/05/2022
สวัสดีปีใหม่ทุกท่าน ขอให้เป็นปีที่ดีนะคะ สุขภาพแข็งแรงค่ะ
01/01/2022

สวัสดีปีใหม่ทุกท่าน ขอให้เป็นปีที่ดีนะคะ
สุขภาพแข็งแรงค่ะ

30/07/2021
30/07/2021
14/06/2021

วันนี้ (14 มิถุนายน) เป็นวันแรกที่กระทรวงการคลังเปิดให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 3

12/04/2021

เราขอปิดร้านตั้งแต่วันที่ 12-25 เม.ษ 2564 เนื่องจากสถานการณ์โควิดถ้าสถานการณ์ดีขึ้นจะกลับมาเปิดปกตินะคะ
ขออภัยในความไม่สะดวก อย่าเพิ่งลืมร้านบัว& ซอน นวดเพื่อสุขภาพนะคะ #กาดไม่ตก ไปไหนอย่าลืมใส่หน้ากากอนามัยและล้างมือบ่อยๆ ค่ะ

น่าจับตามอง
21/03/2021

น่าจับตามอง

“กัญชง” พืชเศรษฐกิจใหม่น่าจับตามอง! กับบทบาทสำคัญในการพลิกโฉมวงการธุรกิจไทย โดยเฉพาะ “อาหารเสริมและเครื่องสำอาง”
เมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา รัฐบาลได้มีการประกาศปลดล็อก ให้บางส่วนของ “กัญชง” ได้แก่ เมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชง และโปรตีนจากเมล็ดกัญชง ถอดออกจากการเป็นสารเสพติดให้โทษประเภท 5 และสามารถนำมาใช้ได้ในอุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมอื่นๆ ประกอบกับด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่มีมูลค่ามหาศาลกว่าหมื่นล้านในต่างประเทศ ส่งผลให้ “กัญชง” กลายเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ของไทยที่น่าจับตามองที่สุดในตอนนี้
ซึ่งหลายอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารเสริมและเครื่องสำอาง ก็เริ่มมีการเคลื่อนไหว และเร่งวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชง เพื่อจำหน่ายออกสู่ตลาดกันมากขึ้น เนื่องจากด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ของกัญชง ไม่ว่าจะเป็น โอเมก้า 3, โอเมก้า 6, โอเมก้า 9, linoleic acid, alpha-, gamma-linolenic acid และสารอาหารในกลุ่มวิตามิน เช่น วิตามินอี
พร้อมกับสรรพคุณที่ช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด, คลายกล้ามเนื้อ, บำรุงเลือด, ช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลาย สดชื่นนอนหลับสบาย ที่สำคัญยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบของผิว ควบคุมความมัน รวมทั้งยังช่วยลดเลือนรอยแผลเป็น รอยดำ รอยแดงที่เกิดจากสิว ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งที่จะนำมาพัฒนาในอุตสาหกรรมอาหารเสริมและเครื่องสำอาง
โดย ภญ.ดร.กิ่ง พรวนิช เจริญพุทธคุณ” ผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมความงาม สารอาหารและสุขภาพ ที่คร่ำหวอดในวงการนี้มานานกว่า 10 ปี เปิดเผยว่า การปลดล็อกกัญชงครั้งนี้ นับเป็นการพลิกโฉมวงการอาหารเสริมและเครื่องสำอางครั้งประวัติศาสตร์ เพราะถึงแม้ว่าในอดีตจะมีการนำสรรพคุณของกัญชงมาใช้ประโยชน์ แต่เป็นเพียงการนำส่วนต่างๆ มาใช้ ไม่ใช่การนำสารสกัดจากกัญชงมาพัฒนาใช้เป็นส่วนประกอบทั้งใน อาหาร เครื่องดื่ม อาหารเสริม คอลลาเจน เครื่องสำอาง รวมถึงทางการแพทย์อีกด้วย
นอกจากนี้ หากถามถึงการเติบโตในอนาคตของ “กัญชง” ดร.กิ่ง มองว่า กัญชง จะไม่ใช่แค่กระแสเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว แต่จะสามารถเติบโตเป็นพืชเศรษฐกิจที่อยู่อย่างยั่งยืนเนื่องจากสรรพคุณที่หลากหลายของกัญชง ประกอบกับเป็นพืชเศรษฐกิจที่รัฐบาลไทยให้การสนับสนุน รวมถึงด้วยมูลค่าตลาดในต่างประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา แคนาดา จะสามารถทำให้ตลาดกัญชงในประเทศมีมูลค่ามหาศาลเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
ไม่เพียงเท่านั้น ในอนาคตหากการพัฒนา วิจัยสำเร็จ จะทำให้ผลิตภัณฑ์จากกัญชงมีมูลค่า เทียบเท่ากับผลิตภัณฑ์จาก “โสม” ที่ไม่ว่าจะไปอยู่ในผลิตภัณฑ์ใด อาหาร กาแฟ เครื่องดื่ม ก็ทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นมีมูลค่าและราคาที่สูงขึ้น และอาจเป็น 1 ในธุรกิจหลักของประเทศไทย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความรู้ ความสามารถ และความไวของไทยว่าจะสามารถพัฒนาได้เร็วกว่าประเทศอื่น ๆ เช่น จีน หรือเกาหลี หรือไม่?
นี่จึงเป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับภาครัฐ สถาบัน ศูนย์วิจัยต่างๆ ในประเทศว่าจะสามารถดึงเอาประโยชน์ของกัญชงมาใช้ในอุตสาหกรรมให้คุ้มค่าที่สุดได้อย่างไร และเชื่อว่า เมื่อไหร่ที่ส่วนต่างๆ ของกัญชง ได้รับการอนุญาตและปลดล็อกให้มาใช้ในอุตสาหกรรมมากขึ้น ไทยจะก้าวเข้าสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์กัญชงอย่างเต็มรูปแบบ ไทยจะสามารถแข่งขันในตลาดกัญชงโลกได้อย่างแน่นอน เพียงแต่ต้องเร่งเพาะปลูก เร่งพัฒนา เร่งสร้างมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์กัญชงจากไทยทัดเทียม กับต่างประเทศที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้มาก่อน
สำหรับผู้ประกอบการท่านใด หรือแม้แต่บุคคลทั่วไปที่สนใจอยากทำธุรกิจอาหารเสริมและเครื่องสำอางจากกัญชง ทาง ดร.กิ่ง และบริษัท นูทริเนทิกส์ แล็บ จำกัด พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้ ที่จะมาให้คำปรึกษา คำแนะนำแก่ผู้ที่สนใจ ต้องการพัฒนาสูตรอาหารเสริมหรือเครื่องสำอางที่มีส่วนประกอบจากกัญชง
ช่องทางติดต่อ
ภญ.ดร. พรวนิช เจริญพุทธคุณ
Innovation Director
บริษัท นูทริเนทิกส์ แล็บ จำกัด

ช่องทางการติดต่อ
Tel. : 0991635969
#อายุน้อยร้อยล้านNEWS
#อายุน้อยร้อยล้าน
#กัญชง #อาหารเสริม #เครื่องสำอาง #นูทริเนทิกส์แล็บ

13/02/2021

เก่งทุกภาษาภายใน 6 เดือน!
"ทุกคนสามารถเรียนภาษาให้เก่งได้ภายใน 6 เดือน"
- Chris Lonsdale
- การเรียนภาษาที่สอง (หรือภาษาที่สาม) สำหรับบางคนอาจจะเป็นเรื่องไกลตัว เพราะเวลาจะเรียนภาษาแต่ละทีต้องใช้เวลามาก
- "เราจะเรียนรู้ให้เร็วขึ้นได้อย่างไร?" คำถามนี้ติดอยู่ในหัวตลอดเวลาของ Chris Lonsdale เช่นกัน
- Chris Lonsdale เป็นนักจิตวิทยา นักภาษาศาสตร์ และนักวิชาการศึกษาชาวนิวซีแลนด์ เขาจบจาก University of Canterbury มีผลงานคือเป็นผู้คิดค้นระบบการเรียนภาษาอังกฤษแบบกังฟู (the Kungfu English system) และเป็นผู้เขียนหนังสือ The Third Ear เขาสามารถพูดภาษาจีนและฝรั่งเศสได้อีกด้วย
- ในส่วนของการเรียนรู้เรื่องภาษา เขาใช้เวลากว่าค่อนชีวิต ค้นหาวิธีที่จะทำให้มนุษย์เราเรียนรู้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น (to accelerate learning)
- เขาได้ค้นพบหลากหลายวิธีและได้จัดเรียงใหม่แบ่งเป็น 7 วิธีการ คือ
วิธี 1: ฝึกฟังให้เป็นกิจวัตร (Brainsoaking)
ทักษะแรกสุดที่เราจะได้ในการเรียนภาษาคือ listening และถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนรู้เลย เราเรียกวิธีการนี้ว่า ‘Brainsoaking’ (สาดความรู้เข้าสมอง) คือการที่เราฟังเนื้อหาในภาษาที่เรากำลังเรียนให้เยอะที่สุด (ไม่ว่าจะเป็นการฟัง podcast, ดูยูทูป, ฟังวิทยุ ฯลฯ) ไม่สำคัญว่าเราจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจ ฟังไม่ออกไม่เป็นไร ให้เราโฟกัสที่จังหวะ น้ำเสียง รูปแบบของภาษานั้น ๆ แทน
วิธี 2: เข้าใจความหมายก่อนเข้าใจภาษา (body language, comprehensible input)
ใช้ภาษามืออย่างเต็มที่ คือวิธีที่เราจะเข้าใจความหมายได้ก่อนเข้าใจภาษา เราเริ่มสังเกตและให้ความสำคัญกับท่าทางต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะมนุษย์ใช้ body language ในการสื่อสารมากพอ ๆ กับคำพูด และ body language ก็ถือว่าเป็น comprehensible input อีกอย่างเช่นกันนะครับ เพราะเป็นสิ่งที่เราเข้าใจได้แม้จะไม่รู้จักคำศัพท์ในภาษาพูดนั้น ๆ
อีกวิธีคือการจดจำรูปแบบ (pattern) ของภาษา ซึ่งจะช่วยให้เราทำความเข้าใจกับภาษาที่ใกล้เคียงกันได้ง่ายมากขึ้น
วิธี 3: เริ่มผสมปนเป (Start mixing)
เราอาจจะไม่รู้ว่าแค่เพียงเรารู้จักคำนาม 10 คำ กริยา 10 คำ และคำคุณศัพท์ (adjective) อีก 10 คำ เราก็สามารถแต่งประโยคได้กว่าพันประโยคแล้ว ดังนั้นเราก็เริ่มฝึกแต่งประโยคได้แล้ว สร้างสรรค์ ๆ หน่อย ไม่ต้องแต่งออกมาให้มันสมบูรณ์แบบหรือมีความหมายที่สวยงาม ขอแค่เราได้ฝึกทำ จะแต่งประโยคแบบไหนก็ได้
วิธี 4: โฟกัสที่หัวใจภาษา
ในภาษาอังกฤษหากเรารู้จักเพียง 1,000 คำ เราก็สามารถเข้าใจ 85% ของคำพูดในชีวิตประจำวันแล้ว และถ้าเรารู้จัก 3,000 คำ (Oxford 3000 Key Words) นั้นก็แปลว่าเราเข้าใจไป 98 % แล้ว
วิธี 5: หา language parent
เรียนภาษาตามแผน Tool box ของเรา ให้เราหา language parent คล้าย ๆ กับเพื่อนฝึกภาษานั่นแหละครับ ลองสังเกตเวลาที่เด็กและพ่อแม่สื่อสารกัน ตอนแรกเด็กสื่อสารโดยนำเอาคำศัพท์มารวมกัน โดยไม่ได้คำนึงถึงกฎของภาษาใด ๆ ทั้งสิ้น บางทีก็ใช้คำธรรมดาทั่วไป และบางทีเด็กมักจะออกเสียงแปลก ๆ ที่คนอื่นไม่เข้าใจ แต่พ่อแม่ก็สามารถเข้าใจได้ เมื่อเป็นดังนี้เด็กจึงมี 'safe environment' (สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้) และมีความมั่นใจในการใช้ภาษาโดยไม่สนว่าจะผิดหรือไม่
วิธี 6: เลียนแบบหน้าตา รูปปาก
ให้เราสังเกตรูปปากของเจ้าของภาษาเวลาเขาพูด และพยายามออกเสียงนั้น ๆ โดยทำรูปปากให้เหมือนกับเขา อาจต้องใช้เวลาฝึกครับ บางทีเราก็อาจจะลองปิดเสียงวีดีโอ และนั่งดูปากเขาเฉย ๆ ก็ได้นะ อาจฟังดูแปลก ๆ แต่มันช่วยในเรื่องของการจดจำรูปปากเวลาออกเสียงจริง ๆ
วิธี 7: Direct connect
เปลี่ยนความหมายให้เป็นรูปภาพ
หลายคนมักจะจำคำศัพท์โดยการเขียนซ้ำ ๆ ไปเรื่อย ๆ และก็ท่องวน ๆ ไป ซึ่งวิธีนี้อาจจะไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่ เชื่อว่าหลายคนน่าจะพอเข้าใจคอนเซปต์ของการเปลี่ยนความหมายให้เป็นรูปภาพอยู่ ต่อไปเวลาที่เราอยากจำศัพท์ได้แม่น ๆ ก็ลองหารูปภาพให้มันด้วย
---------------
บทความเนื้อหาแบบเต็ม แนะนำให้อ่าน
https://m.pantip.com/topic/36896972?
---------------
#เก่งภาษา
#ฝึกภาษาอังกฤษ

#ไปให้ถึง100ล้าน

ชอบประเด็นดีๆ แบบสั้นๆ อ่านง่ายๆ
การเงิน | ธุรกิจ | การลงทุน
มีอีกช่องทางที่จะมีพรีเมียมคอนเทนต์ลงให้ประจำที่
Line : .business / https://lin.ee/gW2xe1J
และ
IG : instagram.com/smex.business
รับข้อมูลได้ไม่พลาด ส่งตรงถึงมือ

02/02/2021

ที่อยู่

55/2 ม. 14 บ้านแม่สลองใน ป่าซาง Mae Chan District, Chiang Rai
Mae Chan
57110

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 21:00
อังคาร 10:00 - 21:00
พุธ 10:00 - 21:00
พฤหัสบดี 10:00 - 21:00
ศุกร์ 10:00 - 21:00
เสาร์ 10:00 - 21:00
อาทิตย์ 10:00 - 21:00

เบอร์โทรศัพท์

+66932437607

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บัว&ซอน นวดเพื่อสุขภาพ Bua&Chon Massageผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง บัว&ซอน นวดเพื่อสุขภาพ Bua&Chon Massage:

แชร์

ประเภท