คลินิกเด็ก หมอหนู-หมอกุ๊ก

คลินิกเด็ก หมอหนู-หมอกุ๊ก คลินิกเด็ก โรคภูมิแพ้ และพัฒนาการเด็ก โดยแพทย์เฉพาะทาง เพราะเราอยากให้เด็กๆเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ

https://www.facebook.com/share/p/17E1JGyiBr/?mibextid=wwXIfr
17/12/2025

https://www.facebook.com/share/p/17E1JGyiBr/?mibextid=wwXIfr

“สารพันปัญหาการดูแลลูกน้อย สำหรับคุณแม่มือใหม่”
รวมทุกคำถามยอดฮิตที่คุณแม่ต้องเจอ ในช่วงเลี้ยงลูกแรกเกิด–ทารก
ทั้งร้องไห้ไม่หยุด นอนไม่เป็นเวลา ดูดนมยาก ผื่นภูมิแพ้ ผิวแพ้ง่าย ฯลฯ
พร้อมคำแนะนำจากกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแบบเข้าใจง่าย ทำตามได้จริงที่บ้าน

📅 วันที่ 19 ธันวาคม 2568
🕛 เวลา 12.00–13.00 น.
📍 ชมสดทาง Facebook: ราชวิทยาลัย/สมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย https://www.facebook.com/RCPedT

วิทยากร
ผศ. พญ.ปิติพร ศิริพัฒนพิพงษ์
กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านทารกแรกเกิดและปริกำเนิด
ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

ผู้ดำเนินรายการ
อ. พญ.ธนินี จิตรศิลป์ฉายากุล
กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านทารกแรกเกิดและปริกำเนิด
ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

✨ เหมาะสำหรับคุณแม่มือใหม่–มือโปรที่อยากเข้าใจลูกมากขึ้น
✨ ถาม–ตอบปัญหาสดกับคุณหมอ
✨ ได้เทคนิคดูแลลูกน้อยแบบถูกต้องและปลอดภัย

#ปัญหาลูกน้อย #คุณแม่มือใหม่ #พัฒนาการทารก
#เลี้ยงลูกแรกเกิด #กุมารแพทย์ #ดูแลลูกอย่างถูกวิธี
#แม่มือใหม่ต้องรู้

📢 ตารางแพทย์ออกตรวจเดือน ธันวาคม 2568📢 ทางคลินิกเปิดให้บริการ 16.30-20.00 น ตามวันในตารางด้านล่างค่ะพญ.ชญาน์นิสร์ ปรัชญส...
06/12/2025

📢 ตารางแพทย์ออกตรวจเดือน ธันวาคม 2568
📢 ทางคลินิกเปิดให้บริการ 16.30-20.00 น ตามวันในตารางด้านล่างค่ะ

พญ.ชญาน์นิสร์ ปรัชญสิทธิไชย (หมอหนู)
กุมารแพทย์อนุสาขาโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน

พญ.ภัทราวดี ปิ่นสุข (หมอกุ๊ก)
กุมารแพทย์อนุสาขาพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก

📌หากต้องการตรวจพัฒนาการ นัดคิวล่วงหน้าก่อนตรวจ
โทร 0645474974 ในเวลาทำการ 16.30-20.00 ค่ะ

#คลินิกเด็กสมุทรสาคร
#คลินิกเด็กมหาชัย
#โรคเด็กทั่วไป
#วัคซีนเด็กและผู้ใหญ่
#ภูมิแพ้เด็ก
#พัฒนาการเด็ก

https://www.facebook.com/share/p/14PqV29ktjz/?mibextid=wwXIfr
02/12/2025

https://www.facebook.com/share/p/14PqV29ktjz/?mibextid=wwXIfr

💉 สรุปครบจบ! วัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2025: ทำไมเหลือ 3 สายพันธุ์? แล้วคนไทยควรฉีดตอนไหน? 🇹🇭

🏥 หลังจากจันทบุรีผ่านฤดูระบาดไข้หวัดใหญ่กันไป เราคงได้พบเจอผู้ป่วยกันบ้าง ไม่มากก็น้อย บางคนอาการหนัก บางคนอาการเบา ในขณะที่บางคนกำลังจะวางเเผนไปเที่ยวต่างประเทศที่เป็นฤดูระบาดไข้หวัดใหญ่

“วัคซีน”💉คงเป็นตัวเลือกสำคัญในการ“ป้องกันโรค”ที่ทุกคนถามถึง

จากเดิมที่เราคุ้นเคยกับ "4 สายพันธุ์" (Quadrivalent) ปีนี้ทั่วโลกเปลี่ยนกลับมาใช้ "3 สายพันธุ์" (Trivalent) มาดูเหตุผลและแนวทางปฏิบัติในไทยกันครับ

🌍 Part 1: ทำไมทั่วโลกถึงตัดเหลือ 3 สายพันธุ์? "Less is More: ตัดส่วนเกิน เพื่อความปลอดภัยและตรงจุด"

✅ The Change: เปลี่ยนจาก Quadrivalent (4 สายพันธุ์) เป็น Trivalent (3 สายพันธุ์)
✅ The Reason: เชื้อสายพันธุ์ B/Yamagata (ตัวที่ 4) คาดการณ์ว่า"สูญพันธุ์" ไปแล้ว! จากข้อมูลการสำรวจพบว่าสายพันธุ์ดังกล่าวตรวจไม่พบในธรรมชาติเลยตั้งแต่ปี 2020
✅ The Benefit: การตัดเชื้อที่ไม่มีอยู่จริงออกไป ถือว่าลดสิ่งที่ไม่จำเป็น (Unnecessary) และปลอดภัยกว่าในระยะยาว

🇹🇭 Part 2: แนวทางปฏิบัติในไทย (ฉีดแบบไหน? เมื่อไหร่?) อ้างอิงจาก สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย (IDAT) 2025

1️⃣ เลือกวัคซีนให้เหมาะกับวัย (Vaccine Selection)

💉 Standard Dose (ฉีดปกติ): สำหรับทุกคนที่อายุ 6 เดือนขึ้นไป

👴 High Dose (ฉีดขนาดสูง): แนะนำสำหรับ ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป
ข้อดี: ภูมิคุ้มกันคนแก่ตอบสนองได้น้อยกว่า
การใช้ High Dose ช่วยลดการติดเชื้อที่มีอาการ (Symptomatic infection) ได้ 24% ลดการนอน รพ. (Hospitalization) ได้ถึง 64% และลดการเสียชีวิต (Mortality) ได้ 49%

👃 Intranasal (พ่นจมูก): ทางเลือกสำหรับอายุ 2–49 ปี
ข้อห้าม: ❌ ห้ามใช้ในคนท้อง และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง (Immunocompromised)

2️⃣ ช่วงเวลาที่ดีที่สุด (Timing)

Seasonality: ไทยระบาดหนักช่วง ฤดูฝน และต้นปี เชื้อจะคล้ายกับ Southern strain มากกว่า

🌧 Golden Period: ช่วง "เมษายน - พฤษภาคม" (ก่อนเข้าหน้าฝน)

🗓 Reality: สามารถฉีดได้ "ตลอดทั้งปี" (ไม่ต้องรอ ถ้ามีความเสี่ยงฉีดเลยดีที่สุด)

3️⃣ ใครบ้างที่ "ต้องรีบฉีด" (High Risk Groups) กลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสป่วยหนักหรือเกิดภาวะแทรกซ้อน:

👵 ผู้สูงอายุ > 60 ปี
🤰 หญิงตั้งครรภ์ (ไตรมาส 2-3)
😷 ผู้มีโรคเรื้อรัง: ปอด (COPD/Asthma), หัวใจ, เบาหวาน, ไตวาย (CKD), ธาลัสซีเมีย
🛡 ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง (Immunocompromised)
🏥 บุคลากรทางการแพทย์ (HCWs) และผู้ดูแลคนป่วย

https://www.facebook.com/share/17bfD6t93L/?mibextid=wwXIfr
01/12/2025

https://www.facebook.com/share/17bfD6t93L/?mibextid=wwXIfr

ปิดรับสิทธิ์!!! บัดนี้ มีผู้สนใจมารับวัคซีน 1,500 ท่านครบตามจำนวนแล้ว
จึงขอแจ้ง เพื่อปิดรับสิทธิ์ ขอบพระคุณที่ให้ความสนใจในการฉีดวัคซีน
หากมีข่าวสารเพิ่มเติม #สถานเสาวภา #สภากาชาดไทย จะแจ้งให้ทราบในลำดับต่อไป

ข่าวดี!!! #ฉีดวัคซีนป้องกันเอชพีวี (มะเร็งปากมดลูก) ชนิด 2 สายพันธุ์ ฟรี!!!

#สถานเสาวสภา #สภากาชาดไทย ชวนเด็กหญิง/หญิงชาวไทย ที่มีอายุตั้งแต่ 9 ปีบริบูรณ์ จนถึงอายุ 26 ปี ลงทะเบียนฉีดวัคซีนป้องกันเอชพีวี (มะเร็งปากมดลูก) ชนิด 2 สายพันธุ์ **จำนวน 1 คอร์ส ฟรี!!!

📍Walk in ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม เป็นต้นไป จนกว่าสิทธิ์จะเต็ม

✅ มีค่าบริการ 100 บาท / ครั้ง และค่าทำบัตรใหม่ 20 บาท ในครั้งแรก
✅หลังฉีดวัคซีนเข็มแรกจะมีบัตรนัดสำหรับการฉีดวัคซีนเข็มถัดไป โดยไม่ต้องลงทะเบียนซ้ำ

📍คำแนะนำในการฉีดวัคซีน
- อายุ 9 ปี ไม่ถึง 15 ปี ฉีด 2 เข็ม
ที่ระยะเวลา 0 และ 6 เดือน
- อายุ 15 ปี ขึ้นไป ฉีด 3 เข็ม
ที่ระยะเวลา 0 , 1-2 และ 6 เดือน

📍วัคซีนป้องกันเอชพีวี (มะเร็งปากมดลูก) ชนิด 2 สายพันธุ์ ประกอบไปด้วย
✅สายพันธุ์ 16 และ 18 ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก โดยมีประสิทธิภาพในการป้องกันมะเร็งปากมดลูกประมาณ 70%

***หมายเหตุ

✅โครงการนี้สำหรับผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีน HPV มาก่อน
✅กรุณานำบัตรประชาชนมาด้วย
✅กรณีตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่าไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ขอสงวนสิทธิ์ในการเข้ารับวัคซีน
✅ผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 20 ปี ที่ลงทะเบียนรับวัคซีน HPV ต้องมาพร้อมผู้ปกครองที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป

📌ให้บริการในวันจันทร์ – ศุกร์ (ยกเว้นเสาร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
📍สถานที่ให้บริการ : คลินิกเสริมภูมิคุ้มกันและอายุรศาสตร์การท่องเที่ยว สถานเสาวภา สภากาชาดไทย
⏰เวลาทำการ : 8.30 - 11.30 น. (ปิดรับคิว 11.00 น.)

https://vt.tiktok.com/ZSfukhNXa/
27/11/2025

https://vt.tiktok.com/ZSfukhNXa/

ถูกใจ 44 ครั้ง 5 ความคิดเห็น "วัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบพ่นจมูก"

https://www.facebook.com/share/p/1BsK2NZzWS/?mibextid=wwXIfr
22/11/2025

https://www.facebook.com/share/p/1BsK2NZzWS/?mibextid=wwXIfr

ลูกไข้สูง ไม่เท่ากับยาฆ่าเชื้อ! ❌💊

มีพ่อแม่จำนวนไม่น้อยที่พอเห็นลูกมีไข้ขึ้นสูง
ก็รู้สึกตกใจมาก รีบถามหายาฆ่าเชื้อทันที
แต่จริงๆ แล้ว…
“ไข้สูง” ไม่ได้แปลว่าต้องกินยาฆ่าเชื้อเสมอไปนะครับ

===============

🦠 ยาฆ่าเชื้อที่พูดๆกัน
หมายถึงยาปฏิชีวนะ (Antibiotic)

ยานี้ถูกออกแบบมา “เพื่อฆ่าแบคทีเรีย” เท่านั้นครับ
❌ ไม่สามารถฆ่าไวรัสได้เลย

แต่เด็กที่เป็นไข้สูง
ส่วนใหญ่เกิดจาก “ไวรัส” มากกว่าแบคทีเรีย
เช่น โรคหวัด, ไข้หวัดใหญ่, RSV, มือเท้าปาก ฯลฯ
ซึ่งโรคเหล่านี้ ไม่ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อ ก็หายได้เอง

===============

🔍 สูงแค่ไหนคือ “ไข้สูง”

“ไข้สูง” หมายถึง
ไข้ที่เกิน 39 องศาเซลเซียสขึ้นไป (Balli et al., 2023)

เด็กที่มีไข้สูงส่วนใหญ่ เกิดจาก “การติดเชื้อ”
แต่เชื้อโรคมีหลายประเภท เช่น
🦠 เชื้อไวรัส 🧫 เชื้อแบคทีเรีย 🍄 เชื้อรา ฯลฯ

ดังนั้น เวลาเด็กมีไข้สูง
สิ่งที่ควรทำ ไม่ใช่รีบซื้อยาฆ่าเชื้อมากินเอง
แต่ควรพาไปให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุก่อนว่า “ไข้เกิดจากอะไรแน่?”

"บางครั้ง" อาจต้องมีการตรวจเพิ่มเติม เช่น
ตรวจน้ำมูก เจาะเลือด หรือเอกซเรย์
เพื่อช่วยประกอบในการวินิจฉัย

===============

👶 ส่วนใหญ่ (>80–90%) เกิดจากเชื้อไวรัส

การติดเชื้อไวรัสเป็นสาเหตุหลักของไข้ในเด็ก
และหายได้เอง
เพียงแค่ดูแลตามอาการ
เช่น ให้ดื่มน้ำมากๆ พักผ่อน
และกินยาลดไข้เมื่อลูกไม่สบายตัว

===============

💊 แล้ว “ยาฆ่าเชื้อ” มีข้อเสียอะไรบ้าง?

ถ้าเด็กเป็นไข้จากไวรัส แล้วกินยาฆ่าเชื้อเข้าไป
นอกจากไม่ช่วยให้หายเร็วขึ้นเลย
ยังอาจทำให้เกิดผลเสียหลายอย่างด้วยครับ…

🔸 หนึ่งในนั้นคือ… มันจะไปจัดการ “แบคทีเรียดีๆ” ในลำไส้ด้วย 🦠
เพื่อนจิ๋วเหล่านี้เรียกว่า ไมโครไบโอม (Microbiome)
เป็นกลุ่มเชื้อดีที่ช่วย…

✅ เสริมภูมิคุ้มกัน
✅ ลดโอกาสเป็นภูมิแพ้
✅ ป้องกันโรคเรื้อรังในอนาคต

การใช้ยาฆ่าเชื้อพร่ำเพรื่อ
จึงอาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของลูก
“อ่อนแอลงแบบไม่รู้ตัว” ครับ
(ผมเคยเขียนเรื่องนี้ไว้แบบเจาะลึก ใครสนใจ ผมแปะลิงก์ไว้ในคอมเมนต์นะครับ)

🔸 และที่น่ากังวลอีกอย่างคือ…
ยิ่งใช้ยาฆ่าเชื้อมากเท่าไร → ยิ่งเสี่ยงต่อ “เชื้อดื้อยา” มากขึ้นเท่านั้น
ซึ่งถ้าเกิดเชื้อดื้อยาเมื่อไร การรักษาในอนาคตก็จะยากและอันตรายกว่ามากครับ 😢

===============

🧩 ตัวอย่างโรคที่มักมีไข้สูง แต่ไม่ต้องกินยาฆ่าเชื้อ

1️⃣ ไข้หวัดใหญ่ (Influenza)
มักมีไข้สูง 39–40°C ใน 1–2 วันแรก
เป็นเชื้อไวรัส ไม่ใช่แบคทีเรีย
ยาที่ใช้คือยาต้านไวรัส (เฉพาะรายที่จำเป็น)
ไม่ใช่ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย

2️⃣ เฮอร์แปงไจนา (Herpangina)
เด็กเล็กมีไข้สูง น้ำลายไหล ไม่ยอมกลืน
ตรวจพบแผลในปาก → สาเหตุจากเชื้อไวรัส
ไม่ต้องกินยาฆ่าเชื้อ

3️⃣ โควิดในเด็ก (COVID-19)
บางคนไข้สูง โดยเฉพาะถ้าเป็นครั้งแรกในชีวิต
มักมีไอ น้ำมูก หรือท้องเสียร่วมด้วย
การรักษาคือดูแลตามอาการ ยาฆ่าเชื้อไม่ช่วยอะไร

4️⃣ ไข้เลือดออก (Dengue Fever)
เกิดจากไวรัสเดงกี
ต้องดูแลตามอาการ และติดตามอาการใกล้ชิด
ยาฆ่าเชื้อไม่ช่วยเช่นกัน

เห็นไหมครับว่า
โรคจากไวรัสหลายชนิด ทำให้ไข้สูงได้
ไม่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าเชื้อเลยครับ

===============

🚨 แล้วกรณีไหนที่อาจเกิดจากแบคทีเรียที่อาจต้องกินยาฆ่าเชื้อ?
1.เด็กอายุต่ำกว่า 3 เดือน ที่มีไข้เกิน 38°C → ต้องระวังติดเชื้อในกระแสเลือด
2.เด็กที่ไข้สูงแล้วดู “แย่ลงมาก” เช่น ซึม ไม่กิน กระสับกระส่าย หรือดูป่วยมาก (ภาษาหมอเรียกว่า toxic look)
3.เด็กที่ไข้สูงร่วมกับ ปวดหูรุนแรงมาก → อาจมีการติดเชื้อในหูชั้นกลาง
4.เด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น ภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคปอดเรื้อรัง ฯลฯ

🩺 เคสเหล่านี้เป็น “ตัวอย่างบางส่วน” เท่านั้น
ยังมีอีกหลายปัจจัยที่หมอต้องประเมินเป็นรายๆ ไปว่า
→ แบบไหนต้องใช้ยา แบบไหนไม่ต้อง

ดังนั้น…
แนะนำให้พาลูกไปให้หมอตรวจเพื่อประเมินจะดีที่สุดครับ 🙏

===============

💬 สรุปง่ายๆ
• 🔥 ไข้สูง ไม่ได้แปลว่าต้องใช้ยาฆ่าเชื้อ
• 🦠 ยาฆ่าเชื้อฆ่าได้เฉพาะ “แบคทีเรีย” ไม่ฆ่าไวรัส
• 👶 เด็กส่วนใหญ่ที่มีไข้ เป็นเพราะ “ไวรัส” ซึ่งหายได้เอง
• 🌿 การใช้ยาฆ่าเชื้อเกินจำเป็น ทำลายไมโครไบโอมของลูก

ดังนั้น เวลาเห็นลูกมีไข้ อย่าเพิ่งรีบหายามาเอง
แต่ควรพาไปให้แพทย์ตรวจดูว่า “ต้นเหตุของไข้คืออะไร” ก่อนนะครับ ❤️



อยากให้พ่อแม่เข้าใจว่า “ไข้ไม่ใช่ศัตรู”
แต่เป็นสัญญาณว่าร่างกายลูกกำลังต่อสู้กับโรคอยู่
สิ่งที่ลูกต้องการที่สุด…คือ การดูแลอย่างเข้าใจ
ไม่ใช่ “ยาฆ่าเชื้อทุกครั้งที่มีไข้” 🌈

21/11/2025

คลินิกปิด ส อา
22-23 พย 2568
พบกันใหม่วันจันทร์ค่ะ 💕

ยังไม่มีหลักฐานรองรับว่า การกระตุ้นสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (TMS) สามารถรักษาออทิซึมได้ 🙅‍♂️❌
11/11/2025

ยังไม่มีหลักฐานรองรับว่า การกระตุ้นสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (TMS) สามารถรักษาออทิซึมได้ 🙅‍♂️❌

คำแนะนำสำหรับประชาชน
เกี่ยวกับสาเหตุและการรักษาภาวะออทิซึมในเด็ก

📢 ตารางแพทย์ออกตรวจเดือน พฤศจิกายน 2568📢 ทางคลินิกเปิดให้บริการ 16.30-20.00 น ตามวันในตารางด้านล่างค่ะพญ.ชญาน์นิสร์ ปรัช...
04/11/2025

📢 ตารางแพทย์ออกตรวจเดือน พฤศจิกายน 2568
📢 ทางคลินิกเปิดให้บริการ 16.30-20.00 น ตามวันในตารางด้านล่างค่ะ

พญ.ชญาน์นิสร์ ปรัชญสิทธิไชย (หมอหนู)
กุมารแพทย์อนุสาขาโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน

พญ.ภัทราวดี ปิ่นสุข (หมอกุ๊ก)
กุมารแพทย์อนุสาขาพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก

#คลินิกเด็กสมุทรสาคร
#คลินิกเด็กมหาชัย
#โรคเด็กทั่วไป
#วัคซีนเด็กและผู้ใหญ่
#ภูมิแพ้เด็ก
#พัฒนาการเด็ก

https://www.facebook.com/share/p/1JReAJKDSu/?mibextid=wwXIfr
03/11/2025

https://www.facebook.com/share/p/1JReAJKDSu/?mibextid=wwXIfr

หมอเด็กแนะผู้ปกครองการดูแลเบื้องต้นเมื่อลูกมีไข้สูงและชัก

สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ แนะ ผู้ปกครองให้ตั้งสติและดูแลเบื้องต้นอย่างถูกต้องเมื่อบุตรหลานมีอาการชักร่วมกับไข้ โดยเน้นย้ำว่าอาการชักส่วนใหญ่มักจะหยุดได้เองภายใน 3 -5 นาที สิ่งสำคัญคือการจัดท่าเด็กให้อยู่ในท่านอน และนำสิ่งของรอบข้างออกเพื่อป้องกันการกระแทก โดยมีข้อห้ามสำคัญคือ "ไม่งัด ไม่ง้าง ไม่ถ่าง ไม่กด"

นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการชักร่วมกับไข้ในเด็กคือ ภาวะชักจากไข้ ซึ่งโดยทั่วไปไม่ส่งผลต่อพัฒนาการและการเรียนรู้ อย่างไรก็ตาม แพทย์จำเป็นต้องประเมินอย่างรอบคอบเพื่อให้มั่นใจว่าอาการชักและไข้นั้นไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อในสมอง ซึ่งหากได้รับการรักษาล่าช้าอาจส่งผลเสียต่อเด็กได้ นอกจากนี้ ในบางกรณีอาการชักอาจเกิดจากโรคลมชักบางชนิดในเด็ก แต่เป็นกรณีที่พบน้อยมาก โดยทั่วไปเด็กที่มีอาการชักจากไข้ จะกลายเป็นโรคลมชักในอนาคต แต่พบได้น้อย ข้อแตกต่างของโรคลมชัก คือ อาการชักจะเกิดขึ้นได้โดยไม่เกี่ยวข้องกับไข้และมักจะเกิดซ้ำอย่างน้อยหรือมากกว่า 2 ครั้ง ซึ่งถ้าเป็นโรคลมชัก การรักษาจำเป็นต้องกินยากันชักต่อเนื่อง แต่ถ้าเป็นอาการชักจากไข้สูง อาการชักทุกครั้งจะเกี่ยวข้องกับไข้ ซึ่งไม่ต้องกินยากันชักต่อเนื่อง
นายแพทย์อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กล่าวว่า อาการชักที่เกิดจากไข้สูง โอกาสชักซ้ำพบได้ร้อยละ 30-50 ขึ้นกับอายุของอาการชักครั้งแรก แต่สิ่งแรกที่ควรทำคือตั้งสติและดูแลเพื่อป้องกันอันตรายจากอาการชักโดยจัดให้อยู่ในท่านอนตะแคงหรือท่าที่ทางเดินหายใจเปิดโล่ง นำสิ่งของรอบข้างออกเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการชัก และที่สำคัญคือ
ห้าม "งัด ง้าง ถ่าง กด" เพราะอาการชักมักจะหยุดได้เอง หากอาการชักไม่หยุดภายใน 3 - 5 นาที ควรโทรขอความช่วยเหลือจากสายด่วน 1669 เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลที่เหมาะสมและยาหยุดชักอย่างทันท่วงที

นายแพทย์กุลเสฏฐ ศักดิ์พิชัยสกุล กุมารแพทย์ประสาทวิทยา สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวเพิ่มเติมว่า วิธีการดูแลเวลาเด็กมีไข้ คือ การให้ยาลดไข้พาราเซตามอลทุก 4-6 ชั่วโมง อาจจะร่วมกับการเช็ดตัวลดไข้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 24 ชั่วโมงแรกของการมีไข้ เนื่องจากอาการชักจากไข้ส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 80 เกิดขึ้นในวันแรกที่มีไข้ อาการชักระยะเวลาสั้นๆจะไม่มีผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมองหรือสติปัญญา ปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อพัฒนาการคือสาเหตุหลักของอาการชัก อย่างไรก็ตามในกรณีที่เด็กมีอาการชักเป็นเวลานาน
อาจส่งผลกระทบต่อสมองและพัฒนาการได้ หากเด็กมีอาการซึมลงร่วมกับมีไข้ ควรรีบพาไปพบแพทย์แม้จะยังไม่มีอาการชักก็ตาม
************************************************************************************
#กรมการแพทย์ #สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี #เมื่อลูกมีไข้สูงและชัก
-ขอขอบคุณ-
2 พฤศจิกายน 2568

ที่อยู่

923/451 ถ. เศรษฐกิจ 1
Maha Chai

เวลาทำการ

จันทร์ 16:30 - 20:00
อังคาร 16:30 - 20:00
พุธ 16:30 - 20:00
พฤหัสบดี 16:30 - 20:00
ศุกร์ 16:30 - 20:00
เสาร์ 16:30 - 20:00
อาทิตย์ 16:30 - 20:00

เบอร์โทรศัพท์

+66645474974

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คลินิกเด็ก หมอหนู-หมอกุ๊กผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์